# Old Spice ปล่อยคลิปออนไลน์ก่อนทีวี แล้วปิดที่คูปองในห้าง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/old-spice-case-study-viral-campaign-sales-growth · เผยแพร่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษา Old Spice จากเอกสารรางวัล Effie ปี 2554 ลำดับช่องทางจากคลิปออนไลน์ ทีวี โรงภาพยนตร์ ถึงคูปองในห้าง พร้อมตัวเลขยอดขายจาก Nielsen

## Key Takeaways

- **เอกสารรางวัล Gold Effie ปี 2554 ของแคมเปญ "The Man Your Man Could Smell Like" ตั้งเป้ายอดขายไว้ว่าต้องโตเทียบปีก่อนเร็วกว่าหมวดสบู่เหลวผู้ชาย** — ซึ่งในเวลานั้นโตปีละ 7-9% ไม่ได้ตั้งเป็นตัวเลขเปอร์เซ็นต์ของแบรนด์เอง
- **ลำดับช่องทางในเอกสารคือ YouTube และ Facebook ก่อน ทีวีตามมา แล้วต่อด้วยรายการที่ชายหญิงดูด้วยกัน โรงภาพยนตร์ช่วงวาเลนไทน์ และคูปองซื้อหนึ่งแถมหนึ่งที่ห้างค้าปลีก** — เพราะงานวิจัยของ P&G พบว่าผู้หญิงเป็นคนซื้อสบู่เหลวผู้ชาย 60%
- **Nielsen วัดยอดขายหน่วยของสบู่เหลว Old Spice Red Zone ได้เพิ่มขึ้น 60% ภายในเดือนพฤษภาคม 2553 และ 125% ภายในเดือนกรกฎาคม 2553 เทียบกับปีก่อน** — ตามที่ผู้ส่งประกวดรายงาน ส่วนผลของคูปองถูกกันไว้ไม่เปิดเผย

เจ้าของแบรนด์ที่ขายทั้งออนไลน์และหน้าร้านมักต้องตัดสินสามเรื่องก่อนปล่อยงานชิ้นแรก คือจะเปิดที่ช่องทางไหน จะพาคนดูไปถึงชั้นวางอย่างไร และจะวัดผลด้วยตัวเลขชุดไหน เอกสารส่งประกวดของแคมเปญ Old Spice ตอบทั้งสามเรื่องตามลำดับเวลา หัวข้อด้านล่างจึงเรียงตามปฏิทินของแคมเปญ ตั้งแต่ก่อนวันแข่ง Super Bowl จนถึงเดือนกรกฎาคม

คลิปแรกของแคมเปญสบู่เหลวผู้ชาย Old Spice ปี 2553 ออกทีวีครั้งแรกหลังจากขึ้น YouTube ไปแล้วหลายวัน รายละเอียดนี้อยู่ใน[เอกสาร Gold Effie ปี 2554 หมวด Beauty Products & Services](http://apaceffie.com/docs/default-source/resource-library/oldspice%5Fcase%5Fpdf.pdf?sfvrsn=2) ของ Old Spice และ Procter & Gamble ซึ่งมี Wieden+Kennedy เป็นเอเจนซีหลัก เอกสารฉบับเดียวกันเล่าต่อว่าแคมเปญไปจบที่คูปองในห้าง ตัวเลขทุกตัวในบทนี้มาจากเอกสารฉบับนั้น และเป็นตัวเลขที่ผู้ส่งประกวดรายงานเอง

## โจทย์ที่เขียนไว้ก่อนเริ่มงาน

เอกสาร Effie เปิดด้วยสภาพตลาด Old Spice เริ่มขายสบู่เหลวสำหรับผู้ชายตั้งแต่ปี 2546 ต่อมายอดขายสบู่เหลวทั้งหมวดแซงสบู่ก้อน แบรนด์ผู้ชายหลายรายจึงเข้ามาในหมวดเดียวกัน ถึงปี 2552 ส่วนแบ่งของ Old Spice ในหมวดสบู่เหลวผู้ชายเริ่มลดลง และแบรนด์อีกรายในหมวดเดียวกันประกาศว่าจะเปิดแคมเปญใหญ่ในช่วงถ่ายทอด Super Bowl เดือนกุมภาพันธ์ 2553

ผู้ส่งประกวดตั้งเป้าหมายไว้สองข้อ และระบุเครื่องมือวัดของแต่ละข้อไว้ตั้งแต่ต้น

| เป้าหมายในเอกสาร                         | ตัวชี้วัดที่เขียนไว้                                                 | เครื่องมือหรือแหล่งตัวเลข |
| ------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------- | ----------------------------- |
| ชนะเรื่องการถูกพูดถึง (Steal the Show) | ส่วนแบ่งของบทสนทนาออนไลน์ และอิมเพรสชันจากงานประชาสัมพันธ์     | Cision และ ScoutLabs          |
| ดันยอดขาย (Drive the Business)            | ยอดขายรายเดือนเทียบปีก่อนต้องโตเร็วกว่าหมวด ซึ่งโตปีละ 7-9% | ยอดขายหน่วยจาก Nielsen     |

ที่มา: เอกสาร Gold Effie "The Man Your Man Could Smell Like" หัวข้อ Objectives

เป้ายอดขายข้อนี้ผูกกับการเติบโตของหมวด ไม่ได้ตั้งเป็นตัวเลขลอย ๆ ของแบรนด์เอง ช่วงก่อนแคมเปญ เอกสารระบุว่ายอดขายเทียบปีก่อนของ Old Spice ยังตามหลังหมวดอยู่เล็กน้อย

### Old Spice ตั้งเป้าอะไรไว้ก่อนเริ่มแคมเปญนี้

ตามเอกสาร Gold Effie ปี 2554 Old Spice ตั้งเป้าสองข้อ ข้อแรกคือชนะเรื่องการถูกพูดถึงในช่วง Super Bowl โดยวัดอิมเพรสชันจากงานประชาสัมพันธ์ผ่าน Cision และวัดส่วนแบ่งของบทสนทนาออนไลน์ด้วยเครื่องมืออย่าง ScoutLabs ข้อสองคือทำให้ยอดขายรายเดือนเทียบปีก่อนโตเร็วกว่าหมวดสบู่เหลวผู้ชาย ซึ่งตอนนั้นโตปีละ 7-9%

## คนซื้อกับคนใช้เป็นคนละคน

ข้อมูลที่เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมายของแคมเปญมาจากงานวิจัยของ P&G เอง เอกสารระบุว่า 60% ของสบู่เหลวผู้ชายถูกซื้อโดยผู้หญิง ทีมงานจึงขยายกลุ่มเป้าหมายจากผู้ชายอย่างเดียวเป็นทั้งผู้ชายและผู้หญิง และเขียนไว้ว่าเป็นครั้งแรกที่แบรนด์เลือกกลุ่มเป้าหมายสองกลุ่มพร้อมกัน

เอกสารยังจัดหมวดนี้เป็นสินค้าที่ผู้ซื้อใช้ความคิดน้อยตอนเลือก (low-involvement) การทำให้คนรู้จักแบรนด์อย่างเดียวจึงไม่พอจะขยับยอดขาย ทีมงานตั้งโจทย์ใหม่ว่าต้องให้ผู้ชายและผู้หญิงคุยกันเรื่องสบู่เหลว ตัวละคร "The Man Your Man Could Smell Like" ถูกเขียนมาเพื่อโจทย์นี้ บทพูดของเขาหันไปคุยกับผู้หญิงที่ดูอยู่ แล้วชวนให้หันไปมองผู้ชายของตัวเอง

### ทำไมโฆษณาสบู่เหลวผู้ชายถึงพูดกับผู้หญิงด้วย

เพราะงานวิจัยของ P&G ที่อ้างในเอกสาร Effie พบว่าผู้หญิงเป็นคนซื้อสบู่เหลวผู้ชาย 60% คนที่ยืนเลือกของหน้าชั้นวางจึงไม่ใช่คนเดียวกับคนที่ใช้สินค้าเสมอไป ทีมงานของ Old Spice ขยายกลุ่มเป้าหมายเป็นทั้งผู้ชายและผู้หญิง และวางแผนสื่อให้ไปอยู่ในรายการที่ทั้งสองคนดูด้วยกัน เจ้าของสินค้าที่คนซื้อกับคนใช้อาจเป็นคนละคน เช่น ของใช้เด็ก อาหารสัตว์ หรือของใช้ในบ้าน ตรวจข้อมูลผู้ซื้อของตัวเองได้จากใบเสร็จหรือข้อมูลสมาชิกก่อนเลือกช่องทาง

## ไม่กี่วันก่อน Super Bowl ถึงวันออกทีวี

Old Spice ไม่ได้ซื้อเวลาในช่วงถ่ายทอด Super Bowl เอกสารเขียนแผนสื่อช่วงเปิดตัวไว้สั้น ๆ ว่าจะสร้างผลเหมือนอยู่ใน Super Bowl ด้วยการเปิดตัวรอบ ๆ วันแข่งแทน ลำดับที่เอกสารเล่ามีดังนี้

| ช่วงเวลา                 | ช่องทาง             | สิ่งที่ทำ                                                                                    |
| ------------------------- | -------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ไม่กี่วันก่อนวันแข่ง | YouTube และ Facebook | ปล่อยคลิปให้แฟนของแบรนด์เห็นก่อน                                                        |
| สุดสัปดาห์วันแข่ง      | การค้นหา            | ซื้อคำค้นที่เกี่ยวกับ Super Bowl เช่น "superbowl commercials" เพื่อพาคนมาที่คลิป     |
| 24 ชั่วโมงหลังวันแข่ง  | โทรทัศน์             | ออกอากาศครั้งแรก                                                                            |
| หลังเปิดตัว             | ประชาสัมพันธ์        | นักแสดง Isaiah Mustafa ไปออกรายการของ Oprah, The Today Show, Good Morning America และ ESPN |

ที่มา: เอกสาร Gold Effie "The Man Your Man Could Smell Like" หัวข้อ Bringing the Idea to Life

เอกสารบันทึกผลของลำดับนี้ไว้ว่า เมื่อคลิปออกทีวีครั้งแรก คนจำนวนมากคิดไปแล้วว่ามันออกอากาศในช่วง Super Bowl ด้วย

### ปล่อยคลิปออนไลน์ก่อนออกทีวีได้ประโยชน์อะไร

ในเคสของ Old Spice ตามเอกสาร Effie ลำดับนี้ทำให้กระแสพูดถึงคลิปขึ้นสูงสุดพอดีกับตอนเกมจบ แล้วทีวีรับช่วงต่อในอีก 24 ชั่วโมงถัดมา แบรนด์ได้ความสนใจในช่วงเดียวกับ Super Bowl โดยไม่ต้องจ่ายค่าเวลาช่วงถ่ายทอดสด ส่วนคำค้นที่ซื้อไว้ทำหน้าที่ดักคนที่ค้นหาโฆษณา Super Bowl ให้มาเจอคลิป ธุรกิจไทยใช้หลักเดียวกันได้กับวันที่คนทั้งประเทศดูพร้อมกัน เช่น นัดชิงกีฬาหรือคืนประกวด โดยวัดยอดค้นหาและยอดชมในวันนั้นแยกไว้ต่างหาก

## จากจอที่บ้านไปถึงโรงภาพยนตร์และชั้นวาง

หลังเปิดตัว แผนสื่อเปลี่ยนเป้าไปที่การให้คนสองเพศพูดถึงแคมเปญ ทีมวางแผนสื่อเลิกซื้อเฉพาะรายการที่ผู้ชายอายุน้อยดู และหาช่วงที่ชายหญิงนั่งดูด้วยกันแทน เอกสารยกตัวอย่างรายการ Lost การถ่ายทอดโอลิมปิกฤดูหนาวที่แวนคูเวอร์ American Idol และการซื้อสื่อในโรงภาพยนตร์ช่วงสุดสัปดาห์วาเลนไทน์ ซึ่งเอกสารเขียนว่าเข้าถึงคนที่มาเป็นคู่ได้มาก

ช่องทางสุดท้ายอยู่ในห้าง เอกสารระบุว่าแคมเปญมีคูปองซื้อหนึ่งแถมหนึ่ง (BOGO) ที่ห้างค้าปลีกระดับประเทศหลายราย เพื่อดันการซื้อ โดยเฉพาะจากผู้ซื้อที่เป็นผู้หญิง ผลของคูปองถูกกันไว้ไม่เปิดเผยด้วยเหตุผลเรื่องความลับทางธุรกิจ ส่วนตารางจุดสัมผัสในเอกสารยังเลือกบรรจุภัณฑ์ การออกแบบสินค้า และการจัดวางสินค้าในร้านไว้ด้วย

| ช่องทางในเอกสาร                            | บทบาทตามที่เอกสารเขียน                        |
| -------------------------------------------- | ------------------------------------------------- |
| รายการทีวีที่ชายหญิงดูด้วยกัน         | ให้คนสองเพศเห็นพร้อมกันและคุยต่อ         |
| โรงภาพยนตร์ช่วงวาเลนไทน์                  | เข้าถึงคนที่มาเป็นคู่                        |
| คูปองซื้อหนึ่งแถมหนึ่งที่ห้างค้าปลีก | ดันการซื้อ โดยเฉพาะผู้ซื้อที่เป็นผู้หญิง |
| บรรจุภัณฑ์และการจัดวางในร้าน          | อยู่ในรายการจุดสัมผัสของแคมเปญ               |

ที่มา: เอกสาร Gold Effie หัวข้อ Bringing the Idea to Life และ Additional Marketing Components

[Phygital vs Omnichannel ความต่างที่แบรนด์ต้องรู้](https://phygital.co.th/insights/phygital-vs-omnichannel-marketing) แยกให้เห็นว่าการกระจายงานไปหลายช่องทางต่างจากการให้ช่องทางส่งต่อกันอย่างไร

### คูปองในห้างเกี่ยวอะไรกับคลิปที่ดังในออนไลน์

คูปองคือจุดที่แคมเปญออนไลน์ของ Old Spice ไปพบกับการซื้อจริง ตามเอกสาร Effie คูปองซื้อหนึ่งแถมหนึ่งที่ห้างค้าปลีกระดับประเทศถูกใส่ไว้เพื่อดันการซื้อ โดยเฉพาะจากผู้หญิงที่เป็นผู้ซื้อหลักของหมวด คนที่เห็นคลิปในโซเชียลหรือทีวีจึงมีเหตุให้หยิบสินค้าเมื่อเดินผ่านชั้นวาง เอกสารไม่เปิดเผยผลของคูปอง จึงแยกไม่ได้ว่ายอดขายส่วนไหนมาจากคูปองและส่วนไหนมาจากคลิป

## สองวันครึ่งของคลิปตอบกลับ 186 คลิป

เดือนกรกฎาคม 2553 ทีมงานทำแคมเปญต่อชื่อ "Response" ตัวละครเดิมอัดคลิปสั้นเฉพาะบุคคล 186 คลิป ตอบคนที่คอมเมนต์ถึงเขาบน YouTube, Twitter, Facebook และช่องทางอื่น ภายในสองวันครึ่ง ทีมดิจิทัลเริ่มจากคนดังที่เคยพูดถึงงานนี้มาก่อน แต่เอกสารระบุว่า 70% ของคลิปตอบกลับทำให้คนทั่วไป เพื่อให้คนอื่นอยากส่งคำถามเข้ามาบ้าง

ยอดขายเทียบปีก่อนที่ Nielsen วัดได้ภายในเดือนเดียวกันคือเพิ่มขึ้น 125% เอกสารไม่ได้แยกว่าส่วนไหนของตัวเลขนี้มาจากคลิปตอบกลับ

### คลิปตอบกลับแบบเฉพาะบุคคลของ Old Spice ทำอย่างไร

ตามเอกสาร Effie ตัวละคร "The Man Your Man Could Smell Like" อัดคลิปตอบกลับ 186 คลิปในงานที่กินเวลาสองวันครึ่งเมื่อเดือนกรกฎาคม 2553 แต่ละคลิปตอบคอมเมนต์ของคนจริงบน YouTube, Twitter และ Facebook ทีมงานเริ่มจากคนดังที่เคยพูดถึงแคมเปญเพื่อจุดกระแส แต่คลิป 70% ทำให้คนทั่วไป เอกสารรายงานว่าวันแรกมียอดชมบน YouTube 5.9 ล้านครั้ง และครบหนึ่งสัปดาห์มีคนดูกว่า 40 ล้านครั้ง

## ตัวเลขที่เอกสาร Effie รายงาน

ตัวเลขทั้งหมดในตารางนี้เป็นของผู้ส่งประกวด บางตัวระบุแหล่งวัดไว้ บางตัวไม่ได้ระบุ

| ตัวชี้วัด                                    | ตัวเลข                           | ช่วงเวลาหรือแหล่งที่เอกสารระบุ            |
| ---------------------------------------------- | -------------------------------- | ----------------------------------------------- |
| ส่วนแบ่งบทสนทนาออนไลน์                     | 76% (เกินครึ่งมาจากผู้หญิง) | สามเดือนแรกหลังเปิดตัว                     |
| ยอดชมคลิปแรกบน YouTube                     | มากกว่า 10 ล้านครั้ง            | ภายในเดือนเมษายน 2553                         |
| ยอดชม Response วันแรก                        | 5.9 ล้านครั้ง                   | Visible Measures                                |
| ยอดชม Response                                | มากกว่า 40 ล้านครั้ง            | หนึ่งสัปดาห์หลังเปิดตัว                     |
| ผู้ติดตาม Twitter                             | เพิ่มขึ้น 2,700%                | ภายในหนึ่งเดือน                               |
| แฟน Facebook                                   | จาก 500,000 เป็น 800,000         | ภายในหนึ่งเดือน                               |
| ผู้เข้าเว็บ oldspice.com                     | เพิ่มขึ้น 300%                  | ภายในหนึ่งเดือน                               |
| ผู้ติดตามช่อง YouTube                        | จาก 65,000 เป็น 150,000          | ภายในหนึ่งเดือน                               |
| อิมเพรสชันรวม                               | 1.7 พันล้านครั้ง               | ตลอดหกเดือน (บริษัทประชาสัมพันธ์และ Cision) |
| ยอดขายหน่วย Red Zone body wash เทียบปีก่อน | เพิ่มขึ้น 60%                   | ภายในพฤษภาคม 2553 (Nielsen)                    |
| ยอดขายเทียบปีก่อน                          | เพิ่มขึ้น 125%                  | ภายในกรกฎาคม 2553 (Nielsen)                    |

ที่มา: เอกสาร Gold Effie หัวข้อ Results

ในช่องคำถามว่ามีปัจจัยอื่นช่วยดันผลลัพธ์หรือไม่ ผู้ส่งประกวดตอบว่าไม่มี ข้อควรระวังในการอ่านตารางนี้คือตัวเลขฝั่งยอดชมกับฝั่งยอดขายวัดด้วยเครื่องมือคนละชุด และคูปองซึ่งอยู่ในช่วงเดียวกันไม่ได้เปิดเผยผล

### ยอดขาย Old Spice เพิ่มขึ้นเท่าไรหลังแคมเปญนี้

ตามเอกสาร Gold Effie ปี 2554 ข้อมูลของ Nielsen แสดงว่ายอดขายหน่วยของสบู่เหลว Old Spice Red Zone เพิ่มขึ้น 60% เทียบปีก่อนภายในเดือนพฤษภาคม 2553 และภายในเดือนกรกฎาคม 2553 ยอดขายเพิ่มขึ้น 125% เทียบปีก่อน ซึ่งเอกสารเรียกว่าสูงสุดตลอดกาลของแบรนด์ ทั้งสองตัวเป็นอัตราโตเทียบปีก่อน ไม่ใช่ส่วนแบ่งตลาด และเอกสารไม่ได้ระบุอันดับของแบรนด์ในหมวด

## ห้าคำถามก่อนวางลำดับช่องทาง

เคสนี้ใช้เป็นรายการตรวจก่อนปล่อยแคมเปญของแบรนด์ที่ขายทั้งออนไลน์และหน้าร้านได้ โดยไม่ต้องมีงบระดับ P&G

1. **ใครเป็นคนซื้อ และใครเป็นคนใช้** ถ้าเป็นคนละคน งานต้องพูดกับคนซื้อด้วย
2. **ช่องทางไหนเปิดก่อน และช่องทางไหนรับช่วงต่อ** เขียนเป็นตารางที่มีวันและเวลากำกับทุกช่องทาง
3. **คนเห็นงานในสถานการณ์ไหน** คนเดียว เป็นคู่ หรือกับครอบครัว แล้วเลือกช่วงเวลาตามนั้น
4. **จุดที่คนดูเดินไปถึงสินค้าคืออะไร** คูปอง ชั้นวาง หรือหน้าร้านออนไลน์ และจุดนั้นวัดยอดแยกได้หรือไม่
5. **ตัวเลขชุดไหนตอบเป้าข้อไหน** ยอดชมตอบเรื่องการถูกพูดถึง ยอดขายเทียบปีก่อนตอบเรื่องธุรกิจ อย่าใช้ตัวหนึ่งแทนอีกตัว

คนที่ตัดสินว่างบแต่ละช่องทางจะไปลงที่ไหนมีบทแยกของตัวเอง คือ [Media Planner คืออะไร คนตัดสินว่างบสื่อจะไปลงที่ไหน](https://phygital.co.th/insights/what-is-media-planner-advertising-budget) ซึ่งเล่าตำแหน่งงานนี้ในเอเจนซี ส่วนการวางชื่อแบรนด์ไว้ในมุกของคลิปที่ลงโฆษณาบน YouTube ตามแนวทางของ Google อยู่ใน[Comedy Marketing วางมุกในโฆษณาวิดีโอตามหลัก ABCD ของ Google](https://phygital.co.th/insights/comedy-marketing)

## สรุป

เอกสาร Gold Effie ปี 2554 ของแคมเปญ "The Man Your Man Could Smell Like" เล่าว่า Old Spice ตั้งเป้ายอดขายให้โตเร็วกว่าหมวด ขยายกลุ่มเป้าหมายไปถึงผู้หญิงเพราะเป็นผู้ซื้อ 60% ปล่อยคลิปบน YouTube และ Facebook ก่อน Super Bowl แล้วออกทีวีครั้งแรก 24 ชั่วโมงหลังวันแข่ง ต่อด้วยรายการที่ชายหญิงดูด้วยกัน โรงภาพยนตร์ช่วงวาเลนไทน์ และคูปองซื้อหนึ่งแถมหนึ่งในห้าง จากนั้นเดือนกรกฎาคม 2553 ทีมงานทำคลิปตอบกลับ 186 คลิป Nielsen วัดยอดขายเทียบปีก่อนได้เพิ่มขึ้น 125% ภายในเดือนเดียวกัน ส่วนผลของคูปองไม่ได้เปิดเผย

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ตัวเลข "เกินเป้า 8 เท่า" ที่เห็นในบทความอื่นมาจากไหน

เอกสาร Gold Effie ที่บทนี้ใช้ไม่มีตัวเลขเป้า 15% และไม่มีคำว่าเกินเป้า 8 เท่า เป้ายอดขายที่เขียนไว้คือยอดขายรายเดือนเทียบปีก่อนต้องโตเร็วกว่าหมวดซึ่งโตปีละ 7-9% ผู้อ่านที่เจอตัวเลขชุดนั้นควรถามหาเอกสารต้นทางก่อนนำไปใช้อ้างอิงต่อ

### แคมเปญนี้ซื้อโฆษณาช่วง Super Bowl หรือไม่

ไม่ได้ซื้อ เอกสารระบุว่าแผนสื่อตั้งใจสร้างผลให้เหมือนอยู่ใน Super Bowl โดยเปิดตัวรอบ ๆ วันแข่ง คลิปขึ้น YouTube และ Facebook ก่อนหลายวัน ซื้อคำค้นที่เกี่ยวกับ Super Bowl ในสุดสัปดาห์นั้น แล้วออกทีวีครั้งแรก 24 ชั่วโมงหลังวันแข่ง

### เอกสาร Effie ต่างจากข่าวทั่วไปเรื่องแคมเปญอย่างไร

เอกสารประกวด Effie เขียนโดยเจ้าของงาน ผู้ส่งต้องเขียนเป้าหมาย วิธีทำ และตัวเลขผลลัพธ์พร้อมแหล่งวัด เอกสารจึงเป็นคำอธิบายของเจ้าของงานเอง ข้อดีคือมีรายละเอียดที่คนนอกไม่รู้ ข้อควรระวังคือผู้ส่งเลือกตัวเลขที่จะรายงานเอง และบางส่วนอย่างผลของคูปองถูกกันไว้

### ธุรกิจไทยที่งบน้อยทำคลิปตอบกลับแบบ Response ได้ไหม

หลักที่ใช้ได้คือตอบคนทั่วไปมากกว่าคนดัง เอกสารระบุว่า 70% ของคลิปตอบกลับทำให้คนทั่วไป ร้านขนาดเล็กตอบคอมเมนต์ด้วยคลิปสั้นหรือรูปที่ทำเฉพาะคนได้ในช่วงเวลาที่กำหนด แล้วนับยอดคอมเมนต์และยอดทักแชตเทียบกับช่วงก่อนหน้า

### คูปองซื้อหนึ่งแถมหนึ่งช่วยยอดขายเท่าไร

เอกสารไม่เปิดเผย ผู้ส่งประกวดเขียนว่ากันผลของคูปองไว้ด้วยเหตุผลเรื่องความลับทางธุรกิจ ตัวเลข 60% และ 125% จาก Nielsen จึงรวมผลของทุกช่องทางในช่วงนั้น รวมถึงคูปองด้วย

### Old Spice กับ Volkswagen Beetle อยู่ในซีรีส์เดียวกันเพราะอะไร

ทั้งสองเคสอยู่ในซีรีส์กรณีศึกษาแบรนด์ของฟิจิทัล และทั้งสองใช้เอกสารต้นทางชิ้นเดียวเป็นหลัก Old Spice ใช้เอกสารประกวดที่เจ้าของงานเขียนเอง ส่วน [Volkswagen Beetle Think Small](https://phygital.co.th/insights/volkswagen-beetle-think-small-case-study) อ่านจากตัวโฆษณาปี 2505 ในคอลเลกชันของพิพิธภัณฑ์

## คลิปของคุณเปิดที่ช่องทางไหน แล้วลูกค้าไปจบที่ชั้นวางหรือหน้าร้านออนไลน์ตรงไหน

PHYGITAL AGENCY เริ่มจากรายชื่อช่องทางที่แบรนด์ใช้อยู่แล้ว วางลำดับวันเวลาให้แต่ละช่องทางส่งต่อกัน และกำหนดตัวเลขที่ใช้วัดผลของแต่ละช่วงไว้ก่อนปล่อยงานชิ้นแรก

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
