# หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ 85,215 คดี และเครื่องหมาย DBD

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/online-shopping-scam-thailand · เผยแพร่ 4 กันยายน 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

คดีหลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์ 85,215 คดีใน 4 เดือนแรกปี 2569 ผู้ซื้อเป็นเหยื่อเกือบร้อยละ 93 ACSC เตือนเรื่องชวนย้ายไปคุยนอกแอป ร้านจริงยืนยันตัวตนด้วย DBD Registered

## Key Takeaways

- **ACSC นับคดีกลุ่มสินค้าและบริการได้ 85,215 คดีใน 4 เดือนแรกของปี 2569 หรือร้อยละ 69.9 ของคดีออนไลน์ทั้งหมด** — เหยื่อเกือบร้อยละ 93 ของกลุ่มนี้คือคนที่ซื้อของจากร้านบนโซเชียลมีเดีย เดือนมีนาคมมีคดีมากที่สุด 22,908 คดี
- **ACSC เตือนเมื่อเดือนกันยายน 2569 ว่าคนร้ายเกือบทุกรูปแบบชวนเหยื่อย้ายจาก Facebook TikTok Instagram หรือแอปซื้อขาย ไปคุยต่อใน LINE หรือ Telegram** — ร้านจริงที่ย้ายลูกค้าออกจากแพลตฟอร์มเองจึงต้องบอกให้ชัดว่าบัญชีไหนเป็นของร้าน
- **กรมพัฒนาธุรกิจการค้าออกเครื่องหมาย DBD Registered ให้ร้านที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว** — ถึงเดือนตุลาคม 2567 มีร้านขอเครื่องหมายนี้ 115,471 ราย และเว็บไซต์ขอ DBD Verified 177 เว็บ ผู้ซื้อตรวจเครื่องหมายได้ที่ trustmarkthai.com

ร้านค้าจริงกับเพจปลอมขายของผ่านช่องทางเดียวกัน ใช้รูปสินค้าแบบเดียวกัน และรับเงินด้วยการโอนเหมือนกัน ผู้ซื้อที่เลื่อนเจอโพสต์ขายของในฟีดจึงมีเวลาไม่กี่นาทีในการตัดสินว่าจะโอนเงินหรือไม่ ศูนย์ ACSC ของตำรวจนับคดีกลุ่มนี้ได้มากที่สุดทุกเดือน และเหยื่อส่วนใหญ่คือคนที่ซื้อของจากร้านในโซเชียลมีเดีย

สำหรับร้านที่ขายสุจริต ปัญหานี้กระทบสองทาง ลูกค้าที่เคยโดนหลอกจะลังเลกับร้านที่ไม่รู้จัก และเพจปลอมที่ใช้ชื่อหรือรูปสินค้าของร้านจะดึงลูกค้าไปจากร้าน ส่วนต่อไปนี้ใช้ตัวเลขจาก[แถลงสถิติสี่เดือนแรกของปี 2569](https://saranitet.police.go.th/commanders-mission/crime-prevention-and-suppression%5F10052026%5F62701/) และ[คำเตือนเรื่องย้ายคุยนอกแอปเมื่อกันยายน 2569](https://saranitet.police.go.th/commanders-mission/crime-prevention-and-suppression%5F14092026%5F68457/) ของ ACSC แล้วต่อด้วยเครื่องมือที่รัฐมีให้ร้านยืนยันตัวตน

## ตัวเลขคดีซื้อขายสินค้าจาก ACSC

ACSC นับคดีกลุ่มสินค้าและบริการระหว่างมกราคมถึงเมษายน 2569 ได้ 85,215 คดี จากคดีออนไลน์ทั้งหมด 121,921 คดี แต่ละคดีเสียหายเฉลี่ย 15,727 บาท ยอดคดีขึ้นลงตามฤดูซื้อของ เดือนมีนาคมมีมากที่สุด 22,908 คดี มูลค่า 353.3 ล้านบาท เดือนเมษายนลดลงเป็น 20,823 คดี มูลค่า 288.3 ล้านบาท ACSC ระบุว่าการลดลงมาจากทั้งฤดูกาลและมาตรการเตือนภัย

ข้อมูลรายสัปดาห์ล่าสุดยังเห็นภาพเดิม ช่วง 6-12 กันยายน 2569 มีคดีรับแจ้ง 5,718 คดี คดีกลุ่มสินค้าและบริการมี 4,234 คดี หรือร้อยละ 74.0 และมูลค่าความเสียหายกว่า 96 ล้านบาท หรือร้อยละ 32.5 ของทั้งสัปดาห์ สัปดาห์นั้นกลุ่มนี้มากที่สุดทั้งจำนวนคดีและมูลค่า

### **หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์เกิดบ่อยแค่ไหน**

ในสี่เดือนแรกของปี 2569 เกิดเฉลี่ยวันละประมาณ 710 คดี คำนวณจาก 85,215 คดีหารด้วย 120 วัน ตัวเลขนี้นับเฉพาะคนที่แจ้งความทางเว็บไซต์ thaipoliceonline ผู้ซื้อที่เสียเงินหลักร้อยจำนวนมากไม่ได้แจ้งความ จำนวนเหตุจริงจึงน่าจะสูงกว่านี้

### ร้านเล็กอ่านตัวเลขชุดนี้อย่างไร

ความเสียหายเฉลี่ยคดีละ 15,727 บาทใกล้กับราคาสินค้าที่ร้านออนไลน์ขนาดเล็กขายทุกวัน เช่นโทรศัพท์มือสอง กระเป๋า หรือบัตรคอนเสิร์ต ลูกค้าที่เคยเสียเงินระดับนี้ให้เพจปลอมจะถามร้านใหม่มากขึ้นก่อนโอน ช่วงที่คดีขึ้นสูงอย่างเดือนมีนาคมเป็นช่วงเดียวกับที่ร้านทำโปรโมชันและยิงโฆษณามากที่สุด ร้านที่วางแผนแคมเปญช่วงนี้จึงควรเตรียมคำตอบเรื่องบัญชีรับเงินและช่องทางทางการไว้ก่อน แทนที่จะให้แอดมินตอบทีละคนตอนลูกค้าถาม

ภาพรวมของทั้งสามกลุ่มคดีและขั้นตอนหลังโอนเงินอยู่ใน[มิจฉาชีพออนไลน์ 2569 สถิติ ACSC และขั้นตอนหลังโอนเงินไปแล้ว](https://phygital.co.th/insights/online-scam-thailand-business-guide)

## สามแบบในกลุ่มสินค้าและบริการ

ACSC แยกคดีในกลุ่มนี้ตามว่าใครเป็นคนเสียเงิน และเสียไปกับอะไร

1. **ผู้ซื้อถูกหลอก** เกือบร้อยละ 93 ของคดีในกลุ่ม คนร้ายเปิดเพจหรือบัญชี Instagram ปลอม ขายสินค้าที่กำลังเป็นกระแส โพสต์รีวิวปลอม พอผู้ซื้อโอนเงินก็บล็อกทันที
2. **จ่ายค่าบริการที่ไม่มีจริง** ความเสียหายต่อคดีสูงกว่ากลุ่มผู้ซื้อหลายเท่า ตัวอย่างที่ ACSC ยกคือข้อความ SMS หรือ LINE ที่อ้างเป็นบริษัทขนส่งว่ามีพัสดุตกค้าง แล้วให้กดลิงก์จ่ายค่าธรรมเนียม ซึ่งอธิบายไว้ใน[SMS ลิงก์ปลอมธนาคารและพัสดุตกค้าง เมื่อธนาคารเลิกส่งลิงก์](https://phygital.co.th/insights/sms-phishing-bank-parcel-scam-thailand) และหน้าจอเตือนไวรัสปลอมที่ให้จ่ายค่าซ่อม
3. **ผู้ขายถูกหลอก** มีคดีไม่มาก แต่ ACSC เตือนร้านรายย่อยว่าการหลอกเอาข้อมูลเข้าบัญชีและสลิปโอนเงินปลอมกำลังซับซ้อนขึ้น

### **ร้านค้าออนไลน์โดนมิจฉาชีพหลอกได้อย่างไร**

ร้านโดนหลอกได้สองทางหลัก ทางแรกคือผู้ซื้อปลอมส่งสลิปโอนเงินที่ไม่มีเงินเข้าจริง แล้วรอให้ร้านส่งของ ทางที่สองคือข้อความหรือลิงก์ที่หลอกให้แอดมินกรอกรหัสผ่านเพจหรือบัญชีธนาคาร ร้านป้องกันทางแรกได้ด้วยการเช็กยอดเงินเข้าในแอปธนาคารก่อนแพ็กของทุกครั้ง วิธีดูรายการเงินเข้าและคิวอาร์โค้ดของร้านอยู่ใน[คิวอาร์โค้ดปลอมหน้าร้าน ลูกค้าเช็กชื่อ ร้านเช็กยอดในแอป](https://phygital.co.th/insights/qr-code-scam-thailand)

## ชวนย้ายไปคุยนอกแอป

ACSC สรุปจากเคสที่เกิดขึ้นว่า ไม่ว่าจะเป็นกลโกงแบบไหน พฤติกรรมที่เห็นชัดที่สุดคือการชวนเหยื่อย้ายไปคุยต่อในแพลตฟอร์มอื่น คนร้ายเริ่มจากทักหรือลงโฆษณาบน Facebook TikTok Instagram แอปซื้อขายสินค้า หรือแอปหาคู่ แล้วอ้างว่าย้ายไป LINE หรือ Telegram เพื่อความสะดวก แจ้งเตือนเร็วกว่า หรือส่งต่อให้ผู้เชี่ยวชาญดูแล

ปลายทางมักเป็นกลุ่มแชตที่มีแต่หน้าม้า บัญชีปลอมในกลุ่มส่งรีวิว โชว์สลิปโอนเงิน และโพสต์ภาพกำไร เพื่อกดดันให้เหยื่อโอนเงิน ACSC ขอให้ผู้ซื้อที่ถูกชวนย้ายระหว่างซื้อขายสินค้าหรือลงทุนหยุดคิดก่อนทำตาม

### **ทำไมมิจฉาชีพชวนย้ายไปคุยใน LINE**

แอปซื้อขายและแพลตฟอร์มหลักมีระบบรายงานบัญชีและบันทึกการคุยที่คนร้ายควบคุมไม่ได้ เมื่อย้ายไปแชตส่วนตัวหรือกลุ่มที่คนร้ายสร้างเอง ผู้ซื้อจะเห็นแต่ข้อความที่คนร้ายอยากให้เห็น เช่นรีวิวและสลิปจากบัญชีปลอม และหลุดจากระบบชำระเงินที่แพลตฟอร์มดูแล

ร้านจริงจำนวนมากก็ย้ายลูกค้าไป LINE เพราะตอบง่ายและส่งรูปสินค้าได้สะดวก ร้านไม่จำเป็นต้องเลิกทำ แต่ข้อความชวนย้ายของร้านควรบอกชื่อบัญชี LINE ทางการให้ลูกค้าตรวจเทียบเองได้ และไม่ขอให้ลูกค้าเข้ากลุ่มแชตที่มีคนอื่นอยู่ด้วย ถ้าร้านมีทั้งบัญชี LINE ส่วนตัวของแอดมินและบัญชีทางการ ให้ย้ายการรับออเดอร์ทั้งหมดไปที่บัญชีทางการ ลูกค้าจะได้มีบัญชีเดียวที่ต้องจำและตรวจเทียบ

## ร้านจริงยืนยันตัวตนด้วยอะไร

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) มีเครื่องหมายรับรองสองระดับสำหรับร้านที่ขายออนไลน์ ข้อมูลจากข่าว[กระทรวงพาณิชย์ชวนร้านค้าออนไลน์ขอเครื่องหมาย](https://radiochiangrai.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/335983) ที่กรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่เมื่อ 30 ตุลาคม 2567 สรุปได้ดังนี้

* **DBD Registered** ยืนยันว่าผู้ขายมีตัวตนจริง ออกให้ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ถึงวันที่ข่าวเผยแพร่มีร้านขอแล้ว 115,471 ราย
* **DBD Verified** สำหรับเว็บไซต์ที่มีเครื่องหมายแรกแล้วและผ่านเกณฑ์คุณภาพการทำธุรกิจออนไลน์ของกรม มีอายุหนึ่งปี ถึงวันเดียวกันมีเว็บไซต์ขอ 177 เว็บ

ผู้ซื้อตรวจเครื่องหมายได้ที่ trustmarkthai.com หรือหน้าค้นหาในระบบ[ออกเครื่องหมายรับรองของ DBD](https://dbdregistered.dbd.go.th/th/searchLogo) ร้านที่ติดเครื่องหมายแค่เป็นรูปภาพโดยไม่ได้ขอจริงจะค้นหาไม่เจอ ผลการค้นหาที่ถูกต้องควรมีชื่อร้าน ชื่อผู้ประกอบการ และเว็บไซต์หรือหน้าร้านตรงกับที่ผู้ซื้อกำลังจะโอนเงินให้ ถ้าชื่อร้านตรงแต่ลิงก์หน้าร้านต่างกัน ให้ถือว่ายังตรวจไม่ผ่าน

ร้านที่ต้องการขอเครื่องหมายยื่นผ่านระบบเดียวกันนี้ หรือสอบถามกองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของ DBD ทางอีเมล [e-commerce@dbd.go.th](mailto:e-commerce@dbd.go.th) และสายด่วน 1570 ตามที่ข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ระบุ

### **DBD Registered ต่างจาก DBD Verified อย่างไร**

DBD Registered บอกว่าร้านมีตัวตนและจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แล้ว ส่วน DBD Verified บอกว่าเว็บไซต์ของร้านผ่านเกณฑ์คุณภาพที่กรมกำหนดเพิ่ม และมีอายุหนึ่งปี ตัวเลขปี 2567 ต่างกันมาก ร้านที่ขอเครื่องหมายแรกมีกว่าแสนราย ส่วนเว็บไซต์ที่ขอเครื่องหมายที่สองมีไม่ถึงสองร้อยเว็บ

### ก่อนขอเครื่องหมาย

ร้านต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ก่อน ขั้นตอนนี้ รวมถึงบัญชีธุรกิจและหน้าเว็บที่ควรมีก่อนเริ่มยิงโฆษณา อยู่ใน[6 ก้าวแรกก่อนยิงโฆษณา ทะเบียนร้าน บัญชีธุรกิจ และหน้าเว็บ](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-first-steps-sme) ร้านที่ขายหลายช่องทางยังต้องแสดงราคาและรายละเอียดสินค้าตามประกาศของรัฐ ซึ่งอธิบายไว้ใน[Omnichannel ขายหลายช่องทาง ราคาออนไลน์ต้องแสดงอย่างไร](https://phygital.co.th/insights/omnichannel-marketing-orchestration)

## ข้อความที่ร้านวางไว้ทุกช่องทาง

ผู้ซื้อจะแยกร้านจริงจากเพจปลอมได้ก็ต่อเมื่อมีข้อมูลให้เทียบ ร้านเตรียมข้อมูลชุดเดียวกันแล้ววางซ้ำในทุกช่องทางที่ร้านใช้ ห้าข้อด้านล่างเป็นชุดที่ผู้ซื้อตรวจเทียบได้โดยไม่ต้องทักถามแอดมิน และไม่มีข้อไหนที่เพจปลอมคัดลอกไปใช้ได้โดยไม่ถูกจับได้เมื่อผู้ซื้อเปิดตรวจ

1. **ชื่อบัญชีรับเงิน** ใช้ชื่อร้านหรือชื่อนิติบุคคลที่ตรงกับทะเบียน ถ้าต้องใช้บัญชีชื่อบุคคล ให้บอกชื่อนั้นตรง ๆ
2. **รายชื่อช่องทางทางการทั้งหมด** ชื่อเพจ บัญชี Instagram TikTok บัญชี LINE ทางการ และร้านบนแอปซื้อขาย พร้อมลิงก์
3. **เลขทะเบียนและเครื่องหมาย DBD Registered** ที่คลิกไปตรวจได้
4. **สิ่งที่ร้านไม่ทำ** เช่น ไม่ให้โอนเข้าบัญชีส่วนตัวของแอดมิน และไม่ชวนลูกค้าเข้ากลุ่มแชต
5. **ที่แจ้งเมื่อเจอเพจแอบอ้าง** เบอร์หรือบัญชีที่ลูกค้าส่งภาพหน้าจอมาให้ร้านตรวจได้

ข้อความชุดนี้ควรอยู่ในหน้าเว็บของร้าน หน้าเกี่ยวกับเพจ ข้อความตอบกลับอัตโนมัติของ LINE และคำอธิบายร้านบนแอปซื้อขาย เมื่อเพจปลอมคัดลอกรูปสินค้าไปได้ ข้อมูลที่คัดลอกไม่ได้คือบัญชีรับเงินและเลขทะเบียนที่ตรวจกับหน่วยงานได้

## สัญญาณที่ผู้ซื้อตรวจได้ก่อนโอน

ตารางนี้รวมพฤติกรรมที่ ACSC ระบุในแถลงการณ์ปี 2569 กับสิ่งที่ร้านจริงเปิดให้ตรวจได้

| สิ่งที่ตรวจ  | เพจปลอมที่ ACSC ระบุ                            | ร้านที่ตรวจสอบได้                                   |
| -------------- | ------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------- |
| รีวิว          | รีวิวปลอม และบัญชีหน้าม้าโชว์สลิป           | รีวิวในแอปซื้อขายที่ผูกกับคำสั่งซื้อจริง     |
| ช่องทางคุย   | ชวนย้ายไป LINE หรือ Telegram และเข้ากลุ่มแชต | บอกชื่อบัญชี LINE ทางการไว้บนหน้าร้าน             |
| การรับเงิน   | โอนแล้วบล็อก                                    | เจ้าของบัญชีรับเงินเป็นร้านหรือบุคคลตามทะเบียน |
| ตัวตนผู้ขาย | ตรวจไม่ได้                                      | ค้นหาเครื่องหมาย DBD Registered เจอในระบบ            |
| สินค้า         | สินค้ากระแสราคาต่ำผิดปกติ                    | ราคาและรายละเอียดตรงกันทุกช่องทาง               |

## สรุป

สี่เดือนแรกของปี 2569 ACSC รับแจ้งคดีกลุ่มสินค้าและบริการ 85,215 คดี คิดเป็นร้อยละ 69.9 ของคดีออนไลน์ทั้งหมด เกือบร้อยละ 93 ของเหยื่อกลุ่มนี้ซื้อของจากร้านบนโซเชียลมีเดีย และในสัปดาห์ 6-12 กันยายน 2569 กลุ่มนี้ยังมีคดีร้อยละ 74.0 ACSC เตือนว่าคนร้ายเกือบทุกรูปแบบชวนเหยื่อย้ายไปคุยใน LINE หรือ Telegram แล้วใช้กลุ่มหน้าม้ากดดัน ร้านจริงยืนยันตัวตนได้ด้วยการจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์และขอเครื่องหมาย DBD Registered ซึ่งผู้ซื้อค้นหาตรวจได้ แล้ววางชื่อบัญชีรับเงิน ช่องทางทางการ และสิ่งที่ร้านไม่ทำ ไว้ในทุกช่องทางเพื่อให้ลูกค้าเทียบกับเพจปลอมได้เอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ร้านค้าออนไลน์ต้องจดทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ทุกร้านไหม

ต้องจด การขายของทางอินเทอร์เน็ตอยู่ในรายการกิจการที่คู่มือทะเบียนพาณิชย์ของ DBD กำหนดให้มีทะเบียน ระยะเวลาที่ต้องจด ค่าธรรมเนียม และค่าปรับเมื่อไม่จด อยู่ในบทความเรื่องก้าวแรกก่อนยิงโฆษณาที่ลิงก์ไว้ข้างบน

### ร้านที่มีเครื่องหมาย DBD Registered แปลว่าไม่โกงใช่ไหม

เครื่องหมายยืนยันว่าผู้ขายมีตัวตนและจดทะเบียนแล้ว ถ้าเกิดปัญหา ผู้ซื้อรู้ว่าจะติดตามใคร แต่เครื่องหมายไม่ได้รับประกันคุณภาพสินค้า ผู้ซื้อควรตรวจว่าเครื่องหมายค้นหาเจอจริงในระบบของ DBD

### โอนเงินให้เพจปลอมไปแล้วต้องทำอะไร

แจ้งธนาคารของบัญชีที่โอนออกหรือโทรสายด่วน 1441 ทันที แล้วร้องทุกข์ภายใน 72 ชั่วโมง ขั้นตอนเต็มและการขอเงินคืนอยู่ในบทภาพรวมมิจฉาชีพออนไลน์ที่ลิงก์ไว้ข้างบน

### ร้านควรเลิกให้ลูกค้าคุยทาง LINE หรือไม่

ไม่จำเป็น ร้านใช้ LINE ต่อได้ แต่ควรบอกชื่อบัญชีทางการในทุกช่องทาง และไม่ชวนลูกค้าเข้ากลุ่มแชต ซึ่งเป็นรูปแบบที่ ACSC ระบุว่าคนร้ายใช้ดึงเหยื่อ

### ก่อนโอนเงินให้ร้านที่ไม่เคยซื้อ ผู้ซื้อควรตรวจอะไรเป็นอย่างแรก

ตรวจชื่อเจ้าของบัญชีที่แอปธนาคารแสดงก่อนกดยืนยัน แล้วเทียบกับชื่อร้านหรือชื่อผู้ประกอบการที่ร้านประกาศไว้ ถ้าไม่ตรงกันหรือร้านอธิบายไม่ได้ ให้หยุดก่อนโอน

### เพจปลอมใช้รูปสินค้าของร้าน ร้านทำอะไรได้บ้าง

เก็บหลักฐาน รายงานเพจกับแพลตฟอร์ม และประกาศเตือนลูกค้าผ่านช่องทางทางการ พร้อมบอกบัญชีรับเงินที่ถูกต้อง ร้านที่เป็นเจ้าของรูปถ่ายยังรายงานการละเมิดลิขสิทธิ์รูปกับแพลตฟอร์มได้อีกทาง

## ลูกค้าที่ทักร้านคุณครั้งแรกเห็นชื่อบัญชีรับเงินก่อนหรือหลังแอดมินตอบ

PHYGITAL AGENCY จัดข้อความหน้าร้าน ข้อความตอบกลับอัตโนมัติ และรายชื่อช่องทางทางการ ให้ตรงกันทุกแพลตฟอร์มที่ร้านขายอยู่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
