# Brand Safety บทเรียน Pornhub เมื่อ Visa ระงับบัตรซื้อโฆษณา

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/pornhub-brand-safety-marketing-thailand · เผยแพร่ 11 สิงหาคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ปี 2565 Visa และ Mastercard ระงับการใช้บัตรซื้อโฆษณาผ่านหน่วยขายโฆษณาของบริษัทแม่ Pornhub เพราะเงินค่าโฆษณาอาจเป็นทุนทางอ้อม บทเรียน Brand Safety ฝั่งเงิน

## Key Takeaways

- **วันที่ 4 สิงหาคม 2565 Visa ประกาศระงับสิทธิ์รับบัตรของ TrafficJunky หน่วยขายโฆษณาของ MindGeek บริษัทแม่ของ Pornhub** — ทำให้ใช้บัตร Visa ซื้อโฆษณาบนเว็บในเครือนี้ไม่ได้ Mastercard สั่งสถาบันการเงินให้ระงับแบบเดียวกันในวันเดียวกัน
- **Mastercard ให้เหตุผลว่าข้อเท็จจริงใหม่จากคำตัดสินของศาลเมื่อสัปดาห์ก่อนทำให้เห็นรายได้ค่าโฆษณาที่ดูเหมือนเป็นทุนทางอ้อมให้ Pornhub** — ซึ่งเป็นเงินที่ Mastercard มองไม่เห็นมาก่อน
- **Brand Safety จึงมีอีกด้านนอกจากตำแหน่งที่โฆษณาไปแสดง** — คือเงินค่าโฆษณาไหลไปถึงใคร และธุรกิจรู้เรื่องคู่ค้าตั้งแต่เมื่อไร

วันที่ 4 สิงหาคม 2565 Alfred F. Kelly, Jr. ประธานกรรมการและซีอีโอของ Visa เขียนคำแถลงที่ผู้บริหารบริษัทใหญ่ไม่ค่อยทำ คือพูดถึงคดีที่ยังไม่มีคำพิพากษา เขาเขียนเองว่าไม่ใช่ธรรมเนียมที่ผู้บริหารจะออกความเห็นเรื่องกฎหมายก่อนศาลตัดสินถึงที่สุด แต่เรื่องนี้ต่างออกไป บทความนี้อ่านเหตุการณ์นี้ในมุมธุรกิจเท่านั้น จาก[คำแถลงของ Visa เรื่อง We do not tolerate the use of our network for illegal activity](https://corporate.visa.com/en/sites/visa-perspectives/company-news/we-do-not-tolerate-network-illegal-activity.html) และ[คำแถลงของ Mastercard วันเดียวกัน](https://newsroom.mastercard.com/news/press/2022/august/mastercard-statement-reinforcing-adult-content-standards/) ไม่ลงรายละเอียดเนื้อหาของเว็บไซต์หรือข้อกล่าวหาในคดี และตั้งคำถามแทนทีมการตลาดไทยว่า เงินค่าโฆษณาที่จ่ายผ่านตัวกลางหลายทอดไปถึงใครบ้าง

## คำตัดสินก่อนพิจารณาคดีที่ทำให้ Visa ต้องออกมาพูด

คำแถลงของ Visa เล่าว่าวันศุกร์ที่ 29 กรกฎาคม 2565 ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐมีคำตัดสินในคดีที่ฟ้อง MindGeek เจ้าของ Pornhub และเว็บไซต์อื่นในเครือ ศาลไม่รับคำร้องของ Visa ที่ขอให้ถอนตัวเองออกจากคดี ข้อกล่าวหาต่อ Visa ส่วนหนึ่งคือบัตร Visa ถูกใช้จ่ายค่าโฆษณาบนเว็บไซต์ของ MindGeek

Visa เขียนว่าไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งกับคำตัดสินนี้ และมั่นใจในจุดยืนของตัวเอง แต่ก็ออกมาตรการในสัปดาห์เดียวกัน ส่วน Mastercard ออกคำแถลงวันเดียวกันว่าจะสั่งสถาบันการเงินให้ระงับการรับบัตรที่ TrafficJunky ทั้งสองบริษัทเลือกตัดช่องทางชำระค่าโฆษณาก่อนที่ศาลจะพิจารณาหลักฐานใด ๆ

### **ศาลตัดสินแล้วหรือยังว่า Visa ผิด**

ยัง ตามคำแถลงของ Visa เอง คำตัดสินเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2565 เป็นคำตัดสินก่อนการพิจารณาคดี และในขั้นนี้ศาลต้องถือว่าข้อกล่าวหาในคำฟ้องเป็นจริงไว้ก่อน แม้จะยังไม่ได้พิสูจน์ Visa ยังไม่ได้นำหลักฐานใดเข้าสู่ศาล สิ่งที่ธุรกิจเรียนรู้ได้จากกรณีนี้จึงไม่ใช่ผลคดี แต่เป็นสิ่งที่บริษัทใหญ่สองรายเลือกทำทันทีหลังรู้ว่าช่องทางชำระเงินของตัวเองถูกโยงเข้ากับข้อกล่าวหา

## สองครั้งที่ผู้ให้บริการบัตรตัดความสัมพันธ์

คำแถลงทั้งสองฉบับเล่าลำดับเหตุการณ์ไว้ตรงกัน การระงับเกิดขึ้นสองรอบห่างกันราวยี่สิบเดือน และรอบหลังขยับจากฝั่งผู้ชมไปถึงฝั่งผู้ลงโฆษณา

| เวลา            | สิ่งที่เกิดขึ้นตามคำแถลง                                                                                                                               |
| --------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ธันวาคม 2563    | Visa ระงับการรับบัตรบนเว็บไซต์ของ MindGeek ที่มีเนื้อหาจากผู้ใช้อัปโหลด และ Mastercard ตัดสินใจยุติการใช้ผลิตภัณฑ์ของตัวเองบน Pornhub |
| 29 กรกฎาคม 2565 | ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐไม่รับคำร้องของ Visa ที่ขอถอนตัวจากคดี                                                                                        |
| 4 สิงหาคม 2565  | Visa ระงับสิทธิ์รับบัตรของ TrafficJunky จนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง ทำให้ใช้บัตร Visa ซื้อโฆษณาบนเว็บในเครือไม่ได้                               |
| 4 สิงหาคม 2565  | Mastercard สั่งสถาบันการเงินให้ระงับการรับบัตรที่ TrafficJunky และย้ำมาตรฐานที่เว็บไซต์เนื้อหาผู้ใหญ่ต้องมี                                |

รอบแรกตัดที่จุดที่ผู้ชมจ่ายเงิน รอบหลังตัดที่จุดที่ผู้ลงโฆษณาจ่ายเงิน ความต่างนี้คือเหตุผลที่กรณีนี้เกี่ยวกับทีมการตลาด เพราะผู้ลงโฆษณาคือกลุ่มที่ถูกตัดช่องทางชำระเงินในรอบหลัง

### **ระงับจนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง ต่างจากยุติอย่างไร**

คำที่ทั้งสองบริษัทเลือกใช้ต่างกันตามน้ำหนักของข้อมูล Mastercard เรียกการตัดสินใจเมื่อธันวาคม 2563 ว่าเป็นการยุติการใช้ผลิตภัณฑ์บน Pornhub ส่วนมาตรการกับ TrafficJunky ในปี 2565 ทั้ง Visa และ Mastercard ใช้คำว่าระงับ และ Visa เขียนว่าเป็นการระงับตามคำตัดสินของศาลจนกว่าจะแจ้งเปลี่ยนแปลง การเลือกคำแบบนี้เปิดทางให้ทบทวนเมื่อคดีคืบหน้า ธุรกิจที่ต้องพักคู่ค้าระหว่างรอข้อเท็จจริงก็ใช้สองระดับนี้ได้เหมือนกัน คือพักการจ่ายไว้ก่อนพร้อมเงื่อนไขที่จะกลับมา หรือยุติเมื่อข้อมูลชัดแล้ว

### **ทำไม Mastercard ต้องตัดที่ฝั่งซื้อโฆษณาด้วย**

Mastercard เขียนเหตุผลไว้ในประโยคเดียว ข้อเท็จจริงใหม่จากคำตัดสินของศาลเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้ Mastercard รู้ถึงรายได้ค่าโฆษณาที่อยู่นอกสายตาของตัวเอง ซึ่งดูเหมือนเป็นทุนทางอ้อมให้ Pornhub การระงับรอบหลังจึงเป็นการบังคับใช้การตัดสินใจเมื่อธันวาคม 2563 ให้ครบ ประโยคนี้บอกว่าในมุมของผู้ให้บริการชำระเงิน เงินค่าโฆษณาที่จ่ายเข้าเครือข่ายหนึ่งนับเป็นเงินที่สนับสนุนเว็บไซต์ในเครือข่ายนั้นด้วย

## โฆษณาไปแสดงที่ไหน และเงินค่าโฆษณาไปถึงใคร

Brand Safety ที่ธุรกิจไทยคุ้นเคยคือการป้องกันไม่ให้โฆษณาไปแสดงข้างเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งตั้งค่าได้บนแพลตฟอร์มโฆษณาโดยตรงตามที่อธิบายไว้ใน[Brand Safety คืออะไร ตั้งตัวกรองเนื้อหาบน Meta และ TikTok](https://phygital.co.th/insights/brand-safety-explained) กรณี TrafficJunky ชี้อีกด้านที่ตัวกรองแบบนั้นไม่ได้ครอบคลุม คือผู้ลงโฆษณาอาจเลือกตำแหน่งแสดงผลได้ถูกต้องทุกตำแหน่ง แต่เงินที่จ่ายเข้าเครือข่ายยังไปถึงเว็บไซต์ที่ธุรกิจไม่ต้องการสนับสนุน

| คำถาม                    | ด้านตำแหน่งแสดงผล                         | ด้านเส้นทางเงิน                                                        |
| ------------------------ | -------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------- |
| ตรวจอะไร                | โฆษณาปรากฏข้างเนื้อหาแบบไหน             | เงินค่าโฆษณาถูกแบ่งให้ใครบ้าง                                      |
| เครื่องมือที่มี       | ตัวกรองเนื้อหา รายการบล็อก รายงานตำแหน่ง | รายชื่อผู้ขายที่ได้รับอนุญาต รายชื่อตัวกลาง สัญญากับเครือข่าย |
| ความเสี่ยงถ้าไม่ตรวจ | ภาพลักษณ์เสียจากตำแหน่งที่คนเห็น      | ถูกโยงว่าเป็นผู้ให้ทุนแก่เว็บไซต์ที่มีข้อกล่าวหา             |

ด้านเส้นทางเงินตรวจได้บางส่วนด้วยไฟล์มาตรฐานของอุตสาหกรรมโฆษณา ซึ่งบอกว่าผู้ขายรายใดได้รับอนุญาตให้ขายพื้นที่ของเว็บไซต์ใด รายละเอียดอยู่ใน[Programmatic Advertising ตรวจผู้ขายด้วย ads.txt](https://phygital.co.th/insights/programmatic-advertising-explained)

### **ธุรกิจเล็กที่ซื้อโฆษณาผ่านแพลตฟอร์มใหญ่ต้องสนใจเรื่องนี้หรือไม่**

ความเสี่ยงอยู่ที่จำนวนทอดของตัวกลาง ธุรกิจที่ซื้อโฆษณาบนแพลตฟอร์มเดียวโดยตรงรู้อยู่แล้วว่าจ่ายเงินให้ใคร ความเสี่ยงเพิ่มเมื่อซื้อผ่านเครือข่ายโฆษณาที่กระจายไปหลายเว็บไซต์ หรือผ่านตัวแทนที่ซื้อต่ออีกทอดหนึ่ง ธุรกิจขนาดเล็กที่ใช้ตัวแทนแบบนี้ควรขอรายชื่อปลายทางที่เงินไปถึงไว้ตั้งแต่ทำสัญญา

## สิ่งที่ Visa เขียนว่าไม่ตัดสิน

คำแถลงของ Visa มีย่อหน้าหนึ่งที่ทีมการตลาดควรอ่านช้า ๆ Visa เขียนว่าเป็นนโยบายของบริษัทที่จะทำตามกฎหมายของทุกประเทศที่ทำธุรกิจ และไม่ตัดสินทางศีลธรรมต่อการซื้อที่ถูกกฎหมายของผู้บริโภค ผู้ออกกฎหมายเป็นผู้ตัดสินว่าอะไรถูกหรือผิด บัตร Visa จึงยังใช้ได้กับเว็บไซต์สตูดิโอในเครือเดียวกันที่นำเสนอเนื้อหาผู้ใหญ่ถูกกฎหมายโดยนักแสดงอาชีพ

Mastercard วางเกณฑ์แบบเดียวกันไว้เป็นข้อ ๆ เว็บไซต์เนื้อหาผู้ใหญ่ที่สถาบันการเงินรับเป็นลูกค้าต้องมีระบบตรวจตรา บล็อก และลบเนื้อหาผิดกฎหมาย และต้องยืนยันอายุและความยินยอมของทุกคนที่ปรากฏในเนื้อหา ทั้งสองบริษัทจึงไม่ได้ตัดทั้งอุตสาหกรรม แต่ตัดจุดที่ระบบควบคุมไม่ผ่านเกณฑ์ หรือจุดที่มีข้อกล่าวหาร้ายแรงผูกอยู่

### **เกณฑ์แบบนี้ใช้กับคู่ค้าของธุรกิจไทยอย่างไร**

ใช้เป็นแบบเขียนเกณฑ์คัดคู่ค้าที่ตรวจได้ ไม่ใช่เกณฑ์ตามรสนิยม เกณฑ์ที่เขียนว่าไม่ร่วมงานกับเว็บไซต์ที่ดูไม่ดีตรวจสอบไม่ได้และเปลี่ยนตามคนตัดสิน ส่วนเกณฑ์ที่เขียนว่าคู่ค้าต้องมีระบบลบเนื้อหาผิดกฎหมาย ต้องยืนยันอายุผู้ใช้ และต้องเปิดเผยรายชื่อเว็บไซต์ปลายทาง ตรวจได้ด้วยเอกสาร และอธิบายต่อผู้บริหารหรือสื่อมวลชนได้เมื่อมีคนถาม

ด้านธุรกิจครีเอเตอร์และรายได้จากสมาชิกของแพลตฟอร์มเนื้อหาผู้ใหญ่ มีการวิเคราะห์แยกไว้ใน[OnlyFans ส่วนแบ่ง 80/20 และความเสี่ยงจากช่องทางจ่ายเงิน](https://phygital.co.th/insights/onlyfans-creator-economy-lessons-thailand)

## ใครตรวจคู่ค้าในแต่ละทอด

Visa อธิบายในคำแถลงว่าบริษัทไม่ได้ทำสัญญากับร้านค้าโดยตรง ลูกค้าของ Visa คือสถาบันการเงินที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับร้านค้า และ Visa กำหนดให้สถาบันการเงินเหล่านั้นรับรองว่าร้านค้าทำตามมาตรฐาน หลังคำตัดสินของศาล Visa ย้ำข้อกำหนดนี้กับสถาบันการเงินที่นำร้านค้าเข้าสู่เครือข่ายอีกครั้ง Mastercard ก็สั่งการผ่านสถาบันการเงินแบบเดียวกัน ผู้ให้บริการบัตรจึงไม่ได้ตรวจร้านค้าทุกรายเอง แต่ผลักหน้าที่ตรวจลงไปที่ทอดที่อยู่ใกล้ร้านค้าที่สุด แล้วตรวจทอดนั้นแทน

ห่วงโซ่ของการซื้อโฆษณามีรูปแบบคล้ายกัน ธุรกิจจ่ายเงินให้เอเจนซีหรือแพลตฟอร์ม แพลตฟอร์มหรือเครือข่ายโฆษณาจ่ายต่อให้เจ้าของเว็บไซต์ ธุรกิจไม่มีทางตรวจเว็บไซต์ปลายทางทุกแห่งด้วยตัวเอง แต่กำหนดในสัญญาได้ว่าคู่ค้าทอดถัดไปต้องรับรองอะไร และต้องส่งรายชื่อปลายทางให้ตรวจเมื่อไร

### **ข้อความแบบไหนควรมีในสัญญากับเอเจนซีหรือเครือข่ายโฆษณา**

อย่างน้อยสามเรื่องที่ล้อตามคำแถลงของสองบริษัท คือคู่ค้าต้องรับรองว่าปลายทางที่ได้รับเงินมีระบบตรวจตราและลบสิ่งผิดกฎหมาย ต้องส่งรายชื่อปลายทางเมื่อธุรกิจร้องขอ และธุรกิจมีสิทธิ์พักการจ่ายทันทีเมื่อมีข้อกล่าวหาร้ายแรงต่อปลายทางรายใด ถ้อยคำทางกฎหมายที่ใช้จริงควรให้นักกฎหมายของธุรกิจตรวจก่อนลงนาม

## บันทึกที่ทีมการตลาดเก็บทุกครั้งที่ทบทวนพาร์ตเนอร์

Visa เขียนว่าได้ย้ำข้อกำหนดกับสถาบันการเงินที่นำร้านค้าเข้าสู่เครือข่าย และคู่ค้าที่ทำตามมาตรฐานไม่ได้ไม่เป็นที่ต้อนรับ ทีมการตลาดใช้หลักเดียวกันกับรายชื่อคู่ค้าของตัวเองได้ด้วยบันทึกสี่อย่าง

1. **รายชื่อคู่ค้าทุกทอดที่ได้รับเงิน** ตั้งแต่แพลตฟอร์ม เครือข่ายโฆษณา จนถึงตัวแทนที่ซื้อต่อ พร้อมวันที่เริ่มจ่าย
2. **เอกสารที่คู่ค้าให้มา** เช่นนโยบายคัดกรองเนื้อหา รายชื่อเว็บไซต์ปลายทาง และข้อสัญญาเรื่องการเปิดเผยข้อมูล
3. **วันที่ธุรกิจได้รับข้อมูลเชิงลบเกี่ยวกับคู่ค้า** เช่นข่าว คำฟ้อง หรือคำเตือนจากแพลตฟอร์ม และใครในทีมเป็นผู้รับ
4. **การตัดสินใจหลังได้ข้อมูลนั้น** ระงับ ทบทวน หรือจ่ายต่อ พร้อมเหตุผล และผู้อนุมัติ

### **ทำไมต้องจดวันที่ได้รับข้อมูลเชิงลบ**

เพราะกรณีนี้ทั้ง Visa และ Mastercard ขยับทันทีหลังคำตัดสินของศาลเผยข้อเท็จจริงใหม่ Mastercard เขียนชัดว่ารายได้ค่าโฆษณาส่วนนั้นอยู่นอกสายตามาก่อน ลำดับที่ Mastercard เล่าในคำแถลงจึงเป็นลำดับเดียวกับที่ธุรกิจต้องอธิบายได้เมื่อคู่ค้ามีปัญหา คือรู้เมื่อไร และทำอะไรหลังจากนั้น บันทึกที่มีวันที่กับการตัดสินใจคู่กันตอบเรื่องนี้ได้ด้วยเอกสาร แทนความจำของคนในทีม

## สรุป

วันที่ 29 กรกฎาคม 2565 ศาลรัฐบาลกลางสหรัฐไม่รับคำร้องของ Visa ที่ขอถอนตัวจากคดีที่ฟ้อง MindGeek บริษัทแม่ของ Pornhub อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา Visa ระงับสิทธิ์รับบัตรของ TrafficJunky หน่วยขายโฆษณาของ MindGeek ทำให้ใช้บัตร Visa ซื้อโฆษณาบนเว็บในเครือไม่ได้ และ Mastercard สั่งสถาบันการเงินให้ระงับแบบเดียวกัน โดยให้เหตุผลว่ารายได้ค่าโฆษณาที่อยู่นอกสายตาดูเหมือนเป็นทุนทางอ้อมให้ Pornhub ทั้งสองบริษัทเคยระงับการรับบัตรฝั่งเว็บไซต์ไปแล้วตั้งแต่ธันวาคม 2563 และทั้งสองเขียนว่าไม่ได้ตัดสินเนื้อหาที่ถูกกฎหมาย แต่ตัดจุดที่ระบบควบคุมไม่ผ่านเกณฑ์ บทเรียนสำหรับทีมการตลาดไทยคือ Brand Safety มีสองด้าน ด้านตำแหน่งที่โฆษณาแสดง และด้านเส้นทางที่เงินค่าโฆษณาไหลไป ด้านหลังต้องตรวจด้วยรายชื่อคู่ค้าทุกทอด เกณฑ์ที่ตรวจได้ด้วยเอกสาร และบันทึกวันที่ได้รับข้อมูลพร้อมการตัดสินใจที่ตามมา

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### TrafficJunky คืออะไร

คำแถลงของ Visa เรียก TrafficJunky ว่าเป็นหน่วยขายโฆษณาของ MindGeek ผู้ลงโฆษณาจ่ายเงินให้หน่วยนี้เพื่อให้โฆษณาไปแสดงบนเว็บไซต์ในเครือ

### Visa และ Mastercard ระงับอะไรในปี 2565

ทั้งสองรายระงับการรับบัตรของ TrafficJunky ทำให้ผู้ลงโฆษณาใช้บัตรสองเครือข่ายนี้จ่ายค่าโฆษณาบนเว็บไซต์ในเครือไม่ได้ ส่วนการรับบัตรบนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาจากผู้ใช้ถูกระงับไปตั้งแต่ธันวาคม 2563

### คดีนี้ตัดสินแล้วหรือยัง

คำตัดสินเมื่อ 29 กรกฎาคม 2565 เป็นคำตัดสินก่อนพิจารณาคดีที่ไม่รับคำร้องขอถอนตัวของ Visa ไม่ใช่คำพิพากษาว่าใครผิด Visa ระบุว่าไม่เห็นด้วยและจะต่อสู้คดี

### Visa ยังรับบัตรบนเว็บไซต์ในเครือ MindGeek อยู่หรือไม่

ตามคำแถลงเมื่อสิงหาคม 2565 Visa รับบัตรเฉพาะเว็บไซต์สตูดิโอในเครือที่มีเนื้อหาผู้ใหญ่ถูกกฎหมายโดยนักแสดงอาชีพ ส่วนเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาจากผู้ใช้ยังไม่ได้เปิดรับบัตรคืน

### ธุรกิจไทยต้องทำอะไรก่อน

ขอรายชื่อเครือข่ายโฆษณาและตัวแทนทุกทอดที่ได้รับเงินจากงบของตัวเอง แล้วตรวจว่าคู่ค้าแต่ละรายมีระบบคัดกรองเนื้อหาผิดกฎหมายและเปิดเผยเว็บไซต์ปลายทางได้หรือไม่

## รายชื่อเครือข่ายโฆษณาที่ธุรกิจของคุณจ่ายเงินให้ ทบทวนครั้งล่าสุดเมื่อไร

ทีม PHYGITAL AGENCY ไล่เส้นทางงบโฆษณาของธุรกิจจากแพลตฟอร์มจนถึงเว็บไซต์ปลายทาง ทำรายชื่อคู่ค้าทุกทอดพร้อมเกณฑ์คัดกรองที่ตรวจได้ด้วยเอกสาร แล้วส่งแบบบันทึกการทบทวนให้ทีมใช้ต่อทุกไตรมาส

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
