# บริการแปลภาษา คำแปลแบบไหนต้องรับรอง แบบไหนไม่ต้อง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/professional-translation-agency · เผยแพร่ 30 กรกฎาคม 2564 · อ่าน 14 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

งานแปลแบ่งเป็นคำแปลที่ต้องมีผู้ลงนามรับรองเพื่อยื่นหน่วยงาน กับคำแปลที่วัดผลด้วยยอดขาย บทความนี้บอกวิธีแยกสองกองก่อนจ้าง โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **งานแปลมีสองกองที่ใช้ผู้รับงานคนละแบบ** — กองแรกคือคำแปลที่ต้องมีผู้ลงนามรับรองเพื่อยื่นหน่วยงาน กองที่สองคือคำแปลที่ต้องทำให้ผู้อ่านปลายทางเข้าใจและตัดสินใจซื้อ
- **เอกสารทะเบียนราษฎรหลายประเภทขอฉบับภาษาอังกฤษจากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอได้โดยตรง** — จึงไม่ต้องจ้างแปลและไม่ต้องรับรองคำแปลเพิ่ม
- **สิ่งที่ทำให้งานแปลการตลาดใช้ได้จริงคือข้อมูลที่ส่งไปพร้อมต้นฉบับ** — ทั้งกลุ่มผู้อ่าน คำเฉพาะของแบรนด์ และพื้นที่ที่ข้อความต้องไปวางอยู่

ธุรกิจที่ส่งเอกสารไปจ้างแปลโดยไม่ได้แยกก่อนว่าคำแปลนั้นจะใช้ยื่นหน่วยงาน หรือใช้ให้ผู้อ่านต่างประเทศอ่าน มักเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายสองรอบ เพราะคำแปลที่สละสลวยที่สุดก็ใช้ยื่นไม่ได้ถ้าไม่มีผู้ลงนามรับรอง และคำแปลที่ถูกต้องตามรูปแบบราชการทุกบรรทัดก็ไม่ได้ทำให้ผู้อ่านต่างประเทศอยากซื้อสินค้า เนื้อหาต่อจากนี้บอกวิธีแยกสองแบบออกจากกันตั้งแต่ก่อนติดต่อผู้รับงาน ไล่ตั้งแต่เอกสารราชการที่ขอฉบับภาษาอังกฤษได้เลย เงื่อนไขผู้ลงนามรับรอง เส้นทางของเอกสารจากต่างประเทศ ไปจนถึงการวัดผลงานแปลการตลาด

คำว่าจ้างแปลภาษาถูกใช้เรียกงานสองแบบที่มีเงื่อนไขคนละชุด แบบแรกคือคำแปลที่ต้องยื่นให้หน่วยงานรับรองเพื่อใช้ทางทะเบียนหรือใช้ในต่างประเทศ แบบที่สองคือคำแปลที่ต้องทำให้ผู้อ่านในอีกภาษาหนึ่งเข้าใจและตัดสินใจ งานแปลของ บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) รับเฉพาะแบบที่สอง สำนักงานของบริษัทอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ และรับงานแปลจากธุรกิจในจังหวัดอื่นผ่านไฟล์ทั้งหมด

## คำแปลสองกองที่ใช้ผู้รับงานคนละแบบ

เส้นแบ่งที่ใช้ตัดสินได้เร็วที่สุดคือคำถามเดียวว่าใครเป็นผู้อ่านปลายทาง ถ้าปลายทางเป็นเจ้าหน้าที่ที่ต้องตรวจว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับหรือไม่ งานนั้นอยู่ในกองที่ต้องรับรอง ถ้าปลายทางเป็นลูกค้า คู่ค้า หรือผู้อ่านทั่วไป งานนั้นอยู่ในกองที่ต้องสื่อสาร

สองกองนี้วัดคุณภาพคนละแบบ กองที่ต้องรับรองวัดที่ความตรงกับต้นฉบับทุกตัวอักษร รวมถึงการสะกดชื่อเฉพาะให้ตรงกับหนังสือเดินทางหรือเอกสารเดิม ส่วนกองที่ต้องสื่อสารวัดที่ผลลัพธ์ปลายทาง เช่น ผู้อ่านเข้าใจข้อเสนอหรือไม่ และข้อความยาวพอดีกับพื้นที่ที่ต้องไปวางหรือไม่

ผู้รับงานจึงเป็นคนละกลุ่ม งานกองแรกต้องการผู้แปลที่คุ้นรูปแบบเอกสารราชการและพร้อมลงนามรับรองคำแปลของตัวเอง ส่วนงานกองที่สองต้องการผู้ที่เขียนงานในภาษาปลายทางได้ดีพอ ๆ กับที่อ่านภาษาต้นทางออก

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าผู้รับงานที่ดีต้องทำได้ทั้งสองกอง ในทางปฏิบัติคนที่ทำทั้งสองอย่างได้ดีเท่ากันมีน้อย และการเลือกให้ตรงงานตั้งแต่ต้นได้ผลกว่าการหาคนที่ทำได้ทุกอย่าง

### บริการแปลภาษาต่างจากการใช้โปรแกรมแปลอัตโนมัติอย่างไร

ต่างกันที่การตัดสินใจเรื่องบริบท โปรแกรมแปลให้ประโยคที่ถูกไวยากรณ์ได้ แต่ไม่รู้ว่าคำว่าแพ็กเกจในเอกสารนี้หมายถึงบรรจุภัณฑ์หรือชุดบริการ ไม่รู้ว่าชื่อสินค้าต้องคงไว้เป็นภาษาเดิม และไม่รู้ว่าข้อความจะไปอยู่ในปุ่มที่กว้างเท่าใด งานแปลที่ส่งมอบได้จึงมีขั้นตอนที่คนต้องตัดสินใจเสมอ ส่วนโปรแกรมลดเวลาในขั้นร่างแรกได้จริง ซึ่งเป็นคนละเรื่องกับการส่งผลลัพธ์จากโปรแกรมให้ลูกค้าโดยไม่มีใครอ่านซ้ำ

## เอกสารราชการหลายประเภทขอฉบับภาษาอังกฤษได้เลย

ก่อนจ้างแปลเอกสารราชการ ควรตรวจก่อนว่าเอกสารนั้นมีฉบับภาษาอังกฤษให้ขอโดยตรงหรือไม่ [หน้ารับรองนิติกรณ์เอกสารของกรมการกงสุล](https://consular.mfa.go.th/th/page/legalization?menu=5d68c88b15e39c160c008184) ระบุว่าปัจจุบันขอเอกสารการทะเบียนเป็นภาษาอังกฤษได้ที่สำนักงานเขตและที่ว่าการอำเภอทุกแห่งทั่วประเทศ รวม 30 ประเภท

ผลในทางปฏิบัติคือเอกสารกลุ่มนี้ไม่ต้องจ้างแปลและไม่ต้องหาคนลงนามรับรองคำแปล เพราะได้ฉบับภาษาอังกฤษที่หน่วยงานออกให้เองตั้งแต่ต้นทาง ซึ่งลดทั้งค่าใช้จ่ายและลดจุดที่งานอาจถูกตีกลับเพราะคำแปลไม่ตรงรูปแบบ

[หน้าเอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อขอรับบริการรับรองนิติกรณ์เอกสาร](https://consular.mfa.go.th/th/publicservice/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3) ซึ่งปรับปรุงเมื่อ 17 เมษายน 2568 ระบุไว้ในหมายเหตุของทะเบียนบ้าน สูติบัตร และมรณบัตรตรงกันว่าขอคัดฉบับภาษาอังกฤษได้จากสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอ

สิ่งที่ยังต้องจ้างแปลคือเอกสารที่หน่วยงานไม่ได้ออกฉบับภาษาอังกฤษไว้ เช่น เอกสารของบริษัทบางประเภท เอกสารทางการศึกษาบางฉบับ และเอกสารจากต่างประเทศที่ต้องแปลกลับเป็นภาษาไทย

### รู้ได้อย่างไรว่าเอกสารของเราอยู่ในกลุ่มที่ขอฉบับภาษาอังกฤษได้

ตรวจได้สองทาง ทางแรกคือดูรายการประเภทเอกสารที่หน้ารับรองนิติกรณ์เอกสารของกรมการกงสุลเปิดให้กดดู ทางที่สองคือโทรถามสำนักงานเขตหรือที่ว่าการอำเภอที่ออกเอกสารฉบับนั้น พร้อมบอกชื่อแบบฟอร์มและรหัสที่พิมพ์อยู่บนเอกสาร เช่น ทร. 14 หรือ ทร. 1 คำถามที่ควรถามคือฉบับภาษาอังกฤษต้องใช้เวลากี่วันและต้องใช้เอกสารใดยื่นบ้าง เพราะเป็นข้อมูลที่ใช้วางแผนวันยื่นได้ทันที

## คำแปลที่ยื่นหน่วยงานต้องมีผู้ลงนามรับรอง

สำหรับเอกสารที่ต้องแปลจริง หน้าเอกสารที่ต้องเตรียมของกรมการกงสุลระบุรูปแบบไว้ตรงกันทุกประเภท คือให้ยื่นต้นฉบับพร้อมคำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรองคำแปล ไม่ใช่คำแปลลอย ๆ ที่พิมพ์มาเอง

| ประเภทเอกสาร                | สิ่งที่ต้องยื่น                                                | ข้อสังเกต                                                    |
| ---------------------------- | ----------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------- |
| บัตรประจำตัวประชาชน       | ตัวจริง พร้อมคำแปลภาษาอังกฤษที่ผู้แปลลงนามรับรอง       | ต้องใช้ตัวจริง ไม่ใช่สำเนา                                |
| ทะเบียนบ้าน                 | ต้นฉบับและสำเนา พร้อมคำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรอง          | ขอคัดฉบับภาษาอังกฤษจากเขตหรืออำเภอได้                |
| สูติบัตร                     | ต้นฉบับและสำเนา พร้อมคำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรอง          | ขอคัดฉบับภาษาอังกฤษได้เช่นกัน                          |
| มรณบัตร                      | ต้นฉบับและสำเนา พร้อมคำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรอง          | ผู้ยื่นต้องมีเอกสารแสดงความสัมพันธ์กับผู้เสียชีวิต |
| หนังสือรับรองความเป็นโสด | ต้นฉบับจากเขตหรืออำเภอ พร้อมคำแปลที่ผู้แปลลงนามรับรอง | ฉบับที่ออกจากต่างประเทศมีขั้นตอนเพิ่ม                |

เงื่อนไขเรื่องตัวผู้แปลก็ถูกระบุไว้เช่นกัน [หน้าหลักการปฏิบัติในการแปลเอกสารเพื่อการนิติกรณ์เอกสาร](https://consular.mfa.go.th/th/publicservice/%E0%B8%AB%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9B%E0%B8%8F%E0%B8%B4%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%81%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%99%E0%B8%B4%E0%B8%95%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%93%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3) ซึ่งปรับปรุงเมื่อ 17 กันยายน 2567 เขียนไว้ในหมายเหตุว่าผู้แปลเอกสารภาษาไทยเป็นภาษาอังกฤษและภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย ควรเป็นบุคคลที่มีสัญชาติไทยหรือเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาด้านภาษาไทยในระดับปริญญาตรีหรือเทียบเท่า

ข้อนี้ทำให้การเลือกผู้รับงานสำหรับเอกสารกลุ่มนี้แคบลงจากผู้รับงานทั่วไป และเป็นเหตุผลที่ผู้ให้บริการงานแปลเชิงพาณิชย์หลายรายไม่รับงานกลุ่มนี้ รวมถึงฟิจิทัลซึ่งระบุไว้ในหน้าบริการว่าไม่รับแปลและประทับตราเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลหรือการขอวีซ่า

### ผู้แปลต้องลงนามรับรองว่าอะไร

ลงนามรับรองว่าคำแปลตรงกับต้นฉบับที่แนบมา ไม่ใช่การรับรองว่าข้อความในต้นฉบับเป็นความจริง ความต่างนี้สำคัญเพราะกำหนดขอบเขตความรับผิดของผู้แปล สิ่งที่ผู้แปลต้องตรวจให้ตรงจึงเป็นตัวสะกดชื่อบุคคล เลขที่เอกสาร วันที่ และตัวเลขทุกตัว โดยเฉพาะการสะกดชื่อภาษาอังกฤษซึ่งต้องตรงกับหนังสือเดินทางฉบับปัจจุบัน เพราะชื่อที่สะกดต่างกันเพียงตัวเดียวทำให้เอกสารถูกตีกลับได้

## เอกสารจากต่างประเทศเดินคนละเส้นทาง

เอกสารที่ออกโดยหน่วยงานของประเทศอื่นใช้ลำดับขั้นตอนต่างจากเอกสารไทย และลำดับนี้สลับกันไม่ได้ หน้าเอกสารที่ต้องเตรียมของกรมการกงสุลอธิบายกรณีหนังสือรับรองความเป็นโสดที่ออกจากต่างประเทศไว้ว่า ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงการต่างประเทศของประเทศต้นทางก่อน แล้วจึงผ่านสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้น จากนั้นจึงนำมาแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้แปลลงนามรับรองคำแปล

ลำดับนี้อธิบายได้ด้วยเหตุผลง่าย ๆ ว่าแต่ละขั้นรับรองสิ่งที่ต่างกัน ขั้นแรกรับรองว่าเอกสารออกโดยหน่วยงานของประเทศนั้นจริง ขั้นที่สองรับรองลายมือชื่อของเจ้าหน้าที่ที่รับรองในขั้นแรก ส่วนคำแปลเป็นเรื่องของการอ่านเอกสารนั้นในภาษาไทย

ผลในทางวางแผนคือธุรกิจที่ต้องใช้เอกสารจากต่างประเทศควรเริ่มนับเวลาจากขั้นตอนในประเทศต้นทาง ไม่ใช่เริ่มนับจากวันที่ส่งไฟล์ให้ผู้แปล เพราะขั้นตอนที่ใช้เวลามากที่สุดมักอยู่ก่อนถึงมือผู้แปล

### ควรเผื่อเวลาสำหรับเอกสารต่างประเทศเท่าไร

ตอบเป็นตัวเลขเดียวไม่ได้ เพราะระยะเวลาขึ้นกับหน่วยงานของประเทศต้นทางและช่องทางที่ใช้ยื่น วิธีที่ใช้ได้คือสอบถามระยะเวลาจากสองจุดก่อนวางแผน จุดแรกคือหน่วยงานที่รับรองในประเทศต้นทาง จุดที่สองคือสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศนั้น แล้วบวกเวลาการแปลและการยื่นในไทยเข้าไป ส่วนงานที่มีกำหนดตายตัวอยู่แล้ว เช่น วันจดทะเบียนหรือวันยื่นซอง ควรนับถอยหลังจากวันนั้นกลับมา

## งานแปลการตลาดวัดผลที่ผู้อ่านปลายทาง

งานแปลอีกกองหนึ่งไม่มีใครมาตรวจว่าตรงต้นฉบับหรือไม่ แต่มีผู้อ่านตัดสินว่าเข้าใจหรือไม่ และมีตัวเลขตัดสินว่าข้อความนั้นทำให้เกิดการกระทำต่อหรือไม่ งานกลุ่มนี้จึงมีโจทย์เพิ่มจากการแปลคำให้ถูก

โจทย์แรกคือข้อความต้องพอดีกับพื้นที่ที่ต้องไปวาง ข้อความภาษาไทยกับภาษาอังกฤษยาวไม่เท่ากันเมื่อแปลแล้ว ปุ่มที่ออกแบบไว้พอดีในภาษาหนึ่งจึงล้นในอีกภาษาหนึ่ง งานแปลเว็บไซต์และแอปที่ไม่ดูข้อจำกัดนี้จะกลายเป็นงานแก้หน้าจอในภายหลัง

โจทย์ที่สองคือคำที่คนปลายทางใช้ค้นหาจริง ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นคำแปลตรงตัวของคำที่ใช้ในภาษาต้นทาง การเลือกคำผิดทำให้หน้าที่แปลแล้วไม่ถูกพบในผลค้นหาของประเทศนั้น และวิธีทำให้เนื้อหาถูกหยิบไปตอบในเครื่องมือค้นหารุ่นใหม่อธิบายไว้ใน[รับทำ SEO สำหรับ AI (AEO/GEO) อะไรวัดได้ อะไรยังวัดไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/ai-seo-aeo-geo-agency)

โจทย์ที่สามคือข้อความที่กฎหมายของปลายทางกำกับไว้ เช่น คำกล่าวอ้างสรรพคุณสินค้าบางหมวด ซึ่งเขียนได้ไม่เท่ากันในแต่ละประเทศ ข้อความกลุ่มนี้ต้องถูกทำเครื่องหมายไว้ตั้งแต่ตอนส่งต้นฉบับ ไม่ใช่ปล่อยให้ผู้แปลตัดสินใจเอง

### ควรส่งอะไรให้ผู้แปลนอกจากไฟล์ต้นฉบับ

ส่งสามอย่างเพิ่ม อย่างแรกคือคำศัพท์ประจำแบรนด์ที่ต้องคงรูปเดิมหรือต้องแปลแบบเดียวกันทุกที่ เช่น ชื่อสินค้าและชื่อรุ่น อย่างที่สองคือภาพหน้าจอหรือแบบร่างที่บอกว่าข้อความจะไปอยู่ตรงไหนและมีพื้นที่เท่าใด อย่างที่สามคือกลุ่มผู้อ่านปลายทางและการกระทำที่ต้องการให้เกิดขึ้นหลังอ่าน สามอย่างนี้ลดรอบการแก้ได้มากกว่าการอธิบายเพิ่มหลังได้งานรอบแรก

## งานแปลที่ทีมฟิจิทัล เอเจนซี รับดูแล

ขอบเขตงานแบ่งเป็นสามกลุ่ม กลุ่มแรกคือการแปลเชิงสร้างสรรค์และภาษาโฆษณา ทั้งคำโฆษณา สโลแกน และแคปชันบนโซเชียลมีเดีย โดยรักษาน้ำเสียงของแบรนด์ต้นฉบับไว้ กลุ่มที่สองคือการแปลเว็บไซต์และปรับบริบทเพื่อการค้นหา ซึ่งดูข้อจำกัดของพื้นที่แสดงผลและคำค้นหาของคนในประเทศปลายทางไปพร้อมกัน กลุ่มที่สามคือการแปลเอกสารธุรกิจและองค์กร เช่น โปรไฟล์บริษัท รายงานประจำปี คู่มือพนักงาน และเอกสารนำเสนอโครงการ

งานสองอย่างที่ทีมไม่รับทำถูกระบุไว้ชัดในหน้าบริการ ข้อแรกคือไม่ส่งมอบผลลัพธ์จากโปรแกรมแปลอัตโนมัติโดยไม่มีผู้เขียนอ่านและปรับเกลา ข้อที่สองคือไม่รับแปลและประทับตราเอกสารเพื่อใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาลหรือการขอวีซ่า เพราะความเชี่ยวชาญของทีมอยู่ที่ภาษาเพื่อการสื่อสารเชิงพาณิชย์

ขอบเขตฉบับเต็มอ่านได้ที่หน้า[บริการแปลภาษา](https://phygital.co.th/solutions/translation) · งานตรวจทานและงานฝังคำบรรยายที่มักสั่งคู่กันอยู่ใน[บริการฝังซับไตเติลและพิสูจน์อักษร แก้ตอนไหนถูกที่สุด](https://phygital.co.th/insights/subtitle-proofreading-agency) และงานเล่มที่ต้องแปลก่อนเข้าสู่ขั้นตอนจัดหน้า อ่านได้ใน[รับทำหนังสือ รายงานประจำปี วารสาร เริ่มนับจากวันส่งเล่ม](https://phygital.co.th/insights/publishing-book-journal-agency)

### คิดราคางานแปลกันอย่างไร

ฐานที่ใช้คิดมีสามแบบ แบบแรกคิดตามจำนวนคำหรือหน้าของต้นฉบับ เหมาะกับเอกสารที่เนื้อหาตรงไปตรงมา แบบที่สองคิดตามชิ้นงาน เหมาะกับงานโฆษณาที่จำนวนคำน้อยแต่ใช้เวลาคิดมาก แบบที่สามคิดเป็นโครงการ เหมาะกับงานเว็บไซต์ที่มีทั้งการแปล การตรวจพื้นที่แสดงผล และการเลือกคำค้นหา สิ่งที่ควรถามให้ชัดไม่ว่าเลือกแบบใดคือจำนวนรอบแก้ที่รวมอยู่แล้ว และการคิดราคาเมื่อต้นฉบับถูกแก้ระหว่างทาง

## เริ่มจากแยกเอกสารออกเป็นสามกอง

งานแรกที่ทำได้ทันทีคือเขียนรายการเอกสารทั้งหมดที่ต้องใช้ แล้วแยกเป็นสามกอง กองแรกคือเอกสารที่ขอฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานได้เลย กองที่สองคือเอกสารที่ต้องแปลและต้องมีผู้ลงนามรับรองเพื่อยื่น กองที่สามคือเอกสารที่แปลเพื่อให้คนอ่านเข้าใจ

การแยกสามกองนี้ตอบคำถามเรื่องผู้รับงานได้ทันที เพราะสองกองแรกไปหาผู้ที่ทำงานเอกสารราชการ ส่วนกองที่สามไปหาผู้ที่เขียนงานในภาษาปลายทางได้

ขั้นสุดท้ายคือตรวจวันที่ต้องใช้ของเอกสารแต่ละฉบับ แล้วนับถอยหลังจากวันนั้น โดยเฉพาะเอกสารที่ต้องผ่านหน่วยงานในต่างประเทศ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ควบคุมเวลาเองไม่ได้และควรเริ่มก่อนกลุ่มอื่นเสมอ

## สรุป

งานที่เรียกรวมกันว่าการแปลภาษาแยกได้เป็นสองกองที่ใช้ผู้รับงานคนละแบบ กองที่ต้องยื่นหน่วยงานวัดที่ความตรงกับต้นฉบับและต้องมีผู้ลงนามรับรองคำแปล ส่วนกองที่ใช้สื่อสารวัดที่ผู้อ่านปลายทางเข้าใจและตัดสินใจต่อได้ เอกสารทะเบียนหลายประเภทยังขอฉบับภาษาอังกฤษจากหน่วยงานได้เอง การแยกกองก่อนติดต่อผู้รับงานจึงประหยัดกว่าการหาผู้รับงานที่รับทำทุกอย่าง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### จ้างแปลเอกสารแล้วต้องไปรับรองที่กรมการกงสุลทุกครั้งหรือไม่

ไม่จำเป็น ขึ้นกับว่าปลายทางขออะไร เอกสารที่ใช้ภายในองค์กรหรือใช้สื่อสารกับคู่ค้าไม่ต้องผ่านขั้นตอนนี้ ส่วนเอกสารที่ต้องใช้กับหน่วยงานราชการของอีกประเทศหนึ่งมักต้องผ่าน วิธีที่ประหยัดเวลาที่สุดคือถามปลายทางก่อนว่าต้องการเอกสารรูปแบบใด แล้วค่อยเริ่มกระบวนการ เพราะการทำครบทุกขั้นตอนโดยไม่มีใครขอคือค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

### ต้นฉบับเป็นไฟล์ภาพหรือเอกสารสแกน ส่งแปลได้หรือไม่

ส่งได้ แต่ควรรู้ว่าจะมีขั้นตอนเพิ่มและมีผลต่อราคา เพราะต้องถอดข้อความออกจากภาพก่อนเริ่มแปล ส่วนที่มักมีปัญหาคือตัวเลขและชื่อเฉพาะในภาพที่ความละเอียดต่ำ ซึ่งอ่านผิดได้ง่าย ถ้ามีไฟล์ต้นทางที่แก้ไขข้อความได้ควรส่งไฟล์นั้นแทน และถ้าไม่มี ควรส่งภาพที่ความละเอียดสูงพอให้อ่านตัวเลขทุกตัวออก

### งานแปลที่ได้รับมา ใครเป็นเจ้าของสิทธิ์ในการนำไปใช้ต่อ

ควรระบุไว้ในข้อตกลงตั้งแต่ต้น ไม่ควรปล่อยให้เป็นความเข้าใจร่วมกัน สิ่งที่ต้องเขียนให้ชัดคือขอบเขตการใช้งานของคำแปล ทั้งช่องทางที่นำไปใช้ ระยะเวลา และการนำไปใช้ซ้ำในงานอื่น เพราะงานแปลโฆษณาที่ซื้อไว้สำหรับแคมเปญหนึ่งกับการนำไปใช้ถาวรบนเว็บไซต์เป็นคนละขอบเขต ประเด็นสิทธิ์ของงานที่จ้างผลิตอธิบายไว้ใน[โปรดักชั่นเฮาส์รับถ่ายทำวิดีโอ สิ่งที่ต้องตกลงก่อนวันถ่าย](https://phygital.co.th/insights/video-production-house-agency)

### ต้องการงานแปลเป็นหลายภาษาพร้อมกัน ควรจัดลำดับอย่างไร

ควรทำให้ต้นฉบับนิ่งก่อนเริ่มแปลภาษาแรก เพราะทุกครั้งที่ต้นฉบับเปลี่ยน งานแปลทุกภาษาต้องแก้ตาม ซึ่งเป็นต้นทุนที่เพิ่มตามจำนวนภาษา ลำดับที่ใช้ได้คือปิดต้นฉบับให้จบ แปลภาษาที่สำคัญที่สุดก่อนหนึ่งภาษา นำไปทดสอบกับพื้นที่แสดงผลจริง แก้สิ่งที่พบ แล้วจึงเริ่มภาษาที่เหลือพร้อมกัน

### คำแปลที่ได้กลับมาอ่านแล้วรู้สึกไม่ใช่ ควรให้ข้อมูลกลับอย่างไร

ให้ข้อมูลกลับเป็นตัวอย่างประโยคพร้อมเหตุผล แทนการบอกว่าอ่านแล้วไม่ลื่น สิ่งที่ผู้แปลใช้แก้ได้จริงคือการชี้ว่าคำใดผิดจากศัพท์ประจำแบรนด์ ประโยคใดเป็นทางการเกินหรือน้อยเกินกว่าที่ต้องการ และข้อความใดยาวเกินพื้นที่ ถ้ามีงานเก่าที่ถือว่าใช้ได้ ให้ส่งไปเป็นตัวอย่างด้วย เพราะตัวอย่างหนึ่งชิ้นอธิบายน้ำเสียงที่ต้องการได้ดีกว่าคำอธิบายหลายย่อหน้า

### ทีมอยู่เชียงใหม่ รับงานแปลให้ธุรกิจจังหวัดอื่นอย่างไร

งานแปลทั้งหมดทำบนไฟล์ จึงไม่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ สิ่งที่ต้องนัดกันคือช่วงเก็บโจทย์เพื่อทำความเข้าใจสินค้าและกลุ่มผู้อ่านปลายทาง กับช่วงทบทวนงานรอบแรก ซึ่งทำผ่านระบบประชุมออนไลน์ได้ ส่วนงานที่ต้องดูของจริง เช่น การแปลฉลากหรือคู่มือสินค้า ควรส่งตัวอย่างสินค้าหรือภาพถ่ายของจริงมาให้ครบก่อนเริ่มงาน

## มีเอกสารกองหนึ่งที่ต้องแปล แต่ยังไม่แน่ใจว่าต้องรับรองหรือแค่ให้คนอ่านเข้าใจ

ให้ PHYGITAL AGENCY ดูแลงานแปลเชิงพาณิชย์ของคุณ ทั้งคำโฆษณา เว็บไซต์ และเอกสารองค์กร พร้อมบอกตรงไปตรงมาว่างานชิ้นใดควรไปหาผู้รับงานกลุ่มอื่น

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
