# PDPA กับการตลาด ลูกค้าขอดู ขอลบ ขอระงับข้อมูลต้องทำอะไร

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/pdpa-digital-marketing-guide · เผยแพร่ 22 พฤศจิกายน 2567 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

PDPA มาตรา 30-36 ให้ลูกค้าขอดู ขอโอน ขอลบ ขอระงับ และขอแก้ข้อมูลที่ใช้ทำการตลาด ขอดูตอบใน 30 วัน ขอลบใน 90 วัน SME ควรวางขั้นตอนอย่างไร โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **PDPA มาตรา 30 ให้ลูกค้าขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูลของตัวเองได้** — และเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ธุรกิจมีเวลาดำเนินการไม่เกินสามสิบวันนับจากวันรับคำขอ และต้องไม่ปล่อยให้ล่าช้า
- **มาตรา 33 ให้ลูกค้าขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลระบุตัวไม่ได้ในสี่กรณี** — รวมถึงเมื่อถอนความยินยอม และเมื่อคัดค้านการใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดแบบตรง
- **มาตรา 34 ให้ลูกค้าขอระงับการใช้ข้อมูลแทนการลบได้ในบางกรณี** — และมาตรา 35 ให้ธุรกิจดูแลข้อมูลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ทำให้เข้าใจผิด

ข้อความจากลูกค้าที่เขียนว่า "ขอให้ลบข้อมูลของฉันออกจากระบบของร้าน" อาจมาถึงทางแชต อีเมล หรือคอมเมนต์ใต้โพสต์ และร้านที่ไม่เคยวางขั้นตอนไว้ต้องตอบให้ได้ว่าจะลบอะไร จากที่ไหน ภายในกี่วัน ข้อมูลของลูกค้าคนเดียวอาจอยู่ทั้งในระบบสมาชิก ไฟล์รายชื่อที่อัปโหลดไปทำโฆษณา รายชื่ออีเมล และแชตของแอดมิน บทนี้ไล่สิทธิที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของไทยให้ไว้กับเจ้าของข้อมูล ตั้งแต่สิทธิขอดู ขอโอน ขอลบ ไปจนถึงขอระงับและขอแก้ไข ว่าแต่ละสิทธิใช้เมื่อไร ธุรกิจปฏิเสธได้ในกรณีไหน และต้องตอบภายในกี่วัน เพื่อให้ SME วางขั้นตอนรับคำขอได้ก่อนคำขอแรกมาถึง

ตัวบททั้งหมดมาจาก[พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ในไฟล์ที่ สคส. เผยแพร่](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1%5FPersonal-Data-Protection-2562.pdf) โดยอ่านมาตรา 30 ถึง 36 เมื่อ 27 ก.ย. 2569 สำหรับมาตรา 30 คณะกรรมการออกหลักเกณฑ์เรื่องการขอเข้าถึงและขอสำเนาแล้วใน[ประกาศปี 2569 ที่ลงราชกิจจานุเบกษา 16 ก.ค. 2569](https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/121423.pdf) ใช้บังคับตั้งแต่กลางเดือนกันยายน 2569 และมาตรา 33 มีประกาศเรื่องการลบตั้งแต่ปี 2567 ส่วนมาตราอื่นในกลุ่มนี้ คณะกรรมการอาจมีหลักเกณฑ์เพิ่มเติมที่บทนี้ไม่ได้ลงรายละเอียด ธุรกิจที่มีกรณีเฉพาะควรปรึกษานักกฎหมายของตัวเอง

ฉบับเดิมของหน้านี้สรุป PDPA กับการตลาดแบบกว้าง ฉบับนี้เลือกเรื่องสิทธิของเจ้าของข้อมูล เพราะเป็นส่วนที่ธุรกิจต้องลงมือทำจริงทุกครั้งที่ลูกค้าส่งคำขอเข้ามา

## สิทธิของลูกค้ากับระบบการตลาดที่ธุรกิจใช้

กฎหมายเรียกธุรกิจที่ตัดสินใจเรื่องการเก็บและใช้ข้อมูลว่าผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล และเรียกลูกค้าว่าเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล มาตรา 30 ถึง 36 วางสิทธิของเจ้าของข้อมูลไว้หลายข้อ ข้อที่เกี่ยวกับงานการตลาดโดยตรงมีดังนี้

1. **มาตรา 30** ขอเข้าถึงและขอสำเนาข้อมูล และขอให้เปิดเผยว่าได้ข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมมาอย่างไร
2. **มาตรา 31** ขอรับข้อมูลในรูปแบบที่อ่านหรือใช้ด้วยเครื่องได้ และขอให้ส่งหรือโอนไปยังผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่น
3. **มาตรา 32** ไม่ยอมให้ธุรกิจเก็บ ใช้ หรือเผยแพร่ข้อมูลต่อ รวมถึงการใช้ส่งการตลาดแบบตรง
4. **มาตรา 33** ขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลระบุตัวไม่ได้
5. **มาตรา 34** ขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
6. **มาตรา 35 และ 36** ข้อมูลต้องถูกต้องและเป็นปัจจุบัน และการบันทึกเมื่อไม่ทำตามคำร้องขอให้แก้ไข

สิทธิคัดค้านการตลาดแบบตรงตามมาตรา 32 อธิบายไว้แล้วในบทเรื่องรายชื่อลูกค้าองค์กร บทนี้จึงลงรายละเอียดสิทธิข้ออื่น

### ข้อมูลที่ต้องไล่เมื่อได้รับคำขอ อยู่ที่ไหนบ้าง

ในงานการตลาดดิจิทัล ข้อมูลของลูกค้าคนหนึ่งอาจอยู่ในหลายระบบพร้อมกัน เช่นระบบสมาชิกหรือ CRM ฐานรายชื่ออีเมล ไฟล์รายชื่อที่เคยอัปโหลดไปสร้างกลุ่มเป้าหมายโฆษณา ประวัติแชตบนแพลตฟอร์มส่งข้อความ และฟอร์มลงทะเบียนจากอีเวนต์ SME ที่ทำรายการระบบเหล่านี้ไว้ล่วงหน้า จะตอบคำขอได้ครบภายในเวลาที่กฎหมายกำหนด

## ขอเข้าถึงและขอสำเนาตามมาตรา 30

มาตรา 30 ให้ลูกค้าขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลของตัวเองที่อยู่ในความรับผิดชอบของธุรกิจ หรือขอให้เปิดเผยว่าได้ข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอมมาอย่างไร ธุรกิจต้องทำตามคำขอ และปฏิเสธได้เฉพาะเมื่อเป็นการปฏิเสธตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล และเมื่อการเปิดให้ดูหรือให้สำเนาอาจทำให้คนอื่นเสียหายในสิทธิหรือเสรีภาพ

ขั้นตอนตามมาตรา 30 ที่ SME ต้องรู้

1. **ถ้าปฏิเสธคำขอ** ต้องบันทึกการปฏิเสธพร้อมเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39
2. **ถ้าปฏิเสธไม่ได้** ต้องรีบดำเนินการ และเสร็จภายในสามสิบวันนับจากวันที่คำขอมาถึง
3. **คณะกรรมการออกหลักเกณฑ์เพิ่มแล้วในประกาศปี 2569** ร้านต้องตรวจคำขอและเช็กว่าผู้ยื่นเป็นเจ้าของข้อมูลจริงภายใน 15 วัน ถ้าเอกสารไม่ครบ ให้แจ้งแก้โดยให้เวลาไม่น้อยกว่า 10 วัน และเริ่มนับ 30 วันใหม่จากวันที่ได้เอกสารครบ ส่วนคำขอที่ข้อมูลมากหรือมีเหตุจำเป็นอื่นขยายเวลาได้อีกไม่เกิน 30 วัน โดยต้องแจ้งเหตุผลให้ผู้ยื่นทราบ

### ลูกค้าถามว่าร้านได้เบอร์โทรของเขามาจากไหน ต้องตอบไหม

มาตรา 30 ให้เจ้าของข้อมูลขอให้เปิดเผยการได้มาซึ่งข้อมูลที่ตนไม่ได้ให้ความยินยอม ธุรกิจที่ได้รายชื่อมาจากแหล่งอื่น เช่นพันธมิตรหรือรายชื่อที่ซื้อมา จึงต้องรู้ที่มาของข้อมูลแต่ละชุดเพื่อตอบคำขอนี้ได้ SME ที่ไม่ได้จดที่มาของรายชื่อไว้ ควรเริ่มจดตั้งแต่รายชื่อชุดถัดไป

## ขอรับหรือขอโอนข้อมูลตามมาตรา 31

มาตรา 31 ให้ลูกค้าขอรับข้อมูลของตัวเองได้ ในกรณีที่ธุรกิจจัดเก็บข้อมูลไว้เป็นไฟล์ที่เครื่องมืออัตโนมัติทั่วไปอ่านหรือใช้ได้ และลูกค้าขอให้ธุรกิจส่งข้อมูลชุดนั้นต่อให้ธุรกิจอื่นได้ เมื่อระบบทำได้โดยอัตโนมัติ เว้นแต่ติดข้อจำกัดทางเทคนิค เรื่องการย้ายข้อมูลออกจากระบบ MarTech เมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการ อธิบายละเอียดไว้ใน[ที่ปรึกษาวางโครงสร้าง MarTech ย้ายข้อมูลออกได้แค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/martech-architect-consultancy)

สิทธินี้ใช้กับข้อมูลที่ลูกค้าให้ความยินยอม ข้อมูลที่เก็บโดยยกเว้นความยินยอมตามมาตรา 24 (3) เรื่องสัญญา หรือข้อมูลอื่นตามที่คณะกรรมการประกาศ และใช้ไม่ได้กับการส่งหรือโอนที่เป็นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประโยชน์สาธารณะหรือตามกฎหมาย หรือเมื่อละเมิดสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น ถ้าปฏิเสธด้วยเหตุนี้ ธุรกิจต้องบันทึกการปฏิเสธพร้อมเหตุผลตามมาตรา 39

### ระบบสมาชิกที่ส่งออกไฟล์ไม่ได้ต้องทำอย่างไร

สิทธิตามมาตรา 31 เกิดขึ้นเมื่อธุรกิจเก็บข้อมูลเป็นไฟล์ที่เครื่องอ่านได้ ธุรกิจที่เลือกระบบใหม่จึงควรถามผู้ให้บริการตั้งแต่ต้นว่าส่งออกข้อมูลของลูกค้ารายคนได้หรือไม่ และในรูปแบบใด เพราะเป็นทั้งเรื่องของสิทธิลูกค้า และเรื่องที่ธุรกิจต้องใช้เองเมื่อเปลี่ยนระบบ

## ขอลบตามมาตรา 33

มาตรา 33 ให้ลูกค้าขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่ระบุตัวไม่ได้ ในสี่กรณี

1. **ธุรกิจไม่มีความจำเป็นต้องเก็บข้อมูลไว้แล้ว** เมื่อเทียบกับวัตถุประสงค์ที่แจ้งตอนเก็บ
2. **ลูกค้าถอนความยินยอม** และธุรกิจไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลต่อ
3. **ลูกค้าคัดค้านตามมาตรา 32** ในกรณีที่ธุรกิจปฏิเสธการคัดค้านไม่ได้ หรือเป็นการคัดค้านการตลาดแบบตรง
4. **ข้อมูลถูกเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย**

สิทธิขอลบมีข้อยกเว้น เช่นการเก็บไว้เพื่อใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การใช้เพื่อก่อตั้งหรือต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และการปฏิบัติตามกฎหมาย ถ้าธุรกิจทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลสาธารณะไปแล้วและถูกขอให้ลบ ธุรกิจต้องรับผิดชอบทั้งด้านเทคโนโลยีและค่าใช้จ่าย และแจ้งผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นเพื่อให้ดำเนินการตามคำขอ ถ้าธุรกิจไม่ทำตาม ลูกค้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้ [ประกาศเรื่องการลบหรือทำลายข้อมูลปี 2567](https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/39218.pdf) ให้ธุรกิจลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลระบุตัวลูกค้าไม่ได้ตามที่ขอโดยไม่ชักช้า และไม่เกิน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ โดยต้องรวมสำเนาและข้อมูลที่สำรองไว้ด้วย เมื่อทำเสร็จต้องแจ้งลูกค้า ถ้าลูกค้าขอเพราะข้อมูลชุดนั้นถูกเก็บ ใช้ หรือเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ธุรกิจต้องลบหรือทำลายเท่านั้น จะเปลี่ยนไปทำให้ระบุตัวไม่ได้แทนไม่ได้

### ลบจากฐานลูกค้าแล้ว ต้องลบจากกลุ่มเป้าหมายโฆษณาด้วยไหม

ตัวบทใช้กับข้อมูลทุกชุดที่ธุรกิจตัดสินใจเก็บและใช้เอง ถ้าธุรกิจเคยนำรายชื่อที่มีข้อมูลของลูกค้าคนนั้นขึ้นไปใช้เลือกผู้เห็นโฆษณา ข้อมูลชุดนั้นก็เป็นการใช้ข้อมูลของธุรกิจเช่นกัน ขั้นตอนลบที่ครบจึงควรรวมการอัปเดตรายชื่อบนแพลตฟอร์มโฆษณา และทำเครื่องหมายที่ฐานข้อมูลต้นทาง เพื่อไม่ให้รายชื่อนั้นกลับเข้ามาในไฟล์ครั้งถัดไป

### ภาพรีวิวของลูกค้าที่โพสต์บนเพจแล้ว ถ้าลูกค้าขอให้ลบต้องทำอะไร

มาตรา 33 วรรคสามกำหนดว่าถ้าธุรกิจทำให้ข้อมูลเป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ แล้วถูกขอให้ลบ ธุรกิจต้องรับผิดชอบดำเนินการทั้งด้านเทคโนโลยีและค่าใช้จ่าย และแจ้งผู้ควบคุมข้อมูลรายอื่นเพื่อให้ดำเนินการตามคำขอด้วย ร้านที่เคยนำภาพหรือคำรีวิวของลูกค้าไปโพสต์บนเพจ ส่งให้พันธมิตร หรือใช้ในโฆษณา จึงควรรู้ว่าภาพนั้นไปอยู่ที่ไหนบ้าง และมีวิธีแจ้งผู้ที่นำไปใช้ต่อเมื่อลูกค้าขอให้ลบ

## ขอระงับและขอแก้ไขตามมาตรา 34 ถึง 36

มาตรา 34 ให้ลูกค้าขอระงับการใช้ข้อมูลได้ในสี่กรณี ได้แก่ระหว่างที่ธุรกิจตรวจสอบคำร้องขอแก้ไขตามมาตรา 36 เมื่อข้อมูลต้องลบตามมาตรา 33 (4) แต่ลูกค้าขอให้ระงับแทน เมื่อข้อมูลหมดความจำเป็นแต่ลูกค้าต้องการให้เก็บไว้เพื่อใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย และระหว่างที่ธุรกิจพิสูจน์หรือตรวจสอบเพื่อปฏิเสธการคัดค้านตามมาตรา 32 ถ้าธุรกิจไม่ทำตาม ลูกค้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้

การระงับต่างจากการลบตรงที่ข้อมูลยังอยู่ แต่ธุรกิจหยุดใช้ ตัวอย่างที่ตรงกับมาตรา 34 (3) คือลูกค้าที่มีข้อพิพาทกับร้านเรื่องสินค้าชำรุด และขอให้ร้านเก็บประวัติการซื้อไว้เป็นหลักฐาน แม้ร้านไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลนั้นแล้ว ระบบที่มีเพียงปุ่มลบจึงรองรับกรณีนี้ไม่ได้ ธุรกิจควรมีวิธีทำเครื่องหมายว่าข้อมูลชุดนี้ห้ามใช้เพื่อการตลาด แต่ยังเก็บไว้

มาตรา 35 ให้ธุรกิจดูแลให้ข้อมูลถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และมาตรา 36 กำหนดว่าถ้าลูกค้าร้องขอให้ทำตามมาตรา 35 แล้วธุรกิจไม่ทำตาม ต้องบันทึกคำร้องขอพร้อมเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39

### ข้อมูลของลูกค้าที่เป็นเด็ก ใครเป็นคนยื่นคำขอ

มาตรา 20 ของกฎหมายฉบับเดียวกันให้พ่อแม่หรือผู้ปกครองตามกฎหมายเป็นผู้ยินยอมแทนเด็กที่อายุสิบปีหรือน้อยกว่า และขยายหลักนี้ไปถึงการใช้สิทธิขอดู ขอลบ หรือขอระงับด้วย ธุรกิจที่มีข้อมูลของเด็ก เช่นโรงเรียนกวดวิชาหรือสถานรับเลี้ยงเด็ก จึงควรรับคำขอจากผู้ปกครอง และยืนยันความเป็นผู้ปกครองก่อนดำเนินการ

## ตารางรับคำขอสำหรับ SME

| คำขอของลูกค้า            | มาตรา | สิ่งที่ธุรกิจต้องทำ                                                                     | ถ้าปฏิเสธ                                                                          |
| -------------------------- | ----- | ------------------------------------------------------------------------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------- |
| ขอดูหรือขอสำเนาข้อมูล | 30    | ทำตามโดยไม่ชักช้า ไม่เกิน 30 วัน                                                       | ปฏิเสธได้ตามกฎหมาย คำสั่งศาล หรือเมื่อกระทบผู้อื่น และบันทึกตามมาตรา 39 |
| ขอรับหรือขอโอนข้อมูล   | 31    | ส่งในรูปแบบที่อ่านด้วยเครื่องได้ เมื่อทำได้                                        | บันทึกการปฏิเสธพร้อมเหตุผลตามมาตรา 39                                         |
| คัดค้านการตลาดแบบตรง   | 32    | หยุดใช้และแยกข้อมูลออกทันที                                                           | ปฏิเสธการคัดค้านการตลาดแบบตรงไม่ได้                                         |
| ขอลบ                       | 33    | ลบ ทำลาย หรือทำให้ระบุตัวไม่ได้ในสี่กรณี ไม่เกิน 90 วัน รวมสำเนาและข้อมูลสำรอง | เก็บไว้ได้ตามข้อยกเว้น เช่นเพื่อปฏิบัติตามกฎหมาย                           |
| ขอระงับการใช้           | 34    | ระงับในสี่กรณี                                                                           | ลูกค้าร้องเรียนต่อคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญได้                                 |
| ขอแก้ไข                   | 35 36 | ดูแลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบัน                                                             | บันทึกคำร้องและเหตุผลตามมาตรา 39                                               |

ร้านที่ใช้ตารางนี้ควรมีแบบบันทึกคำขอหนึ่งชุด ระบุวันที่ได้รับ ช่องทาง ประเภทคำขอ ระบบที่ต้องไล่ และวันที่ตอบ แบบบันทึกนี้เป็นหลักฐานว่าธุรกิจตอบภายในเวลา และช่วยให้ทำรายการตามมาตรา 39 ได้ครบ

ธุรกิจที่เก็บข้อมูลจากฟอร์มลงทะเบียน ควรออกแบบช่องความยินยอมแยกตามวัตถุประสงค์ตามที่อธิบายไว้ใน[อีเวนต์ Test Drive ดีลเลอร์รถ ฟอร์มเก็บลีดกับ PDPA มาตรา 19](https://phygital.co.th/insights/car-dealership-launch-test-drive-event-agency) ส่วนสิทธิคัดค้านการตลาดแบบตรงตามมาตรา 32 อยู่ใน[บริการ B2B Lead Generation และ ABM รายชื่อขั้นต่ำ 300 บริษัท](https://phygital.co.th/insights/b2b-abm-lead-generation-agency) และการตัดสินระยะเวลาเก็บข้อมูลในระบบรวมข้อมูลลูกค้าอยู่ใน[CDP ต่างจาก CRM ตามนิยามปี 2026 ของ CDP Institute](https://phygital.co.th/insights/cdp-vs-crm-difference)

## สรุป

กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลให้ลูกค้าขอดูและขอสำเนาข้อมูลได้ตามมาตรา 30 โดยธุรกิจต้องทำตามภายในสามสิบวันเมื่อปฏิเสธไม่ได้ ขอรับหรือขอโอนข้อมูลตามมาตรา 31 ขอลบในสี่กรณีตามมาตรา 33 ขอระงับการใช้ตามมาตรา 34 และขอให้แก้ไขข้อมูลตามมาตรา 35 และ 36 การปฏิเสธคำขอหลายประเภทต้องบันทึกพร้อมเหตุผลไว้ในรายการตามมาตรา 39 SME ที่ทำรายการระบบที่มีข้อมูลลูกค้าและแบบบันทึกคำขอไว้ก่อน จะตอบคำขอได้ครบและทันเวลา

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### คำขอสำเนาที่ส่งมาทางแชต ต้องรับหรือให้กรอกแบบฟอร์มใหม่

ตัวบทมาตรา 30 ไม่ได้กำหนดช่องทางยื่นคำขอไว้ในมาตรานั้น ธุรกิจควรรับคำขอจากช่องทางที่ลูกค้าใช้ติดต่ออยู่แล้ว และบันทึกวันที่ได้รับคำขอไว้ เพราะเวลาสามสิบวันนับจากวันที่ได้รับคำขอ

### ลูกค้าขอให้ลบข้อมูล แต่ร้านต้องเก็บใบกำกับภาษีตามกฎหมายภาษี ทำอย่างไร

มาตรา 33 ยกเว้นการเก็บรักษาเพื่อการปฏิบัติตามกฎหมาย ร้านจึงเก็บเอกสารที่กฎหมายอื่นบังคับไว้ได้ แต่ควรหยุดใช้ข้อมูลส่วนอื่น เช่นการส่งโปรโมชัน และแจ้งลูกค้าว่าข้อมูลส่วนใดยังต้องเก็บเพราะเหตุใด

### ต้องยืนยันตัวตนของคนที่ขอข้อมูลก่อนหรือไม่

มาตรา 30 เปิดทางให้ปฏิเสธเมื่อการให้ข้อมูลอาจทำให้คนอื่นเสียหาย การส่งข้อมูลของลูกค้าให้คนที่อ้างตัวเป็นลูกค้าโดยไม่ตรวจสอบ อาจเข้าข่ายนี้ ธุรกิจจึงควรมีวิธียืนยันว่าผู้ขอคือเจ้าของข้อมูลจริง เช่นให้ยืนยันผ่านช่องทางที่ลูกค้าลงทะเบียนไว้

### ข้อมูลที่ผิดในระบบสมาชิก ลูกค้าแก้เองได้หรือต้องให้ร้านแก้

มาตรา 35 วางหน้าที่ไว้ที่ธุรกิจว่าต้องดูแลให้ข้อมูลถูกต้องและเป็นปัจจุบัน การเปิดให้ลูกค้าแก้ข้อมูลพื้นฐานของตัวเองในระบบสมาชิกได้ช่วยให้ทำหน้าที่นี้ง่ายขึ้น ส่วนคำร้องขอแก้ไขที่ร้านไม่ทำตาม ต้องบันทึกพร้อมเหตุผลตามมาตรา 36

### ธุรกิจที่ใช้ระบบรวมข้อมูลลูกค้าหลายช่องทางต้องระวังอะไรเพิ่ม

ระบบที่เก็บระเบียนลูกค้ารวมศูนย์ทำให้หาข้อมูลของลูกค้าคนหนึ่งได้เร็วขึ้น แต่ก็ทำให้คำขอลบต้องไล่ไปถึงทุกระบบที่รับข้อมูลออกไปจากระบบกลาง ธุรกิจควรรู้ว่าระบบกลางส่งข้อมูลไปที่ไหนบ้างก่อนเปิดรับคำขอ

## คำขอดูข้อมูลจากลูกค้าต้องตอบภายใน 30 วัน นับจากวันที่ได้รับคำขอ

ทีม PHYGITAL AGENCY ช่วยไล่ระบบที่มีข้อมูลลูกค้าของคุณ วางขั้นตอนรับคำขอ และทำแบบบันทึกที่แอดมินใช้ได้ ก่อนคำขอแรกมาถึง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
