# Marketing Automation อีเมลอัตโนมัติกับเกณฑ์ผู้ส่งของ Gmail

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/marketing-automation-explained · เผยแพร่ 7 พฤศจิกายน 2567 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

อีเมลอัตโนมัติของร้านต้องผ่านเกณฑ์ผู้ส่งของ Gmail ตั้งแต่ปี 2024 ทั้ง SPF DKIM อัตราสแปมต่ำกว่า 0.3% และปุ่มยกเลิกรับคลิกเดียว โดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **Google กำหนดให้ผู้ส่งอีเมลทุกรายที่ส่งถึงบัญชี Gmail ส่วนตัว ผ่านเกณฑ์ชุดหนึ่งตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2024** — ได้แก่ SPF หรือ DKIM ระเบียน DNS ย้อนกลับ การเชื่อมต่อ TLS และอัตราสแปมใน Postmaster Tools ต่ำกว่า 0.3%
- **ผู้ส่งที่ส่งถึงบัญชี Gmail เกิน 5,000 ฉบับต่อวัน ต้องตั้ง SPF DKIM และ DMARC ครบ** — และอีเมลการตลาดต้องมีการยกเลิกรับแบบคลิกเดียว พร้อมลิงก์ยกเลิกที่มองเห็นได้ในเนื้อความ
- **แนวทางของ Gmail ห้ามปนโปรโมชันในอีเมลใบเสร็จ และให้ใช้ที่อยู่ผู้ส่งแยกตามประเภทข้อความ** — ร้านจึงควรแยกอีเมลของตัวเองเป็นประเภทก่อนเปิดระบบส่งอัตโนมัติ

ร้านที่เพิ่งตั้งอีเมลเตือนตะกร้าค้างและอีเมลต้อนรับสมาชิกใหม่ อาจพบว่าลูกค้าบอกว่าไม่เคยได้รับ ทั้งที่ระบบรายงานว่าส่งออกไปครบ อีเมลเหล่านั้นอาจไปอยู่ในโฟลเดอร์สแปม หรือถูกปฏิเสธตั้งแต่ปลายทาง บทนี้เล่าว่า Marketing Automation ฝั่งอีเมลทำงานอย่างไร แล้วเปิดเกณฑ์ที่ Google บังคับกับผู้ส่งอีเมลถึงบัญชี Gmail ทั้งเรื่องการยืนยันโดเมน อัตราสแปม การยกเลิกรับ และการแยกประเภทข้อความ สิ่งที่ควรตรวจก่อนเปิดระบบคือร้านส่งอีเมลกี่แบบ และแต่ละแบบส่งจากที่อยู่ไหน

Google เริ่มบังคับเกณฑ์ผู้ส่งกับบัญชี Gmail ส่วนตัว (ที่อยู่ลงท้าย @gmail.com หรือ @googlemail.com) ตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2024 ข้อกำหนดทุกข้อในบทนี้คัดจาก[หน้า Email sender guidelines ของ Google](https://support.google.com/a/answer/81126?hl=en) ซึ่งเปิดอ่านวันที่ 27 ก.ย. 2569 บทนี้ไม่ลงเรื่องการส่งข้อความผ่าน LINE OA และไม่ลงรายละเอียดสิทธิ์ของเจ้าของข้อมูลตาม PDPA ซึ่งอยู่ใน[PDPA กับการตลาด ลูกค้าขอดู ขอลบ ขอระงับข้อมูลต้องทำอะไร](https://phygital.co.th/insights/pdpa-digital-marketing-guide)

## ระบบอัตโนมัติส่งอะไร ตามเงื่อนไขอะไร

Marketing Automation ในบทนี้หมายถึงระบบที่ส่งข้อความถึงลูกค้าเมื่อเกิดเงื่อนไขที่ตั้งไว้ โดยไม่ต้องมีคนกดส่งทีละฉบับ งานอีเมลอัตโนมัติของร้านออนไลน์แบ่งได้สามกลุ่มตามสิ่งที่กระตุ้นให้ส่ง

1. **อีเมลที่เกิดจากการกระทำของลูกค้า** เช่นอีเมลต้อนรับหลังสมัครสมาชิก อีเมลเตือนสินค้าค้างในตะกร้า
2. **อีเมลที่เกิดจากการทำรายการ** เช่นใบเสร็จ การยืนยันคำสั่งซื้อ การแจ้งจัดส่ง
3. **อีเมลที่เกิดจากเวลา** เช่นอีเมลวันเกิด อีเมลชวนกลับมาซื้อหลังไม่ได้ซื้อนานตามจำนวนวันที่กำหนด

อีเมลกลุ่มที่สองลูกค้าต้องได้รับเพื่อใช้บริการ ส่วนกลุ่มแรกและกลุ่มที่สามเป็นอีเมลการตลาด แนวทางของ Gmail แยกสองแบบนี้ออกจากกัน และความต่างนี้กำหนดว่าอีเมลแต่ละฉบับต้องผ่านเกณฑ์ข้อไหน ถ้าอยากเห็นว่าอีเมลชุดต้อนรับกับชุดตะกร้าค้างเขียนเป็นกี่ฉบับ ส่งห่างกันเท่าไร ดูได้ใน[Email Automation เริ่มสองลำดับ แล้ววัดจากคลิกแทนยอดเปิด](https://phygital.co.th/insights/email-marketing-automation-welcome-abandoned-cart)

### ระบบส่งอีเมลอัตโนมัติต้องใช้ข้อมูลลูกค้าอะไรบ้าง

อย่างน้อยต้องมีที่อยู่อีเมล สถานะว่ายินยอมรับอีเมลการตลาดหรือไม่ และเหตุการณ์ที่ใช้เป็นเงื่อนไข เช่นวันสมัครหรือสินค้าในตะกร้า ร้านที่เก็บข้อมูลลูกค้าไว้หลายระบบ อาจต้องรวมข้อมูลให้ระบบส่งอีเมลใช้ได้ ส่วนความต่างของระบบเก็บข้อมูลลูกค้าแต่ละแบบอยู่ใน[CDP ต่างจาก CRM ตามนิยามปี 2026 ของ CDP Institute](https://phygital.co.th/insights/cdp-vs-crm-difference) ช่องสถานะความยินยอมเป็นช่องที่สำคัญที่สุด เพราะระบบจะส่งตามค่าที่อยู่ในช่องนี้ทุกวันโดยไม่มีคนตรวจซ้ำ

## เกณฑ์ที่ผู้ส่งทุกรายต้องผ่าน

หน้าแนวทางของ Google ใช้ข้อกำหนดชุดนี้กับผู้ส่งทุกรายที่ส่งอีเมลถึงบัญชี Gmail ไม่ว่าจะส่งมากหรือน้อย

1. **ตั้ง SPF หรือ DKIM** ให้กับโดเมนที่ใช้ส่ง
2. **มีระเบียน DNS ทั้งขาไปและขากลับ (PTR)** ที่ถูกต้องสำหรับโดเมนหรือ IP ที่ส่ง
3. **ส่งผ่านการเชื่อมต่อ TLS** ข้อนี้ Google เพิ่มในตารางเมื่อธันวาคม 2023
4. **รักษาอัตราสแปมที่วัดใน Postmaster Tools ให้ต่ำกว่า 0.3%**
5. **จัดรูปแบบข้อความตามมาตรฐาน RFC 5322**
6. **ไม่ปลอมหัวอีเมล From ให้เป็นที่อยู่ Gmail** Google ระบุว่ากำลังใช้นโยบาย DMARC แบบกักกันกับกรณีนี้

Google ระบุว่าผู้ส่งที่ไม่ผ่านเกณฑ์ อาจส่งอีเมลไม่ถึงตามที่คาด หรือถูกจัดเป็นสแปม และอีเมลที่ไม่ผ่านการยืนยันตัวตนอาจถูกปฏิเสธด้วยรหัสข้อผิดพลาด 5.7.26

### ร้านที่ใช้บริการส่งอีเมลสำเร็จรูป ต้องตั้ง SPF และ DKIM เองหรือไม่

ต้องตรวจเอง หน้าแนวทางเขียนว่าผู้ใช้บริการส่งอีเมล ควรยืนยันว่าผู้ให้บริการยืนยันตัวตนอีเมลของโดเมนร้านด้วย SPF และ DKIM และระเบียน SPF ของโดเมนควรรวมผู้ส่งทุกรายที่ส่งในนามโดเมนนั้น ถ้าบริการส่งอีเมลรายใดไม่อยู่ในระเบียน SPF อีเมลจากบริการนั้นมีโอกาสถูกจัดเป็นสแปมมากขึ้น ร้านที่ใช้ระบบหนึ่งส่งใบเสร็จ และอีกระบบส่งอีเมลการตลาด จึงต้องใส่ทั้งสองระบบในระเบียนเดียวกัน

หน้าเดียวกันมีรายละเอียดทางเทคนิคอีกสองข้อที่ควรถามผู้ให้บริการ ข้อแรก การส่งถึงบัญชี Gmail ส่วนตัวต้องใช้กุญแจ DKIM ยาวอย่างน้อย 1024 บิต และ Google แนะนำ 2048 บิตถ้าผู้ให้บริการโดเมนรองรับ ข้อสอง Google แนะนำให้เปิดรายงาน DMARC เพื่อดูว่ามีใครส่งอีเมลในนามโดเมนของร้านบ้าง ซึ่งช่วยจับผู้ที่แอบอ้างชื่อร้านได้

## ผู้ส่งเกิน 5,000 ฉบับต่อวัน

ผู้ส่งที่ส่งอีเมลถึงบัญชี Gmail มากกว่า 5,000 ฉบับต่อวัน มีข้อกำหนดเพิ่มจากชุดแรก

1. **ตั้ง SPF และ DKIM ทั้งคู่** ไม่ใช่เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง
2. **ตั้ง DMARC ให้โดเมนที่ใช้ส่ง** นโยบายบังคับใช้ตั้งเป็น none ได้
3. **โดเมนในหัว From ต้องตรงกับโดเมนของ SPF หรือ DKIM** เพื่อผ่านการจับคู่ของ DMARC
4. **อีเมลการตลาดและอีเมลที่สมัครรับ ต้องรองรับการยกเลิกรับแบบคลิกเดียว** และมีลิงก์ยกเลิกรับที่มองเห็นได้ชัดในเนื้อความ

การยกเลิกรับแบบคลิกเดียวทำงานผ่านหัวอีเมลสองบรรทัด คือ List-Unsubscribe-Post และ List-Unsubscribe ตามมาตรฐาน RFC 8058 ระบบส่งอีเมลของร้านต้องรับคำขอที่ส่งกลับมา แล้วหยุดส่งให้ผู้รับรายนั้น ทางเลือกอื่น เช่นหน้าให้ผู้รับเลือกรายการที่ยังอยากรับ ใช้เสริมได้แต่ไม่ใช้แทนการยกเลิกคลิกเดียว

### ร้านเล็กที่ส่งไม่ถึงวันละ 5,000 ฉบับ ต้องสนใจข้อกำหนดชุดนี้หรือไม่

ควรสนใจ เพราะหน้าแนวทางแนะนำให้ตั้ง SPF DKIM และ DMARC ให้โดเมนเสมอ และให้ทุกคนมีวิธียกเลิกรับที่ง่าย แม้ข้อบังคับคลิกเดียวจะผูกกับผู้ส่งเกิน 5,000 ฉบับ ร้านที่ส่งอีเมลการตลาดวันละไม่กี่ร้อยฉบับวันนี้ อาจเกินเกณฑ์ในวันที่ยิงโปรโมชันใหญ่ การตั้งค่าไว้ครบตั้งแต่แรกจึงง่ายกว่าแก้ในวันที่อีเมลเริ่มไม่ถึงผู้รับ

## แยกอีเมลตามประเภทก่อนเปิดระบบ

หัวข้อแนวปฏิบัติการส่งในหน้าเดียวกัน มีข้อที่ร้านต้องตัดสินก่อนตั้งระบบอัตโนมัติ

1. **ข้อความประเภทเดียวกันควรใช้ที่อยู่ From เดียวกัน** ตัวอย่างในหน้าแนวทางคือ sales@ สำหรับใบเสร็จ deals@ สำหรับโปรโมชัน และ alert@ สำหรับการแจ้งเตือนบัญชี
2. **ห้ามปนเนื้อหาต่างประเภทในข้อความเดียว** ตัวอย่างที่ Google ยกคือห้ามใส่โปรโมชันในอีเมลใบเสร็จ
3. **ถ้าต้องส่งจากหลาย IP ให้แยก IP ตามประเภทข้อความ** เช่นแจ้งเตือนบัญชีกับโปรโมชันใช้คนละ IP

ร้านที่อยากแนบคูปองซื้อครั้งถัดไปไว้ท้ายใบเสร็จ จึงควรแยกคูปองออกเป็นอีเมลการตลาดอีกฉบับจากที่อยู่ของโปรโมชัน ผู้รับที่ยกเลิกรับโปรโมชันก็ยังได้ใบเสร็จตามปกติ

## รายชื่อผู้รับที่สมัครเอง

หน้าแนวทางของ Google ระบุวิธีดูแลรายชื่อผู้รับไว้หลายข้อ ข้อที่เกี่ยวกับระบบอัตโนมัติโดยตรงมีดังนี้

1. **ส่งเฉพาะคนที่สมัครรับ** และยืนยันที่อยู่อีเมลของผู้สมัครก่อนเพิ่มเข้ารายชื่อ
2. **ห้ามซื้อรายชื่ออีเมลจากบริษัทอื่น**
3. **เลี่ยงฟอร์มที่ติ๊กช่องสมัครรับไว้ให้ก่อน** Google ระบุว่าบางประเทศจำกัดการสมัครอัตโนมัติ ให้ตรวจกฎหมายในพื้นที่ของตัวเอง
4. **ยกเลิกรับให้ผู้รับที่อีเมลตีกลับหลายครั้งโดยอัตโนมัติ** และพิจารณายกเลิกผู้รับที่ไม่เปิดอ่าน
5. **ส่งข้อความถามเป็นระยะว่าผู้รับยังอยากรับอยู่หรือไม่**

Google อธิบายเหตุผลไว้ว่า ผู้รับที่ไม่ได้สมัครเองมีแนวโน้มกดรายงานสแปม และรายงานสแปมที่สะสมจะลดชื่อเสียงของโดเมน ทำให้อีเมลฉบับถัดไปของโดเมนนั้นถูกจัดเป็นสแปมง่ายขึ้น ในทางกลับกัน ผู้รับที่เจออีเมลของร้านในโฟลเดอร์สแปมกดว่าไม่ใช่สแปมได้ และ Google ระบุว่าอีเมลฉบับถัดไปจากผู้ส่งรายนั้นควรเข้ากล่องจดหมายปกติ

### อีเมลวันเกิดที่ส่งถึงลูกค้าที่ไม่ได้ซื้อมาหลายปี เสี่ยงอะไร

เสี่ยงต่ออัตราสแปม ลูกค้าที่ไม่ได้ติดต่อกับร้านนานอาจจำไม่ได้ว่าเคยสมัครรับ และกดรายงานสแปมแทนการยกเลิกรับ หน้าแนวทางแนะนำให้พิจารณายกเลิกผู้รับที่ไม่เปิดอ่าน และส่งข้อความถามว่ายังอยากรับอยู่หรือไม่ ระบบอัตโนมัติที่ตั้งส่งวันเกิดให้ทุกคนในฐานข้อมูลโดยไม่ดูวันที่ติดต่อครั้งสุดท้าย จึงควรมีเงื่อนไขตัดคนกลุ่มนี้ออกก่อน

## รายการตรวจก่อนเปิดอีเมลอัตโนมัติ

ก่อนกดเปิดลำดับอีเมลชุดแรก ร้านควรตอบหกข้อนี้ได้ครบ

1. **อีเมลทุกฉบับถูกจัดประเภทแล้วหรือยัง** ใบเสร็จ การแจ้งเตือน และโปรโมชัน แยกจากกัน
2. **แต่ละประเภทส่งจากที่อยู่ From ใด** และไม่มีโปรโมชันปนในใบเสร็จ
3. **เครื่องมือทุกตัวที่ส่งในนามโดเมนอยู่ในระเบียน SPF และตั้ง DKIM แล้วหรือยัง**
4. **อีเมลการตลาดมีลิงก์ยกเลิกรับในเนื้อความ และรองรับการยกเลิกคลิกเดียวหรือยัง**
5. **รายชื่อผู้รับมาจากการสมัครเองทั้งหมดหรือไม่** ไม่มีรายชื่อที่ซื้อมาหรือได้จากช่องที่ติ๊กไว้ก่อน
6. **มีคนดูอัตราสแปมใน Postmaster Tools เป็นประจำหรือไม่**

ข้อที่ยังตอบไม่ได้ คือข้อที่ระบบอัตโนมัติจะทำซ้ำทุกวันหลังเปิดใช้งาน ขั้นตอนเลือกว่าอีเมลแต่ละฉบับคุยกับลูกค้าที่อยู่ขั้นไหน อยู่ใน[Marketing Funnel สามขั้นกับเป้าหมายแคมเปญของ Google และ Meta](https://phygital.co.th/insights/marketing-funnel-explained)

## สิ่งที่แนวทางของ Gmail ไม่ครอบคลุม

หน้าแนวทางผู้ส่งของ Google ตอบเรื่องการส่งอีเมลให้ถึงบัญชี Gmail แต่ไม่ได้ตอบเรื่องอื่นอีกหลายเรื่องที่ร้านต้องตัดสินเอง

1. **ความยินยอมตามกฎหมายไทย** Google บอกเพียงว่าบางประเทศจำกัดการสมัครอัตโนมัติ ร้านต้องตรวจเงื่อนไขความยินยอมตาม PDPA ด้วยตัวเอง
2. **ช่องทางอื่นนอกจากอีเมล** เช่น LINE OA หรือ SMS มีกติกาของผู้ให้บริการแต่ละราย
3. **เนื้อหาและความถี่ที่เหมาะกับลูกค้าของร้าน** แนวทางห้ามสิ่งที่หลอกลวง แต่ไม่ได้บอกว่าควรส่งกี่ฉบับต่อเดือน

ร้านที่ขยายไปหลายช่องทางพร้อมกัน ควรเริ่มจากช่องทางเดียวให้ผ่านเกณฑ์ครบก่อน แล้วใช้ตารางแยกประเภทข้อความชุดเดียวกันกับช่องทางถัดไป

## สรุป

Marketing Automation ฝั่งอีเมลส่งข้อความตามเงื่อนไขของลูกค้าแต่ละคนโดยไม่มีคนกดส่ง ตั้งแต่ 1 กุมภาพันธ์ 2024 Google กำหนดให้ผู้ส่งทุกรายที่ส่งถึง Gmail ส่วนตัวมี SPF หรือ DKIM ระเบียน PTR การเชื่อมต่อ TLS และอัตราสแปมต่ำกว่า 0.3% ผู้ส่งเกิน 5,000 ฉบับต่อวันต้องมี SPF DKIM DMARC และการยกเลิกรับคลิกเดียวในอีเมลการตลาด แนวปฏิบัติการส่งให้แยกที่อยู่ผู้ส่งตามประเภทข้อความ ห้ามปนโปรโมชันในใบเสร็จ ห้ามซื้อรายชื่อ และเลี่ยงช่องที่ติ๊กไว้ก่อน ร้านที่แยกประเภทอีเมลและตรวจรายชื่อก่อนเปิดระบบ จะไม่ต้องให้ระบบส่งความผิดเดิมซ้ำทุกวัน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ระบบส่งอัตโนมัติต่างจากการส่งอีเมลหาทุกคนพร้อมกันอย่างไร

การส่งพร้อมกันส่งข้อความเดียวถึงทุกคนในรายชื่อตามเวลาที่ร้านกด ระบบอัตโนมัติส่งถึงลูกค้าแต่ละคนเมื่อเกิดเงื่อนไขของคนนั้น เช่นวันที่สมัคร หรือเวลาที่ทิ้งตะกร้า ข้อความจึงตรงกับสิ่งที่ลูกค้าเพิ่งทำ แต่ระบบจะส่งซ้ำทุกวันตามการตั้งค่า รวมถึงการตั้งค่าที่ผิดด้วย

### จะรู้ได้อย่างไรว่าอัตราสแปมของร้านเกิน 0.3% หรือยัง

Google ให้ดูอัตราสแปมใน Postmaster Tools ของโดเมนที่ใช้ส่ง ซึ่งแสดงชื่อเสียงของโดเมนและ IP ด้วย ร้านที่ส่งผ่านผู้ให้บริการซึ่งให้หลายรายใช้ IP ร่วมกัน ควรดูชื่อเสียงของ IP นั้นด้วย เพราะพฤติกรรมของผู้ส่งทุกรายบน IP เดียวกันมีผลต่อกัน

### เพิ่งตั้งระบบใหม่ ควรส่งอีเมลจำนวนมากทันทีหรือไม่

หน้าแนวทางแนะนำให้เพิ่มปริมาณการส่งทีละน้อย ยิ่งส่งมากยิ่งต้องเพิ่มช้า การส่งทุกวันเพิ่มปริมาณได้เร็วกว่าการส่งรายสัปดาห์ และต้องดูการตอบสนองของผู้รับไปพร้อมกัน เพราะ Gmail จำกัดจำนวนข้อความต่อช่วงเวลาตามโดเมนและ IP

### ตั้งชื่อผู้ส่งเป็นข้อความเร่งด่วนได้หรือไม่

แนวทางเรื่องชื่อผู้ส่งกำหนดให้ใช้ชื่อผู้ส่งเพื่อบอกว่าใครส่งเท่านั้น ห้ามใส่หัวเรื่องหรือเนื้อหา เช่นคำว่าด่วนหรือโอกาสสุดท้าย ห้ามใส่ชื่อผู้รับ ห้ามทำให้ดูเหมือนเป็นการตอบกลับ และห้ามใช้อีโมจิเลียนแบบเครื่องหมายยืนยันตัวตน

### ลูกค้าที่ใช้อีเมลของบริษัท ไม่ได้ใช้ Gmail ต้องทำตามเกณฑ์นี้หรือไม่

ข้อบังคับในหน้าแนวทางผูกกับบัญชี Gmail ส่วนตัวที่ลงท้าย @gmail.com หรือ @googlemail.com ส่วนผู้ให้บริการอีเมลรายอื่นมีเกณฑ์ของตัวเอง การยืนยันตัวตนของโดเมนและรายชื่อที่สมัครเองเป็นพื้นฐานที่ช่วยทุกปลายทาง ร้านจึงควรทำครบแม้ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่ได้ใช้ Gmail

## ระบบอัตโนมัติส่งซ้ำทุกอย่างที่ตั้งไว้ รวมถึงสิ่งที่ตั้งผิด

ทีม PHYGITAL AGENCY ช่วยจัดประเภทอีเมลที่ร้านส่งอยู่ ตรวจการตั้งค่าโดเมนกับเครื่องมือส่งอีเมล และทำรายการตรวจก่อนเปิดลำดับอีเมลชุดแรก

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
