# โออิชิ อิชิตัน สองไทม์ไลน์ในตลาดชาพร้อมดื่ม 17,630 ล้านบาท

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/oishi-ichitan-case-study-founder-competing-own-brand · เผยแพร่ 3 กุมภาพันธ์ 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษาโออิชิ อิชิตัน จากเอกสารของแต่ละบริษัท ไทม์ไลน์สองบริษัทชาเขียว ตลาดชาพร้อมดื่มปี 2568 ที่หดตัว 5.1% ส่วนแบ่งตลาดตามแบบ 56-1 และการพยากรณ์ยอดขายของอิชิตัน

## Key Takeaways

- **ตลาดชาพร้อมดื่มในไทยปี 2568 มีมูลค่า 17,630 ล้านบาท ลดลง 5.1%** — ตามแบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 ของอิชิตัน กรุ๊ป ซึ่งระบุส่วนแบ่งของแบรนด์ในเครือไว้ที่อิชิตัน 27.1% เย็นเย็น 5.1% ชิซึโอกะ 1.9% คู่แข่งหลัก 39.2% และอื่น ๆ 26.7%
- **สองบริษัทเริ่มต้นห่างกัน 11 ปี** — หน้าประวัติของ บมจ. โออิชิ กรุ๊ป เริ่มที่ร้านอาหารญี่ปุ่นปี 2542 ส่วนอิชิตันตั้งเป็น บริษัท ไม่ตัน จำกัด เมื่อ 3 กันยายน 2553 และโรงงานเจออุทกภัยในปีถัดมา ก่อนเริ่มผลิตจริงในปี 2555
- **อิชิตันพยากรณ์ปริมาณการบริโภคจากข้อมูลย้อนหลัง ฤดูกาล เทศกาล การแข่งขัน และเศรษฐกิจ** — และคุมความคลาดเคลื่อนไม่ให้เกิน 10% ตัวเลขนี้ใช้ตั้งเป้าของธุรกิจที่ต้องผลิตก่อนขายได้ทันที

เจ้าของธุรกิจเครื่องดื่มหรือสินค้าอุปโภคที่ต้องวินิจฉัยตำแหน่งของตัวเองในตลาดที่หดตัว และต้องตั้งเป้าพยากรณ์ยอดขายจากข้อมูลชุดใดชุดหนึ่ง มีกรณีของโออิชิกับอิชิตันให้เทียบ บทนี้วางไทม์ไลน์ของสองบริษัทคู่กันตามที่แต่ละบริษัทเล่าเอง แล้วต่อด้วยตัวเลขตลาดปีล่าสุด

สิบเอ็ดปีหลังร้านอาหารญี่ปุ่นร้านแรกของโออิชิ บริษัทชื่อ ไม่ตัน จำกัด ก็ตั้งขึ้น และในปี 2568 ตลาดชาพร้อมดื่มที่สองบริษัทอยู่มีมูลค่า 17,630 ล้านบาท ตาม [รายงานแบบ 56-1 One Report ประจำปี 2568 ของอิชิตัน กรุ๊ป](https://hub.optiwise.io/storage/186/annual-report/2025/ichi-or2025-th.pdf) ซึ่งเป็นแหล่งหลักของบทนี้ อีกแหล่งคือ [หน้าประวัติความเป็นมาของ บมจ. โออิชิ กรุ๊ป](https://www.oishigroup.com/about/company-history) ที่แยกเหตุการณ์สำคัญไว้เป็นแท็บรายปี บทนี้เปิดอ่านทั้งสองแหล่งเมื่อ 27 กันยายน 2569

## สองบริษัท สองจุดเริ่ม

ทั้งสองบริษัทเริ่มจากร้านอาหารญี่ปุ่นเหมือนกัน แต่ห่างกันสิบเอ็ดปี และเดินต่อคนละทาง หน้าประวัติของโออิชิเริ่มที่ปี 2542 ด้วยการเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ ส่วนแบบ 56-1 ของอิชิตันเล่าว่าบริษัทตั้งขึ้นเมื่อ 3 กันยายน 2553 ในชื่อ บริษัท ไม่ตัน จำกัด ทุนจดทะเบียน 500 ล้านบาท เริ่มจากร้านอาหารญี่ปุ่นแบบฟิวชันสเต็กคอร์ส ร้านช็อกโกแลตสดสไตล์ญี่ปุ่น เครื่องดื่มฟังก์ชันนัล และชาเขียวพร้อมดื่ม

| ปี        | โออิชิ (หน้าประวัติของบริษัท)                                                                                                      | อิชิตัน (แบบ 56-1 One Report)                                                                |
| --------- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------- |
| 2542      | เปิดร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิ                                                                                                       |                                                                                                |
| 2544      | เปิดร้านบะหมี่ญี่ปุ่นโออิชิ ราเมน                                                                                               |                                                                                                |
| 2545-2546 | ครัวกลางแห่งใหม่ที่โรงงานนวนคร และเริ่มผลิตชาเขียวในชื่อโออิชิ กรีนที (หน้าเว็บแสดงข้อความนี้ในแท็บทั้งสองปี) |                                                                                                |
| 2547      | 25 สิงหาคม หุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์                                                                               |                                                                                                |
| 2549      | เปิดโรงงานอมตะนคร                                                                                                                    |                                                                                                |
| 2551      | บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ เข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่                                                                                      |                                                                                                |
| 2553      | ซื้อที่ดินเพิ่มที่โรงงานนวนครเป็น 61.5 ไร่                                                                                       | 3 กันยายน ตั้ง บริษัท ไม่ตัน จำกัด                                                            |
| 2554      | ออกชาเขียวผสมน้ำผลไม้และชาเขียวผสมโซดา                                                                                       | โรงงานเริ่มทดสอบการผลิต เจอมหาอุทกภัย · พฤศจิกายน เปลี่ยนชื่อเป็นอิชิตัน กรุ๊ป      |
| 2555      | ได้บัตรส่งเสริมการลงทุนสายการผลิต Cold Aseptic Filling สายที่ 2                                                                | มีนาคมเริ่มผลิตสายขวด เมษายนเริ่มสายกล่อง                                               |
| 2556      | สายการผลิตที่ 2 ที่วังม่วง สระบุรี เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์                                                                         | ขายธุรกิจอาหารออกไป เหลือธุรกิจเครื่องดื่ม                                              |
| 2557      | ตั้งบริษัทย่อยในสิงคโปร์และเมียนมา                                                                                               | 21 เมษายน เข้าตลาดหลักทรัพย์ · ซื้อสิทธิเครื่องหมาย "ไบเล่" · ร่วมทุนในอินโดนีเซีย 50:50 |

ที่มา: oishigroup.com หน้าประวัติความเป็นมาของบริษัท และแบบ 56-1 ของอิชิตัน

### โออิชิกับอิชิตันเริ่มจากธุรกิจอะไร

ทั้งสองเริ่มจากร้านอาหารญี่ปุ่น หน้าประวัติของ บมจ. โออิชิ กรุ๊ป บันทึกว่าบริษัทเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นโออิชิในปี 2542 และเริ่มผลิตชาเขียวในช่วงปี 2545-2546 ส่วนแบบ 56-1 ของ บมจ. อิชิตัน กรุ๊ป เล่าว่าบริษัทตั้งในปี 2553 โดยทำร้านอาหารญี่ปุ่นแบบฟิวชัน ร้านช็อกโกแลต และเครื่องดื่มไปพร้อมกัน ต่างกันที่ปี 2556 อิชิตันขายธุรกิจอาหารออกเพื่อเหลือธุรกิจเครื่องดื่มอย่างเดียว ขณะที่โออิชิยังทำทั้งอาหารและเครื่องดื่ม

## ปีที่โรงงานยังไม่ได้ผลิต

โรงงานของอิชิตันเจออุทกภัยตั้งแต่ปีที่ยังทดสอบการผลิต แบบ 56-1 บันทึกตัวเลขความเสียหายไว้ในส่วนประวัติของบริษัท ในปี 2554 โรงงานเริ่มทดสอบกระบวนการผลิตครั้งแรกด้วยสายการผลิตขวดหนึ่งสายและสายกล่องหนึ่งสาย แล้วเกิดมหาอุทกภัย

| รายการ                                                                                                          | จำนวน (ล้านบาท) |
| --------------------------------------------------------------------------------------------------------------- | ---------------- |
| ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูรวม ปี 2554                                                                          | 1,180.6          |
| เงินชดเชยจากบริษัทประกันภัยส่วนแรกที่รับรู้ในปี 2554                                                | 600.0            |
| ขาดทุนสุทธิจากมหาอุทกภัยที่รับรู้ในปี 2554                                                             | 580.6            |
| เงินชดเชยส่วนที่เหลือรับรู้เป็นรายได้ในปี 2555 (สุทธิจากขาดทุนตัดจำหน่ายอาคารและอุปกรณ์ 50.5) | 518.8            |

ที่มา: แบบ 56-1 ของอิชิตัน ส่วนการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาการที่สำคัญ

หลังน้ำลด โรงงานเริ่มผลิตด้วยสายการผลิตขวดในเดือนมีนาคม 2555 และสายกล่องในเดือนเมษายน แล้วเพิ่มเป็นสองสายการผลิตขวดในปีเดียวกัน ปี 2556 บริษัทได้บัตรส่งเสริมการลงทุนตามมาตรการฟื้นฟูการลงทุนจากวิกฤตอุทกภัย

### อุทกภัยปี 2554 กระทบอิชิตันเท่าไร

ตามแบบ 56-1 ของอิชิตัน ค่าใช้จ่ายฟื้นฟูในปี 2554 รวม 1,180.6 ล้านบาท บริษัทรับรู้เงินชดเชยจากประกันภัยส่วนแรก 600 ล้านบาท จึงบันทึกขาดทุนสุทธิจากอุทกภัยในปีนั้น 580.6 ล้านบาท ปีถัดมาได้รับเงินชดเชยครบ และรับรู้ส่วนที่เหลือเป็นรายได้ 518.8 ล้านบาท น้ำท่วมเกิดตอนที่โรงงานเพิ่งเริ่มทดสอบการผลิต การผลิตจริงจึงเริ่มในเดือนมีนาคม 2555

รายงานฉบับเดียวกันเขียนมาตรการที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไว้ในส่วนสิ่งแวดล้อม คือติดตามรายงานระดับน้ำในสวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างสม่ำเสมอ มีแนวป้องกันน้ำท่วมรอบเขตประกอบการระยะทางประมาณ 75 กิโลเมตร และซ้อมแผนบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจเป็นประจำ

## เส้นทางหลังจากนั้นของแต่ละบริษัท

หลังปี 2556 สองบริษัทมีโครงสร้างธุรกิจต่างกันชัด ตามที่เอกสารของแต่ละฝ่ายเล่า อิชิตันเหลือธุรกิจเครื่องดื่มอย่างเดียว ส่วนโออิชิยังทำร้านอาหาร อาหารพร้อมทาน และเครื่องดื่ม

แบบ 56-1 ของอิชิตันบรรยายสภาพปัจจุบันไว้ว่าโรงงานอิชิตัน กรีน แฟคทอรี่ที่สวนอุตสาหกรรมโรจนะผลิตเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์กว่า 29 รสชาติ บนสายการผลิตบรรจุขวด 8 สาย กำลังการผลิตรวม 1,700 ล้านขวดต่อปี มีตัวแทนจัดจำหน่ายหลัก 3 ราย แยกช่องทางไม่ให้ทับกัน และในปี 2568 รายได้จากชาพร้อมดื่มคิดเป็น 79.1% ของรายได้รวม ส่วนการส่งออกคิดเป็น 8.5% ของยอดขาย

กิจการร่วมค้า 50:50 ในอินโดนีเซียที่ตั้งตั้งแต่ปี 2557 ยังอยู่ในรายงานปีล่าสุด แบบ 56-1 ของอิชิตันระบุส่วนแบ่งกำไรจากกิจการร่วมค้า 16.6 ล้านบาทในปี 2568 เทียบกับ 9.3 ล้านบาทในปี 2567 และอธิบายว่ายอดขายในอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นจากสินค้าใหม่สองรายการ กับการเพิ่มจำนวนผู้จัดจำหน่ายให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น การขยายไปอินโดนีเซียของอิชิตันจึงทำผ่านหุ้นส่วนท้องถิ่นที่ถือหุ้นคนละครึ่ง

หน้าเกี่ยวกับโออิชิบรรยายธุรกิจเครื่องดื่มว่าผลิตชาเขียวด้วยกระบวนการ Cold Aseptic Filling และมีหลายสูตรหลายขนาด ส่วนหน้าประวัติบันทึกการตั้งโรงงานและสายการผลิตหลายแห่ง ทั้งนวนคร อมตะนคร และวังม่วง ควบคู่กับการเปิดร้านอาหารหลายแบรนด์และบริษัทย่อยในต่างประเทศ

### ทำไมอิชิตันขายธุรกิจอาหารออกไป

แบบ 56-1 ของอิชิตัน ระบุเหตุผลว่าในปี 2556 บริษัทขายธุรกิจอาหารออกไปเพื่อให้การดำเนินงานเน้นเฉพาะธุรกิจเครื่องดื่ม สนับสนุนเป้าหมายการเป็นผู้นำตลาดเครื่องดื่มชาเขียวคุณภาพของประเทศไทย และรองรับการพัฒนาสายผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มอื่นในอนาคต เหตุผลนี้เป็นข้อความของบริษัทเอง ปีต่อมาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์และซื้อสิทธิเครื่องหมายการค้าเครื่องดื่มน้ำผลไม้ไบเล่ ซึ่งเป็นการขยายสายเครื่องดื่มตามเหตุผลที่เขียนไว้

## ตลาดชาพร้อมดื่มปี 2568

ตลาดหดตัวในปี 2568 และรายงานของอิชิตันอธิบายเหตุไว้สองข้อ ข้อแรกคืออากาศเฉลี่ยเย็นกว่าปี 2567 ทำให้ฤดูร้อนสั้นกว่าปกติ ข้อสองคือเศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ตลาดชาพร้อมดื่มจึงมีมูลค่า 17,630 ล้านบาท ลดลง 5.1% แม้รายงานเขียนว่าลดลงในอัตราที่ไม่รุนแรงมากเมื่อเทียบกับสภาวะดังกล่าว

| กลุ่มในตลาดชาพร้อมดื่ม ปี 2568      | ส่วนแบ่งตลาด |
| ---------------------------------------- | -------------- |
| อิชิตัน                                | 27.1%          |
| เย็นเย็น (แบรนด์ในเครืออิชิตัน)    | 5.1%           |
| ชิซึโอกะ (แบรนด์ในเครืออิชิตัน)  | 1.9%           |
| คู่แข่งหลัก (รายงานไม่ได้ระบุชื่อ) | 39.2%          |
| อื่น ๆ                                   | 26.7%          |

ที่มา: แบบ 56-1 ของอิชิตัน ส่วนสภาพการแข่งขันภายในอุตสาหกรรม (ตลาดมูลค่า 17,630 ล้านบาท)

รายงานเขียนว่าอิชิตันรักษาการเติบโตได้ดีโดยเฉพาะในช่องทางร้านสะดวกซื้อ และบริษัทขยายเข้าสู่ตลาดน้ำวิตามินและน้ำอัดลมในปีเดียวกัน

### ส่วนแบ่งตลาดชาพร้อมดื่มปี 2568 เป็นอย่างไร

ตามแบบ 56-1 ของอิชิตัน ตลาดชาพร้อมดื่มในไทยปี 2568 มีมูลค่า 17,630 ล้านบาท ลดลง 5.1% อิชิตันมีส่วนแบ่ง 27.1% เมื่อรวมเย็นเย็น 5.1% และชิซึโอกะ 1.9% แบรนด์ในเครือรวมกันได้ 34.1% คู่แข่งหลักมี 39.2% และรายอื่นรวม 26.7% รายงานไม่ได้ระบุชื่อคู่แข่งหลัก บทความที่อ้างตัวเลขนี้จึงไม่ควรเติมชื่อแบรนด์ลงไปเอง

## พยากรณ์ยอดขายให้คลาดไม่เกิน 10%

ธุรกิจเครื่องดื่มต้องผลิตก่อนขาย อิชิตันจึงเขียนวิธีพยากรณ์และเป้าความแม่นยำไว้ในส่วนการตลาดและการขาย รายงานระบุว่าบริษัทพยากรณ์ปริมาณการบริโภคโดยวิเคราะห์ข้อมูลย้อนหลังร่วมกับปัจจัยด้านฤดูกาล เทศกาล สภาพการแข่งขัน และภาวะเศรษฐกิจ และคุมความคลาดเคลื่อนไม่ให้เกิน 10% เพื่อให้การผลิตและการกระจายสินค้าแม่นยำ

สี่ปัจจัยในรายงานตรงกับเหตุที่ตลาดปี 2568 หดตัวพอดี อากาศที่เย็นกว่าปีก่อนคือปัจจัยด้านฤดูกาล และกำลังซื้อที่ลดลงคือภาวะเศรษฐกิจ บริษัทยังปรับโครงสร้างราคาและส่วนลดการค้าตามฤดูกาล และวางแคมเปญตามพฤติกรรมของผู้บริโภคแต่ละกลุ่ม

### อิชิตันพยากรณ์ยอดขายอย่างไร

ตามแบบ 56-1 ของอิชิตัน บริษัทพยากรณ์ปริมาณการบริโภคจากข้อมูลยอดขายย้อนหลัง แล้วปรับด้วยสี่ปัจจัย คือฤดูกาล เทศกาล สภาพการแข่งขัน และภาวะเศรษฐกิจ เป้าคือให้ประมาณการคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10% เพื่อวางแผนการผลิตและการกระจายสินค้าได้แม่นยำ ธุรกิจขนาดเล็กที่ผลิตสินค้าก่อนขายใช้กรอบเดียวกันได้ โดยเริ่มจากยอดขายย้อนหลังของตัวเองรายเดือน แล้วจดเหตุการณ์ที่ทำให้แต่ละเดือนต่างจากค่าเฉลี่ย

## วินิจฉัยตำแหน่งในตลาดที่หดตัว

ธุรกิจเครื่องดื่มหรือสินค้าอุปโภคถามห้าข้อนี้กับตัวเองได้ โดยไม่ต้องมีข้อมูลระดับบริษัทจดทะเบียน แต่ละข้อมีตัวอย่างจากแบบ 56-1 ของอิชิตัน

* **ตลาดทั้งก้อนโตหรือหด** ถ้าไม่รู้มูลค่าตลาด ส่วนแบ่งที่เพิ่มขึ้นอาจหมายถึงยอดที่ลดลงช้ากว่าคนอื่นเท่านั้น
* **เหตุของการเปลี่ยนแปลงมาจากนอกหรือในบริษัท** อากาศและกำลังซื้อเป็นเหตุภายนอกที่รายงานเขียนไว้ แยกออกจากสิ่งที่ธุรกิจทำเอง
* **ช่องทางไหนยังโต** รายงานชี้ร้านสะดวกซื้อเป็นช่องทางที่ยังเติบโต ธุรกิจควรดูยอดแยกตามช่องทางของตัวเอง
* **พยากรณ์ของเราคลาดไปเท่าไร** ตั้งเป้าเป็นตัวเลขแบบที่อิชิตันตั้งไว้ 10% แล้ววัดทุกเดือน
* **โรงงานหรือคลังหลักมีแผนสำรองไหม** อุทกภัยปี 2554 เกิดตอนโรงงานเพิ่งเริ่มทดสอบ และค่าฟื้นฟูสูงกว่าเงินประกันที่ได้ในปีแรก

ผลวิจัยที่ใช้ตอบคำถามเหล่านี้ต้องตรวจได้ว่าเชื่อถือได้ วิธีตรวจมีใน [บริการวิจัยตลาด ตรวจอย่างไรว่าผลวิจัยเชื่อถือได้](https://phygital.co.th/insights/market-research-service) และกรณีศึกษาแบรนด์ไทยบทแรกของชุดนี้คือ [กระทิงแดง สู่ Red Bull](https://phygital.co.th/insights/kratingdaeng-red-bull-case-study-partnership-model)

## สรุป

หน้าประวัติของ บมจ. โออิชิ กรุ๊ป เริ่มที่ร้านอาหารญี่ปุ่นปี 2542 และบันทึกการผลิตชาเขียวช่วงปี 2545-2546 ส่วนแบบ 56-1 ของ บมจ. อิชิตัน กรุ๊ป เล่าว่าบริษัทตั้งในปี 2553 โรงงานเจออุทกภัยปี 2554 ด้วยค่าฟื้นฟู 1,180.6 ล้านบาท และขายธุรกิจอาหารในปี 2556 เพื่อเหลือเครื่องดื่มอย่างเดียว ปี 2568 ตลาดชาพร้อมดื่มมีมูลค่า 17,630 ล้านบาท ลดลง 5.1% อิชิตันมีส่วนแบ่ง 27.1% แบรนด์ในเครือรวม 34.1% และคู่แข่งหลักที่รายงานไม่ระบุชื่อมี 39.2% บริษัทพยากรณ์ยอดขายจากสี่ปัจจัยโดยคุมความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 10%

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ทำไมบทนี้ไม่ระบุว่าคู่แข่งหลักคือแบรนด์ไหน

เพราะแบบ 56-1 ของอิชิตันเขียนไว้เพียงว่า "คู่แข่งหลัก" ร้อยละ 39.2 โดยไม่ระบุชื่อ การเติมชื่อเองเท่ากับเขียนเกินแหล่ง ผู้ที่ต้องการส่วนแบ่งรายแบรนด์ควรหาข้อมูลจากผู้สำรวจตลาดที่เปิดเผยวิธีวัดและชื่อแบรนด์ครบ

### หุ้นของโออิชิยังซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์อยู่ไหม

สองเอกสารที่บทนี้อ่านไม่ได้บอกสถานะวันนี้ หน้าประวัติของโออิชิบันทึกว่าหุ้นเพิ่มทุนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 25 สิงหาคม 2547 และ บมจ. ไทยเบฟเวอเรจ เข้าเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ในปี 2551 ผู้ที่ต้องการสถานะวันนี้ควรตรวจกับเว็บไซต์ตลาดหลักทรัพย์โดยตรง

### Cold Aseptic Filling ที่โออิชิพูดถึงคืออะไร

หน้าเกี่ยวกับโออิชิใช้ชื่อนี้เรียกกระบวนการบรรจุชาเขียว และหน้าประวัติบันทึกว่าบริษัทได้บัตรส่งเสริมการลงทุนสำหรับโครงการนี้ในปี 2553 สายการผลิตที่สองที่วังม่วง จังหวัดสระบุรี เริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ในเดือนมีนาคม 2556 แหล่งทั้งสองไม่ได้อธิบายรายละเอียดทางเทคนิค บทนี้จึงไม่ขยายความเกินนั้น

### อิชิตันขายสินค้าผ่านใคร

แบบ 56-1 ระบุตัวแทนจัดจำหน่ายหลักสามราย แบ่งตามช่องทางไม่ให้ทับกัน หนึ่งในนั้นดูแลร้านค้าแบบดั้งเดิม รายงานเขียนว่าอิชิตันเติบโตได้ดีในช่องทางร้านสะดวกซื้อ และมีรายได้จากการส่งออก 8.5% ของยอดขายในปี 2568

### ธุรกิจเครื่องดื่มขนาดเล็กเริ่มจากการจ้างผลิตได้ไหม

ได้ และต้องตรวจโรงงานก่อน โดยเฉพาะถ้าจะส่งออก เกณฑ์ที่ต้องดูอยู่ในบทความ [OEM อาหารเครื่องดื่ม ตรวจโรงงานตาม GMP 420 ก่อนส่งออก](https://phygital.co.th/insights/thailand-food-beverage-oem-export-fmcg-guide) ส่วนกรณีครัวกลางของเชนร้านอาหารที่เจออุทกภัยปีเดียวกัน อยู่ในบท [MK สุกี้](https://phygital.co.th/insights/mk-suki-case-study-standard-operating-procedure-chain)

## ในปีที่ตลาดชาพร้อมดื่มหดตัว 5.1% ส่วนแบ่งตลาดอย่างเดียวบอกไม่ได้ว่ายอดขายจริงโตหรือลด

ถ้ามียอดขายรายเดือนของธุรกิจและมูลค่าตลาดรายปีที่หาได้ PHYGITAL AGENCY วางสองชุดนี้คู่กันเพื่อวินิจฉัยว่าตำแหน่งของธุรกิจเปลี่ยนเพราะตลาด เพราะอากาศ หรือเพราะสิ่งที่ทำเอง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
