# OnlyFans ส่วนแบ่ง 80/20 และความเสี่ยงจากช่องทางจ่ายเงิน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/onlyfans-creator-economy-lessons-thailand · เผยแพร่ 12 สิงหาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

งบการเงินปีบัญชี 2568 ของบริษัทแม่ OnlyFans แสดงส่วนแบ่ง 80/20 เงินที่จ่ายครีเอเตอร์ 6.2 พันล้านดอลลาร์ และความเสี่ยงจากพันธมิตรด้านการชำระเงินที่บริษัทเขียนไว้เอง

## Key Takeaways

- **OnlyFans แบ่งเงินให้ครีเอเตอร์ 80% และเก็บไว้ 20% ตามที่งบการเงินของบริษัทแม่ระบุ** — ปีบัญชีที่สิ้นสุด 30 พฤศจิกายน 2568 แฟนจ่ายผ่านแพลตฟอร์ม 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจ่ายให้ครีเอเตอร์ 6.2 พันล้านดอลลาร์ และมีรายได้ 1.56 พันล้านดอลลาร์
- **บัญชีครีเอเตอร์ 5.06 ล้านบัญชีเป็นยอดบัญชีที่ยังไม่ถูกลบ ไม่ใช่จำนวนคนที่มีรายได้** — งบไม่ได้เปิดเผยว่ามีกี่บัญชีที่ได้เงินจริงหรือได้คนละเท่าไร การหารเงินรวมด้วยจำนวนบัญชีจึงไม่ได้บอกรายได้ของครีเอเตอร์ทั่วไป
- **ความเสี่ยงที่บริษัทเขียนไว้เองคือพันธมิตรด้านการชำระเงิน** — ในเดือนสิงหาคม 2564 OnlyFans ประกาศเปลี่ยนกติกาเนื้อหาโดยอ้างข้อกำหนดของธนาคาร แล้วถอยภายในหกวัน ครีเอเตอร์ที่รายได้ทั้งหมดอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวแบกความเสี่ยงนี้ร่วมไปด้วย

คนที่อยากรู้ว่าเงินในเศรษฐกิจครีเอเตอร์แบบสมัครสมาชิกไหลไปทางไหนจริง หาคำตอบได้จากงบการเงินของ OnlyFans เพราะบริษัทแม่ต้องยื่นงบที่ผ่านผู้สอบบัญชีต่อทะเบียนบริษัทของอังกฤษทุกปี ตัวเลขในงบชุดนี้ตอบคำถามที่ครีเอเตอร์และแบรนด์ไทยต้องตอบก่อนเปิดขายสมาชิกรายเดือน คือแพลตฟอร์มเก็บส่วนแบ่งเท่าไร ตัวเลขจำนวนผู้ใช้ที่เห็นในข่าวหมายถึงอะไร และถ้ากติกาของแพลตฟอร์มเปลี่ยน รายได้ของคนที่อยู่บนนั้นจะเป็นอย่างไร

ตัวเลขทุกตัวด้านล่างยกจากงบฉบับที่ยื่นจริง ไม่ได้มาจากประมาณการของบริษัทวิจัยหรือข่าวที่อ้างต่อกันมา และเรื่องที่เล่าจำกัดอยู่ที่โมเดลธุรกิจของแพลตฟอร์ม

## งบการเงินที่บริษัทแม่ยื่นต่อทะเบียน

OnlyFans ดำเนินงานโดยบริษัท Fenix International Limited ทะเบียนเลขที่ 10354575 ในอังกฤษและเวลส์ งบการเงินรวมของกลุ่มบริษัทสำหรับปีบัญชีที่สิ้นสุด 30 พฤศจิกายน 2568 เผยแพร่ใน[หน้าประวัติเอกสารของบริษัทบนระบบทะเบียนบริษัทของสหราชอาณาจักร](https://find-and-update.company-information.service.gov.uk/company/10354575/filing-history) เมื่อ 20 กันยายน 2569 รายงานกลยุทธ์ในงบลงนามโดยกรรมการเมื่อ 21 เมษายน 2569 และผู้สอบบัญชีคือ Gravita Audit II Limited

รายงานกลยุทธ์ห้าหน้าแรกของงบเป็นส่วนที่มีข้อมูลเชิงธุรกิจมากที่สุด บริษัทสรุปผลการดำเนินงานเทียบปีก่อนไว้ดังนี้

* **ยอดชำระผ่านแพลตฟอร์ม** 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มจาก 7.2 พันล้านดอลลาร์ในปีก่อน ยอดนี้คือเงินที่แฟนจ่าย หักภาษีการขาย เงินคืน และหนี้สินตามสัญญาแล้ว
* **รายได้ของกลุ่มบริษัท** 1,553 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 1,413 ล้านดอลลาร์ หรือร้อยละ 10
* **กำไรก่อนภาษี** 715 ล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 684 ล้านดอลลาร์ หรือร้อยละ 5
* **เงินที่จ่ายให้ครีเอเตอร์** 6.2 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มจาก 5.7 พันล้านดอลลาร์
* **ภาระหนี้** บริษัทระบุว่าไม่มีเงินกู้และไม่ได้ใช้เงินทุนจากภายนอก

### งบที่ผ่านผู้สอบบัญชีต่างจากตัวเลขในข่าวตรงไหน

ตัวเลขรายได้ครีเอเตอร์ที่แชร์กันในโซเชียลมักมาจากการสำรวจของบริษัทเอกชน หรือจากครีเอเตอร์คนเดียวที่เปิดเผยรายได้ของตัวเอง ซึ่งไม่มีใครตรวจสอบ งบการเงินที่ยื่นต่อทะเบียนผ่านผู้สอบบัญชี และกรรมการต้องรับผิดชอบต่อความถูกต้องของงบตามกฎหมายบริษัทของอังกฤษ ข้อจำกัดคืองบบอกเฉพาะภาพรวมของทั้งแพลตฟอร์ม ไม่แยกตามประเทศ และไม่บอกว่าครีเอเตอร์ในประเทศไทยมีกี่คนหรือได้เงินเท่าไร

## เงินจากแฟนไหลไปทางไหน

รายงานกลยุทธ์ระบุว่ากลุ่มบริษัทคงการแบ่งรายได้แบบ 80/20 มาอย่างต่อเนื่อง และเขียนเป็นตัวอย่างว่าทุกหนึ่งดอลลาร์ที่บริษัทเก็บไว้ ครีเอเตอร์ได้สี่ดอลลาร์ ตัวเลขในงบสอดคล้องกัน ยอดชำระ 7.8 พันล้านดอลลาร์คูณร้อยละ 20 ได้ราว 1.56 พันล้านดอลลาร์ เท่ากับรายได้ของบริษัท ส่วนที่เหลือร้อยละ 80 คือ 6.2 พันล้านดอลลาร์ที่จ่ายออกไปให้ครีเอเตอร์

โครงสร้างนี้ต่างจากแพลตฟอร์มที่หารายได้จากโฆษณา บนแพลตฟอร์มโฆษณา ผู้ชมไม่ได้จ่ายเงินให้ครีเอเตอร์โดยตรง เงินมาจากผู้ลงโฆษณา และส่วนแบ่งขึ้นกับจำนวนการดูและราคาโฆษณาในช่วงนั้น บนแพลตฟอร์มสมัครสมาชิก รายได้ขึ้นกับจำนวนคนที่ยอมจ่ายรายเดือนและราคาที่ครีเอเตอร์ตั้ง ครีเอเตอร์ที่มีผู้ติดตามน้อยแต่ผู้ติดตามพร้อมจ่ายจึงมีรายได้ได้ ซึ่งแพลตฟอร์มโฆษณาทำให้ไม่ได้

### ส่วนแบ่ง 80% เทียบกับสมาชิกช่อง YouTube

[หน้าอธิบายส่วนแบ่งรายได้ของ YouTube](https://support.google.com/youtube/answer/72902?hl=en) ระบุว่าช่องที่ยอมรับ Commerce Product Module ได้รับร้อยละ 70 ของรายได้สุทธิจากสมาชิกช่อง Super Chat Super Stickers และ Super Thanks ส่วนโฆษณาในหน้าดูวิดีโอได้ร้อยละ 55 และโฆษณาในฟีด Shorts ได้ร้อยละ 45 ของส่วนที่จัดสรรให้ช่องตามยอดดู ภาษีการขายและภาษีมูลค่าเพิ่มไม่นับเป็นรายได้ของ Google และไม่อยู่ในฐานคำนวณ

[หน้าเงื่อนไขสมาชิกช่อง](https://support.google.com/youtube/answer/7636690?hl=en) ระบุว่าประเทศไทยอยู่ในรายชื่อพื้นที่ที่เปิดใช้ได้ แต่ช่องที่ตั้งเป็นเนื้อหาสร้างมาเพื่อเด็ก หรือมีวิดีโอที่ตั้งเป็นเนื้อหาสร้างมาเพื่อเด็กจำนวนมาก เปิดสมาชิกช่องไม่ได้ ช่องต้องผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของฟีเจอร์ระดมทุนจากแฟนก่อนด้วย ส่วนการซื้อโฆษณาบน YouTube จากฝั่งผู้ลงโฆษณาอธิบายไว้ใน[โฆษณา YouTube Ads จ่ายเงินตอนไหน และจ่ายให้อะไร](https://phygital.co.th/insights/youtube-in-app-ads-agency)

## จำนวนบัญชีไม่ใช่จำนวนคนที่มีรายได้

งบปี 2568 รายงานบัญชีครีเอเตอร์ 5,063,000 บัญชี เพิ่มจาก 4,634,000 บัญชีหรือร้อยละ 9 และบัญชีแฟน 437,133,000 บัญชี เพิ่มจาก 377,456,000 บัญชีหรือร้อยละ 16 บริษัทนิยามไว้ในงบว่าเป็นจำนวนบัญชีที่สร้างขึ้นและยังไม่ถูกผู้ใช้ลบหรือถูกแพลตฟอร์มปิด

นิยามนี้นับทุกบัญชีที่เคยสมัคร รวมบัญชีที่ไม่ได้เข้าใช้แล้วและบัญชีที่ไม่เคยมีรายได้ งบไม่ได้แยกว่ามีกี่บัญชีที่ได้รับเงินในปีนั้น และไม่ได้ให้การกระจายรายได้ของครีเอเตอร์ ถ้าเอา 6.2 พันล้านดอลลาร์หารด้วย 5.06 ล้านบัญชี ตัวเลขที่ได้ไม่ใช่รายได้เฉลี่ยของครีเอเตอร์ที่ทำงานจริง เพราะตัวหารรวมบัญชีที่ไม่ได้ขายอะไรเลย

### ตัวเลขผู้ใช้ของแพลตฟอร์มอื่นก็ต้องอ่านแบบเดียวกัน

แพลตฟอร์มแต่ละแห่งนับผู้ใช้ต่างกัน บางแห่งนับบัญชีที่เข้าใช้ในเดือนนั้น บางแห่งนับบัญชีทั้งหมดที่ยังเปิดอยู่ บางแห่งนับเฉพาะคนที่จ่ายเงิน ก่อนเทียบขนาดแพลตฟอร์มหรือประมาณรายได้ที่คาดว่าจะได้ ให้หาก่อนว่าตัวเลขนั้นนับอะไร แล้วเทียบเฉพาะตัวเลขที่นับแบบเดียวกัน

## ความเสี่ยงจากช่องทางจ่ายเงิน

ในหัวข้อความเสี่ยงทางการเงิน งบของ Fenix เขียนถึงความเสี่ยงด้านโครงสร้างการชำระเงินไว้ตรง ๆ ว่ากลุ่มบริษัทพึ่งพาความสัมพันธ์กับพันธมิตรทางการเงินเพื่อให้เงินไหลจากแฟนถึงครีเอเตอร์ และการสะดุดของช่องทางนี้อาจกระทบธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ บริษัทจึงรักษาเครือข่ายทางการเงินให้กว้าง และบอกว่ามาตรการด้านความปลอดภัยและการคัดกรองเนื้อหาช่วยลดความเสี่ยงที่พันธมิตรทางการเงินมองเห็น

เหตุการณ์ที่แสดงความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นแล้วในปี 2564 ตาม[รายงานของ PBS NewsHour วันที่ 25 สิงหาคม 2564](https://www.pbs.org/newshour/economy/onlyfans-reverses-explicit-content-ban-after-outcry) วันพฤหัสบดีที่ 19 สิงหาคม 2564 OnlyFans แจ้งผู้ใช้ว่าจะห้ามเนื้อหาทางเพศที่โจ่งแจ้งตั้งแต่ 1 ตุลาคม โดยบอกว่ากติกาใหม่จำเป็นต่อการทำตามข้อกำหนดของสถาบันการเงิน หกวันต่อมาบริษัทประกาศระงับแผน โดยอ้างว่าได้รับคำยืนยันจากพันธมิตรธนาคารว่ายังรองรับครีเอเตอร์ทุกประเภทได้ ช่วงหกวันนั้นครีเอเตอร์จำนวนมากขู่ว่าจะย้ายไปแพลตฟอร์มอื่น และแพลตฟอร์มคู่แข่งออกมาชวนครีเอเตอร์ย้ายไปทันที

เหตุการณ์ฝั่งผู้ซื้อโฆษณา ที่บัตรเครดิตระงับการรับชำระค่าโฆษณาของแพลตฟอร์มเนื้อหาผู้ใหญ่อีกแห่ง อยู่ใน[Brand Safety บทเรียน Pornhub เมื่อ Visa ระงับบัตรซื้อโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/pornhub-brand-safety-marketing-thailand)

### แพลตฟอร์มทุกประเภทอยู่ใต้เงื่อนไขของผู้รับชำระ

ทุกแพลตฟอร์มที่รับเงินแทนครีเอเตอร์ต้องทำตามเงื่อนไขของธนาคาร เครือข่ายบัตร และผู้ให้บริการชำระเงิน กติกาเรื่องประเภทสินค้าที่ขายได้ วิธียืนยันตัวตน และประเทศที่ถอนเงินได้ จึงเปลี่ยนได้โดยที่ครีเอเตอร์ไม่มีส่วนตัดสินใจ ครีเอเตอร์ที่รายได้ทั้งหมดผ่านแพลตฟอร์มเดียว และไม่มีช่องทางติดต่อสมาชิกนอกแพลตฟอร์ม จะเสียทั้งรายได้และรายชื่อลูกค้าพร้อมกันถ้ากติกาเปลี่ยนแบบที่ตัวเองรับไม่ได้

## ครีเอเตอร์และแบรนด์ไทยเลือกทางไหน

ทางเลือกของคนที่จะขายสมาชิกรายเดือนมีสามแบบ แต่ละแบบแลกกันระหว่างความง่ายในการเริ่ม ส่วนแบ่งที่ได้ และการควบคุมรายชื่อลูกค้า

1. **ขายผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบสมาชิกในตัว** เช่นสมาชิกช่อง YouTube แพลตฟอร์มรับชำระ ตัดเงิน และส่งเนื้อหาให้ ครีเอเตอร์ไม่ต้องดูแลระบบเอง แต่ได้ส่วนแบ่งตามที่แพลตฟอร์มกำหนด และสมาชิกเป็นผู้ใช้ของแพลตฟอร์ม ไม่ใช่รายชื่อที่ครีเอเตอร์ถือเอง
2. **ขายผ่านเว็บไซต์หรือแอปของตัวเอง** ครีเอเตอร์เลือกผู้ให้บริการรับชำระเงิน ตั้งราคา และเก็บอีเมลหรือเบอร์ของสมาชิกไว้เอง ค่าใช้จ่ายคือค่าทำระบบ ค่าธรรมเนียมรับชำระ และเวลาดูแลสมาชิก ผู้ให้บริการรับชำระในไทยต้องถือใบอนุญาตของธนาคารแห่งประเทศไทย รายชื่อและประเภทใบอนุญาตอยู่ใน[ฟินเทคชำระเงิน 143 รายที่ ธปท. อนุญาต ใบอนุญาตมี 10 แบบ](https://phygital.co.th/insights/thailand-fintech-startup-ecosystem-funding-guide)
3. **ใช้แพลตฟอร์มหาแฟนใหม่ แล้วชวนแฟนที่พร้อมจ่ายมาสมัครในช่องทางของตัวเอง** ครีเอเตอร์ยังได้ยอดเข้าถึงจากแพลตฟอร์ม และรายได้หลักไม่ได้ผูกอยู่กับกติกาของที่เดียว ทางนี้ต้องอ่านข้อตกลงของแพลตฟอร์มก่อน เพราะบางแห่งจำกัดการชวนผู้ใช้ไปชำระเงินนอกระบบ

### แบรนด์ที่ขายสินค้าอยู่แล้วใช้โมเดลนี้อย่างไร

แบรนด์สินค้าไม่จำเป็นต้องขายเนื้อหาเหมือนครีเอเตอร์ สิ่งที่ยืมมาได้คือหลักคิดของการสมัครสมาชิก รายได้รายเดือนที่คาดการณ์ได้ และรายชื่อลูกค้าที่ติดต่อได้โดยตรง ตัวอย่างธุรกิจสมาชิกที่ส่งของถึงบ้านทุกเดือนอยู่ใน[กรณีศึกษา Dollar Shave Club ธุรกิจสมาชิกในรายงาน Unilever](https://phygital.co.th/insights/dollar-shave-club-case-study-viral-video-billion-dollar-deal) ส่วนวิธีให้สมาชิกช่วยตอบคำถามกันเองในกลุ่มอยู่ใน[Community-Led Growth ลูกค้าที่รู้จริงช่วยตอบในกลุ่ม Facebook](https://phygital.co.th/insights/community-led-growth-explained) ซึ่งใช้ได้กับแบรนด์ที่มีสมาชิกจ่ายเงินแล้วเช่นกัน

## เงินหนึ่งดอลลาร์ของแฟนไปถึงครีเอเตอร์เท่าไร

ตัวเลขทุกแถวมาจากงบปีบัญชีที่สิ้นสุด 30 พฤศจิกายน 2568 ของ Fenix International และหน้าช่วยเหลือของ YouTube ที่ตรวจเมื่อ 29 กันยายน 2569 ส่วนแบ่งของ YouTube คิดจากรายได้สุทธิ ซึ่งหักภาษีการขายออกก่อน

| ช่องทางรายได้                                              | ครีเอเตอร์ได้                                | แพลตฟอร์มเก็บ            | ใครถือรายชื่อผู้จ่าย                      |
| ------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------ | ------------------------- | ---------------------------------------------- |
| สมาชิกและการจ่ายตรงบน OnlyFans                           | 80%                                              | 20%                       | แพลตฟอร์ม                                      |
| สมาชิกช่อง Super Chat Super Stickers Super Thanks บน YouTube | 70% ของรายได้สุทธิ                            | 30%                       | แพลตฟอร์ม                                      |
| โฆษณาในหน้าดูวิดีโอ YouTube                               | 55% ของรายได้สุทธิ                            | 45%                       | ไม่มีผู้จ่ายโดยตรง เงินมาจากผู้ลงโฆษณา |
| โฆษณาในฟีด Shorts                                           | 45% ของส่วนที่จัดสรรให้ช่องตามยอดดู      | ส่วนที่เหลือ            | ไม่มีผู้จ่ายโดยตรง                          |
| สมาชิกบนเว็บหรือแอปของตัวเอง                           | ยอดชำระหักค่าธรรมเนียมรับชำระและค่าระบบ | ไม่มีส่วนแบ่งแพลตฟอร์ม | ครีเอเตอร์                                  |

## สรุป

งบการเงินปีบัญชีที่สิ้นสุด 30 พฤศจิกายน 2568 ของ Fenix International บริษัทแม่ของ OnlyFans แสดงว่าแฟนจ่ายผ่านแพลตฟอร์ม 7.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ บริษัทจ่ายให้ครีเอเตอร์ 6.2 พันล้านดอลลาร์ตามส่วนแบ่ง 80/20 และมีรายได้ 1.56 พันล้านดอลลาร์ กำไรก่อนภาษี 715 ล้านดอลลาร์ บัญชีครีเอเตอร์ 5.06 ล้านบัญชีเป็นยอดบัญชีที่ยังไม่ถูกลบ งบไม่ได้บอกว่ามีกี่บัญชีที่มีรายได้ บริษัทเขียนไว้เองว่าการพึ่งพาพันธมิตรด้านการชำระเงินเป็นความเสี่ยงสำคัญ และเหตุการณ์เดือนสิงหาคม 2564 ที่ประกาศเปลี่ยนกติกาแล้วถอยภายในหกวันแสดงว่ากติกาของแพลตฟอร์มเปลี่ยนตามเงื่อนไขของสถาบันการเงินได้ ครีเอเตอร์และแบรนด์ไทยที่จะขายสมาชิกรายเดือนเลือกได้ระหว่างขายผ่านแพลตฟอร์ม ขายผ่านช่องทางของตัวเอง หรือใช้แพลตฟอร์มหาแฟนแล้วชวนมาสมัครในช่องทางของตัวเอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### OnlyFans หักส่วนแบ่งจากครีเอเตอร์กี่เปอร์เซ็นต์

ยี่สิบเปอร์เซ็นต์ของเงินที่แฟนจ่าย หลังหักภาษีการขายและเงินคืน ครีเอเตอร์ได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ที่เหลือ อัตรานี้เขียนไว้ในรายงานกลยุทธ์ของบริษัทแม่ และบริษัทบอกว่าใช้อัตราเดียวกันมาต่อเนื่อง

### รายได้เฉลี่ยของครีเอเตอร์บน OnlyFans หาได้จากงบไหม

หาไม่ได้ งบให้แค่เงินรวมที่จ่ายและจำนวนบัญชีครีเอเตอร์ทั้งหมดที่ยังไม่ถูกลบ ซึ่งรวมบัญชีที่ไม่มีรายได้ ตัวเลขรายได้เฉลี่ยที่เห็นในข่าวจึงมาจากการประมาณของแหล่งอื่น ไม่ใช่จากบริษัท

### ครีเอเตอร์ไทยที่มีรายได้จากแพลตฟอร์มต่างประเทศต้องเสียภาษีไหม

ต้องยื่นตามประเภทเงินได้ที่ได้รับ ไม่ว่าเงินจะมาจากแพลตฟอร์มในหรือต่างประเทศ วิธีที่กรมสรรพากรแยกรายได้ของครีเอเตอร์เป็นแต่ละประเภทอยู่ใน[ภาษี Influencer ตารางสรรพากรแยกรายได้รีวิวและโฆษณาอย่างไร](https://phygital.co.th/insights/thailand-content-creator-affiliate-marketing-legal-guide)

### ทำไม OnlyFans ถึงถอยจากการเปลี่ยนกติกาในปี 2564

แถลงการณ์ของบริษัทบอกเพียงว่าแผนเดิมไม่จำเป็นแล้วหลังธนาคารที่เป็นพันธมิตรให้คำมั่น และบริษัทปฏิเสธจะตอบคำถามอื่น เหตุผลเบื้องหลังนอกจากนั้นไม่มีเอกสารทางการยืนยัน

### เปิดสมาชิกช่อง YouTube ในไทยได้ไหม

ได้ ประเทศไทยอยู่ในรายชื่อพื้นที่ที่เปิดใช้ ช่องต้องผ่านเกณฑ์ของโปรแกรมพาร์ทเนอร์และเกณฑ์ขั้นต่ำของฟีเจอร์ระดมทุนจากแฟน และต้องไม่ใช่ช่องที่ตั้งเป็นเนื้อหาสร้างมาเพื่อเด็ก YouTube จ่ายร้อยละ 70 ของรายได้สุทธิจากสมาชิกช่องให้ช่องที่ยอมรับ Commerce Product Module

### ขายสมาชิกบนเว็บของตัวเองต้องมีอะไรบ้าง

ต้องมีหน้าสมัครที่บอกราคาและรอบตัดเงินชัดเจน ผู้ให้บริการรับชำระเงินที่ตัดเงินรายเดือนได้ วิธีให้สมาชิกยกเลิกเองได้ และระบบที่เปิดเนื้อหาเฉพาะคนที่จ่ายแล้ว และเมื่อเก็บชื่อ อีเมล หรือเบอร์โทรของสมาชิก ต้องบอกสมาชิกตั้งแต่หน้าสมัครว่าจะใช้ข้อมูลเหล่านั้นทำอะไร ตาม PDPA

## ถ้าแพลตฟอร์มเปลี่ยนกติกาพรุ่งนี้ สมาชิกของคุณยังติดต่อคุณได้ทางไหน

PHYGITAL AGENCY คำนวณส่วนแบ่งที่เหลือจริงในแต่ละช่องทาง แล้ววางระบบสมาชิกบนเว็บไซต์ที่เก็บรายชื่อผู้จ่ายไว้กับแบรนด์เอง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
