# วิกฤต PM 2.5 เชียงใหม่ กับการปรับตัวธุรกิจตามค่ามาตรฐาน 37.5

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/pm25-crisis-business-adaptation-responsibility · เผยแพร่ 9 พฤศจิกายน 2564 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ค่ามาตรฐาน PM2.5 ของไทยเข้มขึ้นเป็น 37.5 มคก./ลบ.ม. ตั้งแต่ 1 มิ.ย. 2566 ธุรกิจในเชียงใหม่ใช้ระดับสี AQI ของทางการกำหนดแผนงาน การดูแลพนักงาน และคำโฆษณาได้

## Key Takeaways

- **ค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงของไทยเข้มขึ้นจาก 50 เป็น 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2566** — ตามประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ ส่วนค่าเฉลี่ยรายปีลดจาก 25 เป็น 15
- **ดัชนีคุณภาพอากาศของไทยแบ่งเป็น 5 สีพร้อมข้อควรปฏิบัติ** — ระดับสีแดงคือ PM2.5 ตั้งแต่ 75.1 ขึ้นไป ซึ่งทางการแนะนำให้ประชาชนทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง ธุรกิจใช้ระดับสีนี้เป็นจุดตัดสินใจเลื่อนงานหรือปรับแผนได้โดยไม่ต้องตั้งเกณฑ์เอง
- **อัตราเข้าพักของโรงแรมในเชียงใหม่ปี 2568 ลดจาก 87.28% ในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือ 70.04% ในเดือนมีนาคม** — จากตัวเลขรายเดือนของภาครัฐ ซึ่งไม่ได้ระบุสาเหตุ ธุรกิจควรเทียบกับค่าฝุ่นที่บันทึกเองก่อนสรุป

ร้าน โรงแรม และผู้จัดงานในเชียงใหม่ที่เจอฤดูฝุ่นทุกต้นปี มักตัดสินใจเลื่อนงานหรือปิดพื้นที่กลางแจ้งจากความรู้สึกเป็นวันต่อวัน ฝุ่น PM2.5 ในเชียงใหม่เป็นเรื่องที่ธุรกิจต้องวางแผนล่วงหน้า ไม่ใช่เรื่องที่รอรับมือเมื่อค่าฝุ่นขึ้น เกณฑ์ที่ใช้วางแผนมีอยู่แล้วในประกาศของทางการ ทั้งค่ามาตรฐานและระดับสีของดัชนีคุณภาพอากาศ พร้อมข้อควรปฏิบัติในแต่ละระดับ

ธุรกิจที่นำเกณฑ์ชุดนี้ไปใช้จะตัดสินใจได้เร็วขึ้นและอธิบายกับลูกค้าได้ว่าตัดสินใจจากอะไร ทั้งการเลื่อนงานกลางแจ้ง การดูแลพนักงานส่งของ และการเขียนข้อความเรื่องอากาศในร้าน บทนี้ไล่ตั้งแต่ค่ามาตรฐานที่เข้มขึ้น ระดับสีของดัชนี ผลต่ออัตราเข้าพัก แผนสำหรับพนักงานกลางแจ้ง ไปจนถึงตัวเลขที่ต้องมีเมื่อใช้คำว่าพื้นที่ปลอดฝุ่น ฟิจิทัล เอเจนซี ซึ่งมีทีมงานประจำอยู่ในเชียงใหม่ ใช้เกณฑ์เดียวกันนี้วางแผนงานอีเวนต์ของลูกค้าช่วงต้นปี

## ค่ามาตรฐาน PM2.5 ของไทยเข้มขึ้นเป็น 37.5 ตั้งแต่ปี 2566

ประกาศคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ เรื่องกำหนดมาตรฐานฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอนในบรรยากาศทั่วไป กำหนดค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงไว้ไม่เกิน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2566 ค่าเดิมคือ 50

[ข่าวของกรมควบคุมมลพิษวันที่ 1 มิถุนายน 2566](https://www.pcd.go.th/pcd%5Fnews/29901/) ระบุตัวเลขเดิมและใหม่ของทั้งสองค่าเฉลี่ย

| ค่าเฉลี่ย | ค่าเดิม               | ค่าใหม่                 | มีผลตั้งแต่                                                  |
| ---------- | ---------------------- | ------------------------ | -------------------------------------------------------------- |
| 24 ชั่วโมง | ไม่เกิน 50 มคก./ลบ.ม. | ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม. | 1 มิถุนายน 2566                                                |
| 1 ปี       | ไม่เกิน 25 มคก./ลบ.ม. | ไม่เกิน 15 มคก./ลบ.ม.   | 9 กรกฎาคม 2565 (วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา) |

ผลที่ธุรกิจเห็นได้ทันทีคือจำนวนวันที่แอปและหน้าจอรายงานว่าเกินมาตรฐานจะมากขึ้น แม้ปริมาณฝุ่นจริงเท่าเดิม เพราะเส้นมาตรฐานต่ำลง การเทียบจำนวนวันเกินมาตรฐานของปีก่อนและหลัง 2566 จึงต้องระบุว่าใช้เกณฑ์ใด

### ค่ามาตรฐานนี้ใช้กับอากาศภายในร้านหรือไม่

ไม่ใช่ ประกาศฉบับนี้กำหนดมาตรฐานในบรรยากาศทั่วไป คือนอกอาคาร ร้านที่อยากบอกลูกค้าว่าอากาศในร้านดีแค่ไหนจึงใช้ค่า 37.5 เป็นตัวเทียบได้ แต่ต้องบอกให้ชัดว่าเป็นการเทียบโดยสมัครใจ ไม่ใช่การรับรองตามกฎหมาย การวัดในร้านควรทำด้วยเครื่องวัดที่ตั้งจุดเดิมและบันทึกเวลาทุกครั้ง เพราะค่าที่วัดครั้งเดียวในเวลาที่อากาศดีไม่ได้บอกสภาพของทั้งวัน

## ระดับสีดัชนีคุณภาพอากาศคือเกณฑ์ตัดสินใจที่ทางการกำหนดไว้แล้ว

ดัชนีคุณภาพอากาศของไทยแบ่งเป็น 5 ระดับสี และแต่ละระดับมีข้อควรปฏิบัติสำหรับประชาชนทั่วไปและกลุ่มเสี่ยง ธุรกิจจึงผูกแผนงานกับระดับสีได้ทันที โดยไม่ต้องคิดเกณฑ์ขึ้นเอง

[ประกาศดัชนีคุณภาพอากาศของประเทศไทย พ.ศ. 2566](https://www.pcd.go.th/pcd%5Fnews/30028/) ประกาศในราชกิจจานุเบกษา 3 กรกฎาคม 2566 และปรับช่วงค่า PM2.5 ของแต่ละสีให้สอดคล้องกับมาตรฐานใหม่

| ระดับสี (AQI)    | PM2.5 (มคก./ลบ.ม.) | ข้อควรปฏิบัติของทางการโดยย่อ                                                         |
| ----------------- | ------------------ | ------------------------------------------------------------------------------------------ |
| ฟ้า (0-25)        | 0-15               | ดำเนินชีวิตได้ตามปกติ                                                                  |
| เขียว (26-50)     | 15-25              | ประชาชนทั่วไปทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ กลุ่มเสี่ยงสังเกตอาการ                          |
| เหลือง (51-100)   | 25.1-37.5          | ลดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก กลุ่มเสี่ยงใช้หน้ากาก                              |
| ส้ม (101-200)     | 37.6-75            | ใช้หน้ากากทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร และจำกัดกิจกรรมกลางแจ้งที่ใช้แรงมาก        |
| แดง (201 ขึ้นไป) | 75.1 ขึ้นไป       | ประชาชนทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง ผู้มีโรคประจำตัวอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยจากมลพิษ |

### งานอีเวนต์กลางแจ้งควรเลื่อนเมื่อใด

ข้อควรปฏิบัติของทางการระดับสีแดงคือให้ประชาชนทุกคนงดกิจกรรมกลางแจ้ง งานที่ชวนคนมารวมตัวกลางแจ้งในวันสีแดงจึงขัดกับคำแนะนำโดยตรง ส่วนระดับสีส้มแนะนำให้จำกัดกิจกรรมที่ใช้แรงมาก งานวิ่งหรือกีฬาควรมีแผนย้ายหรือเลื่อนตั้งแต่ระดับนี้ ผู้จัดควรกำหนดล่วงหน้าว่าจะดูค่าจากสถานีใดและเวลาใด แล้วแจ้งผู้ร่วมงานตั้งแต่วันขายบัตร

## อัตราเข้าพักในเชียงใหม่ลดลงช่วงมีนาคมถึงเมษายน 2568

กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬารายงานในสถิติรายเดือนปี 2568 ว่าอัตราเข้าพักของเชียงใหม่ลดจาก 87.28% ในเดือนกุมภาพันธ์ เหลือ 70.04% ในเดือนมีนาคม และ 72.13% ในเดือนเมษายน ก่อนขึ้นไปสูงสุด 94.75% ในเดือนธันวาคม

| เดือน ปี 2568 | อัตราเข้าพัก | ผู้เยี่ยมเยือนชาวต่างชาติ |
| ------------- | -------------- | ------------------------------ |
| มกราคม        | 89.92%         | 362,330 คน                     |
| กุมภาพันธ์    | 87.28%         | 307,892 คน                     |
| มีนาคม        | 70.04%         | 299,028 คน                     |
| เมษายน        | 72.13%         | 281,448 คน                     |
| ธันวาคม       | 94.75%         | 355,835 คน                     |

ตัวเลขนี้มาจาก[สถิตินักท่องเที่ยวภายในประเทศรายจังหวัด ปี 2568](https://www.mots.go.th/news/category/829) และไม่ได้ระบุสาเหตุของการเปลี่ยนแปลง ฤดูกาลท่องเที่ยว วันหยุด และค่าฝุ่นอาจมีผลพร้อมกัน ธุรกิจที่อยากรู้ว่าฝุ่นกระทบยอดขายของตัวเองเท่าไร ควรบันทึกค่าฝุ่นรายวันคู่กับยอดขายรายวันของร้านเอง แล้วเทียบกันหลังผ่านไปหนึ่งฤดู การวางงบทั้งปีจากเดือนที่รายได้ต่ำที่สุดอธิบายไว้ใน[ถอดรหัสเชียงใหม่เมืองปราบเซียน วางแผนจากเดือนที่รายได้ต่ำสุด](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-business-survival-strategy)

### ธุรกิจควรลดงบโฆษณาช่วงฝุ่นหรือไม่

ขึ้นกับว่าลูกค้าหลักเป็นใคร ร้านที่พึ่งผู้มาเยือนอาจเห็นลูกค้าลดลงในช่วงอัตราเข้าพักต่ำ ส่วนร้านที่ลูกค้าเป็นคนในพื้นที่อาจเปลี่ยนแค่รูปแบบการซื้อ เช่น สั่งกลับบ้านมากขึ้น การลดงบทั้งก้อนจึงไม่ใช่คำตอบเดียว ทางที่ตรงกว่าคือย้ายงบไปยังช่องทางที่ลูกค้าใช้ในช่วงนั้น แล้ววัดยอดขายแยกช่องทางเทียบกับฤดูฝุ่นปีที่แล้ว

## พนักงานที่ทำงานกลางแจ้งต้องมีแผนตามระดับสี

พนักงานส่งของ พนักงานจอดรถ และทีมงานอีเวนต์ต้องอยู่นอกอาคารเกือบทั้งวัน ข้อควรปฏิบัติระดับสีส้มขึ้นไปของทางการแนะนำให้ใช้หน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ธุรกิจที่มีพนักงานกลุ่มนี้จึงควรเตรียมอุปกรณ์และปรับตารางงานไว้ก่อนฤดูฝุ่น

แผนที่ใช้ได้จริงมีสามส่วน

1. **อุปกรณ์** หน้ากากที่ป้องกัน PM2.5 ได้ จำนวนพอสำหรับพนักงานทุกคนตลอดฤดู และจุดแจกที่พนักงานรู้
2. **ตารางงาน** ลดระยะเวลาทำงานต่อเนื่องนอกอาคารในวันสีส้มและสีแดง และมีพื้นที่พักในอาคาร
3. **การสังเกตอาการ** ให้พนักงานรู้อาการที่ทางการระบุ เช่น ไอ หายใจลำบาก ระคายเคืองตา และช่องทางแจ้งหัวหน้าโดยไม่ถูกหักค่าจ้าง

### ร้านที่ใช้พนักงานส่งของจากแพลตฟอร์มควรทำอะไรได้บ้าง

ร้านไม่ได้เป็นนายจ้างของพนักงานส่งของจากแพลตฟอร์ม แต่ร้านควบคุมพื้นที่รับของหน้าร้านได้ การจัดจุดรอรับของที่อยู่ในร่มหรือในอาคาร และเตรียมออร์เดอร์ให้เสร็จก่อนพนักงานมาถึง ช่วยลดเวลาที่พนักงานต้องยืนรอกลางแจ้ง ร้านที่ทำเรื่องนี้ได้ควรบอกเป็นข้อเท็จจริง เช่น มีจุดรอรับของในร่ม แทนการใช้คำกว้าง ๆ ว่าใส่ใจพนักงานส่งของ

## คำว่าพื้นที่ปลอดฝุ่นต้องมีตัวเลขรองรับ

ร้านที่โฆษณาว่าเป็นพื้นที่ปลอดฝุ่นกำลังให้ข้อมูลเรื่องสุขภาพกับลูกค้า ข้อความนั้นต้องมีตัวเลขที่วัดได้รองรับ และควรระบุว่าวัดอย่างไร เพราะอากาศในร้านที่มีคนเปิดประตูเข้าออกตลอดวันไม่มีทางไม่มีฝุ่นเลย

ข้อความที่ตรวจสอบได้ต่างจากข้อความกว้าง ๆ ตรงที่ลูกค้าเทียบกับของจริงได้

| ข้อความกว้าง ๆ     | ข้อความที่ตรวจสอบได้                                                             |
| ------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------ |
| ปลอดฝุ่น 100%      | ค่า PM2.5 ในร้านวัดที่จุดกลางร้านทุกชั่วโมง แสดงบนจอหน้าร้าน             |
| อากาศบริสุทธิ์     | ใช้เครื่องฟอกอากาศตามขนาดห้อง และเปลี่ยนแผ่นกรองตามรอบที่ผู้ผลิตกำหนด |
| หนีฝุ่นมาที่นี่ | ค่าในร้านเฉลี่ยวันนี้เทียบกับค่ามาตรฐาน 37.5 ของทางการ                     |

หลักการเขียนข้อความขายให้ไม่เกินจริงอธิบายไว้ใน[Copywriter คืออะไร เขียนอย่างไรให้ขายได้โดยไม่เกินจริง](https://phygital.co.th/insights/what-is-copywriter-advertising)

### การโฆษณาว่าร้านหนีฝุ่นได้เสี่ยงต่อภาพลักษณ์อย่างไร

ข้อความที่ใช้ความทุกข์จากฝุ่นเป็นจุดขายอาจถูกมองว่าหาประโยชน์จากปัญหาของคนในเมือง โดยเฉพาะเมื่อค่าฝุ่นอยู่ระดับสีแดงและมีผู้ป่วยเพิ่มขึ้น ข้อความที่ปลอดภัยกว่าคือบอกข้อเท็จจริงว่าร้านทำอะไร เช่น ค่าที่วัดได้ในร้าน และบริการที่ลดการออกนอกอาคาร เช่น สั่งล่วงหน้าหรือจัดส่ง ข้อความแบบนี้ช่วยให้ลูกค้าเลือกได้เอง และไม่ต้องอ้างความรู้สึกของใคร

## ฟิจิทัล เอเจนซี วางแผนงานอีเวนต์ในฤดูฝุ่นอย่างไร

งานเริ่มจากเลือกวันจัดโดยดูช่วงที่ค่าฝุ่นในอดีตมักต่ำ ถ้าวันที่ลูกค้าต้องการอยู่ในช่วงเสี่ยง จะเขียนแผนสำรองผูกกับระดับสีตั้งแต่ต้น คือถ้าวันงานเป็นสีส้มจะย้ายกิจกรรมใดเข้าในอาคาร และถ้าเป็นสีแดงจะเลื่อนหรือเปลี่ยนเป็นงานออนไลน์อย่างไร

เงื่อนไขเลื่อนงานและคืนเงินค่าบัตรควรเขียนไว้ในหน้าขายบัตรตั้งแต่วันแรก ผู้ร่วมงานจะได้รู้ว่าการตัดสินใจอิงระดับสีของทางการ ไม่ใช่ดุลพินิจของผู้จัด ภาพรวมวิธีทำงานอีเวนต์ของฟิจิทัลดูได้จาก[บริการรับจัดงานอีเวนต์และ Brand Activation สไตล์ Phygital](https://phygital.co.th/insights/event-organizer-brand-activation-agency)

### ถ้าจำเป็นต้องจัดงานกลางแจ้งในเดือนมีนาคม ควรเตรียมอะไร

เตรียมสามอย่าง อย่างแรกคือพื้นที่ในอาคารที่รองรับกิจกรรมหลักได้ถ้าต้องย้าย อย่างที่สองคือหน้ากากสำหรับทีมงานและผู้ร่วมงานที่อยู่กลางแจ้ง อย่างที่สามคือข้อความแจ้งผู้ร่วมงานที่ร่างไว้ล่วงหน้าสำหรับแต่ละระดับสี เมื่อค่าเปลี่ยนในเช้าวันงาน ทีมจะส่งข้อความได้ทันทีโดยไม่ต้องประชุมใหม่ ค่าใช้จ่ายของแผนสำรองควรรวมอยู่ในงบตั้งแต่ต้น ไม่ใช่งบเพิ่มเมื่อฝุ่นมา

## เขียนแผนสำรองตามระดับสีก่อนถึงเดือนมกราคม

งานแรกคือเขียนเอกสารหนึ่งหน้าที่ระบุว่าแต่ละระดับสีธุรกิจจะทำอะไร ทั้งเรื่องพนักงานกลางแจ้ง งานที่นัดลูกค้าไว้ และข้อความที่จะแจ้งลูกค้า แล้วกำหนดคนตัดสินใจและสถานีวัดที่ใช้ เอกสารนี้ควรเสร็จก่อนต้นปีเพื่อไม่ต้องตัดสินใจกลางฤดูฝุ่น

งานที่สองคือเริ่มบันทึกค่าฝุ่นรายวันคู่กับยอดขายรายวัน เมื่อผ่านไปหนึ่งฤดูธุรกิจจะรู้ผลกระทบของตัวเองจากข้อมูลจริง ไม่ต้องเดาจากตัวเลขของทั้งจังหวัด บทเรียนการรับมือวิกฤตที่กินเวลานานกว่าหนึ่งฤดูอ่านต่อได้ใน[ถอดบทเรียนวิกฤตโควิด เชียงใหม่ จากตัวเลขท่องเที่ยวไตรมาสแรก](https://phygital.co.th/insights/covid-business-lessons-and-resilience) และ[ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจซ้อนวิกฤต คำนวณต้นทุนพลังงานก่อนปรับราคา](https://phygital.co.th/insights/economic-polycrisis-survival-strategy)

## สรุป

ค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 24 ชั่วโมงของไทยคือ 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2566 และดัชนีคุณภาพอากาศแบ่งเป็น 5 สีพร้อมข้อควรปฏิบัติ ธุรกิจในเชียงใหม่ใช้ระดับสีนี้ตัดสินใจเลื่อนงานกลางแจ้ง ปรับตารางพนักงาน และเขียนข้อความเรื่องอากาศในร้านด้วยตัวเลขที่วัดได้ ส่วนผลกระทบต่อยอดขายควรวัดจากข้อมูลของร้านเอง เพราะสถิติของจังหวัดไม่ได้แยกสาเหตุไว้

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ดูค่าฝุ่นอย่างเป็นทางการได้จากที่ไหน

กรมควบคุมมลพิษรายงานค่าฝุ่นและดัชนีคุณภาพอากาศผ่านแอปพลิเคชัน Air4Thai ซึ่งปรับให้ตรงกับค่ามาตรฐานใหม่ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2566 ธุรกิจที่ใช้ค่าฝุ่นตัดสินใจเรื่องงานควรกำหนดสถานีวัดที่ใกล้สถานที่จัดงานที่สุดไว้ล่วงหน้า และใช้สถานีเดิมตลอด เพื่อให้การตัดสินใจแต่ละครั้งเทียบกันได้

### ทำไมค่าที่แอปต่างประเทศแสดงไม่ตรงกับ Air4Thai

แต่ละระบบใช้สูตรคำนวณดัชนีและเกณฑ์สีต่างกัน ตัวเลข AQI เดียวกันจึงอาจหมายถึงปริมาณฝุ่นคนละระดับ ธุรกิจที่สื่อสารกับลูกค้าในไทยควรเลือกระบบเดียวและบอกว่าใช้ระบบใด ถ้าจะเทียบข้ามระบบให้เทียบค่า PM2.5 เป็นไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรแทนตัวเลขดัชนี

### ร้านควรติดเครื่องวัดฝุ่นในร้านหรือไม่

ควรถ้าจะสื่อสารเรื่องอากาศในร้าน เพราะเครื่องวัดคือหลักฐานของข้อความนั้น ตั้งเครื่องไว้จุดเดิม ห่างจากประตูและเครื่องฟอกอากาศ และบันทึกค่าเป็นช่วงเวลา ถ้าร้านไม่ได้สื่อสารเรื่องนี้ การลงทุนเครื่องฟอกอากาศที่เหมาะกับขนาดห้องและดูแลแผ่นกรองตามรอบก็เพียงพอ โดยไม่จำเป็นต้องแสดงตัวเลข

### ช่วงฝุ่นควรขายสินค้าอะไรเพิ่มในร้าน

ขายได้ถ้าเกี่ยวกับสิ่งที่ร้านทำอยู่แล้วและพิสูจน์ได้ เช่น บริการสั่งล่วงหน้าหรือจัดส่งสำหรับลูกค้าที่ไม่อยากออกนอกอาคาร สินค้าที่อ้างผลต่อสุขภาพ เช่น หน้ากากหรือเครื่องฟอกอากาศ ต้องใช้ข้อมูลจากผู้ผลิตที่ตรวจสอบได้ และไม่เขียนเกินกว่าที่ผู้ผลิตระบุ

### ธุรกิจในจังหวัดอื่นของภาคเหนือใช้แนวทางเดียวกันได้ไหม

ได้ ค่ามาตรฐานและระดับสีดัชนีคุณภาพอากาศเป็นเกณฑ์ระดับประเทศ ใช้ได้ทุกจังหวัด ความต่างอยู่ที่ช่วงเดือนที่ค่าฝุ่นสูงและสถานีวัดที่ใกล้ที่สุด ธุรกิจควรดูข้อมูลย้อนหลังของสถานีในพื้นที่ตัวเอง ส่วนจำนวนจุดความร้อนรายเดือนและรายอำเภอของเชียงใหม่ดูได้จาก[Clean Air Economy เชียงใหม่ จุดความร้อน 4,709 จุดในปี 2568](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-pm25-crisis-clean-air-economy-location)

### เรื่องฝุ่นเกี่ยวกับรายงานความยั่งยืนของบริษัทอย่างไร

บริษัทที่ทำรายงานความยั่งยืนมักต้องรายงานการดูแลสุขภาพและความปลอดภัยของพนักงาน แผนรับมือฝุ่นสำหรับพนักงานกลางแจ้งจึงเป็นข้อมูลที่ใส่ในรายงานได้ ถ้ามีตัวเลขรองรับ เช่น จำนวนหน้ากากที่แจก จำนวนวันที่ปรับตารางงาน และจำนวนงานที่ย้ายเข้าในอาคาร ตัวเลขเหล่านี้ต้องเก็บตั้งแต่ต้นฤดู ย้อนเก็บภายหลังไม่ได้

## มีงานกลางแจ้งหรือแคมเปญช่วงต้นปีในเชียงใหม่ แต่ยังไม่มีแผนรองรับวันที่ค่าฝุ่นขึ้นสีส้มหรือสีแดง

ให้ PHYGITAL AGENCY วางแผนงานพร้อมเงื่อนไขย้ายหรือเลื่อนตามระดับสีดัชนีคุณภาพอากาศของทางการ เตรียมข้อความแจ้งผู้ร่วมงานไว้ล่วงหน้า และเขียนข้อความเรื่องอากาศในร้านด้วยตัวเลขที่ตรวจสอบได้ สำหรับธุรกิจและองค์กรในเชียงใหม่และภาคเหนือ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
