# เอเจนซีรับทำโฆษณาออนไลน์ ตัวเลขในรายงานเชื่อได้แค่ไหน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/online-advertising-agency · เผยแพร่ 24 ธันวาคม 2563 · อ่าน 14 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เอเจนซีรับทำโฆษณาออนไลน์ของฟิจิทัล พร้อมวิธีอ่านรายงานผลโฆษณา โครงสร้างค่าบริการสามแบบ และหน้าที่ภาษีที่เปลี่ยนไปตามว่าใครเป็นคนจ่ายเงินให้แพลตฟอร์ม

## Key Takeaways

- **ตัวเลขยอดขายที่แพลตฟอร์มรายงานสูงกว่าผลจริงอย่างเป็นระบบ** — งานทดลองที่ใช้ข้อมูลจริงจากแคมเปญ 15 ชุดบนเฟซบุ๊ก (ตีพิมพ์ปี 2562) พบว่าการเทียบคนที่เห็นโฆษณากับคนที่ไม่เห็น ให้ผลสูงกว่าผลจากการทดลองแบบสุ่มถึง 4 เท่าในแคมเปญหนึ่ง และสูงกว่า 500 เท่าในอีกแคมเปญ
- **ใครเป็นคนจ่ายเงินให้แพลตฟอร์ม เปลี่ยนหน้าที่ทางภาษี** — ตั้งแต่ 1 กันยายน 2564 ผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มต้องนำส่งภาษี 7% ด้วยแบบ ภ.พ.36 เอง ขณะที่ผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียนจะถูกแพลตฟอร์มเรียกเก็บแทนและออกใบกำกับภาษีให้ไม่ได้
- **โครงสร้างค่าบริการกำหนดว่าเอเจนซีจะแนะนำอะไร** — ค่าบริการที่คิดเป็นสัดส่วนของงบโฆษณาให้ผลตอบแทนสูงขึ้นเมื่องบโต ส่วนแบบเหมาจ่ายไม่เปลี่ยนตามงบ ผู้ว่าจ้างควรรู้ว่าตัวเองเลือกแบบไหนก่อนอ่านคำแนะนำเรื่องการขยายงบ

ธุรกิจที่จ้างเอเจนซียิงแอดมักได้รายงานตัวเลขทุกเดือน แต่ไม่แน่ใจว่าบัญชีโฆษณาและข้อมูลลูกค้าเป็นของใคร และตัวเลขที่ส่งมาตรวจได้แค่ไหน เนื้อหาด้านล่างเรียงจากสิ่งที่ตกลงกันได้ก่อนเริ่มงาน ไปหาสิ่งที่ต้องอ่านทุกเดือนหลังเริ่มงานแล้ว ครอบคลุมสิทธิ์ในบัญชีโฆษณาและข้อมูลลูกค้า หน้าที่ทางภาษีที่เปลี่ยนตามวิธีจ่ายเงิน โครงสร้างค่าบริการ และข้อจำกัดของตัวเลขที่แพลตฟอร์มรายงาน พร้อมวิธีวัดที่ตอบคำถามเรื่องยอดขายได้ตรงกว่า

การจ้างเอเจนซีรับทำโฆษณาออนไลน์คือการให้คนนอกองค์กรถือสิทธิ์ใช้จ่ายงบประมาณแทน แล้วรายงานกลับมาเป็นตัวเลข ความเสี่ยงของงานประเภทนี้จึงไม่ได้อยู่ที่ฝีมือการตั้งค่าโฆษณาเป็นหลัก แต่อยู่ที่ผู้ว่าจ้างตรวจสิ่งที่รายงานกลับมาได้มากแค่ไหน บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) รับดูแลงบโฆษณาให้ธุรกิจทั่วประเทศ ทีมงานหลักทำงานจากเชียงใหม่ผ่านระบบออนไลน์

## จ้างเอเจนซียิงแอดแล้วธุรกิจเป็นเจ้าของอะไรบ้าง

สิ่งที่ต้องตกลงให้จบก่อนวันแรกคือสิทธิ์ในสี่อย่าง ได้แก่ บัญชีโฆษณา บัญชีธุรกิจที่ครอบบัญชีโฆษณาอยู่ โค้ดเก็บข้อมูลบนเว็บไซต์ และกลุ่มผู้ชมที่สร้างจากข้อมูลลูกค้าของธุรกิจเอง ทั้งสี่อย่างนี้มีค่ามากขึ้นตามเวลาที่สะสมข้อมูล และเป็นสิ่งที่ย้ายตามไปไม่ได้ถ้าเปิดไว้ใต้บัญชีของผู้ให้บริการ

รูปแบบที่ปลอดภัยกับผู้ว่าจ้างคือธุรกิจเปิดบัญชีธุรกิจของตัวเองไว้ แล้วเพิ่มเอเจนซีเข้าไปเป็นผู้ดูแลที่ถอนสิทธิ์ได้ทุกเมื่อ วิธีนี้ทำให้ประวัติการใช้จ่าย ประวัติผลการทำงานของแต่ละชิ้นงาน และกลุ่มผู้ชมที่สะสมไว้ ยังอยู่กับธุรกิจเมื่อเปลี่ยนผู้ให้บริการ

ข้อมูลลูกค้าที่อัปโหลดขึ้นแพลตฟอร์มเพื่อสร้างกลุ่มผู้ชม เป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่ธุรกิจยังคงเป็นผู้ควบคุมข้อมูล การส่งไฟล์รายชื่อให้เอเจนซีจึงควรระบุขอบเขตการใช้ ผู้เข้าถึงได้ และกำหนดเวลาลบไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ใช่ส่งผ่านแชทแล้วจบ

### ควรให้เอเจนซีเปิดบัญชีโฆษณาใหม่ หรือใช้บัญชีของบริษัทเอง

ควรใช้บัญชีที่เปิดในชื่อบริษัทเอง แล้วเพิ่มเอเจนซีเข้ามาเป็นผู้ดูแล เพราะบัญชีที่เปิดใต้ชื่อผู้ให้บริการจะพาประวัติการใช้จ่ายและกลุ่มผู้ชมติดไปด้วยเมื่อเลิกจ้าง กรณีที่ยอมรับได้คือช่วงทดลองสั้น ๆ แต่ควรกำหนดล่วงหน้าว่าจะย้ายมาบัญชีของบริษัทเมื่อใด

## ใครจ่ายเงินให้แพลตฟอร์ม เปลี่ยนหน้าที่ทางภาษีอย่างไร

[พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ 53) พ.ศ. 2564](https://www.rd.go.th/fileadmin/user%5Fupload/kormor/newlaw/p53.pdf) เปลี่ยนวิธีจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากบริการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่ให้จากต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงค่าโฆษณาที่จ่ายให้แพลตฟอร์มต่างชาติ โดยมีผลกับการจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน 2564 เป็นต้นไป

กฎหมายแยกผู้ซื้อโฆษณาเป็นสองกลุ่มที่มีหน้าที่ต่างกัน กลุ่มแรกคือผู้ที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ซึ่งตามมาตรา 83/6 (2) (ก) ผู้จ่ายเงินเป็นผู้มีหน้าที่นำส่งภาษีมูลค่าเพิ่มเอง โดยยื่นแบบ ภ.พ.36 กลุ่มที่สองคือผู้ที่ไม่ได้จดทะเบียน ซึ่งมาตรา 82/13 วรรคสองกำหนดให้แพลตฟอร์มต่างประเทศเป็นผู้มีหน้าที่เสียภาษีเอง โดยคำนวณจากภาษีขายและไม่ให้หักภาษีซื้อ

ข้อที่กระทบงบประมาณโดยตรงอยู่ที่มาตรา 86/1 (1/1) ซึ่งระบุว่าแพลตฟอร์มต่างประเทศที่ให้บริการแก่ผู้ใช้ซึ่งไม่ได้จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม **ออกใบกำกับภาษีให้ไม่ได้** แปลว่าภาษี 7% ที่ถูกเรียกเก็บในกลุ่มนี้กลายเป็นต้นทุนที่นำไปหักภาษีซื้อไม่ได้ ต่างจากกลุ่มที่จดทะเบียนซึ่งนำใบเสร็จจากการยื่น ภ.พ.36 ไปใช้เป็นภาษีซื้อได้

### จ่ายค่าโฆษณาผ่านเอเจนซี ยังต้องยื่น ภ.พ.36 ไหม

ขึ้นกับว่าใครเป็นคู่สัญญากับแพลตฟอร์ม ถ้าธุรกิจผูกบัตรของตัวเองกับบัญชีโฆษณาและจ่ายตรงให้แพลตฟอร์มต่างประเทศ หน้าที่นำส่งอยู่ที่ธุรกิจ แต่ถ้าเอเจนซีจ่ายให้แพลตฟอร์มแล้วออกใบแจ้งหนี้ในนามตัวเอง ธุรกิจจ่ายให้ผู้ประกอบการในประเทศและได้ใบกำกับภาษีตามปกติ

## โครงสร้างค่าบริการสามแบบและแรงจูงใจที่ติดมาด้วย

ค่าบริการของเอเจนซีโฆษณาในตลาดมีสามแบบหลัก และแต่ละแบบทำให้คำแนะนำเรื่องงบประมาณเอนไปคนละทิศ ข้อนี้ไม่ใช่เรื่องความซื่อสัตย์ของผู้ให้บริการ แต่เป็นผลของวิธีคิดเงินที่ผู้ว่าจ้างเลือกเอง ตารางด้านล่างใช้เทียบข้อเสนอที่ได้รับมาได้

| แบบค่าบริการ       | ค่าตอบแทนเปลี่ยนตามอะไร | สิ่งที่ผู้ว่าจ้างควรระวัง                                  |
| -------------------- | --------------------------- | ---------------------------------------------------------------- |
| สัดส่วนจากงบโฆษณา | โตตามขนาดงบ              | คำแนะนำให้เพิ่มงบในช่วงที่ผลตอบแทนต่อบาทเริ่มลดลง  |
| เหมาจ่ายรายเดือน  | คงที่ ไม่ขึ้นกับงบ       | งานที่ต้องใช้เวลามากกว่าปกติอาจถูกลดความถี่ลงเงียบ ๆ |
| ผูกกับผลลัพธ์      | โตตามยอดที่วัดได้      | นิยามของยอดที่ใช้คิดเงิน และใครเป็นคนวัด               |

แบบที่สามดูตรงไปตรงมาที่สุด แต่ย้ายความเสี่ยงไปอยู่ที่นิยามของคำว่าผลลัพธ์แทน ถ้าตัวเลขที่ใช้คิดเงินมาจากรายงานของแพลตฟอร์มซึ่งเอเจนซีเป็นผู้ตั้งค่า ผู้ว่าจ้างกำลังจ่ายตามตัวเลขที่อีกฝ่ายควบคุมได้ หัวข้อถัดไปอธิบายว่าตัวเลขชุดนั้นเบี่ยงไปทางไหน

จุดร่วมของทั้งสามแบบคือควรแยกค่าบริการออกจากค่าสื่อในเอกสารเสมอ เพื่อให้เห็นว่าเงินที่จ่ายไปเป็นค่าซื้อสื่อเท่าไรและเป็นค่าจ้างคนทำงานเท่าไร ตัวเลขสองก้อนนี้เคลื่อนไหวคนละแบบและควรตรวจแยกกัน

### ค่าบริการแบบคิดเปอร์เซ็นต์จากงบ ไม่ดีเสมอไปหรือเปล่า

ไม่ใช่เรื่องดีหรือไม่ดีในตัวเอง แบบนี้เหมาะกับธุรกิจที่งบแกว่งตามฤดูกาล เพราะค่าจ้างลดลงเองในเดือนที่ใช้งบน้อย สิ่งที่ต้องเพิ่มคือข้อตกลงว่าเอเจนซีจะรายงานจุดที่ผลตอบแทนต่อบาทเริ่มลดลงด้วย เพื่อให้ผู้ว่าจ้างเห็นทั้งสองด้านก่อนตัดสินใจขยายงบ

## ตัวเลขในรายงานแพลตฟอร์มบอกอะไรได้ และบอกอะไรไม่ได้

[งานของ Gordon, Zettelmeyer, Bhargava และ Chapsky ที่ตีพิมพ์ใน Marketing Science ปี 2562](https://www.kellogg.northwestern.edu/faculty/gordon%5Fb/files/fb%5Fcomparison.pdf) ใช้ข้อมูลจากแคมเปญทดลองจริง 15 ชุดบนเฟซบุ๊ก รวม 500 ล้านรายการสังเกต และ 1,600 ล้านครั้งที่โฆษณาถูกแสดง เพื่อเทียบว่าวิธีวัดที่อุตสาหกรรมใช้กันจริงให้ผลตรงกับการทดลองแบบสุ่มหรือไม่

ในแคมเปญที่งานชิ้นนี้ยกมาอธิบายละเอียด การทดลองแบบสุ่มให้ผลว่าโฆษณาเพิ่มอัตราการซื้อขึ้น 73% ขณะที่การเทียบคนที่เห็นโฆษณากับคนที่ไม่เห็นโฆษณาให้ผลที่ 316% หรือมากกว่ากันสี่เท่า อีกแคมเปญหนึ่งการทดลองแบบสุ่มให้ผล 2.4% แต่วิธีวัดที่ใกล้เคียงที่สุดให้ผล 1,306%

สาเหตุอยู่ที่ระบบเลือกแสดงโฆษณาให้คนที่มีแนวโน้มซื้ออยู่แล้ว ไม่ได้สุ่มแสดง งานชิ้นนี้วัดความต่างระหว่างสองกลุ่มไว้ด้วย เช่น กลุ่มที่เห็นโฆษณามีสัดส่วนผู้หญิงมากกว่ากลุ่มที่ไม่เห็นราวแปดจุดเปอร์เซ็นต์ และมีอายุมากกว่า การนับยอดซื้อของกลุ่มที่เห็นโฆษณาแล้วเรียกว่าผลของโฆษณา จึงรวมยอดที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้วเข้าไปด้วย

ข้อสรุปที่ใช้ได้จริงคือรายงานของแพลตฟอร์มเหมาะกับการเทียบชิ้นงานหรือกลุ่มเป้าหมายภายในระบบเดียวกัน แต่ไม่เหมาะกับการตอบคำถามว่ายอดขายเพิ่มขึ้นเท่าไรเพราะโฆษณา และไม่ควรใช้เป็นฐานคิดค่าตอบแทนแบบผูกกับผลลัพธ์โดยไม่มีตัวเลขฝั่งธุรกิจมาเทียบ

### ทำไมยอดขายที่แพลตฟอร์มรายงาน มักมากกว่ายอดขายในระบบหลังบ้าน

เพราะแต่ละแพลตฟอร์มนับยอดเดียวกันได้พร้อมกัน ถ้าลูกค้าคนหนึ่งเห็นโฆษณาทั้งบนสองช่องทางก่อนซื้อ รายงานของทั้งสองฝั่งจะนับยอดนั้นเป็นของตัวเอง การบวกตัวเลขจากทุกแพลตฟอร์มจึงได้ผลรวมมากกว่ายอดขายจริงเสมอ วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคือเทียบผลรวมนั้นกับยอดขายในระบบบัญชีของเดือนเดียวกัน

## วิธีวัดที่ตอบได้ว่าโฆษณาเพิ่มยอดขายจริง

วิธีที่ตอบคำถามนี้ได้ตรงที่สุดคือกันกลุ่มคนไว้ไม่ให้เห็นโฆษณา แล้วเทียบยอดซื้อของสองกลุ่ม แพลตฟอร์มใหญ่มีเครื่องมือทดสอบลักษณะนี้ให้ใช้อยู่แล้วในระดับแคมเปญ และเป็นวิธีเดียวกับที่งานวิจัยในหัวข้อก่อนหน้าใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิง

ธุรกิจที่มีหน้าร้านหลายจังหวัดใช้วิธีแบ่งตามพื้นที่แทนได้ คือเลือกจังหวัดที่ยอดขายใกล้เคียงกันมาจับคู่ ยิงโฆษณาในกลุ่มหนึ่งและหยุดในอีกกลุ่มตลอดช่วงทดสอบ แล้วเทียบยอดขายหน้าร้านของทั้งสองกลุ่ม วิธีนี้ไม่ต้องพึ่งการติดตามพฤติกรรมรายบุคคล จึงใช้ได้กับธุรกิจที่ยอดขายส่วนใหญ่เกิดนอกเว็บไซต์

วิธีที่ต้นทุนต่ำที่สุดและทำได้ทุกธุรกิจคือหยุดโฆษณาช่องทางหนึ่งชั่วคราวแล้วดูว่ายอดขายเปลี่ยนไปเท่าไร ข้อควรระวังคือต้องเลือกช่วงที่ไม่มีปัจจัยอื่นแทรก เช่น ไม่ใช่ช่วงเทศกาล และต้องยาวพอให้เห็นแนวโน้ม การหยุดสามวันแล้วสรุปมักได้คำตอบที่มาจากความผันผวนปกติของยอดขาย

### ธุรกิจงบไม่มากทำการทดลองแบบนี้ได้ไหม

ทำได้ แต่ต้องยอมรับว่าผลจะหยาบกว่า เพราะการทดลองต้องการจำนวนการซื้อมากพอที่ความต่างระหว่างสองกลุ่มจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ธุรกิจที่มียอดขายต่อเดือนไม่มากจึงควรทดสอบทีละเรื่องและใช้เวลานานขึ้น แทนการทดสอบหลายเรื่องพร้อมกัน หรือเลือกวิธีหยุดช่องทางชั่วคราวซึ่งไม่ต้องแบ่งกลุ่มตัวอย่าง

## สิ่งที่ควรมีในรายงานรายเดือน

รายงานที่ตรวจได้ต้องมีสี่ส่วน ส่วนแรกคือยอดเงินที่ใช้จริงแยกตามแพลตฟอร์มและแยกค่าสื่อออกจากค่าบริการ ส่วนที่สองคือผลลัพธ์ตามที่แพลตฟอร์มรายงาน พร้อมระบุหน้าต่างเวลาที่ใช้นับ เพราะการเปลี่ยนหน้าต่างเวลาทำให้ตัวเลขเดียวกันเปลี่ยนได้มาก

ส่วนที่สามคือตัวเลขฝั่งธุรกิจในเดือนเดียวกัน เช่น ยอดขายในระบบบัญชี จำนวนใบสั่งซื้อ หรือจำนวนลูกค้าใหม่ วางไว้ข้างกันเพื่อให้เห็นส่วนต่าง ส่วนที่สี่คือสิ่งที่เปลี่ยนไปในเดือนนั้น เช่น ชิ้นงานใหม่ที่เริ่มใช้ กลุ่มเป้าหมายที่ปิด และการปรับงบ พร้อมเหตุผล ส่วนนี้คือสิ่งที่ทำให้เดือนถัดไปตรวจย้อนได้ว่าการตัดสินใจไหนให้ผลอย่างไร

สิ่งที่ไม่ควรอยู่ในรายงานคือคะแนนรวมที่คำนวณมาจากหลายตัวชี้วัดโดยไม่บอกสูตร เพราะตัวเลขแบบนี้เปลี่ยนน้ำหนักได้โดยที่ผู้อ่านไม่รู้ และตรวจย้อนกลับไปที่ข้อมูลดิบไม่ได้

### รายงานที่ดีควรส่งบ่อยแค่ไหน

รายเดือนพอสำหรับการตัดสินใจเรื่องงบและทิศทาง ส่วนตัวเลขรายวันควรเปิดให้ผู้ว่าจ้างเข้าไปดูเองได้ตลอดเวลาผ่านสิทธิ์ในบัญชีโฆษณา แทนการรอสรุปรายสัปดาห์ การดูตัวเลขรายวันแล้วสั่งปรับทันทีมักได้ผลเสีย เพราะระบบต้องใช้เวลาเก็บข้อมูลก่อนจะหากลุ่มเป้าหมายได้นิ่ง

## แพลตฟอร์มที่รับดูแลและเกณฑ์เลือกช่องทาง

เกณฑ์เลือกช่องทางที่ใช้ได้จริงคือเริ่มจากพฤติกรรมการหาข้อมูลของลูกค้า ไม่ใช่เริ่มจากรายชื่อแพลตฟอร์ม สินค้าที่ลูกค้ารู้อยู่แล้วว่าต้องการอะไรและพิมพ์ค้นหาเอง เหมาะกับช่องทางค้นหา ส่วนสินค้าที่ลูกค้ายังไม่รู้ว่ามีอยู่ ต้องอาศัยช่องทางที่ยื่นเนื้อหาให้เห็นก่อน

ฟิจิทัลรับดูแลช่องทางหลักครบตามที่ธุรกิจไทยใช้จริง รายละเอียดการตั้งค่าและข้อจำกัดของแต่ละช่องทางแยกเขียนไว้เป็นบทของตัวเอง เริ่มที่[รับยิงแอด Facebook ค่าคลิกถูกยังเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ได้ไหม](https://phygital.co.th/insights/facebook-instagram-ads-agency) เมื่อต้องการเข้าถึงคนหมู่มาก ต่อด้วย[รับทำโฆษณา Google Ads คีย์เวิร์ดไหนจ่ายแล้วไม่คุ้ม](https://phygital.co.th/insights/google-ads-sem-agency) เมื่อลูกค้าพิมพ์ค้นหาเอง และ[รับทำโฆษณา TikTok Ads คลิปรีวิวแบบไหนนับเป็นโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/tiktok-lemon8-ads-agency) เมื่อชิ้นงานหลักเป็นวิดีโอสั้น

ช่องทางที่คนมักมองข้ามคือแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้อยู่ในโหมดวางแผนหรือโหมดผ่อนคลาย ซึ่งต้นทุนการเข้าถึงมักต่ำกว่าช่องทางหลักเพราะคู่แข่งน้อยกว่า เงื่อนไขและข้อจำกัดอยู่ใน[โฆษณา Pinterest กับ Spotify ต้องวัดผลคนละแบบ](https://phygital.co.th/insights/pinterest-spotify-ads-agency) ส่วนภาพรวมของบริการในเครือทั้งหมดอยู่ใน[บริการที่ปรึกษาการตลาดดิจิทัล จ้างเมื่อไร วัดผลอย่างไร](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-consultant-service)

### ควรเริ่มจากช่องทางเดียวหรือยิงหลายช่องทางพร้อมกัน

ธุรกิจที่เพิ่งเริ่มควรใช้ช่องทางเดียวจนได้ตัวเลขนิ่งพอจะรู้ต้นทุนต่อการซื้อของตัวเอง เพราะการเปิดหลายช่องทางพร้อมกันทำให้แยกไม่ออกว่าผลมาจากช่องทางไหน และงบที่กระจายออกไปอาจไม่พอให้ระบบเรียนรู้ได้ เมื่อรู้ตัวเลขฐานแล้วค่อยเพิ่มทีละช่องทาง

## เริ่มงานกับเอเจนซีโฆษณาให้ตรวจสอบได้ตั้งแต่เดือนแรก

สิ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์กับเอเจนซีโฆษณาไปได้ยาวไม่ใช่ผลของเดือนแรก แต่คือการที่ทั้งสองฝ่ายมองตัวเลขชุดเดียวกัน การตั้งต้นที่ใช้ได้คือเปิดบัญชีในชื่อบริษัท ให้สิทธิ์เอเจนซีแบบถอนได้ และตกลงตั้งแต่ก่อนเริ่มว่าจะใช้ตัวเลขฝั่งใดเป็นตัวตัดสินว่าจะขยายงบหรือหยุด

เดือนแรกควรจบด้วยของสามอย่าง คือต้นทุนต่อการซื้อหรือต่อการทักแชทที่วัดได้จริงของธุรกิจนี้ รายการสิ่งที่ทดสอบไปแล้วพร้อมผล และส่วนต่างระหว่างตัวเลขของแพลตฟอร์มกับตัวเลขฝั่งบัญชี ของสามอย่างนี้ทำให้เดือนที่สองเป็นการตัดสินใจบนข้อมูล ไม่ใช่การต่อสัญญาเพราะยังไม่มีเหตุให้เลิก

## สรุป

สามจุดยังอยู่ในมือผู้ว่าจ้างเสมอ แม้จะให้คนนอกเป็นผู้ใช้จ่ายงบแทน จุดแรกคือสิทธิ์ในบัญชีและข้อมูล ซึ่งตกลงได้ก่อนวันแรกและย้อนกลับมาแก้ทีหลังยาก จุดที่สองคือโครงสร้างค่าบริการ ซึ่งกำหนดว่าคำแนะนำเรื่องงบจะเอนไปทางใด จุดที่สามคือวิธีอ่านรายงาน ซึ่งงานวิจัยชี้ว่าตัวเลขจากแพลตฟอร์มสูงกว่าผลจริงอย่างเป็นระบบเมื่อใช้ตอบคำถามเรื่องยอดขาย การวางตัวเลขสองฝั่งไว้ข้างกันทุกเดือนจึงเป็นงานที่ถูกที่สุดที่ทำได้

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ควรตั้งงบโฆษณาเริ่มต้นเท่าไร

ตัวเลขที่ใช้ตั้งต้นได้คือกำไรต่อการขายหนึ่งครั้งของธุรกิจเอง คูณด้วยจำนวนการขายที่อยากได้ต่อเดือน แล้วคิดกลับเป็นงบที่ยอมจ่ายได้ต่อการขายหนึ่งครั้ง วิธีนี้ให้กรอบที่ตรวจได้ว่าคุ้มหรือไม่ตั้งแต่ก่อนเริ่ม ต่างจากการถามว่าคนอื่นใช้เท่าไร ซึ่งไม่ได้บอกอะไรเกี่ยวกับโครงสร้างต้นทุนของธุรกิจตัวเอง

### เอเจนซีรับประกันยอดขายให้ได้หรือไม่

ไม่ได้ และคำรับประกันลักษณะนี้ควรเป็นสัญญาณให้ตรวจเพิ่ม เพราะยอดขายขึ้นกับราคา สินค้า การตอบแชท และคู่แข่งในช่วงเวลานั้นด้วย สิ่งที่ตกลงกันได้จริงคือขอบเขตงาน ความถี่ของการปรับแต่ง รูปแบบรายงาน และตัวเลขฝั่งธุรกิจที่จะใช้ร่วมตัดสินว่าจะไปต่อหรือหยุด

### บัญชีโฆษณาเดิมเคยถูกระงับ รับช่วงต่อได้ไหม

ได้ โดยเริ่มจากตรวจว่าการระงับมาจากการตั้งค่าที่ผิดเงื่อนไข เนื้อหาชิ้นงานที่ขัดนโยบาย หรือปัญหาเรื่องการชำระเงิน เพราะสามกรณีนี้แก้คนละทาง กรณีที่เกี่ยวกับเนื้อหาต้องแก้ที่ชิ้นงานก่อนยื่นอุทธรณ์ การเปิดบัญชีใหม่ทับโดยไม่แก้ต้นเหตุมักถูกระงับซ้ำ

### ต้องมีเว็บไซต์ก่อนจึงจะยิงโฆษณาได้ไหม

ไม่จำเป็นสำหรับแคมเปญที่ให้คนทักแชทเข้ามา แต่การไม่มีเว็บไซต์ทำให้เก็บข้อมูลพฤติกรรมได้น้อยกว่า และวัดผลได้หยาบกว่า ธุรกิจที่ขายสินค้าซึ่งลูกค้าต้องหาข้อมูลก่อนตัดสินใจมักได้ผลดีกว่าเมื่อมีหน้าเว็บรองรับ เพราะโฆษณาทำหน้าที่พาคนมาถึง ส่วนหน้าเว็บทำหน้าที่ตอบคำถามที่เหลือ

### เปลี่ยนเอเจนซีแล้วผลที่สะสมไว้หายไหม

ไม่หายถ้าบัญชีโฆษณาและบัญชีธุรกิจอยู่ในชื่อของบริษัทเอง สิ่งที่สะสมอยู่คือประวัติการใช้จ่าย กลุ่มผู้ชม และข้อมูลจากโค้ดที่ติดบนเว็บไซต์ ซึ่งยังใช้ต่อได้ทันที สิ่งที่หายคือความเข้าใจบริบทของทีมเดิม จึงควรขอเอกสารสรุปสิ่งที่ทดสอบไปแล้วและผลที่ได้ก่อนปิดงาน

### ธุรกิจต่างจังหวัดใช้บริการได้ไหม

ได้ งานโฆษณาออนไลน์ทำผ่านระบบทั้งหมด ตั้งแต่การให้สิทธิ์เข้าบัญชี การประชุม ไปจนถึงการส่งรายงาน สิ่งที่ต้องนัดเจอหน้ากันจริงมีเฉพาะงานถ่ายทำชิ้นงานที่หน้าร้าน ซึ่งนัดเป็นรอบได้ ทีมงานหลักของฟิจิทัลทำงานจากเชียงใหม่และรับงานจากธุรกิจในจังหวัดอื่นเป็นปกติ

## รายงานผลโฆษณาที่วางตัวเลขแพลตฟอร์มไว้ข้างยอดขายจริงทุกเดือน

บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด รับดูแลงบโฆษณาออนไลน์ตั้งแต่การตั้งสิทธิ์บัญชีในชื่อของผู้ว่าจ้าง การออกแบบการทดสอบที่แยกผลของโฆษณาออกจากยอดที่จะเกิดอยู่แล้ว ไปจนถึงรายงานที่เปิดดูข้อมูลดิบย้อนหลังได้เอง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
