# ทำเลคูเมือง ช้างม่อย กาดหลวง ถนนคนเดิน กับค่าซื้อของที่ระลึก

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/old-city-moat-chang-moi-heritage-location · เผยแพร่ 9 ธันวาคม 2564 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ปี 2568 ผู้มาเยือนเชียงใหม่ซื้อของที่ระลึกเฉลี่ย 779.18 บาทต่อคนต่อวัน แทบเท่าปีก่อน ร้านย่านคูเมือง ช้างม่อย กาดหลวง ถนนคนเดินควรตั้งเป้ายอดขายอย่างไร

## Key Takeaways

- **ปี 2568 เชียงใหม่มีผู้มาเยือน 12,091,992 คน และรายได้จากผู้มาเยือน 112,685.14 ล้านบาท** — เพิ่มขึ้นราว 5.4% และ 5.5% จากปี 2567 ตามสถิติของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา รายได้จากคนไทยเพิ่ม 11.06% ขณะที่รายได้จากชาวต่างชาติลดลง 2.61%
- **ค่าซื้อสินค้าและของที่ระลึกเฉลี่ย 779.18 บาทต่อคนต่อวัน แทบไม่เปลี่ยนจากปีก่อน** — ขณะที่ค่าอาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม 3.16% และค่าพาหนะในจังหวัดเพิ่ม 3.46% ร้านของฝากในเมืองเก่าจึงไม่ได้ยอดเพิ่มจากการใช้จ่ายต่อหัวที่สูงขึ้น ต้องโตจากจำนวนลูกค้าหรือการขายต่อหลังลูกค้ากลับบ้าน
- **การขายของบนถนนหรือในที่สาธารณะทำได้เฉพาะบริเวณและช่วงเวลาที่ท้องถิ่นประกาศผ่อนผัน** — ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง มาตรา 20 ร้านที่อยากออกแผงตามถนนคนเดินหรือวางของหน้าร้านต้องตรวจเงื่อนไขนี้ก่อน

ร้านของฝาก งานคราฟต์ และร้านอาหารในเมืองเก่าเชียงใหม่ มักวางแผนจากความรู้สึกว่าช่วงไหนคนเยอะหรือคนน้อย ย่านเมืองเก่าของเชียงใหม่ครอบคลุมพื้นที่ในคูเมือง ถนนท่าแพ ถนนช้างม่อย ตลาดวโรรสหรือกาดหลวง และถนนคนเดินที่ปิดถนนเป็นช่วงเวลา ร้านในย่านนี้มีทั้งร้านของฝาก งานคราฟต์ ร้านอาหาร และที่พักที่ขายให้ผู้มาเยือน รายได้ของร้านจึงขึ้นกับจำนวนผู้มาเยือนและเงินที่แต่ละคนใช้ต่อวัน

บทนี้ใช้สถิติการท่องเที่ยวรายจังหวัดทั้งปี 2568 ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งแยกค่าใช้จ่ายของผู้มาเยือนเชียงใหม่ออกเป็นเจ็ดหมวด และตัวบทกฎหมายเรื่องการขายของในที่สาธารณะ เพื่อให้ร้านในเมืองเก่าวางแผนจากตัวเลขจริง ตัวเลขชุดเดียวกันนี้คือสิ่งที่ฟิจิทัล เอเจนซี เปิดดูก่อนวางแผนช่องทางขายให้ธุรกิจของฝากและงานคราฟต์ในจังหวัด

## เชียงใหม่รับผู้มาเยือน 12.09 ล้านคนในปี 2568

ในปี 2568 เชียงใหม่มีผู้มาเยือน 12,091,992 คน เพิ่มขึ้น 5.39% จากปี 2567 และมีรายได้จากผู้มาเยือน 112,685.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.47% ตัวเลขนี้เป็นระดับจังหวัด ไม่ได้แยกเฉพาะเมืองเก่า

[สถิตินักท่องเที่ยวภายในประเทศ Q1-Q4 ปี 2568 ภาคเหนือ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา](https://www.mots.go.th/news/category/829) ชีตจังหวัดเชียงใหม่ แยกตัวเลขทั้งปีดังนี้

| เชียงใหม่ ปี 2568          | จำนวน               | เปลี่ยนแปลงจากปี 2567 |
| -------------------------- | ------------------- | ----------------------- |
| ผู้มาเยือนชาวไทย       | 8,689,797 คน        | +9.60%                  |
| ผู้มาเยือนชาวต่างชาติ | 3,402,195 คน        | \-4.02%                 |
| รายได้จากชาวไทย        | 70,137.79 ล้านบาท  | +11.06%                 |
| รายได้จากชาวต่างชาติ  | 42,547.35 ล้านบาท  | \-2.61%                 |
| ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย        | 4,160.98 บาท/คน/วัน | +1.55%                  |

### ตัวเลขระดับจังหวัดบอกอะไรกับร้านในเมืองเก่า

บอกทิศทางของลูกค้าสองกลุ่ม ปี 2568 ผู้มาเยือนชาวไทยเพิ่มขึ้น ส่วนชาวต่างชาติลดลง ร้านในเมืองเก่าที่พึ่งลูกค้าชาวต่างชาติเป็นหลักจึงอาจเห็นยอดขายลดลงแม้ตัวเลขรวมของจังหวัดเพิ่มขึ้น ร้านควรแยกยอดขายของตัวเองตามกลุ่มลูกค้า เช่น นับจากภาษาที่ลูกค้าใช้หรือช่องทางชำระเงิน แล้วเทียบทิศทางกับตัวเลขของจังหวัด ถ้าลูกค้าชาวไทยของร้านไม่เพิ่มตามจังหวัด แปลว่าร้านยังไม่ได้ส่วนแบ่งจากกลุ่มที่กำลังโต

## ค่าซื้อของที่ระลึกต่อคนต่อวันแทบไม่เพิ่ม

ผู้มาเยือนเชียงใหม่ในปี 2568 ใช้เงินซื้อสินค้าและของที่ระลึกเฉลี่ย 779.18 บาทต่อคนต่อวัน เพิ่มจาก 778.77 บาทในปี 2567 เพียง 0.05% ขณะที่หมวดอื่นส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นมากกว่า

ไฟล์เดียวกันแยกค่าใช้จ่ายเฉลี่ยของผู้มาเยือนรวมทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นเจ็ดหมวด

| หมวดค่าใช้จ่าย (บาท/คน/วัน)       | ปี 2568 | ปี 2567 | เปลี่ยนแปลง |
| ------------------------------------ | ------- | ------- | ----------- |
| ค่าที่พัก                           | 992.98  | 976.08  | +1.73%      |
| ค่าอาหารและเครื่องดื่ม           | 894.73  | 867.32  | +3.16%      |
| ค่าซื้อสินค้าและของที่ระลึก    | 779.18  | 778.77  | +0.05%      |
| ค่าพาหนะเดินทางในจังหวัด         | 484.40  | 468.21  | +3.46%      |
| ค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง      | 475.18  | 472.35  | +0.60%      |
| ค่าบริการท่องเที่ยวภายในจังหวัด | 413.71  | 410.38  | +0.81%      |
| ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ                  | 120.80  | 124.38  | \-2.88%     |

ค่าซื้อสินค้าและของที่ระลึกคิดเป็นราว 18.7% ของค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อวันทั้งหมด เป็นหมวดใหญ่อันดับสามรองจากค่าที่พักและค่าอาหาร

### ร้านของฝากควรอ่านตัวเลขนี้อย่างไร

ควรอ่านว่าเงินที่ลูกค้าหนึ่งคนใช้ซื้อของต่อวันไม่ได้เพิ่มขึ้น ร้านที่ขึ้นราคาสินค้าจึงอาจขายได้น้อยชิ้นลง เพราะงบซื้อของของลูกค้าเท่าเดิม ขณะที่ร้านอาหารในย่านเดียวกันได้ประโยชน์จากค่าอาหารต่อหัวที่เพิ่มขึ้น ร้านของฝากที่ต้องการโตควรวัดสองตัวเลขของตัวเอง คือจำนวนบิลต่อวันกับยอดเฉลี่ยต่อบิล แล้วดูว่าตัวไหนเปลี่ยน ถ้ายอดต่อบิลคงที่ การเพิ่มจำนวนลูกค้าที่เดินเข้าร้านคือทางที่ตรงกว่าการขึ้นราคา

## ผู้มาเยือนที่ไม่ค้างคืนใช้เงินซื้อของเป็นสัดส่วนสูงกว่า

สถิติของกระทรวงแยกผู้มาเยือนเป็นนักท่องเที่ยวที่ค้างคืน กับนักทัศนาจรที่มาเช้ากลับเย็น ในปี 2568 เชียงใหม่มีนักทัศนาจร 3,402,307 คน ซึ่งใช้เงินซื้อสินค้าและของที่ระลึกเฉลี่ย 667.29 บาทต่อคนต่อวัน หรือราว 25.4% ของค่าใช้จ่ายต่อวัน

นักท่องเที่ยวที่ค้างคืนใช้เงินซื้อของ 795.26 บาทต่อคนต่อวัน มากกว่าเป็นจำนวนเงิน แต่คิดเป็นเพียงราว 18.2% ของค่าใช้จ่ายต่อวัน 4,380.74 บาท เพราะเงินส่วนใหญ่ไปที่ค่าที่พัก นักทัศนาจรไม่มีค่าที่พัก เงินที่เหลือจึงไปที่อาหาร ของฝาก และค่าเดินทางในสัดส่วนที่สูงกว่า

### ร้านในกาดหลวงและกาดเมืองใหม่ควรจัดสินค้าอย่างไรสำหรับคนที่ไม่ค้างคืน

ควรจัดสินค้าที่ซื้อแล้วถือกลับได้ในวันเดียวกัน เช่น บรรจุภัณฑ์ที่ปิดสนิท ขนาดที่ใส่กระเป๋าเดินทางได้ และมีชุดสำเร็จที่เลือกไม่นาน เพราะนักทัศนาจรมีเวลาในเมืองสั้นกว่าผู้ที่ค้างคืน ร้านควรวัดว่ายอดขายช่วงบ่ายก่อนรถโดยสารหรือเที่ยวบินขากลับออกเดินทางมีสัดส่วนเท่าไร ถ้าสูง การจัดคนและสต๊อกให้พร้อมในช่วงนั้นช่วยเพิ่มยอดได้โดยไม่ต้องลดราคา

## ขายของบนถนนได้เฉพาะพื้นที่และเวลาที่ท้องถิ่นประกาศ

พระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 มาตรา 20 ห้ามปรุงอาหาร ขาย หรือจำหน่ายสินค้าบนถนนหรือในสถานสาธารณะ เว้นแต่ในถนนส่วนบุคคล หรือในบริเวณที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ประกาศผ่อนผันให้ทำได้ในวันและเวลาที่กำหนด ด้วยความเห็นชอบของเจ้าพนักงานจราจร

[ตัวบทพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดฯ ฉบับรวมแก้ไขถึงฉบับที่ 2 พ.ศ. 2560](https://www.kudhae.go.th/upload/25156/Vv3VTDBd2D.pdf) ยังมีมาตรา 19 ที่เกี่ยวกับร้านที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว และบทกำหนดโทษของทั้งสองมาตรา

| สิ่งที่ร้านต้องการทำ                                                        | มาตราที่เกี่ยวข้อง | โทษปรับสูงสุด       |
| ------------------------------------------------------------------------------- | -------------------- | --------------------- |
| ขายสินค้าหรือปรุงอาหารขายบนถนน นอกพื้นที่หรือเวลาที่ประกาศผ่อนผัน | 20                   | 2,000 บาท (มาตรา 54)  |
| ขายจากรถหรือล้อเลื่อนบนถนนหรือในสถานสาธารณะ                          | 20                   | 2,000 บาท (มาตรา 54)  |
| ตั้ง วาง หรือกองสิ่งของบนถนน นอกบริเวณที่ประกาศกำหนด                    | 19                   | 10,000 บาท (มาตรา 57) |

ถนนคนเดินที่ปิดถนนเป็นช่วงเวลาคือบริเวณที่ท้องถิ่นจัดให้ขายของได้ตามวันและเวลาที่กำหนด ผู้ขายจึงต้องทำตามเงื่อนไขของผู้ดูแลพื้นที่ ไม่ใช่นำของมาตั้งขายเองได้ทุกจุด

### ร้านที่มีหน้าร้านอยู่แล้ววางชั้นวางของหรือโต๊ะหน้าร้านได้หรือไม่

ถ้าหน้าร้านเป็นทางเท้าหรือถนน การตั้งหรือวางสิ่งของบนถนนนอกบริเวณที่ท้องถิ่นประกาศกำหนด เป็นสิ่งที่มาตรา 19 ห้ามไว้ และมาตรา 57 กำหนดโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท พื้นที่ที่ร้านใช้วางของได้จึงควรอยู่ในเขตที่ดินของอาคารเอง ร้านที่ต้องการใช้ทางเท้าควรถามหน่วยงานท้องถิ่นว่าบริเวณนั้นมีประกาศผ่อนผันหรือไม่ และขอเงื่อนไขเป็นลายลักษณ์อักษร

## ช้างม่อยและงานคราฟต์ต้องขายต่อหลังลูกค้ากลับบ้าน

ร้านงานคราฟต์และของตกแต่งในย่านถนนช้างม่อยขายให้ลูกค้าที่มาถึงหน้าร้านได้เพียงช่วงเวลาที่ลูกค้าอยู่ในเชียงใหม่ ซึ่งสถิติปี 2568 ระบุว่านักท่องเที่ยวที่ค้างคืนพักเฉลี่ย 2.73 วัน เมื่อค่าซื้อของต่อวันไม่เพิ่ม ช่องทางที่ขยายยอดได้คือการขายซ้ำหลังลูกค้ากลับไปแล้ว

ช่องทางนี้เริ่มจากการให้ลูกค้าติดตามร้านหรือสั่งซื้อซ้ำได้ง่ายตั้งแต่วันที่ซื้อครั้งแรก เช่น มีหน้าร้านออนไลน์ที่สินค้าตรงกับหน้าร้านจริง และแนบช่องทางสั่งซื้อไว้ในบรรจุภัณฑ์ แนวคิดการใช้ของที่ระลึกเป็นช่องทางขายซ้ำอธิบายไว้ใน[พลิกโฉม Phygital ท่องเที่ยวและของฝาก](https://phygital.co.th/insights/phygital-for-tourism-and-souvenir-business)

### ร้านเล็กควรเก็บข้อมูลลูกค้านักท่องเที่ยวอย่างไร

เก็บเฉพาะข้อมูลที่ร้านจะใช้จริง เช่น ช่องทางแชทหรืออีเมลสำหรับส่งข่าวสินค้าใหม่ และบอกลูกค้าตั้งแต่ตอนขอว่าจะส่งอะไรและบ่อยแค่ไหน ร้านควรวัดผลจากยอดสั่งซื้อซ้ำผ่านช่องทางออนไลน์ในสามเดือนหลังลูกค้าซื้อครั้งแรก ถ้าไม่มีการสั่งซ้ำเลย ควรทบทวนว่าสินค้าหรือข้อความที่ส่งตรงกับสิ่งที่ลูกค้าซื้อไปหรือไม่

## ฟิจิทัล เอเจนซี เชื่อมหน้าร้านเมืองเก่ากับช่องทางออนไลน์อย่างไร

งานเริ่มจากตรวจว่าสินค้าที่ขายหน้าร้านมีหน้าให้สั่งซื้อทางออนไลน์ครบหรือไม่ และลูกค้าที่ซื้อหน้าร้านพบช่องทางนั้นได้จากจุดใด เช่น บรรจุภัณฑ์ ใบเสร็จ หรือป้ายในร้าน

จากนั้นวัดผลด้วยตัวเลขสองชุด คือยอดขายหน้าร้านรายวันเทียบกับจำนวนผู้มาเยือนตามฤดูกาล และยอดสั่งซื้อออนไลน์จากลูกค้าที่เคยมาร้าน ข้อมูลรายเดือนของจังหวัดที่ใช้แยกฤดูกาลอธิบายไว้ใน[ถอดรหัสเชียงใหม่เมืองปราบเซียน วางแผนจากเดือนที่รายได้ต่ำสุด](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-business-survival-strategy)

### ร้านที่ไม่มีเว็บไซต์เริ่มขายออนไลน์ได้อย่างไร

เริ่มจากช่องทางที่ลูกค้าใช้อยู่แล้ว เช่น บัญชีแชทของร้าน แล้วทำรายการสินค้าพร้อมราคาและค่าส่งให้ครบ เมื่อยอดสั่งซื้อซ้ำเริ่มมีจำนวนพอ จึงพิจารณาหน้าร้านออนไลน์ที่ร้านเป็นเจ้าของ ซึ่งเก็บข้อมูลการสั่งซื้อไว้กับร้านเอง ข้อสำคัญคือราคาและสินค้าในทุกช่องทางต้องตรงกับหน้าร้านจริง เพื่อไม่ให้ลูกค้าต้องถามซ้ำว่าราคาในช่องทางไหนถูกต้อง

## ตั้งเป้ายอดขายของฝากจากจำนวนลูกค้า ไม่ใช่จากค่าใช้จ่ายต่อหัว

งานแรกคือแยกยอดขายของปีที่ผ่านมาเป็นจำนวนบิลกับยอดเฉลี่ยต่อบิล แล้วตั้งเป้าปีหน้าโดยสมมติว่ายอดต่อบิลเท่าเดิม ตามทิศทางของค่าซื้อของที่ระลึกต่อหัวในปี 2568 เป้าที่เหลือจึงต้องมาจากจำนวนลูกค้าที่เพิ่มขึ้นหรือยอดสั่งซื้อซ้ำทางออนไลน์

งานที่สองคือตรวจว่าร้านใช้พื้นที่หน้าร้านและทางเท้าถูกต้องตามมาตรา 19 และ 20 ก่อนช่วงที่มีผู้มาเยือนมาก ทำเลที่อยู่ติดกันทางทิศเหนือของคูเมืองอธิบายไว้ใน[ทำเลสันติธรรม-เจ็ดยอด-ราชภัฏ บ้านมากกว่าคนตามทะเบียนราษฎร์](https://phygital.co.th/insights/santitham-jedyod-rajabhat-market-location) ส่วนข้อสัญญาเช่าที่ต้องตรวจก่อนเปิดร้านอยู่ใน[ทำเลนิมมานฯ ศิริมังคลาจารย์ สุเทพ อ่านสัญญาเช่าก่อนเลือกคูหา](https://phygital.co.th/insights/nimman-sirimangkalajarn-suthep-business-location)

## สรุป

ปี 2568 เชียงใหม่มีผู้มาเยือน 12.09 ล้านคนและรายได้ 112,685.14 ล้านบาท แต่ค่าซื้อสินค้าและของที่ระลึกเฉลี่ย 779.18 บาทต่อคนต่อวันแทบไม่เพิ่มจากปีก่อน ขณะที่ค่าอาหารเพิ่ม 3.16% ร้านของฝากในคูเมือง ช้างม่อย กาดหลวง และถนนคนเดินจึงควรตั้งเป้าจากจำนวนลูกค้าและการสั่งซื้อซ้ำหลังลูกค้ากลับบ้าน และขายของบนถนนเฉพาะในพื้นที่และเวลาที่ท้องถิ่นประกาศตามมาตรา 20

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่มาเชียงใหม่ใช้เงินซื้อของมากกว่าคนไทยหรือไม่

สถิติปี 2568 ระบุว่าผู้มาเยือนชาวต่างชาติใช้เงินซื้อสินค้าและของที่ระลึกเฉลี่ย 807.32 บาทต่อคนต่อวัน ส่วนผู้มาเยือนชาวไทยใช้ 765.22 บาท ต่างกันไม่มาก แต่ชาวต่างชาติใช้เงินค่าที่พักและอาหารสูงกว่าชัดเจน ร้านของฝากจึงไม่ควรตั้งราคาโดยคิดว่าลูกค้าชาวต่างชาติพร้อมจ่ายแพงกว่ามาก

### ตัวเลขค่าใช้จ่ายของกระทรวงการท่องเที่ยวฯ เก็บจากอะไร

ไฟล์สถิติรายจังหวัดแสดงค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวันแยกตามหมวด สัญชาติ และประเภทผู้มาเยือน โดยมีคำอธิบายหน่วยและช่วงเวลากำกับในแต่ละตาราง ร้านที่จะใช้ตัวเลขนี้ควรเปิดไฟล์ต้นทางเพื่อดูหมายเหตุของแต่ละตาราง และใช้เปรียบเทียบทิศทางระหว่างปี มากกว่าใช้เป็นยอดขายที่ร้านจะได้จริง

### ออกบูธในถนนคนเดินต้องทำอย่างไร

ต้องติดต่อผู้ดูแลพื้นที่ถนนคนเดินนั้นเพื่อขอพื้นที่ขายตามเงื่อนไขที่กำหนด เพราะมาตรา 20 อนุญาตให้ขายบนถนนได้เฉพาะในบริเวณ วัน และเวลาที่ท้องถิ่นประกาศผ่อนผัน ถ้าขายอาหารปรุงสำเร็จ ควรถามเงื่อนไขด้านสุขลักษณะเพิ่มด้วย ร้านควรเก็บเอกสารยืนยันพื้นที่ขายไว้ทุกครั้งที่ออกบูธ

### ร้านอาหารในเมืองเก่าได้ประโยชน์จากตัวเลขปี 2568 มากกว่าร้านของฝากหรือไม่

ในแง่ค่าใช้จ่ายต่อหัว ค่าอาหารและเครื่องดื่มเพิ่ม 3.16% ขณะที่ค่าซื้อของที่ระลึกเพิ่ม 0.05% ร้านอาหารจึงได้แรงหนุนจากการใช้จ่ายต่อหัวมากกว่า แต่ยอดขายจริงของแต่ละร้านยังขึ้นกับจำนวนลูกค้าที่เดินเข้าร้านและต้นทุนวัตถุดิบ ร้านควรเทียบกำไรต่อบิลของตัวเองกับปีก่อนก่อนสรุป

### ร้านในเมืองเก่าควรทำการตลาดกับผู้มาเยือนชาวไทยหรือชาวต่างชาติก่อน

ควรดูจากลูกค้าจริงของร้านก่อน แล้วใช้ทิศทางของจังหวัดประกอบ ปี 2568 รายได้จากผู้มาเยือนชาวไทยเพิ่ม 11.06% ขณะที่รายได้จากชาวต่างชาติลดลง 2.61% ร้านที่ลูกค้าเกือบทั้งหมดเป็นชาวต่างชาติจึงควรทดลองสื่อสารกับลูกค้าชาวไทยเพิ่ม และวัดผลจากสัดส่วนบิลของลูกค้าชาวไทยในสามเดือนถัดไป

### สถิติแยกเฉพาะย่านเมืองเก่าหรือไม่

สถิติที่ใช้ในบทนี้เป็นระดับจังหวัด ไม่ได้แยกเฉพาะเมืองเก่า ร้านจึงควรใช้เป็นทิศทางและสัดส่วน ไม่ใช่ขนาดตลาดของย่าน ข้อมูลที่ใกล้ย่านที่สุดคือข้อมูลของร้านเอง เช่น จำนวนบิลต่อวัน และสถิติโปรไฟล์ร้านบนแผนที่ออนไลน์ ซึ่งบอกได้ว่าคนค้นหาและขอเส้นทางมาที่ร้านมากแค่ไหน

## ลูกค้าซื้อของที่ร้านในเมืองเก่าครั้งเดียวแล้วกลับบ้าน โดยที่ร้านไม่มีช่องทางให้สั่งซื้อซ้ำ

ให้ PHYGITAL AGENCY สร้างหน้าร้านออนไลน์ที่สินค้าและราคาตรงกับหน้าร้านจริง และวางจุดที่ลูกค้าจากหน้าร้านพบช่องทางสั่งซื้อซ้ำ สำหรับร้านของฝาก งานคราฟต์ และร้านอาหารในย่านคูเมือง ช้างม่อย กาดหลวง และถนนคนเดินของเชียงใหม่

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
