# ชาวเมียนมาและชาติพันธุ์ในเชียงใหม่ หน้าที่นายจ้างตามกฎหมาย

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/myanmar-ethnic-groups-market-chiang-mai · เผยแพร่ 5 พฤศจิกายน 2564 · อ่าน 14 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เชียงใหม่มีคนต่างด้าวได้รับอนุญาตทำงาน 79,429 คน ณ พ.ย. 2568 นายจ้างต้องแจ้งการจ้างภายใน 15 วัน และรับคนไม่มีใบอนุญาตมีโทษปรับรายหัวสูงสุด 100,000 บาท

## Key Takeaways

- **ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 เชียงใหม่มีคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงาน 79,429 คน** — ตามสถิติของกรมการจัดหางาน กลุ่มใหญ่ที่สุด 42,324 คนได้รับอนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 กันยายน 2567 และในกลุ่มนี้เป็นชาวเมียนมา 42,051 คน
- **นายจ้างต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันทั้งตอนรับเข้าทำงานและตอนลูกจ้างออก** — ตามมาตรา 13 ของพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท
- **รับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตมีโทษปรับ 10,000-100,000 บาทต่อคน** — ตามมาตรา 102 ถ้าทำผิดซ้ำมีโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี และถูกห้ามจ้างคนต่างด้าวสามปี

เจ้าของร้านและผู้รับเหมาในเชียงใหม่ที่มีลูกจ้างชาวเมียนมา อาจยังไม่แน่ใจว่าหน้าที่ของนายจ้างตามกฎหมายมีอะไรบ้าง และพลาดตรงไหนแล้วต้องเสียค่าปรับ ชาวเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์ในเชียงใหม่มีบทบาทกับธุรกิจสองทาง ทางแรกคือเป็นลูกจ้างในร้านอาหาร งานก่อสร้าง ภาคเกษตร และงานบริการ ทางที่สองคือเป็นลูกค้าที่ใช้จ่ายในจังหวัดทุกวัน ธุรกิจที่จ้างคนกลุ่มนี้ต้องรู้หน้าที่ตามกฎหมายก่อนเรื่องการตลาด เพราะความผิดเรื่องการจ้างมีโทษปรับเป็นรายหัว

บทนี้ใช้สถิติของกรมการจัดหางานฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 และตัวบทพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 ที่แก้ไขเพิ่มเติมแล้ว อธิบายจำนวนและประเภทใบอนุญาตของแรงงานในจังหวัด หน้าที่แจ้งการจ้าง และโทษที่คิดเป็นรายหัว เนื้อหาเป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมายรายกรณี สำนักงานของ PHYGITAL AGENCY อยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทีมงานทำเอกสารสองภาษาให้ธุรกิจที่มีลูกจ้างหรือลูกค้าชาวเมียนมา

## เชียงใหม่มีคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงาน 79,429 คน

ข้อมูล ณ วันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่าผู้ถือใบอนุญาตทำงานที่ยังมีผลในเชียงใหม่มีทั้งหมด 79,429 คน เป็นชาย 42,706 คน และหญิง 36,723 คน ตัวเลขทั้งประเทศในเดือนเดียวกันอยู่ที่ 3,921,262 คน

[หน้าสถิติการทำงานของคนต่างด้าวของกรมการจัดหางาน](https://www.doe.go.th/prd/alien/statistic/param/site/152/cat/82/sub/73/pull/sub%5Fcategory/view/list-label) เผยแพร่ข้อมูลรายเดือนแยกตามจังหวัดและตามมาตราที่ได้รับอนุญาต ตัวเลขของเชียงใหม่ในฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 แยกได้ดังนี้

| ประเภทการอนุญาต (เชียงใหม่ พ.ย. 2568)                                 | จำนวน         |
| ----------------------------------------------------------------------- | ------------- |
| มติคณะรัฐมนตรี 24 ก.ย. 2567 (จดทะเบียนผู้ที่สถานะไม่ถูกกฎหมาย) | 42,324 คน     |
| มาตรา 63/1 ชนกลุ่มน้อย                                                | 29,633 คน     |
| มาตรา 59 ประเภททั่วไป                                                  | 5,218 คน      |
| มาตรา 59 นำเข้าตาม MOU                                                | 1,444 คน      |
| มาตรา 62 ส่งเสริมการลงทุน                                            | 720 คน        |
| มติคณะรัฐมนตรี 24 ก.ย. 2567 และ 4 ก.พ. 2568 (ต่ออายุ)                | 90 คน         |
| **รวม**                                                                 | **79,429 คน** |

### ตัวเลขนี้คือจำนวนชาวเมียนมาทั้งหมดในเชียงใหม่หรือไม่

ไม่ใช่ ตัวเลขนี้นับเฉพาะคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานและยังมีใบอนุญาตคงเหลือ ไม่นับผู้ติดตาม เด็ก นักศึกษา หรือผู้ที่ไม่ได้ขออนุญาตทำงาน และรายงานระบุว่าไม่นับรวมข้อมูลจากระบบอนุญาตทำงานทางอิเล็กทรอนิกส์ ตัวเลขยังรวมหลายสัญชาติ และกลุ่มมาตรา 63/1 ก็ไม่ได้แยกสัญชาติไว้ในตารางเดียวกัน ธุรกิจจึงใช้ตัวเลขนี้เป็นขนาดของแรงงานในระบบได้ แต่ใช้แทนขนาดตลาดผู้บริโภคทั้งหมดไม่ได้

## กลุ่มใหญ่ที่สุดได้รับอนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรี 24 กันยายน 2567

แรงงาน 42,324 คน หรือราว 53% ของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงานในเชียงใหม่ ได้รับอนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 กันยายน 2567 ที่เปิดให้จดทะเบียนผู้ที่สถานะไม่ถูกกฎหมาย ในกลุ่มนี้เป็นชาวเมียนมา 42,051 คน และมีนายจ้าง 8,166 ราย

ข้อมูลชุดนี้บอกธุรกิจในจังหวัดสองเรื่อง เรื่องแรกคือนายจ้างหลายพันรายในเชียงใหม่มีลูกจ้างที่สถานะผูกกับเงื่อนไขของมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งกำหนดระยะเวลาและขั้นตอนต่ออายุเป็นรอบ เรื่องที่สองคือแรงงานชาวเมียนมาในจังหวัดส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มนี้ ไม่ใช่กลุ่มที่นำเข้าตาม MOU ซึ่งในเชียงใหม่มีเพียง 1,444 คน

### นายจ้างควรตรวจอะไรในใบอนุญาตทำงานของลูกจ้าง

ตรวจสามอย่าง คือวันหมดอายุ ประเภทงานที่ได้รับอนุญาต และชื่อนายจ้างหรือข้อมูลการจ้างที่แจ้งไว้ เพราะมาตรา 9 ห้ามให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิทำได้ ไม่ใช่แค่ห้ามจ้างคนที่ไม่มีใบอนุญาต ลูกจ้างที่ได้รับอนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรีมีกำหนดต่ออายุตามที่มติกำหนด นายจ้างควรจดวันครบกำหนดของลูกจ้างทุกคนไว้ในที่เดียว และตรวจประกาศของกรมการจัดหางานก่อนถึงกำหนดทุกครั้ง

## ผู้ไม่มีสัญชาติไทยตามมาตรา 63/1 ได้ใบอนุญาตคราวละห้าปี

กลุ่มที่ใหญ่รองลงมาในเชียงใหม่คือผู้ได้รับอนุญาตตามมาตรา 63/1 จำนวน 29,633 คน หรือราว 37% ของทั้งจังหวัด มาตรานี้ใช้กับผู้ที่อยู่ในไทยแต่ไม่มีสัญชาติไทย และใบอนุญาตมีอายุห้าปี ต่ออายุได้คราวละห้าปี

ตัวบท[พระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับรวมที่กรมการจัดหางานเผยแพร่](https://www.doe.go.th/prd/download/download%5Fby%5Fpool%5Ffile/61900) กำหนดให้คนต่างด้าวสี่ลักษณะขออนุญาตทำงานตามมาตรา 63/1 ได้

| ลักษณะตามมาตรา 63/1 | ความหมายโดยย่อ                                                                                          |
| --------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| (1)                   | ถูกถอนสัญชาติตามประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ 337 หรือตามกฎหมายอื่น                               |
| (2)                   | เกิดในราชอาณาจักรแต่ไม่ได้รับสัญชาติไทยตามประกาศฉบับเดียวกันหรือตามกฎหมายว่าด้วยสัญชาติ |
| (3)                   | ได้รับสถานะคนต่างด้าวเข้าเมืองโดยชอบด้วยกฎหมายตามประกาศกระทรวงมหาดไทย                        |
| (4)                   | ไม่มีสถานะทางทะเบียนและได้รับบัตรประจำตัวตามระเบียบทะเบียนกลาง                                |

### คนในกลุ่มมาตรา 63/1 ต่างจากแรงงานข้ามชาติอย่างไรในมุมนายจ้าง

ต่างที่ที่มาของสถานะ คนกลุ่มนี้จำนวนมากเกิดหรืออยู่ในไทยมานาน และบางคนพูดภาษาไทยเป็นภาษาแรก แต่ยังไม่มีสัญชาติไทย ใบอนุญาตทำงานของกลุ่มนี้มีอายุยาวห้าปี นายจ้างจึงวางแผนการจ้างระยะยาวได้ ทั้งนี้มาตราเดียวกันให้อำนาจคณะรัฐมนตรีกำหนดงานบางประเภทที่ห้ามทำหรือมีเงื่อนไข นายจ้างจึงควรตรวจประเภทงานที่ลูกจ้างทำได้กับสำนักงานจัดหางานจังหวัดก่อนจ้าง

## นายจ้างต้องแจ้งการจ้างและการออกจากงานภายใน 15 วัน

นายจ้างที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงานต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง และเมื่อลูกจ้างออกจากงานต้องแจ้งภายใน 15 วันนับแต่วันที่ออก พร้อมระบุเหตุที่ออก หน้าที่นี้อยู่ในมาตรา 13 และไม่แจ้งมีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาทตามมาตรา 103

[เอกสารบรรยายของสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่ เรื่องพระราชกำหนดฉบับนี้](https://chiangmai.boi.go.th/uploads/file%5Fdownload/file/20180828/th-bdfgjloz2459.pdf) สรุปว่ากฎหมายเปลี่ยนจากการขออนุญาตทุกขั้นตอนมาเป็นระบบแจ้ง และแบ่งหน้าที่ให้สามฝ่าย

| ฝ่าย                | สิ่งที่ต้องแจ้ง                              | กำหนดเวลา                              |
| ------------------- | ----------------------------------------------- | --------------------------------------- |
| นายจ้าง (แจ้งเข้า) | ชื่อ สัญชาติ และลักษณะงานของคนต่างด้าว     | ภายใน 15 วันนับแต่วันที่จ้าง       |
| นายจ้าง (แจ้งออก)  | การออกจากงานและเหตุที่ออก                | ภายใน 15 วันนับแต่วันที่ออก        |
| คนต่างด้าว         | ชื่อนายจ้าง สถานที่ทำงาน และลักษณะงานหลัก | ภายใน 15 วันนับแต่วันที่เข้าทำงาน |

### ร้านที่ลูกจ้างชาวเมียนมาลาออกต้องทำอะไร

แจ้งการออกจากงานต่อนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่ลูกจ้างออก และระบุเหตุที่ออก ร้านที่ไม่แจ้งเพราะคิดว่าลูกจ้างจะจัดการเอง มีโทษปรับตามมาตรา 103 ได้ ขั้นตอนนี้ยังเป็นประโยชน์กับลูกจ้างด้วย เพราะข้อมูลการจ้างที่ค้างในระบบอาจทำให้การเปลี่ยนนายจ้างรายใหม่ติดขัด วิธีแจ้งและช่องทางที่ใช้ได้ควรถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่โดยตรง

## โทษของการรับคนต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตคิดเป็นรายหัว

ผู้ที่รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยฝ่าฝืนมาตรา 9 มีโทษปรับตั้งแต่ 10,000 ถึง 100,000 บาทต่อคนต่างด้าวที่จ้างหนึ่งคน ตามมาตรา 102 โทษคิดตามจำนวนลูกจ้าง ร้านที่จ้างผิดหลายคนจึงรับโทษทวีตามจำนวนคน

| ผู้กระทำ                     | ความผิด                                           | โทษตามตัวบท                                                                                                                                      |
| ----------------------------- | -------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ผู้รับคนต่างด้าวเข้าทำงาน | ฝ่าฝืนมาตรา 9 ครั้งแรก                           | ปรับ 10,000-100,000 บาทต่อคนต่างด้าวหนึ่งคน (มาตรา 102)                                                                                        |
| ผู้รับคนต่างด้าวเข้าทำงาน | ทำผิดซ้ำ                                         | จำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับ 50,000-200,000 บาทต่อคน หรือทั้งจำทั้งปรับ และห้ามจ้างคนต่างด้าวสามปีนับแต่ศาลพิพากษาถึงที่สุด |
| ผู้รับคนต่างด้าวเข้าทำงาน | ไม่แจ้งตามมาตรา 13                              | ปรับไม่เกิน 20,000 บาท (มาตรา 103)                                                                                                                |
| คนต่างด้าว                   | ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตหรือนอกสิทธิ (มาตรา 8) | ปรับ 5,000-50,000 บาท (มาตรา 101 ตามเอกสารของสำนักงานจัดหางานจังหวัดเชียงใหม่)                                                               |

### คนในครอบครัวของนายจ้างที่ช่วยดูร้านมีความผิดด้วยหรือไม่

มาตรา 102 วรรคท้ายเขียนไว้ว่า ไม่ให้ถือว่าผู้ที่อยู่อาศัยในครอบครัวเดียวกันกับผู้รับคนต่างด้าวเข้าทำงานมีความผิดในฐานะตัวการ ผู้ใช้ หรือผู้สนับสนุน ความรับผิดจึงอยู่ที่ผู้รับเข้าทำงาน ไม่ขยายไปถึงคนในบ้านที่เพียงช่วยงาน ข้อนี้ไม่ได้ลดหน้าที่ของนายจ้าง และร้านที่ดำเนินงานในรูปบริษัทควรตรวจกับผู้เชี่ยวชาญว่าใครคือผู้รับเข้าทำงานตามกฎหมาย

## ลูกจ้างของร้านหนึ่งคือลูกค้าของอีกร้าน

แรงงานที่ทำงานในจังหวัดใช้จ่ายในจังหวัดทุกวัน ทั้งอาหาร ของใช้ โทรศัพท์ และบริการสุขภาพ ร้านที่สื่อสารกับคนกลุ่มนี้ด้วยภาษาที่เขาอ่านได้และด้วยความเคารพจะได้ลูกค้าประจำ ร้านที่ใช้ภาพเหมารวมหรือคำที่ดูแคลนจะเสียทั้งลูกค้าและชื่อเสียงของร้าน

ความต่างที่ธุรกิจควรรู้คือคนกลุ่มนี้ไม่ได้ใช้ภาษาเดียวกันทั้งหมด ชาวเมียนมาจำนวนมากอ่านภาษาเมียนมา ขณะที่กลุ่มชาติพันธุ์หลายกลุ่มมีภาษาของตนเอง และคนที่อยู่ในไทยมานานอ่านภาษาไทยได้ดี สถิติของกรมการจัดหางานยังบอกด้วยว่าอาชีพที่แรงงานนำเข้าตาม MOU ทั่วประเทศได้รับอนุญาตมากที่สุดเดือนพฤศจิกายน 2568 คืองานจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่ม 98,260 ตำแหน่ง ร้านอาหารจึงเป็นทั้งนายจ้างและจุดที่พบลูกค้ากลุ่มนี้มากที่สุดจุดหนึ่ง

### ร้านควรใช้ภาษาใดในป้ายและโฆษณาสำหรับลูกค้ากลุ่มนี้

ถามลูกค้าและลูกจ้างของร้านเองก่อน แล้วเลือกภาษาที่คนส่วนใหญ่ที่ร้านพบอ่านได้ ป้ายราคาและเมนูสองภาษาไทยกับภาษาเมียนมาใช้ได้กับร้านจำนวนมาก แต่ร้านในพื้นที่ที่มีกลุ่มชาติพันธุ์อื่นอาศัยอยู่มากอาจต้องใช้ภาษาอื่นด้วย คำแปลควรให้ผู้ใช้ภาษานั้นเป็นภาษาแม่ตรวจก่อนพิมพ์ เพราะคำแปลที่ผิดบนป้ายราคาทำให้ลูกค้าไม่ไว้ใจราคาส่วนอื่นของร้าน

## งานเอกสารสองภาษาของฟิจิทัล เอเจนซี สำหรับร้านที่มีลูกจ้างชาวเมียนมา

งานเริ่มจากเอกสารภายในร้านที่ลูกจ้างต้องเข้าใจ เช่น เงื่อนไขการจ้าง ตารางงาน ป้ายความปลอดภัย และขั้นตอนเมื่อลาออก ทำเป็นสองภาษาให้ลูกจ้างอ่านได้เอง จากนั้นจึงทำเมนู ป้ายราคา และข้อความโฆษณาสำหรับลูกค้า

การแปลเอกสารที่ต้องยื่นหน่วยงานรัฐเป็นงานอีกระดับที่ต้องแยกออกมา รายละเอียดว่าคำแปลแบบไหนต้องรับรองอยู่ใน[บริการแปลภาษา คำแปลแบบไหนต้องรับรอง แบบไหนไม่ต้อง](https://phygital.co.th/insights/professional-translation-agency) ส่วนนักลงทุนชาวเมียนมาที่ต้องการเปิดกิจการร่วมกับคนไทย ประเภทธุรกิจที่คนต่างด้าวทำได้และเงื่อนไขการถือหุ้นอธิบายไว้ใน[ทุนจีนในเชียงใหม่ ธุรกิจไทยร่วมค้าได้แค่ไหนตามกฎหมาย](https://phygital.co.th/insights/chinese-investment-chiang-mai-business-opportunities) กติกาชุดนั้นไม่ได้แยกตามสัญชาติของผู้ลงทุน

### ร้านเล็กที่มีลูกจ้างชาวเมียนมาสองสามคนควรเริ่มจากเอกสารใด

เริ่มจากเอกสารที่เกิดปัญหาบ่อยที่สุดเมื่อสื่อสารไม่ตรงกัน คือเงื่อนไขค่าจ้าง วันหยุด และขั้นตอนเมื่อลาออก สามเรื่องนี้ควรมีเป็นภาษาที่ลูกจ้างอ่านได้และเก็บสำเนาไว้ที่ร้าน เอกสารที่ลูกจ้างเข้าใจตรงกับนายจ้างตั้งแต่วันแรกลดข้อโต้แย้งภายหลัง และช่วยให้ร้านแจ้งการออกจากงานได้ตรงเวลา เพราะรู้วันที่ลูกจ้างออกแน่นอน

## จัดเอกสารการจ้างให้ครบก่อนสื่อสารกับลูกค้า

งานแรกคือทำรายชื่อลูกจ้างต่างด้าวทุกคน พร้อมประเภทใบอนุญาต ประเภทงาน วันหมดอายุ และวันที่แจ้งการจ้าง แล้วตรวจว่ามีใครที่ยังไม่ได้แจ้งหรือใกล้ครบกำหนดต่ออายุ รายการนี้ทำเสร็จได้ในวันเดียวสำหรับร้านขนาดเล็ก

งานที่สองคือเตรียมเอกสารภายในสองภาษาสำหรับลูกจ้าง แล้วค่อยขยายไปที่ป้าย เมนู และข้อความโฆษณาสำหรับลูกค้า ลูกค้าต่างชาติกลุ่มอื่นในเชียงใหม่มีเงื่อนไขต่างออกไป เช่นคนทำงานทางไกลที่ถือวีซ่า DTV ซึ่งอธิบายไว้ใน[Digital Nomad เชียงใหม่ และชาติตะวันตก ภายใต้วีซ่า DTV](https://phygital.co.th/insights/digital-nomad-western-expat-chiang-mai-business) และครอบครัวที่พาลูกมาเรียนใน[ทุนเกาหลีและครอบครัว Expat ที่พาลูกมาเรียน เงื่อนไขผู้ปกครอง](https://phygital.co.th/insights/korean-expat-investment-chiang-mai-business)

## สรุป

เชียงใหม่มีคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงาน 79,429 คน ณ เดือนพฤศจิกายน 2568 กลุ่มใหญ่ที่สุดได้รับอนุญาตตามมติคณะรัฐมนตรี 24 กันยายน 2567 และรองลงมาคือผู้ไม่มีสัญชาติไทยตามมาตรา 63/1 นายจ้างต้องแจ้งการจ้างและการออกจากงานภายใน 15 วัน และการรับคนไม่มีใบอนุญาตมีโทษปรับรายหัวสูงสุด 100,000 บาท ร้านที่ทำเรื่องการจ้างให้ถูกต้องและสื่อสารด้วยภาษาที่คนกลุ่มนี้อ่านได้ จะได้ทั้งลูกจ้างที่อยู่นานและลูกค้าที่ไว้ใจ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### คำว่า "ทำงาน" ในกฎหมายนี้รวมการช่วยงานในร้านโดยไม่ได้รับค่าจ้างหรือไม่

พระราชกำหนดนิยามคำว่าทำงานว่าหมายถึงการประกอบอาชีพใด ๆ ไม่ว่าจะมีนายจ้างหรือไม่ แต่ไม่รวมการประกอบธุรกิจของผู้ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว กรณีช่วยงานโดยไม่รับค่าจ้างจะเข้านิยามนี้หรือไม่ขึ้นกับข้อเท็จจริง ร้านควรถามสำนักงานจัดหางานจังหวัดก่อนให้คนต่างด้าวช่วยงานทุกรูปแบบ

### แรงงานนำเข้าตาม MOU ต่างจากแรงงานที่จดทะเบียนตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างไร

ต่างที่ช่องทางการเข้ามา แรงงานตาม MOU เข้ามาผ่านข้อตกลงระหว่างรัฐและได้รับอนุญาตตามมาตรา 59 ส่วนแรงงานตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ 24 กันยายน 2567 คือผู้ที่อยู่ในไทยแล้วและได้รับโอกาสจดทะเบียนให้ถูกต้อง ในเชียงใหม่เดือนพฤศจิกายน 2568 กลุ่มแรกมี 1,444 คน กลุ่มที่สองมี 42,324 คน เงื่อนไขการต่ออายุของสองกลุ่มไม่เหมือนกัน

### ลูกจ้างต่างด้าวต้องแจ้งอะไรเองบ้าง

ลูกจ้างต้องแจ้งนายทะเบียนภายใน 15 วันนับแต่วันที่เข้าทำงาน ว่านายจ้างคือใคร ทำงานที่ไหน และทำงานหลักอะไร และต้องแจ้งทุกครั้งที่เปลี่ยนนายจ้าง นายจ้างที่ช่วยลูกจ้างทำขั้นตอนนี้ไปพร้อมกับการแจ้งของตนลดความเสี่ยงที่ข้อมูลของสองฝ่ายไม่ตรงกัน

### ธุรกิจควรหลีกเลี่ยงอะไรเมื่อทำโฆษณาถึงลูกค้าชาวเมียนมาและกลุ่มชาติพันธุ์

หลีกเลี่ยงภาพเหมารวม การล้อเลียนสำเนียงหรือการแต่งกาย และการพาดพิงสถานการณ์การเมืองของประเทศต้นทาง เนื้อหาเหล่านี้ไม่ช่วยขายและเสี่ยงต่อการถูกมองว่าดูแคลนลูกค้า เนื้อหาที่ได้ผลคือข้อมูลที่ลูกค้าใช้ได้จริง เช่น ราคา เวลาเปิด ช่องทางชำระเงิน และเงื่อนไขการรับประกัน ในภาษาที่ลูกค้าอ่านได้

### สถิติแรงงานต่างด้าวรายจังหวัดอัปเดตบ่อยแค่ไหน

กรมการจัดหางานเผยแพร่สถิติการทำงานของคนต่างด้าวเป็นรายเดือน ตัวเลขในบทนี้มาจากฉบับเดือนพฤศจิกายน 2568 ซึ่งยังเป็นฉบับบนสุดของหน้าสถิติ ณ วันที่เขียนบทนี้ ก่อนใช้วางแผนควรเปิดหน้าสถิติดูฉบับใหม่กว่าเอง เพราะจำนวนเปลี่ยนตามรอบการจดทะเบียนและต่ออายุ

### จังหวัดใกล้เคียงอย่างลำพูนมีแรงงานต่างด้าวมากแค่ไหน

สถิติฉบับเดียวกันระบุว่าลำพูนมีคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตทำงาน 6,317 คน และภาคเหนือทั้งภาคมี 183,252 คน เชียงใหม่จึงมีสัดส่วนราว 43% ของภาค ภาพรวมแรงงานในนิคมอุตสาหกรรมของลำพูนดูได้จาก[ประชากรลำพูน ผู้สูงอายุ 29.55% แต่ตำบลโรงงานมีแค่ 17.8%](https://phygital.co.th/insights/lamphun-population-factory-workers-hidden-purchasing-power)

## มีลูกจ้างหรือลูกค้าชาวเมียนมา แต่เอกสารและป้ายของร้านยังเป็นภาษาไทยอย่างเดียว

ให้ PHYGITAL AGENCY ทำเงื่อนไขการจ้าง ป้ายความปลอดภัย เมนู และป้ายราคาเป็นสองภาษา ตรวจคำแปลโดยผู้ใช้ภาษานั้นเป็นภาษาแม่ และวางข้อความสื่อสารกับลูกค้าที่ให้ข้อมูลจริงโดยไม่ใช้ภาพเหมารวม สำหรับร้านอาหาร ร้านค้า และธุรกิจบริการในเชียงใหม่และภาคเหนือ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
