# Newsjacking นักข่าวอยากได้อะไรจากแบรนด์ตอนข่าวกำลังร้อน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/newsjacking-marketing · เผยแพร่ 2 พฤษภาคม 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Newsjacking ได้ผลเมื่อแบรนด์ส่งข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญที่ตรงสายข่าว ตามผลสำรวจนักข่าว 1,899 คนของ Cision ปี 2026 ความยาว ช่องทาง และเวลาตอบกลับ โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **ผลสำรวจนักข่าว 1,899 คนของ Cision ปี 2026 พบว่า 66% ใช้เนื้อหาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์เป็นแหล่งไอเดียข่าวอันดับแรก** — แต่ 72% บอกว่าสิ่งที่ส่งมาตรงกับงานของตัวเองไม่ถึงหนึ่งในสี่
- **นักข่าวอยากให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งข้อมูลหรือผลวิจัยมากขึ้น 47% และเปิดโอกาสสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญมากขึ้น 42%** — ส่วนคำพูดของโฆษกที่เขียนสำเร็จมาแล้วมีคนอยากได้เพิ่มเพียง 19%
- **นักข่าว 52% คาดหวังว่าฝ่ายประชาสัมพันธ์จะตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมงเมื่อติดต่อไป** — และ 30% คาดหวังภายในหนึ่งชั่วโมง ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่แบรนด์ต้องเตรียมคนไว้ก่อนข่าวเกิด

ผู้บริหารที่เห็นข่าวใหญ่ในวงการของตัวเองอยากให้ความเห็นของบริษัทไปอยู่ในข่าวนั้น เพราะรู้ว่าตัวเองมีข้อมูลที่คนอ่านข่าวควรรู้ แต่เมื่อส่งอีเมลหาสื่อ ความเห็นนั้นไม่ถูกหยิบไปใช้ และไม่มีใครตอบกลับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ความเห็นอย่างเดียว แต่อยู่ที่รูปแบบ ความยาว และจังหวะที่ส่ง บทนี้อ่านรายงาน State of the Media 2026 ของ Cision ซึ่งถามนักข่าวโดยตรงว่าใช้อะไรจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทิ้งอะไร ต้องการความยาวแค่ไหน และคาดหวังให้ตอบเร็วแค่ไหน ให้ผู้บริหารเตรียมข้อมูล คน และช่องทางไว้ก่อนข่าวรอบหน้าจะเกิด

Newsjacking หมายถึงการที่แบรนด์นำข้อมูลหรือความเห็นของตัวเองเข้าไปเสริมข่าวที่กำลังถูกรายงานอยู่ ผ่านนักข่าวและกองบรรณาธิการ ผลที่ต้องการคือชื่อและความเห็นของแบรนด์ปรากฏในเนื้อข่าว บทนี้พูดถึงงานประชาสัมพันธ์กับสื่อเท่านั้น ไม่รวมการโพสต์เกาะกระแสบนช่องทางโซเชียลของแบรนด์เอง

ตัวเลขทั้งหมดมาจาก[ไฟล์รายงาน 2026 State of the Media ของ Cision บนเว็บไซต์ PR Newswire](https://www.prnewswire.com/content/dam/prnewswire/resources/white-papers/Cision%5F2026%5FState%5Fof%5Fthe%5FMedia%5FReport.pdf) ซึ่งสำรวจนักข่าว 1,899 คนใน 19 ตลาดช่วงมกราคมถึงกุมภาพันธ์ 2026 ตัวเลขในกราฟวงกลมตรวจจากภาพในไฟล์ เพราะข้อความที่ดึงออกมาเรียงตัวเลขสลับกัน ไฟล์เปิดอ่านเมื่อ 27 ก.ย. 2569

## นักข่าวหาไอเดียข่าวจากไหน และทิ้งอะไร

เมื่อถามว่าพึ่งแหล่งไหนมากที่สุดในการหาไอเดียข่าว นักข่าว 66% ตอบว่าเนื้อหาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ ทั้งข่าวแจก ข้อเสนอประเด็น และชุดข้อมูลสำหรับสื่อ รองลงมาคือโซเชียลมีเดีย 45% สื่ออื่นหรือคู่แข่ง 37% งานเครือข่ายและงานอุตสาหกรรม 35% และสำนักข่าวอย่าง AP, Reuters หรือ AFP 32% รายงานตีความว่าบทบาทของประชาสัมพันธ์กำลังขยับจากผู้ส่งข่าวเป็นหุ้นส่วนของห้องข่าว

อีกด้านหนึ่ง นักข่าว 57% ได้รับข้อเสนอมากกว่า 50 ชิ้นต่อสัปดาห์ และ 72% บอกว่าข้อเสนอที่ตรงกับผู้อ่านและสายข่าวของตัวเองมีไม่ถึง 25% ข้อเสนอที่ส่งตอนข่าวใหญ่กำลังเดินจึงแข่งกับข้อเสนออีกหลายสิบชิ้นในกล่องจดหมายเดียวกัน

### ทำไมความเห็นของแบรนด์ถูกลบก่อนนักข่าวอ่านจบ

เหตุผลอันดับหนึ่งคือความเห็นนั้นไม่ตรงกับผู้อ่านหรือสายข่าวของคนรับ นักข่าว 82% ตอบข้อนี้ ตามด้วยข้อเสนอที่ขายของเกินไป 53% และข้อเสนอที่ไม่มีมุมข่าวชัด 34% รายงานถามคำถามนี้แบบเลือกได้หลายข้อ ตารางด้านล่างเรียงเหตุผลที่เกี่ยวกับ newsjacking ไว้ครบ

| เหตุผล                              | สัดส่วน |
| ----------------------------------- | ------- |
| ไม่ตรงกับผู้อ่านหรือสายข่าว  | 82%     |
| ขายของหรือโปรโมตเกินไป         | 53%     |
| ไม่มีมุมข่าวหรือมุมมองที่ชัด | 34%     |
| ดูเหมือนส่งเหมือนกันถึงทุกคน | 27%     |
| ข้อมูลไม่พอ                       | 20%     |
| ยาวเกินกว่าจะอ่านเร็ว          | 16%     |
| ส่งมาในเวลาไม่สะดวก            | 4%      |

ตัวเลขแถวแรกกับแถวที่สองตรงกับสองทางลัดที่แบรนด์อาจเลือกตอนรีบเกาะข่าว คือส่งความเห็นไปหานักข่าวทุกคนที่หาอีเมลได้ และเขียนความเห็นให้จบที่สินค้าของตัวเอง รายงานสรุปว่านักข่าวไม่ต้องการเป็นช่องทางโปรโมตของลูกค้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ แต่ต้องการมุมที่ตอบได้ว่าเรื่องนี้สำคัญกับผู้อ่านอย่างไร

## สิ่งที่ทำให้นักข่าวหยิบความเห็นของแบรนด์ไปใช้

รายงานถามสองคำถามที่เกี่ยวกับ newsjacking โดยตรง คำถามแรกคืออะไรทำให้นักข่าวสนใจข้อเสนอ คำถามที่สองคืออยากให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ส่งอะไรมามากขึ้น

| สิ่งที่ทำให้สนใจข้อเสนอ           | สัดส่วน | สิ่งที่อยากได้มากขึ้น   | สัดส่วน |
| -------------------------------------- | ------- | ---------------------------- | ------- |
| ตรงสายข่าวหรือผู้อ่าน             | 79%     | ข้อมูลหรือผลวิจัย         | 47%     |
| มุมที่ทันเหตุการณ์หรือเป็นข่าว   | 35%     | ข้อมูลล่วงหน้าแบบ embargo | 45%     |
| ข้อมูลหรือผลวิจัยที่น่าเชื่อถือ | 33%     | โอกาสสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ | 42%     |
| โอกาสพิเศษเฉพาะสื่อนั้น            | 27%     | ข่าวแจก                     | 22%     |
| เข้าถึงแหล่งข่าวหรือผู้เชี่ยวชาญ | 23%     | คำพูดของโฆษก              | 19%     |

อ่านสองคอลัมน์คู่กันได้ว่าความเห็นที่นักข่าวหยิบไปใช้มีสองส่วน ส่วนแรกคือข้อมูลที่ตรวจสอบได้ ส่วนที่สองคือคนที่คุยต่อได้ คำพูดของผู้บริหารที่เขียนเสร็จแล้วแนบมาในอีเมลอยู่ท้ายรายการ ขณะที่โอกาสได้คุยกับผู้เชี่ยวชาญอยู่อันดับสาม รายงานยังอ้างข้อความของนักข่าวคนหนึ่งที่ชอบให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์อ้างถึงข่าวที่ตัวเองเคยเขียน แล้วเสนอแหล่งข่าว ข้อมูลใหม่ หรือมุมอื่นที่พาเรื่องเดินต่อ ซึ่งเป็นนิยามของ newsjacking ที่ดีในมุมของคนรับ

### ธุรกิจเล็กมีข้อมูลอะไรที่นักข่าวใช้ได้

ข้อมูลที่ธุรกิจเก็บอยู่แล้วใช้ได้เมื่อตรงกับข่าวและตรวจที่มาได้ เช่นจำนวนคำสั่งซื้อก่อนและหลังเหตุการณ์ ราคาวัตถุดิบที่ร้านจ่ายจริงในแต่ละเดือน หรือผลถามลูกค้าที่ทำเอง ตัวอย่างเหล่านี้เป็นของบทนี้ รายงานไม่ได้ระบุประเภทข้อมูล สิ่งที่รายงานระบุคือนักข่าวครึ่งหนึ่งเห็นว่าความถูกต้องและการตรวจข้อเท็จจริงเป็นความท้าทายอันดับหนึ่ง ข้อมูลที่ส่งจึงควรบอกวิธีเก็บ ช่วงเวลา และจำนวนตัวอย่างไว้ในอีเมลฉบับเดียวกัน

### ข้อเสนอความเห็นผู้เชี่ยวชาญควรยาวแค่ไหน

ข้อเสนอที่ผูกกับข่าวด่วนควรไม่เกิน 200 คำ นักข่าว 58% เลือกช่วงนี้ ส่วนข้อเสนอความเห็นผู้เชี่ยวชาญยาวได้มากกว่า ไม่มีช่วงไหนได้เสียงเกิน 25% รายงานถามความยาวที่เหมาะกับข้อเสนอหกแบบ สองแถวที่ใช้กับ newsjacking มีดังนี้

| ประเภทข้อเสนอ                              | ต่ำกว่า 100 คำ | 100-200 คำ | 200-300 คำ | 300-400 คำ | เกิน 400 คำ |
| -------------------------------------------- | --------------- | ---------- | ---------- | ---------- | ----------- |
| ข่าวด่วนหรือประกาศที่ทันเหตุการณ์      | 26%             | 32%        | 17%        | 9%         | 5%          |
| เสนอความเห็นผู้เชี่ยวชาญหรือแหล่งข่าว | 13%             | 25%        | 21%        | 14%        | 13%         |

ตัวเลข 58% มาจากการรวมช่องต่ำกว่า 100 คำกับช่อง 100-200 คำของแถวแรก รายงานใช้หน่วยเป็นคำภาษาอังกฤษ อีเมลภาษาไทยจึงควรใช้เป็นเกณฑ์คร่าว ๆ ว่าให้อ่านจบในหนึ่งหน้าจอ

## จังหวะและช่องทางเมื่อข่าวกำลังเดิน

ความทันเหตุการณ์อยู่อันดับสองของสิ่งที่ทำให้นักข่าวสนใจข้อเสนอที่ 35% แต่ตัวเลขที่บอกความพร้อมของแบรนด์ได้ชัดกว่าคือความเร็วที่นักข่าวคาดหวังเมื่อติดต่อกลับมา

* **ภายใน 24 ชั่วโมง** 52%
* **ภายในหนึ่งชั่วโมง** 30%
* **ภายในไม่กี่นาที** 9%
* **ภายในไม่กี่วัน** 9%

แบรนด์ที่ส่งความเห็นไปแล้วต้องรอสามวันกว่าผู้บริหารจะว่างให้สัมภาษณ์จึงอยู่นอกความคาดหวังของนักข่าวเก้าในสิบคน เรื่องการตามงาน นักข่าว 64% บอกว่าควรตามครั้งเดียว 28% บอกว่าไม่ควรตามเลย และ 8% รับได้มากกว่าหนึ่งครั้ง ส่วนช่องทาง 97% อยากรับข้อเสนอทางอีเมล แอปแชตและข้อความทางโซเชียลได้ 14% เท่ากัน

### เสนอความเห็นผ่านแอปแชตหรือโซเชียลได้ไหม

รายงานแยกผลของเอเชียแปซิฟิกไว้ว่านักข่าวในภูมิภาคนี้เปิดรับช่องทางอื่นมากกว่า 89% ยังเลือกอีเมล แต่ 41% รับข้อเสนอทางแอปแชต และ 39% รับทางโซเชียล ข้อควรระวังคือประเทศไทยไม่อยู่ในตลาดที่สำรวจ ตัวเลขเอเชียแปซิฟิกมาจากจีน ออสเตรเลีย สิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไต้หวัน และฮ่องกง แบรนด์ไทยจึงควรใช้อีเมลเป็นช่องทางหลัก และใช้แอปแชตกับนักข่าวที่เคยติดต่อกันทางนั้นอยู่แล้ว

### embargo ใช้กับ newsjacking ได้ไหม

ได้ในกรณีที่แบรนด์รู้วันที่ข่าวจะเกิดล่วงหน้า embargo คือการส่งข้อมูลให้นักข่าวก่อนพร้อมกำหนดเวลาที่ห้ามเผยแพร่ รายงานระบุว่านักข่าว 45% อยากได้ข้อมูลแบบนี้มากขึ้น และอธิบายว่าช่วยให้นักข่าวมีเวลาค้นคว้า ตรวจข้อเท็จจริง และเขียนงานโดยไม่กลัวถูกสื่ออื่นตัดหน้า ข่าวที่รู้วันล่วงหน้า เช่นวันประกาศตัวเลขเศรษฐกิจหรือวันเริ่มใช้กฎหมายใหม่ จึงเปิดให้แบรนด์เตรียมข้อมูลของตัวเองส่งให้นักข่าวก่อนวันจริง ส่วนข่าวที่เกิดกะทันหันใช้ embargo ไม่ได้ ต้องอาศัยความเร็วในการตอบกลับแทน

## ขอบเขตของผลสำรวจก่อนนำไปใช้ในไทย

รายงานระบุวิธีสำรวจไว้ท้ายเล่ม ข้อที่ผู้อ่านไทยควรรู้มีสามข้อ

1. **ตลาดที่สำรวจ** มี 19 ตลาด ได้แก่สหรัฐฯ แคนาดา สิบประเทศในยุโรปตั้งแต่อังกฤษ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ไปจนถึงกลุ่มนอร์ดิกกับยุโรปใต้ และเอเชียแปซิฟิกเจ็ดตลาด ไม่มีประเทศไทย ตัวเลขส่วนใหญ่ในรายงานเป็นภาพรวมทุกตลาด มีเพียงบางข้อที่แยกผลของเอเชียแปซิฟิกหรือจีนไว้ในกรอบ Global view
2. **ผู้ตอบ** มาจากสมาชิกฐานข้อมูลสื่อของ Cision ที่บริษัทตรวจสถานะแล้ว และผู้ใช้บริการ PR Newswire for Journalists จึงเป็นนักข่าวที่รับข้อเสนอจากฝ่ายประชาสัมพันธ์อยู่แล้ว
3. **คำถามบางข้อเป็นแบบไม่บังคับ** และบางข้อตอบได้หลายคำตอบ ตัวเลขบางชุดจึงรวมไม่ถึงหรือเกิน 100%

ข้อจำกัดเหล่านี้ทำให้ตัวเลขแต่ละตัวใช้กับไทยตรง ๆ ไม่ได้ แต่ลำดับความสำคัญที่นักข่าวให้ ตรงสายข่าวก่อน ข้อมูลและผู้เชี่ยวชาญมาก่อนคำพูดสำเร็จรูป และตอบกลับให้เร็ว ใช้เป็นหลักตั้งต้นได้ รายงานระบุด้วยว่าความท้าทายอันดับหนึ่งของนักข่าวคือความถูกต้องและการตรวจข้อเท็จจริง 50% ตามด้วยทรัพยากรที่ลดลง 49% ข้อมูลที่แบรนด์ส่งจึงต้องมีที่มาให้นักข่าวตรวจเองได้ทุกตัว

## เตรียมตัวก่อนข่าวใหญ่รอบหน้า

1. **ทำรายชื่อนักข่าวตามสายข่าว** ที่เขียนเรื่องในวงการของธุรกิจเป็นประจำ แทนรายชื่อสื่อรวม
2. **เตรียมแฟ้มข้อมูลที่มีที่มา** เช่นตัวเลขยอดขายตามฤดูกาล หรือผลสำรวจลูกค้าที่ทำเอง ให้หยิบใช้ได้ทันทีเมื่อข่าวเกี่ยวข้อง
3. **กำหนดผู้เชี่ยวชาญหนึ่งถึงสองคน** ที่รับสายได้ภายในวันเดียว และตกลงกันไว้ว่าเรื่องไหนพูดได้
4. **เขียนข้อเสนอให้สั้น** บอกตัวเลขหนึ่งชุด คนที่คุยได้ และช่องทางติดต่อ ส่งทางอีเมล และตามครั้งเดียว

วิธีทำข่าวแจกที่สื่อเลือกลงจริง รวมกติกาเรื่องแยกข่าวกับพื้นที่โฆษณา อยู่ใน[ประชาสัมพันธ์ออนไลน์ ข่าวแจกที่กองบรรณาธิการเลือกลง](https://phygital.co.th/insights/digital-pr-press-release-agency) งานประชาสัมพันธ์เมื่อข่าวที่เกิดเป็นเรื่องลบของแบรนด์เอง เล่าไว้ใน[PR Agency คืออะไร งานประชาสัมพันธ์กับการรับมือทัวร์ลง](https://phygital.co.th/insights/what-is-pr-and-crisis-management-agency) และข่าวที่แบรนด์ไม่ควรเข้าไปแสดงความเห็นเลย เช่นช่วงไว้อาลัยระดับชาติ มีแนวทางอยู่ใน[แนวทางแบรนด์ช่วงไว้อาลัย ควรทำและไม่ควรทำอะไรบ้าง](https://phygital.co.th/insights/brand-guidelines-mourning-period-thailand) ขอบเขตงานประชาสัมพันธ์อยู่ที่หน้า[บริการ Digital PR](https://phygital.co.th/solutions/digital-pr)

## สรุป

ผลสำรวจนักข่าว 1,899 คนของ Cision ปี 2026 ชี้ว่าเนื้อหาจากฝ่ายประชาสัมพันธ์ยังเป็นแหล่งไอเดียข่าวอันดับแรกที่ 66% แต่ข้อเสนอส่วนใหญ่ไม่ตรงงานของนักข่าว และ 82% ถูกปฏิเสธเพราะเหตุนี้ นักข่าวอยากได้ข้อมูลและโอกาสสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญมากกว่าคำพูดสำเร็จรูป ต้องการข้อเสนอข่าวด่วนที่สั้น และครึ่งหนึ่งคาดหวังคำตอบภายใน 24 ชั่วโมง ผลสำรวจไม่มีนักข่าวไทย แบรนด์ไทยจึงใช้ลำดับความสำคัญเหล่านี้เป็นหลักตั้งต้น แล้วเตรียมรายชื่อ ข้อมูล และคนที่พร้อมให้สัมภาษณ์ไว้ก่อนข่าวรอบหน้า

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Newsjacking ต่างจากการโพสต์เกาะกระแสอย่างไร

Newsjacking ในบทนี้หมายถึงการส่งข้อมูลหรือความเห็นให้นักข่าวใช้ในข่าวที่กำลังรายงาน ผู้ตัดสินว่าจะลงหรือไม่คือกองบรรณาธิการ ส่วนการโพสต์เกาะกระแสแบรนด์เผยแพร่เองบนช่องทางของตัวเอง ผู้รับคือผู้ติดตามโดยตรง

### ธุรกิจเล็กที่ไม่มีโฆษกประจำทำ newsjacking ได้ไหม

ได้ ผลสำรวจชี้ว่านักข่าวอยากได้โอกาสคุยกับผู้เชี่ยวชาญมากกว่าคำพูดของโฆษก เจ้าของธุรกิจที่รู้เรื่องในสายของตัวเองดีและพร้อมรับสายภายในวันเดียวเป็นแหล่งข่าวได้ ข้อสำคัญคือต้องไม่เปลี่ยนตัวคนให้สัมภาษณ์หลังนัดแล้ว ซึ่งนักข่าวในรายงานบ่นถึงเรื่องนี้

### ควรส่งข่าวแจกทุกครั้งที่มีข่าวใหญ่ไหม

ไม่จำเป็น ข่าวแจกมีนักข่าวอยากได้เพิ่ม 22% น้อยกว่าข้อมูล ข้อมูลล่วงหน้า และโอกาสสัมภาษณ์ ข้อเสนอสั้นที่บอกว่ามีตัวเลขอะไรและใครคุยได้ตรงกับความต้องการมากกว่า

### ส่งถึงนักข่าวทุกคนในรายชื่อได้ไหม

ไม่ควร นักข่าว 82% ปฏิเสธข้อเสนอที่ไม่ตรงกับผู้อ่านหรือสายข่าว และ 27% ปฏิเสธข้อเสนอที่ดูเหมือนส่งเหมือนกันถึงทุกคน การคัดรายชื่อตามสายข่าวที่เกี่ยวกับข่าวนั้นให้ผลดีกว่าการส่งกว้าง

### แบรนด์ควรพูดถึงสินค้าของตัวเองในความเห็นได้แค่ไหน

น้อยที่สุด นักข่าว 53% ปฏิเสธข้อเสนอที่ขายของเกินไป ความเห็นควรตอบว่าข่าวนั้นหมายถึงอะไรกับผู้อ่าน โดยใช้ข้อมูลหรือประสบการณ์ของธุรกิจเป็นหลักฐาน ชื่อบริษัทจะปรากฏในข่าวเองเมื่อนักข่าวอ้างแหล่งที่มา

## ถ้าพรุ่งนี้มีข่าวใหญ่ในวงการของคุณ ใครในบริษัทพร้อมรับสายนักข่าวภายในวันเดียว พร้อมตัวเลขที่ตรวจสอบได้

ทีม PHYGITAL AGENCY ทำรายชื่อนักข่าวตามสายข่าว เตรียมแฟ้มข้อมูลของธุรกิจ และวางผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมให้สัมภาษณ์ ให้ความเห็นของคุณไปถึงข่าวทันเวลา

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
