# Podcast Marketing คนไทยฟังนาน แต่ละแอปนับคนฟังไม่เหมือนกัน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/podcast-marketing-thailand-business · เผยแพร่ 26 เมษายน 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

YouGov พบคนไทยร้อยละ 54 ฟังพอดแคสต์อย่างน้อยสัปดาห์ละชั่วโมง แต่ Apple Spotify และ YouTube นับคนฟังคนละเกณฑ์ ธุรกิจจึงควรเลือกตัวเลขที่ใช้วัดก่อนอัดตอนแรก

## Key Takeaways

- **ชุดข้อมูล YouGov Global Profiles พบว่าคนไทยร้อยละ 54 ฟังพอดแคสต์อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งชั่วโมง** — สูงกว่าค่าเฉลี่ยของ 49 ตลาดที่ร้อยละ 41 และเป็นรองอินโดนีเซียที่ร้อยละ 59 ในเอเชียแปซิฟิก
- **แต่ละแอปนับคนฟังคนละเกณฑ์** — Apple Podcasts นับผู้ฟังที่ตั้งใจฟังเมื่อฟังครบ 20 นาทีหรือร้อยละ 40 ของตอน ส่วน Spotify นับการเล่นหนึ่งครั้งเมื่อฟังหรือดูครบ 30 วินาที ตัวเลขสองแอปจึงเอามาบวกกันตรง ๆ ไม่ได้
- **ผู้ใช้ Spotify ในไทยร้อยละ 49 บอกว่าโฆษณาที่ตามตัวเองทำให้รู้สึกไม่สบายใจ และร้อยละ 58 รู้สึกว่าเจอโฆษณามากเกินไป** — รายการที่เจ้าของหรือพนักงานเล่าเรื่องงานของตัวเองจึงต้องให้ความรู้ก่อนขายของ

เมื่อเห็นลูกค้าและคนรอบตัวเปิดรายการพูดคุยฟังระหว่างขับรถหรือทำงานบ้าน เจ้าของร้านบางคนก็อยากทำรายการของตัวเองบ้าง เพราะมีเรื่องในธุรกิจที่อธิบายได้เป็นชั่วโมง แต่คำถามที่ตอบยากกว่าคือ อัดไปแล้วสิบตอนจะรู้ได้อย่างไรว่ามีคนฟังจริง และฟังจนถึงช่วงที่พูดถึงร้านหรือเปล่า สามเรื่องที่ต้องตัดสินใจก่อนอัดตอนแรกคือ คนไทยฟังพอดแคสต์มากแค่ไหน แต่ละแอปนับคนฟังอย่างไร และใครในธุรกิจควรเป็นเสียงของรายการ

สัดส่วนผู้ฟังมาจากชุดข้อมูล YouGov Global Profiles ที่สรุปไว้ใน[บทความเรื่องผู้ฟังพอดแคสต์ทั่วโลกของ YouGov](https://yougov.com/articles/52047-where-are-global-podcastlisteners-in-2025) เผยแพร่วันที่ 21 เมษายน 2568 ส่วนเกณฑ์การนับมาจาก[หน้าคู่มือ Listener analytics ของ Apple Podcasts for Creators](https://podcasters.apple.com/support/5392-listener-analytics) และ[ประกาศเรื่องมาตรฐานการนับการเล่นของ Spotify](https://newsroom.spotify.com/2026-06-11/spotify-for-creators-tools-plays-analytics-updates/) ลงวันที่ 11 มิถุนายน 2569

## คนไทยฟังพอดแคสต์มากแค่ไหน

YouGov ถามผู้ใหญ่อายุ 18 ปีขึ้นไปใน 49 ตลาดว่าใช้เวลาฟังพอดแคสต์สัปดาห์ละกี่ชั่วโมง แล้วนับคนที่ตอบตั้งแต่หนึ่งชั่วโมงขึ้นไปเป็นผู้ฟังประจำ ค่าเฉลี่ยของทุกตลาดคือร้อยละ 41 และร้อยละ 9 ฟังเกินสิบชั่วโมงต่อสัปดาห์ ตัวเลขของตลาดในเอเชียแปซิฟิกและตลาดที่คนไทยมักใช้เทียบเป็นดังนี้

| ตลาด         | ฟังอย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งชั่วโมง |
| ------------ | --------------------------------------- |
| อินโดนีเซีย  | ร้อยละ 59                              |
| ไทย          | ร้อยละ 54                              |
| อินเดีย      | ร้อยละ 54                              |
| เวียดนาม     | ร้อยละ 48                              |
| ฟิลิปปินส์   | ร้อยละ 43                              |
| มาเลเซีย     | ร้อยละ 40                              |
| สหรัฐอเมริกา | ร้อยละ 38                              |
| สิงคโปร์     | ร้อยละ 31                              |
| ญี่ปุ่น      | ร้อยละ 11                              |

ตัวเลขนี้บอกว่าการฟังรายการยาวเป็นพฤติกรรมปกติของคนไทยจำนวนมาก ไม่ได้จำกัดอยู่ในกลุ่มเล็ก ธุรกิจที่อยากอธิบายเรื่องที่ต้องใช้เวลา เช่น วิธีเลือกวัสดุสร้างบ้าน การดูแลผิวหลังทำหัตถการ หรือขั้นตอนขอสินเชื่อ จึงมีผู้ฟังที่คุ้นกับรูปแบบนี้อยู่แล้ว แต่ตัวเลขไม่ได้บอกว่าคนไทยฟังรายการของธุรกิจ ผู้ตอบอาจฟังรายการข่าว บันเทิง หรือรายการของนักเล่าเรื่องอิสระเป็นหลัก

### ผู้ชมพอดแคสต์บน YouTube ถูกนับรวมด้วยหรือเปล่า

แบบสำรวจของ YouGov ถามเวลาฟังพอดแคสต์โดยไม่ได้แยกแอปในบทความสรุป จึงบอกไม่ได้ว่าคำตอบรวมการดูรายการบน YouTube มากน้อยแค่ไหน ส่วน YouTube ประกาศใน[บล็อกทางการเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568](https://blog.youtube/news-and-events/1-billion-monthly-podcast-users/) ว่ามีผู้ชมเนื้อหาพอดแคสต์เกินหนึ่งพันล้านคนต่อเดือน นับถึงเดือนมกราคม 2568 และผู้ชมดูพอดแคสต์บนอุปกรณ์ในห้องนั่งเล่นเช่นทีวีเกิน 400 ล้านชั่วโมงต่อเดือน ประกาศนี้เป็นตัวเลขทั่วโลกและไม่ได้แยกประเทศไทย

ผลในทางปฏิบัติคือรายการของธุรกิจควรคิดตั้งแต่แรกว่าจะมีภาพหรือไม่ เพราะคนจำนวนมากเจอพอดแคสต์บนแอปวิดีโอ การตั้งกล้องหนึ่งตัวตอนอัดเสียงทำให้ตัดคลิปสั้นไปใช้ต่อได้ ส่วนธุรกิจที่เลือกทำเสียงอย่างเดียวควรรู้ว่าจะไม่ได้ผู้ชมกลุ่มที่เปิดดูบนทีวี

## แต่ละแอปนับคนฟังคนละเกณฑ์

เจ้าของรายการที่เปิดแดชบอร์ดของหลายแอปพร้อมกันจะเห็นตัวเลขไม่ตรงกัน สาเหตุหลักคือแต่ละแอปตั้งเกณฑ์ว่าเท่าไรถึงนับ ข้อมูลในตารางยกจากเอกสารของ Apple และประกาศของ Spotify ที่อ้างไว้ต้นบท

| ตัวเลข              | แอป            | นับเมื่อไร                                                                          |
| ------------------- | -------------- | ------------------------------------------------------------------------------------ |
| Listeners           | Apple Podcasts | มีคนเล่นหรือดูตอนนั้นนานกว่าศูนย์วินาที                                    |
| Engaged Listeners   | Apple Podcasts | มีคนฟังหรือดูอย่างน้อย 20 นาที หรือร้อยละ 40 ของตอน                         |
| Plays               | Apple Podcasts | ทุกครั้งที่มีคนกดเล่นนานกว่าศูนย์วินาที                                    |
| Average Consumption | Apple Podcasts | สัดส่วนเฉลี่ยของตอนที่แต่ละเครื่องเล่น เกินร้อยละ 100 ได้ถ้ามีคนฟังซ้ำ |
| Plays               | Spotify        | มีคนฟังหรือดูครบ 30 วินาที ตามมาตรฐานที่เริ่มใช้วันที่ 11 มิถุนายน 2569   |

ประกาศของ Spotify ระบุเหตุผลว่าข้อมูลพฤติกรรมผู้ฟังชี้ว่าสามสิบวินาทีบอกความตั้งใจฟังได้ และกรองการกดเล่นโดยไม่ตั้งใจออกไป Spotify ยังบอกว่าได้หารือเรื่องนี้กับ Alliance for Measurement in Podcasting ซึ่งเพิ่งประกาศนิยามการเล่นพอดแคสต์ของตัวเอง

เมื่อเกณฑ์ต่างกันขนาดนี้ การรายงานผู้บริหารว่า "รายการมีคนฟังสามพันครั้ง" โดยรวมสองแอปเข้าด้วยกันจึงให้ภาพผิด ครั้งหนึ่งของ Apple อาจเป็นการกดเล่นสองวินาที ส่วนครั้งหนึ่งของ Spotify ต้องฟังครบครึ่งนาทีแล้ว ควรแยกรายงานตามแอป และบอกเกณฑ์ไว้ข้างตัวเลขทุกครั้ง

### ตัวเลขไหนใช้ตั้งเป้าตอนเริ่มทำรายการ

สำหรับรายการของธุรกิจ ตัวเลขที่ใกล้เป้าหมายที่สุดคือจำนวนคนที่ฟังนานพอจะได้ยินสิ่งที่ธุรกิจอยากบอก บน Apple Podcasts ตัวเลขนี้คือ Engaged Listeners ส่วน Average Consumption บอกว่าคนหยุดฟังกันที่ช่วงไหนของตอน ถ้าตอนยาวสามสิบนาทีมีค่าเฉลี่ยราวร้อยละ 30 แปลว่าคนส่วนใหญ่เลิกฟังก่อนนาทีที่สิบ ช่วงที่พูดถึงร้านควรย้ายขึ้นมาก่อนจุดนั้น

หน้าคู่มือของ Apple ยังบอกว่าแดชบอร์ดจะไม่แสดงข้อมูลของรายการ ถ้าในช่วงเวลาที่เลือกมีผู้ฟังไม่ถึงห้าคน และค่าตั้งต้นของหน้าจอคือข้อมูลย้อนหลัง 60 วัน รายการใหม่ที่เพิ่งปล่อยสองตอนจึงอาจเห็นหน้าจอว่างเปล่า ซึ่งไม่ได้แปลว่าระบบเสีย ส่วนยอดดาวน์โหลดไม่อยู่ในแดชบอร์ดของ Apple ต้องดูจากผู้ให้บริการที่ฝากไฟล์รายการ

## เสียงของคนในร้านทำงานต่างจากโฆษณา

YouGov เผยแพร่ข้อมูลผู้ใช้ Spotify ในไทยเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ใน[บทความเทียบผู้ใช้ Spotify ในออสเตรเลีย สิงคโปร์ และไทย](https://yougov.com/articles/55172-exploring-spotifys-audience-in-australia-singapore-and-thailand) ตัวเลขฝั่งไทยที่เกี่ยวกับรายการของธุรกิจมีดังนี้

1. **ผู้ใช้อายุ 35 ถึง 54 ปีเป็นกลุ่มใหญ่ที่สุด** คิดเป็นร้อยละ 45 ตามด้วยอายุ 18 ถึง 34 ปีร้อยละ 39 และ 55 ปีขึ้นไปร้อยละ 16 ผู้ฟังบนแอปนี้จึงไม่ได้มีแต่คนหนุ่มสาว
2. **ร้อยละ 49 บอกว่าโฆษณาที่ปรับตามตัวผู้ใช้ทำให้รู้สึกไม่สบายใจ** และร้อยละ 58 รู้สึกว่าถูกโฆษณาถาโถมมากเกินไป
3. **ร้อยละ 64 ชอบดูโฆษณาที่มีคนดังที่ตัวเองชื่นชอบ** สูงกว่าผู้ใช้ในสิงคโปร์ที่ร้อยละ 36 และออสเตรเลียที่ร้อยละ 17
4. **ร้อยละ 17 บอกว่าจะสังเกตเห็นโฆษณาทางวิทยุ** ขณะที่ร้อยละ 87 เลือกสื่อออนไลน์เป็นช่องทางโฆษณาที่ตัวเองชอบที่สุด

สองข้อแรกบอกว่าผู้ฟังกลุ่มนี้เบื่อการถูกขาย ส่วนข้อที่สามบอกว่าคนไทยตอบรับคนที่รู้จักหน้าตาและน้ำเสียง ธุรกิจเล็กไม่มีงบจ้างดารา แต่มีคนที่ลูกค้ารู้จักอยู่แล้ว คือเจ้าของร้าน ช่างประจำ หรือพนักงานที่ตอบแชตทุกวัน เมื่อคนเหล่านี้เล่าเรื่องงานที่ทำจริงในรายการ ผู้ฟังได้ยินคนที่อาจเจอเมื่อเดินเข้าร้าน ไม่ใช่เสียงประกาศขายของ ข้อควรระวังคือตัวเลขชุดนี้เป็นผู้ใช้ Spotify ทั้งหมด ไม่ได้แยกเฉพาะคนที่ฟังพอดแคสต์

### รายการของธุรกิจควรพูดเรื่องอะไร

เริ่มจากคำถามที่ลูกค้าถามพนักงานซ้ำทุกสัปดาห์ แล้วเลือกข้อที่ตอบสั้นในแชตไม่ได้ เช่น ร้านวัสดุก่อสร้างอธิบายความต่างของปูนแต่ละชนิดกับงานแต่ละแบบ หรือคลินิกทันตกรรมเล่าขั้นตอนจัดฟันตั้งแต่วันแรกจนถอดเครื่องมือ หัวข้อแบบนี้ให้ผู้ฟังตัดสินใจได้ดีขึ้นแม้จะไม่ซื้อจากร้านนั้น ซึ่งทำให้เขาเชื่อคนเล่ามากกว่ารายการที่พูดแต่โปรโมชัน

เรื่องที่ควรเลี่ยงคือการอ่านรายการสินค้าและราคายาวทั้งตอน รายละเอียดเรื่องสัดส่วนเนื้อหากับโฆษณาในแต่ละตอนตามแนวทางของ Apple อยู่ใน[ผลิต Podcast แบรนด์ ตอนหนึ่งต้องมีเนื้อหามากกว่าโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/podcast-production-audio-branding-agency) ถ้าจะใช้เสียงของคนนอกองค์กรหรือเสียงพากย์ ควรอ่านเรื่องการขอความยินยอมใน[แต่งเพลงประจำแบรนด์และพากย์เสียง เสียงคนต้องขอยินยอมแค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/brand-song-radio-spot-voiceover)

## ตัวเลขผู้ฟังมาจากแบบสำรวจ ไม่ใช่ยอดฟังจริง

ก่อนเอาตัวเลขเหล่านี้ไปขอเงินลงทุนทำรายการ มีห้าเรื่องที่ต้องรู้

1. **ร้อยละ 54 มาจากคำตอบของผู้ถูกสำรวจ** YouGov ไม่ได้วัดเวลาฟังจากเครื่อง คนอาจประเมินเวลาฟังของตัวเองสูงหรือต่ำกว่าจริง
2. **ข้อมูลของ YouGov เก็บต่อเนื่องย้อนหลัง 12 เดือน** แต่ละตลาดมีผู้ตอบอย่างน้อยราวหนึ่งพันคน ตัวอย่างขนาดนี้บอกภาพระดับประเทศได้ แต่แยกย่อยรายจังหวัดไม่ได้
3. **ตัวเลขของ YouTube เป็นยอดรวมทั่วโลก** ประกาศไม่ได้แยกประเทศ และไม่ได้อธิบายว่าต้องดูนานเท่าไรถึงนับเป็นผู้ชม
4. **เกณฑ์ของแต่ละแอปเปลี่ยนได้** Spotify เพิ่งเปลี่ยนวิธีนับการเล่นในปี 2569 เกณฑ์ในตารางอ้างจากหน้าที่อ่านในเดือนกันยายน 2569
5. **ยังไม่มีข้อมูลทางการว่าธุรกิจไทยทำรายการของตัวเองกี่ราย** คำพูดว่าช่องทางนี้มีคู่แข่งน้อยจึงยังไม่มีตัวเลขรองรับ ควรเปิดดูรายการในหมวดธุรกิจของตัวเองก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ธุรกิจนับเองได้แม่นกว่าแบบสำรวจคือคำตอบของลูกค้าใหม่เมื่อถามว่ารู้จักร้านจากที่ไหน ถ้าเริ่มมีคนตอบว่าได้ยินจากรายการ นั่นคือหลักฐานที่ตรงกับธุรกิจมากกว่าผลสำรวจระดับชาติที่ถามคนทั่วไป

## ห้าเรื่องที่ต้องตัดสินใจก่อนอัดตอนแรก

1. **ใครคือผู้ฟังหนึ่งคนที่รายการตั้งใจคุยด้วย** เช่น คนที่กำลังจะสร้างบ้านหลังแรก ไม่ใช่ทุกคนที่สนใจบ้าน
2. **ใครเป็นเสียงหลัก** เจ้าของ พนักงาน หรือผู้ดำเนินรายการที่จ้างมา และใครเป็นคนสำรองเมื่อเสียงหลักไม่ว่าง
3. **มีภาพหรือไม่** ถ้ามีกล้อง ตัดคลิปไปใช้ในโซเชียลได้ ถ้าเสียงอย่างเดียว ต้นทุนต่อตอนต่ำกว่า
4. **ใช้ตัวเลขอะไรวัดผลในหกเดือนแรก** เช่น Engaged Listeners บน Apple Podcasts บวกจำนวนลูกค้าใหม่ที่บอกว่ารู้จักจากรายการ
5. **ลงแอปไหนก่อน** ตามคำตอบของลูกค้าประจำ ไม่ใช่ตามแอปที่ทีมใช้เอง

เมื่อมีคำตอบครบห้าข้อ ค่อยวางหัวข้อสิบตอนแรก วิธีเลือกแพลตฟอร์มโซเชียลสำหรับคลิปที่ตัดจากรายการเทียบไว้ใน[Social Media เลือกแพลตฟอร์มไหน ดูจากวิธีที่แอปคัดโพสต์](https://phygital.co.th/insights/social-media-marketing-platform-guide) และหน้าบริการที่เกี่ยวกับเสียงของแบรนด์คือ[บริการ Music Marketing และงานเสียง](https://phygital.co.th/solutions/music-marketing)

### เจ้าของไม่ถนัดพูด ใครควรเป็นเสียงหลัก

เลือกคนที่ลูกค้าคุยด้วยบ่อยที่สุดและอธิบายงานได้โดยไม่ต้องอ่านบท เช่น ช่างที่ไปหน้างานหรือพนักงานที่ตอบแชต แล้วให้เจ้าของเป็นผู้ถามแทน รูปแบบถามตอบช่วยคนที่ไม่ถนัดพูดคนเดียว เพราะมีคำถามพาไปทีละเรื่อง ก่อนเริ่มควรตกลงกับพนักงานให้ชัดว่ารายการจะใช้เสียงของเขาต่อไปหรือไม่หากเขาลาออก และเก็บข้อตกลงนั้นเป็นลายลักษณ์อักษร

## สรุป

YouGov พบว่าคนไทยร้อยละ 54 ฟังพอดแคสต์อย่างน้อยสัปดาห์ละหนึ่งชั่วโมง สูงกว่าค่าเฉลี่ย 49 ตลาดที่ร้อยละ 41 แต่ก่อนทำรายการ ธุรกิจควรรู้ว่าแต่ละแอปนับคนละเกณฑ์ Apple Podcasts นับผู้ฟังที่ตั้งใจฟังเมื่อฟังครบ 20 นาทีหรือร้อยละ 40 ของตอน ส่วน Spotify นับการเล่นเมื่อฟังครบ 30 วินาที การรวมตัวเลขสองแอปเข้าด้วยกันจึงให้ภาพผิด ผู้ใช้ Spotify ในไทยจำนวนมากรู้สึกว่าเจอโฆษณามากเกินไป รายการที่ได้ผลจึงควรเป็นเสียงของคนที่ลูกค้ารู้จัก เล่าเรื่องที่ช่วยให้ผู้ฟังตัดสินใจ และวัดผลด้วยจำนวนคนที่ฟังนานพอกับคำตอบของลูกค้าใหม่

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Podcast Marketing คืออะไร

คือการใช้รายการเสียงหรือรายการวิดีโอแบบพูดคุยเป็นช่องทางสื่อสารกับลูกค้า ธุรกิจอาจทำรายการของตัวเอง ไปเป็นแขกในรายการอื่น หรือซื้อช่วงโฆษณาในรายการที่กลุ่มเป้าหมายฟัง บทนี้เน้นแบบแรก คือธุรกิจเป็นเจ้าของรายการ

### ควรปล่อยตอนใหม่บ่อยแค่ไหน

เลือกความถี่ที่ทีมทำต่อได้อย่างน้อยหกเดือน เช่น ทุกสองสัปดาห์ แล้วอัดล่วงหน้าไว้สามถึงสี่ตอนก่อนเปิดตัว ผู้ฟังที่กดติดตามคาดหวังวันปล่อยที่แน่นอน รายการที่หายไปหลายเดือนมักเสียผู้ฟังที่สะสมไว้

### ตอนหนึ่งควรยาวกี่นาที

ไม่มีตัวเลขตายตัว ให้ดู Average Consumption หลังปล่อยห้าหรือหกตอน ถ้าคนฟังเฉลี่ยราวสิบห้านาทีในตอนที่ยาวสี่สิบนาที ตอนต่อไปควรสั้นลงหรือย้ายเรื่องสำคัญมาไว้ช่วงต้น

### ลงแอปเดียวได้ไหม ถ้าทีมมีเวลาจำกัด

ได้ แต่ควรเลือกแอปที่ลูกค้าของธุรกิจใช้จริง ถามลูกค้าประจำสักยี่สิบคนว่าฟังพอดแคสต์ผ่านแอปไหน แล้วเริ่มจากแอปที่มีคนตอบมากที่สุด ภายหลังค่อยส่งไฟล์เดียวกันไปลงแอปอื่น

### จะรู้ได้อย่างไรว่ารายการช่วยให้ขายได้

ถามลูกค้าใหม่ทุกคนว่ารู้จักร้านจากที่ไหน และใส่รหัสส่วนลดหรือลิงก์เฉพาะไว้ในคำอธิบายตอน ตัวเลขฟังบอกว่ามีคนได้ยิน ส่วนรหัสและคำตอบของลูกค้าบอกว่ามีคนลงมือซื้อ

### อัดในร้านได้ไหม หรือต้องเช่าห้องอัด

อัดในร้านได้ถ้าเลือกช่วงที่เงียบและห้องไม่ก้อง ห้องที่มีผ้าม่านหรือชั้นหนังสือช่วยลดเสียงสะท้อน ทดลองอัดห้านาทีแล้วฟังผ่านหูฟังก่อนอัดตอนจริง ถ้ายังได้ยินเสียงแอร์หรือเสียงถนนชัด ค่อยพิจารณาห้องอัด

## ตั้งตัวเลขที่ใช้วัดผลให้เสร็จก่อนอัดตอนแรก แล้วรายการของคุณจะรู้ตั้งแต่เดือนที่สองว่าต้องปรับตรงไหน

PHYGITAL AGENCY ช่วยเลือกเสียงหลัก วางหัวข้อสิบตอนแรก และตั้งตัวชี้วัดของแต่ละแอปให้ตรงกับเป้าของธุรกิจ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
