# Psychedelic Design ตัวอักษรที่อ่านยากจนคนต้องหยุดดูโปสเตอร์

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/psychedelic-design-1960s-poster-art-guide · เผยแพร่ 2 ตุลาคม 2566 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Bill Graham บอก Wes Wilson ว่าโปสเตอร์สวยแต่อ่านไม่ออก Wilson ตอบว่าเพราะอย่างนั้นคนถึงหยุดดู บทนี้อ่านโปสเตอร์ใบนี้ผ่านหน้าการศึกษาของ Denver Art Museum

## Key Takeaways

- **Bill Graham ผู้จัดคอนเสิร์ตที่ Fillmore Auditorium ซานฟรานซิสโก บอก Wes Wilson ว่าโปสเตอร์ของเขา "สวยนะ แต่ผมอ่านไม่ออก"** — Wilson ตอบว่าเพราะอย่างนั้นคนถึงจะหยุดดู หน้าการศึกษาของ Denver Art Museum บันทึกว่า Wilson พูดถูก คนยืนดูโปสเตอร์นานและโยกตัวตามความโค้งของตัวอักษร
- **Wilson เขียนตัวอักษรด้วยมือเปล่า ไม่ใช้ไม้บรรทัด ขยายหรือบีบแต่ละตัวให้พอดีกับรูปทรงของภาพ** — และวางสีแดงกับเขียวสดไว้ชิดกันจนภาพดูสั่น เทคนิคทั้งสามข้อนี้เป็นงานมือของคนคนเดียว ไม่ได้มาจากฟอนต์สำเร็จรูป
- **ช่วงที่งานมากที่สุด Wilson ทำโปสเตอร์ให้สองสถานที่ได้ถึงหกใบต่อเดือน** — และได้ค่าจ้างใบละ 100 ดอลลาร์โดยไม่มีส่วนแบ่ง ขณะที่ Graham ขายโปสเตอร์เป็นธุรกิจที่ทำกำไรมากขึ้นเรื่อย ๆ Wilson จึงเลิกทำให้ Fillmore ในปี 1967

เจ้าของธุรกิจที่บรีฟโปสเตอร์หรือป้ายอีเวนต์ มักขอให้ทุกข้อความอ่านง่ายที่สุด ทั้งที่โปสเตอร์บางยุคตั้งใจให้อ่านยากเพื่อให้คนหยุดมอง โปสเตอร์คอนเสิร์ตใบหนึ่งของ Wes Wilson อยู่ในนิทรรศการ The Psychedelic Experience: Rock Posters from the San Francisco Bay Area, 1965-71 ที่ Denver Art Museum จัดระหว่าง 21 มีนาคมถึง 19 กรกฎาคม 2009 บทนี้อ่านหน้าการศึกษาของพิพิธภัณฑ์ที่อธิบายโปสเตอร์ใบนั้นทีละย่อหน้า เพื่อตอบว่า Psychedelic Design คืออะไร ตัวอักษรเขียนมือทำงานอย่างไร และคนบรีฟโปสเตอร์วันนี้ควรยอมให้ข้อความส่วนไหนอ่านยาก

"Well, it's nice, but I can't read it." Bill Graham พูดประโยคนี้เมื่อเห็นแบบโปสเตอร์ใบหนึ่งของ Wes Wilson Wilson ตอบกลับว่า "Yeah, and that's why people are gonna' stop and look at it." สองประโยคนี้บันทึกอยู่ใน[หน้าการศึกษาของ Denver Art Museum](https://www.denverartmuseum.org/en/edu/object/association-quicksilver-messenger-service-fillmore-auditorium-san-francisco) ที่อธิบายโปสเตอร์คอนเสิร์ตวง Association และ Quicksilver Messenger Service ที่ Fillmore Auditorium เลขทะเบียน 2009.515

## บทสนทนาเรื่องโปสเตอร์ที่อ่านไม่ออก

หน้าของพิพิธภัณฑ์เล่าต่อว่าคนที่เจอโปสเตอร์ของ Wilson ใช้เวลาดูนาน และ Graham เองสังเกตว่าคนดู "โยกตัวไปมา" เพื่อไล่ตามความโค้งของคำและตัวอักษร โปสเตอร์ที่อ่านยากจึงทำงานสองชั้น ชั้นแรกหยุดคนที่เดินผ่าน ชั้นที่สองทำให้คนที่หยุดแล้วใช้เวลากับชื่อวงและวันแสดงนานขึ้น

### ใครเป็นคนตัดสินว่าอ่านยากเกินไป

ในเรื่องนี้ ผู้จัดงานกับนักออกแบบเห็นต่างกัน Graham มองจากมุมคนที่ต้องขายบัตร ส่วน Wilson มองจากมุมคนที่เดินผ่านเสาไฟฟ้าและหน้าร้าน หน้าพิพิธภัณฑ์ไม่ได้บอกว่า Graham เปลี่ยนใจเมื่อไร แต่ระบุว่าช่วงที่ Wilson ทำงานให้ Graham อย่างเดียว Graham ปล่อยให้เขาทำเองเกือบทั้งหมด Wilson เล่าว่า Graham "ยุ่งเกินกว่าจะมาคุยด้วย" และชอบที่ Wilson ทำโปสเตอร์ได้โดยไม่ต้องสั่งอะไร

### ทำไมคนที่ Fillmore ยอมเสียเวลาอ่าน

หน้าพิพิธภัณฑ์อธิบายว่า Wilson เองเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มวัฒนธรรมทางเลือกที่เขาตั้งใจสื่อสารด้วย โปสเตอร์จึงพูดภาษาเดียวกับคนดู ผลแบบนี้จึงใช้ได้กับกลุ่มคนที่มีเหตุผลอยากอ่านอยู่แล้ว ป้ายที่ต้องสื่อสารกับคนทั่วไปที่ไม่มีเหตุผลนั้นอาจไม่ได้ผลเท่ากัน

## Psychedelic Design คืออะไร ในความหมายของพิพิธภัณฑ์

Denver Art Museum ให้ความหมายไว้ตรงไปตรงมา โปสเตอร์ไซเคเดลิกเริ่มต้นจากโฆษณางานเต้นรำที่มีดนตรีสดในซานฟรานซิสโก ระหว่างปี 1965 ถึง 1971 งานออกแบบตั้งใจสะท้อนประสบการณ์ในห้องแสดง ทั้งการเคลื่อนไหว สีสัน และภาพที่ดึงประสาทสัมผัสหลายทาง ตัวสไตล์จึงเกิดจากงานรับจ้างทำโฆษณาก่อน แล้วค่อยกลายเป็นงานสะสม

### โปสเตอร์ถูกติดที่ไหน และหายไปไหน

โปสเตอร์ถูกติดบนเสาโทรศัพท์และหน้าต่างร้านค้า และถูกขโมยไปติดผนังหรือตู้เย็นที่บ้านบ่อยครั้ง Chet Helms ผู้จัดงานที่ Avalon Ballroom เล่าว่าเคยติดโปสเตอร์ทั้งถนนแล้วเดินย้อนกลับมาไม่กี่นาทีต่อมา พบว่าหายไปแล้ว 90% แต่เขาเรียนรู้ว่าโปสเตอร์ที่ถูกเอากลับไปติดตู้เย็นคือโปสเตอร์ที่ไปถึงกลุ่มคนที่เขาอยากสื่อสารด้วยพอดี

### ตัวอักษรโค้งแบบนี้มาจากไหน

บทความของ [Letterform Archive](https://letterformarchive.org/news/die-flache-facsimile-and-the-vienna-secession/) คลังงานออกแบบตัวอักษรในซานฟรานซิสโก (25 กันยายน 2023) ระบุว่านักทำโปสเตอร์ยุคนี้อย่าง Wes Wilson, Bonnie MacLean และ Victor Moscoso ได้แรงบันดาลใจจากตัวอักษรโค้งที่ "อ่านได้ครึ่ง ๆ" ของงานกราฟิกยุโรปราวปี 1900 โดยเฉพาะงานของ Alfred Roller และ Leopold Forstner ที่ลงในหนังสือ Die Fläche ของกลุ่ม Vienna Secession ต้นทางของเส้นโค้งยุคนั้นเล่าไว้ใน[Art Nouveau คืออะไร อ่านจากอาคารของ Horta สามหลังที่ถูกรื้อ](https://phygital.co.th/insights/art-nouveau-organic-design-mucha-guide)

## สามเทคนิคมือในโปสเตอร์ใบเดียว

หน้าพิพิธภัณฑ์ชี้รายละเอียดของโปสเตอร์ใบนี้ไว้สามจุด แต่ละจุดทำด้วยมือและตัดสินใจทีละตัวอักษร

| เทคนิค                         | ที่เห็นในโปสเตอร์                       | ผลต่อคนดู                           | ความเสี่ยงถ้าเอาไปใช้                      |
| ------------------------------ | ------------------------------------------ | -------------------------------------- | ----------------------------------------------- |
| เขียนตัวอักษรด้วยมือเปล่า | ตัวอักษรนูนเป็นสามมิติ บิดเป็นคลื่น | ตัวอักษรกลายเป็นส่วนหนึ่งของภาพ | ชื่อวงหรือชื่อร้านอ่านไม่ออกในระยะไกล |
| ให้ตัวอักษรเข้ารูปทรงภาพ | แต่ละตัวถูกบีบให้อยู่ในรูปเปลวไฟ  | สายตาไล่ตามเส้นโค้งทั้งแผ่น      | ข้อมูลสำคัญเล็กลงตามรูปทรง                |
| วางสีสดคู่ตรงข้าม         | แดงสดชิดเขียวสด                        | รูปทรงดูสั่น                        | คนที่มองสีแดงเขียวแยกยากอ่านไม่ออก    |

### เขียนตัวอักษรด้วยมือเปล่าต่างจากใช้ฟอนต์อย่างไร

Wilson บอกว่าเขาชอบทำงานด้วยมือเปล่า "ไม่มีไม้บรรทัด" ถ้าตัวไหนต้องกว้างขึ้นก็ขยายเอง ฟอนต์สำเร็จรูปทำแบบนี้ไม่ได้ เพราะฟอนต์ใช้รูปตัวอักษรเดิมซ้ำทุกครั้ง ส่วนงานมือปรับทีละตัวให้เข้ากับพื้นที่ตรงหน้า ตัวอักษรในโปสเตอร์ของ Wilson จึงดูเป็นสามมิติและเป็นคลื่น ซึ่งหน้าพิพิธภัณฑ์บอกว่าเป็นลายมือประจำตัวของงานช่วงแรก

### ตัวอักษรในรูปเปลวไฟทำหน้าที่อะไร

ในโปสเตอร์ใบนี้ Wilson ปั้นตัวอักษรทุกตัวให้เข้ากับรูปเปลวไฟทั้งแผ่น เส้นที่ไหลต่อกันสื่อพลังของฝูงคนที่กำลังเต้นและแสงไฟในห้องแสดง ตัวอักษรกับภาพจึงแยกกันไม่ออก และคนดูต้องอ่านเหมือนดูภาพ

### สีแดงชิดสีเขียวทำให้เห็นอะไร

Wilson ใช้สีที่หน้าพิพิธภัณฑ์เรียกว่า "loud" หรือสีจัด เพื่อสะท้อนบรรยากาศในห้องเต้นรำ เมื่อวางแดงสดกับเขียวสดชิดกัน รูปทรงดูเหมือนสั่นอยู่บนกระดาษ เทคนิคนี้ดึงสายตาได้แรง แต่ถ้าข้อมูลสำคัญอยู่บนคู่สีนี้ คนกลุ่มหนึ่งจะอ่านไม่ออก เรื่องการมองเห็นสีของคนกลุ่มนี้กับการออกแบบป้าย อธิบายไว้ใน[ทฤษฎีสี (Color Theory) และจิตวิทยาสี บนป้ายร้านและบนจอ](https://phygital.co.th/insights/color-theory-psychology-branding-guide)

## คนเขียนตัวอักษรได้อะไรจากงานนี้

หน้าพิพิธภัณฑ์เล่าเส้นทางของ Wilson ไว้เป็นลำดับ เขาเกิดที่เมืองแซคราเมนโตปี 1937 เริ่มงานที่โรงพิมพ์ในซานฟรานซิสโก ออกแบบโปสเตอร์และใบปลิวให้งานคอนเสิร์ตช่วงแรก และเป็นศิลปินคนแรกที่ทำโปสเตอร์ให้ผู้จัดงานรายใหญ่สองรายอย่างต่อเนื่อง คือ Graham ที่ Fillmore Auditorium และ Helms ที่ Avalon Ballroom งานที่ทำให้คนรู้จักเขาช่วงแรกคือใบปลิวของงาน Trips Festival ซึ่งจัดสามวัน

### งานหกใบต่อเดือนหมายถึงอะไร

ช่วงแรก Wilson ทำโปสเตอร์ให้ Fillmore และ Avalon รวมกันได้ถึงหกใบต่อเดือน ปี 1966 ความกดดันจากงานหลายชิ้นต่อสัปดาห์มากเกินไป เขาจึงเลือกทำให้ Graham ที่เดียว Wilson เล่าว่า Helms มักเลือกธีมไว้ให้แล้ว ส่วน Graham ให้อิสระ งานมือที่ต้องปั้นตัวอักษรทีละตัวใช้เวลาจริง จำนวนชิ้นต่อเดือนจึงมีเพดานตามแรงของคนคนเดียว

### ค่าจ้าง 100 ดอลลาร์กับธุรกิจขายโปสเตอร์

หน้าพิพิธภัณฑ์ระบุว่า Graham สร้างธุรกิจขายโปสเตอร์ที่ทำกำไรมากขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ Wilson ได้ค่าจ้างใบละ 100 ดอลลาร์ โดยไม่มีค่าตอบแทนจากยอดขาย Wilson เริ่มรู้สึกว่าถูกเอาเปรียบ และเลิกทำโปสเตอร์ให้ Fillmore ในปี 1967 แม้ยังทำให้สถานที่อื่นรวมถึง Avalon ต่อไป ปัจจุบันเขาทำงานศิลปะที่ฟาร์มในเทือกเขาโอซาร์กของรัฐมิสซูรีตามที่หน้าพิพิธภัณฑ์เขียนไว้

### ผู้จ้างงานควรคุยเรื่องอะไรก่อนเริ่ม

เรื่องของ Wilson ชี้ประเด็นที่ผู้จ้างงานควรตกลงตั้งแต่ต้นสามเรื่อง คือ งานจะถูกใช้ทำอะไรนอกจากโฆษณางาน เช่น พิมพ์ขายหรือทำสินค้า ค่าตอบแทนจากการใช้งานเพิ่มคิดอย่างไร และจำนวนชิ้นต่อเดือนที่คนคนเดียวทำได้โดยงานไม่ตก การคุยก่อนเริ่มงานช่วยให้ความสัมพันธ์กับนักออกแบบฝีมือดีอยู่ได้นานกว่า ส่วนรายละเอียดทางกฎหมายเรื่องอายุการคุ้มครองงานศิลปะอยู่ในบท[ยุค Cubism คืออะไร เช็กลิขสิทธิ์ก่อนหยิบภาพ Picasso ไปใช้](https://phygital.co.th/insights/cubism-art-movement-multiple-viewpoints-abstraction-guide)

## แบ่งข้อความบนโปสเตอร์ของร้านเป็นสองชั้น

บทเรียนที่ใช้ได้ทันทีจากบทสนทนาของ Graham กับ Wilson คือการแยกข้อความเป็นสองชั้นก่อนเริ่มออกแบบ

1. **ชั้นที่ยอมให้อ่านยาก** คือส่วนที่ทำหน้าที่เป็นภาพ เช่น ชื่องาน คำเดี่ยวที่เป็นธีม หรือชื่อวง ใช้ตัวอักษรเขียนมือ บิด หรือเข้ารูปทรงได้
2. **ชั้นที่ต้องอ่านออกทันที** คือวัน เวลา สถานที่ ราคา และช่องทางซื้อบัตรหรือสั่งของ ใช้ตัวอักษรเรียบ สีตัดกับพื้นชัดเจน และขนาดพอให้อ่านจากระยะที่คนจะยืน

### ทดสอบโปสเตอร์ก่อนสั่งพิมพ์อย่างไร

พิมพ์แบบร่างขนาดจริงแล้วติดไว้ในจุดที่จะใช้จริง ให้คนที่ไม่เคยเห็นงานเดินผ่าน แล้วถามสองข้อ คือจำชื่องานได้ไหม และบอกวันกับสถานที่ได้ไหม ถ้าตอบข้อแรกได้แต่ข้อสองไม่ได้ ชั้นที่สองยังอ่านยากเกินไป ถ้าตอบข้อสองได้แต่ไม่มีใครหยุดดู ชั้นแรกอาจเรียบเกินไป

### โปสเตอร์ออนไลน์ใช้หลักเดียวกันได้ไหม

ได้ในหลักการ แต่พื้นที่ต่างกัน โปสเตอร์บนเสาไฟฟ้ามีคนเดินผ่านและยืนดูได้ ส่วนภาพบนฟีดมือถือถูกเลื่อนผ่านในไม่กี่วินาทีและแสดงผลเล็กกว่ามาก ข้อความชั้นที่สองจึงควรอยู่ในคำบรรยายใต้ภาพด้วย ไม่ควรฝากไว้บนภาพอย่างเดียว

## ข้อจำกัดของแหล่งข้อมูล

หน้าของ Denver Art Museum เป็นสื่อการเรียนรู้ที่เขียนให้ครูและนักเรียน ไม่ใช่งานวิจัย คำว่าคน "ใช้เวลาดูนาน" มาจากคำบอกเล่าของ Graham และข้อความบรรยายของพิพิธภัณฑ์ ไม่มีการวัดเวลาการดูจริง หน้าเดียวกันยังเล่าที่มาของคำว่าไซเคเดลิกซึ่งผูกกับสารเสพติด บทนี้เลือกอ่านเฉพาะส่วนที่เป็นประวัติการออกแบบ ภาพบนหน้าดังกล่าวพิพิธภัณฑ์อนุญาตให้ใช้ในห้องเรียนเท่านั้น บทนี้จึงไม่ได้นำภาพโปสเตอร์มาแสดง

### ยกคำพูดภาษาอังกฤษมาตรง ๆ ทำไม

คำพูดของ Graham และ Wilson เป็นหลักฐานหลักของบทนี้ การแปลอย่างเดียวอาจเปลี่ยนน้ำเสียงไป บทนี้จึงยกต้นฉบับภาษาอังกฤษไว้ในย่อหน้าเปิด และใช้คำแปลในส่วนอื่น ผู้อ่านเปิดหน้าพิพิธภัณฑ์เพื่อเทียบถ้อยคำกับบทนี้ทีละประโยค

## บรีฟโปสเตอร์ชิ้นต่อไปให้คนหยุดดูและอ่านออก

ก่อนส่งบรีฟโปสเตอร์ชิ้นต่อไป เขียนรายการข้อความทั้งหมดแยกเป็นสองคอลัมน์ ฝั่งหนึ่งคือคำที่ยอมให้เล่นได้ อีกฝั่งคือข้อมูลที่ต้องอ่านออกในสามวินาที ตกลงกับนักออกแบบเรื่องจำนวนชิ้นต่อเดือนและสิทธิ์ใช้งานต่อ แล้วนัดทดสอบแบบร่างขนาดจริงก่อนสั่งพิมพ์

ความดิบของงานกราฟิกอีกยุคหนึ่งซึ่งย้ายจากกระดาษมาอยู่บนหน้าเว็บ อ่านต่อได้ใน[Grunge Design บนเว็บ พื้นผิวดิบทำให้รูปหนักขึ้นแค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/grunge-design-david-carson-typography-guide)

## สรุป

Psychedelic Design เริ่มจากโปสเตอร์โฆษณางานดนตรีในซานฟรานซิสโกช่วงปี 1965-1971 หน้าการศึกษาของ Denver Art Museum บันทึกว่า Bill Graham บอก Wes Wilson ว่าโปสเตอร์อ่านไม่ออก และ Wilson ตอบว่าเพราะอย่างนั้นคนถึงหยุดดู เทคนิคของเขาคือเขียนตัวอักษรด้วยมือเปล่าให้เข้ารูปทรงภาพและวางสีจัดชิดกัน ธุรกิจที่อยากใช้สไตล์นี้ควรแยกข้อความที่เล่นได้ออกจากข้อมูลที่ต้องอ่านออกทันที และตกลงเรื่องจำนวนงานกับค่าตอบแทนกับนักออกแบบตั้งแต่ต้น

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Psychedelic Design คืออะไรโดยย่อ

ตามคำอธิบายของ Denver Art Museum คือสไตล์ของโปสเตอร์ที่ทำขึ้นเพื่อโฆษณางานดนตรีและเต้นรำในซานฟรานซิสโกช่วงครึ่งหลังของทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 ใช้ตัวอักษรเขียนมือที่บิดเป็นคลื่น สีจัดที่วางชิดกันจนภาพดูสั่น และเส้นไหลต่อเนื่องที่สะท้อนบรรยากาศในห้องแสดง

### Chet Helms กับ Bill Graham ทำงานกับนักออกแบบต่างกันอย่างไร

Wilson เล่าว่า Helms ชอบร่วมคิดและมักเลือกธีมไว้ให้แล้ว ส่วน Graham ให้อิสระเพราะไม่มีเวลาคุยรายละเอียด ปี 1966 Wilson เลือกทำงานให้ Graham ที่เดียวเพราะอิสระนี้ ก่อนจะเลิกทำให้ Fillmore ในปีถัดมา

### ใช้ฟอนต์ที่เลียนแบบตัวอักษรไซเคเดลิกแทนการเขียนมือได้ไหม

ใช้ได้กับชั้นข้อความที่เป็นภาพ แต่ฟอนต์ให้รูปตัวอักษรเดิมทุกครั้ง จึงไม่ได้ปรับตามรูปทรงของภาพแบบที่ Wilson ทำ ถ้าต้องการให้ตัวอักษรเข้ารูปทรงเฉพาะ เช่น รูปสินค้าหรือโลโก้ ต้องปรับทีละตัวด้วยมือหรือด้วยโปรแกรมวาดเส้น

### โปสเตอร์ใบนี้ดูได้ที่ไหน

โปสเตอร์อยู่ในคอลเลกชันของ Denver Art Museum ตามเลขทะเบียนที่ยกไว้ในย่อหน้าแรกของบทนี้ หน้าการศึกษาของพิพิธภัณฑ์ระบุว่าผลงานอาจไม่ได้จัดแสดงอยู่ในห้องนิทรรศการ ควรตรวจสอบกับพิพิธภัณฑ์ก่อนไปชม

### ร้านเล็กที่มีงบน้อยควรเริ่มจากตรงไหน

เริ่มจากเลือกคำเดียวที่อยากให้คนจำ เช่น ชื่องานหรือชื่อเมนูใหม่ แล้วให้นักออกแบบเขียนคำนั้นด้วยมือเป็นจุดเด่นของภาพ ส่วนข้อมูลที่เหลือใช้ฟอนต์อ่านง่าย วิธีนี้ใช้งานมือเฉพาะจุดที่ได้ผลที่สุด

## โปสเตอร์ที่สวยจนคนหยุดดู ยังขายบัตรไม่ได้ถ้าวันและสถานที่อ่านไม่ออก

PHYGITAL AGENCY ออกแบบโปสเตอร์และสื่องานที่แยกข้อความสองชั้น และทดสอบแบบร่างกับคนจริงก่อนสั่งพิมพ์

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
