# การตลาดครอบครัวส่งลูกเรียนต่างประเทศ ตัวแทนต้องเปิดเผยอะไร

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/marketing-thai-overseas-students-families · เผยแพร่ 22 สิงหาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

การตลาดถึงครอบครัวส่งลูกเรียนต่างประเทศ นักศึกษาไทยในต่างประเทศ 32,646 คนปี 2023 และกติกา National Code ของออสเตรเลียที่ห้ามรับประกันวีซ่า ให้ตัวแทนแจ้งผลประโยชน์

## Key Takeaways

- **UNESCO ประมาณว่าปี 2023 มีนักศึกษาไทยเรียนระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ 32,646 คน** — คิดเป็นอัตราการไปเรียนต่างประเทศราวร้อยละ 1.58 ของนักศึกษาอุดมศึกษาไทย ภูมิภาคที่เปิดเผยตัวเลขมากที่สุดคืออเมริกาเหนือกับยุโรปตะวันตก 14,302 คน
- **ประมวลแนวปฏิบัติ National Code 2018 ของออสเตรเลียห้ามการตลาดถึงนักเรียนต่างชาติที่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด** — ห้ามสัญญาผลด้านการย้ายถิ่น และห้ามรับประกันผลการประเมินการศึกษา
- **สถานศึกษาในออสเตรเลียต้องทำสัญญาเป็นหนังสือกับตัวแทนแนะแนวทุกราย** — และต้องให้ตัวแทนแจ้งผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นลายลักษณ์อักษร ธุรกิจไทยที่ทำการตลาดถึงครอบครัวกลุ่มนี้ใช้มาตรฐานเดียวกันเป็นเกณฑ์เขียนข้อความได้

ครอบครัวที่ส่งลูกไปเรียนต่างประเทศตัดสินใจครั้งใหญ่จากข้อมูลที่ส่วนมากมาจากคนกลาง ทั้งตัวแทนแนะแนว โรงเรียนกวดวิชาภาษา และสถานศึกษาปลายทาง บทนี้เขียนให้ธุรกิจที่ทำการตลาดถึงครอบครัวกลุ่มนี้ เช่น ตัวแทนแนะแนวการศึกษา สถาบันสอนภาษา ผู้ให้บริการที่พัก และบริการการเงินข้ามประเทศ ได้เห็นว่าประเทศปลายทางเขียนกติกาเรื่องความถูกต้องของข้อมูลไว้อย่างไร ข้อมูลหลักมาจากฐานข้อมูลของสถาบันสถิติ UNESCO และตัวบทกฎหมายของรัฐบาลออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา

กติกาในบทนี้เป็นของประเทศปลายทาง ไม่ได้บังคับธุรกิจไทยโดยตรง แต่เป็นมาตรฐานที่สถานศึกษาปลายทางใช้กำกับตัวแทนของตัวเอง ธุรกิจไทยที่เป็นคู่ค้าของสถานศึกษาเหล่านั้นจึงต้องทำตามผ่านสัญญา และธุรกิจที่ไม่ได้เป็นคู่ค้าก็ใช้เป็นเกณฑ์วัดว่าข้อความโฆษณาของตัวเองให้ข้อมูลครบแค่ไหน

## นักศึกษาไทยในต่างประเทศมีกี่คน

[ฐานข้อมูลของสถาบันสถิติ UNESCO (UIS)](https://api.uis.unesco.org/api/public/data/indicators?indicator=OE.5T8.40510&geoUnit=THA&start=2015) นับนักศึกษาระดับอุดมศึกษาที่ข้ามพรมแดนไปเรียน ตัวเลขของไทยปี 2023 ติดป้ายว่าเป็นค่าประมาณของ UIS และแยกตามภูมิภาคปลายทางได้ดังนี้

| ภูมิภาคปลายทาง                                             | จำนวนนักศึกษาไทย ปี 2023 |
| ------------------------------------------------------------ | -------------------------- |
| อเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตก                              | 14,302 คน                  |
| แปซิฟิก                                                      | 9,006 คน                   |
| กลุ่มประเทศอาหรับ                                          | 2,993 คน                   |
| ยุโรปกลางและตะวันออก                                     | 755 คน                     |
| เอเชียใต้และตะวันตก                                      | 597 คน                     |
| เอเชียกลาง ละตินอเมริกาและแคริบเบียน แอฟริกาใต้สะฮารา | 32 คน                      |
| รวมทุกประเทศ                                               | 32,646 คน                  |

ตัวเลขชุดเดียวกันย้อนหลังแสดงว่านักศึกษาไทยในต่างประเทศมี 29,981 คนในปี 2015 ขึ้นไปถึง 33,827 คนในปี 2018 ลดเหลือ 28,480 คนในปี 2021 แล้วกลับมาที่ 32,646 คนในปี 2023 ส่วนอัตราการไปเรียนต่างประเทศเทียบกับนักศึกษาอุดมศึกษาทั้งหมดของไทยอยู่ที่ราวร้อยละ 1.58

การจัดกลุ่มภูมิภาคของ UNESCO ต่างจากที่คนทั่วไปเรียก ภูมิภาคอเมริกาเหนือและยุโรปตะวันตกรวมสหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักรไว้ด้วยกัน ส่วนแปซิฟิกรวมออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ธุรกิจที่อยากรู้ตัวเลขรายประเทศต้องเปิดสถิติของประเทศปลายทางแต่ละแห่งเพิ่ม และควรเทียบปีการศึกษาให้ตรงกันก่อนนำมาวางในตารางเดียวกัน เพราะแต่ละประเทศเปิดภาคเรียนคนละเดือน

### **ทำไมตัวเลขรายประเทศของนักเรียนไทยจากแต่ละแหล่งจึงต่างกัน**

เพราะแต่ละแหล่งนับคนละกลุ่ม ตารางข้างบนเมื่อบวกเฉพาะภูมิภาคที่เปิดเผยได้ 27,685 คน น้อยกว่ายอดรวม 4,961 คน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกซึ่งมีทั้งจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ไม่มีตัวเลขของไทยปี 2023 ในฐานข้อมูลชุดนี้ และ UIS นับเฉพาะระดับอุดมศึกษา ตัวเลขจากแหล่งที่นับวีซ่านักเรียนหรือนับทุกระดับการศึกษาจึงเทียบกับตารางนี้ตรง ๆ ไม่ได้ ธุรกิจที่อ้างตัวเลขในโฆษณาควรบอกด้วยว่านับใคร ปีไหน

## กติกาการตลาดของออสเตรเลีย

ออสเตรเลียกำกับสถานศึกษาที่รับนักเรียนต่างชาติด้วย [National Code of Practice for Providers of Education and Training to Overseas Students 2018](https://www.legislation.gov.au/F2017L01182/latest/text) ฉบับรวมล่าสุดลงวันที่ 21 มกราคม 2026 มาตรฐานข้อแรกว่าด้วยข้อมูลการตลาดโดยตรง

| ข้อ | สิ่งที่สถานศึกษาต้องทำหรือห้ามทำ                                                                                                                                              |
| --- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| 1.1 | การตลาดและการโปรโมตหลักสูตรเพื่อรับนักเรียนต่างชาติ รวมถึงผ่านตัวแทน ต้องไม่เป็นเท็จหรือทำให้เข้าใจผิด และสอดคล้องกับกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของออสเตรเลีย |
| 1.2 | ห้ามให้ข้อมูลเท็จเรื่องสถาบันคู่สอน การฝึกงานที่หลักสูตรบังคับ เงื่อนไขรับเข้ารวมถึงระดับภาษาอังกฤษ และผลลัพธ์ของหลักสูตร                                        |
| 1.3 | ห้ามอ้างว่าจะช่วยให้ได้ผลด้านการย้ายถิ่นจากการเรียน และห้ามรับประกันผลการประเมินการศึกษา                                                                        |
| 1.4 | เอกสารและสื่อออนไลน์ที่เสนอหลักสูตรต้องมีชื่อและเลขทะเบียน CRICOS ของสถานศึกษา                                                                                           |

ข้อ 1.4 เป็นข้อที่ครอบครัวเห็นได้ด้วยตาเปล่า โบรชัวร์ หน้าเว็บ และโพสต์ที่เสนอหลักสูตรของสถานศึกษาในออสเตรเลียต้องมีเลข CRICOS ครอบครัวที่ไม่เห็นเลขนี้บนสื่อที่ได้รับ ถามตัวแทนได้ทันทีว่าสถานศึกษานั้นจดทะเบียนรับนักเรียนต่างชาติชื่ออะไร

### **ตัวแทนสัญญาว่าจะได้วีซ่าทำงานต่อหรือผลสอบผ่านได้ไหม**

ไม่ได้ตามข้อ 1.3 สถานศึกษาต้องไม่อ้างว่าจะช่วยให้ได้ผลด้านการย้ายถิ่นจากการเรียนหลักสูตร และต้องไม่รับประกันผลการประเมิน ข้อความโฆษณาอย่าง "เรียนจบได้อยู่ต่อแน่นอน" หรือ "รับประกันสอบผ่าน" จึงขัดกับมาตรฐานของสถานศึกษาปลายทางเอง ครอบครัวที่ได้ยินคำสัญญาแบบนี้ควรขอให้ตัวแทนเขียนเป็นหนังสือ

## ตัวแทนแนะแนวต้องเปิดเผยอะไร

มาตรฐานข้อ 4 ของ National Code ว่าด้วยตัวแทนแนะแนวการศึกษาโดยเฉพาะ ความรับผิดชอบอยู่ที่สถานศึกษาเสมอ ตัวแทนทำหน้าที่แทนภายใต้สัญญา

| ข้อ     | หน้าที่                                                                                                                                                                     |
| ------- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| 4.1     | สถานศึกษาต้องทำสัญญาเป็นหนังสือกับตัวแทนทุกราย และบันทึกข้อมูลตัวแทนในระบบ PRISMS ของรัฐ                                                                    |
| 4.2     | สัญญาต้องระบุวิธีที่สถานศึกษาติดตามว่าข้อมูลที่ตัวแทนแจ้งนักเรียนถูกต้องและทันสมัย และเหตุที่เลิกสัญญาได้                                            |
| 4.3     | ตัวแทนต้องแจ้งผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นหนังสือ รักษาความลับและความโปร่งใส และทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของนักเรียน                                                |
| 4.5     | ถ้ารู้ว่าตัวแทนใช้วิธีรับนักเรียนที่เป็นเท็จ สถานศึกษาต้องเลิกสัญญาทันที                                                                                     |
| 4.6     | ห้ามรับนักเรียนจากตัวแทนที่ให้คำแนะนำด้านการย้ายถิ่นโดยไม่มีสิทธิตามกฎหมายคนเข้าเมือง                                                                   |
| 4.7-4.8 | ห้ามจ่ายค่าคอมมิชชันให้ตัวแทนสำหรับนักเรียนที่ย้ายมาจากสถานศึกษาอื่นหลังเริ่มเรียนแล้ว ยกเว้นกรณีที่ข้อ 4.8 กำหนด เช่น รับเข้าภายใน 31 มีนาคม 2026 |

ข้อ 4.3 ใช้คำว่าประโยชน์สูงสุดของนักเรียน ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่สูงกว่าการไม่พูดเท็จ ตัวแทนที่แนะนำเฉพาะสถานศึกษาที่ตัวเองได้ค่าคอมมิชชันต้องแจ้งเรื่องนี้ให้นักเรียนรู้

### **ค่าคอมมิชชันของตัวแทนเกี่ยวกับครอบครัวอย่างไร**

เกี่ยวตรงที่ค่าคอมมิชชันอาจกำหนดว่าตัวแทนเสนอสถานศึกษาไหนก่อน ข้อ 4.3 ให้ตัวแทนแจ้งผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นหนังสือ ครอบครัวจึงถามได้ตรง ๆ ว่าตัวแทนมีสัญญากับสถานศึกษาใดบ้าง และได้ค่าตอบแทนจากใคร ส่วนข้อ 4.7 ปิดทางที่ตัวแทนจะได้ค่าคอมมิชชันจากการชวนนักเรียนที่เรียนอยู่แล้วให้ย้ายสถานศึกษาในหลายกรณี ครอบครัวที่ลูกถูกชวนย้ายกลางคันควรถามเหตุผลเป็นหนังสือ

## เมื่อลูกอายุต่ำกว่า 18 ปี

มาตรฐานข้อ 5 ของประมวลฉบับเดียวกันเพิ่มหน้าที่ให้สถานศึกษาที่รับนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปี ต้องให้ข้อมูลที่เหมาะกับวัยและวัฒนธรรมว่าจะติดต่อใครในเหตุฉุกเฉิน และจะขอความช่วยเหลือหรือรายงานการถูกทำร้ายได้อย่างไร ถ้าสถานศึกษารับผิดชอบรับรองที่พักและสวัสดิภาพของนักเรียน ต้องให้ผู้ใหญ่ที่ดูแลที่พักผ่านการตรวจประวัติสำหรับงานที่เกี่ยวกับเด็ก ต้องตรวจความเหมาะสมของที่พักก่อนอนุมัติ และตรวจซ้ำอย่างน้อยทุกหกเดือน

### **ผู้ให้บริการที่พักหรือผู้ดูแลเด็กควรบอกครอบครัวเรื่องอะไรบ้าง**

บอกให้ตรงกับที่สถานศึกษาต้องตรวจตามข้อ 5.3 คือผู้ใหญ่ในบ้านมีหลักฐานการตรวจประวัติแล้ว ใครเป็นผู้ติดต่อฉุกเฉิน และสถานศึกษาตรวจที่พักครั้งล่าสุดเมื่อไร ข้อ 5.3 ยังเขียนชัดว่าสถานศึกษาไม่สามารถเป็นผู้ปกครองตามกฎหมายของนักเรียนได้ ธุรกิจที่โฆษณาว่าดูแลแทนผู้ปกครองจึงควรเขียนขอบเขตให้ชัดว่าดูแลเรื่องอะไร

## ครอบครัวตรวจอะไรเองได้ก่อนจ่ายเงิน

สามประเทศปลายทางที่มีนักศึกษาไทยจำนวนมากเปิดให้ตรวจสถานะสถานศึกษาได้จากหน้าของรัฐ

| ประเทศ          | สิ่งที่ตรวจได้                                                                                                                                                                                                                                                                |
| --------------- | -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ออสเตรเลีย      | ชื่อและเลข CRICOS ที่ข้อ 1.4 บังคับให้อยู่บนสื่อที่เสนอหลักสูตร                                                                                                                                                                                                        |
| สหราชอาณาจักร | [ทะเบียนผู้สนับสนุนนักเรียนที่ได้รับอนุญาต](https://www.gov.uk/government/publications/register-of-licensed-sponsors-students) ของ UK Visas and Immigration ซึ่งบอกประเภทนักเรียนที่สถานศึกษารับได้และระดับการสนับสนุน หน้านี้อัปเดตล่าสุด 28 กันยายน 2026 |
| สหรัฐอเมริกา    | [หน้า School Search ของ Study in the States](https://studyinthestates.dhs.gov/school-search) กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ค้นสถานศึกษาที่ได้รับรอง SEVP ให้รับนักเรียนวีซ่า F-1 หรือ M-1                                                                            |

การตรวจสามแบบนี้ใช้เวลาไม่กี่นาที และตอบคำถามที่ครอบครัวควรรู้ก่อนจ่ายเงินมัดจำ คือสถานศึกษานั้นรับนักเรียนต่างชาติได้จริงหรือไม่

### **ธุรกิจไทยใช้กติกาเหล่านี้ในข้อความโฆษณาอย่างไร**

ใช้เป็นรายการตรวจก่อนปล่อยโฆษณา ข้อความที่ระบุชื่อสถานศึกษาควรมีข้อมูลที่ครอบครัวนำไปตรวจต่อได้ เช่น เลข CRICOS หรือชื่อตามทะเบียน ตัวเลขนักเรียนที่อ้างควรบอกแหล่งและปี และคำว่ารับประกันควรใช้เฉพาะเรื่องที่ธุรกิจควบคุมได้เอง เช่น เวลาตอบคำถาม ส่วนผลวีซ่า ผลสอบ และการได้งานต่อ อยู่นอกอำนาจของตัวแทนทุกราย

ครอบครัวกลุ่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของตลาดพ่อแม่ที่กว้างกว่า ธุรกิจที่อยากเห็นโครงสร้างครอบครัวไทยก่อนเลือกว่าจะคุยกับใคร อ่านต่อได้ใน[บทที่ดูว่าเด็กไทยอยู่กับพ่อแม่หรือผู้ปกครองคนอื่น](https://phygital.co.th/insights/marketing-parents-thailand) ส่วนนักเรียนที่เลือกเรียนมหาวิทยาลัยในไทยแทน ดูพฤติกรรมและค่าใช้จ่ายได้ใน[บทที่ว่าด้วยนักศึกษามหาวิทยาลัยไทย](https://phygital.co.th/insights/marketing-university-students-thailand) ส่วนเกณฑ์รายได้ที่รัฐใช้นิยามครอบครัวอีกกลุ่มหนึ่ง อยู่ใน[บทกลุ่มผู้มีรายได้น้อยกับร้านธงฟ้า](https://phygital.co.th/insights/marketing-grassroots-consumers-thailand) ซึ่งวัดด้วยรายได้ต่อปีและทรัพย์สิน คนละแกนกับค่าเทอมที่ครอบครัวในบทนี้แบกไว้

## ห้าข้อสำหรับธุรกิจที่ทำการตลาดถึงครอบครัวกลุ่มนี้

1. ใส่ชื่อตามทะเบียนหรือเลข CRICOS ของสถานศึกษาทุกครั้งที่โฆษณาหลักสูตร
2. ตัดคำว่ารับประกันวีซ่า รับประกันผลสอบ และรับประกันงานออกจากทุกสื่อ
3. ระบุแหล่งและปีของตัวเลขนักเรียนหรืออัตราการได้งานที่อ้าง
4. เขียนหน้าเปิดเผยว่าธุรกิจเป็นตัวแทนของสถานศึกษาใดบ้าง
5. แยกขอบเขตบริการดูแลนักเรียนอายุต่ำกว่า 18 ปีให้ชัด ว่าดูแลอะไรและอะไรเป็นหน้าที่ของสถานศึกษา

### **ธุรกิจไทยที่ทำงานอิสระจากสถานศึกษาปลายทางต้องทำตามกติกาเหล่านี้หรือเปล่า**

ประมวลนี้บังคับสถานศึกษาในออสเตรเลีย และบังคับตัวแทนผ่านสัญญา ธุรกิจไทยที่ไม่มีสัญญากับสถานศึกษาใดจึงไม่ได้อยู่ใต้มาตรฐานนี้โดยตรง แต่ยังต้องทำตามกฎหมายไทยเรื่องการโฆษณาที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภค และครอบครัวที่ตรวจทะเบียนเป็นจะเทียบข้อความของทุกธุรกิจกับมาตรฐานเดียวกันอยู่ดี

## สรุป

สถาบันสถิติ UNESCO ประมาณว่าปี 2023 มีนักศึกษาไทยเรียนระดับอุดมศึกษาในต่างประเทศ 32,646 คน โดยอเมริกาเหนือกับยุโรปตะวันตกมีมากที่สุดในภูมิภาคที่เปิดเผย 14,302 คน ตามด้วยแปซิฟิก 9,006 คน ส่วนเอเชียตะวันออกไม่มีตัวเลขของไทยในฐานข้อมูลชุดนี้ ออสเตรเลียกำกับการตลาดถึงนักเรียนต่างชาติด้วย National Code ที่ห้ามข้อมูลเท็จ ห้ามสัญญาผลการย้ายถิ่น ห้ามรับประกันผลประเมิน บังคับให้มีเลข CRICOS บนสื่อ และให้ตัวแทนแจ้งผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นหนังสือ สหราชอาณาจักรและสหรัฐอเมริกาเปิดทะเบียนสถานศึกษาที่รับนักเรียนต่างชาติให้ค้นได้ ธุรกิจไทยที่ทำการตลาดถึงครอบครัวกลุ่มนี้ใช้มาตรฐานชุดนี้เป็นรายการตรวจข้อความโฆษณาได้ทันที

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### มีนักศึกษาไทยเรียนมหาวิทยาลัยต่างประเทศกี่คน

สถาบันสถิติ UNESCO ประมาณว่าปี 2023 มี 32,646 คน ตัวเลขนี้นับเฉพาะระดับอุดมศึกษา ไม่รวมหลักสูตรภาษาระยะสั้นหรือนักเรียนมัธยม

### ตัวแทนแนะแนวเรียนต่อออสเตรเลียได้เงินจากใคร

ตัวแทนที่เป็นตัวแทนอย่างเป็นทางการของสถานศึกษาต้องมีสัญญากับสถานศึกษานั้น และมาตรฐานของออสเตรเลียให้ตัวแทนแจ้งผลประโยชน์ทับซ้อนเป็นหนังสือ ครอบครัวจึงขอดูรายชื่อสถานศึกษาที่ตัวแทนมีสัญญาด้วยได้

### ถ้าตัวแทนให้ข้อมูลผิด ครอบครัวแจ้งใคร

แจ้งสถานศึกษาปลายทางเป็นลำดับแรก เพราะมาตรฐานของออสเตรเลียให้สถานศึกษารับผิดชอบการกระทำของตัวแทน และต้องแก้ไขทันทีเมื่อรู้ว่าตัวแทนทำผิดสัญญา ถ้าเป็นการให้ข้อมูลเท็จ สถานศึกษาต้องเลิกสัญญากับตัวแทนรายนั้น

### สถานศึกษาในอังกฤษรับนักเรียนต่างชาติได้ทุกแห่งไหม

รับได้เฉพาะแห่งที่อยู่ในทะเบียนผู้สนับสนุนนักเรียนของ UK Visas and Immigration ครอบครัวค้นชื่อสถานศึกษาในทะเบียนนี้ได้ก่อนยื่นใบสมัคร

### ส่งลูกอายุ 15 ปีไปเรียนออสเตรเลีย สถานศึกษาต้องดูแลอะไรบ้าง

ต้องให้ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉินและวิธีรายงานการถูกทำร้ายที่เหมาะกับวัย ถ้าสถานศึกษารับรองที่พักด้วย ต้องให้ผู้ใหญ่ในที่พักผ่านการตรวจประวัติ และตรวจที่พักอย่างน้อยทุกหกเดือน

## ข้อความที่ครอบครัวได้จากทีมขายของคุณ ตรงกับหน้าเว็บและใบเสนอราคาหรือยัง

ส่งโบรชัวร์ หน้าเว็บ และสคริปต์ทีมขายมาให้ PHYGITAL AGENCY อ่านเทียบกัน แล้วรับรายการจุดที่ข้อมูลขัดกันหรือขาดแหล่งอ้างอิง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
