# Retargeting Remarketing ตามคนเข้าเว็บด้วยโฆษณากี่วันดี

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/retargeting-remarketing-explained · เผยแพร่ 17 พฤษภาคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Google Ads เรียก remarketing ว่า your data ระยะเป็นสมาชิกเริ่มที่ 30 วัน ตั้งได้ถึง 540 วัน และกลุ่มต้องมีผู้ใช้ 100 คน วิธีตั้งระยะจากรอบการซื้อจริงของร้าน

## Key Takeaways

- **Google Ads เปลี่ยนชื่อ remarketing เป็น your data หรือกลุ่มข้อมูลของผู้ลงโฆษณา** — ครอบคลุมคนเข้าเว็บ ผู้ใช้แอป คนที่ดูวิดีโอ YouTube รายชื่อลูกค้า และคนที่กรอกฟอร์มลีด
- **ระยะเป็นสมาชิกของกลุ่มคนเข้าเว็บเริ่มที่ 30 วัน และตั้งได้สูงสุด 540 วัน** — คนที่กลับมาเว็บอีกครั้งจะเริ่มนับใหม่ และการเปลี่ยนระยะมีผลกับสมาชิกเดิมทั้งหมด
- **กลุ่มต้องมีผู้ใช้ที่ใช้งานอย่างน้อย 100 คนใน 30 วันล่าสุดก่อนโฆษณาจะแสดง** — ทั้งบน Display, Search และ YouTube

Google Ads เปลี่ยนชื่อฟีเจอร์ remarketing เป็น your data หรือกลุ่มข้อมูลของผู้ลงโฆษณา แต่หลักการยังเหมือนเดิม คือแสดงโฆษณาให้คนที่เคยเข้าเว็บ ใช้แอป หรือดูวิดีโอของธุรกิจแล้ว ค่าที่ร้านต้องตั้งเองทุกครั้งที่สร้างกลุ่มคนเข้าเว็บ คือคนหนึ่งคนจะอยู่ในกลุ่มนานกี่วัน ค่าตั้งต้นคือ 30 วัน และตั้งได้ถึง 540 วัน

ตัวเลขนี้ไม่มีค่าที่ถูกสำหรับทุกร้าน ร้านกาแฟดริปที่ลูกค้าซื้อเมล็ดใหม่ทุกสามสัปดาห์ กับร้านโซฟาที่ลูกค้าใช้เวลาหลายเดือนกว่าจะตัดสินใจ ต้องการระยะต่างกันมาก ข้อมูลที่ใช้ตั้งตัวเลขนี้มีอยู่ในประวัติการซื้อของร้านเองแล้ว

## Google Ads เรียก remarketing ว่าอะไรตอนนี้

[หน้ากลุ่มข้อมูลของผู้ลงโฆษณาใน Google Ads](https://support.google.com/google-ads/answer/2453998) อธิบายว่า your data คือชื่อใหม่ของ remarketing ใช้ติดต่อคนที่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับธุรกิจอีกครั้ง ทั้งบนมือถือและคอมพิวเตอร์ ประเภทที่หน้านั้นระบุมีดังนี้

1. **คนเข้าเว็บ** แสดงโฆษณาให้คนที่เคยเข้าเว็บขณะดูเว็บและแอปในเครือข่ายดิสเพลย์
2. **กลุ่มที่ระบบสร้างให้อัตโนมัติ** จากคนที่มีส่วนร่วมกับเว็บของผู้ลงโฆษณา
3. **Dynamic remarketing** แสดงสินค้าหรือบริการที่คนนั้นเคยเปิดดู
4. **โฆษณาบน Search** แสดงให้คนที่เคยเข้าเว็บเมื่อเขาค้นหาต่อบน Google
5. **ผู้ใช้ YouTube** คนที่เคยดูวิดีโอหรือมีปฏิสัมพันธ์กับช่อง
6. **Customer Match** รายชื่อลูกค้าที่ธุรกิจอัปโหลดเอง
7. **ผู้ใช้แอป** ต้องเปิดการเก็บข้อมูลไว้ก่อน
8. **ฟอร์มลีด** คนที่ส่งฟอร์มลีดใน Google Ads

เนื้อหาต่อจากนี้ว่าด้วยข้อแรก คือกลุ่มคนเข้าเว็บ ส่วนรายชื่อลูกค้าที่อัปโหลดเข้า Customer Match มีเงื่อนไขเรื่องแหล่งที่มาของรายชื่อต่างหาก อธิบายไว้ใน[Second-Party Data รายชื่อพาร์ตเนอร์ใช้ Customer Match ได้ไหม](https://phygital.co.th/insights/second-party-data-explained)

### Retargeting กับ Remarketing ต่างกันไหม

คนทำโฆษณาใช้สองคำนี้แทนกันได้ ทั้งคู่หมายถึงการกลับไปแสดงโฆษณาให้คนที่เคยแวะมาหาธุรกิจแล้ว Google ใช้คำว่า remarketing เป็นชื่อฟีเจอร์ในบัญชีมาตลอด ก่อนเปลี่ยนเป็น your data ส่วนเครื่องมือโฆษณาอื่นหลายเจ้าใช้คำว่า retargeting สิ่งที่ร้านต้องแยกให้ออกจึงไม่ใช่ชื่อ แต่เป็นแหล่งของรายชื่อ รายชื่อที่มาจากพฤติกรรมบนเว็บหรือแอปของร้าน กับรายชื่อที่ร้านอัปโหลดจากข้อมูลลูกค้า อยู่ใต้เงื่อนไขคนละชุด

### Dynamic remarketing ต่างจากกลุ่มคนเข้าเว็บทั่วไปอย่างไร

ต่างที่ตัวโฆษณา กลุ่มคนเข้าเว็บทั่วไปแสดงโฆษณาชุดเดียวกันให้ทุกคนในกลุ่ม ส่วน dynamic remarketing แสดงสินค้าหรือบริการที่แต่ละคนเคยเปิดดูบนเว็บ ร้านที่มีสินค้าหลายร้อยรายการได้ประโยชน์จากแบบนี้มากกว่าร้านที่ขายไม่กี่อย่าง เพราะคนที่เปิดดูรองเท้าวิ่งจะเห็นรองเท้าวิ่ง ไม่ใช่ป้ายโปรโมชันทั้งร้าน แต่ต้องมีรายการสินค้าพร้อมรูปและราคาที่ระบบอ่านได้ ร้านที่ขายสินค้าไม่กี่รายการ ใช้กลุ่มคนเข้าเว็บทั่วไปก็พอ

## ระยะเป็นสมาชิกทำงานอย่างไร

[หน้าวิธีทำงานของกลุ่มข้อมูลของผู้ลงโฆษณา](https://support.google.com/google-ads/answer/2472738) ระบุว่าระยะเป็นสมาชิกของกลุ่มบนเครือข่ายดิสเพลย์และ Google Search มีค่าตั้งต้น 30 วัน และตั้งได้สูงสุด 540 วัน คนที่อยู่ในกลุ่มจะถูกนำออกเมื่อระยะหมด เว้นแต่เขากลับมาใช้เว็บหรือแอปอีกครั้ง

กลไกที่ทำให้ระยะนี้ยืดได้เอง คือทุกครั้งที่มีคนเปิดหน้าที่ติดแท็กของ Google Ads เวลาบันทึกของคนนั้นจะถูกอัปเดต คนที่กลับมาเว็บทุกเดือนจึงไม่หลุดจากกลุ่ม 30 วัน ส่วนคนที่เข้าครั้งเดียวแล้วหายไปจะหลุดเมื่อครบ 30 วัน หน้าเดียวกันระบุว่าคนจะถูกเพิ่มเข้ากลุ่มภายในไม่กี่วินาทีหลังเปิดหน้า

### เปลี่ยนระยะกลางแคมเปญเกิดอะไรขึ้น

การเปลี่ยนระยะมีผลกับสมาชิกทั้งที่อยู่ในกลุ่มแล้วและที่จะเข้ามาใหม่ ถ้าร้านลดระยะจาก 90 วันเหลือ 30 วัน คนที่เข้าเว็บเกิน 30 วันมาแล้วจะถูกนำออกจากกลุ่มทันที กลุ่มจะเล็กลงในวันเดียว ร้านที่อยากทดลองระยะที่สั้นลงจึงสร้างกลุ่มใหม่อีกกลุ่มด้วยระยะใหม่ แล้วเทียบผลสองกลุ่มคู่กัน แทนการแก้กลุ่มเดิมที่แคมเปญใช้อยู่

### ตั้งระยะจากรอบการซื้อของร้านอย่างไร

เริ่มจากถามว่าลูกค้าส่วนใหญ่ใช้เวลากี่วันนับจากเข้าเว็บครั้งแรกจนถึงวันซื้อ และลูกค้าที่ซื้อแล้วกลับมาซื้อซ้ำหลังกี่วัน ร้านที่ขายผ่านเว็บหาตัวเลขที่สองได้จากตาราง Cohort ใน GA4 โดยดูว่าลูกค้าแต่ละรุ่นกลับมาซื้อมากในสัปดาห์ที่เท่าไร วิธีอ่านตารางอยู่ใน[Cohort Analysis ใน GA4 ลูกค้าที่ได้มาสัปดาห์นี้กลับมากี่คน](https://phygital.co.th/insights/cohort-analysis-explained)

ตัวเลขแรกบอกระยะของกลุ่มคนที่ยังไม่ซื้อ ถ้าคนส่วนใหญ่ซื้อภายในสองสัปดาห์หลังเข้าเว็บครั้งแรก การตามต่อถึง 540 วันก็คือการจ่ายค่าโฆษณาให้คนที่ตัดสินใจไปแล้ว ตัวเลขที่สองบอกเวลาที่เหมาะจะกลับไปชวนลูกค้าเดิม ร้านที่ลูกค้าซื้อซ้ำทุกเดือนใช้กลุ่มคนที่ซื้อแล้วในช่วง 30-60 วันได้ ส่วนร้านที่ลูกค้าซื้อปีละครั้ง ต้องใช้ระยะที่ยาวพอจะครอบรอบนั้น

### ใช้กลุ่มคนเข้าเว็บกับโฆษณา Search อย่างไร

[หน้ากลุ่มข้อมูลสำหรับโฆษณา Search](https://support.google.com/google-ads/answer/2701222) อธิบายสองวิธี วิธีแรกคือเพิ่มราคาประมูลของคีย์เวิร์ดเดิมเมื่อคนที่เคยเข้าเว็บค้นหา ตัวอย่างในหน้านั้นคือเพิ่ม 25% สำหรับคนที่เข้าเว็บใน 30 วันล่าสุด วิธีที่สองคือประมูลคีย์เวิร์ดที่กว้างกว่าเดิมเฉพาะกับคนที่เคยเข้าเว็บหรือเคยซื้อ เช่น ร้านที่ปกติไม่ประมูลคำว่า "ของขวัญ" เพราะกว้างเกิน อาจประมูลคำนั้นเฉพาะคนที่เคยเปิดหน้าสินค้าของร้านมาแล้ว หน้าเดียวกันให้ติดแท็กทุกหน้าของเว็บ และสร้างกลุ่มแบบผสมเพื่อเลือกเฉพาะคนที่เปิดหน้าที่กำหนดได้

ตัวเลขขั้นต่ำในหน้านี้ไม่ตรงกับหน้าวิธีทำงานของกลุ่มข้อมูล หน้าสำหรับ Search ยังเขียนว่ากลุ่มต้องมีอย่างน้อย 1,000 คุกกี้ก่อนใช้กับ Search ได้ ขณะที่หน้าวิธีทำงานเขียนว่า Search ต้องมีผู้ใช้ที่ใช้งาน 100 คนใน 30 วัน เมื่อหน้าช่วยเหลือสองหน้าให้ตัวเลขต่างกัน สถานะและขนาดกลุ่มที่บัญชีแสดงอยู่คือตัวที่ใช้ตัดสิน ร้านที่คนเข้าเว็บน้อยจึงควรเปิดดูว่ากลุ่มขึ้นสถานะพร้อมใช้กับ Search หรือยัง ก่อนสรุปว่าแคมเปญไม่ได้ผล

## กลุ่มต้องใหญ่แค่ไหนก่อนโฆษณาขึ้น

หน้าเดียวกันระบุว่ากลุ่มที่ใช้กับเครือข่ายดิสเพลย์ Google Search และ YouTube ต้องมีผู้เข้าชมหรือผู้ใช้ที่ใช้งานอย่างน้อย 100 คนในช่วง 30 วันล่าสุด โฆษณาจึงจะแสดง สำหรับรายชื่อลูกค้า เงื่อนไข 100 คนนี้ใช้กับรายชื่อที่อัปโหลดหรืออัปเดตตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2024 เป็นต้นไป

เงื่อนไขนี้ทำให้ร้านที่คนเข้าเว็บน้อยต้องระวังการแบ่งกลุ่มละเอียดเกินไป กลุ่มคนที่เปิดดูหน้าสินค้าชิ้นเดียวแล้วไม่ซื้อภายในเจ็ดวัน อาจไม่ถึง 100 คนเลย ทางแก้คือรวมหน้าสินค้าในหมวดเดียวกันเป็นกลุ่มเดียว หรือเพิ่มระยะเป็นสมาชิกให้ยาวพอจะสะสมคนได้ถึงเกณฑ์

### กลุ่มที่ไม่ได้ใช้นานจะเป็นอย่างไร

Google Ads จะปิดกลุ่มเองถ้าไม่ได้ใช้กลุ่มนั้นในการกำหนดเป้าหมายของแคมเปญหรือกลุ่มโฆษณานาน 540 วัน สถานะเปิดหมายถึงกลุ่มยังรับคนใหม่เข้ามา สถานะปิดหมายถึงกลุ่มหยุดเพิ่มคนแต่ยังใช้กำหนดเป้าหมายได้ ร้านเปิดกลุ่มกลับมาใหม่ได้ทุกเมื่อ และการเปลี่ยนสถานะไม่กระทบแท็กหรือการตั้งค่าของกลุ่ม ร้านที่หยุดโฆษณาช่วงนอกฤดูแล้วกลับมาใหม่ จึงต้องเปิดดูสถานะกลุ่มก่อนเริ่มแคมเปญ ไม่อย่างนั้นอาจใช้กลุ่มที่หยุดเติบโตไปแล้วโดยไม่รู้ตัว

## ความถี่และการตัดคนที่ซื้อแล้ว

ระยะเป็นสมาชิกบอกว่าตามนานแค่ไหน แต่ไม่ได้บอกว่าคนหนึ่งจะเห็นโฆษณากี่ครั้ง [หน้าการจำกัดความถี่ของ Google Ads](https://support.google.com/google-ads/answer/117579) ระบุว่าการจำกัดความถี่ใช้ได้กับแคมเปญดิสเพลย์และแคมเปญวิดีโอ แคมเปญดิสเพลย์ตั้งได้ระดับแคมเปญ กลุ่มโฆษณา หรือโฆษณา โดยเลือกช่วงนับได้ทั้งวัน สัปดาห์ และเดือน ส่วนแคมเปญวิดีโอตั้งได้ระดับแคมเปญเท่านั้น และจำกัดได้ทั้งจำนวนการแสดงและจำนวนการดู

หน้าเดียวกันอธิบายว่าแคมเปญดิสเพลย์นับการแสดงด้วยคุกกี้ของบุคคลที่สามเป็นค่าตั้งต้น ถ้าใช้ไม่ได้จะใช้คุกกี้ของบุคคลที่หนึ่งประมาณแทน ส่วนแคมเปญวิดีโอนับตามผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้หรือตามอุปกรณ์ ตัวเลขความถี่จึงเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่การนับคนแบบตรงตัว

### ตัดคนที่ซื้อแล้วออกจากกลุ่มตามได้อย่างไร

ทำได้ด้วยการตั้งกลุ่มคนที่ถึงหน้าขอบคุณหลังชำระเงิน แล้วใช้กลุ่มนั้นเป็นการยกเว้นในแคมเปญที่ตามคนยังไม่ซื้อ หน้ากลุ่มข้อมูลของผู้ลงโฆษณาระบุว่าตอนนี้การยกเว้นเพิ่มได้เฉพาะกลุ่มข้อมูลของผู้ลงโฆษณาและกลุ่มที่กำหนดเอง ร้านจึงต้องสร้างกลุ่มคนซื้อแล้วไว้เองก่อน ระยะของกลุ่มยกเว้นนี้ควรยาวกว่าระยะของกลุ่มที่ตาม ไม่อย่างนั้นคนที่ซื้อไปแล้วจะหลุดจากกลุ่มยกเว้นก่อน แล้วกลับมาเห็นโฆษณาชวนซื้อของที่เพิ่งซื้อ

### หน้าไหนติดแท็กเก็บกลุ่มไม่ได้

หน้าวิธีทำงานของกลุ่มข้อมูลระบุว่า Google Ads ไม่อนุญาตให้ติดแท็กบนหน้าที่เกี่ยวกับข้อเสนอที่นโยบายจำกัด ธุรกิจสุขภาพเป็นตัวอย่างที่เห็นชัด เพราะกลุ่มเป้าหมายที่สร้างจากพฤติกรรมบนหน้าบริการทางการแพทย์ใช้ไม่ได้หลายกรณี รายละเอียดตามนโยบายของ Google และ Meta อยู่ใน[โฆษณาคลินิกบน Google และ Meta กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/clinic-medical-advertising-agency)

### Retargeting ผ่านเครื่องมือซื้อสื่ออัตโนมัติต่างอย่างไร

กลุ่มคนเข้าเว็บใช้กับเครื่องมือซื้อสื่ออัตโนมัติที่ประมูลพื้นที่บนเว็บจำนวนมากได้ด้วย เมื่อโฆษณาตามคนไปนอกเครือข่ายของ Google คำถามที่เพิ่มเข้ามาคือเงินค่าโฆษณาไปถึงเว็บที่โฆษณาขึ้นจริงหรือเปล่า วิธีตรวจผู้ขายพื้นที่อยู่ใน[Programmatic Advertising ตรวจผู้ขายด้วย ads.txt](https://phygital.co.th/insights/programmatic-advertising-explained)

## ระยะเป็นสมาชิกแยกตามรอบการซื้อ

**PHYGITAL AGENCY** เริ่มทดลองจากตัวเลขในสองคอลัมน์ขวา แล้วปรับตามข้อมูลการซื้อของแต่ละร้าน ทุกค่าอยู่ในกรอบ 30 ถึง 540 วันที่ Google Ads กำหนด

| รอบการซื้อของสินค้า        | ตัวอย่างสินค้า                 | ระยะกลุ่มคนยังไม่ซื้อ | ระยะกลุ่มยกเว้นคนซื้อแล้ว          |
| ------------------------------ | ------------------------------- | -------------------------- | --------------------------------------- |
| ซื้อซ้ำทุกเดือน             | เมล็ดกาแฟ อาหารสัตว์          | 14-30 วัน                  | 30 วัน แล้วเปิดกลุ่มชวนซื้อซ้ำต่อ |
| ตัดสินใจในไม่กี่สัปดาห์   | เสื้อผ้า เครื่องสำอาง          | 30 วัน                     | 90 วัน                                  |
| ตัดสินใจเป็นเดือน           | เฟอร์นิเจอร์ คอร์สเรียน        | 90-180 วัน                 | 365 วัน                                 |
| ซื้อปีละครั้งหรือนานกว่า | ประกันรถ แพ็กเกจท่องเที่ยว | 180-540 วัน                | 540 วัน                                 |

แถวไหนที่กลุ่มคนยังไม่ซื้อไม่ถึง 100 คนในช่วง 30 วัน ให้รวมหน้าในหมวดเดียวกันเข้าด้วยกันก่อนยืดระยะ เพราะการยืดระยะอย่างเดียวเพิ่มคนที่ตัดสินใจไปแล้วเข้ามาในกลุ่ม

## สรุป

Google Ads เรียก remarketing ว่า your data ครอบคลุมคนเข้าเว็บ ผู้ใช้แอป YouTube รายชื่อลูกค้า และฟอร์มลีด กลุ่มคนเข้าเว็บมีระยะเป็นสมาชิกตั้งต้น 30 วัน ตั้งได้ถึง 540 วัน คนที่กลับมาเว็บเริ่มนับใหม่ และการเปลี่ยนระยะมีผลกับสมาชิกเดิมทันที กลุ่มต้องมีผู้ใช้ที่ใช้งานอย่างน้อย 100 คนใน 30 วันล่าสุดโฆษณาจึงแสดง และกลุ่มที่ไม่ได้ใช้ 540 วันจะถูกปิด การจำกัดความถี่ใช้ได้กับแคมเปญดิสเพลย์และวิดีโอ ส่วนการตัดคนที่ซื้อแล้วต้องสร้างกลุ่มคนซื้อไว้เองแล้วใช้เป็นการยกเว้น ระยะที่ร้านตั้งจึงควรมาจากเวลาที่ลูกค้าใช้ตัดสินใจและรอบการซื้อซ้ำที่วัดได้จากข้อมูลของร้านเอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Retargeting และ Remarketing คืออะไร

ทั้งสองคำหมายถึงการตามคนที่รู้จักธุรกิจแล้วด้วยโฆษณา เช่น คนที่เปิดหน้าสินค้าแต่ยังไม่จ่ายเงิน ในบัญชี Google Ads ฟีเจอร์นี้ปัจจุบันชื่อ your data ส่วนเครื่องมืออื่นหลายเจ้ายังใช้คำว่า retargeting

### Membership duration ใน Google Ads ตั้งได้นานสุดเท่าไร

ยาวได้ราวหนึ่งปีครึ่ง ส่วนร้านที่ไม่แก้ค่าจะได้หนึ่งเดือน ระยะที่เหมาะผูกกับเวลาที่ลูกค้าของร้านใช้ตัดสินใจซื้อ

### ทำไมตั้งกลุ่มคนเข้าเว็บแล้วโฆษณาไม่แสดง

สาเหตุหนึ่งคือกลุ่มยังมีผู้ใช้ที่ใช้งานไม่ถึง 100 คนในช่วง 30 วันล่าสุด ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำของดิสเพลย์ Search และ YouTube

### Frequency cap ใช้กับแคมเปญแบบไหนได้

ใช้กับแคมเปญแสดงภาพบนเว็บและแอปพันธมิตร และแคมเปญวิดีโอบน YouTube การจำกัดความถี่ช่วยกันไม่ให้คนเดิมเห็นโฆษณาชิ้นเดิมจนรำคาญ

### ติดแท็กเก็บคนเข้าเว็บทุกหน้าได้ไหม

หน้าที่ขายสินค้าหรือบริการในหมวดที่นโยบายโฆษณาจำกัดไว้ใช้เก็บกลุ่มไม่ได้ ร้านต้องแยกแท็กออกจากหน้าเหล่านั้นก่อนสร้างกลุ่ม

## กลุ่มคนเข้าเว็บที่ตั้งวันตามรอบการซื้อของร้าน

ทีม PHYGITAL AGENCY อ่านรอบการซื้อจากข้อมูลการขายของร้าน แล้วตั้งกลุ่มคนเข้าเว็บ กลุ่มยกเว้นคนซื้อแล้ว และความถี่ของโฆษณาให้ตรงกับจังหวะที่ลูกค้าตัดสินใจ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
