# อาลักษณ์และผู้ป่าวประกาศ จากหมายลายมือถึงราชกิจจานุเบกษา

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/scribe-town-crier-lost-professions · เผยแพร่ 13 พฤศจิกายน 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ประกาศราชการของสยามเคยเขียนด้วยมือแล้วให้คนเดินบอก ราชกิจจานุเบกษาฉบับแรกปี 2401 ออกมาแก้ปัญหาท้องตราปลอม ส่วนอาลักษณ์ยังเป็นสายงานข้าราชการถึงวันนี้

## Key Takeaways

- **ก่อนมีราชกิจจานุเบกษา ประกาศของทางราชการเขียนด้วยดินสอดำ ส่งต่อและลอกกันไปเอง** — ขุนนางมีหน้าที่เดินบอกตามหมู่ตามกรม และนายอำเภอมีหมายป่าวประกาศแก่ราษฎรในแขวง
- **ราชสำนักจ้างหมอบรัดเลย์พิมพ์ประกาศห้ามสูบและค้าฝิ่น 9,000 ฉบับ ในปีกุน พ.ศ. 2382** — สมาคมการพิมพ์ไทยนับเป็นเอกสารราชการไทยชิ้นแรกที่จัดพิมพ์
- **ราชกิจจานุเบกษาฉบับแรกออกวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2401 เพื่อแก้ปัญหาคนปลอมท้องตราหลอกราษฎร** — ส่วนอาลักษณ์ยังเป็นสายงานข้าราชการพลเรือนรหัส 3-1-023 ของ ก.พ. มีสี่ระดับ

อาลักษณ์กับผู้ประกาศข่าวเมืองมักถูกจัดเป็นอาชีพที่แท่นพิมพ์ทำให้หายไปพร้อมกัน เอกสารของไทยแยกสองงานนี้ออกจากกัน งานเดินป่าวประกาศแคบลงเมื่อราชการมีสิ่งพิมพ์ของตัวเอง ส่วนอาลักษณ์ยังมีตำแหน่งอยู่ในระบบราชการ เพียงแต่งานเปลี่ยนจากการเขียนประกาศทั่วไปมาเป็นงานเอกสารในพระราชพิธีและเครื่องราชอิสริยาภรณ์

บทนี้ไล่สามช่วง ช่วงที่ประกาศยังเขียนด้วยมือ ช่วงที่ราชสำนักเริ่มจ้างโรงพิมพ์ และช่วงที่ราชกิจจานุเบกษากลายเป็นที่อ้างอิงของประกาศทางราชการ เนื้อหาส่วนใหญ่มาจาก[บทความกำเนิดราชกิจจานุเบกษาของมิวเซียมสยาม](https://www.museumsiam.org/km-detail.php?CID=177&CONID=4154) ซึ่งอ้างอิงราชกิจจานุเบกษาของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี

## ประกาศที่เขียนด้วยมือและคนเดินบอก

มิวเซียมสยามสรุปพระราชปรารภในการออกราชกิจจานุเบกษาว่า ก่อนหน้านั้นเรื่องที่ข้าราชการและราษฎรควรรู้ ทั้งกฎหมายใหม่ การตั้งหรือเลิกภาษีอากร การเกณฑ์แรง และการบอกบุญ ทำเป็นหมายหรือคำประกาศที่เขียนด้วยดินสอดำ แล้วส่งต่อกันไปและลอกต่อกันไปผิด ๆ ถูก ๆ เพราะต้นฉบับมีน้อย

การแจ้งด้วยเสียงก็ใช้คู่กัน ราชการบางเรื่องให้สัสดีและทะลวงฟันเดินบอกตามหมู่ตามกรม และให้นายอำเภอมีหมายป่าวประกาศแก่ราษฎรในแขวง คนที่ได้อ่านต้นฉบับจริงมีน้อย คนที่เรื่องนั้นเกี่ยวกับตัวเองก็ได้แต่ถามต่อกันไป

ปัญหาที่ตามมาคือข้อความเพี้ยนไปตามจำนวนทอดที่ลอก และคนฟังไม่มีทางรู้ว่าสิ่งที่ได้ยินตรงกับต้นฉบับหรือไม่ ผู้ป่าวประกาศในระบบนี้ไม่ได้เป็นอาชีพอิสระ แต่เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในแต่ละหมู่แต่ละแขวง

### **ก่อนมีราชกิจจานุเบกษา ราชการแจ้งข่าวให้ราษฎรรู้อย่างไร**

ราชการเขียนหมายหรือคำประกาศด้วยดินสอดำแล้วส่งต่อและลอกต่อกันไป ควบคู่กับให้เจ้าหน้าที่เดินบอกตามหมู่ตามกรม และให้นายอำเภอป่าวประกาศแก่ราษฎรในแขวงของตน ต้นฉบับมีน้อย คนที่อ่านได้มีน้อย ข้อความจึงคลาดเคลื่อนระหว่างทางได้ง่าย ตามที่มิวเซียมสยามสรุปจากราชกิจจานุเบกษา

### ผู้ประกาศข่าวเมืองของฝั่งตะวันตก

เมืองในยุโรปมีคนทำหน้าที่คล้ายกัน เรียกว่า Town Crier คือคนที่ยืนอ่านประกาศของทางการกลางตลาดหรือจัตุรัสให้คนที่อ่านหนังสือไม่ออกได้ยิน ทั้งฝั่งไทยและฝั่งยุโรป งานนี้ผูกกับข้อจำกัดเดียวกัน คือคนรู้หนังสือมีน้อยและสำเนามีน้อย เมื่อสองข้อนี้เปลี่ยน งานเดินอ่านประกาศก็เหลือความจำเป็นน้อยลง งานบริการตามบ้านอีกกลุ่มที่หายไปเพราะเทคโนโลยีเข้ามาแทนในยุคต่อมา ทั้งคนจุดตะเกียงและคนส่งน้ำแข็ง อยู่ใน[คนจุดตะเกียง คนปลุก คนส่งน้ำแข็ง กับประกาศน้ำแข็ง 2568](https://phygital.co.th/insights/lamplighter-knocker-upper-iceman-lost-professions)

## ประกาศห้ามฝิ่นที่พิมพ์ 9,000 ฉบับ

แดน บีช แบรดลีย์ หรือหมอบรัดเลย์ มิชชันนารีชาวอเมริกันที่ตั้งโรงพิมพ์ในสยาม ในช่วงแรกพิมพ์แต่หนังสือศาสนา และรับพิมพ์งานทางโลกเพียงงานการแพทย์กับเอกสารราชการ สมาคมการพิมพ์ไทยบันทึกไว้ใน[หน้าวันการพิมพ์ไทย 2562](https://www.thaiprint.org/2019/06/vol121/thai-print-day-3-june-2562/) ว่าเพราะหมอบรัดเลย์พัฒนาตัวพิมพ์และแท่นพิมพ์ได้เหมาะกับงาน ราชสำนักสยามจึงว่าจ้างให้พิมพ์ประกาศของราชการ

งานสำคัญที่สุดคือประกาศห้ามมิให้คนสูบและค้าขายฝิ่น จำนวน 9,000 ฉบับ ในปีกุน พ.ศ. 2382 แจกจ่ายให้ราษฎร สมาคมการพิมพ์ไทยนับว่าเป็นเอกสารราชการของไทยชิ้นแรกที่จัดพิมพ์ขึ้น ต้นฉบับของประกาศนี้ลงวันที่ตามจุลศักราช 1201 อ่านข้อความเต็มได้ที่[ประกาศห้ามสูบฝิ่นในคลังเอกสารวิกิซอร์ซ](https://th.wikisource.org/wiki/%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A8%E0%B8%AB%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%AA%E0%B8%B9%E0%B8%9A%E0%B8%9D%E0%B8%B4%E0%B9%88%E0%B8%99%5F%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%9E%E0%B8%A4%E0%B8%AB%E0%B8%B1%E0%B8%AA%E0%B8%9A%E0%B8%94%E0%B8%B5%5F%E0%B8%82%E0%B8%B6%E0%B9%89%E0%B8%99%5F5%5F%E0%B8%84%E0%B9%88%E0%B8%B3%5F%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%99%5F6%5F%E0%B8%88.%E0%B8%A8.%5F1201) ซึ่งหน้าเอกสารแปลงศักราชเป็น พ.ศ. 2381 ต่างจากที่สมาคมการพิมพ์ไทยใช้หนึ่งปี ความต่างนี้มาจากการนับวันขึ้นปีใหม่ของไทยในสมัยก่อนที่ไม่ตรงกับวันที่ 1 มกราคม

ตัวเลข 9,000 ฉบับบอกขนาดของการเปลี่ยนแปลงได้ดี ประกาศที่เคยมีต้นฉบับไม่กี่ฉบับแล้วลอกต่อกัน ถูกพิมพ์เป็นข้อความเดียวกันหลายพันแผ่นในครั้งเดียว ทุกแผ่นมีถ้อยคำเหมือนกัน ความคลาดเคลื่อนจากการลอกจึงหายไปจากขั้นตอนนี้

### **เอกสารราชการไทยฉบับแรกที่พิมพ์ด้วยแท่นพิมพ์คืออะไร**

สมาคมการพิมพ์ไทยระบุว่าเป็นประกาศห้ามมิให้คนสูบและค้าขายฝิ่น ที่ราชสำนักสยามจ้างหมอบรัดเลย์พิมพ์ 9,000 ฉบับในปีกุน พ.ศ. 2382 เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎร ถือเป็นเอกสารทางราชการไทยชิ้นแรกที่จัดพิมพ์ขึ้น ต้นฉบับลงวันที่ตามจุลศักราช 1201

### บางกอกรีคอเดอ

โรงพิมพ์เดียวกันยังออกหนังสือพิมพ์ภาษาไทยฉบับแรกชื่อบางกอกรีคอเดอ ฉบับแรกออกวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2387 เนื้อหามีทั้งข่าวในและนอกประเทศ ข้อมูลสินค้าของสยามและต่างประเทศ และเรื่องการแพทย์ สิ่งพิมพ์จึงเริ่มพาข่าวสารไปถึงคนอ่านโดยไม่ต้องผ่านคนเดินบอก ทั้งฝั่งราชการและฝั่งเอกชน

## ราชกิจจานุเบกษากับท้องตราปลอม

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 โปรดเกล้าฯ ให้จัดพิมพ์ราชกิจจานุเบกษา ฉบับแรกออกวันจันทร์ ขึ้น 3 ค่ำ เดือน 5 ปีมะเมีย ตรงกับวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2401 กำหนดออกทุก 15 วัน เพื่อประกาศเรื่องสำคัญของทางราชการให้ส่วนราชการและราษฎรทราบ

เหตุผลที่มิวเซียมสยามยกจากพระราชปรารภตรงกับเรื่องความน่าเชื่อถือโดยตรง ราษฎรส่วนใหญ่อ่านหนังสือไม่ออกและดูดวงตราของขุนนางไม่เป็น เห็นตราแดงก็กลัว ผู้ที่ถือหนังสือมาอ้างอย่างไรก็เชื่อหมด จึงมีคนแต่งหนังสือเป็นท้องตรา อ้างว่าเป็นรับสั่งจากวังหลวง วังหน้า หรือเสนาบดี แล้วใช้บังคับหลอกลวงราษฎร

ชื่อราชกิจจานุเบกษาเป็นภาษาสันสกฤต แปลว่าหนังสือเป็นที่เพ่งดูราชกิจ ทุกฉบับมีตราพระมหามงกุฎและฉัตรขนาบสองข้าง และมีชื่อหนังสือตัวใหญ่อยู่บนบรรทัดแรก เครื่องหมายที่ซ้ำกันทุกฉบับนี้ทำให้คนแยกประกาศจริงออกจากหนังสือที่แต่งขึ้นเองได้ง่ายขึ้น

### **ทำไมรัชกาลที่ 4 โปรดให้ออกราชกิจจานุเบกษา**

ตามที่มิวเซียมสยามสรุปไว้ เหตุผลคือประกาศที่เขียนด้วยมือมีน้อยฉบับ ลอกต่อกันจนคลาดเคลื่อน และมีคนปลอมหนังสือเป็นท้องตราอ้างรับสั่งไปหลอกลวงราษฎรที่อ่านหนังสือไม่ออก การพิมพ์ประกาศออกเป็นหนังสือที่มีตราและชื่อเดียวกันทุกฉบับ ทำให้ข้าราชการและราษฎรรู้เรื่องเดียวกันและตรวจได้ว่าประกาศใดเป็นของจริง

### หยุดพิมพ์ แล้วออกใหม่ในรัชกาลที่ 5

ราชกิจจานุเบกษาชุดแรกพิมพ์ต่อเนื่องได้ราวสองปีจุลศักราช คือปีมะเมียและปีมะแม เป็นหนังสือหลายร้อยฉบับ แล้วหยุดไป ในรัชกาลที่ 5 โปรดเกล้าฯ ให้ออกอีกครั้งเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2417 คราวนี้จำหน่ายแบบรายปี ปีละ 8 บาท ต่อมาวันที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2432 เปลี่ยนเป็นออกทุกวันอังคาร และพิมพ์ต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน

### ค้นราชกิจจานุเบกษาได้ที่ไหน

สำนักพิมพ์คณะรัฐมนตรีและราชกิจจานุเบกษา ในสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็นผู้จัดพิมพ์และเผยแพร่ในปัจจุบัน ฉบับที่ออกแล้วค้นได้จาก[เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา](https://ratchakitcha.soc.go.th/) โดยค้นจากชื่อเรื่อง เล่ม ตอน หรือวันที่ประกาศ เจ้าของธุรกิจที่ต้องใช้ประกาศกระทรวงหรือกฎกระทรวงประกอบการขออนุญาต ควรเปิดฉบับจากเว็บไซต์นี้แทนการอ่านจากภาพที่ส่งต่อกันในกลุ่มแชท เพราะภาพที่ส่งต่อไม่บอกว่ามีฉบับแก้ไขออกตามมาหรือไม่

## อาลักษณ์ยังเป็นสายงานของ ก.พ.

อาลักษณ์มักถูกยกเป็นตัวอย่างของอาชีพเสมียนคัดลายมือที่แท่นพิมพ์ทำให้หายไป กรณีของไทยไม่เป็นแบบนั้น ในคลังข้อมูลมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของสำนักงาน ก.พ. อาลักษณ์เป็นสายงานประเภทวิชาการ รหัส 3-1-023 ภายใต้กฎหมายระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ก.พ. กำหนดมาตรฐานเมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2551 และแก้ไขเพิ่มเติมครั้งแรกวันที่ 12 มิถุนายน 2552

ตาม[มาตรฐานกำหนดตำแหน่งสายงานอาลักษณ์](https://knowledge.ocsc.go.th/th/standard-position/officer/31023/) งานของสายงานนี้ครอบคลุมการตรวจและเสนอขอพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ การจัดทำประกาศนียบัตรกำกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ การควบคุมและตรวจงานเขียนตัวหนังสือบรรจงตามแบบอาลักษณ์ การจารึกลงในพระสุพรรณบัฏและหิรัณยบัฏ การเก็บรักษาพระราชลัญจกร และการปฏิบัติงานหน้าพระที่นั่งในพระราชพิธีและรัฐพิธี

ตำแหน่งในสายงานมีสี่ระดับ คือปฏิบัติการ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ และเชี่ยวชาญ ระดับปฏิบัติการต้องมีปริญญาตรีขึ้นไปในสาขาที่ส่วนราชการเห็นว่าเหมาะกับงาน [เอกสารมาตรฐานระดับปฏิบัติการ](https://knowledge.ocsc.go.th/documents/291/3-1-023-1.pdf) ยังกำหนดให้เก็บข้อมูล ทำสถิติ ปรับปรุงฐานข้อมูลหรือระบบสารสนเทศของงานอาลักษณ์ และจัดทำคู่มือการปฏิบัติงาน งานของอาลักษณ์วันนี้จึงมีทั้งลายมือบรรจงแบบดั้งเดิมและระบบข้อมูลแบบสำนักงานสมัยใหม่อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน

### **อาลักษณ์ยังมีอยู่ไหม**

ยังมี อาลักษณ์เป็นสายงานข้าราชการพลเรือนประเภทวิชาการ รหัส 3-1-023 ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของสำนักงาน ก.พ. มีสี่ระดับตั้งแต่ปฏิบัติการถึงเชี่ยวชาญ งานหลักเกี่ยวกับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประกาศนียบัตร การเขียนตัวหนังสือบรรจงตามแบบอาลักษณ์ และการจารึกพระสุพรรณบัฏ งานเขียนประกาศทั่วไปย้ายไปอยู่กับสิ่งพิมพ์ของราชการแล้ว

### งานที่แคบลงแต่มีค่ามากขึ้น

ส่วนที่แท่นพิมพ์รับไปคืองานผลิตสำเนาจำนวนมาก ส่วนที่เหลือให้อาลักษณ์คือเอกสารที่ต้องการลายมือบรรจง ความถูกต้องตามแบบแผน และการรับรองว่าเอกสารนั้นมาจากผู้มีอำนาจจริง งานประเภทหลังนี้มีจำนวนน้อยกว่าเดิมมาก แต่แต่ละชิ้นมีน้ำหนักมากกว่าประกาศทั่วไป

## ร้านควรมีที่เดียวให้ลูกค้าตรวจประกาศของจริง

ราชกิจจานุเบกษาแก้ปัญหาของปลอมด้วยสามอย่าง คือฉบับอ้างอิงที่เดียว เครื่องหมายที่ซ้ำกันทุกฉบับ และกำหนดออกที่แน่นอน ร้านขนาดเล็กใช้หลักเดียวกันได้โดยไม่ต้องลงทุนมาก

1. **ประกาศที่เดียวเป็นต้นฉบับ** เลือกหน้าเว็บไซต์หรือหน้าประกาศบนเพจหลักหนึ่งจุดเป็นที่อ้างอิงของราคาและโปรโมชัน ช่องทางอื่นลิงก์กลับมาที่จุดนี้
2. **ใส่เครื่องหมายเดิมทุกครั้ง** โลโก้ ชื่อบัญชีทางการ และรูปแบบวันที่เดียวกันในทุกประกาศ ลูกค้าจะสังเกตได้เองเมื่อเจอประกาศที่หน้าตาไม่เหมือนเดิม
3. **บอกล่วงหน้าว่าร้านไม่เคยทำอะไร** เช่นไม่ขอให้โอนเงินเข้าบัญชีส่วนตัว ข้อความนี้ช่วยลูกค้าตัดสินเมื่อเจอเพจปลอม ขั้นตอนหลังลูกค้าโดนหลอกแล้วอยู่ใน[มิจฉาชีพออนไลน์ 2569 สถิติ ACSC และขั้นตอนหลังโอนเงินไปแล้ว](https://phygital.co.th/insights/online-scam-thailand-business-guide)
4. **ออกประกาศตามรอบ** ถ้าร้านเปลี่ยนโปรโมชันทุกต้นเดือน ลูกค้าจะรู้ว่าประกาศกลางเดือนที่อ้างชื่อร้านควรตรวจก่อนเชื่อ

## สรุป

ก่อนสยามมีโรงพิมพ์ ประกาศราชการเขียนด้วยดินสอดำ ลอกต่อกัน และให้เจ้าหน้าที่เดินบอกหรือป่าวประกาศ ราชสำนักจ้างหมอบรัดเลย์พิมพ์ประกาศห้ามสูบและค้าฝิ่น 9,000 ฉบับในปี 2382 ซึ่งสมาคมการพิมพ์ไทยนับเป็นเอกสารราชการชิ้นแรกที่จัดพิมพ์ ราชกิจจานุเบกษาฉบับแรกออกวันที่ 15 มีนาคม 2401 เพื่อให้ทุกคนได้รู้เรื่องเดียวกันและแก้ปัญหาคนปลอมท้องตราหลอกราษฎร งานป่าวประกาศจึงลดบทบาทลง ส่วนอาลักษณ์ยังเป็นสายงานข้าราชการรหัส 3-1-023 ของ ก.พ. ทำงานเอกสารที่ต้องการลายมือบรรจงและการรับรองในพระราชพิธี ต่อได้ที่บทแม่ของชุดใน[อาชีพที่หายไปตามยุค งานราว 60% ในปี 2018 ไม่มีชื่อในปี 1940](https://phygital.co.th/insights/creative-destruction-lost-professions-business-lessons)

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### อาลักษณ์กับเสมียนต่างกันอย่างไร

เสมียนทำงานเอกสารทั่วไปของหน่วยงาน ส่วนอาลักษณ์ในระบบราชการไทยปัจจุบันทำงานเฉพาะด้าน เช่นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ประกาศนียบัตร การเขียนตัวหนังสือบรรจงตามแบบอาลักษณ์ และงานในพระราชพิธี ตามมาตรฐานกำหนดตำแหน่งของ ก.พ. สายงานนี้ต้องมีปริญญาตรีขึ้นไป

### ราชกิจจานุเบกษายังพิมพ์เป็นเล่มอยู่ไหม

ราชกิจจานุเบกษายังออกต่อเนื่องมาจนปัจจุบัน และค้นฉบับย้อนหลังได้จากเว็บไซต์ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กฎหมายหลายฉบับมีผลใช้บังคับนับจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงยังเป็นที่อ้างอิงหลักของประกาศทางราชการ

### ทำไมประกาศห้ามฝิ่นถึงต้องพิมพ์มากถึง 9,000 ฉบับ

แหล่งที่อ้างในบทนี้บอกเพียงว่าพิมพ์เพื่อแจกจ่ายให้ราษฎร ไม่ได้ระบุเหตุผลเรื่องจำนวน จำนวนนี้บอกได้แค่ว่าราชสำนักต้องการให้ข้อความเดียวกันไปถึงคนจำนวนมากพร้อมกัน ซึ่งการลอกด้วยมือทำไม่ได้

### ผู้ป่าวประกาศยังมีอยู่ในไทยไหม

หน้าที่แจ้งข่าวด้วยเสียงยังมีในรูปแบบอื่น เช่นเสียงตามสายและหอกระจายข่าวของชุมชน แต่ช่องทางหลักของประกาศทางราชการย้ายไปอยู่ที่สิ่งพิมพ์และเว็บไซต์ของหน่วยงานแล้ว

### บทเรียนจากท้องตราปลอมใช้กับธุรกิจวันนี้ได้อย่างไร

ร้านที่ลูกค้าต้องรับข่าวผ่านคนกลางหลายทอด เช่นตัวแทนขายหรือกลุ่มแชท เสี่ยงต่อข้อความเพี้ยนและประกาศปลอมแบบเดียวกัน วิธีที่ราชการใช้คือมีฉบับอ้างอิงที่เดียว มีเครื่องหมายเดิมทุกครั้ง และออกตามรอบที่คนคาดได้

## ประกาศที่ลูกค้าตรวจได้จากต้นฉบับเดียวกันทุกครั้ง ทำให้เพจปลอมหลอกลูกค้าของร้านได้ยากขึ้น

PHYGITAL AGENCY จัดทำเอกสารและป้ายของร้านจากต้นฉบับเดียว ให้ข้อความบนกระดาษตรงกับข้อความออนไลน์

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
