# Music Marketing เพลงหนึ่งเพลงมีเจ้าของกี่ชั้น

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/music-marketing-agency · เผยแพร่ 23 มิถุนายน 2564 · อ่าน 14 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ใช้เพลงในงานการตลาดต้องเคลียร์สิทธิ์หลายชั้น ทั้งดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และสิทธิของนักแสดง พร้อมวิธีตรวจก่อนใช้จริง โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **เพลงหนึ่งเพลงมีงานอันมีลิขสิทธิ์ซ้อนกันอยู่หลายชิ้น** — ทำนองกับคำร้องเป็นงานหนึ่ง ไฟล์บันทึกเสียงเป็นอีกงานหนึ่ง และการร้องการบรรเลงมีสิทธิของผู้แสดงอีกชั้น
- **การได้รับอนุญาตจากฝ่ายเดียวจึงยังไม่พอ** — เพราะแต่ละชั้นอาจอยู่กับคนละเจ้าของ และขอบเขตที่อนุญาตไว้ก็มักไม่เท่ากัน
- **ขอบเขตการใช้งานต้องระบุเป็นข้อ ๆ ตั้งแต่ต้น** — ทั้งช่องทาง ระยะเวลา พื้นที่ และการนำไปใช้ซ้ำ เพราะสิ่งที่ไม่ได้เขียนไว้คือสิ่งที่ยังไม่ได้รับอนุญาต

แบรนด์ที่เริ่มใส่เพลงในร้าน ในโฆษณา หรือในคลิปโซเชียล มักใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการเลือกเพลงให้เข้ากับอารมณ์ของแบรนด์ จุดที่งานกลุ่มนี้สะดุดบ่อยที่สุดไม่ใช่เรื่องรสนิยมทางดนตรี แต่เป็นเรื่องสิทธิ์ เพราะเพลงที่ได้ยินเป็นชิ้นเดียวในหูของผู้ฟัง กลับเป็นงานอันมีลิขสิทธิ์หลายชิ้นซ้อนกันอยู่ในทางกฎหมาย และแต่ละชิ้นอาจอยู่กับเจ้าของคนละราย ส่วนต่อไปของบทแกะสิทธิ์ในเพลงหนึ่งเพลงออกทีละชั้น บอกข้อจำกัดของเพลงจากคลังเสียง ความต่างระหว่างการเปิดเพลงในร้านกับการใส่เพลงในโฆษณา และบทบาทของเสียงในจังหวะที่ผู้ชมไม่ได้มองจอ

เสียงเป็นช่องทางที่เข้าถึงผู้ชมได้แม้ในจังหวะที่สายตาไม่ได้อยู่กับหน้าจอ ทั้งในร้าน ในรถ และในคลิปที่เล่นอัตโนมัติขณะเลื่อนดู แบรนด์จำนวนมากจึงเริ่มใช้ดนตรีและเสียงเป็นส่วนหนึ่งของงานสื่อสาร บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) ดูแลงานเสียงให้แบรนด์ในหลายจังหวัด โดยตั้งทีมผลิตหลักไว้ที่เชียงใหม่

## เพลงหนึ่งเพลงมีสิทธิ์ซ้อนกันหลายชั้น

สิ่งที่ผู้ฟังรับรู้เป็นเพลงหนึ่งเพลง ในทางกฎหมายประกอบด้วยงานหลายประเภทที่แยกจากกันได้ [พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม](https://law.prd.go.th/th/content/article/detail/id/2475/iid/234627) แยกนิยามไว้คนละข้อ

มาตรา 4 นิยามคำว่า ดนตรีกรรม ว่าหมายถึงงานเกี่ยวกับเพลงที่แต่งขึ้นเพื่อบรรเลงหรือขับร้อง ไม่ว่าจะมีทำนองและคำร้องหรือมีทำนองอย่างเดียว ส่วนคำว่า สิ่งบันทึกเสียง หมายถึงงานอันประกอบด้วยลำดับของเสียงดนตรี เสียงการแสดง หรือเสียงอื่นใด โดยบันทึกลงในวัสดุที่นำมาเล่นซ้ำได้

สองอย่างนี้เป็นคนละงานกัน ผู้แต่งทำนองถือสิทธิ์ในดนตรีกรรม ส่วนผู้ลงทุนผลิตและบันทึกเสียงถือสิทธิ์ในสิ่งบันทึกเสียง การได้รับอนุญาตให้ใช้ทำนองจึงไม่ได้แปลว่าได้รับอนุญาตให้ใช้ไฟล์เพลงเวอร์ชันที่คุ้นหูด้วย

ชั้นที่สามคือสิทธิของนักแสดง มาตรา 44 ระบุว่านักแสดงย่อมมีสิทธิแต่ผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตน ทั้งการแพร่เสียงแพร่ภาพ การบันทึกการแสดงที่ยังไม่เคยบันทึก และการทำซ้ำสิ่งบันทึกการแสดงที่เคยอนุญาตไว้เพื่อใช้ในงานอื่น ซึ่งหมายความว่านักร้องและนักดนตรีมีสิทธิของตัวเองแยกจากเจ้าของเพลง

### เพลงที่ซื้อลิขสิทธิ์มาแล้วยังผิดได้อย่างไร?

ผิดได้เมื่อสิ่งที่ซื้อครอบคลุมไม่ครบทุกชั้นหรือไม่ครบทุกช่องทาง กฎหมายแยกดนตรีกรรมกับสิ่งบันทึกเสียงเป็นคนละงาน และให้สิทธิของนักแสดงไว้อีกชั้น การจ่ายเงินให้ฝ่ายหนึ่งจึงไม่ได้ปิดความเสี่ยงจากอีกฝ่าย อีกกรณีที่พบบ่อยคือใบอนุญาตระบุเฉพาะการใช้ภายในองค์กร แต่งานถูกนำไปลงช่องทางสาธารณะ วิธีตรวจที่ง่ายที่สุดคืออ่านหัวข้อขอบเขตแล้วเทียบกับแผนเผยแพร่จริงทีละช่องทาง

## ชั้นของสิทธิ์ที่ต้องเคลียร์ก่อนใช้เพลง

ก่อนนำเพลงเข้าสู่งานใด ๆ ควรไล่ดูทีละชั้นว่าใครถืออะไร และสิ่งที่ได้รับอนุญาตครอบคลุมถึงไหน ตารางด้านล่างเรียงตามลำดับที่มักถูกมองข้าม

| ชั้นของสิทธิ์                   | งานตามกฎหมาย                       | ผู้ถือสิทธิ์โดยทั่วไป                        | สิ่งที่ต้องได้รับอนุญาต                          |
| --------------------------------- | ------------------------------------ | ------------------------------------------------ | ----------------------------------------------------- |
| ทำนองและคำร้อง                  | ดนตรีกรรม (มาตรา 4)                 | ผู้แต่ง หรือผู้รับโอนสิทธิ์                  | การทำซ้ำและการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ตามมาตรา 15 |
| ไฟล์เสียงเวอร์ชันที่นำไปใช้ | สิ่งบันทึกเสียง (มาตรา 4)          | ผู้ลงทุนผลิตและบันทึกเสียง                  | การทำซ้ำ การเผยแพร่ และการให้เช่าสำเนา        |
| การร้องและการบรรเลง           | สิทธิของนักแสดง (มาตรา 44)        | นักร้อง นักดนตรี ผู้แสดง                      | การบันทึก การทำซ้ำ และการเผยแพร่การแสดงนั้น  |
| การนำเสียงไปประกอบภาพ         | งานที่สร้างขึ้นใหม่จากงานเดิม | เจ้าของสิทธิ์ของทุกชั้นข้างต้น             | การทำซ้ำและดัดแปลงเพื่อรวมเข้ากับงานใหม่    |
| การเปิดเสียงในพื้นที่ธุรกิจ  | การเผยแพร่ต่อสาธารณชน (มาตรา 15) | เจ้าของสิทธิ์ หรือผู้ได้รับมอบให้จัดเก็บ | การอนุญาตให้เผยแพร่ในสถานประกอบการ            |

แถวที่มักถูกข้ามคือแถวที่สาม เพราะผู้ว่าจ้างมักเข้าใจว่าเมื่อจ่ายค่าห้องอัดและค่าตัวนักดนตรีแล้ว สิทธิ์ทั้งหมดย่อมตกมาที่ผู้จ่าย ซึ่งไม่ได้เป็นเช่นนั้นโดยอัตโนมัติ หากไม่ได้เขียนไว้ในสัญญา

มาตรา 49 กำหนดให้สิทธิของนักแสดงตามมาตรา 44 มีอายุห้าสิบปีนับแต่วันสิ้นปีปฏิทินของปีที่มีการแสดง ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ยาวกว่าอายุของแคมเปญใด ๆ มาก การเขียนขอบเขตไว้ให้ชัดตั้งแต่วันบันทึกเสียงจึงคุ้มค่ากว่าการตามแก้ภายหลัง

### ต้องขออนุญาตจากกี่ฝ่ายถึงจะครบ?

ขึ้นกับว่าเพลงนั้นผ่านกี่ชั้นมาแล้ว เพลงที่มีคนแต่ง มีคนร้อง และมีผู้ลงทุนบันทึกเสียงแยกกัน อาจต้องได้รับอนุญาตจากสามฝ่าย ส่วนเพลงที่ค่ายรับโอนสิทธิ์ทุกชั้นไว้แล้ว การติดต่อจุดเดียวก็ครบ วิธีที่เร็วที่สุดคือถามผู้ให้สิทธิ์ตรง ๆ ว่าใบอนุญาตครอบคลุมชั้นใดบ้าง แล้วขอให้ระบุเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะคำตอบด้วยวาจาใช้ยืนยันภายหลังไม่ได้

## เพลงจากคลังเสียงไม่ได้ใช้ได้ทุกช่องทาง

คลังเพลงแบบเสียค่าสมาชิกช่วยลดงานติดต่อลงมาก แต่ใบอนุญาตของคลังเหล่านี้มีขอบเขตที่ต่างกันมากระหว่างแต่ละแพ็กเกจ และจุดที่ต่างกันมักเป็นจุดเดียวกับที่งานการตลาดต้องใช้

สิ่งที่ควรอ่านก่อนกดดาวน์โหลดแบ่งได้เป็นสี่หัวข้อ หัวข้อแรกคือช่องทางที่อนุญาต บางแพ็กเกจครอบคลุมเฉพาะเนื้อหาที่ไม่ได้ซื้อโฆษณา แต่ไม่ครอบคลุมโฆษณาแบบเสียเงิน หัวข้อที่สองคือระยะเวลา บางฉบับให้สิทธิ์ตลอดไป บางฉบับหมดอายุพร้อมสมาชิก

หัวข้อที่สามคือพื้นที่ที่อนุญาตให้เผยแพร่ ซึ่งสำคัญกับแบรนด์ที่ยิงโฆษณาข้ามประเทศ และหัวข้อที่สี่คือสิทธิ์ในการดัดแปลง เช่น การตัดต่อให้สั้นลง การเปลี่ยนความเร็ว หรือการนำไปผสมกับเสียงอื่น ซึ่งบางฉบับระบุห้ามไว้

อีกจุดที่ควรเก็บไว้ตั้งแต่ต้นคือหลักฐานการได้รับสิทธิ์ ทั้งหมายเลขใบอนุญาต ชื่อไฟล์ วันที่ดาวน์โหลด และแพ็กเกจที่ใช้ เพราะเมื่อมีการทักท้วงจากระบบตรวจสอบของแพลตฟอร์ม สิ่งที่ใช้ชี้แจงได้คือเอกสารชุดนี้ ไม่ใช่ความทรงจำว่าเคยซื้อไว้

### เพลงที่ไม่มีค่าใช้จ่ายใช้ในงานโฆษณาได้ไหม?

ใช้ได้เมื่อเงื่อนไขของผู้ให้สิทธิ์อนุญาตการใช้เชิงพาณิชย์ไว้ชัดเจน คำว่าไม่มีค่าใช้จ่ายหมายถึงไม่ต้องจ่ายเงิน ไม่ได้แปลว่าไม่มีเงื่อนไข เงื่อนไขที่พบบ่อยคือการต้องให้เครดิตผู้สร้างสรรค์ในตำแหน่งที่มองเห็น และการห้ามนำไปใช้กับเนื้อหาที่ซื้อโฆษณา สิ่งที่ควรทำคือบันทึกข้อความเงื่อนไขฉบับที่เห็นในวันดาวน์โหลดไว้ด้วย เพราะผู้ให้สิทธิ์เปลี่ยนเงื่อนไขภายหลังได้ และฉบับที่ผูกพันคือฉบับ ณ วันที่ได้รับสิทธิ์

## เปิดเพลงในร้านกับใส่เพลงในโฆษณาเป็นคนละเรื่อง

การเปิดเพลงในพื้นที่ธุรกิจกับการนำเพลงไปเป็นส่วนหนึ่งของชิ้นงาน เป็นการใช้สิทธิ์คนละข้อ จึงต้องขออนุญาตคนละแบบ และใบอนุญาตฉบับหนึ่งมักไม่ครอบคลุมอีกฉบับ

การเปิดเพลงให้ลูกค้าในร้านฟังเข้าข่ายการเผยแพร่ต่อสาธารณชนตามมาตรา 15 (2) ซึ่งเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ ร้านค้าจึงต้องได้รับอนุญาตสำหรับการเปิดเพลงโดยเฉพาะ ไม่ว่าเพลงนั้นจะมาจากแผ่น จากบริการสตรีมมิง หรือจากไฟล์ที่ซื้อมา

ส่วนการนำเพลงไปวางใต้ภาพในคลิปโฆษณาเป็นการทำซ้ำและรวมเข้ากับงานใหม่ ซึ่งต้องได้รับอนุญาตจากทุกชั้นของสิทธิ์ที่อธิบายไว้ข้างต้น รวมถึงขอบเขตว่าคลิปนั้นจะถูกนำไปซื้อโฆษณาต่อหรือไม่

บริการสตรีมมิงสำหรับผู้ฟังทั่วไปเป็นจุดที่เข้าใจผิดกันมากที่สุด เพราะเงื่อนไขการใช้งานของบริการกลุ่มนี้มักระบุขอบเขตไว้ที่การฟังส่วนบุคคล การนำมาเปิดในพื้นที่ที่มีลูกค้าจึงอยู่นอกขอบเขตที่ตกลงไว้ตั้งแต่ต้น

### ร้านเล็ก ๆ เปิดเพลงให้ลูกค้าฟังต้องขออนุญาตไหม?

ต้องขอ เพราะกฎหมายดูที่ลักษณะของการเผยแพร่ ไม่ได้ดูที่ขนาดของกิจการ การเปิดเพลงให้ลูกค้าในพื้นที่ของร้านถือเป็นการเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งเป็นสิทธิแต่ผู้เดียวของเจ้าของลิขสิทธิ์ตามมาตรา 15 ทางเลือกที่ใช้กันจริงมีสองทาง คือขอใบอนุญาตเปิดเพลงจากผู้มีสิทธิ์จัดเก็บของเพลงกลุ่มที่ต้องการเปิด หรือเลือกใช้บริการเพลงสำหรับธุรกิจซึ่งรวมสิทธิ์การเปิดในสถานประกอบการไว้ในค่าบริการแล้ว

## เสียงทำงานตอนที่ผู้ชมไม่ได้มองจอ

เหตุผลที่แบรนด์ลงทุนกับเสียงไม่ได้อยู่ที่ความไพเราะ แต่อยู่ที่เสียงเข้าถึงผู้คนในจังหวะที่ภาพเข้าไม่ถึง และเป็นสัญญาณที่จดจำได้แม้ได้ยินเพียงไม่กี่วินาที

สถานการณ์ที่เสียงทำงานได้ดีมีอยู่สามแบบ แบบแรกคือระหว่างที่ผู้ชมทำอย่างอื่นอยู่ เช่น ขับรถ ทำอาหาร หรือเดินในร้าน แบบที่สองคือช่วงเปิดและปิดของคลิปสั้น ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ผู้ชมตัดสินใจว่าจะดูต่อหรือเลื่อนผ่าน แบบที่สามคือจุดสัมผัสที่ไม่มีหน้าจอเลย เช่น เสียงตอบรับในระบบโทรศัพท์ หรือเสียงแจ้งเตือนเมื่อชำระเงินสำเร็จ

สิ่งที่ทำให้เสียงประจำแบรนด์ใช้ได้จริงคือความสั้นและความสม่ำเสมอ เสียงที่ยาวเกินไปจะถูกตัดทิ้งเมื่อต้องลงในรูปแบบที่จำกัดเวลา ส่วนเสียงที่เปลี่ยนไปทุกแคมเปญจะไม่สะสมการจดจำ

ข้อควรระวังคือระดับเสียงและความถี่ของการเล่นซ้ำ เพราะเสียงที่ดังกว่าเนื้อหารอบข้างหรือเล่นถี่เกินไปสร้างความรำคาญได้เร็วกว่าภาพ และความรำคาญที่ผูกกับแบรนด์เป็นสิ่งที่แก้ยากกว่าการไม่ถูกจดจำ

### เสียงประจำแบรนด์ควรยาวเท่าไร?

สั้นพอที่จะวางไว้ท้ายคลิปโดยไม่กินเวลาเนื้อหา โดยทั่วไปอยู่ที่ประมาณหนึ่งถึงสามวินาที ซึ่งเป็นช่วงที่ยังจำได้และไม่ขัดจังหวะ สิ่งที่สำคัญกว่าความยาวคือการใช้ชุดเสียงเดียวกันต่อเนื่องหลายปี เพราะการจดจำเกิดจากการได้ยินซ้ำในบริบทเดียวกัน ไม่ได้เกิดจากความซับซ้อนของทำนอง ก่อนเลือกควรทดสอบฟังผ่านลำโพงโทรศัพท์จริง เนื่องจากเป็นอุปกรณ์ที่ผู้ฟังส่วนใหญ่ได้ยินเสียงนั้นเป็นครั้งแรก

## งานดนตรีและเสียงในมือทีมฟิจิทัล เอเจนซี

คำถามข้อแรกที่ถามลูกค้าเสมอคือแบรนด์ต้องการเสียงไว้ให้คนจำในระยะยาว หรือต้องการเพลงประกอบสำหรับแคมเปญเดียว เพราะสองโจทย์นี้ใช้คนละวิธีทั้งเรื่องการผลิตและเรื่องสิทธิ์

* **ตรวจสิทธิ์ของเพลงที่ใช้อยู่เดิม** ทั้งใบอนุญาต ขอบเขตช่องทาง และวันหมดอายุ แล้วทำรายการจุดที่ยังไม่ครอบคลุม
* **เลือกแนวทางให้ตรงงบและความเสี่ยง** ระหว่างการใช้คลังเพลงที่มีเงื่อนไขชัดเจน กับการผลิตเสียงขึ้นใหม่ที่ถือสิทธิ์ได้เอง
* **จัดทำเอกสารสิทธิ์ให้ครบทุกชั้น** รวมถึงข้อตกลงกับนักดนตรีและผู้ให้เสียง ที่ระบุขอบเขตการนำไปใช้ไว้เป็นข้อ ๆ
* **เก็บแฟ้มหลักฐานไว้ที่เดียว** เพื่อใช้ชี้แจงเมื่อระบบตรวจสอบของแพลตฟอร์มทักท้วงชิ้นงาน

สำหรับองค์กรที่มีงานสื่อสารหลายสายพร้อมกัน จะจัดทำทะเบียนเสียงกลางที่ระบุว่าไฟล์ใดใช้ได้กับช่องทางไหน ถึงวันใด ซึ่งช่วยให้ทีมที่ผลิตงานคนละทีมไม่หยิบไฟล์ผิดฉบับไปใช้

### จ้างผลิตเสียงขึ้นใหม่คุ้มกว่าซื้อจากคลังไหม?

คุ้มเมื่อแบรนด์ตั้งใจใช้เสียงชุดเดิมต่อเนื่องหลายปีและหลายช่องทาง เพราะต้นทุนครั้งเดียวแลกกับการถือสิทธิ์ที่ระบุขอบเขตได้เอง และไม่ต้องตรวจวันหมดอายุทุกครั้งที่หยิบไปใช้ ส่วนงานที่ใช้ครั้งเดียวหรือมีอายุสั้น การซื้อจากคลังที่เงื่อนไขชัดเจนมักคุ้มกว่า จุดตัดสินที่ใช้ได้จริงคือจำนวนชิ้นงานที่จะใช้เสียงนั้นในสองปีข้างหน้า ถ้านับได้หลายสิบชิ้น การผลิตขึ้นใหม่ถูกกว่าต่อชิ้น

งานเสียงที่ผลิตขึ้นเฉพาะสำหรับแบรนด์มีเงื่อนไขการโอนสิทธิ์อีกชุดหนึ่ง อธิบายไว้ใน[แต่งเพลงประจำแบรนด์และพากย์เสียง เสียงคนต้องขอยินยอมแค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/brand-song-radio-spot-voiceover) ส่วนงานเพลงสำหรับผู้ฟังกลุ่มเด็กมีข้อกำหนดเพิ่มเติมที่[แต่งเพลงเด็กและดนตรีประกอบ อัปโหลดแล้วอะไรหายไปบ้าง](https://phygital.co.th/insights/kids-song-animation-music-agency) เงื่อนไขของแพลตฟอร์มก่อนเปิดรายการพอดแคสต์ของแบรนด์อยู่ใน[ผลิต Podcast แบรนด์ ตอนหนึ่งต้องมีเนื้อหามากกว่าโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/podcast-production-audio-branding-agency) และการสื่อสารเรื่องของแบรนด์ผ่านสื่อมวลชนอธิบายไว้ใน[ประชาสัมพันธ์ออนไลน์ ข่าวแจกที่กองบรรณาธิการเลือกลง](https://phygital.co.th/insights/digital-pr-press-release-agency)

งานฝั่งดนตรีและเสียงรวมอยู่ใน[บริการการตลาดผ่านดนตรีและเสียงของฟิจิทัล เอเจนซี](https://phygital.co.th/solutions/music-marketing) ซึ่งครอบคลุมทั้งการตรวจสิทธิ์ การผลิต และการวางระบบเสียงของแบรนด์

## เริ่มจากรายการเพลงที่ใช้อยู่ตอนนี้

งานที่ให้ผลเร็วที่สุดคือการเปิดดูว่าตอนนี้แบรนด์ใช้เสียงอะไรอยู่บ้าง ทั้งคลิปที่ยังเผยแพร่อยู่ เพลงที่เปิดในพื้นที่ให้บริการ และเสียงในระบบอัตโนมัติ แล้วจับคู่แต่ละรายการกับเอกสารสิทธิ์ที่มี

รายการที่หาเอกสารไม่เจอคือรายการที่ต้องจัดการก่อน ทางเลือกมีสามทาง คือขอสิทธิ์เพิ่มให้ครอบคลุม เปลี่ยนไปใช้เสียงที่มีเอกสารชัดเจน หรือถอดออกจากการใช้งาน ซึ่งทั้งสามทางถูกกว่าการรอให้มีคนทักท้วง

ในใบเสนอราคางานเสียงควรระบุให้ครบว่าส่งมอบไฟล์รูปแบบใด สิทธิ์ครอบคลุมช่องทางใด มีอายุถึงเมื่อใด ดัดแปลงได้หรือไม่ และใครเป็นผู้ถือสิทธิ์เมื่องานจบ เพราะห้าหัวข้อนี้เป็นจุดที่ทำให้ตัวเลขของแต่ละข้อเสนอไม่เท่ากัน

## สรุป

เพลงที่ได้ยินเป็นชิ้นเดียวประกอบด้วยงานอันมีลิขสิทธิ์หลายชั้นที่อาจอยู่กับคนละเจ้าของ ทั้งดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และสิทธิของนักแสดง การได้รับอนุญาตจากฝ่ายเดียวจึงยังไม่ปิดความเสี่ยง สิ่งที่ทำให้งานเสียงเดินหน้าได้โดยไม่ต้องกังวลคือการระบุขอบเขตการใช้งานเป็นข้อ ๆ ตั้งแต่ต้น และเก็บเอกสารสิทธิ์ทุกชั้นไว้ในที่เดียวให้หยิบมาชี้แจงได้ทันที

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ใช้เพลงแค่ไม่กี่วินาทีถือว่าละเมิดไหม

ความยาวไม่ใช่เกณฑ์ที่ทำให้พ้นความรับผิดโดยอัตโนมัติ สิ่งที่พิจารณาคือการนำส่วนอันเป็นสาระสำคัญไปใช้และผลกระทบต่อการแสวงหาประโยชน์ของเจ้าของสิทธิ์ ท่อนสั้นที่เป็นท่อนจำได้ของเพลงจึงมีความเสี่ยงสูงกว่าท่อนยาวที่ไม่มีใครจำได้

### ร้องเพลงคนอื่นใหม่ด้วยเสียงตัวเองแล้วใช้ได้เลยไหม

ยังต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าของสิทธิ์ในทำนองและคำร้อง เพราะการร้องใหม่เป็นการทำซ้ำงานดนตรีกรรม สิ่งที่หายไปคือความจำเป็นต้องขอสิทธิ์ในสิ่งบันทึกเสียงฉบับเดิมเท่านั้น ส่วนชั้นของผู้แต่งยังอยู่ครบ

### เพลงเก่ามากแล้วใช้ได้ฟรีหรือยัง

ต้องดูอายุการคุ้มครองของแต่ละชั้นแยกกัน เพราะดนตรีกรรม สิ่งบันทึกเสียง และสิทธิของนักแสดงนับอายุไม่พร้อมกัน ทำนองที่หมดอายุแล้วไม่ได้ทำให้ไฟล์บันทึกเสียงที่อัดใหม่หมดอายุตามไปด้วย การตรวจจึงต้องทำทีละชั้น

### ให้ปัญญาประดิษฐ์ช่วยสร้างเพลงแทนได้ไหม

ใช้ได้ในบางงาน แต่ควรอ่านเงื่อนไขของผู้ให้บริการว่าอนุญาตให้ใช้ผลลัพธ์เชิงพาณิชย์หรือไม่ และผู้ใช้ได้สิทธิ์ในระดับใด อีกเรื่องที่ควรตรวจคือผลลัพธ์นั้นใกล้เคียงกับเพลงที่มีอยู่จริงหรือไม่ เพราะความคล้ายที่มากเกินไปยังเป็นประเด็นได้

### ระบบของแพลตฟอร์มทักท้วงคลิปที่ใช้เพลงถูกต้อง ต้องทำอย่างไร

ยื่นโต้แย้งพร้อมแนบหลักฐานสิทธิ์ที่ถือไว้ ทั้งใบอนุญาต หมายเลขอ้างอิง และขอบเขตที่ระบุไว้ การเก็บเอกสารชุดนี้ตั้งแต่วันได้รับสิทธิ์จึงสำคัญ เพราะกระบวนการโต้แย้งมีกรอบเวลาและต้องใช้เอกสารประกอบเสมอ

### ธุรกิจที่ไม่มีทีมสร้างสรรค์ในองค์กรเริ่มต้นอย่างไร

เริ่มจากการทำรายการเสียงที่ใช้อยู่แล้วทั้งหมดก่อน ทั้งในคลิป ในร้าน และในระบบตอบรับ จากนั้นจึงตรวจว่าแต่ละรายการมีเอกสารสิทธิ์รองรับหรือไม่ ขั้นตอนนี้มักเผยจุดที่ต้องแก้ทันทีหลายจุด และทำได้โดยยังไม่ต้องลงทุนผลิตอะไรใหม่

## อยากให้แบรนด์มีเสียงที่คนจำได้ โดยไม่ต้องลุ้นว่าจะมีใครทักท้วงเมื่อไร

ให้ PHYGITAL AGENCY ดูแลงานดนตรีและเสียงของคุณ ตั้งแต่การตรวจสิทธิ์ของเสียงที่ใช้อยู่ ไปจนถึงการผลิตชุดเสียงประจำแบรนด์พร้อมเอกสารสิทธิ์ที่ระบุครบทุกชั้น

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
