# Postmodernism คืออะไร ตึกสีสดที่คนข้างในแทบไม่เห็นแสง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/postmodernism-graphic-design-history-guide · เผยแพร่ 13 กันยายน 2566 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Postmodernism คืองานออกแบบที่นำสี ลวดลาย และสัญลักษณ์กลับมา ตึก Portland Building ปี 1982 คืออนุสาวรีย์ของแนวคิดนี้ และเมืองต้องสร้างใหม่เพื่อคนที่ทำงานข้างใน

## Key Takeaways

- **Postmodernism คือแนวทางที่คนออกแบบรุ่นใหม่ช่วงทศวรรษ 1970 ใช้ท้าทายงานสมัยใหม่ (Modernism) ด้วยการนำการอ้างอิงประวัติศาสตร์ สีสัน และความขี้เล่นกลับมา** — ตามหนังสือ The Portland Building ที่เมืองพอร์ตแลนด์เผยแพร่ ซึ่งยกคำของ Charles Jencks ว่าตึกหลังนี้คือ "อนุสาวรีย์สำคัญชิ้นแรก" ของ Postmodernism
- **ตึกของ Michael Graves ที่เปิดในปี 1982 ได้รับความสนใจจากสื่อทั่วโลก แต่พนักงานเมืองที่ย้ายเข้าไปบ่นเรื่องไม่มีแสงธรรมชาติตั้งแต่แรก** — เพราะหน้าต่างเล็กและกระจกถูกเปลี่ยนเป็นสีดำทึบเพื่อประหยัดพลังงาน ต่อมาตึกยังมีปัญหาน้ำรั่วจนต้องซ่อมเกือบตลอด
- **การสร้างใหม่ด้วยงบ 195 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเสร็จปลายปี 2019 เก็บสี สัดส่วน และสัญลักษณ์ภายนอกไว้ แล้วเปลี่ยนกระจกเป็นกระจกใส** — DLR Group บริษัทสถาปนิกที่รับงาน ระบุว่าแสงธรรมชาติบนชั้นสำนักงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 400%

ธุรกิจที่อยากให้อาคารหรือหน้าร้านของตัวเองโดดเด่น ต้องชั่งระหว่างหน้าตาที่คนภายนอกจดจำ กับความสบายของคนที่ต้องอยู่ข้างในทุกวัน บทนี้ใช้หนังสือ [The Portland Building](https://www.portland.gov/omf/documents/portland-building-monograph/download) ความยาว 53 หน้าที่เมืองพอร์ตแลนด์เผยแพร่ เป็นแหล่งหลัก หนังสือเขียนโดย Brian Libby และจัดทำโดย DLR Group บริษัทสถาปนิกที่ได้งานสร้างใหม่ เมื่อบทนี้อ้างคำประเมินของบริษัทเอง จะระบุว่าใครพูดทุกครั้ง ข้อมูลบางส่วนตรวจกับ[หน้าข้อมูลตึกของเมืองพอร์ตแลนด์](https://www.portland.gov/fleet-and-facilities/facilities/portland-building) แล้วใช้เรื่องของตึกนี้ช่วยชั่งสองด้านนั้น

ตึกสำนักงาน 15 ชั้นกลางเมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน มีผนังสีครีม เสาสีดินเผาขนาดใหญ่ ลายพวงมาลัยบนผนัง และรูปปั้นขนาดใหญ่เหนือทางเข้า ตึกนี้ชื่อ Portland Building ออกแบบโดย Michael Graves เปิดใช้ในปี 1982 และกลายเป็นภาพแทนของ Postmodernism ในงานสถาปัตยกรรมและงานออกแบบ แต่คนที่ทำงานในตึกนี้นานหลายสิบปีรู้จักตึกเดียวกันจากอีกด้าน คือห้องที่มืดและผนังที่รั่ว

## Postmodernism คืออะไร

Postmodernism คือแนวทางออกแบบที่เกิดขึ้นเมื่อคนรุ่นใหม่เริ่มท้าทายงานสมัยใหม่ (Modernism) ที่ครองศตวรรษที่ 20 หนังสือเล่าว่าช่วงปลายทศวรรษ 1960 ถึงต้นทศวรรษ 1970 อาคารสมัยใหม่อยู่ในช่วงที่เน้นคอนกรีตและโปร่งน้อยลง คนรุ่นใหม่ในสื่อและมหาวิทยาลัย แล้วตามด้วยในงานขนาดเล็ก จึงเริ่มทำงานแบบใหม่ที่เต็มไปด้วยการอ้างอิงประวัติศาสตร์ สีสัน และความขี้เล่น คำถามของพวกเขาคือ ทำไมอาคารจะอ้างถึงอดีตไม่ได้ และสีกับความขี้เล่นผิดตรงไหน

หนังสือกล่าวถึงหนังสือสองเล่มของสถาปนิก Robert Venturi ว่าทำหน้าที่เป็นแถลงการณ์ของแนวทางนี้ ส่วน Graves เปลี่ยนมาทำงานแนวนี้เต็มตัวช่วงปลายทศวรรษ 1970 ซึ่งหนังสือบอกว่าเขามองว่าเป็นแนวทางที่ใส่ใจคนและขนาดของคนมากกว่า เรื่องสถาปัตยกรรม Postmodern ในภาพกว้างอยู่ใน[Postmodern Architecture](https://phygital.co.th/insights/postmodern-architecture-less-is-a-bore-guide) ส่วนงานกราฟิกฝั่งที่ Postmodernism ตอบโต้อยู่ใน[Swiss Style](https://phygital.co.th/insights/swiss-style-international-typographic-design-guide)

### ทำไม Portland Building จึงถูกเรียกว่าอนุสาวรีย์ชิ้นแรกของ Postmodernism

เพราะเป็นอาคารขนาดใหญ่หลังแรกที่ใช้ภาษาแบบ Postmodern ได้ในวงกว้าง ก่อนหน้านั้นงานแนวนี้ส่วนใหญ่ยังเป็นบ้าน หนังสือยกคำของ Charles Jencks ในหนังสือ The Language of Post-Modern Architecture ว่าตึกนี้คือ "อนุสาวรีย์สำคัญชิ้นแรก" ของแนวทางนี้ เพราะแม้จะมีข้อบกพร่อง ก็แสดงให้เห็นเป็นครั้งแรกว่าสร้างอาคารด้วยศิลปะ ลวดลาย และสัญลักษณ์ในขนาดใหญ่ได้ "ด้วยภาษาที่ผู้อยู่อาศัยเข้าใจ" นักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม Meredith Clausen เขียนว่าตึกนี้ทั้งส่งอาชีพของ Graves และพลิกภาพลักษณ์ของเมือง

## ประกวดแบบภายใต้งบที่ถูกล็อก

Portland Building ถูกกำหนดตั้งแต่ก่อนมีแบบว่าต้องราคาถูก และข้อนี้ส่งผลต่อคนข้างในไปอีกหลายสิบปี หนังสือเล่าว่าเมืองอยากได้ตึกที่เป็นแลนด์มาร์ก แต่ผู้นำเมืองกลัวกระแสต่อต้านถ้างบบานปลาย จึงเลือกวิธีออกแบบพร้อมก่อสร้าง (design-build) ซึ่งทีมผู้สร้างรับภาระถ้างานช้าหรือเกินงบ และสมาชิกสภาเมืองที่ดูแลโครงการตั้งงบไว้ที่ 90% ของราคาตลาดของอาคารสำนักงานเก็งกำไรในย่านเดียวกัน

การประกวดแบบมีผู้สนใจหลายร้อยราย คัดเหลือสามทีม Philip Johnson ที่ปรึกษาคณะกรรมการเรียกแบบของ Graves ว่า "วิหาร" แบบนี้เป็นตึก 15 ชั้นบนฐานปูกระเบื้อง ผนังมีหน้าต่างสี่เหลี่ยมขนาดสามคูณสามฟุตเรียงเป็นตาราง และใช้สีที่ Clausen บรรยายว่าเป็นฟ้าทัสคานีหม่น ดินเผาอุ่น และเบจครีม ผู้ช่วยของ Graves เล่าว่าเขาย้ำให้ทีมอยู่ในงบ 22.4 ล้านดอลลาร์ให้ได้ เพราะรู้ว่าถ้ามีเหตุผลเชิงปฏิบัติแม้แต่ข้อเดียว คณะกรรมการจะใช้เหตุผลนั้นปฏิเสธแบบที่แปลกขนาดนี้

### ทำไมรายละเอียดหลายอย่างหายไประหว่างทาง

เพราะเมืองขอให้ Graves ปรับแบบให้ถูกลงก่อนตัดสิน ในการรับฟังความเห็นสาธารณะ สถาปนิก Pietro Belluschi วิจารณ์ว่าผนังและพวงมาลัยของแบบนี้เหมาะกับ "ตู้เพลงหยอดเหรียญหรือกล่องของขวัญผูกโบ" สภาเมืองจึงให้ Graves กับอีกทีมหนึ่งปรับแบบรอบที่สอง รายการที่ขอให้ Graves แก้มีทั้งเลิกใช้ปูนฉาบแล้วใช้คอนกรีตทาสีแทน และถอดพวงมาลัยบนผนัง ศาลาเล็กบนหลังคาที่ Graves เปรียบว่าเหมือนหมู่บ้านเมดิเตอร์เรเนียนก็ไม่ได้ถูกสร้าง และงานออกแบบภายในไปตกเป็นของบริษัทท้องถิ่นอีกแห่ง ไม่ใช่ทีมของ Graves

## วันเปิดตึกกับคนที่ต้องทำงานข้างใน

ตึกเปิดอย่างเป็นทางการเดือนตุลาคม 1982 และปัญหาของคนข้างในเริ่มตั้งแต่ก่อนวันเปิด ระหว่างก่อสร้าง กระจกใสถูกเปลี่ยนเป็นกระจกสีดำทึบเพื่อแก้ปัญหาเรื่องพลังงาน หนังสือบันทึกว่าพนักงานเมืองที่ย้ายเข้ามาบ่นเรื่องไม่มีแสงธรรมชาติ Patrick Burke ที่ทำงานกับ Graves ในเวลานั้นเล่าว่า Graves บอกว่า "กระจกดำเป็นความผิดพลาดใหญ่ เราจะไม่ทำแบบนี้อีก"

ชั้นล่างก็ไม่เป็นไปตามที่ตั้งใจ Graves ออกแบบทางเดินมีหลังคาให้มีร้านค้าและโต๊ะนั่งกินที่กันฝนได้ แต่ร้านอาหารสองร้านและร้านหนังสือที่เซ็นสัญญาไว้ย้ายออกไปเร็ว ทางเดินนั้นกลายเป็นที่จอดจักรยาน ในเวลาต่อมาน้ำรั่วทางหน้าต่างและหลังคา ชั้น 14 และ 15 ทรุด และคุมอุณหภูมิได้ยาก Robert Kieta ผู้ดูแลอาคารของเมืองเล่าว่าทีมยาแนวหน้าต่างซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ก็ยังรั่ว พรมเปียกเมื่อพายุมาจากบางทิศ และพนักงานกังวลเรื่องเชื้อรา แม้ผลตรวจอากาศทุกครั้งจะไม่พบระดับที่เป็นอันตราย

### หน้าต่างเล็กและกระจกดำส่งผลต่อคนทำงานอย่างไร

ทำให้ห้องทำงานมืดและทำให้พนักงานแย่งกันนั่งริมหน้าต่าง Kieta เล่าว่า "มีการแย่งกันอยู่ใกล้หน้าต่างตลอด เพราะหน้าต่างเล็กและมีไม่กี่บาน" ก่อนเริ่มสร้างใหม่ เมืองสำรวจความเห็นพนักงานในตึก และ Jonathan Nyone ตัวแทนเจ้าของโครงการเล่าว่าข้อร้องเรียนอันดับหนึ่งที่ทิ้งห่างข้ออื่นคือการขาดแสงธรรมชาติ ในปี 2014 กรรมาธิการเมืองคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ว่าตึกนี้เป็น "ฝันร้ายของคนที่ทำงานในนั้น" และเสนอให้รื้อสร้างใหม่ ส่วน Jeremy Reding ของ DLR Group สรุปว่าตึกถูกออกแบบจากภายนอกเข้ามาภายใน และไม่ได้คิดเรื่องคนมากนัก

## สร้างใหม่โดยเก็บสิ่งที่ทำให้ตึกเป็นตึกนั้น

เมืองเลือกสร้างใหม่แทนการรื้อ และเก็บเฉพาะสิ่งที่ทำให้ตึกนี้มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ หนังสือเล่าว่าคณะที่ปรึกษาจากวงการก่อสร้างแนะนำให้เมืองเก็บตึกไว้ แล้วสร้างใหม่ทั้งหมดเพื่อแก้ข้อบกพร่อง เสริมความแข็งแรงรับแผ่นดินไหว และเปลี่ยนประสบการณ์การทำงานข้างใน Fred Miller ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปกครองของเมืองเล่าว่าขอบเขตงานออกมาที่งบ 195 ล้านดอลลาร์ และเขาย้ำว่าจะไม่ให้งบเกิน ส่วนหน้าข้อมูลของเมืองระบุว่าสภาเมืองสั่งให้สร้างใหม่ในปี 2015

ข้อถกเถียงใหญ่คือผนัง ทีมตัดสินใจหุ้มตึกด้วยแผ่นอะลูมิเนียมแบบผนังระบายน้ำ แทนการซ่อมคอนกรีตเดิม ผู้ตรวจของทะเบียนอาคารประวัติศาสตร์แห่งชาติของสหรัฐฯ เคยเขียนเตือนว่าการหุ้มผนังใหม่อาจทำให้ตึกหลุดจากทะเบียน ทีมจึงยกเอกสารขึ้นทะเบียนของตึกเองมาแย้งว่าคุณค่าของตึกอยู่ที่สีจัด การอ้างอิงประวัติศาสตร์ และสัดส่วนขนาดใหญ่ ไม่มีตรงไหนระบุว่าเนื้อคอนกรีตสำคัญ คณะกรรมการอนุรักษ์ของเมืองอนุมัติแผนด้วยคะแนน 4 ต่อ 0 ในเดือนกรกฎาคม 2017

| เรื่อง        | ตึกเดิม                                                          | หลังสร้างใหม่                                                    |
| ------------- | ----------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------ |
| กระจก         | กระจกสีดำทึบ บางช่องเป็นกระจกปิดทึบที่แสงผ่านไม่ได้ | กระจกใส และเปลี่ยนช่องที่เคยทึบให้แสงผ่านได้             |
| แสงธรรมชาติ  | ข้อร้องเรียนอันดับหนึ่งของพนักงาน                           | DLR Group ระบุว่าเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 400% บนชั้นสำนักงาน         |
| ชั้นล่าง     | ทางเดินมีร้านค้าที่ปิดตัว ทางเข้าดูปิดจากประชาชน      | ผนังกระจกโปร่ง โต๊ะบริการประชาชนจุดเดียว และพื้นที่จัดงาน |
| พื้นที่ทำงาน | แต่ละหน่วยงานกั้นผนังเอง                                     | สำนักงานแบบเปิด ห้องประชุมและห้องทำงานเงียบใช้ร่วมกัน    |
| ความจุ       | ราว 1,300 คน                                                      | รองรับได้กว่า 1,700 คน ตามคำของผู้บริหารเมือง               |

### อะไรคือสิ่งที่ต้องเก็บไว้เมื่อรีโนเวตอาคารแบบ Postmodern

สิ่งที่ต้องเก็บคือภาพรวมที่คนจำได้ ได้แก่ สี การจัดหน้าต่างแบบสมมาตร และการอ้างอิงประวัติศาสตร์ ส่วนวัสดุเปลี่ยนได้ถ้าจำเป็น Alan Hess สถาปนิกและนักเขียนที่สนับสนุนการอนุรักษ์อาคารศตวรรษที่ 20 อธิบายในหนังสือว่า สำหรับอาคาร Postmodern แนวคิดของอาคารสำคัญกว่าโครงสร้างหรือวัสดุ และเขาเข้าใจว่าทำไม Graves จึงอาจบอกให้สร้างด้วยวัสดุอะไรก็ได้เพื่อให้ตึกเกิดขึ้น หนังสือเล่าด้วยว่าทีมคืนสีและแสงไฟตามแบบเดิมของ Graves ให้โถงลิฟต์ และคนในสำนักงานของ Graves สนับสนุนการหุ้มผนังใหม่ ส่วน Graves เองเคยพูดไว้ก่อนเสียชีวิตในปี 2015 ว่าหน้าต่างควรเป็นกระจกใส

## รีโนเวตหน้าร้านหรือสำนักงานโดยไม่ลืมคนข้างใน

เจ้าของธุรกิจที่อยากได้หน้าร้านหรือสำนักงานที่จำง่ายแบบ Postmodern ใช้บทเรียนจากตึกนี้ได้ โดยเริ่มจากคนที่อยู่ข้างใน ข้อตรวจด้านล่างมาจากปัญหาที่หนังสือบันทึกไว้ทีละเรื่อง

1. **สำรวจพนักงานก่อนเริ่มออกแบบ** แบบเดียวกับที่เมืองพอร์ตแลนด์ทำ แล้วจัดลำดับข้อร้องเรียน
2. **ล็อกงบส่วนแสงและอากาศไว้ก่อนงบตกแต่ง** เพราะกระจกดำของตึกนี้มาจากการแก้ปัญหาพลังงานด้วยวิธีที่ถูกที่สุด
3. **ถามว่าชั้นล่างใครจะใช้จริง** ทางเดินที่ออกแบบให้มีร้านค้ากลายเป็นที่จอดจักรยานเมื่อไม่มีร้านอยู่
4. **ทำจุดบริการลูกค้าให้หาเจอในครั้งเดียว** แบบโต๊ะบริการจุดเดียวในตึกที่สร้างใหม่
5. **แยกให้ออกว่าอะไรคืออัตลักษณ์และอะไรเป็นแค่วัสดุ** สี สัดส่วน และสัญลักษณ์ควรเก็บ วัสดุที่รั่วหรือเสื่อมเปลี่ยนได้
6. **วางแผนดูแลรักษาตั้งแต่วันแรก** ตึกนี้ซ่อมจุดเล็กจุดน้อยมาสามสิบปีโดยไม่มีใครรวบรวมประวัติการซ่อม

ภาพประกอบที่พยายามเป็นมิตรกับทุกคนจนเหมือนกันทั้งวงการ ซึ่งเป็นอีกด้านของงานที่คิดจากภายนอกเข้ามา อยู่ใน[Corporate Memphis คืออะไร ภาพประกอบที่ถูกออกแบบให้ลอกได้](https://phygital.co.th/insights/corporate-memphis-alegria-illustration-style-guide) และงานเฟอร์นิเจอร์ยุคเดียวกันที่เลือกสีจัดเพื่อหนีกฎเดิม อยู่ใน[Memphis Design](https://phygital.co.th/insights/memphis-design-movement-colorful-geometric-guide)

## สรุป

Postmodernism คือแนวทางที่คนออกแบบรุ่นทศวรรษ 1970 ใช้ท้าทายงานสมัยใหม่ด้วยการอ้างอิงประวัติศาสตร์ สีสัน และความขี้เล่น Portland Building ของ Michael Graves ที่เปิดในปี 1982 ถูก Charles Jencks เรียกว่าอนุสาวรีย์ชิ้นแรกของแนวทางนี้ แต่งบที่ถูกล็อกทำให้ตึกมีหน้าต่างเล็ก กระจกสีดำ และผนังที่รั่ว พนักงานร้องเรียนเรื่องแสงมากที่สุด เมืองจึงสร้างใหม่ด้วยงบ 195 ล้านดอลลาร์ เก็บสีและสัดส่วนไว้ แล้วเปลี่ยนเป็นกระจกใส บทเรียนคือหน้าตาที่คนจำได้ต้องคิดคู่กับคนที่อยู่ข้างใน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Postmodernism ในงานกราฟิกต่างจากในงานสถาปัตยกรรมหรือไม่

ใช้แนวคิดเดียวกัน คือตอบโต้ความเคร่งครัดของงานสมัยใหม่ด้วยสี การอ้างอิงอดีต และความขี้เล่น แต่เครื่องมือต่างกัน งานสถาปัตยกรรมใช้เสา หน้าต่าง ผนัง และวัสดุ ส่วนงานกราฟิกใช้ภาพ สี และการจัดหน้า บทนี้เล่าผ่านอาคารเพราะเห็นผลต่อคนที่ใช้พื้นที่จริงได้ชัด

### รูปปั้น Portlandia เกี่ยวกับตึกนี้อย่างไร

เป็นรูปปั้นผลงานของ Raymond Kaskey ติดอยู่เหนือทางเข้าฝั่งถนน Fifth Avenue หนังสือระบุว่าเป็นรูปปั้นที่ใหญ่เป็นอันดับสองของสหรัฐฯ ตอนตึกเปิด หลังสร้างใหม่ ห้องประชุมบางห้องมองออกไปเห็นรูปปั้นจากด้านหลัง บางชั้นเห็นเท้าของรูปปั้นอยู่ห่างกระจกเพียงไม่กี่นิ้ว

### ทำไมเมืองไม่รื้อตึกแล้วสร้างใหม่ทั้งหลัง

Tom Rinehart ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายปกครองของเมืองในช่วงนั้นเล่าว่า การวิเคราะห์ต้นทุนและผลประโยชน์ชี้ว่าการไปสร้างที่อื่นแพงกว่า และการรื้อตึกทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ การสร้างใหม่ในโครงเดิมจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดของเมือง

### ตัวเลขแสงเพิ่ม 400% เชื่อได้แค่ไหน

ตัวเลขนี้มาจากหนังสือที่ DLR Group จัดทำ ซึ่งเป็นบริษัทที่ออกแบบงานสร้างใหม่เอง หนังสือไม่ได้อธิบายวิธีวัด จึงควรอ่านเป็นคำประเมินของผู้ออกแบบ สิ่งที่ยืนยันได้จากหลายแหล่งในหนังสือคือกระจกเดิมเป็นสีดำ และพนักงานร้องเรียนเรื่องแสงมากที่สุด

### ตอนนี้มีพนักงานในตึกกี่คน

หน้าข้อมูลของเมืองพอร์ตแลนด์ระบุว่ามีพนักงานเมืองทำงานในตึกกว่า 1,500 คน และยังมีที่รองรับเพิ่ม ส่วนหนังสือระบุความจุไว้กว่า 1,700 คน สองตัวเลขนี้จึงไม่ขัดกัน ตัวเลขแรกคือคนที่ทำงานอยู่จริง ตัวเลขหลังคือความจุของพื้นที่

### ร้านหรือสำนักงานขนาดเล็กได้บทเรียนอะไรจากตึกนี้

บทเรียนหลักคือหน้าตาที่คนภายนอกจำได้กับความสบายของคนข้างในต้องคิดพร้อมกันตั้งแต่ตอนออกแบบ ตึกนี้ถูกตัดงบจนกระจกกลายเป็นสีดำ และใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะได้แก้ ร้านเล็กที่ตัดงบส่วนแสง อากาศ หรือทางเดิน เพื่อเก็บงบไว้กับผนังหน้าร้าน อาจเจอปัญหาแบบเดียวกันในขนาดที่เล็กกว่า

## หน้าร้านที่ลูกค้าจำได้ แต่พนักงานข้างในทำงานลำบาก จะเสียทั้งคนและภาพลักษณ์ในระยะยาว

ให้ PHYGITAL AGENCY วางผังพื้นที่ร้านหรือสำนักงานจากคนที่ใช้งานจริง แล้วออกแบบหน้าตาที่จำง่ายไปพร้อมกัน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
