# ชนชั้นกลางไทย ครัวเรือนรายได้ 15,001-50,000 บาทต่อเดือน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/marketing-middle-class-thailand · เผยแพร่ 19 สิงหาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ครัวเรือนไทยรายได้ 15,001-50,000 บาทต่อเดือนมีร้อยละ 57.6 ตาม SES ปี 2568 ครัวเรือนเฉลี่ยจ่ายเดือนละ 22,420 บาท เหลือ 5,888 บาท และมีหนี้ 5.4 เท่าของรายได้

## Key Takeaways

- **ครัวเรือนรายได้ 15,001-50,000 บาทต่อเดือนมีร้อยละ 57.6 ของทั้งประเทศ** — แยกเป็นช่วง 15,001-30,000 บาทร้อยละ 38.5 และช่วง 30,001-50,000 บาทร้อยละ 19.1 ตามตาราง ค.4 ของรายงาน SES ปี 2568 คิดเป็นประมาณ 14.3 ล้านครัวเรือน
- **ครัวเรือนไทยเฉลี่ยมีรายได้ 28,308 บาทและค่าใช้จ่าย 22,420 บาทต่อเดือน** — เหลือ 5,888 บาทสำหรับออมหรือชำระหนี้ ค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบเป็นหมวดใหญ่สุดที่ 8,420 บาท
- **ครัวเรือนร้อยละ 42.1 มีหนี้** — หนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนทั้งหมด 153,038 บาท หรือ 5.4 เท่าของรายได้ต่อเดือน ลดลงจาก 6.8 เท่าในปี 2566 หนี้ในระบบส่วนใหญ่ใช้ซื้อบ้านหรือที่ดินและใช้จ่ายในครัวเรือน

สำนักงานสถิติแห่งชาติไม่ได้ใช้คำว่าชนชั้นกลางในรายงานรายได้ครัวเรือน สิ่งที่รายงานให้คือจำนวนครัวเรือนแยกตามช่วงรายได้ และการจัดครัวเรือนลงห้าชั้นที่มีจำนวนเท่ากันโดยเรียงตามรายได้ต่อคน แบรนด์ที่บอกว่าลูกค้าของตัวเองคือชนชั้นกลางจึงต้องเลือกเส้นรายได้เองก่อน แล้วจึงจะรู้ว่าตลาดมีกี่ครัวเรือน ครัวเรือนเหล่านั้นใช้เงินไปกับอะไร และเหลือเงินให้สินค้าของตัวเองเท่าไร ชุดข้อมูลที่ตอบคำถามเหล่านี้ได้ละเอียดที่สุดคือ SES หรือผลสำรวจรายได้ รายจ่าย และหนี้ของครัวเรือนรอบปี 2568

ตัวเลขทุกตัวในที่นี้มาจาก[รายงาน SES ปี 2568 ฉบับเต็ม](https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey%5Fdetail/2026/20260505141117%5F55523.pdf) ซึ่งเก็บข้อมูลทุกเดือนตลอดปีในทุกจังหวัด ทั้งในและนอกเขตเทศบาล ครัวเรือนที่ตอบแบบสำรวจมี 50,635 ครัวเรือนจากตัวอย่าง 57,600 ครัวเรือน อัตราตอบกลับร้อยละ 95.3

## นิยามชั้นกลางด้วยช่วงรายได้

ในตาราง ค.4 สำนักงานสถิติฯ ตัดรายได้รวมรายเดือนของครัวเรือนออกเป็นเก้าช่วง ช่วงที่มีครัวเรือนมากที่สุดคือ 15,001-30,000 บาท ร้อยละ 38.5 รองลงมาคือ 30,001-50,000 บาท ร้อยละ 19.1 และ 10,001-15,000 บาท ร้อยละ 18.1 บทความนี้ใช้สองช่วงแรกรวมกันเป็นเส้นของครัวเรือนรายได้ระดับกลาง ได้ร้อยละ 57.6 ตาราง ค.1 นับครัวเรือนไทยทั้งหมดไว้ที่ 24.79 ล้าน สัดส่วนนี้จึงเท่ากับประมาณ 14.3 ล้านครัวเรือน

การเลือกเส้นนี้เป็นการตัดสินใจของผู้เขียน ไม่ใช่นิยามของรัฐ แบรนด์ที่ขายสินค้าราคาต่ำกว่าอาจรวมช่วง 10,001-15,000 บาทด้วย ส่วนแบรนด์ที่ขายราคาสูงกว่าอาจเริ่มที่ 30,000 บาท ตัวเลขที่ต่างกันสามารถคำนวณใหม่จากตารางเดียวกันได้ทันที

### สัดส่วนแต่ละภาคต่างกันเท่าไร

สัดส่วนครัวเรือนในสองช่วงนี้ต่างกันตามภาค กรุงเทพฯ และสามจังหวัดรอบรวมได้ร้อยละ 66.5 ภาคกลางร้อยละ 63.0 ภาคใต้ร้อยละ 57.0 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือร้อยละ 51.4 และภาคเหนือร้อยละ 48.2 ในภาคเหนือ ครัวเรือนรายได้ 5,001-15,000 บาทมีสัดส่วนสูงกว่าค่าเฉลี่ยประเทศ แบรนด์ที่ขายในเชียงใหม่จึงไม่ควรใช้สัดส่วนของทั้งประเทศแทนพื้นที่ของตัวเอง ครัวเรือนที่รายได้สูงกว่าช่วงนี้อธิบายไว้ใน[ลูกค้าไฮเอนด์ไทย ครัวเรือนรายได้เกินแสนบาทมีร้อยละ 1.9](https://phygital.co.th/insights/marketing-high-income-consumers-thailand) ส่วนกลุ่มที่รายได้ทั้งปีไม่ถึงหนึ่งแสนบาทอยู่ใน[การตลาดกลุ่มผู้มีรายได้น้อย รายได้ไม่เกินแสนบาทกับร้านธงฟ้า](https://phygital.co.th/insights/marketing-grassroots-consumers-thailand)

## รายได้ต่อคนของครัวเรือนกลุ่มกลาง

รายงานอีกส่วนหนึ่งเรียงครัวเรือนตามรายได้ประจำต่อคนต่อเดือน แล้วแบ่งเป็นห้ากลุ่มเท่ากันเรียกว่าควินไทล์ กลุ่มที่ 3 และ 4 ซึ่งอยู่ตรงกลางค่อนบน มีรายได้ประจำเฉลี่ย 9,883 และ 14,215 บาทต่อคนต่อเดือนในปี 2568 เพิ่มจาก 9,214 และ 13,665 บาทในปี 2566 ส่วนแบ่งรายได้ประจำของสองกลุ่มนี้คือร้อยละ 17.2 และ 21.2 ของทั้งประเทศ

ตัวเลขต่อคนสำคัญกับสินค้าที่ซื้อเป็นรายคน เช่นโทรศัพท์ คอร์สเรียน หรือสมาชิกฟิตเนส ครัวเรือนเฉลี่ยมีสมาชิก 2.5 คน ครัวเรือนที่มีรายได้รวม 30,000 บาทจึงมีเงินต่อคนราว 12,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างกลุ่มที่ 3 กับกลุ่มที่ 4 ราคาที่ดูไม่แพงเมื่อเทียบกับรายได้ของครัวเรือน อาจกินรายได้ของคนที่ใช้สินค้าจริงไปก้อนใหญ่

## เงินเดือนละ 22,420 บาทไปที่ไหน

ครัวเรือนไทยเฉลี่ยมีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น 22,420 บาทต่อเดือนในปี 2568 ลดจาก 23,695 บาทในปี 2566 ในจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายเพื่ออุปโภคบริโภค 19,482 บาท แยกตามหมวดได้ดังนี้

* อาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ 8,420 บาท หรือร้อยละ 37.6 ของค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น
* ที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ในบ้าน 4,753 บาท
* ยานพาหนะและการเดินทาง 3,430 บาท
* เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า และของใช้ส่วนบุคคล 1,106 บาท
* การสื่อสาร 818 บาท
* การศึกษา 285 บาท และค่ารักษาพยาบาล 276 บาท
* บันเทิงและงานพิธี 205 บาท และกิจกรรมทางศาสนา 189 บาท

ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกี่ยวกับการอุปโภคบริโภค เช่นภาษี ดอกเบี้ย สลากกินแบ่ง เบี้ยประกัน และของขวัญ อยู่ที่ 2,938 บาท สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้คือร้อยละ 79.2 ลดจากร้อยละ 81.6 ในปี 2566 รายได้ที่เหลือหลังหักค่าใช้จ่ายคือ 5,888 บาทต่อเดือน หรือราว 2,355 บาทต่อคน

### ข้อจำกัดของตัวเลขค่าใช้จ่าย

ตัวเลขค่าใช้จ่ายรายหมวดเป็นค่าเฉลี่ยของทุกครัวเรือนในประเทศ ไม่ได้แยกเฉพาะครัวเรือนรายได้ระดับกลาง รายงานนิยามค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นว่าไม่รวมค่าใช้จ่ายสะสมทุน เช่นการซื้อบ้านหรือที่ดิน และไม่รวมเงินออม ค่าผ่อนบ้านจึงไม่อยู่ในหมวดที่อยู่อาศัยทั้งหมด ครัวเรือนในกรุงเทพฯ และสามจังหวัดรอบมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 30,674 บาท และมีสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้สูงสุดที่ร้อยละ 81.8 ครัวเรือนภาคเหนือมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 17,849 บาท

## หนี้ 5.4 เท่าของรายได้ต่อเดือน

ครัวเรือนไทยร้อยละ 42.1 มีหนี้ในปี 2568 เมื่อเฉลี่ยกับทุกครัวเรือนรวมครัวเรือนที่ไม่มีหนี้ หนี้คงค้างอยู่ที่ 153,038 บาทต่อครัวเรือน เป็นหนี้ในระบบ 150,766 บาท และหนี้นอกระบบ 2,272 บาท หนี้ต่อรายได้ลดลงจาก 6.8 เท่าในปี 2566 เหลือ 5.4 เท่า

หนี้ในระบบใช้ซื้อหรือเช่าซื้อบ้านและที่ดินร้อยละ 38.2 ใช้จ่ายอุปโภคบริโภคในครัวเรือนร้อยละ 37.8 ใช้ทำการเกษตรร้อยละ 15.4 ใช้ทำธุรกิจร้อยละ 6.9 และใช้ในการศึกษาร้อยละ 1.5 แหล่งเงินกู้หลักของครัวเรือนที่มีหนี้ส่วนใหญ่เป็นธนาคารและสถาบันการเงิน รวมร้อยละ 75.1 ส่วนแหล่งนอกระบบ เช่นนายทุน พ่อค้า ญาติ และเพื่อนบ้าน มีร้อยละ 4.8

### กู้จากใคร

เมื่อแยกแหล่งเงินกู้หลักของครัวเรือนที่มีหนี้ สถาบันการเงินอื่นที่ไม่ใช่ธนาคารพาณิชย์มีสัดส่วนสูงสุดที่ร้อยละ 28.2 รองลงมาเป็นธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรร้อยละ 22.6 ธนาคารพาณิชย์ร้อยละ 16.5 และธนาคารอาคารสงเคราะห์กับธนาคารออมสินร้อยละ 7.8 กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง สหกรณ์ออมทรัพย์ และสวัสดิการของหน่วยงาน เป็นแหล่งเงินกู้หลักของครัวเรือนอีกส่วนหนึ่ง ตัวเลขนี้บอกว่าครัวเรือนจำนวนมากคุ้นกับการผ่อนผ่านบริษัทสินเชื่อและสหกรณ์ ไม่ได้กู้ธนาคารพาณิชย์เป็นหลัก

### ตัวเลขหนี้นี้ต่างจากหนี้ครัวเรือนที่เห็นในข่าว

ตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่รายงานเป็นล้านล้านบาทหรือเป็นสัดส่วนต่อ GDP มาจากสถิติของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรวบรวมจากฝั่งผู้ให้กู้ ส่วน SES ถามครัวเรือนโดยตรง ตัวเลขสองชุดจึงใช้ตอบคนละคำถาม SES เหมาะกับการดูว่าครัวเรือนหนึ่งแบกหนี้เท่าไรเมื่อเทียบกับรายได้ และกู้ไปใช้ทำอะไร สำหรับแบรนด์ที่เสนอผ่อนชำระ ตัวเลขนี้บอกว่าลูกค้าเกือบครึ่งมีภาระหนี้อยู่แล้ว เงื่อนไขการผ่อนจึงต้องบอกค่าใช้จ่ายรวมให้ชัด ส่วนวิธีเช็กชื่อผู้ให้กู้ก่อนกู้ผ่านแอปอยู่ใน[แอปเงินกู้ผิดกฎหมาย เช็กชื่อผู้ให้กู้และการทวงหนี้ที่ห้ามทำ](https://phygital.co.th/insights/illegal-loan-app-thailand)

## ราคา ขนาดบรรจุ หรือเงื่อนไขการจ่าย

แบรนด์ที่ขายให้ครัวเรือนรายได้ระดับกลางมีคันโยกหลักสามตัว ตัวเลขของ SES ช่วยเลือกว่าคันไหนเหมาะกับสินค้าของตัวเอง

1. **ราคา** เหมาะกับสินค้าในหมวดที่ครัวเรือนจ่ายมากอยู่แล้ว เช่นอาหารและของใช้ในบ้าน ซึ่งผู้ซื้อเทียบราคาหลายร้านก่อนซื้อ ราคาที่แสดงต้องเทียบกันได้ง่าย วิธีวางราคาก่อนลดและราคาอ้างอิงอยู่ใน[Anchoring Effect ตัวเลขแรกบนหน้าราคา กับเส้นแบ่งราคาก่อนลด](https://phygital.co.th/insights/anchoring-effect)
2. **ขนาดบรรจุ** เหมาะกับสินค้าที่ซื้อซ้ำ ขนาดเล็กลดเงินที่ต้องจ่ายต่อครั้ง ส่วนขนาดใหญ่ลดราคาต่อหน่วยให้ครัวเรือนที่มีเงินก้อน การมีทั้งสองขนาดให้ลูกค้าเลือกตามรอบเงินเข้าของตัวเอง
3. **เงื่อนไขการจ่าย** เหมาะกับสินค้าราคาสูงเทียบกับเงินที่เหลือ 5,888 บาทต่อเดือน เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือคอร์สเรียน การแบ่งจ่ายช่วยให้ซื้อได้ แต่ลูกค้าเกือบครึ่งมีหนี้อยู่แล้ว ข้อเสนอจึงต้องบอกยอดรวมและจำนวนงวดตรง ๆ

ร้านที่ขายของผ่อนให้ครัวเรือนกลุ่มนี้ควรรู้เกณฑ์โฆษณาสินเชื่อของ ธปท. ซึ่งสรุปไว้ใน[การตลาดมนุษย์เงินเดือน โฆษณาผ่อนตามเกณฑ์ ธปท. 2567](https://phygital.co.th/insights/salaried-employee-marketing-thailand-household-debt) ส่วนแบรนด์ที่ต้องขึ้นราคาเพราะต้นทุนเพิ่ม วิธีคำนวณต้นทุนก่อนปรับอยู่ใน[ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจซ้อนวิกฤต คำนวณต้นทุนพลังงานก่อนปรับราคา](https://phygital.co.th/insights/economic-polycrisis-survival-strategy)

### ตรวจตัวเลขกับลูกค้าของแบรนด์เอง

ค่าเฉลี่ยระดับประเทศใช้เป็นจุดเริ่ม แต่ลูกค้าของแต่ละแบรนด์อาจอยู่ในช่วงรายได้ที่แคบกว่านั้น วิธีตรวจที่ใช้ต้นทุนต่ำคือเพิ่มคำถามช่วงรายได้ครัวเรือนในแบบสอบถามหลังซื้อ โดยใช้ช่วงเดียวกับตาราง ค.4 เช่น 15,001-30,000 และ 30,001-50,000 บาท แล้วเทียบสัดส่วนของลูกค้ากับสัดส่วนของประชากรในภาคเดียวกัน ถ้าลูกค้าของแบรนด์กระจุกอยู่ช่วงเดียว ราคาและขนาดบรรจุควรออกแบบให้ช่วงนั้นก่อน คำถามเรื่องรายได้เป็นข้อมูลที่คนตอบลังเล จึงควรให้เลือกเป็นช่วง ไม่ถามตัวเลขตรง และบอกวัตถุประสงค์ของการถามให้ชัด

## รายได้และรายจ่ายครัวเรือนสองรอบสำรวจ

สำนักงานสถิติแห่งชาติเก็บข้อมูลทุกเดือนตลอดปี 2568 ตัวเลขช่วงรายได้มาจากตาราง ค.4 ตัวเลขต่อคนและส่วนแบ่งมาจากภาพ 3.16 และ 3.17 ส่วนค่าใช้จ่ายเป็นค่าเฉลี่ยของทุกครัวเรือน

| ตัวชี้วัด                                    | ค่าในปี 2568 | ค่าในปี 2566 |
| ---------------------------------------------- | -------------- | -------------- |
| ครัวเรือนรายได้ 15,001-30,000 บาทต่อเดือน | ร้อยละ 38.5   | ไม่ได้ยกมา  |
| ครัวเรือนรายได้ 30,001-50,000 บาทต่อเดือน | ร้อยละ 19.1   | ไม่ได้ยกมา  |
| รายได้ประจำต่อคน ควินไทล์ที่ 3          | 9,883 บาท      | 9,214 บาท      |
| รายได้ประจำต่อคน ควินไทล์ที่ 4          | 14,215 บาท     | 13,665 บาท     |
| รายได้ทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อครัวเรือน        | 28,308 บาท     | 29,030 บาท     |
| ค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเฉลี่ยต่อครัวเรือน   | 22,420 บาท     | 23,695 บาท     |
| ค่าใช้จ่ายต่อรายได้                       | ร้อยละ 79.2   | ร้อยละ 81.6   |
| หนี้ต่อรายได้ต่อเดือน                     | 5.4 เท่า       | 6.8 เท่า       |

## สรุป

รายงาน SES ปี 2568 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติไม่ได้นิยามชนชั้นกลาง แต่ให้จำนวนครัวเรือนตามช่วงรายได้ ครัวเรือนรายได้ 15,001-50,000 บาทต่อเดือนมีร้อยละ 57.6 หรือราว 14.3 ล้านครัวเรือน สัดส่วนนี้สูงสุดในเขตกรุงเทพฯ กับปริมณฑลสามจังหวัด คือร้อยละ 66.5 และต่ำสุดในภาคเหนือที่ร้อยละ 48.2 ควินไทล์ที่ 3 และ 4 มีรายได้ประจำ 9,883 และ 14,215 บาทต่อคนต่อเดือน ครัวเรือนเฉลี่ยมีรายได้ 28,308 บาท ค่าใช้จ่าย 22,420 บาท โดยค่าอาหารเป็นหมวดใหญ่สุด และเหลือ 5,888 บาทต่อเดือน ครัวเรือนร้อยละ 42.1 มีหนี้ หนี้เฉลี่ย 153,038 บาทหรือ 5.4 เท่าของรายได้ต่อเดือน แบรนด์ที่ขายให้กลุ่มนี้เลือกแข่งได้ที่ราคา ขนาดบรรจุ หรือเงื่อนไขการจ่าย ตามหมวดสินค้าและราคาเทียบกับเงินที่ครัวเรือนเหลือ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ชนชั้นกลางไทยมีกี่ครัวเรือน

ไม่มีตัวเลขทางการ เพราะรัฐไม่ได้นิยามคำนี้ ถ้าใช้ครัวเรือนรายได้ 15,001-50,000 บาทต่อเดือนเป็นเส้น ตาราง ค.4 ของ SES ปี 2568 ให้ร้อยละ 57.6 หรือราว 14.3 ล้านครัวเรือน ถ้าเปลี่ยนเส้น ตัวเลขก็เปลี่ยนตาม

### รายได้ครัวเรือนในรายงานเป็นเงินเดือนหรือเปล่า

ไม่ใช่เงินเดือนของคนคนเดียว เป็นรายได้รวมของทุกคนในครัวเรือน นับทั้งค่าจ้าง กำไรจากกิจการ บำนาญ เงินที่ญาติหรือรัฐส่งให้ และรายได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน เช่นค่าเช่าบ้านที่ประเมินเมื่ออยู่บ้านตัวเอง

### ครัวเรือนไทยใช้เงินกับการศึกษาแค่ 285 บาทต่อเดือนจริงหรือ

เป็นค่าเฉลี่ยของทุกครัวเรือน รวมครัวเรือนที่ไม่มีเด็กวัยเรียน และครัวเรือนที่ลูกเรียนโรงเรียนรัฐที่ค่าใช้จ่ายต่ำ ครัวเรือนที่ส่งลูกเรียนโรงเรียนเอกชนหรือเรียนพิเศษจ่ายสูงกว่านี้มาก ตัวเลขเฉลี่ยจึงใช้ประมาณขนาดตลาดรายหมวดของทั้งประเทศได้ แต่ใช้แทนงบของครอบครัวที่เป็นลูกค้าไม่ได้

### หนี้ครัวเรือนลดลงแปลว่ากำลังซื้อดีขึ้นไหม

หนี้ต่อรายได้ลดจาก 6.8 เท่าเหลือ 5.4 เท่า และสัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ลดจากร้อยละ 81.6 เหลือ 79.2 แต่รายได้เฉลี่ยก็ลดจาก 29,030 เหลือ 28,308 บาท การสรุปเรื่องกำลังซื้อต้องดูหลายตัวพร้อมกัน และเทียบกับยอดขายของแบรนด์เองในช่วงเดียวกัน

### แบรนด์เล็กเอาตัวเลขนี้ไปใช้อย่างไรได้บ้าง

ใช้ตั้งสมมติฐานก่อนทดลองจริง เช่นลองขนาดบรรจุเล็กในสาขาที่ลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ในช่วงรายได้ 15,001-30,000 บาท แล้ววัดยอดซื้อซ้ำเทียบกับสาขาอื่น ตัวเลขระดับประเทศบอกทิศทาง ส่วนผลทดลองของร้านบอกคำตอบ

## ตั้งราคาจากเงินที่เหลือหลังค่าใช้จ่ายประจำของลูกค้า

PHYGITAL AGENCY วิจัยรายได้และรายจ่ายของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายตามช่วงรายได้เดียวกับข้อมูลทางการ แล้วแปลงเป็นราคา ขนาด และเงื่อนไขที่ลูกค้าจ่ายได้จริง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
