# Omnichannel ขายหลายช่องทาง ราคาออนไลน์ต้องแสดงอย่างไร

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/omnichannel-marketing-orchestration · เผยแพร่ 6 เมษายน 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ประกาศ กกร. ฉบับที่ 64 พ.ศ. 2566 ให้ร้านที่ขายออนไลน์แสดงราคา รายละเอียดสินค้า และค่าใช้จ่ายอื่นให้ชัด ร้านที่ขายหลายช่องทางต้องตรวจอะไร โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **ประกาศแสดงราคาขายออนไลน์ของคณะกรรมการกลางฯ ฉบับที่ 64 พ.ศ. 2566 ให้ผู้ขายแสดงราคาจำหน่ายปลีก ค่าบริการ และรายละเอียดสินค้าอย่างชัดเจน ครบถ้วน เปิดเผย** — ตัวเลขราคาใช้เลขอารบิกเป็นหลัก ส่วนคำบรรยายประกอบราคาเขียนเป็นภาษาไทย
- **ค่าใช้จ่ายอื่นนอกจากราคาสินค้าต้องแสดงคู่กับราคา และราคาที่แสดงต้องตรงกับราคาที่เรียกเก็บจริง** — ยกเว้นกรณีที่ขายหรือเรียกเก็บต่ำกว่าที่แสดงไว้
- **ประกาศไม่ได้บังคับให้ทุกช่องทางใช้ราคาเดียวกัน** — แต่ทุกช่องทางออนไลน์ต้องแสดงราคาที่เรียกเก็บจริงของช่องทางนั้น ร้านที่ขายหลายช่องทางจึงต้องมีวิธีอัปเดตราคาให้ครบทุกที่พร้อมกัน

โพสต์ขายสินค้าที่ไม่บอกราคาแล้วให้ลูกค้าส่งข้อความมาถามเอง เป็นวิธีที่ขัดกับประกาศแสดงราคาขายออนไลน์ซึ่งใช้บังคับทั่วราชอาณาจักร ร้านที่ขายทั้งหน้าร้าน เพจ บัญชี LINE เว็บไซต์ และมาร์เก็ตเพลส มีจุดแสดงราคาหลายสิบจุดในเวลาเดียวกัน ทุกครั้งที่ราคาเปลี่ยน จุดที่ลืมแก้คือจุดที่ราคาที่แสดงไม่ตรงกับราคาที่ขาย บทนี้อ่านตัวบทประกาศฉบับล่าสุดในราชกิจจานุเบกษา แยกว่าร้านต้องแสดงอะไรในช่องทางออนไลน์ และเรื่องไหนที่ประกาศไม่ได้บังคับ

Omnichannel ในทางปฏิบัติของร้านขนาดเล็ก คือการให้ลูกค้าเจอสินค้าและราคาเดียวกันไม่ว่าจะเข้ามาจากช่องทางไหน ราคาจึงเป็นข้อมูลชิ้นแรกที่ต้องไหลไปถึงทุกช่องทางอย่างถูกต้อง

## ประกาศแสดงราคาขายออนไลน์กำหนดอะไร

[ประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ฉบับที่ 64 พ.ศ. 2566 เรื่อง การแสดงราคาและรายละเอียดเกี่ยวกับการจำหน่ายสินค้าและบริการผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์](https://ratchakitcha.soc.go.th/documents/140D196S0000000031700.pdf) ลงราชกิจจานุเบกษาเล่ม 140 ตอนพิเศษ 196 ง วันที่ 17 สิงหาคม 2566 ลงนามโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ในฐานะประธานคณะกรรมการกลาง ประกาศนี้ออกตามมาตรา 9 (5) และมาตรา 28 ของพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 เนื้อหามีหกข้อ

1. **ข้อ 1 ขอบเขต** ใช้บังคับทุกท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศ เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่
2. **ข้อ 2 ยกเลิกฉบับเดิม** คือประกาศฉบับที่ 68 พ.ศ. 2565
3. **ข้อ 3 นิยาม** ผู้ประกอบธุรกิจ คือผู้ที่จำหน่ายสินค้าหรือบริการผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์
4. **ข้อ 4 สิ่งที่ต้องแสดง** ราคาจำหน่ายปลีก ค่าบริการ ประเภท ชนิด ลักษณะ ขนาด น้ำหนัก และรายละเอียดของสินค้าหรือบริการ ในลักษณะที่ชัดเจน ครบถ้วน เปิดเผย อ่านได้ง่าย
5. **ข้อ 5 ค่าใช้จ่ายอื่น** ถ้ามีการเรียกเก็บนอกจากราคาสินค้าหรือค่าบริการ ต้องแสดงคู่กับราคา
6. **ข้อ 6 ความตรงกัน** ราคาและค่าใช้จ่ายที่แสดงต้องตรงกับที่เรียกเก็บจริง

### ต้องแสดงอะไรนอกจากตัวเลขราคา

ข้อ 4 วรรคสองกำหนดรูปแบบไว้สามเรื่อง ราคาต้องแสดงเป็นราคาต่อหน่วย ตัวเลขใช้ภาษาใดก็ได้แต่ต้องมีตัวเลขอารบิกอยู่ด้วย ส่วนข้อความหรือรายการที่วางคู่กับราคา ประกาศกำหนดให้เป็นภาษาไทย โดยมีภาษาอื่นประกอบได้ ร้านที่ใช้ภาพสินค้าจากผู้ผลิตต่างประเทศซึ่งมีแต่ภาษาอังกฤษ จึงต้องเพิ่มรายละเอียดภาษาไทยในโพสต์หรือหน้าสินค้าเอง และรายละเอียดต้องครอบคลุมประเภท ชนิด ลักษณะ ขนาด และน้ำหนักตามที่ข้อ 4 ระบุ

### สินค้าขายเป็นแพ็กหรือขายตามน้ำหนักแสดงราคาอย่างไร

ข้อ 4 ให้แสดงราคาต่อหน่วยคู่กับขนาดและน้ำหนัก แต่ไม่ได้กำหนดว่าหน่วยต้องเป็นชิ้น กิโลกรัม หรือแพ็ก ร้านที่ขายสินค้าเป็นชุดจึงควรเขียนราคาต่อชุดพร้อมบอกว่าในชุดมีอะไรกี่ชิ้น ส่วนสินค้าที่ขายตามน้ำหนักควรบอกราคาต่อน้ำหนักที่ใช้คิดเงินจริง เช่น ราคาต่อ 100 กรัม หรือราคาต่อกิโลกรัม ลูกค้าจะคำนวณยอดที่ต้องจ่ายได้เองก่อนสั่ง และเทียบราคากับร้านอื่นได้ตามเหตุผลที่คณะกรรมการกลางเขียนไว้ในอารัมภบท

### ค่าส่งต้องแสดงตรงไหน

ข้อ 5 เขียนว่าค่าใช้จ่ายอื่นที่เรียกเก็บนอกจากราคาสินค้า ต้องแสดงให้ชัดเจน ครบถ้วน และเปิดเผย โดยแสดงไว้คู่กับราคาจำหน่าย ประกาศไม่ได้ระบุชื่อค่าใช้จ่ายไว้ แต่ค่าจัดส่ง ค่าบรรจุพิเศษ และค่าธรรมเนียมเก็บเงินปลายทาง คือค่าใช้จ่ายที่ลูกค้าจ่ายเพิ่มจากราคาสินค้า ร้านที่ใส่ค่าส่งไว้เฉพาะในข้อความตอบลูกค้าหลังจากลูกค้าถาม จึงควรย้ายมาไว้ในโพสต์หรือหน้าสินค้าคู่กับราคา

## ขายหลายช่องทางแล้วราคาต่างกันได้ไหม

ตัวบทไม่ได้เขียนห้ามไว้ ประกาศฉบับนี้ไม่มีข้อไหนกำหนดให้ช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ของร้านเดียวกันต้องใช้ราคาเท่ากัน สิ่งที่ข้อ 6 กำหนดคือราคาที่แสดงในแต่ละช่องทางต้องตรงกับราคาที่เรียกเก็บในช่องทางนั้น ร้านที่ตั้งราคาบนมาร์เก็ตเพลสสูงกว่าหน้าเว็บเพื่อชดเชยค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ต้องแสดงราคาของมาร์เก็ตเพลสให้ตรงกับที่เก็บเงินจริงบนมาร์เก็ตเพลส และแสดงราคาหน้าเว็บให้ตรงกับที่เก็บเงินจริงบนหน้าเว็บ

ความเสี่ยงของร้านที่ขายหลายช่องทางจึงไม่ได้อยู่ที่ราคาต่างกัน แต่อยู่ที่การเปลี่ยนราคาในช่องทางหนึ่งแล้วลืมเปลี่ยนอีกช่องทาง ลูกค้าที่เห็นราคาเก่าในโพสต์แล้วส่งข้อความมาสั่งซื้อ จะได้รับราคาใหม่ที่สูงกว่าที่แสดงไว้ ส่วนราคาบนชั้นวางหน้าร้านมีประกาศอีกฉบับกำกับไว้ ซึ่งอธิบายไว้ใน[วางระบบ Smart Store ให้ร้านยังขายได้ในวันที่จอดับ](https://phygital.co.th/insights/smart-store-interactive-retail-agency)

### ลดราคาให้ลูกค้าในแชทได้หรือไม่

ได้ ข้อ 6 วรรคสองยกเว้นการจำหน่าย การให้บริการ หรือการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าราคาที่แสดงไว้ ร้านจึงให้ส่วนลดเฉพาะรายในแชทได้โดยไม่ขัดกับประกาศ ทิศทางที่ขัดคือการเรียกเก็บสูงกว่าที่แสดง

### โพสต์เก่าที่ราคาเปลี่ยนแล้วต้องทำอย่างไร

ประกาศไม่ได้แยกโพสต์เก่าออกจากโพสต์ใหม่ โพสต์ที่ยังแสดงอยู่และยังรับคำสั่งซื้อได้จึงยังเป็นการแสดงราคา ทางที่ปลอดภัยคือแก้ราคาในโพสต์เก่าที่ยังขายสินค้านั้นอยู่ หรือระบุในโพสต์ว่าสินค้าหรือราคาในโพสต์นั้นหมดอายุแล้ว ร้านที่มีโพสต์สินค้าย้อนหลังจำนวนมาก ควรมีรายการว่าสินค้าแต่ละตัวถูกโพสต์ไว้ที่ไหนบ้าง เพื่อให้แก้ราคาได้ครบเมื่อราคาเปลี่ยน

## ประกาศฉบับนี้ต่ออายุมาอย่างไร

ประกาศแสดงราคาขายออนไลน์ไม่ใช่เรื่องใหม่ เมื่อค้นในหน้าค้นหาของราชกิจจานุเบกษาด้วยคำว่า "ระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์" จะพบประกาศเรื่องเดียวกันแปดฉบับ

1. ฉบับที่ 44 พ.ศ. 2560 ลงราชกิจจานุเบกษา 17 มีนาคม 2560
2. ฉบับที่ 49 พ.ศ. 2561 ลงราชกิจจานุเบกษา 12 มีนาคม 2561
3. ฉบับที่ 49 พ.ศ. 2562 ลงราชกิจจานุเบกษา 24 เมษายน 2562
4. ฉบับที่ 102 พ.ศ. 2562 ลงราชกิจจานุเบกษา 13 สิงหาคม 2562
5. ฉบับที่ 70 พ.ศ. 2563 ลงราชกิจจานุเบกษา 18 กันยายน 2563
6. ฉบับที่ 60 พ.ศ. 2564 ลงราชกิจจานุเบกษา 3 ตุลาคม 2564
7. ฉบับที่ 68 พ.ศ. 2565 ลงราชกิจจานุเบกษา 13 กันยายน 2565
8. ฉบับที่ 64 พ.ศ. 2566 ลงราชกิจจานุเบกษา 17 สิงหาคม 2566

ในปีเดียวกันเคยมีประกาศออกสองฉบับ คือฉบับที่ 49 ในเดือนเมษายน และฉบับที่ 102 ในเดือนสิงหาคม ฉบับล่าสุดเขียนเหตุผลไว้ในอารัมภบทว่าคณะกรรมการกลางทบทวนมาตรการแล้ว เห็นควรคงไว้ เพื่อให้ผู้บริโภคเปรียบเทียบราคาหรือค่าบริการก่อนตัดสินใจซื้อ

### ทำไมต้องรู้ว่าฉบับไหนใช้อยู่

เพราะแต่ละฉบับยกเลิกฉบับก่อนหน้า บทความหรือคำแนะนำที่อ้างเลขฉบับเก่าอาจยังถูกในเนื้อหา แต่เลขที่อ้างไม่ใช่ฉบับที่ใช้บังคับแล้ว ณ วันที่ค้น 28 กันยายน 2569 ไม่พบฉบับที่ออกหลังฉบับที่ 64 และข้อ 1 ของฉบับนี้ใช้ถ้อยคำว่าใช้บังคับ "เว้นแต่จะมีการออกประกาศใหม่" ร้านที่ต้องการอ้างอิงในนโยบายของร้านเอง ควรค้นเลขฉบับล่าสุดในราชกิจจานุเบกษาอีกครั้งก่อนอ้าง

### ร้านบนมาร์เก็ตเพลสต้องแสดงราคาเอง หรือแพลตฟอร์มรับผิดชอบ

ข้อ 3 นิยามผู้ประกอบธุรกิจว่าเป็นผู้จำหน่ายสินค้าหรือบริการผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือออนไลน์ และข้อ 4 ให้แสดงราคาในระบบของผู้ประกอบธุรกิจนั้น ร้านที่ลงสินค้าบนมาร์เก็ตเพลสคือผู้จำหน่าย จึงต้องกรอกราคา ค่าจัดส่ง และรายละเอียดสินค้าในหน้าร้านของตัวเองให้ครบ แพลตฟอร์มมีช่องให้กรอกข้อมูลเหล่านี้ แต่ความถูกต้องของตัวเลขและคำบรรยายขึ้นกับร้านที่กรอก โดยเฉพาะรายละเอียดภาษาไทยของสินค้านำเข้าที่แพลตฟอร์มไม่ได้เขียนให้

## โทษและช่องทางร้องเรียน

[ข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ ลงวันที่ 10 ตุลาคม 2566](https://uttaradit.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/222377) อ้างมาตรา 28 และมาตรา 40 ของกฎหมายฉบับเดียวกัน ระบุว่ากรณีไม่ปิดป้ายแสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ประกาศแสดงราคาขายออนไลน์ก็ออกตามมาตรา 28 เช่นกัน ข่าวเดียวกันระบุว่าประชาชนที่พบการจำหน่ายที่ไม่เป็นธรรมร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัด หรือสายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 และกระทรวงพาณิชย์จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

นอกจากโทษปรับ ลูกค้าที่เจอราคาในแชทสูงกว่าราคาในโพสต์ต้องเลือกระหว่างจ่ายแพงกว่าที่เห็นกับยกเลิกคำสั่งซื้อ ทั้งสองทางเป็นประสบการณ์ที่ร้านไม่ต้องการ การแสดงราคาให้ถูกต้องทุกช่องทางจึงเป็นงานบริการลูกค้าไปพร้อมกับการทำตามประกาศ

## ช่องว่างของประกาศแสดงราคา

ตัวบทสั้นเพียงสองหน้า จึงมีหลายเรื่องที่ไม่ได้เขียนไว้

1. **ไม่ได้ระบุชื่อแพลตฟอร์ม** ประกาศใช้คำว่าระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์หรือระบบออนไลน์ของผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ได้แยกว่าเพจ โพสต์ในกลุ่ม ไลฟ์ หรือหน้าร้านบนมาร์เก็ตเพลส ต่างกันอย่างไร
2. **ไม่ได้พูดถึงการขายผ่านไลฟ์** ราคาที่พูดในไลฟ์แต่ไม่ได้เขียนไว้ อยู่ในขอบเขตของคำว่า "กระทำให้ปรากฏด้วยวิธีอื่นใด" หรือไม่ ตัวบทไม่ได้ตอบ
3. **ไม่ได้กำหนดเรื่องราคาข้ามช่องทาง** ตามที่อธิบายไว้ด้านบน
4. **ไม่ได้กำหนดให้เก็บหลักฐานการแสดงราคา** ถ้ามีข้อร้องเรียน ร้านต้องอธิบายได้ว่าวันนั้นแสดงราคาเท่าไร ประกาศไม่ได้บังคับให้เก็บหลักฐาน แต่ร้านที่บันทึกภาพหน้าจอหน้าสินค้าพร้อมวันที่ทุกครั้งที่เปลี่ยนราคา จะตอบคำถามจากเจ้าหน้าที่หรือจากลูกค้าได้ด้วยหลักฐาน ไม่ต้องอาศัยความจำของพนักงาน

เรื่องที่ตัวบทไม่ได้ตอบ ร้านถามสำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือสายด่วน 1569 ได้โดยตรง

## ขั้นตรวจราคาก่อนเปิดช่องทางขายใหม่

ก่อนเปิดช่องทางขายเพิ่ม หรือทุกครั้งที่เปลี่ยนราคา ร้านที่ขายหลายช่องทางใช้ขั้นตรวจนี้ได้

1. **ทำตารางราคากลางหนึ่งไฟล์** มีราคาต่อหน่วยของสินค้าทุกตัวแยกตามช่องทาง และค่าใช้จ่ายอื่นของแต่ละช่องทาง
2. **จดว่าสินค้าแต่ละตัวถูกแสดงไว้ที่ไหน** ทั้งโพสต์ หน้าสินค้า อัลบั้มภาพ และข้อความตอบกลับอัตโนมัติ
3. **ตรวจรายละเอียดภาษาไทย** ประเภท ชนิด ลักษณะ ขนาด และน้ำหนักครบทุกจุด
4. **ตรวจค่าใช้จ่ายอื่น** ค่าจัดส่งและค่าธรรมเนียมแสดงคู่กับราคาทุกจุด
5. **แก้ราคาในวันเดียวกันทุกช่องทาง** แล้วทดลองสั่งซื้อจากแต่ละช่องทางเพื่อตรวจว่ายอดที่เรียกเก็บตรงกับที่แสดง

ข้อมูลว่าลูกค้าเข้ามาซื้อจากช่องทางไหนมากที่สุด ใช้จัดลำดับว่าช่องทางไหนต้องแก้ก่อน วิธีเก็บข้อมูลนี้ให้อยู่ได้นานพอเทียบย้อนหลัง อธิบายไว้ใน[Marketing Stack SME ข้อมูล GA4 ฟรีเก็บได้นานแค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/marketing-tech-stack-sme) ส่วนการวัดว่าช่องทางใหม่สร้างยอดขายเพิ่มจริงหรือแค่ย้ายลูกค้าเดิมมาซื้ออีกทาง ดูได้ใน[Incrementality Test วัดยอดที่เกิดเพราะโฆษณาจริง](https://phygital.co.th/insights/mmm-incrementality-attribution)

## สรุป

ประกาศแสดงราคาขายออนไลน์ฉบับที่ 64 พ.ศ. 2566 ให้ผู้ขายผ่านระบบออนไลน์แสดงราคาจำหน่ายปลีก ค่าบริการ และรายละเอียดสินค้าอย่างชัดเจน ราคาต่อหน่วยใช้เลขอารบิก คำบรรยายเป็นภาษาไทย ค่าจัดส่งและค่าธรรมเนียมอยู่ข้างราคา และยอดที่แสดงต้องเท่ากับยอดที่เรียกเก็บ ยกเว้นขายต่ำกว่า ประกาศไม่ได้บังคับให้ทุกช่องทางใช้ราคาเท่ากัน ความเสี่ยงของร้านที่ขายหลายช่องทางอยู่ที่ราคาในจุดที่ลืมแก้ ประกาศเรื่องนี้ออกต่อเนื่องแปดฉบับตั้งแต่ปี 2560 และฉบับปัจจุบันใช้บังคับจนกว่าจะมีฉบับใหม่ การมีตารางราคากลางและรายการจุดที่แสดงสินค้าช่วยให้ร้านแก้ราคาได้ครบทุกช่องทางในวันเดียว

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ขายของออนไลน์ต้องแสดงราคาในโพสต์หรือไม่

ต้องแสดง ประกาศคณะกรรมการกลางฯ ฉบับที่ 64 พ.ศ. 2566 ข้อ 4 ให้ผู้ขายผ่านระบบออนไลน์แสดงราคาจำหน่ายปลีกหรือค่าบริการ พร้อมประเภท ชนิด ลักษณะ ขนาด น้ำหนัก และรายละเอียดของสินค้า อย่างชัดเจนและอ่านได้ง่าย

### ค่าส่งต้องแสดงในโพสต์ด้วยไหม

ข้อ 5 กำหนดให้ค่าใช้จ่ายอื่นที่เรียกเก็บนอกจากราคาสินค้าแสดงไว้คู่กับราคา ค่าจัดส่งที่ลูกค้าต้องจ่ายเพิ่มจึงควรอยู่ในโพสต์หรือหน้าสินค้าคู่กับราคา

### ราคาบนมาร์เก็ตเพลสกับราคาบนเว็บไซต์ต่างกันได้หรือไม่

ไม่มีข้อห้ามในตัวบท ร้านตั้งราคาแต่ละช่องทางต่างกันได้ ขอเพียงยอดที่เก็บเงินจริงในแต่ละช่องทางไม่สูงกว่าราคาที่ช่องทางนั้นแสดงไว้

### ไม่แสดงราคาขายออนไลน์มีโทษอะไร

ตามข่าวของกรมประชาสัมพันธ์ที่อ้าง พ.ร.บ.ราคาสินค้าฯ มาตรา 28 และ 40 การไม่แสดงราคามีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ผู้พบเห็นแจ้งสายด่วน 1569 ของกรมการค้าภายในได้

### ประกาศแสดงราคาขายออนไลน์ฉบับล่าสุดคือฉบับไหน

เมื่อค้นในราชกิจจานุเบกษาวันที่ 28 กันยายน 2569 ฉบับล่าสุดคือฉบับที่ 64 ที่ออกแทนฉบับที่ 68 และใช้บังคับจนกว่าจะมีฉบับใหม่

## ตารางราคาเดียวที่ทุกช่องทางดึงไปใช้

ทีม PHYGITAL AGENCY ออกแบบการ์ดสินค้าและไฟล์ต้นแบบที่ใส่ราคา รายละเอียดภาษาไทย และค่าจัดส่งครบ ให้ร้านแก้ราคาจุดเดียวแล้วใช้ได้ทั้งออนไลน์และหน้าร้าน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
