# Pixar จากรายได้ซอฟต์แวร์และงานโฆษณา สู่รายได้ภาพยนตร์ 95%

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/pixar-case-study-hardware-to-animation-empire · เผยแพร่ 17 เมษายน 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษา Pixar จากรายงาน 10-K ที่ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ตารางรายได้ปี 2535-2539 ลูกค้ารายใหญ่ สองธุรกิจที่หยุดทำ สัญญากับ Disney และคาดการณ์ปี 2541 เทียบผลจริง

## Key Takeaways

- **รายงานประจำปี 10-K ของ Pixar ปี 2539 แสดงว่าบริษัทไม่มีรายได้จากภาพยนตร์เลยในปี 2535-2538** — รายได้มาจากซอฟต์แวร์ งานแอนิเมชันรับจ้างอย่างโฆษณาทางทีวี และค่าอนุญาตใช้สิทธิบัตร จนปี 2539 รายได้ภาพยนตร์จาก Toy Story เข้ามา 18.8 ล้านดอลลาร์
- **Pixar หยุดสองธุรกิจภายในเวลาราวหนึ่งปี** — ประกาศเลิกรับทำโฆษณาทางทีวีให้ลูกค้าภายนอกในปี 2539 และยุติแผนก CD-ROM ในเดือนมีนาคม 2540 แล้วย้ายพนักงานราว 60 คนไปทำงานภาพยนตร์
- **รายงาน 10-K ของ Pixar ปี 2548 ระบุว่าภาพยนตร์และสินค้าที่เกี่ยวข้องคิดเป็นราว 95% ของรายได้ปี 2546-2548** — และบันทึกข้อตกลงควบรวมกับ Disney ลงวันที่ 24 มกราคม 2549 ในอัตราหนึ่งหุ้น Pixar ต่อ 2.3 หุ้น Disney

ธุรกิจที่รับจ้างทำงานให้คนอื่นมานาน แล้วอยากย้ายไปทำผลงานของตัวเอง มักไม่รู้ว่าช่วงเปลี่ยนผ่านจะยาวแค่ไหน และตัวเลขไหนบอกว่ามาถูกทาง Pixar เคยเป็นบริษัทที่รายได้ไม่ได้มาจากภาพยนตร์เลย รายงานที่บริษัทยื่นเองหลายปีติดกันแสดงการเปลี่ยนนั้นเป็นตัวเลข บทนี้อ่านรายงานสามเล่ม แล้วปิดด้วยตัวเลขที่ควรดูทุกปีเมื่อเปลี่ยนสายรายได้หลัก

ปี 2535 Pixar มีรายได้ 4.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และไม่มีส่วนไหนมาจากภาพยนตร์ สิบสามปีต่อมา ภาพยนตร์และสินค้าที่เกี่ยวข้องคิดเป็นราว 95% ของรายได้ 289 ล้านดอลลาร์ ตัวเลขทั้งสองอยู่ในรายงานประจำปีที่ Pixar ยื่นต่อหน่วยงานกำกับตลาดทุนสหรัฐฯ (SEC) บทนี้ใช้ [รายงาน Form 10-K405 สำหรับปีสิ้นสุด 31 ธันวาคม 2539](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1002114/0000891618-97-001519.txt) เป็นแหล่งหลัก และเรียกว่า "10-K ปี 2539"

รายงานเล่มเดียวบอกได้ไม่หมดว่าการเปลี่ยนสายรายได้ใช้เวลาเท่าไร บทนี้จึงอ่านต่ออีกสองเล่ม คือรายงานสำหรับปีบัญชีสิ้นสุด 2 มกราคม 2542 ("10-K ปีบัญชี 2541") และรายงานสำหรับปี 2548 ("10-K ปี 2548") ตัวเลขในบทเป็นหน่วยดอลลาร์สหรัฐทั้งหมด

## ตารางรายได้ห้าปีในรายงานปี 2539

หน้าข้อมูลการเงินโดยสรุปของ 10-K ปี 2539 แยกรายได้เป็นสี่สาย บรรทัดภาพยนตร์เริ่มมีตัวเลขในคอลัมน์สุดท้าย

| รายได้ (พันดอลลาร์)     | 2535      | 2536      | 2537      | 2538       | 2539       |
| ------------------------- | --------- | --------- | --------- | ---------- | ---------- |
| ซอฟต์แวร์                 | 2,179     | 4,702     | 3,323     | 3,144      | 6,306      |
| งานแอนิเมชันรับจ้าง     | 2,038     | 2,127     | 2,267     | 2,469      | 3,947      |
| ภาพยนตร์                  | –         | –         | –         | –          | 18,847     |
| ค่าอนุญาตใช้สิทธิบัตร | –         | –         | –         | 6,500      | 9,127      |
| **รวม**                   | **4,217** | **6,829** | **5,590** | **12,113** | **38,227** |
| กำไร (ขาดทุน) สุทธิ       | (3,378)   | (1,173)   | (2,372)   | 1,627      | 25,319     |

ที่มา: 10-K ปี 2539 หัวข้อ Selected Financial Data

งบดุลในเล่มเดียวกันแสดงขาดทุนสะสม 40.7 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2538 และลดเหลือ 15.4 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2539 หลังกำไรสุทธิ 25.3 ล้านดอลลาร์ของปีนั้น

### Pixar มีรายได้จากอะไรก่อน Toy Story

ตาม 10-K ปี 2539 ของ Pixar จนถึงปี 2539 รายได้ที่เกิดซ้ำของบริษัทมาจากการขายสิทธิ์ใช้ซอฟต์แวร์ RenderMan สัญญาพัฒนาซอฟต์แวร์ และค่าจ้างทำแอนิเมชันโฆษณาทางโทรทัศน์ Toy Story ฉายวันที่ 22 พฤศจิกายน 2538 และรายได้ภาพยนตร์ก้อนแรก 18.8 ล้านดอลลาร์ถูกบันทึกในปี 2539 รายงานเขียนว่าบริษัทก่อตั้งปี 2529 เมื่อ Steve Jobs ซื้อแผนกคอมพิวเตอร์ของ LucasFilm มาตั้งเป็นบริษัทแยก

## ลูกค้ารายเดียวที่เกินครึ่งของรายได้

บรรทัดค่าอนุญาตใช้สิทธิบัตรในตารางมาจากสัญญาสองฉบับ ซึ่ง 10-K ปี 2539 เรียกว่ารายได้ครั้งเดียว บริษัทไม่คาดว่าจะมีรายได้แบบนี้ต่อเนื่อง

| ปี   | ลูกค้าที่เกิน 10% ของรายได้ | สัดส่วน | ที่มาของรายได้                                                               |
| ---- | ------------------------------- | ------- | ------------------------------------------------------------------------------- |
| 2538 | Microsoft                       | 54%     | สัญญาอนุญาตใช้สิทธิบัตรครั้งเดียว 6.5 ล้าน                                |
| 2539 | Disney                          | 65%     | Toy Story เกม CD-ROM สองเกม งานแอนิเมชันสั้นทางทีวี และซอฟต์แวร์บางส่วน |
| 2539 | Silicon Graphics                | 24%     | สัญญาอนุญาตใช้สิทธิบัตรครั้งเดียว รับรู้ 9.1 ล้าน                        |

ที่มา: 10-K ปี 2539 ส่วนคำอธิบายและบทวิเคราะห์ของฝ่ายจัดการ

ปีที่ Pixar มีกำไรเป็นปีแรกในตาราง คือปี 2538 เป็นปีเดียวกับที่รายได้เกินครึ่งมาจากสัญญาสิทธิบัตรกับลูกค้ารายเดียว ส่วนปีถัดมา ลูกค้าสองรายรวมกันคิดเป็น 89% ของรายได้ (บทนี้คำนวณเอง)

### รายได้จากสิทธิบัตรของ Pixar มาจากไหน

ตาม 10-K ปี 2539 รายได้ 6.5 ล้านดอลลาร์ในปี 2538 มาจากสัญญาอนุญาตใช้สิทธิบัตรกับ Microsoft ส่วนปี 2539 Pixar ให้สิทธิ์แบบไม่ผูกขาดแก่ Silicon Graphics ในสิทธิบัตรเทคนิคสร้างภาพเสมือนจริงด้วยคอมพิวเตอร์ ค่าตอบแทนรวม 11 ล้านดอลลาร์ เป็นเงินสด 6 ล้าน และเครดิตซื้อฮาร์ดแวร์กับซอฟต์แวร์ 5 ล้าน รายงานระบุว่าไม่คาดว่ารายได้สิทธิบัตรจะเกิดขึ้นต่อเนื่อง

## สองธุรกิจที่หยุดทำภายในหนึ่งปี

10-K ปี 2539 บันทึกการตัดสินใจหยุดธุรกิจสองสายที่มีรายได้อยู่แล้ว

1. **งานโฆษณาทางโทรทัศน์ให้ลูกค้าภายนอก** ปี 2539 บริษัทประกาศแผนเลิกรับทำเกือบทั้งหมดหลังส่งงานที่รับไว้ครบ และย้ายทีมไปทำภาพยนตร์กับสินค้าที่เกี่ยวข้อง
2. **แผนก CD-ROM และสินค้าอินเทอร์แอกทีฟ** สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม 2540 บริษัทตัดสินใจยุติ และย้ายพนักงานราว 60 คนไปทำภาพยนตร์ แม้เกม CD-ROM สองชุดแรกจาก Toy Story จะขายได้ดีเมื่อเทียบกับตลาด

รายงานให้เหตุผลของการยุติ CD-ROM ไว้สามข้อ ทรัพยากรน่าจะให้ผลมากกว่าในงานภาพยนตร์ วิดีโอภาคต่อ และหนังสั้นภายใต้สัญญาร่วมผลิต ตลาด CD-ROM โตช้ากว่าคาดและต้นทุนผลิตสูงขึ้น และมีโครงการหนึ่งที่เจรจากับบุคคลภายนอกถูกยกเลิก รายงานเขียนด้วยว่าการตัดสินใจนี้คาดว่าจะกระทบผลการดำเนินงานปี 2540 อย่างมีนัยสำคัญ

### ทำไม Pixar เลิกทำเกม CD-ROM

10-K ปี 2539 ของ Pixar ระบุว่าหลังลงนามสัญญาร่วมผลิตกับ Disney เมื่อ 24 กุมภาพันธ์ 2540 ผู้บริหารเห็นว่าทรัพยากรของแผนกอินเทอร์แอกทีฟจะให้ผลมากกว่าในงานภายใต้สัญญานั้น ตลาด CD-ROM โตช้ากว่าคาด ต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้น และโครงการที่กำลังเจรจาถูกยกเลิกหนึ่งโครงการ บริษัทจึงยุติแผนกในปลายเดือนมีนาคม 2540 และย้ายพนักงานราว 60 คนไปทำภาพยนตร์

## สัญญากับ Disney สองฉบับ

รายได้ภาพยนตร์ทั้งหมดของ Pixar ในช่วงนี้ผ่านสัญญากับ Disney 10-K ปี 2539 สรุปสัญญาสองฉบับไว้ และระบุว่าฉบับใหม่แทนที่ฉบับเก่าเกือบทั้งหมด ยกเว้นงานที่ทำไปแล้ว เช่นวิดีโอ Toy Story

| รายการ                                   | สัญญาภาพยนตร์ (พฤษภาคม 2534)                   | สัญญาร่วมผลิต (24 กุมภาพันธ์ 2540)                                          |
| ---------------------------------------- | ----------------------------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------- |
| จำนวนเรื่อง                             | สูงสุดสามเรื่อง                               | ห้าเรื่องในราวสิบปี ผลิตให้ Disney แต่เพียงผู้เดียว                  |
| เรื่องที่เกิดขึ้นจริงในช่วงรายงาน | Toy Story และวิดีโอ Toy Story                  | เรื่องแรกใช้ชื่อชั่วคราว "Bugs"                                           |
| ต้นทุนผลิต                              | ไม่ได้สรุปไว้ในส่วนนี้                    | ร่วมกันออก และร่วมเป็นเจ้าของ                                            |
| การแบ่งกำไร                            | ค่าตอบแทนจากวิดีโอต่ำกว่าจากโรงภาพยนตร์ | แบ่งครึ่ง หลังหักค่าการตลาด ค่าจัดจำหน่าย และค่าธรรมเนียมของ Disney |
| การตลาด                                 | Disney                                          | Disney ตัดสินเรื่องการตลาด การประชาสัมพันธ์ และการจัดจำหน่าย           |
| สวนสนุก                                 | ไม่ได้ระบุ                                    | Pixar ไม่ได้ส่วนแบ่ง                                                       |

ที่มา: 10-K ปี 2539 หัวข้อ Relationship with Disney

พร้อมสัญญาใหม่ Disney ซื้อหุ้นสามัญของ Pixar 1 ล้านหุ้น ด้วยเงินสด 15 ล้านดอลลาร์ และได้ใบสำคัญแสดงสิทธิซื้อหุ้นเพิ่มอีกสองชุด ชุดละ 750,000 หุ้น

### สัญญาร่วมผลิตระหว่าง Pixar กับ Disney แบ่งกำไรอย่างไร

ตาม 10-K ปี 2539 ของ Pixar สัญญาร่วมผลิตลงวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2540 กำหนดให้สองบริษัทร่วมกันออกต้นทุนผลิต ร่วมเป็นเจ้าของ ใช้แบรนด์ร่วม และแบ่งกำไรของภาพยนตร์กับสินค้าที่เกี่ยวข้องคนละครึ่ง หลังหักค่าการตลาดและค่าจัดจำหน่ายที่ Disney ออกไปก่อน ค่าธรรมเนียมจัดจำหน่ายของ Disney และค่าใช้จ่ายอื่น Pixar คุมการผลิต ส่วน Disney ตัดสินเรื่องการตลาดและการจัดจำหน่าย

## คาดการณ์ปี 2541 กับตัวเลขที่รายงานจริง

10-K ปี 2539 มีหัวข้อความเสี่ยงชื่อ "ผลการดำเนินงานปี 2540 ที่คาดว่าจะลดลง และขาดทุนสุทธิในปี 2541" รายงานเขียนว่ารายได้ของ Toy Story ส่วนใหญ่รับรู้ไปแล้ว ภาพยนตร์เรื่องถัดไปเร็วที่สุดคือไตรมาสสี่ปี 2541 และถ้าวิดีโอภาคต่อของ Toy Story ไม่ออกในครึ่งแรกของปี 2541 พร้อมผลตอบรับสูงมาก บริษัทจะขาดทุนสุทธิในปี 2541

| ปี   | สิ่งที่ 10-K ปี 2539 คาดไว้     | ตัวเลขใน 10-K ปีบัญชี 2541 (พันดอลลาร์) |
| ---- | --------------------------------- | ------------------------------------------ |
| 2540 | ผลการดำเนินงานลดลงอย่างมาก | รายได้ 34,699 · กำไรสุทธิ 22,190         |
| 2541 | ขาดทุนสุทธิ                      | รายได้ 14,307 · กำไรสุทธิ 7,822          |

ที่มา: 10-K ปี 2539 และ 10-K ปีบัญชี 2541 หัวข้อ Selected Financial Data

รายงานปีบัญชี 2541 ไม่ได้อธิบายในตารางว่าทำไมผลต่างจากคาดการณ์ บทนี้จึงไม่สรุปเหตุ และบันทึกเพียงว่าปีบัญชี 2541 สิ้นสุดวันที่ 2 มกราคม 2542 ซึ่ง A Bug's Life ฉายช่วงปลายปีนั้น

### ทำไมรายได้ปี 2539 ของ Pixar มีสองตัวเลข

10-K ปี 2539 รายงานรายได้ 38,227 พันดอลลาร์ ส่วน 10-K ปีบัญชี 2541 แสดงรายได้ปีเดียวกัน 35,218 พันดอลลาร์ ความต่าง 3,009 พันดอลลาร์ (บทนี้คำนวณเอง) มาพร้อมกับการที่รายงานฉบับหลังแยกผลของแผนก CD-ROM ที่ยุติไปออกเป็นการดำเนินงานที่ยกเลิก ซึ่งขาดทุนสุทธิ 1.0 ล้านดอลลาร์ในปี 2539 ส่วนกำไรสุทธิปี 2539 ยังเท่ากันที่ 25,319 พันดอลลาร์ทั้งสองเล่ม

| ปี 2539                                  | 10-K ปี 2539 | 10-K ปีบัญชี 2541 |
| ---------------------------------------- | ------------ | ------------------ |
| รายได้                                  | 38,227       | 35,218             |
| กำไรสุทธิจากการดำเนินงานต่อเนื่อง | ไม่แยก      | 26,342             |
| กำไรสุทธิ                               | 25,319       | 25,319             |

ที่มา: 10-K ปี 2539 และ 10-K ปีบัญชี 2541 (พันดอลลาร์)

## สิบปีต่อมาในรายงานปี 2548

[10-K ปี 2548](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1002114/000119312506047278/d10k.htm) ยื่นวันที่ 7 มีนาคม 2549 เป็นรายงานประจำปีฉบับสุดท้ายก่อนการควบรวมกับ Disney

| รายการใน 10-K ปี 2548                                 | ตัวเลข                                                                                                       |
| ------------------------------------------------------ | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------ |
| รายได้ ปี 2544 / 2545 / 2546 / 2547 / 2548            | 70.2 / 201.7 / 262.5 / 273.5 / 289.1 ล้านดอลลาร์                                                            |
| กำไรสุทธิ ปี 2548                                     | 152.9 ล้านดอลลาร์                                                                                           |
| สัดส่วนรายได้จากภาพยนตร์และสินค้าที่เกี่ยวข้อง | ราว 95% ในปี 2546-2548                                                                                       |
| รายได้หน้าโรงภาพยนตร์ทั่วโลกของหกเรื่องแรก   | กว่า 3,200 ล้านดอลลาร์ (รายได้ที่โรงภาพยนตร์เก็บ รายงานระบุว่าไม่ได้สะท้อนเงินที่ส่งถึง Pixar) |
| ข้อตกลงควบรวม                                       | 24 มกราคม 2549 · หนึ่งหุ้น Pixar ต่อ 2.3 หุ้น Disney                                                        |

ที่มา: 10-K ปี 2548

### Toy Story ทำรายได้เท่าไร

ตาราง Box office ใน 10-K ปี 2548 ของ Pixar ระบุรายได้หน้าโรงภาพยนตร์ของ Toy Story ปี 2538 ในสหรัฐฯ 192 ล้านดอลลาร์ และต่างประเทศ 170 ล้านดอลลาร์ รายงานกำกับว่าตัวเลขนี้เป็นรายได้ที่โรงภาพยนตร์เก็บ และไม่ได้สะท้อนเงินที่ส่งถึง Pixar ส่วนรายได้ที่ Pixar รับรู้จาก Toy Story ช่วงฉายโรงคือ 18.8 ล้านดอลลาร์ในปี 2539 ตาม 10-K ปี 2539

## ตัวเลขที่ควรดูทุกปีเมื่อเปลี่ยนสายรายได้หลัก

ตารางของ Pixar บอกว่าช่วงเปลี่ยนสายรายได้ ตัวเลขรวมอย่างเดียวอ่านแล้วพลาดง่าย ผู้บริหารที่กำลังย้ายทีมจากงานรับจ้างไปทำผลงานของตัวเองควรแยกดูสี่ชุดนี้ทุกปี

1. **รายได้แยกตามสาย** งานรับจ้าง สินค้าหรือผลงานของตัวเอง และรายได้ครั้งเดียว
2. **สัดส่วนของลูกค้ารายใหญ่** Pixar เปิดเผยทุกรายที่เกิน 10% ของรายได้
3. **รายได้ครั้งเดียวที่ทำให้ปีนั้นดูดี** ปีแรกที่ Pixar มีกำไรในตาราง รายได้เกินครึ่งมาจากสัญญาสิทธิบัตรครั้งเดียว
4. **คาดการณ์ของปีหน้าเทียบกับผลจริงเมื่อปีผ่านไป** Pixar คาดขาดทุนปี 2541 แต่รายงานกำไร 7.8 ล้าน

ข้อสามกับข้อสี่ตรวจได้จากรายงานของบริษัทเองทุกปี โดยไม่ต้องใช้ข้อมูลจากภายนอก

## สรุป

10-K ปี 2539 ของ Pixar แสดงบริษัทที่ไม่มีรายได้จากภาพยนตร์ในปี 2535-2538 และอยู่ได้ด้วยซอฟต์แวร์ งานโฆษณาทางทีวี และสัญญาสิทธิบัตรครั้งเดียวกับ Microsoft และ Silicon Graphics รายได้ภาพยนตร์ก้อนแรก 18.8 ล้านดอลลาร์มาจาก Toy Story ในปี 2539 ระหว่างปี 2539 ถึงมีนาคม 2540 บริษัทหยุดงานโฆษณาให้ลูกค้าภายนอกและยุติแผนก CD-ROM แล้วลงนามสัญญาร่วมผลิตห้าเรื่องกับ Disney แบบแบ่งกำไรคนละครึ่ง คาดการณ์ขาดทุนปี 2541 ไม่เกิดขึ้นตามรายงานปีถัดมา และภายในปี 2548 ภาพยนตร์กับสินค้าที่เกี่ยวข้องคิดเป็นราว 95% ของรายได้

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Pixar ขาดทุนต่อเนื่อง 5 ปี รวมเกือบ 50 ล้านดอลลาร์ และขายธุรกิจฮาร์ดแวร์ในปี 2533 จริงไหม

รายงาน 10-K ที่บทนี้เปิดอ่านไม่มีตัวเลขทั้งสองนี้ 10-K ปี 2539 แสดงขาดทุนรายปีเฉพาะปี 2535-2537 และขาดทุนสะสม 40.7 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2538 ตารางรายได้ปี 2535-2539 ไม่มีบรรทัดฮาร์ดแวร์ และรายงานไม่ได้เล่าการขายธุรกิจฮาร์ดแวร์ เนื้อหาเดิมส่วนนี้จึงถูกแก้ตามรายงาน

### Disney ซื้อ Pixar ด้วยเงินเท่าไร

10-K ปี 2548 ของ Pixar ระบุข้อตกลงควบรวมเป็นอัตราแลกหุ้น หนึ่งหุ้น Pixar ต่อ 2.3 หุ้น Disney ไม่ได้ระบุมูลค่าเป็นเงิน รายงานของฝั่งผู้ซื้อที่แสดงราคาซื้อเป็นตัวเงินของดีลอื่นของ Disney อยู่ใน [Disney ซื้อ Marvel และ Lucasfilm ตารางราคาซื้อในรายงาน 10-K](https://phygital.co.th/insights/disney-marvel-lucasfilm-case-study-acquisition-comparison)

### Pixar เข้าตลาดหลักทรัพย์เมื่อไร

10-K ปี 2539 ระบุว่าบริษัทขายหุ้นสามัญต่อประชาชนครั้งแรกในเดือนธันวาคม 2538 จำนวน 6.9 ล้านหุ้น ได้เงินสุทธิราว 139.7 ล้านดอลลาร์ ก่อนหน้านั้นบริษัทใช้เงินจากผู้ถือหุ้นใหญ่ในรูปเงินเพิ่มทุนและตั๋วสัญญาใช้เงิน

### มีเคสบริษัทที่ถอยกลับไปทำสินค้าหลักหลังขาดทุนไหม

[กรณีศึกษา LEGO ขาดทุนสองปีติดกับแผนกลับสู่สินค้าหลัก](https://phygital.co.th/insights/lego-case-study-near-bankruptcy-to-worlds-biggest-toy-company) เล่าบริษัทของเล่นที่ตัดธุรกิจรองออกหลังขาดทุนสองปี ส่วน Pixar ในบทนี้หยุดธุรกิจรองในปีที่ยังมีกำไร

### ถ่ายทำงานวิดีโอนอกสถานที่ต้องเตรียมอะไรบ้าง

ขั้นตอนตั้งแต่ขออนุญาตพื้นที่ วางตารางถ่าย จนถึงตัดต่อ อยู่ใน [ขั้นตอนการผลิตวิดีโอนอกสถานที่ ขออนุญาตก่อนถ่ายกี่วัน](https://phygital.co.th/insights/video-production-workflow-pre-post-production-guide) ส่วนงานประเภทที่กฎหมายนับเป็นภาพยนตร์อยู่ใน [ถ่ายทำสารคดี หนังสั้น MV งานที่กฎหมายนับเป็นภาพยนตร์](https://phygital.co.th/insights/documentary-short-film-music-video-production)

## วิดีโอที่ธุรกิจถือลิขสิทธิ์เอง นำไปใช้ซ้ำได้ในทุกช่องทางของแบรนด์

PHYGITAL AGENCY วางแผนถ่ายทำจากสินค้าหรือบริการหลักของคุณ ตัดต่อเป็นคลิปหลายความยาวสำหรับแต่ละช่องทาง และลิขสิทธิ์วิดีโอฉบับสมบูรณ์เป็นของคุณเมื่อชำระครบ ส่วนไฟล์ดิบตกลงแยกได้ตามต้องการ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
