# Sandwich Generation คนจ่ายเงินกับคนใช้ของเป็นคนละคน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/sandwich-generation-thailand-business-opportunity · เผยแพร่ 24 กุมภาพันธ์ 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

สสช. พบว่าผู้สูงอายุไทยร้อยละ 35.7 มีรายได้หลักจากบุตร และคนวัยทำงานสามคนแบกผู้สูงอายุหนึ่งคน สินค้าสำหรับพ่อแม่จึงต้องคุยกับลูกที่จ่ายเงินและพ่อแม่ที่ใช้ของแยกกัน

## Key Takeaways

- **ผลสำรวจผู้สูงอายุรอบปี 2567 ของ สสช. พบว่าแหล่งรายได้หลักอันดับหนึ่งของผู้สูงอายุไทยคือบุตร ร้อยละ 35.7** — ในผู้สูงอายุหญิงสัดส่วนนี้สูงถึงร้อยละ 41.7
- **อัตราส่วนเกื้อหนุนลดจาก 9.3 ในปี 2537 เหลือ 3.2 ในปี 2567** — หมายความว่าตอนนี้คนวัยทำงานราวสามคนต้องเกื้อหนุนผู้สูงอายุหนึ่งคน
- **กรมสรรพากรให้ลูกลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่ได้คนละ 30,000 บาท และค่าเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ได้ไม่เกิน 15,000 บาท** — แต่มีเงื่อนไขเรื่องอายุและรายได้ของพ่อแม่ และพ่อแม่หนึ่งคนให้ลูกใช้สิทธิได้เพียงคนเดียว

ร้านอุปกรณ์สุขภาพยิงโฆษณาเครื่องวัดความดันหาคนอายุ 65 ปีขึ้นไป ภาพโฆษณาเป็นคุณตาวัดความดันเองที่บ้าน แต่คนที่ทักแชตเข้ามาถามคือลูกสาววัยสี่สิบกว่า เธอถามว่าส่งไปบ้านพ่อที่ต่างจังหวัดได้ไหม ถ้าพ่อใช้ไม่เป็นใครจะสอน และเครื่องเสียแล้วเคลมอย่างไร เนื้อหาต่อจากนี้ตอบว่าทำไมสินค้าสำหรับผู้สูงอายุจำนวนมากมีคนจ่ายเงินกับคนใช้ของเป็นคนละคน ตัวเลขของรัฐบอกอะไรเกี่ยวกับภาระของลูกวัยทำงาน และร้านควรแยกข้อความถึงสองคนนี้อย่างไรในแต่ละขั้นของการซื้อ

ข้อมูลในบทนี้มาจากหน่วยงานรัฐสองแห่ง ได้แก่[บทสรุปสำหรับผู้บริหาร การสำรวจประชากรสูงอายุในประเทศไทย พ.ศ. 2567](https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey%5Fdetail/2025/20241003145311%5F94190.pdf) ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ซึ่งเก็บข้อมูลจาก 86,880 ครัวเรือนทุกจังหวัดช่วงเมษายนถึงมิถุนายน 2567 และหน้าสรุป[ผู้มีเงินได้มีสิทธิหักลดหย่อนอะไรได้บ้าง](https://www.rd.go.th/557.html) กับ[หมวดค่าลดหย่อนอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา](https://www.rd.go.th/60056.html) ของกรมสรรพากร

## Sandwich Generation นิยามด้วยภาระ ไม่ใช่ปีเกิด

Sandwich Generation คือคนที่ต้องดูแลสองฝั่งพร้อมกัน ฝั่งหนึ่งคือพ่อแม่ที่อายุมากขึ้น อีกฝั่งคือลูกที่ยังพึ่งตัวเองไม่ได้ คำนี้ไม่มีช่วงปีเกิดตายตัวเหมือน Gen X หรือ Millennials คนอายุ 35 ที่มีลูกเล็กและพ่อแม่ป่วยอยู่ในกลุ่มนี้ ส่วนคนอายุ 50 ที่พ่อแม่ยังแข็งแรงและมีรายได้ของตัวเองอาจไม่อยู่

บริษัทวิจัย Ipsos ถามคน Gen X ในไทยเรื่องนี้ในรายงานปี 2569 และได้คำตอบว่าเกินครึ่งเล็กน้อย คือร้อยละ 54 ต้องดูแลพ่อแม่ ลูก และครัวเรือนของตัวเองในเวลาเดียวกัน Gen X จึงเป็นเจนที่ภาระนี้กระจุกตัวมากที่สุด ภาพรวมของ Gen X อยู่ใน[Gen X ไทย กำลังซื้อ 5 ล้านล้านบาทที่ห่วงเงินเกษียณของตัวเอง](https://phygital.co.th/insights/gen-x-thailand-consumer-behavior) แต่ร้านที่เลือกกลุ่มเป้าหมายด้วยช่วงอายุอย่างเดียวจะพลาดคนที่แบกภาระนี้ในวัยอื่น

### แยกจากบท Millennials ด้วยอะไร

บท Millennials ในชุดเดียวกันพูดถึงคนอายุ 30-45 ปีตามปีเกิด ส่วนบทนี้พูดถึงบทบาทในครอบครัว คนสองกลุ่มซ้อนกันได้ แต่คำถามที่ร้านต้องตอบต่างกัน สำหรับ Millennials ร้านถามว่าคนวัยนี้ใช้ชีวิตอย่างไร สำหรับ Sandwich Generation ร้านถามว่าใครในบ้านเป็นคนจ่าย ใครเป็นคนใช้ และใครมีสิทธิ์บอกว่าไม่เอา ภาพของคนวัย 30-45 ปีอยู่ใน[Millennials ไทยอายุ 30-45 แล้ว ใช้เน็ตมากสุดและอยากมีบ้าน](https://phygital.co.th/insights/millennials-thailand-consumer-behavior-2026)

## ตัวเลขของรัฐบอกอะไรเรื่องภาระนี้

สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจประชากรสูงอายุทุกสามปีตั้งแต่ปี 2537 รอบปี 2567 เป็นครั้งที่แปด สัดส่วนคนอายุ 60 ปีขึ้นไปเพิ่มจากร้อยละ 6.8 ในปี 2537 เป็นร้อยละ 20.0 ในปี 2567 ตัวชี้วัดสองตัวที่เกี่ยวกับคนวัยทำงานโดยตรงเปลี่ยนไปดังนี้

| ตัวชี้วัด                     | ปี 2537 | ปี 2567 | อ่านว่า                                                       |
| ------------------------------- | ------- | ------- | -------------------------------------------------------------- |
| อัตราส่วนพึ่งพิงวัยสูงอายุ | 10.7    | 31.1    | คนอายุ 15-59 ปีทุก 100 คน รับผิดชอบผู้สูงอายุราว 31 คน |
| อัตราส่วนเกื้อหนุน            | 9.3     | 3.2     | คนวัยทำงานราวสามคนเกื้อหนุนผู้สูงอายุหนึ่งคน       |

เมื่อถามว่ารายได้หลักในการดำรงชีวิตมาจากไหน ผู้สูงอายุตอบว่าจากบุตรมากที่สุด ร้อยละ 35.7 รองลงมาคือจากการทำงานร้อยละ 33.9 เบี้ยยังชีพจากรัฐร้อยละ 13.3 บำเหน็จบำนาญร้อยละ 6.8 และคู่สมรสร้อยละ 5.6 ผู้สูงอายุหญิงพึ่งรายได้จากบุตรเป็นหลักถึงร้อยละ 41.7 ส่วนผู้สูงอายุชายพึ่งรายได้จากการทำงานเป็นหลักร้อยละ 45.8

เรื่องที่อยู่อาศัย ผู้สูงอายุร้อยละ 64.5 อยู่กับบุคคลอื่นในบ้าน และร้อยละ 22.6 อยู่ลำพังกับคู่สมรส ตัวเลขชุดหลังสำคัญกับร้านที่ส่งของหรือส่งช่างไปติดตั้ง เพราะบ้านที่มีแต่ผู้สูงอายุสองคนต้องการคนอธิบายวิธีใช้ที่หน้างาน และลูกที่จ่ายเงินมักอยู่คนละบ้าน ต้องรู้ผลจากร้านแทนการเห็นเอง

การมีคนดูแลขยับตามอายุชัดเจน ผู้สูงอายุร้อยละ 8.6 มีผู้ดูแล แยกเป็นวัย 60-69 ปีร้อยละ 3.4 วัย 70-79 ปีร้อยละ 10.1 และวัย 80 ปีขึ้นไปร้อยละ 32.8 ลูกที่พ่อแม่ขยับจากวัยเจ็ดสิบไปวัยแปดสิบจึงมักเปลี่ยนจากคนที่ส่งเงินอย่างเดียว เป็นคนที่ต้องหาคนดูแลหรือดูแลเองด้วย ธุรกิจที่รับดูแลผู้สูงอายุแบบมีใบอนุญาตอยู่ใน[เปิดธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ ศูนย์ที่ได้ใบอนุญาตมี 908 แห่ง](https://phygital.co.th/insights/thailand-elderly-care-nursing-home-business-license-guide)

### พ่อแม่ที่ยังทำงานมีมากแค่ไหน

ผู้สูงอายุร้อยละ 34.0 ยังทำงานอยู่ในช่วงเจ็ดวันก่อนวันสัมภาษณ์ ผู้ชายร้อยละ 44.7 ผู้หญิงร้อยละ 26.2 เหตุผลอันดับหนึ่งคือยังแข็งแรงและมีแรงทำงานร้อยละ 51.5 รองลงมาคือต้องหารายได้เลี้ยงครอบครัวหรือตัวเองร้อยละ 43.5 ตัวเลขนี้เตือนว่าพ่อแม่จำนวนมากยังตัดสินใจซื้อเองได้ ร้านที่พูดกับลูกอย่างเดียวจะข้ามคนที่อาจเป็นทั้งคนใช้และคนจ่ายร่วม

## ค่าลดหย่อนที่รัฐให้คนที่เลี้ยงพ่อแม่

หน้าสรุปค่าลดหย่อนของกรมสรรพากรมีหลายรายการที่เกี่ยวกับคนที่ดูแลทั้งสองฝั่ง ตารางนี้คัดเฉพาะรายการที่เกี่ยวข้อง

| รายการ                                          | ลดหย่อนได้                          | เงื่อนไขหลัก                                                                                  |
| ----------------------------------------------- | ------------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ค่าอุปการะเลี้ยงดูพ่อแม่                   | คนละ 30,000 บาท                       | พ่อแม่อายุ 60 ปีขึ้นไป อยู่ในความอุปการะ และมีเงินได้ในปีนั้นไม่เกิน 30,000 บาท |
| พ่อแม่ของคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้         | คนละ 30,000 บาท                       | ใช้เงื่อนไขเดียวกับพ่อแม่ของตัวเอง                                                     |
| เบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่                     | ตามที่จ่ายจริง ไม่เกิน 15,000 บาท | พ่อแม่มีเงินได้ไม่เกิน 30,000 บาทในปีภาษีนั้น                                        |
| ค่าอุปการะเลี้ยงดูคนพิการหรือคนทุพพลภาพ | คนละ 60,000 บาท                       | ตามหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากร                                                                 |
| บุตร                                            | คนละ 30,000 บาท                       | บุตรคนที่สองขึ้นไปที่เกิดตั้งแต่ปี 2561 ได้คนละ 60,000 บาท                           |

หน้าคำถามคำตอบของกรมสรรพากรเรื่องค่าลดหย่อนพ่อแม่เพิ่มรายละเอียดที่คนในครอบครัวมักเข้าใจผิด พ่อแม่ไม่ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านเดียวกับลูก แต่ลูกต้องมีหนังสือรับรองการหักลดหย่อนค่าอุปการะเลี้ยงดูบิดามารดา (แบบ ล.ย.03) และถ้าพ่อแม่มีลูกหลายคน ให้ลูกที่มีหนังสือรับรองเพียงคนเดียวใช้สิทธิ บุตรบุญธรรมใช้สิทธินี้กับพ่อแม่บุญธรรมไม่ได้

ตัวอย่างการคิดแบบง่าย ลูกที่ยังโสดและเลี้ยงดูทั้งพ่อและแม่ซึ่งอายุเกิน 60 ปีและไม่มีรายได้ ใช้สิทธิค่าอุปการะได้สองคน รวม 60,000 บาท ถ้าจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพให้ทั้งคู่ ใช้สิทธิเพิ่มได้ตามที่จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 15,000 บาท ถ้ามีคู่สมรสที่ไม่มีเงินได้ พ่อแม่ของคู่สมรสก็นับได้อีกคนละ 30,000 บาท ตัวเลขเหล่านี้เป็นค่าลดหย่อนที่หักออกจากเงินได้ ไม่ใช่เงินภาษีที่ได้คืน

### ร้านควรพูดเรื่องลดหย่อนภาษีในโฆษณาไหม

พูดได้ถ้าเป็นสินค้าที่เข้าเงื่อนไขจริง เช่น ประกันสุขภาพที่ซื้อให้พ่อแม่ และต้องเขียนเงื่อนไขเรื่องรายได้ของพ่อแม่ไว้ใกล้กับคำว่าลดหย่อน ไม่ควรเขียนเป็นจำนวนเงินภาษีที่ลูกค้าจะประหยัดได้ เพราะขึ้นกับรายได้และค่าลดหย่อนอื่นของแต่ละคน ลูกที่มีหนี้หลายก้อนอยู่แล้วจะอ่านข้อความเรื่องเงินละเอียดเป็นพิเศษ แบรนด์ที่เสนอโปรผ่อนให้ลูกกลุ่มนี้ควรตรวจคำโฆษณากับเกณฑ์ของ ธปท. ใน[การตลาดมนุษย์เงินเดือน โฆษณาผ่อนตามเกณฑ์ ธปท. 2567](https://phygital.co.th/insights/salaried-employee-marketing-thailand-household-debt)

## สิ่งที่สถิติของรัฐยังไม่ได้นับ

ข้อมูลของรัฐในบทนี้ตอบได้ว่าภาระหนักขึ้น แต่ยังตอบไม่ได้หลายเรื่องที่ร้านอยากรู้

1. **ไม่มีจำนวนครัวเรือน Sandwich Generation ที่นับจากสถิติทางการ** การสำรวจนับจากฝั่งผู้สูงอายุ ไม่ได้นับว่ามีลูกกี่คนที่ดูแลทั้งพ่อแม่และลูกของตัวเองพร้อมกัน บทนี้จึงไม่ใส่ตัวเลขจำนวนครัวเรือน
2. **รู้ว่ารายได้มาจากลูก แต่ไม่รู้ว่าเท่าไร** บทสรุปผู้บริหารบอกสัดส่วนของแหล่งรายได้หลัก ไม่ได้บอกจำนวนเงินที่ลูกส่งให้
3. **ผู้ดูแลในสำรวจไม่ได้แยกว่าเป็นลูกหรือคนจ้าง** บทสรุปบอกว่ามีผู้ดูแลร้อยละเท่าไร แต่ไม่ได้แยกผู้ดูแลตามความสัมพันธ์
4. **ค่าลดหย่อนเปลี่ยนได้ทุกปี** หน้าสรุปของกรมสรรพากรที่อ่านวันที่ 28 กันยายน 2569 มีรายการเฉพาะกิจของปีภาษี 2567 ปนอยู่ ก่อนเขียนเรื่องภาษีในโฆษณาควรเปิดหน้าล่าสุดอีกครั้ง
5. **ตัวเลขร้อยละ 54 ของ Ipsos มาจากแบบสำรวจของบริษัทวิจัย** ไม่ใช่สถิติทางการ และนับเฉพาะคน Gen X

## ข้อความถึงคนจ่ายกับคนใช้ แยกกันทีละขั้น

แบบฟอร์มนี้ใช้ร่างข้อความก่อนทำโฆษณาหรือเขียนหน้าสินค้า แต่ละขั้นมีคำถามที่ลูกกับพ่อแม่อยากรู้ต่างกัน

| ขั้นของการซื้อ     | สิ่งที่ลูกที่จ่ายเงินอยากรู้                                     | สิ่งที่พ่อแม่ที่ใช้ของอยากรู้               |
| --------------------- | ----------------------------------------------------------------------- | --------------------------------------------------- |
| เห็นสินค้าครั้งแรก | ช่วยลดเรื่องที่ต้องห่วงเรื่องไหน                                 | ใช้แล้วชีวิตประจำวันง่ายขึ้นตรงไหน          |
| เปรียบเทียบ          | ราคารวมค่าส่ง ค่าติดตั้ง และค่าบำรุงรักษา                       | ปุ่มและตัวหนังสืออ่านง่ายไหม เสียงดังพอไหม |
| ตัดสินใจ             | ส่งไปบ้านพ่อแม่ได้ไหม ใครสอนใช้                                 | ลองก่อนได้ไหม ถ้าไม่ชอบคืนได้ไหม            |
| หลังซื้อ             | ติดตามการใช้งานจากไกลได้ไหม ใบเสร็จใช้ลดหย่อนได้หรือเปล่า | โทรถามใครได้เมื่อใช้ไม่เป็น                  |

### พ่อแม่ที่ยังหาเงินเองได้ นับเป็นลูกค้ากลุ่มนี้ไหม

นับได้ในฐานะคนใช้และบางครั้งเป็นคนจ่ายร่วม ตัวเลขของรัฐบอกว่าผู้สูงอายุหนึ่งในสามยังทำงาน และผู้สูงอายุชายเกือบครึ่งมีรายได้หลักจากงานของตัวเอง ครอบครัวแบบนี้ไม่ได้ต้องการให้ร้านปฏิบัติกับพ่อแม่เหมือนคนที่รอให้ลูกตัดสินใจ ร้านควรถามในแชตตั้งแต่ต้นว่าใครเป็นคนใช้และใครเป็นคนจ่าย แทนที่จะเดาเอาจากอายุ คำถามสั้น ๆ อย่าง "ซื้อให้ตัวเองหรือซื้อให้คนในบ้าน" ใช้ได้ทั้งในแชตและหน้าร้าน และบอกร้านได้ทันทีว่าควรส่งคู่มือ ใบรับประกัน และเบอร์ติดต่อหลังการขายไปให้ใคร

## สรุป

Sandwich Generation คือคนที่ดูแลทั้งพ่อแม่และลูกพร้อมกัน นิยามด้วยภาระในครอบครัว ไม่ใช่ปีเกิด การสำรวจประชากรสูงอายุปี 2567 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติพบว่าบุตรเป็นแหล่งรายได้หลักอันดับหนึ่งของผู้สูงอายุ ร้อยละ 35.7 อัตราส่วนเกื้อหนุนลดเหลือ 3.2 และการมีผู้ดูแลเพิ่มเป็นร้อยละ 32.8 ในวัย 80 ปีขึ้นไป กรมสรรพากรให้ลูกลดหย่อนค่าเลี้ยงดูพ่อแม่คนละ 30,000 บาท และเบี้ยประกันสุขภาพพ่อแม่ไม่เกิน 15,000 บาท ภายใต้เงื่อนไขเรื่องอายุและรายได้ของพ่อแม่ ร้านที่ขายสินค้าสำหรับผู้สูงอายุควรคุยกับลูกที่จ่ายเงินและพ่อแม่ที่ใช้ของแยกกัน และให้พ่อแม่ได้ตัดสินใจในเรื่องที่ตัวเองต้องใช้

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ลูกหลายคนช่วยกันเลี้ยงพ่อแม่ ใครลดหย่อนภาษีได้

ตามหน้าคำถามคำตอบของกรมสรรพากร พ่อแม่หนึ่งคนให้ลูกที่มีหนังสือรับรองแบบ ล.ย.03 ใช้สิทธิได้เพียงคนเดียว พี่น้องจึงควรตกลงกันก่อนยื่นภาษีว่าใครจะใช้สิทธิของพ่อ และใครจะใช้สิทธิของแม่

### โฆษณาสินค้าสำหรับผู้สูงอายุควรเล็งไปที่ใคร

เล็งทั้งสองคนด้วยข้อความคนละแบบ ข้อความถึงลูกพูดเรื่องการส่งของ การติดตั้ง การรับประกัน และช่องทางที่ลูกติดตามได้จากระยะไกล ข้อความถึงพ่อแม่พูดเรื่องวิธีใช้และความสะดวกในชีวิตประจำวัน

### ร้านเก็บข้อมูลสุขภาพของพ่อแม่ลูกค้าได้ไหม

PDPA จัดเรื่องสุขภาพไว้ในกลุ่มที่ต้องระวังเป็นพิเศษ คนที่ต้องตกลงให้ร้านเก็บคือพ่อหรือแม่ผู้เป็นเจ้าของข้อมูลเอง ลูกที่จ่ายเงินตกลงแทนไม่ได้ ร้านควรจดแค่สิ่งที่ต้องใช้ตั้งค่าหรือดูแลสินค้า เช่น ข้อจำกัดการได้ยินหรือการมองเห็น และไม่เก็บประวัติการรักษาที่ไม่เกี่ยวกับสินค้า

### พ่อแม่ไม่อยากให้ลูกเสียเงิน จะขายอย่างไร

ให้พ่อแม่เป็นคนเลือกรุ่นหรือแบบเอง แล้วให้ลูกเป็นคนจ่าย พ่อแม่หลายคนรับของได้ง่ายขึ้นเมื่อได้ตัดสินใจเองในเรื่องที่ตัวเองต้องใช้ทุกวัน ลูกจัดการเรื่องเงิน ส่วนพ่อแม่ได้รักษาการตัดสินใจของตัวเองไว้

### ช่องทางไหนเข้าถึงคนที่แบกภาระสองทางได้ดี

ช่องทางที่ตอบได้นอกเวลางาน เพราะคนกลุ่มนี้มักมีเวลาหลังส่งลูกเข้านอน แชตที่ตอบเรื่องการส่งของไปต่างจังหวัดและการนัดติดตั้งได้ในข้อความเดียว ช่วยลดเวลาที่ลูกต้องโทรประสานหลายทาง และข้อความที่ตอบไว้แล้วยังส่งต่อให้พี่น้องคนอื่นอ่านได้ทันที ไม่ต้องเล่าซ้ำ

### ลูกอยู่ไกล ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกับพ่อแม่ ร้านต้องทำอะไรเพิ่ม

ต้องทำให้ลูกเห็นว่าของถึงมือพ่อแม่แล้วและใช้งานได้จริง เช่น ส่งภาพตอนติดตั้งเสร็จ แจ้งชื่อช่างที่ไปบ้าน และนัดโทรหาพ่อแม่หลังส่งของหนึ่งสัปดาห์เพื่อถามว่าใช้เป็นหรือยัง ลูกที่อยู่ต่างจังหวัดจ่ายเงินได้ แต่ตรวจเองไม่ได้ว่าพ่อแม่ใช้ของเป็นหรือไม่

### ธุรกิจแบบไหนได้ประโยชน์จากการเข้าใจกลุ่มนี้มากที่สุด

ธุรกิจที่ขายของหรือบริการที่พ่อแม่ใช้แต่ลูกจ่าย เช่น อุปกรณ์สุขภาพ ประกันสุขภาพ บริการดูแลที่บ้าน รถรับส่งไปโรงพยาบาล และการปรับบ้านให้ปลอดภัยกับผู้สูงอายุ

## สินค้าสำหรับพ่อแม่ขายได้เมื่อทั้งลูกและพ่อแม่ได้คำตอบของตัวเอง

ก่อนทำโฆษณารอบหน้า ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยคุยกับลูกค้าทั้งสองฝั่ง แล้วแยกข้อความถึงคนจ่ายกับคนใช้ในทุกขั้นของการซื้อ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
