# NFT ปี 2569 คำโปรยที่ทำให้ ก.ล.ต. สหรัฐนับเป็นหลักทรัพย์

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/nft-2026-opportunities-after-hype-crash · เผยแพร่ 5 สิงหาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

คำสั่ง ก.ล.ต. สหรัฐต่อ Impact Theory ปี 2566 ยกคำพูดตอนเปิดขาย NFT มาเป็นหลักฐานว่าผู้ซื้อคาดหวังกำไร แบรนด์ที่ทำของสะสมดิจิทัลปี 2569 ใช้ตรวจคำโปรยได้

## Key Takeaways

- **Impact Theory บริษัทสื่อในลอสแอนเจลิสขาย NFT ชื่อ Founder's Keys ไป 13,921 ชิ้น ได้เงินราว 29.9 ล้านดอลลาร์ ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคมถึง 6 ธันวาคม 2021** — สิ่งที่ผู้ซื้อได้รับเป็นภาพกราฟิกสัญลักษณ์สี่ตัว ไม่ใช่หุ้นและไม่มีเงินปันผล
- **Securities and Exchange Commission (SEC) หน่วยงานกำกับตลาดทุนของสหรัฐ วินิจฉัยว่า NFT ชุดนี้ถูกเสนอขายเป็นสัญญาการลงทุน** — โดยยกคำพูดของบริษัทตอนโปรโมต เช่น "กำลังสร้าง Disney รายต่อไป" มาเป็นหลักฐานหลัก
- **กรรมการสองคนเห็นแย้งบางส่วน** — ว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นแค่คำสัญญากว้าง ๆ แบบเดียวกับคนขายนาฬิกาหรือภาพวาด แต่คำสั่งยังมีผล และบริษัทต้องจ่ายเงินรวมราว 6.1 ล้านดอลลาร์

13,921 ชิ้นของ NFT ชุด Founder's Keys ขายออกไปในเวลาไม่ถึงสองเดือนของปี 2021 แล้วพา Impact Theory บริษัทผู้ขายเข้าไปเป็นคดี NFT คดีแรกที่ SEC ลงโทษ สิ่งที่ทำให้คดีนี้มีประโยชน์กับแบรนด์ไทยในปี 2569 ไม่ใช่ตัวเลขเงิน แต่เป็นวิธีที่ [คำสั่งฉบับเต็มของ SEC ที่ Release No. 33-11226](https://www.sec.gov/files/litigation/admin/2023/33-11226.pdf) ยกคำพูดของบริษัทขึ้นมาทีละประโยค แล้วชี้ว่าคำพูดแบบไหนทำให้ผู้ซื้อเข้าใจว่ากำลังลงทุน ไม่ใช่กำลังซื้อของสะสม ทีมที่เขียนประกาศเปิดขายของสะสมดิจิทัลใช้รายการเดียวกันนี้ตรวจร่างของตัวเองก่อนโพสต์ได้

## สิ่งที่ Impact Theory ขาย

คำสั่งบรรยายตัวสินค้าไว้สั้นมาก NFT แต่ละชิ้นเป็นภาพกราฟิกที่รวมสัญลักษณ์สี่ตัว จากสัญลักษณ์ทั้งหมด 50 แบบ ขายเป็นสามระดับด้วยเงินคริปโตสกุล Ether (ETH)

| ระดับ      | ราคาต่อชิ้น    |
| ---------- | ---------------- |
| Legendary  | 1.5 ถึง 3 ETH    |
| Heroic     | 0.75 ถึง 1.5 ETH |
| Relentless | 0.05 ถึง 0.1 ETH |

บริษัทโปรโมตผ่านการพูดสดบน Discord แล้วโพสต์คลิปไว้ให้คนทั่วไปดู และลงข้อมูลบนเว็บไซต์ ช่องทางโซเชียล และ YouTube ผลคือขายได้ 13,921 ชิ้นให้ผู้ซื้ออย่างน้อยหลายร้อยราย คิดเป็นมูลค่า ETH ราว 29,896,237 ดอลลาร์ โดยคำนวณจากค่าเฉลี่ยราคาเปิดและปิดของ ETH ในวันที่ขายแต่ละชิ้น เงินทั้งหมดเข้ากระเป๋าคริปโตใบเดียว และบริษัทใช้บางส่วนจ่ายผู้ให้บริการที่ทำงานให้ธุรกิจของตัวเอง

### **ผู้ซื้อได้แค่ภาพกราฟิก ทำไม SEC จึงนับเป็นหลักทรัพย์**

SEC ไม่ได้ดูว่าผู้ซื้อได้ของอะไร แต่ดูว่าผู้ซื้อถูกชวนให้คาดหวังอะไร คำสั่งอ้างหลักจากคดี SEC v. W.J. Howey Co. ปี 1946 ซึ่งนับการขายใดก็ตามเป็นสัญญาการลงทุนถ้าผู้ซื้อคาดหวังกำไรในอนาคตอย่างมีเหตุผล และกำไรนั้นมาจากความพยายามของผู้ขาย ในคดีนี้ SEC เห็นว่าผู้ซื้อคาดหวังว่าราคา NFT จะขึ้นเพราะบริษัทจะสร้างธุรกิจให้สำเร็จ การขายโดยไม่ได้จดทะเบียนจึงผิดมาตรา 5(a) และ 5(c) ของกฎหมายหลักทรัพย์ปี 1933

## คำพูดที่ SEC ยกไว้ในคำสั่ง

ย่อหน้าที่ 6 ถึง 9 ของคำสั่งเป็นหัวใจของคดี SEC แบ่งคำพูดที่ยกมาเป็นสามกลุ่ม คือคำพูดที่บอกว่ามูลค่าจะเพิ่ม คำพูดที่ผูกมูลค่ากับงานของบริษัท และคำพูดที่ผูกโชคของผู้ซื้อไว้กับโชคของบริษัท

| กลุ่ม                                      | ตัวอย่างคำพูดของบริษัทที่ยกในคำสั่ง (แปลความ)                                                                                        |
| ------------------------------------------ | ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| มูลค่าจะมากกว่าราคาที่จ่าย            | ถ้าจ่าย 1.5 ETH จะได้กลับไปมากกว่านั้นอย่างมหาศาล จะไม่มีใครเดินจากไปแล้วรู้สึกว่าไม่คุ้ม                                    |
| เปรียบกับบริษัทที่โตแล้ว              | กำลังพยายามสร้าง Disney รายต่อไป และให้นึกว่าได้เข้าร่วมกับ Disney ตั้งแต่สมัยการ์ตูน Steamboat Willie                            |
| มูลค่ามาจากงานของบริษัท               | จะนำเงินไปพัฒนา จ้างทีมเพิ่ม และสร้างโปรเจกต์ใหม่ จนผู้ซื้อหัวเราะที่ได้ของคุ้มขนาดนี้                                     |
| ตั้งราคาเพื่อให้ผู้ซื้อได้ส่วนต่าง | ขายโดยตั้งราคาจากงานระยะ 18-24 เดือนเท่านั้น เพื่อให้ผู้ซื้อได้มูลค่าทางเศรษฐกิจราว 90% ของสิ่งที่บริษัทจะทำหลังจากนั้น |
| ผู้ซื้อรวยไปพร้อมบริษัท               | เป้าหมายคือเมื่อบริษัทและผู้ก่อตั้งร่ำรวยขึ้น ผู้ซื้อก็ร่ำรวยขึ้นด้วย                                                           |

ไม่มีประโยคไหนในตารางใช้คำว่าหุ้น ผลตอบแทน หรือเงินปันผลตรง ๆ แต่เมื่ออ่านรวมกัน ทุกประโยคบอกผู้ซื้อเรื่องเดียวกัน คือราคาจะขึ้นเพราะบริษัททำงาน นี่คือส่วนที่ทีมเขียนคำโปรยควรจำไว้ SEC ไม่ได้ตัดสินจากคำศัพท์ทางการเงิน แต่ตัดสินจากความหมายที่ผู้ซื้อได้รับ

### **คำพูดของผู้ซื้อใน Discord เกี่ยวอะไรกับผู้ขาย**

คำสั่งยกข้อความของผู้ซื้อและผู้สนใจซื้อในช่อง Discord ของบริษัทมาเป็นหลักฐานประกอบว่าคำโปรยได้ผลตามนั้น เช่น "เหมือนได้ลงทุนในบริษัทที่กำลังโตตอนระดมทุนรอบ Series A" และ "ซื้อ founders key เหมือนลงทุนใน Disney, Call of Duty และ YouTube พร้อมกัน" ข้อความเหล่านี้อยู่ในช่องที่บริษัทเป็นเจ้าของ แบรนด์ที่เปิดกลุ่มแฟนคลับจึงควรอ่านว่าสมาชิกเข้าใจสินค้าว่าเป็นอะไร เพราะความเข้าใจนั้นอาจถูกยกมาอธิบายคำโปรยของแบรนด์ได้

## ค่าธรรมเนียมขายต่อ 10% และเงินที่ต้องคืน

หลังเปิดขาย NFT ชุดนี้ถูกนำไปซื้อขายต่อในตลาดรอง และบริษัทบอกผู้ซื้อเองว่าซื้อขายได้บนตลาดรองสองแห่ง บริษัทเขียนโค้ดสัญญาอัจฉริยะ (smart contract) ให้ตัวเองได้ค่าธรรมเนียม 10% จากการขายต่อทุกครั้ง ระหว่างวันที่ 13 ตุลาคม 2021 ถึง 20 กรกฎาคม 2023 ค่าธรรมเนียมส่วนนี้รวมได้ราว 978,000 ดอลลาร์

ก่อนคำสั่งออก บริษัทเปิดโครงการซื้อคืนสองรอบในเดือนธันวาคม 2021 และสิงหาคม 2022 ซื้อคืนได้ 2,936 ชิ้น คืนเงินให้ผู้ซื้อเป็น ETH มูลค่าราว 7.7 ล้านดอลลาร์ SEC บันทึกไว้ว่าพิจารณาการซื้อคืนนี้ตอนรับข้อเสนอยอมความ

| สิ่งที่บริษัทต้องทำตามคำสั่ง | รายละเอียด                                                                                     |
| ----------------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------------- |
| หยุดการกระทำผิด                 | ห้ามละเมิดมาตรา 5(a) และ 5(c) ต่อไป                                                          |
| ทำลาย NFT                           | ทำลาย Founder's Keys ทุกชิ้นที่บริษัทถือหรือควบคุมภายใน 10 วัน                           |
| ประกาศคำสั่ง                      | ลงประกาศบนเว็บไซต์และช่องทางโซเชียลของบริษัทภายใน 10 วัน                            |
| ตัดค่าธรรมเนียม                   | แก้โค้ดสัญญาอัจฉริยะให้บริษัทไม่ได้ค่าธรรมเนียมจากการขายต่อในอนาคต               |
| จ่ายเงิน                           | คืนกำไร 5,120,718.27 ดอลลาร์ ดอกเบี้ย 483,195.90 ดอลลาร์ และค่าปรับทางแพ่ง 500,000 ดอลลาร์ |

[หน้าคืนเงินให้ผู้เสียหายของคดีนี้บนเว็บ SEC](https://www.sec.gov/enforcement-litigation/distributions-harmed-investors/matter-impact-theory-llc) ระบุว่ากองทุนเพื่อชดใช้ผู้เสียหาย (Fair Fund) มีเงินรวม 6,103,914.17 ดอลลาร์ที่เก็บได้จากบริษัท

### **ทำไมคำสั่งให้แก้โค้ดตัดค่าธรรมเนียมขายต่อ**

คำสั่งไม่ได้อธิบายเหตุผลของข้อนี้แยกไว้ แต่ย่อหน้าที่ 11 บันทึกทั้งการที่บริษัทได้ค่าธรรมเนียมจากทุกการขายต่อ และการที่บริษัทบอกผู้ซื้อว่าขายต่อได้ที่ไหน สองข้อนี้ทำให้บริษัทได้ประโยชน์ต่อเนื่องจากการซื้อขายของผู้ซื้อ กรรมการสองคนที่เห็นแย้งตั้งคำถามถึงข้อนี้โดยตรง เพราะค่าธรรมเนียมขายต่อเป็นจุดเด่นของ NFT ที่ช่วยให้ศิลปินได้ส่วนแบ่งทุกครั้งที่งานเปลี่ยนมือ

## เสียงแย้งของกรรมการสองคน

วันเดียวกับที่คำสั่งออก กรรมการ Hester M. Peirce และ Mark T. Uyeda ออก[แถลงการณ์ NFTs & the SEC](https://www.sec.gov/newsroom/speeches-statements/peirce-uyeda-statement-nft-082823) บอกว่าเห็นแย้งบางส่วนเพราะไม่เห็นด้วยกับการใช้หลัก Howey ในคดีนี้ ทั้งสองยอมรับว่าเข้าใจความกังวลเรื่องกระแสที่ทำให้คนจ่ายเงินเกือบ 30 ล้านดอลลาร์ซื้อ NFT โดยไม่รู้ชัดว่าจะใช้หรือจะได้กำไรจากมันอย่างไร แต่เห็นว่าความกังวลนั้นไม่พอจะดึงเรื่องมาอยู่ใต้อำนาจของ SEC

ประโยคที่แบรนด์ควรอ่านคือทั้งสองเขียนว่า SEC ไม่ได้ฟ้องคนที่ขายนาฬิกา ภาพวาด หรือของสะสม พร้อมคำสัญญากว้าง ๆ ว่าจะสร้างแบรนด์ให้มูลค่าขายต่อสูงขึ้น เป็นเรื่องปกติ แถลงการณ์ยังตั้งคำถามเก้าข้อ เช่นจะแบ่งประเภท NFT อย่างไร ผู้สร้าง NFT ต้องการคำแนะนำเรื่องอะไร และการสั่งทำลาย NFT กับการตัดค่าธรรมเนียมขายต่อจะเป็นบรรทัดฐานอย่างไรกับงานศิลปะหรือดนตรีที่เป็นชิ้นเดียว

### **ความเห็นแย้งทำให้คำสั่งนี้ใช้ไม่ได้หรือไม่**

ไม่ได้ ความเห็นแย้งบางส่วนไม่เปลี่ยนผลของคำสั่ง เพราะเป็นคำสั่งที่บริษัทยอมรับข้อเสนอยอมความเอง โดยไม่ยอมรับหรือปฏิเสธข้อเท็จจริง และเชิงอรรถที่ 1 ของคำสั่งระบุว่าข้อเท็จจริงที่พบไม่ผูกบุคคลอื่น สิ่งที่แบรนด์นำไปใช้ได้จึงไม่ใช่ตัวคำตัดสิน แต่เป็นรายการคำพูดที่หน่วยงานกำกับยกมาเป็นหลักฐาน ซึ่งบอกว่าเจ้าหน้าที่อ่านคำโปรยด้วยสายตาแบบไหน

## แบรนด์ไทยที่คิดจะออก NFT ในปี 2569

คำสั่งฉบับนี้ใช้บังคับตามกฎหมายหลักทรัพย์ของสหรัฐเท่านั้น ส่วนฝั่งไทยมีเส้นแบ่งของสำนักงาน ก.ล.ต. เองว่าโทเคนแบบไหนนับเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งอธิบายไว้ใน[บริการ Web3 Loyalty แต้มสะสมดิจิทัลที่ไม่ใช่โทเคนซื้อขาย](https://phygital.co.th/insights/web3-loyalty-tokenized-rewards-agency) แต่หลักที่ SEC ใช้ในคำสั่งนี้ตรงกับสามัญสำนึกของคนเขียนคำโปรยทุกประเทศ ถ้าข้อความทั้งชุดบอกผู้ซื้อว่าจะได้เงินเพิ่มเพราะแบรนด์ทำงาน ผู้ซื้อจะซื้อเพื่อเก็งกำไร และเมื่อราคาไม่ขึ้นตามที่เข้าใจ คนที่ถูกถามก่อนคือแบรนด์

บทความนี้ไม่ได้ใส่ตัวเลขมูลค่าตลาด NFT เพราะยังหาแหล่งทางการที่เปิดตรวจได้ไม่เจอ ตัวเลขที่พบส่วนใหญ่มาจากบริษัทวิเคราะห์ข้อมูลบล็อกเชนที่ใช้วิธีนับต่างกัน แบรนด์ที่จะตัดสินใจจากขนาดตลาดควรถามผู้เสนอตัวเลขว่านับจากตลาดไหน และนับการซื้อขายระหว่างกระเป๋าของคนคนเดียวกันออกหรือยัง

### **ของสะสมดิจิทัลแบบไหนที่แบรนด์ไทยทำได้โดยเสี่ยงน้อยกว่า**

แบบที่ขายเพราะผู้ซื้อได้ใช้หรือได้เข้าร่วมทันที เช่นบัตรเข้างาน สิทธิ์เข้ากลุ่มแฟนคลับ หรือของที่ใช้แลกสินค้าจริง และไม่มีคำโปรยเรื่องราคาขายต่อเลย ตามคำสั่ง SEC สิ่งที่ทำให้ของสะสมกลายเป็นสัญญาการลงทุนคือความคาดหวังกำไรจากงานของผู้ขาย ของที่มีประโยชน์ในตัวและขายด้วยข้อความที่พูดถึงประโยชน์นั้นเท่านั้นจึงอยู่ห่างเส้นนี้กว่า

## ประโยคในคำโปรยที่ต้องตัดออกก่อนโพสต์

คณะกรรมการ SEC ยกคำพูดของบริษัทไว้เป็นข้อ ๆ ในย่อหน้าที่ 6 ถึง 8 ของคำสั่ง ทีมคอนเทนต์ของแบรนด์แปลงแต่ละข้อเป็นประโยคที่ต้องหาในร่างประกาศของตัวเอง พร้อมแนวเขียนที่เล่าประโยชน์ของสินค้าแทน

| ประโยคแบบที่ต้องตัด                                                                | เขียนแทนด้วยสิ่งที่ผู้ซื้อได้จริง                                       |
| -------------------------------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------- |
| ซื้อวันนี้ ราคาจะขึ้นอีกหลายเท่า                                                | ผู้ถือได้สิทธิ์เข้างานแฟนมีตติ้งหนึ่งครั้งต่อปี                    |
| เหมือนได้หุ้นบริษัทตั้งแต่ยังเล็ก                                                | ผู้ถือได้ของที่ระลึกรุ่นแรก และชื่ออยู่ในรายชื่อผู้สนับสนุน       |
| เงินจากการขายจะนำไปสร้างโปรเจกต์ใหม่ที่ทำให้ของชิ้นนี้มีค่ามากขึ้น | เงินจากการขายใช้ผลิตงานชุดนี้ และแบรนด์บอกกำหนดส่งมอบให้ตรวจได้ |
| เมื่อแบรนด์โต ผู้ถือก็โตไปด้วย                                                  | ผู้ถือได้ส่วนลดสินค้าในร้านตามเงื่อนไขที่เขียนไว้                    |
| ขายต่อได้ในตลาดรองสองแห่งนี้                                                   | ไม่โปรโมตการขายต่อ และไม่เขียนว่าแบรนด์จะได้ส่วนแบ่ง                |

### **แถวสุดท้ายหมายความว่าห้ามให้ขายต่อหรือไม่**

ไม่ได้หมายความว่าห้าม ผู้ซื้อขายต่อได้เองตามสิทธิ์ในทรัพย์ของตัวเอง แต่ในคำสั่ง SEC การที่บริษัทบอกผู้ซื้อว่าขายต่อได้ที่ไหน ร่วมกับการได้ค่าธรรมเนียมจากการขายต่อ เป็นข้อเท็จจริงที่ถูกบันทึกไว้คู่กัน แบรนด์ที่ไม่ต้องการให้ของสะสมถูกมองเป็นเครื่องมือเก็งกำไรจึงไม่ควรใช้ช่องทางของตัวเองชวนขายต่อ

ขนาดตลาดของลูกค้ารุ่นใหม่ที่แบรนด์อาจอยากขายของสะสมให้ อ่านต่อได้ใน[Gen Beta คือใคร ตัวเลข 16% ของโลกเมื่อเทียบกับไทย](https://phygital.co.th/insights/gen-beta-who-thai-business-prepare-now) และข้อจำกัดเมื่อผู้ซื้อยังไม่บรรลุนิติภาวะ อยู่ใน[การตลาดเจาะกลุ่มนักเรียนมัธยม ผู้เยาว์ซื้อเองได้แค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/marketing-high-school-students-thailand-legal)

## สรุป

Impact Theory ขาย NFT ชุด Founder's Keys 13,921 ชิ้นระหว่างวันที่ 13 ตุลาคมถึง 6 ธันวาคม 2021 ได้ ETH มูลค่าราว 29.9 ล้านดอลลาร์ ตัวสินค้าเป็นภาพกราฟิกสัญลักษณ์สี่ตัว แต่บริษัทโปรโมตว่ากำลังสร้าง Disney รายต่อไป ผู้ซื้อจะได้มูลค่ามากกว่าที่จ่าย และเงินจะนำไปพัฒนางาน SEC จึงวินิจฉัยในคำสั่งวันที่ 28 สิงหาคม 2023 ว่าเป็นการเสนอขายสัญญาการลงทุนที่ไม่ได้จดทะเบียน สั่งให้ทำลาย NFT ที่บริษัทถือ ตัดค่าธรรมเนียมขายต่อ 10% และจ่ายเงินรวม 6,103,914.17 ดอลลาร์เข้ากองทุนชดใช้ผู้เสียหาย กรรมการ Peirce และ Uyeda เห็นแย้งบางส่วนว่าคำพูดแบบนี้ไม่ต่างจากคนขายของสะสมทั่วไป แต่คำสั่งยังมีผล แบรนด์ไทยที่คิดจะออก NFT ในปี 2569 ต้องดูกติกาของ ก.ล.ต. ไทย และใช้คำพูดที่ SEC ยกมาเป็นรายการตรวจคำโปรย ตัดทุกประโยคที่บอกว่าราคาจะขึ้นเพราะแบรนด์ทำงาน แล้วเขียนถึงสิ่งที่ผู้ซื้อได้ใช้จริงแทน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### NFT ทุกชิ้นเป็นหลักทรัพย์หรือไม่

ไม่ใช่ทุกชิ้น คำสั่งต่อ Impact Theory ตัดสินจากข้อเท็จจริงของการขายชุดนี้ และกรรมการสองคนย้ำว่าการนำคดีนี้ไปเป็นบรรทัดฐานกับ NFT ทุกประเภททำได้ยาก

### Impact Theory ต้องจ่ายเงินเท่าไร

รวม 6,103,914.17 ดอลลาร์ ก้อนใหญ่ที่สุดคือเงินคืนกำไรราว 5.12 ล้านดอลลาร์ ที่เหลือเป็นดอกเบี้ยกับค่าปรับทางแพ่ง ทั้งหมดเข้ากองทุนชดใช้ผู้เสียหาย

### คำว่าลงทุนต้องปรากฏในคำโปรยหรือไม่ SEC จึงจะนับว่าเป็นการชวนลงทุน

ไม่จำเป็น คำพูดที่ SEC ยกมาไม่ได้ใช้คำว่าหุ้นหรือเงินปันผล แต่บอกผู้ซื้อว่าจะได้มูลค่ามากกว่าที่จ่าย และมูลค่านั้นมาจากงานที่บริษัทจะทำ

### คดีนี้ใช้กับแบรนด์ไทยที่ขาย NFT ให้คนไทยหรือไม่

คำสั่งของหน่วยงานสหรัฐบังคับได้เฉพาะในเขตอำนาจของสหรัฐ แบรนด์ไทยต้องดูกติกาของสำนักงาน ก.ล.ต. ไทย แต่ใช้รายการคำพูดในคำสั่งนี้ตรวจคำโปรยของตัวเองได้

### ถ้าแบรนด์เคยพูดเรื่องราคาขายต่อไปแล้วควรทำอย่างไร

กรณี Impact Theory บริษัทเปิดโครงการซื้อคืนก่อนคำสั่งออก และ SEC บันทึกว่าพิจารณาเรื่องนี้ตอนรับข้อเสนอยอมความ แบรนด์ที่อยู่ในสถานการณ์ใกล้เคียงควรปรึกษานักกฎหมายหลักทรัพย์ก่อนโพสต์อะไรเพิ่ม

## ประโยคไหนในคำโปรยเปิดขายที่สัญญาว่าราคาจะขึ้น

ทีม PHYGITAL AGENCY อ่านร่างประกาศ สคริปต์คลิป และข้อความตอบแฟนคลับของแคมเปญของสะสมทีละประโยค ส่งรายการประโยคที่ต้องตัดพร้อมข้อความทดแทนที่เล่าประโยชน์จริงของสินค้า ก่อนแบรนด์เปิดขายครั้งแรก

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
