# การตลาดกลุ่มพ่อแม่ เด็กไทยหนึ่งในสี่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/marketing-parents-thailand · เผยแพร่ 14 สิงหาคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เด็กไทยร้อยละ 25 ไม่ได้อยู่กับพ่อหรือแม่ และร้อยละ 71 ของกลุ่มนี้อยู่กับปู่ย่าตายาย ตามผลสำรวจ MICS 2565 ร้านสินค้าเด็กจึงต้องสื่อสารกับผู้ใหญ่สองบ้าน

## Key Takeaways

- **เด็กไทยอายุ 0-17 ปีร้อยละ 25 ไม่ได้อยู่กับพ่อหรือแม่คนใดเลย** — ผลสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรี (MICS) รอบปี 2565 ประมาณจำนวนไว้ราว 3 ล้านคน ร้อยละ 71 ของกลุ่มนี้อยู่กับปู่ย่าตายาย และสาเหตุหลักคือพ่อแม่ย้ายไปทำงานในพื้นที่อื่นของประเทศ
- **เด็กที่อยู่กับพ่อแม่ทั้งสองคนมีร้อยละ 50** — อยู่กับแม่คนเดียวร้อยละ 19 และอยู่กับพ่อคนเดียวร้อยละ 5 คำว่า "พ่อแม่" ในข้อความโฆษณาจึงไม่ได้ครอบคลุมผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กทุกคน
- **โรงเรียนเป็นจุดที่ผู้ใหญ่ในบ้านมาเจอข้อมูลของเด็กมากที่สุด** — เด็กเกิน 9 ใน 10 มีผู้ใหญ่ในบ้านได้รับสมุดรายงานผลการเรียนในปีที่ผ่านมา และผู้ปกครองร้อยละ 79 เคยพบครูเพื่อคุยเรื่องความก้าวหน้าของเด็ก

เด็กไทยครึ่งหนึ่งอยู่กับพ่อแม่ทั้งสองคน อีกครึ่งอยู่ในครอบครัวรูปแบบอื่น ทั้งอยู่กับแม่หรือพ่อคนเดียว และอยู่กับปู่ย่าตายายหรือญาติขณะที่พ่อแม่ทำงานอยู่อีกจังหวัด ตัวเลขนี้มาจากการสำรวจระดับประเทศ และเปลี่ยนคำถามของร้านสินค้าเด็กกับโรงเรียนกวดวิชา จากคำถามว่าจะโน้มน้าวพ่อแม่อย่างไร เป็นคำถามว่าผู้ใหญ่คนไหนเลือกของ คนไหนจ่ายเงิน และคนไหนเป็นคนเปิดกล่องหรือพาเด็กไปเรียน

ร้านที่ขายของให้เด็กในต่างจังหวัด หรือสถาบันที่รับนักเรียนจากครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานในเมือง เจอสถานการณ์นี้ทุกวัน คนที่ทักแชทและโอนเงินอยู่กรุงเทพฯ ส่วนคนที่รับพัสดุและอ่านวิธีใช้คือยายที่อยู่กับหลานอีกจังหวัด และเป็นคนที่ต้องใช้สินค้านั้นกับเด็กทุกวัน

## เด็กไทยอยู่กับใคร

การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย หรือ Multiple Indicator Cluster Survey (MICS) ปี 2565 เป็นการสำรวจที่สำนักงานสถิติแห่งชาติทำร่วมกับ UNICEF ทีมเก็บข้อมูลเข้าไปสัมภาษณ์ 34,540 ครัวเรือนทั่วประเทศ ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงตุลาคม 2565 อัตราการตอบร้อยละ 95 ผลเรื่องการอยู่อาศัยของเด็กอายุ 0-17 ปีใน[สรุปผลสำคัญของ MICS ปี 2565](https://www.unicef.org/thailand/media/11311/file/Snapshot%20of%20Key%20Findings%20%28MICS%29%202022%20EN.pdf) มีดังนี้

* อยู่กับพ่อแม่ทั้งสองคน ร้อยละ 50
* ไม่ได้อยู่กับพ่อหรือแม่คนใดเลย ร้อยละ 25
* อยู่กับแม่คนเดียว ร้อยละ 19
* อยู่กับพ่อคนเดียว ร้อยละ 5
* ไม่มีข้อมูล ร้อยละ 1

[ข่าวประกาศผลของ UNICEF ประเทศไทย วันที่ 10 กรกฎาคม 2566](https://www.unicef.org/thailand/press-releases/national-survey-shows-progress-breastfeeding-adolescent-births-and-violence-worrying) ขยายความว่ากลุ่มร้อยละ 25 คิดเป็นเด็กราว 3 ล้านคน ร้อยละ 71 ของเด็กกลุ่มนี้อยู่กับปู่ย่าตายาย และสาเหตุหลักที่เด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่คือการย้ายถิ่นภายในประเทศ ผลสำรวจชุดเดียวกันยังพบว่าครัวเรือนเกินร้อยละ 40 มีผู้หญิงเป็นหัวหน้าครัวเรือน

### ตัวเลขชุดนี้บอกอะไรไม่ได้

ผลสรุปของ MICS บอกว่าเด็กอยู่กับใคร แต่ไม่ได้บอกว่าใครเป็นคนจ่ายค่าใช้จ่ายของเด็ก และไม่ได้แยกตัวเลขตามจังหวัดในสรุปผลฉบับย่อ ข้อมูลยังเป็นของปี 2565 ซึ่งผ่านมาสี่ปีแล้ว ข้อมูลรายจังหวัดและรายละเอียดตามภาคต้องรอรายงานฉบับเต็ม ร้านที่อยากรู้สัดส่วนในกลุ่มลูกค้าของตัวเองต้องดูจากข้อมูลคำสั่งซื้อของร้านเอง เช่น ที่อยู่ผู้สั่งกับที่อยู่ผู้รับเป็นคนละจังหวัดกี่เปอร์เซ็นต์ ส่วนข้อมูลของใช้และกิจกรรมการเรียนรู้ของเด็กเล็กจากการสำรวจเดียวกันอยู่ใน[Gen Alpha ไทย เด็กเกิดใหม่ลดลงเกือบครึ่งใน 12 ปี](https://phygital.co.th/insights/gen-alpha-thailand-family-purchase-influence)

## คนจ่ายเงินกับคนรับของอยู่คนละบ้าน

ครอบครัวที่พ่อแม่ทำงานอีกจังหวัดมักแบ่งหน้าที่กันเอง พ่อแม่หารายได้และโอนเงิน ปู่ย่าตายายดูแลเด็กในชีวิตประจำวัน เมื่อซื้อของให้เด็ก คนที่เปิดหาสินค้าในแอปและจ่ายเงินอาจเป็นพ่อแม่ แต่คนที่ต้องแกะกล่อง ชงนม ประกอบของเล่น หรือพาเด็กไปเรียนพิเศษคือผู้ใหญ่อีกคนที่ไม่เคยเห็นหน้าร้าน

ร้านที่เขียนทุกอย่างให้คนสั่งซื้ออ่านอย่างเดียวจะเจอปัญหาหลังส่งของ ยายโทรหาลูกเพื่อถามวิธีใช้ ลูกทักถามร้านต่อ แล้วร้านตอบกลับผ่านคนกลางอีกทอด ทุกคำถามที่วนแบบนี้ทำให้ร้านตอบแชทนานขึ้น และทำให้ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กรู้สึกว่าสินค้านี้ใช้ยาก

### ข้อมูลบนหน้าร้านที่คนสองบ้านต้องเห็น

1. **ที่อยู่ผู้รับแยกจากที่อยู่ผู้สั่ง** พร้อมช่องเบอร์ของผู้รับ เพื่อให้ขนส่งโทรหาคนที่อยู่บ้านจริง
2. **ข้อความยืนยันคำสั่งซื้อที่ส่งต่อได้ทั้งข้อความ** มีรูปสินค้า วันส่ง และช่องทางติดต่อร้าน พ่อแม่กดส่งต่อให้ปู่ย่าตายายได้ทันทีโดยไม่ต้องพิมพ์ใหม่
3. **วิธีใช้ที่อ่านได้โดยไม่ต้องมีมือถือ** พิมพ์ติดกล่องหรือแนบเป็นใบแทรก ตัวหนังสือใหญ่ มีรูปทีละขั้น
4. **ช่องทางถามร้านที่ผู้รับใช้ได้เอง** เช่นเบอร์โทรที่มีคนรับ หรือคิวอาร์โค้ดที่เปิดแชทร้านได้ในครั้งเดียว

### เก็บเงินปลายทางกับผู้รับที่ไม่ได้สั่ง

การเก็บเงินปลายทางสร้างปัญหาเฉพาะกับครอบครัวสองบ้าน พ่อแม่กดสั่งแบบเก็บเงินปลายทางเพราะสะดวก แต่คนที่ต้องจ่ายเงินให้พนักงานขนส่งคือปู่ย่าตายายที่อาจไม่รู้ว่ามีพัสดุมา หรือไม่มีเงินสดพอในวันนั้น พัสดุที่ถูกปฏิเสธจะตีกลับ ร้านเสียค่าส่งสองเที่ยว และพ่อแม่ต้องสั่งใหม่

ร้านลดปัญหานี้ได้สามทาง ทางแรกคือถามในขั้นตอนสั่งซื้อว่าผู้รับเป็นคนเดียวกับผู้สั่งหรือไม่ ถ้าไม่ใช่ ให้แนะนำการโอนเงินหรือจ่ายผ่านลิงก์แทน ทางที่สองคือส่งข้อความแจ้งยอดเงินปลายทางให้ผู้รับก่อนวันส่ง ทางที่สามคือส่งลิงก์ชำระเงินให้พ่อแม่จ่ายจากที่ทำงานได้ หลังจากนั้นร้านค่อยส่งของ

## โรงเรียนเป็นที่ที่ผู้ใหญ่ของเด็กมาเจอกัน

MICS ปี 2565 ถามเรื่องการมีส่วนร่วมของผู้ใหญ่ในบ้านกับการเรียนของเด็กด้วย ผลในสรุปผลสำคัญระบุว่าเด็กมากกว่า 9 ใน 10 คนมีผู้ใหญ่ในบ้านได้รับสมุดรายงานผลการเรียนของเด็กในปีที่ผ่านมา ผู้ปกครองร้อยละ 79 เข้าพบครูเพื่อคุยเรื่องความก้าวหน้าของเด็ก และร้อยละ 76 เข้าพบครูเพื่อคุยเรื่องพฤติกรรม

ตัวเลขนี้บอกว่าผู้ใหญ่ในบ้านส่วนใหญ่มีจุดติดต่อกับโรงเรียนอย่างน้อยปีละครั้ง ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่หรือปู่ย่าตายาย วันรับสมุดรายงานผลและวันประชุมผู้ปกครองจึงเป็นวันที่ผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กจริงมาอยู่ในที่เดียวกัน และเป็นวันที่ผู้ใหญ่กำลังคิดเรื่องการเรียนของเด็กอยู่แล้ว

### ผู้ใหญ่ที่มาโรงเรียนไม่ได้อ่านสื่อชุดเดียวกับพ่อแม่

ร้านเครื่องเขียน ชุดนักเรียน หรือสถาบันกวดวิชาที่ไปตั้งบูธหรือแจกเอกสารหน้าโรงเรียนในวันรับสมุดรายงาน จะเจอผู้ใหญ่หลายวัยในวันเดียวกัน เอกสารที่แจกจึงต้องตอบสามเรื่องได้ในหน้าเดียว คือขายอะไร ราคาเท่าไร และติดต่อใคร ผู้ใหญ่ที่รับเอกสารไปอาจไม่ได้ตัดสินใจเอง แต่ถ่ายรูปส่งให้พ่อแม่ที่ทำงานอีกจังหวัด เอกสารที่ถ่ายรูปแล้วอ่านออกบนจอมือถือ ตัวหนังสือไม่เล็กเกินไป และมีเบอร์หรือคิวอาร์โค้ดที่ชัด จึงทำงานได้ทั้งกับคนที่ถือกระดาษและคนที่เห็นรูปในแชท

### สถาบันกวดวิชาส่งข่าวถึงใคร

สถาบันที่เก็บเบอร์ผู้ปกครองไว้เบอร์เดียว มักได้เบอร์ของคนที่จ่ายค่าเรียน ซึ่งอาจไม่ใช่คนที่มารับส่งเด็ก การขอเบอร์ผู้ปกครองสองคนตั้งแต่วันสมัคร และให้ผู้สมัครระบุว่าใครรับข่าวเรื่องอะไร เช่นคนหนึ่งรับใบแจ้งค่าเรียน อีกคนรับตารางเรียนและการเลื่อนคลาส ช่วยให้ข่าวถึงคนที่ต้องใช้ข้อมูลนั้นจริง ถ้าเด็กอายุไม่เกินสิบปีและสถาบันต้องขอความยินยอมเก็บข้อมูลของเด็ก ผู้ที่ให้ความยินยอมแทนคือผู้ใช้อำนาจปกครอง วิธีจัดการเรื่องนี้ในระบบแชทอยู่ใน[Chatbot สถานรับเลี้ยงเด็ก ผู้ปกครองยินยอมตาม PDPA มาตรา 20](https://phygital.co.th/insights/chatbot-childcare-daycare-agency) และการตั้งแชทบอตให้ตอบคำถามช่วงรับสมัครอยู่ใน[Chatbot AI โรงเรียนและสถาบันกวดวิชา ตอบตามประกาศรับสมัคร](https://phygital.co.th/insights/chatbot-school-tutoring-enrollment-agency)

## ถ้อยคำที่ไม่ตัดสินครอบครัว

ครอบครัวที่เด็กอยู่กับปู่ย่าตายายส่วนใหญ่เกิดจากพ่อแม่ต้องไปทำงานที่อื่น ข้อความโฆษณาที่วาดภาพครอบครัวแบบเดียวว่าเป็นครอบครัวปกติ หรือพูดถึงเด็กที่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ด้วยน้ำเสียงสงสาร ทำให้ลูกค้ากลุ่มใหญ่รู้สึกว่าร้านไม่ได้พูดกับตัวเอง

* **ใช้คำว่า "ผู้ปกครอง" หรือ "คนที่ดูแลน้อง" ในแบบฟอร์ม** แทนช่องที่บังคับกรอกชื่อพ่อและชื่อแม่
* **ใส่ภาพผู้ใหญ่หลายวัยในสื่อ** ทั้งพ่อ แม่ ปู่ย่าตายาย และญาติ โดยไม่ต้องบอกว่าใครเป็นใคร
* **ให้ส่วนลดหรือสิทธิ์สมาชิกผูกกับเด็ก ไม่ผูกกับเบอร์ผู้ซื้อคนเดียว** ผู้ใหญ่หลายคนในครอบครัวใช้สิทธิ์เดียวกันได้
* **ไม่ใช้เด็กที่อยู่ห่างพ่อแม่เป็นเรื่องเร้าอารมณ์ในโฆษณา** เช่นคลิปเด็กร้องหาพ่อแม่เพื่อขายสินค้า

ข้อความแต่ละช่องทางก็ต้องเลือกให้ตรงกับผู้ใหญ่คนนั้น พ่อแม่ที่ทำงานในเมืองอาจติดตามร้านผ่าน LINE OA ส่วนปู่ย่าตายายอาจรับข่าวสารทางโทรศัพท์หรือจากครูที่โรงเรียน สิทธิ์แอดมินและการตั้งข้อความตอบกลับของ LINE OA อยู่ใน[LINE OA โล่สามสี สิทธิ์แอดมิน และโหมดแชทกับบอต](https://phygital.co.th/insights/line-oa-marketing-101)

## ห้าเรื่องบนกล่องและในข้อความยืนยัน

ปู่ย่าตายายกับพ่อแม่อ่านข้อความเดียวกันคนละจังหวะ พ่อแม่เห็นก่อนตอนสั่งซื้อ ส่วนผู้ใหญ่ที่ดูแลเด็กเห็นตอนของมาถึงหรือตอนพาเด็กไปเรียน ข้อความห้าเรื่องต่อไปนี้ต้องตรงกันทั้งสองฝั่ง

1. **สินค้าเหมาะกับเด็กอายุเท่าไร** เขียนเป็นตัวเลขปีหรือเดือน ไม่ใช่คำกว้าง ๆ อย่าง "เด็กเล็ก"
2. **วันส่งและชื่อผู้รับ** ผู้ใหญ่ที่อยู่บ้านรู้ล่วงหน้าว่าจะมีพัสดุมา
3. **วิธีใช้หรือวิธีเตรียมทีละขั้น** อ่านได้ทั้งบนกล่องและในข้อความ
4. **ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย** เช่นชิ้นส่วนเล็ก หรืออุณหภูมิน้ำที่ใช้ชง
5. **ช่องทางติดต่อร้านที่ใครก็ใช้ได้** เบอร์โทรหรือแชทที่ไม่ต้องเข้าระบบด้วยบัญชีของผู้สั่ง

## สรุป

ผลสำรวจ MICS รอบล่าสุดที่เก็บข้อมูลกลางปี 2565 นับเด็กไทยอายุ 0-17 ปีที่อยู่กับพ่อแม่ทั้งสองคนได้ร้อยละ 50 อยู่กับแม่คนเดียวร้อยละ 19 อยู่กับพ่อคนเดียวร้อยละ 5 และไม่ได้อยู่กับพ่อหรือแม่คนใดเลยร้อยละ 25 หรือราว 3 ล้านคน ร้อยละ 71 ของกลุ่มนี้อยู่กับปู่ย่าตายาย และสาเหตุหลักคือการย้ายถิ่นภายในประเทศ ร้านสินค้าเด็กจึงมักมีคนจ่ายเงินกับคนรับของอยู่คนละบ้าน ข้อมูลที่ผู้รับต้องใช้ต้องอยู่บนกล่องและในข้อความที่ส่งต่อได้ โรงเรียนเป็นจุดติดต่อที่ผู้ใหญ่ในบ้านส่วนใหญ่ใช้ เด็กเกิน 9 ใน 10 มีผู้ใหญ่รับสมุดรายงานผลการเรียน และผู้ปกครองร้อยละ 79 เคยพบครูเรื่องความก้าวหน้าของเด็ก ถ้อยคำในแบบฟอร์มและโฆษณาที่ใช้คำว่าผู้ปกครองและแสดงผู้ใหญ่หลายวัย ทำให้ครอบครัวทุกรูปแบบรู้สึกว่าร้านพูดกับตัวเอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ข้อมูลเด็กไม่ได้อยู่กับพ่อแม่มาจากไหน

จากแบบสอบถามที่พนักงานสัมภาษณ์ถามคนในครัวเรือนตรง ๆ ว่าเด็กแต่ละคนในบ้านมีพ่อหรือแม่อยู่ในบ้านเดียวกันหรือไม่ UNICEF ระบุว่า MICS ของไทยสำรวจทุกสามปี ร้านที่อ้างตัวเลขนี้จึงควรตรวจทุกครั้งว่ามีรอบใหม่ออกมาแล้วหรือยัง

### ร้านสินค้าเด็กรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าของตัวเองส่งของให้ปู่ย่าตายายมากแค่ไหน

นับจากคำสั่งซื้อย้อนหลังว่ามีกี่รายการที่ชื่อหรือจังหวัดของผู้รับต่างจากผู้สั่ง และถามในแบบฟอร์มสั่งซื้อว่าผู้รับเป็นใครของเด็ก ตัวเลขของร้านเองแม่นกว่าตัวเลขระดับประเทศ

### โฆษณาควรพูดกับเด็กหรือผู้ใหญ่

สินค้าที่เด็กเล็กใช้ ผู้ใหญ่เป็นคนเลือกและจ่ายเงิน ข้อความหลักจึงพูดกับผู้ใหญ่ กติกาของแพลตฟอร์มและกฎหมายเรื่องโฆษณาที่ไปถึงเด็กอยู่ใน[การตลาดสำหรับเด็ก โฆษณาบน YouTube Kids และอายุผู้แสดงตาม อย.](https://phygital.co.th/insights/marketing-to-children-thailand-legal) ส่วนวัยรุ่นที่เริ่มซื้อของเองอ่านต่อได้ที่[การตลาดเจาะกลุ่มนักเรียนมัธยม ผู้เยาว์ซื้อเองได้แค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/marketing-high-school-students-thailand-legal)

### ร้านจะรู้ได้อย่างไรว่าข้อความถึงผู้รับแล้ว

ให้ข้อความแจ้งส่งของมีเลขพัสดุและเบอร์ติดต่อร้าน แล้วขอให้ผู้สั่งส่งต่อให้ผู้รับตั้งแต่วันที่ร้านแพ็กของ ร้านที่ส่งข้อความถึงเบอร์ผู้รับโดยตรงต้องได้เบอร์นั้นจากผู้สั่งพร้อมบอกว่าจะใช้ติดต่อเรื่องการส่งเท่านั้น และไม่นำเบอร์ผู้รับไปส่งโปรโมชันต่อโดยไม่ได้ขอ

### ใบแทรกในกล่องยังจำเป็นไหมเมื่อมีคลิปสอนใช้

จำเป็นสำหรับผู้รับที่ไม่ได้ติดตามร้านทางออนไลน์ คลิปใช้ได้ดีเมื่อผู้รับสแกนคิวอาร์โค้ดได้ แต่ข้อมูลสำคัญที่ต้องใช้ตอนแกะกล่อง เช่นอายุที่เหมาะกับสินค้า และข้อควรระวัง ต้องอ่านได้บนกระดาษด้วย

### ถ้าพ่อแม่อยู่ต่างประเทศ ร้านต้องทำอะไรเพิ่ม

ต้องมีช่องทางจ่ายเงินที่ใช้ได้จากต่างประเทศ และข้อความยืนยันคำสั่งซื้อที่อ่านได้ทั้งสองฝั่งโดยไม่ขึ้นกับเวลา เพราะผู้สั่งกับผู้รับอยู่คนละเขตเวลา สรุปผลสำคัญของ MICS ไม่ได้แยกว่าพ่อแม่ที่ไม่ได้อยู่กับเด็กทำงานในประเทศหรือต่างประเทศกี่คน ร้านจึงต้องดูจากคำสั่งซื้อของตัวเองว่ามีผู้สั่งจากต่างประเทศมากแค่ไหน

### ตัวเลขร้อยละ 25 ใช้ในแผนการตลาดปี 2569 ได้ไหม

ใช้เป็นภาพรวมระดับประเทศได้ โดยระบุว่าเป็นข้อมูลปี 2565 และไม่ได้แยกตามจังหวัด ถ้าจะวางแผนรายภูมิภาคให้รอรายงานฉบับเต็มหรือการสำรวจรอบถัดไป หรือใช้ข้อมูลคำสั่งซื้อของร้านประกอบ

## เขียนข้อความให้คนที่รับของอ่านเข้าใจโดยไม่ต้องโทรถามพ่อแม่

PHYGITAL AGENCY จัดข้อมูลบนกล่อง ใบแทรก และข้อความยืนยันคำสั่งซื้อ ให้ผู้ใหญ่ทั้งคนที่สั่งและคนที่ดูแลเด็กใช้สินค้าได้ตรงกัน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
