# โฆษณา Pinterest กับ Spotify ต้องวัดผลคนละแบบ

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/pinterest-spotify-ads-agency · เผยแพร่ 2 กุมภาพันธ์ 2564 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

บริการโฆษณา Pinterest และ Spotify ของฟิจิทัล พร้อมตารางเทียบรูปแบบโฆษณาตามเอกสารของทั้งสองแพลตฟอร์ม และวิธีวัดผลช่องทางที่ผู้ใช้ไม่ได้กดอะไรเลย

## Key Takeaways

- **บน Pinterest แคมเปญการรับรู้ประมูลด้วยราคาต่อพันครั้งที่แสดง หรือราคาต่อการดูวิดีโอ** — เอกสารรูปแบบโฆษณาของ Pinterest ระบุไว้ตรงตัว พร้อมกับบอกว่าผู้ลงโฆษณาตั้งงบ ราคาประมูล ระยะเวลา และความถี่ได้เอง และปรับได้ระหว่างที่แคมเปญกำลังทำงาน
- **โฆษณาวิดีโอบน Spotify แสดงเฉพาะตอนที่หน้าจออยู่ในสายตา** — เอกสารข้อกำหนดชิ้นงานของ Spotify ระบุเงื่อนไขนี้ไว้ ซึ่งเปลี่ยนวิธีคิดเรื่องการเข้าถึงไปทั้งหมด เพราะผู้ฟังจำนวนมากไม่ได้มองจอระหว่างฟัง
- **ช่องทางที่ผู้ใช้ไม่ได้กดอะไรต้องวัดด้วยตัวเลขนอกแพลตฟอร์ม** — โฆษณาเสียงไม่มีปุ่มให้กด การประเมินจึงต้องใช้ปริมาณการค้นหาชื่อแบรนด์ จำนวนผู้เข้าเว็บไซต์โดยตรง และรหัสส่วนลดเฉพาะแคมเปญแทนการนับคลิก

ธุรกิจที่มองหาช่องทางนอกเหนือจากแพลตฟอร์มหลักมักได้ยินชื่อสองช่องทางนี้คู่กัน โดยอธิบายว่าอย่างหนึ่งขายด้วยภาพและอีกอย่างขายด้วยเสียง คำอธิบายนั้นถูกแต่ยังไม่พอใช้ตัดสินใจ เพราะสิ่งที่ต่างกันจริงคือช่วงเวลาที่ผู้ใช้เจอโฆษณาและตัวเลขที่ใช้บอกว่าได้ผลหรือไม่ บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) รับงานโฆษณาสองช่องทางนี้ให้ธุรกิจที่อยู่คนละจังหวัดกับทีม โดยมีฐานทีมอยู่ที่เชียงใหม่

ลำดับของเนื้อหาต่อจากนี้เริ่มจากรูปแบบที่เอกสารของทั้งสองแพลตฟอร์มระบุว่ามีอยู่จริง แล้วจึงเป็นเรื่องการวัดผล ซึ่งเป็นจุดที่ธุรกิจส่วนใหญ่ตัดสินใจถอนงบออกเร็วเกินไปเพราะใช้ตัวเลขผิดชุด

## สองช่องทางนี้ขายช่วงเวลาที่ต่างกัน

บน Pinterest ผู้ใช้กำลังค้นหาและบันทึกไอเดียไว้ใช้ภายหลัง เอกสารของแพลตฟอร์มอธิบายว่าผู้คนเข้ามาเพื่อค้นหาแบรนด์และไอเดียใหม่ และโฆษณาจึงเข้าถึงคนได้ตลอดเส้นทางตั้งแต่ตอนเปิดดูไปจนถึงตอนพร้อมลงมือ

บน Spotify ผู้ใช้กำลังฟังเพลงหรือพอดแคสต์ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เกิดคู่ไปกับการทำอย่างอื่น การเข้าถึงจึงเกิดในช่วงเวลาที่ช่องทางอื่นเข้าไม่ถึงเลย แต่แลกมากับข้อจำกัดว่าผู้ฟังมักไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะกดอะไรทันที

ความต่างนี้ไม่ได้แปลว่าช่องทางหนึ่งดีกว่าอีกช่องทาง แต่แปลว่าเป้าหมายที่ตั้งให้แต่ละช่องทางควรต่างกันตั้งแต่ต้น การตั้งเป้ายอดขายทันทีให้ช่องทางที่ผู้ใช้กำลังวางแผนล่วงหน้า หรือตั้งเป้าการคลิกให้ช่องทางที่ผู้ใช้ไม่ได้มองจอ เป็นการวัดผิดเครื่องมือมากกว่าจะเป็นความผิดของช่องทาง

### ควรเริ่มที่ช่องทางใดถ้าเพิ่งเคยใช้ทั้งคู่

เริ่มที่ช่องทางที่สินค้าของธุรกิจถูกค้นหาอยู่แล้ว ถ้าสินค้าเป็นของที่คนหาภาพประกอบก่อนตัดสินใจ เช่น ของแต่งบ้านหรือเสื้อผ้า ให้เริ่มที่ช่องทางค้นหาด้วยภาพ ส่วนธุรกิจที่ขายบรรยากาศหรือประสบการณ์ เช่น ร้านอาหารและที่พัก จะได้ประโยชน์จากช่องทางเสียงมากกว่าเมื่อต้องการให้คนจำชื่อไว้ก่อน

## รูปแบบโฆษณาของทั้งสองที่เลือกได้จริง

ตารางด้านล่างสรุปจากเอกสารของทั้งสองแพลตฟอร์ม โดยเน้นสิ่งที่มีผลต่อการตัดสินใจเรื่องงบ ไม่ใช่รายละเอียดขนาดไฟล์ (ตรวจสอบเมื่อปี 2569)

| ช่องทางและรูปแบบ                      | ผู้ใช้กำลังทำอะไรตอนโฆษณาแสดง    | สิ่งที่เอกสารของแพลตฟอร์มระบุ                                  |
| ----------------------------------------- | --------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------- |
| Pinterest แคมเปญการรับรู้              | ค้นหาและเปิดดูไอเดีย               | ประมูลด้วยราคาต่อพันครั้งที่แสดง หรือราคาต่อการดูวิดีโอ |
| Pinterest รูปแบบภาพเดียวและหลายภาพ  | เปิดดูและบันทึกไอเดียไว้          | รองรับทั้งภาพนิ่งและวิดีโอ เลือกตามเป้าหมายของแคมเปญ      |
| Pinterest รูปแบบยึดพื้นที่ด้วยวิดีโอ | เปิดหน้าหลักหรือหน้าที่คนเข้ามาก | เป็นตำแหน่งพรีเมียมในพื้นที่ที่มีการเข้าชมสูงที่สุด      |
| Spotify โฆษณาเสียง                       | ฟังเพลงหรือพอดแคสต์                | เข้าถึงผู้ฟังระหว่างที่กำลังสตรีมอยู่                      |
| Spotify โฆษณาวิดีโอ                      | มองหน้าจออยู่                        | ส่งเฉพาะตอนที่หน้าจออยู่ในสายตาเท่านั้น                    |
| Spotify โฆษณาแบบภาพในฟีดและแบนเนอร์ | เปิดแอปเพื่อเลือกเพลง               | แสดงบนพื้นที่เด่นของแอปโดยให้เห็นในหน้าจอ                |

สิ่งที่ตารางนี้ช่วยตัดสินใจได้ทันทีคือรูปแบบใดเหมาะกับงบก้อนแรก ธุรกิจที่ยังไม่มีชิ้นงานวิดีโอควรเริ่มจากรูปแบบภาพนิ่งบนช่องทางค้นหาด้วยภาพ ส่วนธุรกิจที่มีไฟล์เสียงหรือสคริปต์อยู่แล้วสามารถเริ่มที่โฆษณาเสียงได้โดยไม่ต้องรอถ่ายทำ

อีกข้อที่มีผลต่อการวางแผนคือการควบคุมความถี่ เอกสารของ Pinterest ระบุว่าผู้ลงโฆษณาตั้งงบ ราคาประมูล ระยะเวลา และความถี่ได้เอง และปรับระหว่างทางได้ ข้อนี้สำคัญกับแคมเปญที่ยิงกลุ่มเป้าหมายแคบ เพราะการปล่อยความถี่ไว้สูงเกินไปทำให้คนกลุ่มเดิมเห็นชิ้นงานซ้ำจนเบื่อก่อนที่งบจะหมด

### ต้องมีชิ้นงานกี่ชิ้นก่อนเริ่มยิง

สองถึงสามชิ้นที่ต่างกันที่แกนเดียว เช่น ต่างกันที่ภาพประกอบแต่ข้อความเหมือนกัน เพื่อให้รู้ว่าอะไรทำให้ผลต่าง การทำหลายชิ้นที่ต่างกันทุกอย่างพร้อมกันทำให้งบต่อชิ้นน้อยเกินจะสรุปอะไรได้ และไม่ได้บอกว่าตัวแปรไหนเป็นตัวที่มีผล

## โฆษณาเสียงไม่มีปุ่มให้กด แล้ววัดผลอย่างไร

โฆษณาเสียงเป็นรูปแบบที่ผู้ฟังส่วนใหญ่ไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะกดอะไร เพราะกำลังขับรถ ออกกำลังกาย หรือทำงานอยู่ ตัวเลขการคลิกจึงต่ำโดยธรรมชาติและไม่ได้สะท้อนว่าโฆษณาได้ผลหรือไม่

ตัวเลขที่ใช้แทนได้และเก็บได้เองมีสามตัว เริ่มจากจำนวนครั้งที่คนพิมพ์ชื่อแบรนด์ลงไปค้นหาในช่วงที่โฆษณาทำงาน โดยตั้งเดือนก่อนหน้าเป็นฐานเทียบ ตัวที่สองคือจำนวนผู้เข้าเว็บไซต์ที่พิมพ์ชื่อเว็บเข้ามาเอง และตัวที่สามคือรหัสส่วนลดหรือคำที่ให้ลูกค้าแจ้งหน้าร้าน ซึ่งใช้เฉพาะกับแคมเปญนั้น

### รหัสส่วนลดควรตั้งเป็นคำแบบไหน

ตั้งเป็นคำไทยสั้นที่ออกเสียงแล้วสะกดตามได้ทันที และไม่ควรผสมตัวเลขกับตัวอักษรที่ฟังแล้วสับสน เช่น เลขศูนย์กับตัวโอ เพราะผู้ฟังได้ยินเพียงรอบเดียวและไม่มีข้อความให้อ่านย้อน คำที่ตั้งจากชื่อแคมเปญหรือฤดูกาลจำง่ายกว่ารหัสสุ่ม และยังบอกได้ว่ารหัสนั้นมาจากแคมเปญไหนเมื่อดูย้อนหลัง

ในสามตัวนี้ รหัสเฉพาะแคมเปญเป็นตัวที่ตรงที่สุดสำหรับธุรกิจที่มีหน้าร้าน เพราะผูกกับการซื้อจริงโดยไม่ต้องอาศัยระบบติดตามใด ๆ และยังแยกได้ว่ายอดก้อนไหนมาจากแคมเปญนี้ ไม่ใช่จากช่องทางที่ทำคู่กันอยู่

## วิดีโอบน Spotify แสดงเฉพาะตอนที่จอถูกมองอยู่

เอกสารข้อกำหนดชิ้นงานของ Spotify ระบุว่าโฆษณาวิดีโอถูกส่งเฉพาะตอนที่หน้าจออยู่ในสายตา ข้อนี้เป็นข้อดีสำหรับผู้ลงโฆษณา เพราะไม่ต้องจ่ายให้การแสดงผลที่ไม่มีใครเห็น แต่ก็เป็นข้อจำกัดด้านปริมาณในเวลาเดียวกัน

ผลในทางปฏิบัติคือการเข้าถึงของรูปแบบวิดีโอบนช่องทางนี้จะน้อยกว่าที่หลายคนคาด เพราะเวลาส่วนใหญ่ของการฟังเกิดขึ้นตอนที่หน้าจอปิดอยู่ ธุรกิจที่วางแผนโดยคิดจากจำนวนผู้ใช้ทั้งหมดของแพลตฟอร์มจึงมักตั้งเป้าการเข้าถึงไว้สูงเกินจริง

วิธีที่ใช้ได้คือวางโฆษณาเสียงเป็นฐานของแคมเปญ แล้วใช้วิดีโอเสริมในช่วงที่คนเปิดหน้าจอบ่อย เช่น ตอนเปลี่ยนเพลย์ลิสต์หรือช่วงเช้าก่อนเริ่มงาน การวางหน้าที่แบบนี้ทำให้แต่ละรูปแบบได้ทำงานในจุดที่ตัวเองได้เปรียบ แทนที่จะแข่งกันเองในงบก้อนเดียว

### ควรลงวิดีโอบนช่องทางเสียงไหมถ้ามีงบจำกัด

ยังไม่ควรในรอบแรก ให้ใช้งบทั้งก้อนกับโฆษณาเสียงก่อนเพื่อดูว่าข้อความแบบไหนทำให้คนจำชื่อแบรนด์ได้ เมื่อได้ข้อความที่ใช้ได้แล้วจึงค่อยขยายไปวิดีโอ เพราะต้นทุนการผลิตวิดีโอสูงกว่ามาก และการเริ่มจากวิดีโอทำให้ทดสอบข้อความได้ช้ากว่าเดิมหลายเท่า

## ความตั้งใจแบบวางแผนล่วงหน้ากับกรอบเวลาการวัดผล

พฤติกรรมหลักบนช่องทางค้นหาด้วยภาพคือการบันทึกไอเดียไว้ก่อน แล้วกลับมาดูอีกครั้งเมื่อถึงเวลาที่ต้องใช้จริง ช่วงห่างระหว่างสองจังหวะนี้อาจกินเวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือน โดยเฉพาะกับเรื่องที่ต้องเตรียมตัว เช่น งานแต่งงาน การย้ายบ้าน หรือการปรับปรุงร้าน

กรอบเวลาการวัดผลจึงต้องยาวกว่าช่องทางที่คนตัดสินใจทันที ธุรกิจที่ปิดแคมเปญภายในสองสัปดาห์เพราะยังไม่เห็นยอดขาย มักปิดก่อนที่กลุ่มคนที่บันทึกไอเดียไว้จะกลับมา และเสียโอกาสใช้กลุ่มนั้นเป็นฐานในการยิงซ้ำ

สิ่งที่ควรทำแทนคือเก็บกลุ่มคนที่เคยเห็นหรือเคยมีปฏิสัมพันธ์กับชิ้นงานไว้ แล้วยิงซ้ำในช่วงที่คนกลุ่มนั้นน่าจะพร้อมซื้อจริง หน้าเอกสารของแพลตฟอร์มเขียนไว้ว่าผู้ลงโฆษณาอัปโหลดรายชื่อลูกค้าเพื่อทำแคมเปญยิงซ้ำได้ และซ้อนเงื่อนไขคำค้นหาหรือความสนใจเข้าไปได้อีกชั้น

### วัดผลช่องทางนี้ด้วยตัวเลขอะไรในเดือนแรก

ใช้จำนวนการบันทึกและการคลิกไปยังเว็บไซต์เป็นตัวชี้ว่าภาพและหัวข้อทำงานหรือไม่ ส่วนยอดขายให้ดูเป็นรายไตรมาสแทนรายสัปดาห์ เพราะช่วงห่างระหว่างการเห็นกับการซื้อยาวกว่าช่องทางอื่น ตัวเลขเดือนแรกจึงใช้ตัดสินเรื่องชิ้นงาน ไม่ใช่ใช้ตัดสินว่าจะเลิกทำช่องทางนี้หรือไม่

## งบทดลองที่เหมาะสมและสิ่งที่ต้องมีก่อน

งบก้อนแรกควรเล็กพอที่จะเสียได้ แต่ใหญ่พอที่จะได้ข้อมูล หลักที่ใช้ได้คือกำหนดจำนวนวันก่อน แล้วคำนวณงบจากจำนวนวันนั้น เพราะช่องทางที่ผู้ใช้เข้ามาเป็นช่วงเวลาต้องการเวลาสะสมมากกว่าจะต้องการงบต่อวันสูง

สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่มไม่ใช่ชิ้นงาน แต่คือปลายทางที่รองรับคนกดเข้ามา สำหรับช่องทางภาพคือหน้าสินค้าที่มีภาพจริงของสินค้าชิ้นนั้น ไม่ใช่หน้าแรกของเว็บไซต์ ส่วนช่องทางเสียงคือคนที่รับสายหรือตอบข้อความได้ในเวลาที่โฆษณากำลังเล่นอยู่

ข้อสุดท้ายคือการจดตัวเลขตั้งต้นไว้ก่อนวันเริ่ม ได้แก่ จำนวนครั้งที่ชื่อแบรนด์ถูกค้นหา และยอดขายรวมของเดือนที่ผ่านมา ถ้าไม่จดไว้ จะไม่มีอะไรให้เทียบเมื่อแคมเปญจบ และการประเมินจะเหลือเพียงความรู้สึก วิธีอ่านรายงานให้ครบด้านอยู่ใน[เอเจนซีรับทำโฆษณาออนไลน์ ตัวเลขในรายงานเชื่อได้แค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/online-advertising-agency)

### งบทดลองควรยาวกี่วัน

อย่างน้อยสามสิบวันต่อเนื่อง เพราะเป็นช่วงที่ครอบคลุมทั้งวันทำงานและวันหยุด และยาวพอให้ระบบกระจายการแสดงผลได้ทั่วกลุ่มเป้าหมาย การยิงเป็นช่วงสั้นหลายครั้งด้วยงบเท่ากันให้ข้อมูลที่อ่านยากกว่า เพราะแต่ละช่วงเจอกลุ่มคนและบริบทต่างกัน

## สิ่งที่สองช่องทางนี้ทำแทนกันไม่ได้

ช่องทางเสียงทำให้คนจำชื่อแบรนด์ได้ แต่ไม่ได้ทำให้คนเห็นหน้าตาสินค้า ธุรกิจที่ขายของซึ่งต้องเห็นก่อนจึงจะอยากได้ ไม่ควรใช้ช่องทางเสียงเป็นช่องทางเดียว ส่วนช่องทางภาพทำให้คนเห็นสินค้า แต่เข้าถึงคนได้เฉพาะตอนที่เขาเปิดแอปมาหาไอเดีย

ข้อจำกัดร่วมของทั้งคู่คือขนาดของฐานผู้ใช้ในไทยเล็กกว่าแพลตฟอร์มหลัก การตั้งเป้าให้สองช่องทางนี้รับภาระทั้งแคมเปญจึงมักไม่พอ ทั้งสองทำงานได้ดีที่สุดในบทบาทช่องทางเสริมที่เข้าถึงคนในจังหวะที่ช่องทางหลักเข้าไม่ถึง

ข้อจำกัดสุดท้ายคือทั้งคู่ไม่ได้แก้ปัญหาเรื่องของที่ส่งมอบจริง ถ้าสินค้าที่ลูกค้าได้รับไม่ตรงกับภาพหรือบรรยากาศที่โฆษณาสร้างไว้ ผลที่ตามมาคือความผิดหวังที่แพงกว่าค่าโฆษณาที่จ่ายไป ช่องทางที่คนเลือกดูคลิปเองมีเงื่อนไขคนละชุด อ่านได้ใน[รับทำโฆษณา TikTok Ads คลิปรีวิวแบบไหนนับเป็นโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/tiktok-lemon8-ads-agency) และเงื่อนไขการคิดเงินของโฆษณาวิดีโอบนช่องทางหลักอยู่ใน[โฆษณา YouTube Ads จ่ายเงินตอนไหน และจ่ายให้อะไร](https://phygital.co.th/insights/youtube-in-app-ads-agency)

### ธุรกิจแบบไหนที่ยังไม่ควรใช้สองช่องทางนี้

ธุรกิจที่ยังไม่มีภาพสินค้าของตัวเองและยังใช้ภาพจากผู้ผลิต เพราะภาพชุดเดียวกันปรากฏอยู่ในหลายร้านพร้อมกัน และธุรกิจที่ยังไม่มีคนดูแลช่องทางติดต่อในเวลาที่โฆษณาทำงาน เพราะทั้งสองช่องทางสร้างความสนใจในจังหวะที่คนไม่ได้อยู่หน้าคอมพิวเตอร์

## สามข้อที่ต้องเคาะก่อนตั้งงบ

ข้อแรกคือบทบาทของแต่ละช่องทางในแคมเปญนี้ ว่าช่องทางใดรับหน้าที่ให้คนรู้จักและช่องทางใดรับหน้าที่พาคนไปหน้าสินค้า การเคาะข้อนี้ก่อนทำให้ไม่ต้องเถียงกันภายหลังว่าทำไมช่องทางหนึ่งมียอดขายน้อยกว่าอีกช่องทาง

ข้อที่สองคือกรอบเวลาการประเมิน ควรระบุเป็นจำนวนวันที่จะไม่แตะงบและไม่สรุปผล เพราะการปรับทุกสองสามวันทำให้ข้อมูลของแต่ละช่วงสั้นเกินกว่าจะใช้ตัดสินอะไรได้

ข้อที่สามคือวิธีเก็บตัวเลขฝั่งออฟไลน์ ได้แก่ รหัสเฉพาะแคมเปญและผู้รับผิดชอบการบันทึกที่หน้าร้าน ข้อนี้มักถูกข้ามเพราะดูเป็นงานเล็ก แต่เป็นสิ่งเดียวที่ยืนยันผลของช่องทางเสียงได้ ธุรกิจที่อยากเห็นว่าแต่ละบริการต่อกันอย่างไร อ่านได้ที่[บริการที่ปรึกษาการตลาดดิจิทัลของฟิจิทัล เอเจนซี](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-consultant-service)

## สรุป

สองช่องทางนี้ต่างกันที่ช่วงเวลาที่ผู้ใช้เจอโฆษณา จึงต้องวัดผลด้วยตัวเลขคนละชุดและกรอบเวลาคนละแบบ ช่องทางค้นหาด้วยภาพเจอผู้ใช้ตอนกำลังวางแผนล่วงหน้า โดยหน้าเอกสารของช่องทางนั้นเขียนไว้ว่าแคมเปญการรับรู้ประมูลด้วยราคาต่อพันครั้งที่แสดงหรือราคาต่อการดูวิดีโอ ส่วนช่องทางเสียงเจอผู้ใช้ตอนไม่ได้มองจอ และรูปแบบวิดีโอของช่องทางนั้นถูกส่งเฉพาะตอนที่หน้าจออยู่ในสายตาเท่านั้น ธุรกิจที่กำหนดบทบาท กรอบเวลา และวิธีเก็บตัวเลขฝั่งออฟไลน์ไว้ก่อนเริ่ม จะอ่านผลได้เองโดยไม่ต้องเดาว่าช่องทางไหนคุ้ม

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### โฆษณาเสียงควรยาวเท่าไรจึงจะพอเล่าเรื่องได้

ยาวพอที่จะพูดชื่อแบรนด์ให้ชัดสองครั้งและบอกสิ่งที่ผู้ฟังจะได้หนึ่งอย่าง โดยวางชื่อแบรนด์ไว้ทั้งช่วงต้นและช่วงท้าย เพราะผู้ฟังที่เพิ่งหันมาสนใจกลางทางจะยังได้ยินชื่ออยู่ ส่วนรายละเอียดอย่างที่อยู่หรือเงื่อนไขควรตัดออก เพราะไม่มีใครจดตามได้ระหว่างฟัง

### ทำไมยอดคลิกจากช่องทางเสียงถึงต่ำมาก

เพราะผู้ฟังส่วนใหญ่กำลังทำอย่างอื่นและไม่ได้มองหน้าจอ การคลิกจึงไม่ใช่การกระทำที่เป็นธรรมชาติของช่องทางนี้ สิ่งที่ควรดูแทนคือผู้ฟังฟังจนจบหรือไม่ และตัวเลขนอกแพลตฟอร์มอย่างการค้นหาชื่อแบรนด์ขยับขึ้นในช่วงที่แคมเปญทำงานหรือเปล่า

### ต้องมีแคตตาล็อกสินค้าก่อนจึงจะยิงช่องทางภาพได้ไหม

ไม่จำเป็นสำหรับการเริ่มต้น เพราะรูปแบบภาพเดียวใช้ได้โดยไม่ต้องเชื่อมระบบสินค้า แต่ธุรกิจที่มีสินค้าหลายรายการจะได้ประโยชน์จากการทำแคตตาล็อกในภายหลัง เพราะทำให้แสดงสินค้าหลายชิ้นได้โดยไม่ต้องผลิตชิ้นงานใหม่ทุกครั้ง

### ภาพที่ใช้บนช่องทางอื่นนำมาใช้ซ้ำได้หรือไม่

ใช้ซ้ำได้แต่มักได้ผลน้อยกว่าภาพที่ทำมาเพื่อช่องทางนี้โดยเฉพาะ เพราะสัดส่วนภาพและระยะที่คนมองต่างกัน ภาพที่ทำงานได้ดีคือภาพแนวตั้งที่เห็นสินค้าในบริบทการใช้งานจริง ไม่ใช่ภาพสินค้าบนพื้นขาวที่ใช้ในหน้าร้านค้าออนไลน์

### วัดผลอย่างไรถ้าธุรกิจไม่มีเว็บไซต์

ใช้รหัสเฉพาะแคมเปญที่ให้ลูกค้าแจ้งที่หน้าร้านหรือในแชต แล้วบันทึกจำนวนครั้งที่มีคนแจ้งในแต่ละวัน วิธีนี้ให้ตัวเลขที่ผูกกับยอดขายจริงโดยไม่ต้องมีระบบติดตามใด ๆ และยังบอกได้ว่าวันไหนของสัปดาห์ที่โฆษณาทำงานได้ดีที่สุด

### ธุรกิจต่างจังหวัดทำงานกับทีมที่เชียงใหม่ได้อย่างไร

ขั้นตอนทั้งหมดตั้งแต่วางแผน ผลิตชิ้นงาน ตั้งค่าแคมเปญ ไปจนถึงสรุปผล ทำผ่านระบบออนไลน์ ฟิจิทัลส่งชิ้นงานให้ตรวจก่อนเริ่มยิงทุกครั้ง และนัดคุยสรุปผลตามรอบที่ระบุไว้ในข้อตกลง ไม่ว่าธุรกิจจะอยู่จังหวัดใด

## แคมเปญที่วัดผลด้วยตัวเลขซึ่งเก็บได้จริง ไม่ใช่ตัวเลขที่ดูดีในรายงาน

ลำดับงานของ บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด บนสองช่องทางนี้เริ่มที่การกำหนดบทบาทของแต่ละช่องทาง ตามด้วยการออกแบบรหัสเฉพาะแคมเปญและวิธีบันทึกที่หน้าร้าน แล้วจึงลงมือผลิตชิ้นงาน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
