# โฆษณาร้านอาหารบน Grab Food และ LINE MAN คิดเงินต่ออะไร

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/restaurant-advertising-grab-food-line-man-agency · เผยแพร่ 26 สิงหาคม 2567 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Grab มีโฆษณาแบบจ่ายเมื่อเกิดออเดอร์ ต่อคลิก และต่อการเห็น ส่วน LINE MAN คิดต่อคลิกและหักจากบัญชีรายวันของร้าน บทนี้อธิบายวิธีคิดเงินของสองแอปและวิธีวัดความคุ้ม

## Key Takeaways

- **Grab มีวิธีคิดค่าโฆษณาสามแบบสำหรับร้านค้า** — แบบต่อออเดอร์ (CPO) คิดเงินเมื่อโฆษณาทำให้เกิดออเดอร์สำเร็จ ส่วนแบบต่อการเห็นหนึ่งพันครั้ง (CPM) และแบบต่อคลิก (CPC) ยังมีให้เลือก ตามบทความของ Grab ที่เผยแพร่ 12 กันยายน 2567
- **LINE MAN เปลี่ยนโฆษณาของร้านจากคิดต่อการเห็นเป็นคิดต่อคลิกเข้าร้าน** — ร้านตั้งงบต่อวันใน Wongnai Merchant App โฆษณาแสดงเฉพาะเวลาที่ร้านเปิดรับออเดอร์ และเปิดต่อทุกวันจนกว่าร้านจะกดปิด
- **คลิกหรือการเห็นยังไม่ใช่ยอดขาย** — ร้านที่จ่ายต่อคลิกหรือต่อการเห็นต้องคำนวณต้นทุนต่อออเดอร์เอง ถึงจะเทียบความคุ้มระหว่างสองแอปได้

งบโฆษณาในแอปเดลิเวอรีหมดเร็วกว่าที่คิด แต่ยอดออเดอร์ไม่ได้ขึ้นตามอย่างที่หวัง ร้านที่เจอแบบนี้ในเดือนแรกที่ลองกดปุ่มโฆษณา อาจมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่แต่ละแอปคิดเงินต่อสิ่งที่ต่างกัน บางแบบคิดเมื่อมีคนเห็นร้าน บางแบบคิดเมื่อมีคนกดเข้าร้าน และบางแบบคิดเมื่อเกิดออเดอร์ บทนี้รวบรวมวิธีคิดเงินที่ Grab และ LINE MAN เขียนไว้เองในหน้าสำหรับร้านค้า เพื่อให้เจ้าของร้านรู้ว่ากำลังจ่ายเงินให้อะไร และเทียบความคุ้มของสองแอปด้วยตัวเลขชุดเดียวกัน

แหล่งฝั่ง Grab คือ[บทความ Inside Grab เรื่องโฆษณาแบบจ่ายต่อออเดอร์](https://www.grab.com/inside-grab/stories/cost-per-order-pricing-ad-campaign-merchants-msmes/) ลงวันที่ 12 กันยายน 2567 และ[หน้า GrabAds ของประเทศไทย](https://www.grab.com/th/en/business/ads/) ฝั่ง LINE MAN คือบทความจาก Wongnai for Business สามหน้า ได้แก่ [โฆษณาแบบคิดเงินต่อคลิก](https://www.wongnai.com/business-owners/cpc-line-man-ads) ลงวันที่ 18 มกราคม 2565 [คำถามที่พบบ่อยเรื่องระบบโฆษณา](https://www.wongnai.com/business-owners/ad-manager-faq) ลงวันที่ 11 กรกฎาคม 2565 และ[เครดิตโฆษณา](https://www.wongnai.com/business-owners/lineman-ads-credit) ลงวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) รับวางโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย Google และสื่อนอกบ้าน แต่ไม่ได้เข้าไปตั้งโฆษณาในแอปร้านค้าของ Grab หรือ LINE MAN แทนร้าน ปุ่มโฆษณาในแอปเป็นของเจ้าของร้านเอง

## โฆษณาของ Grab คิดเงินได้สามแบบ

บทความของ Grab อธิบายว่าร้านค้าส่วนใหญ่บนแพลตฟอร์มเป็นธุรกิจขนาดเล็กถึงกลาง หลายร้านมีสาขาเดียว และงบการตลาดจำกัด Grab จึงเพิ่มวิธีคิดเงินแบบต่อออเดอร์ และเริ่มทยอยเปิดใช้ตั้งแต่ปี 2566

| วิธีคิดเงิน                | ร้านจ่ายเมื่อไร                        | ตั้งค่าที่ไหนตามบทความ                                   |
| ---------------------------- | ---------------------------------------- | ------------------------------------------------------------ |
| ต่อออเดอร์ (CPO)          | โฆษณาทำให้เกิดออเดอร์สำเร็จ        | Marketing Manager ในแอป GrabMerchant บนมือถือ             |
| ต่อการเห็นพันครั้ง (CPM) | มีคนเห็นโฆษณาครบทุกหนึ่งพันครั้ง | Grab Merchant Portal บนคอมพิวเตอร์ หรือผ่านผู้ดูแลบัญชี |
| ต่อคลิก (CPC)               | มีคนกดโฆษณา                           | Grab Merchant Portal บนคอมพิวเตอร์ หรือผ่านผู้ดูแลบัญชี |

แบบต่อออเดอร์ให้ร้านตั้งงบและราคาประมูลต่อออเดอร์ได้เอง หรือให้ระบบประมูลอัตโนมัติของ Grab แนะนำ ระบบแสดงให้ร้านเห็นว่ามีกี่ออเดอร์ที่เกิดจากโฆษณา บทความยังบอกว่าแบบต่อการเห็นเหมาะกับการสร้างการรับรู้ และแบบต่อคลิกเหมาะกับการพาคนไปหน้าที่ต้องการ

หน้า GrabAds ของประเทศไทยบอกว่าร้านค้าตั้งโฆษณาผ่าน Ad Manager ได้ในสามนาที และร้านเพิ่มการมองเห็นบนหน้าแรกของ GrabFood หรือในผลค้นหาได้

### แบบต่อออเดอร์ไม่มีความเสี่ยงเลยใช่ไหม

บทความของ Grab ใช้คำว่าไม่มีความเสี่ยงในแง่ที่ร้านไม่ต้องจ่ายถ้าไม่มีออเดอร์ แต่ร้านยังจ่ายค่าโฆษณาต่อออเดอร์ บวกกับค่าธรรมเนียมที่แอปหักจากทุกออเดอร์ตามสัญญาของร้าน ราคาประมูลต่อออเดอร์ที่สูงเกินกำไรต่อจานทำให้ร้านขายได้มากขึ้นแต่ขาดทุนมากขึ้น ร้านจึงควรรู้กำไรต่อออเดอร์ของตัวเองก่อนตั้งราคาประมูล

### ระบบบอกได้ไหมว่าออเดอร์ไหนมาจากโฆษณา

สำหรับแบบต่อออเดอร์ บทความของ Grab บอกว่าระบบติดตามผลของแคมเปญและแสดงจำนวนออเดอร์ที่เกิดจากโฆษณาให้ร้านเห็น ตัวเลขนี้คือฐานของการคิดเงิน ร้านจึงใช้เป็นตัวหารของต้นทุนต่อออเดอร์ได้ทันที ส่วนแบบต่อคลิกและต่อการเห็น บทความไม่ได้บอกว่ารายงานแยกออเดอร์จากโฆษณาไว้แบบเดียวกันหรือไม่ ร้านต้องเปิดรายงานในแอปของตัวเองดู ถ้าไม่มี ให้ใช้วิธีเทียบช่วงเปิดกับช่วงปิดโฆษณาในหัวข้อท้ายบท

## โฆษณา LINE MAN คิดเงินอย่างไร

บทความของ Wongnai for Business เล่าว่าโฆษณาของร้านบน LINE MAN เป็นแบบปักหมุด (Listing Ad) ร้านขึ้นไปอยู่สองอันดับแรกของผลค้นหา เดิมคิดเงินต่อการเห็น ภายหลังเปลี่ยนเป็นคิดต่อคลิกเข้าร้าน เหตุผลที่บทความให้ไว้คือ แบบต่อการเห็นทำให้งบหมดเร็วในช่วงที่มีคนใช้แอปมาก

ขั้นตอนตั้งโฆษณาตามบทความมีสี่ขั้น

1. **เปิด Wongnai Merchant App แล้วกดปุ่ม "โฆษณา"**
2. **กด "เริ่มสร้างโฆษณาบน LINE MAN ตอนนี้"**
3. **เลือกงบต่อวัน** ระบบแสดงงบตั้งต้นเทียบกับจำนวนคลิกที่ร้านน่าจะได้โดยประมาณ
4. **ตรวจการตั้งค่า ติ๊กยืนยันว่ามีอำนาจตัดสินใจลงโฆษณา แล้วกดเริ่ม**

หน้าคำถามที่พบบ่อยให้รายละเอียดเพิ่มหลายข้อที่กระทบงบของร้านโดยตรง

1. **โฆษณาแสดงเฉพาะเวลาที่ร้านรับออเดอร์ได้** ตามเวลาเปิดปิดที่ตั้งใน Wongnai Merchant App และไม่แสดงหรือคิดเงินช่วงร้านปิด
2. **เปลี่ยนเวลาเปิดปิดแล้วระบบใช้เวลาราว 30 นาที** ช่วงแรกหลังกดปิดร้าน โฆษณาอาจยังแสดงอยู่
3. **โฆษณาเปิดต่อเองทุกวัน** ตามงบที่ตั้งไว้ตอนเริ่ม จนกว่าร้านจะกดปิดที่ปุ่มโฆษณา
4. **ค่าโฆษณาถูกหักจากบัญชีประจำวันของร้าน** แบบเดียวกับค่าบริการ GP
5. **ราคาโฆษณาคำนวณรายวันแยกตามพื้นที่** ขึ้นลงตามจำนวนผู้ใช้ จำนวนร้านที่ซื้อโฆษณา และข้อมูลการใช้งานในแต่ละช่วง

### ทำไมงบโฆษณาของ LINE MAN หมดเร็วในบางวัน

หน้าคำถามที่พบบ่อยให้เหตุผลสองข้อ ข้อแรกคือช่วงเวลา มื้อกลางวันและมื้อเย็นมีคนสั่งอาหารมาก โฆษณาจึงถูกเห็นเร็ว ข้อสองคือความหนาแน่นของร้านในพื้นที่ ถ้าร้านประเภทเดียวกันในย่านนั้นลงโฆษณาไม่มาก ร้านที่ลงโฆษณาจะถูกเห็นบ่อยขึ้น งบที่หมดเร็วจึงไม่ได้แปลว่าระบบผิดปกติ แต่ร้านควรดูว่าคลิกเหล่านั้นกลายเป็นออเดอร์หรือไม่

### โฆษณาในแอปกับโฆษณานอกแอปวัดผลต่างกันไหม

ต่างกัน โฆษณาในแอปเดลิเวอรีแสดงต่อคนที่เปิดแอปมาเพื่อสั่งอาหารอยู่แล้ว คนกลุ่มนี้มีความตั้งใจซื้อสูง แต่ก็กำลังเทียบร้านหลายร้านในหน้าเดียวกัน ส่วนโฆษณาบนโซเชียลมีเดียหรือ Google แสดงต่อคนที่ยังไม่ได้คิดจะสั่ง ต้องพาเขาไปหน้าร้านในแอปหรือหน้าสั่งอาหารของร้านอีกทอดหนึ่ง ตัวเลขจากสองฝั่งจึงควรวัดด้วยหน่วยเดียวกันคือต้นทุนต่อออเดอร์ แต่ร้านไม่ควรคาดหวังให้ต้นทุนเท่ากัน เพราะคนที่เห็นโฆษณาอยู่คนละจังหวะของการตัดสินใจ

## เครดิตโฆษณาของ LINE MAN ถูกใช้ก่อนเงินสด

บทความเรื่องเครดิตโฆษณาอธิบายว่า LINE MAN เปลี่ยนคูปองส่วนลดเป็นเครดิตโฆษณา หนึ่งเครดิตเท่ากับหนึ่งบาท ร้านได้เครดิตจากกิจกรรมหรือได้เพื่อทดลองลงโฆษณา กติกาที่ร้านควรรู้มีสี่ข้อ

1. **ระบบหักเครดิตก่อนเสมอ** แล้วจึงหักเงินสดเฉพาะส่วนต่าง ร้านเลือกลงโฆษณาโดยไม่ใช้เครดิตไม่ได้
2. **เครดิตมีวันหมดอายุทุกครั้ง** ตามเงื่อนไขของแต่ละกิจกรรม
3. **ระบบใช้เครดิตที่ใกล้หมดอายุก่อน**
4. **ปิดโฆษณาแล้วเครดิตที่เหลือไม่หาย** ใช้ต่อได้จนกว่าจะหมดอายุ

ตัวอย่างในบทความคือร้านตั้งงบวันละ 150 บาท มีเครดิต 100 บาท สิ้นวันใช้ค่าโฆษณาไป 120 บาท ร้านจ่ายเงินจริง 20 บาท ส่วนร้านที่มีเครดิต 500 บาทและใช้ไป 120 บาท ไม่ต้องจ่ายเงินสดในวันนั้น และเครดิตที่เหลือเก็บไว้ใช้ครั้งต่อไป

### เครดิตฟรีทำให้ตัวเลขความคุ้มเพี้ยนได้ไหม

ได้ ถ้าร้านดูแค่เงินสดที่จ่าย เดือนที่มีเครดิตจะดูคุ้มกว่าความจริง ร้านควรคิดต้นทุนต่อออเดอร์จากค่าโฆษณาทั้งหมดที่ระบบหัก รวมส่วนที่จ่ายด้วยเครดิต แล้วค่อยแยกดูว่าเงินสดจริงออกไปเท่าไร

## ตัวเลขในบทนี้มาจากหน้าที่เผยแพร่หลายปีก่อน

แหล่งที่ใช้เป็นหน้าที่สองแพลตฟอร์มเผยแพร่เอง ก่อนนำตัวเลขไปวางแผนงบ ร้านควรรู้ข้อจำกัดห้าข้อนี้

1. **หน้าของ LINE MAN เผยแพร่ปี 2565** รายละเอียดเมนูในแอปและวิธีคิดเงินอาจเปลี่ยนไปแล้ว
2. **ตัวอย่างในหน้าคำถามที่พบบ่อยยังเป็นแบบต่อการเห็น** หน้าเดียวกันบอกว่าคิดเงินต่อคลิก แต่ตัวอย่างการหักงบยกอัตรา 50 บาทต่อการเห็นหนึ่งพันครั้งในย่านคลองเตย บทนี้จึงไม่ใช้ตัวเลขนั้นเป็นราคาอ้างอิง
3. **บทความของ Grab เขียนระดับภูมิภาค** ไม่ได้ระบุว่าร้านในไทยทุกร้านใช้แบบต่อออเดอร์ได้
4. **ทั้งสองแอปไม่เปิดราคาต่อคลิกหรือต่อออเดอร์** ราคาจริงเห็นได้ในแอปของร้านเท่านั้น
5. **ค่าธรรมเนียม GP ไม่อยู่ในบทนี้** อัตราขึ้นกับสัญญาของแต่ละร้าน

## คำนวณต้นทุนต่อออเดอร์ของร้าน

ต้นทุนต่อออเดอร์หาได้จากสองตัวเลข คือค่าโฆษณาทั้งหมดที่แอปหักในช่วงเวลาหนึ่ง รวมส่วนที่จ่ายด้วยเครดิต หารด้วยจำนวนออเดอร์ที่เกิดจากโฆษณาในช่วงเดียวกัน ถ้าแอปไม่แสดงจำนวนออเดอร์จากโฆษณาแยกไว้ ให้ใช้ยอดออเดอร์ช่วงเปิดโฆษณาลบค่าเฉลี่ยช่วงไม่เปิดเป็นตัวเลขประมาณ ขั้นตอนที่ร้านทำได้เองมีห้าขั้น

1. **จดกำไรต่อออเดอร์** หลังหักต้นทุนอาหาร บรรจุภัณฑ์ และค่า GP ตามสัญญา
2. **เลือกช่วงเวลาเทียบ** อย่างน้อยสองสัปดาห์ที่เปิดโฆษณา และสองสัปดาห์ที่ไม่เปิด
3. **รวมค่าโฆษณาทั้งหมด** รวมเครดิต และจดแยกว่าเงินสดจริงเท่าไร
4. **นับออเดอร์ที่เกิดจากโฆษณา** จากรายงานในแอป หรือจากส่วนต่างของสองช่วง
5. **หารแล้วเทียบกับกำไรต่อออเดอร์** ถ้าต้นทุนต่อออเดอร์สูงกว่ากำไร ลดงบหรือปรับเมนูก่อนเพิ่มงบ

ปุ่มจองและปุ่มสั่งอาหารบน Google ที่พาลูกค้าเข้าร้าน มีเงื่อนไขของตัวเองอยู่ใน[Chatbot ร้านอาหาร ลิงก์จองโต๊ะบน Google ต้องจองได้จริง](https://phygital.co.th/insights/chatbot-restaurant-pos-queue-agency) ภาพรวมของ LINE MAN Wongnai ระดับบริษัทอยู่ใน[LINE MAN Wongnai ร้านค้า 500,000 ร้าน ไรเดอร์ 250,000 คน](https://phygital.co.th/insights/line-man-wongnai-case-study-merger-thai-unicorn) ถ้ายิงโฆษณาบน Facebook เพื่อพาคนไปสั่งอาหาร เรื่องค่าคลิกถูกอยู่ใน[รับยิงแอด Facebook ค่าคลิกถูกยังเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ได้ไหม](https://phygital.co.th/insights/facebook-instagram-ads-agency) ส่วนธุรกิจที่ปิดการขายในแชท วิธีส่งยอดขายจากแชทกลับไปวัดผลโฆษณาอยู่ใน[Chatbot ยิมและฟิตเนส ส่งยอดสมัครจากแชทกลับไปวัดผลโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/chatbot-gym-fitness-class-booking-agency) ขอบเขตงานโฆษณาดูได้ที่หน้า[บริการ Advertising](https://phygital.co.th/solutions/advertising)

### ร้านเล็กที่ไม่มีเวลาทำตารางทุกสัปดาห์ ควรดูตัวเลขไหน

ดูตัวเลขเดียวคือต้นทุนต่อออเดอร์ของเดือนที่ผ่านมา เทียบกับกำไรต่อออเดอร์ที่จดไว้ครั้งเดียว ถ้าต้นทุนยังต่ำกว่ากำไร ร้านเดินต่อได้ ถ้าสูงกว่า ร้านควรหยุดดูว่าปัญหาอยู่ที่งบ เวลาที่เปิดโฆษณา หรือหน้าร้านในแอป

## สรุป

Grab ให้ร้านค้าเลือกจ่ายค่าโฆษณาได้สามแบบ คือต่อออเดอร์สำเร็จ ต่อการเห็นพันครั้ง และต่อคลิก ส่วน LINE MAN คิดต่อคลิกเข้าร้าน หักจากบัญชีรายวันเหมือนค่า GP แสดงเฉพาะเวลาที่ร้านเปิดรับออเดอร์ และเปิดต่อทุกวันจนกว่าร้านจะปิด เครดิตโฆษณาของ LINE MAN ถูกใช้ก่อนเงินสดเสมอและมีวันหมดอายุ แหล่งของ LINE MAN เผยแพร่ปี 2565 ส่วนของ Grab เป็นบทความระดับภูมิภาคปี 2567 และทั้งสองแอปไม่เปิดราคาต่อหน่วย ร้านที่อยากเทียบสองแอปอย่างยุติธรรมควรแปลงทุกอย่างเป็นต้นทุนต่อออเดอร์ แล้ววางเทียบกับกำไรต่อออเดอร์ของตัวเอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### แบบต่อคลิกของ LINE MAN กับแบบต่อออเดอร์ของ Grab เทียบกันตรง ๆ ได้ไหม

เทียบตรง ๆ ไม่ได้ เพราะหน่วยต่างกัน ต้องแปลงค่าโฆษณาแบบต่อคลิกเป็นต้นทุนต่อออเดอร์ก่อน โดยหารค่าโฆษณาทั้งหมดด้วยจำนวนออเดอร์ที่เกิดจากโฆษณาในช่วงเดียวกัน

### ปิดร้านชั่วคราวกลางวัน ต้องปิดโฆษณาด้วยไหม

ตามหน้าคำถามที่พบบ่อยของ LINE MAN โฆษณาจะไม่แสดงและไม่คิดเงินช่วงที่ร้านปิดรับออเดอร์ แต่ระบบใช้เวลาราว 30 นาทีในการอัปเดต ถ้าจะปิดร้านนานกว่านั้น การตั้งเวลาปิดในแอปให้ถูกต้องก็พอ

### ร้านเปิดใหม่ควรเริ่มแบบไหน

ร้านที่เพิ่งเปิดยังไม่มีรีวิวและรูปเมนูที่ครบ คลิกที่ได้อาจไม่กลายเป็นออเดอร์ บทความของ LINE MAN แนะนำให้ใส่รูปเมนูให้ครบ เขียนรายละเอียดเมนูให้เข้าใจง่าย และมีโปรโมชันก่อน แบบต่อออเดอร์ของ Grab เหมาะกับร้านที่ยังไม่รู้ว่าคลิกจะกลายเป็นออเดอร์เท่าไร เพราะร้านจ่ายเฉพาะออเดอร์ที่เกิดขึ้น

### ฟิจิทัลตั้งโฆษณาในแอป Grab หรือ LINE MAN ให้ได้ไหม

ไม่ได้ ปุ่มโฆษณาอยู่ในแอปร้านค้าของเจ้าของร้าน และ LINE MAN ให้ผู้ลงโฆษณายืนยันว่ามีอำนาจตัดสินใจเอง ฟิจิทัลช่วยวางโฆษณานอกแอปและช่วยอ่านตัวเลขจากรายงานของร้าน

### ปิดโฆษณาของ LINE MAN แล้วอยากเปิดใหม่ ต้องตั้งค่าใหม่ทั้งหมดไหม

หน้าคำถามที่พบบ่อยบอกวิธีปิดไว้ที่ปุ่มโฆษณา แล้วกดเมนูสามจุดมุมขวาบน แต่ไม่ได้บอกว่าการเปิดใหม่ใช้ค่าเดิมหรือไม่ ร้านควรจดงบต่อวันที่ใช้อยู่ไว้ก่อนปิด ถ้าต้องตั้งใหม่จะได้เทียบกับช่วงก่อนได้

### งบต่อวันควรตั้งเท่าไร

เริ่มจากกำไรต่อออเดอร์ของร้าน แล้วตั้งงบให้ต้นทุนโฆษณาต่อออเดอร์ต่ำกว่ากำไรนั้น ตัวเลขจริงขึ้นกับราคาในพื้นที่ของร้าน ซึ่งทั้งสองแอปไม่ได้เปิดเผยเป็นตัวเลขกลาง

## สองแอป สองวิธีคิดเงิน วัดด้วยตัวเลขเดียวกันคือต้นทุนต่อออเดอร์

ถ้าต้องการคนช่วยอ่านรายงานโฆษณาจากแอปร้านค้าและวางโฆษณานอกแอปที่พาลูกค้าเข้าร้าน PHYGITAL AGENCY รับฝั่งโซเชียลมีเดียกับ Google และสรุปผลเป็นต้นทุนต่อออเดอร์ให้เทียบกับกำไรของร้านได้ทุกเดือน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
