# การตลาดกลุ่มผู้มีรายได้น้อย รายได้ไม่เกินแสนบาทกับร้านธงฟ้า

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/marketing-grassroots-consumers-thailand · เผยแพร่ 21 สิงหาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

การตลาดกลุ่มผู้มีรายได้น้อยตามเกณฑ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 2569 รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านราย ร้านธงฟ้ารับวงเงิน 300 บาทต่อเดือนได้อย่างไร

## Key Takeaways

- **โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 ใช้เกณฑ์รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี** — คู่กับเงินฝากและสลากรวมไม่เกิน 100,000 บาท วงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 100,000 บาท และต้องไม่มีบัตรเครดิต
- **กระทรวงการคลังประกาศผลรอบแรกว่ามีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านรายจากผู้ลงทะเบียน 18.82 ล้านราย** — และให้ทุกกลุ่มเริ่มใช้สิทธิตามโครงการปี 2569 พร้อมกันวันที่ 1 ตุลาคม 2569
- **สิทธิที่เข้าร้านค้าโดยตรงคือวงเงินซื้อสินค้าจำเป็น 300 บาทต่อคนต่อเดือน** — ใช้ได้ที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นและร้านอื่นที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ร้านสมัครได้ที่เว็บไซต์ของกรมการค้าภายในหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด

เกณฑ์รายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปีเป็นตัวเลขที่รัฐใช้คัดคนเข้าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ และเป็นนิยามกลุ่มผู้มีรายได้น้อยที่วัดได้ชัดที่สุดชุดหนึ่งของไทย เพราะมีเอกสารทางการกำกับทุกข้อ บทนี้เหมาะกับร้านโชห่วย มินิมาร์ต ร้านวัสดุการเกษตร และธุรกิจท้องถิ่นที่ลูกค้าส่วนหนึ่งถือบัตรสวัสดิการ หรือกำลังคิดว่าจะสมัครเป็นร้านที่รับบัตรหรือไม่ ข้อมูลมาจากเว็บไซต์โครงการของกระทรวงการคลัง ข่าวแถลงกระทรวงการคลังปี 2569 และเว็บไซต์ร้านธงฟ้าของกรมการค้าภายใน

ตัวเลขทั้งหมดในบทนี้เป็นตัวเลขของผู้ลงทะเบียนและผู้ผ่านเกณฑ์ ไม่ได้แยกตามจังหวัดหรือตามอาชีพ บทนี้จึงใช้ตัวเลขเพื่อบอกขนาดและกติกาของโครงการ ส่วนการตัดสินว่าลูกค้าของร้านใดถือบัตรกี่คน ร้านต้องดูจากยอดขายที่ชำระด้วยสิทธิของร้านตัวเอง

## เกณฑ์ที่รัฐใช้แบ่งกลุ่มรายได้

[เว็บไซต์โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569](https://welfare.mof.go.th/) ของกระทรวงการคลังสรุปคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียนไว้ในอินโฟกราฟิก "คุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน" ข้อมูล ณ วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 แบ่งเป็นเกณฑ์ส่วนบุคคล เกณฑ์รายได้ และเกณฑ์ทรัพย์สิน

| กลุ่มเกณฑ์       | เงื่อนไข                                                                                                                                                                  |
| ----------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ส่วนบุคคล        | สัญชาติไทย อายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ และไม่อยู่ในกลุ่มที่ตัดออก เช่น ข้าราชการ ผู้รับบำนาญ ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท ผู้มีบัญชีซื้อขายหลักทรัพย์ |
| รายได้           | มีรายได้หรือจ่ายเงินให้บุคคลใดไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี                                                                                                        |
| เงินฝากและสลาก | รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท                                                                                                                                              |
| วงเงินสินเชื่อ  | รวมทุกประเภทหนี้ทุกบัญชีไม่เกิน 100,000 บาท ไม่รวมสินเชื่อเพื่อการเกษตรกรรม                                                                                  |
| บัตรเครดิต       | ต้องไม่เป็นผู้มีบัตรเครดิต                                                                                                                                          |
| อสังหาริมทรัพย์   | ห้องชุดรวมกันไม่เกิน 35 ตารางเมตร บ้านพร้อมที่ดินรวมกันไม่เกิน 25 ตารางวา ที่ดินเพื่อการเกษตรไม่เกิน 10 ไร่                                              |
| รถ                | ไม่มีกรรมสิทธิ์ในรถ ยกเว้นจักรยานยนต์ไม่เกิน 300 ซีซี รถสามล้อ รถสี่ล้อเล็กรับจ้าง และรถใช้งานเกษตรกรรม ประเภทละไม่เกิน 1 คัน                           |

เกณฑ์ชุดนี้วัดทั้งรายได้และสิ่งที่คนมีอยู่ในมือ คนที่รายได้ต่ำแต่มีบัตรเครดิตหรือมีเงินฝากเกินแสนบาทจึงอยู่นอกโครงการ ส่วนผู้ที่อยู่ในโครงการแปลว่าผ่านทั้งเจ็ดแถวในตารางพร้อมกัน

### **เกณฑ์ปี 2569 เปลี่ยนระหว่างทางตรงไหนบ้าง**

เปลี่ยนในรายละเอียดการตรวจข้อมูล [ข่าวแถลงกระทรวงการคลังฉบับที่ 72/2569](https://welfare.mof.go.th/assets/files/pdf/New/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-72-2569.pdf) ลงวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 บอกว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบการปรับข้อมูล เช่น นับเฉพาะผู้เรียนในระบบ ไม่นับหุ้นส่วนในวิสาหกิจชุมชน และไม่นับจักรยานยนต์ที่อายุเกิน 15 ปีหรือรถยนต์ที่อายุเกิน 20 ปี ร้านที่อ่านเกณฑ์จากข่าวเก่าจึงควรเปิดหน้าคุณสมบัติบนเว็บไซต์โครงการดูฉบับล่าสุดเอง

## ตัวเลขผู้ลงทะเบียนปี 2569

ข่าวแถลงกระทรวงการคลังฉบับที่ 64/2569 วันที่ 16 กรกฎาคม 2569 รายงานผลการตรวจคุณสมบัติรอบแรกว่า มีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านราย จากผู้ลงทะเบียน 18.82 ล้านราย ผู้ลงทะเบียนแบ่งเป็นสามกลุ่มตามที่มาของรายชื่อ

| กลุ่ม | ที่มา                                                                                                                            | จำนวน          |
| ----- | -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- | -------------- |
| 1     | ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม                                                                                          | 12.70 ล้านราย |
| 2     | ผู้ไม่มีบัตรตามฐานข้อมูล จปฐ. ของกรมการพัฒนาชุมชน และระบบสมุดพกครอบครัวอิเล็กทรอนิกส์ของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ | 0.74 ล้านราย  |
| 3     | ผู้ไม่มีบัตรที่กระทรวงมหาดไทยสำรวจพบเพิ่มในช่วงลงทะเบียน                                                             | 5.38 ล้านราย  |

ต่อมา[ข่าวแถลงฉบับที่ 79/2569](https://welfare.mof.go.th/assets/files/pdf/New/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-79-2569.pdf) ข้อมูล ณ 26 สิงหาคม 2569 รายงานความคืบหน้าอีกชุด ผู้ผ่านคุณสมบัติที่ต้องยืนยันตัวตนมี 3,139,886 ราย ยืนยันแล้ว 2,510,504 ราย หรือร้อยละ 80 ส่วนผู้ไม่ผ่านการตรวจมี 9,314,253 ราย และยื่นขอทบทวนสิทธิแล้ว 4,767,301 ราย กระทรวงการคลังกำหนดประกาศผลทบทวนสิทธิวันที่ 30 กันยายน 2569

### **ร้านค้าจะเห็นลูกค้าที่ใช้สิทธิใหม่ได้ตั้งแต่เมื่อไร**

ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2569 ข่าวแถลงฉบับที่ 72/2569 บอกว่าคณะรัฐมนตรีให้ผู้ถือบัตรเดิมใช้สิทธิชุดเก่าต่อเนื่องถึง 30 กันยายน 2569 แล้วให้ผู้ผ่านคุณสมบัติทุกกลุ่ม รวมผู้ที่ทบทวนสิทธิแล้วผ่าน เริ่มใช้สิทธิตามโครงการปี 2569 พร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569 ร้านที่รับบัตรอยู่แล้วจึงควรเตรียมรับลูกค้าหน้าใหม่ช่วงต้นเดือนตุลาคม และลูกค้าเดิมบางรายอาจหมดสิทธิถ้าไม่ผ่านเกณฑ์ใหม่

## สิทธิที่ใช้จ่ายผ่านร้านค้า

[ข่าวแถลงกระทรวงการคลังฉบับที่ 41/2569](https://welfare.mof.go.th/assets/files/pdf/New/%E0%B8%82%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B9%81%E0%B8%96%E0%B8%A5%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%B1%E0%B8%87%E0%B8%89%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-41-2569.pdf) วันที่ 2 มิถุนายน 2569 ระบุสวัสดิการห้ารายการที่ผู้ผ่านคุณสมบัติและยืนยันตัวตนแล้วจะได้รับ

| สิทธิ                                                                                    | วงเงิน                           | ใช้ที่ไหน                                                                                  |
| ---------------------------------------------------------------------------------------- | -------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม | 300 บาทต่อคนต่อเดือน         | ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และร้านอื่นที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด   |
| ส่วนลดก๊าซหุงต้ม                                                                      | 80 บาทต่อคนต่อ 3 เดือน        | ร้านที่กระทรวงพลังงานกำหนด                                                              |
| ค่าเดินทางระบบขนส่งสาธารณะ                                                          | 750 บาทต่อคนต่อเดือน         | ระบบขนส่งแปดประเภท เช่น รถ ขสมก. รถ บขส. รถไฟ BTS MRT รถสองแถวรับจ้าง และเรือโดยสาร |
| บรรเทาภาระค่าไฟฟ้า                                                                    | 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน | อุดหนุนผ่านบิลค่าไฟ                                                                     |
| บรรเทาภาระค่าน้ำประปา                                                                 | 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน | อุดหนุนผ่านบิลค่าน้ำ                                                                     |

แถวแรกเป็นแถวเดียวที่ผ่านมือร้านค้าปลีกโดยตรง วงเงิน 300 บาทต่อเดือนต่อคนใช้ได้เฉพาะร้านที่อยู่ในระบบของกระทรวงพาณิชย์ ร้านที่อยู่นอกระบบยังขายให้ผู้ถือบัตรได้ด้วยเงินสดหรือการโอน แต่รับวงเงินส่วนนี้ไม่ได้ ส่วนสิทธิก๊าซหุงต้มผูกกับร้านที่กระทรวงพลังงานกำหนด ซึ่งเป็นอีกระบบหนึ่ง

### **วงเงิน 300 บาทซื้ออะไรได้บ้าง**

ข่าวแถลงเขียนขอบเขตไว้สามหมวด คือสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อเกษตรกรรม เว็บไซต์ร้านธงฟ้าของกรมการค้าภายในแยกประเภทสินค้าของร้านละเอียดกว่านั้น เช่น สินค้าเกษตร ยารักษาโรค วัสดุเพื่อการศึกษา และธูปเทียนเครื่องสักการะ ร้านวัสดุการเกษตรหรือร้านเครื่องเขียนจึงเข้าข่ายได้ ขึ้นกับประเภทที่ร้านสมัครไว้

## ร้านค้าเข้าร่วมอย่างไร

[เว็บไซต์ร้านธงฟ้าของกองบริหารมาตรการลดค่าครองชีพ กรมการค้าภายใน](https://newthongfah.dit.go.th/frontend/tf%5Fshop.php) มีเมนูสมัครร้านธงฟ้าสองทาง คือสมัครแบบปกติ และสมัครผ่าน ThaID มีช่องตรวจสถานะการสมัครด้วยเลขบัตรประชาชน เลขนิติบุคคล หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และมีเมนูแยกสำหรับร้านอาหารธงฟ้า [สำนักงานพาณิชย์จังหวัดน่านเผยแพร่ขั้นตอนเดียวกัน](https://nan.moc.go.th/th/content/category/detail/id/3536/iid/52963) ว่าร้านสมัครได้ทั้งทางลิงก์ ทาง QR Code หรือที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดที่ร้านตั้งอยู่

หน้าค้นหาร้านบนเว็บไซต์เดียวกันกรองร้านตามจังหวัด อำเภอ และตำบลได้ แบ่งร้านตามวิธีรับชำระเป็นสามแบบ คือถุงเงิน One Stop และเครื่อง EDC และมีปุ่มค้นหาร้านใกล้ฉันกับการค้นหาบนแผนที่ ผู้ถือบัตรที่อยากรู้ว่าร้านไหนรับสิทธิจึงหาได้จากหน้านี้

### **ร้านควรรับชำระผ่านเครื่อง EDC หรือแอปถุงเงิน**

ขึ้นกับว่าร้านยอมจ่ายค่าเครื่องต่อปีหรือไม่ [กรมบัญชีกลางชี้แจงผ่านกรมประชาสัมพันธ์เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2566](https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/162291) ว่าเครื่อง EDC ที่ธนาคารกรุงไทยวางให้ร้านเริ่มหมดระยะรับประกัน 5 ปี ร้านที่ใช้ต่อต้องจ่ายค่าบริการประมาณ 2,100 บาทต่อปีตั้งแต่ 1 เมษายน 2566 ส่วนร้านที่เปลี่ยนไปใช้แอปพลิเคชันถุงเงินไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม โดยคืนเครื่องที่กรมบัญชีกลางหรือสำนักงานคลังจังหวัด แล้วยื่นคำร้องเปลี่ยนระบบที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดหรือกรมการค้าภายใน

กรมบัญชีกลางย้ำในประกาศเดียวกันว่าจะแจ้งร้านด้วยหนังสือเท่านั้น ไม่โทรถามข้อมูลส่วนบุคคลหรือข้อมูลการเงิน ร้านที่ได้รับสายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่จึงควรวางสายแล้วติดต่อสำนักงานคลังจังหวัดเอง

## ออกแบบข้อเสนอที่จ่ายได้ด้วยเงินสดและวงเงินสวัสดิการ

เกณฑ์ข้อที่ร้านค้าควรอ่านละเอียดที่สุดคือข้อที่ห้ามมีบัตรเครดิต และข้อที่จำกัดวงเงินสินเชื่อรวมไว้ไม่เกิน 100,000 บาท ผู้ถือบัตรสวัสดิการทุกคนจึงอยู่นอกโปรผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิตตั้งแต่ต้น โปรโมชันที่ผูกส่วนลดกับบัตรเครดิตของธนาคารใดธนาคารหนึ่งก็เข้าไม่ถึงคนกลุ่มนี้เช่นกัน

| ข้อเสนอที่ผูกกับบัตรเครดิตหรือเงินก้อน | ทางเลือกที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการใช้ได้               |
| ----------------------------------------------- | --------------------------------------------------------- |
| ผ่อน 0% ผ่านบัตรเครดิต                        | ขายเป็นหน่วยย่อยที่จ่ายครบในครั้งเดียว           |
| ส่วนลดเฉพาะบัตรเครดิตธนาคาร                 | ส่วนลดที่ใช้ได้กับเงินสด การโอน และวงเงินสวัสดิการ |
| ซื้อครบยอดสูงแล้วลด                        | ราคาต่อหน่วยคงที่ ป้ายราคาอ่านง่าย                  |
| สมัครสมาชิกผ่านอีเมล                         | สะสมแต้มด้วยเบอร์โทรศัพท์                             |

ตารางนี้เป็นข้อเสนอเชิงออกแบบจากเกณฑ์ของรัฐ ไม่ได้มาจากงานวิจัยพฤติกรรมผู้ถือบัตร ร้านที่อยากรู้ว่าข้อเสนอแบบไหนได้ผล ควรทดลองทีละแบบแล้วดูยอดขายที่ชำระด้วยวงเงินสวัสดิการเทียบกับเดือนก่อน

### **การขายหน่วยย่อยคิดต้นทุนอย่างไร**

คิดจากต้นทุนแบ่งบรรจุต่อหน่วยบวกกับกำไรที่ร้านต้องการ ตัวอย่างสมมติ ร้านรับน้ำมันพืชขวดใหญ่มาแบ่งขาย ถ้าต้นทุนถุงกับแรงงานแบ่งบรรจุเท่ากับ 2 บาทต่อถุง ราคาต่อถุงต้องครอบคลุมสองบาทนี้ก่อนจะเหลือกำไร สินค้าที่มีกฎหมายฉลากกำกับ เช่น อาหารและยา ร้านควรโทรถามเจ้าหน้าที่ สสจ. ในพื้นที่ก่อนแบ่งบรรจุ

ลูกค้าที่รายได้สูงกว่าเกณฑ์แสนบาทตัดสินใจด้วยตัวแปรคนละชุด ร้านที่มีลูกค้าหลายระดับรายได้อ่านต่อได้ใน[บทที่ไล่ขนาดและรายได้ของชนชั้นกลางไทย](https://phygital.co.th/insights/marketing-middle-class-thailand) ส่วนครอบครัวที่ลงทุนกับการศึกษาของลูกในต่างประเทศเป็นอีกโจทย์หนึ่ง ดูได้ที่[บทว่าด้วยครอบครัวไทยที่ส่งลูกเรียนต่างประเทศ](https://phygital.co.th/insights/marketing-thai-overseas-students-families) สองบทนี้ใช้แหล่งข้อมูลคนละชุดกับเกณฑ์บัตรสวัสดิการ

การตั้งหมุดใหม่มีกติกาของ Google ที่ร้านต้องรู้ก่อน รายละเอียดอยู่ใน[บทที่อธิบายกฎที่ทำให้หมุดร้านถูกระงับ](https://phygital.co.th/insights/google-maps-local-seo-agency) และถ้าข้อมูลร้านบน Google ถูกคนอื่นแก้ [บทว่าด้วยการแก้ข้อมูลร้านบน Google Business Profile](https://phygital.co.th/insights/google-business-profile-local-seo-explained) อธิบายว่าเจ้าของร้านยืนยันสิทธิคืนได้ทางไหน ก่อนวงเงินปี 2569 เริ่มตัดยอดวันแรก

## ห้าเรื่องที่ร้านใกล้บ้านเตรียมได้

1. ตรวจสถานะร้านบนเว็บไซต์ร้านธงฟ้าด้วยเลขบัตรประชาชนหรือเลขนิติบุคคล
2. คิดค่าเครื่อง EDC ประมาณ 2,100 บาทต่อปีเทียบกับการย้ายไปใช้แอปถุงเงิน
3. แยกสินค้าที่อยู่ในหมวดที่วงเงิน 300 บาทใช้ได้ออกมาวางให้หาง่าย
4. แก้ชื่อและที่ตั้งร้านใน Google Maps ให้เหมือนกับที่ลงทะเบียนไว้
5. ตั้งราคาหน่วยย่อยของสินค้าที่ขายดีที่สุดห้ารายการ โดยคิดต้นทุนแบ่งบรรจุก่อน

### **ร้านอาหารรับสิทธิบัตรได้เหมือนร้านค้าปลีกไหม**

เว็บไซต์ของกรมการค้าภายในแยกโครงการร้านอาหารธงฟ้าออกจากร้านธงฟ้าพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น และมีเมนูสมัครกับช่องตรวจสถานะแยกกัน ส่วนข่าวแถลงกระทรวงการคลังเขียนวงเงิน 300 บาทไว้สำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค การศึกษา และวัตถุดิบเกษตร ร้านอาหารจึงควรถามสำนักงานพาณิชย์จังหวัดก่อนว่าเงื่อนไขของร้านอาหารธงฟ้าคืออะไร

## สรุป

โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 นิยามกลุ่มผู้มีรายได้น้อยด้วยรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี เงินฝากและสลากไม่เกิน 100,000 บาท วงเงินสินเชื่อไม่เกิน 100,000 บาท และห้ามมีบัตรเครดิต ผลรอบแรกมีผู้ผ่านเกณฑ์ 9.51 ล้านรายจาก 18.82 ล้านราย ผู้ขอทบทวนสิทธิ 4,767,301 ราย รอผลวันที่ 30 กันยายน 2569 และทุกกลุ่มเริ่มใช้สิทธิพร้อมกัน 1 ตุลาคม 2569 สิทธิที่ผ่านร้านค้าคือวงเงิน 300 บาทต่อคนต่อเดือนที่ร้านธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น ร้านสมัครได้ที่เว็บไซต์ของกรมการค้าภายในหรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัด และเลือกรับชำระผ่านเครื่อง EDC ที่มีค่าบริการราว 2,100 บาทต่อปี หรือแอปถุงเงินที่ไม่มีค่าใช้จ่าย ข้อเสนอที่ผูกกับบัตรเครดิตเข้าไม่ถึงคนกลุ่มนี้ตามนิยาม ร้านจึงควรออกแบบราคาและโปรโมชันให้จ่ายได้ด้วยเงินสด การโอน และวงเงินสวัสดิการ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### แสนบาทต่อปีนับรายคนหรือนับทั้งครัวเรือน

อินโฟกราฟิกปี 2569 วางเกณฑ์นี้ไว้ในหมวดคุณสมบัติของผู้ลงทะเบียน และไม่ได้เขียนเกณฑ์รายได้ครัวเรือนแยกไว้ ส่วนสิทธิค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาคิดต่อครัวเรือน ผู้ที่สงสัยกรณีของตัวเองสอบถามศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ที่ 0-2109-2345

### ร้านที่ไม่ได้สมัครเป็นร้านธงฟ้าขายให้ผู้ถือบัตรได้ไหม

ขายได้ตามปกติด้วยเงินสดหรือการโอน แต่รับวงเงิน 300 บาทต่อเดือนจากบัตรไม่ได้ เพราะวงเงินส่วนนี้ใช้ได้เฉพาะร้านในระบบที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด

### สมัครร้านธงฟ้าต้องเสียค่าใช้จ่ายไหม

หน้าสมัครของกรมการค้าภายในไม่ได้ระบุค่าสมัคร ส่วนค่าใช้จ่ายที่มีเอกสารยืนยันคือค่าบริการเครื่อง EDC ประมาณ 2,100 บาทต่อปีหลังหมดประกัน ร้านที่รับผ่านแอปถุงเงินไม่มีค่าใช้จ่ายส่วนนี้

### ผลทบทวนสิทธิปี 2569 ประกาศเมื่อไร

วันที่ 30 กันยายน 2569 ตามข่าวแถลงฉบับที่ 79/2569 ผู้ผ่านคุณสมบัติที่ต้องยืนยันตัวตนต้องทำให้เสร็จก่อนจึงเริ่มใช้สิทธิได้

### ร้านจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าในย่านนี้ถือบัตรมากน้อยแค่ไหน

ข่าวแถลงไม่แยกตัวเลขรายตำบล วิธีที่ร้านทำได้คือดูสัดส่วนยอดขายที่ชำระด้วยวงเงินสวัสดิการในระบบของร้านเองทุกเดือน แล้วเทียบก่อนและหลังเดือนตุลาคม 2569

## ผู้ถือบัตรที่กดค้นหาร้านใกล้ฉัน จะเดินมาถึงหน้าร้านคุณถูกไหม

เล่าที่ตั้งและสินค้าของร้านให้ PHYGITAL AGENCY ฟัง แล้วรับหมุด Google Maps ที่ชื่อ ที่อยู่ และเวลาเปิดตรงกับข้อมูลที่ลงทะเบียนกับรัฐ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
