# การตลาดในแม่สอด ครัวเรือนตากใช้จ่ายเดือนละ 18,797 บาท

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/mae-sot-dual-currency-pricing-border-marketing · เผยแพร่ 9 กรกฎาคม 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

สำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2568 ชี้ว่าครัวเรือนตากใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 18,797 บาท อาหารราว 37% และ 47% มีหนี้ ร้านในแม่สอดใช้ตั้งราคาและเลือกช่องทางได้

## Key Takeaways

- **การสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนปี 2568 ระบุว่าครัวเรือนในจังหวัดตากใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 18,797 บาท** — เพิ่มจาก 13,113 บาทในปี 2560 หมวดใหญ่สุดคืออาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ รวม 6,893 บาท หรือราว 37% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด
- **รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนตากเมื่อรวมทุกแหล่งอยู่ที่ราว 24,431 บาทต่อเดือน** — แต่เป็นรายได้จากการทำงานเพียง 15,164 บาท อีกเกือบหนึ่งในห้าเป็นรายได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน เช่นผลผลิตที่ปลูกกินเองหรือบ้านที่ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า
- **ครัวเรือนที่มีหนี้เพิ่มจาก 37.1% ในปี 2566 เป็น 47% ในปี 2568** — ร้านในแม่สอดที่ตั้งราคาให้ลูกค้าหลายกลุ่มจึงควรแยกให้ชัดว่าส่วนไหนเป็นราคาสินค้า ส่วนไหนเป็นค่าแลกเงินหรือค่าผ่อน และแสดงทั้งหมดก่อนลูกค้าตัดสินใจ

การตลาดในแม่สอดมีโจทย์ที่ร้านในจังหวัดอื่นไม่ค่อยเจอ ลูกค้าในร้านเดียวกันอาจรับรายได้คนละสกุล มีรอบรับเงินคนละแบบ และเทียบราคากับตลาดคนละฝั่งของชายแดน ร้านที่ตั้งราคาจากต้นทุนบวกกำไรอย่างเดียวจึงมักพลาดทั้งลูกค้าที่อ่อนไหวต่อราคาและลูกค้าที่ยอมจ่ายเพิ่มเพื่อความสะดวก

ตัวเลขที่ช่วยให้ร้านเริ่มจากจุดที่ตรวจสอบได้คือผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือนที่สำนักงานสถิติจังหวัดตากเผยแพร่ บทนี้ใช้ข้อมูลปี 2560 ถึง 2568 เพื่อดูว่าครัวเรือนในจังหวัดมีเงินเท่าไร ใช้กับอะไร และมีหนี้แค่ไหน แล้วแปลงเป็นวิธีตั้งราคาและสื่อสารราคาที่ตรงไปตรงมากับลูกค้าทุกกลุ่ม

## ครัวเรือนตากมีรายได้และใช้จ่ายเดือนละเท่าไร

ตัวเลขชุดนี้มาจากการสำรวจครัวเรือนตัวอย่างทั่วทั้งจังหวัดตาก ไม่ได้แยกอำเภอแม่สอดออกมา และไม่ได้แยกครัวเรือนตามสัญชาติ ร้านจึงควรใช้เป็นกรอบกว้างของกำลังซื้อในจังหวัด ไม่ใช่ยอดใช้จ่ายของลูกค้าร้านใดร้านหนึ่ง

[ชุดข้อมูลสำรวจภาวะเศรษฐกิจและสังคมของครัวเรือน จังหวัดตาก](https://tak.gdcatalog.go.th/dataset/economic-survey) ของสำนักงานสถิติจังหวัดตาก ให้ตัวเลขเฉลี่ยต่อครัวเรือนต่อเดือนดังนี้

| รายการ (บาทต่อเดือน)                     | ปี 2560    | ปี 2566    | ปี 2568    |
| ------------------------------------------ | ---------- | ---------- | ---------- |
| รายได้จากการทำงาน                      | 11,257     | 15,183     | 15,164     |
| รายได้จากแหล่งอื่นและเงินช่วยเหลือ | 2,762      | 3,805      | 4,490      |
| รายได้ที่ไม่เป็นตัวเงิน               | 2,271      | 3,335      | 4,485      |
| รายได้ไม่ประจำและจากทรัพย์สิน        | 219        | 324        | 292        |
| **รวมรายได้**                            | **16,509** | **22,647** | **24,431** |
| **รวมค่าใช้จ่าย**                       | **13,113** | **17,274** | **18,797** |

ยอดรวมปี 2568 ได้จากการบวกรายการย่อยในไฟล์เดียวกัน เพราะแผ่นสรุปรายได้รวมของไฟล์มีถึงปี 2566 รายได้จากการทำงานแทบไม่ขยับระหว่างปี 2566 กับ 2568 ส่วนที่เพิ่มมาจากรายได้ที่ไม่เป็นตัวเงินกับเงินช่วยเหลือ

### รายได้ที่ไม่เป็นตัวเงินคืออะไร และทำไมร้านควรสนใจ

รายได้ที่ไม่เป็นตัวเงินคือมูลค่าของสิ่งที่ครัวเรือนได้ใช้โดยไม่ต้องจ่ายเงิน เช่นผักและข้าวที่ปลูกกินเอง หรือบ้านของตัวเองที่ไม่ต้องจ่ายค่าเช่า ในปี 2568 รายการนี้อยู่ที่ 4,485 บาทต่อเดือน หรือราว 18% ของรายได้ทั้งหมด ร้านควรสนใจเพราะเงินส่วนนี้ไม่ได้อยู่ในกระเป๋าลูกค้า กำลังซื้อที่เป็นเงินสดจริงจึงต่ำกว่ายอดรายได้รวมที่เห็นในรายงาน

## เงินของครัวเรือนตากไปอยู่หมวดไหน

ทุกปีที่สำรวจ ครัวเรือนตากจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบมากกว่าหมวดอื่น รองลงมาคือค่าที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้ แล้วจึงเป็นยานพาหนะและการเดินทาง ไฟล์เดียวกันแยกค่าใช้จ่ายออกเป็นสิบหมวด

| หมวดค่าใช้จ่าย (บาทต่อเดือน)                  | ปี 2560 | ปี 2568 | สัดส่วนปี 2568 |
| -------------------------------------------------- | ------- | ------- | --------------- |
| อาหาร เครื่องดื่ม และยาสูบ                       | 4,668   | 6,893   | 36.7%           |
| ที่อยู่อาศัยและเครื่องใช้                     | 2,571   | 3,846   | 20.5%           |
| ยานพาหนะและการเดินทาง                         | 2,300   | 2,769   | 14.7%           |
| รายจ่ายนอกการอุปโภคบริโภค (ภาษี ดอกเบี้ย ฯลฯ) | 1,791   | 2,210   | 11.8%           |
| เสื้อผ้า รองเท้า และของใช้ส่วนตัว               | 753     | 1,189   | 6.3%            |
| การสื่อสาร                                        | 476     | 606     | 3.2%            |
| เวชภัณฑ์และค่ารักษาพยาบาล                      | 154     | 521     | 2.8%            |
| ความบันเทิงและการจัดงานพิธี                  | 103     | 323     | 1.7%            |
| การศึกษา                                          | 141     | 240     | 1.3%            |
| กิจกรรมทางศาสนา                                  | 156     | 200     | 1.1%            |

รายจ่ายนอกการอุปโภคบริโภคหมายถึงรายการอย่างภาษี เบี้ยประกัน ดอกเบี้ย และเงินที่ให้คนนอกครัวเรือน ซึ่งไม่ได้เป็นยอดซื้อสินค้าหรือบริการ

### หมวดไหนโตเร็วที่สุดในแปดปี

ค่าเวชภัณฑ์และรักษาพยาบาลโตเร็วที่สุด จาก 154 เป็น 521 บาทต่อเดือน หรือเพิ่มกว่าสามเท่า ตามด้วยความบันเทิงและการจัดงานพิธีจาก 103 เป็น 323 บาท ส่วนหมวดใหญ่อย่างอาหารเพิ่มราว 48% และเสื้อผ้ากับของใช้ส่วนตัวเพิ่มราว 58% ร้านขายยา คลินิก และร้านรับจัดงานเลี้ยงในจังหวัดตากจึงมีฐานการใช้จ่ายที่โตเร็วกว่าภาพรวม แม้ยอดต่อเดือนยังไม่มาก

## หนี้ครัวเรือนกับการขายเงินเชื่อ

เกือบครึ่งของครัวเรือนในจังหวัดตากมีหนี้ ไฟล์ปี 2568 ระบุว่ามีครัวเรือนที่เป็นหนี้ 79,083 ครัวเรือน จากทั้งหมด 168,256 ครัวเรือน หรือราว 47% เทียบกับ 37.1% ในปี 2566 ครัวเรือนที่เป็นหนี้มีหนี้เฉลี่ย 385,283 บาท

| วัตถุประสงค์ของหนี้ (เฉลี่ยต่อครัวเรือนทั้งหมด) | ปี 2566 | ปี 2568 |
| ----------------------------------------------------- | ------- | ------- |
| ใช้จ่ายในบ้าน                                      | 38,226  | 65,337  |
| ซื้อหรือเช่าซื้อบ้านและที่ดิน                   | 52,197  | 51,084  |
| ทำการเกษตร                                           | 22,678  | 33,452  |
| ทำธุรกิจ                                             | 14,635  | 23,372  |
| การศึกษา                                             | 3,488   | 6,714   |

หนี้เพื่อใช้จ่ายในครัวเรือนเพิ่มเร็วที่สุดและแซงหนี้บ้านที่ดินขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในปี 2568 ร้านที่ขายด้วยการผ่อนหรือเงินเชื่อจึงกำลังขายให้ลูกค้าที่มีภาระหนี้เพื่อการบริโภคสูงกว่าเมื่อสองปีก่อน

### ร้านในแม่สอดควรให้เครดิตลูกค้าประจำไหม

ให้ได้ถ้าเงื่อนไขชัดและจำกัดวงเงิน ร้านควรเขียนวงเงินสูงสุด รอบชำระ และค่าปรับถ้ามีไว้ให้ลูกค้าเห็นก่อนรับของ แล้วให้เครดิตเฉพาะลูกค้าที่ซื้อซ้ำสม่ำเสมอมาอย่างน้อยหลายเดือน ตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้แปลว่าลูกค้าจ่ายคืนไม่ได้ แต่แปลว่าร้านควรรู้ยอดค้างของตัวเองทุกสัปดาห์ และไม่ควรใช้เงินเชื่อเป็นเครื่องมือเร่งยอดขายช่วงสั้น

## ตั้งราคาในเมืองที่ลูกค้าคิดเลขหลายสกุล

ร้านในแม่สอดมีลูกค้าที่รับรายได้เป็นบาทและลูกค้าที่คิดราคาเทียบกับสกุลเงินอื่นอยู่ในร้านเดียวกัน วิธีตั้งราคามีสามแบบหลัก แต่ละแบบเหมาะกับสินค้าคนละประเภท

| วิธีตั้งราคา                                            | เหมาะกับ                                      | ความเสี่ยงของร้าน                                               |
| --------------------------------------------------------- | ---------------------------------------------- | ------------------------------------------------------------------ |
| ติดราคาเป็นบาทอย่างเดียว                             | สินค้าจำเป็นที่ซื้อซ้ำบ่อย                | ลูกค้าที่คิดเป็นสกุลอื่นรู้สึกว่าราคาขึ้นลงตามค่าเงิน |
| ติดราคาเป็นบาท พร้อมประกาศอัตราแลกของร้านรายวัน | ร้านที่รับเงินหลายสกุลจริง               | ต้องอัปเดตอัตราทุกวันและแสดงให้เห็นชัด                    |
| ติดราคาเป็นสกุลอื่นตายตัว                            | สินค้าราคาสูงที่ขายให้ลูกค้ากลุ่มเฉพาะ | ร้านรับความเสี่ยงค่าเงินเองทั้งหมด                          |

อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างบาทกับสกุลเงินอื่นขยับได้ทุกวัน บทนี้จึงไม่ยกอัตราใดเป็นตัวอย่าง ร้านควรใช้อัตราจากธนาคารหรือผู้ให้บริการแลกเงินที่ร้านใช้จริงในวันนั้น และเก็บหลักฐานไว้ทุกครั้งที่ประกาศอัตราใหม่

### ป้ายราคาควรเขียนสกุลเงินอะไรก่อน

ควรเขียนเป็นบาทก่อนเสมอ เพราะเป็นสกุลที่ร้านรับเงินและใช้ออกใบเสร็จ แล้วถ้าร้านรับสกุลอื่นด้วย ให้เขียนอัตราแลกของวันนั้นไว้ที่จุดชำระเงินจุดเดียว ไม่ควรพิมพ์ราคาสกุลอื่นลงป้ายสินค้าทุกชิ้น เพราะเมื่ออัตราเปลี่ยนป้ายจะผิดพร้อมกันทั้งร้าน และลูกค้าจะเห็นตัวเลขสองชุดที่ไม่ตรงกัน

## เส้นที่ร้านในเมืองชายแดนไม่ควรข้าม

การตลาดที่ลูกค้าไว้ใจในระยะยาวมีเงื่อนไขพื้นฐานที่ร้านควรถือเป็นกติกาของตัวเอง

1. **ราคาที่ลูกค้าจ่ายจริงต้องเท่ากับราคาที่ป้ายบอก** รวมค่าบริการและค่าแลกเงินทุกอย่าง
2. **ไม่ตั้งอัตราแลกของร้านต่างกันตามหน้าตาหรือภาษาของลูกค้า** อัตราเดียวต้องใช้กับทุกคนในวันนั้น
3. **ไม่ขอสำเนาเอกสารประจำตัวลูกค้าเกินที่กฎหมายหรือธุรกรรมนั้นต้องใช้**
4. **ไม่ใช้ภาพหรือถ้อยคำที่เหมารวมคนตามสัญชาติในโฆษณา** ลูกค้าทุกกลุ่มอ่านโฆษณาเดียวกัน
5. **เงื่อนไขเงินเชื่อและการคืนสินค้าต้องเขียนเป็นภาษาที่ลูกค้าอ่านออก** ก่อนลูกค้าจ่ายเงิน

### ร้านจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าเข้าใจราคาตรงกัน

ดูจากจำนวนครั้งที่ลูกค้าถามราคาซ้ำหรือโต้แย้งยอดที่จุดชำระเงิน ถ้าเรื่องเดิมถูกถามบ่อย แปลว่าป้ายหรือวิธีแสดงราคายังไม่ชัด ร้านควรจดคำถามที่พนักงานได้ยินซ้ำทุกสัปดาห์ แล้วแก้ป้ายหรือหน้าเว็บตรงจุดนั้นก่อนออกโปรโมชันใหม่ วิธีนี้ใช้งบน้อยกว่าการทำแคมเปญ และลดข้อโต้แย้งที่ทำให้ลูกค้าไม่กลับมา

## ตั้งราคาจากกระเป๋าเงินของครัวเรือนจริง

ร้านในแม่สอดใช้ตัวเลขของจังหวัดเป็นจุดเริ่ม แล้วปรับด้วยข้อมูลหน้าร้านของตัวเองตามลำดับนี้

1. เทียบราคาสินค้าหลักของร้านกับค่าใช้จ่ายรายเดือนในหมวดเดียวกันของครัวเรือนตาก
2. แยกสินค้าที่ลูกค้าซื้อทุกสัปดาห์ออกจากสินค้าที่ซื้อนาน ๆ ครั้ง แล้วตั้งราคากลุ่มแรกให้นิ่ง
3. เลือกวิธีแสดงราคาหนึ่งในสามแบบ และใช้แบบเดียวทั้งร้าน
4. เขียนเงื่อนไขเงินเชื่อ การคืนสินค้า และอัตราแลกของวันนั้นไว้ที่จุดชำระเงิน
5. นำราคาและเงื่อนไขชุดเดียวกันขึ้นหน้าออนไลน์ของร้าน แล้วทบทวนทุกครั้งที่ผลสำรวจรอบใหม่ออก

คนที่อาศัยในแม่สอดและอำเภอข้างเคียงอยู่ใน[ประชากรแฝงแม่สอด ทะเบียนเพิ่ม 30,705 คน 81% มิใช่สัญชาติไทย](https://phygital.co.th/insights/mae-sot-hidden-population-consumer-market-measurement) ถนนที่ลูกค้าจากอำเภออื่นใช้เดินทางเข้าเมืองอยู่ใน[เมกะโปรเจกต์ตาก ถนนข้ามเขาไปแม่สอด รถวันละ 5,791 คัน](https://phygital.co.th/insights/tak-mae-sot-megaprojects-railway-tunnel-motorway-timeline) รายได้ของเมืองที่ผูกกับด่านอยู่ใน[เศรษฐกิจแม่สอด ปี 2568 ส่งออกลด 23% ขณะนำเข้าโตสามเท่า](https://phygital.co.th/insights/mae-sot-tak-sez-border-trade-economy-resilience) และงานในโรงงานของจังหวัดอยู่ใน[ตาก-แม่สอด ทะเบียนโรงงานปี 2568 มี 287 แห่ง คนงาน 32,428 คน](https://phygital.co.th/insights/tak-mae-sot-myanmar-border-sez-friendship-bridge-2-location) ถ้าอยากเทียบกับเมืองชายแดนทางเหนือที่ใช้ตราสินค้าของจังหวัดช่วยขาย ดูได้ที่[การตลาดในเชียงราย สินค้าตรา Chiangrai Brand จาก 73 เป็น 222](https://phygital.co.th/insights/chiang-rai-border-consumer-marketing-cross-border-customers)

## สรุป

ครัวเรือนในจังหวัดตากใช้จ่ายเฉลี่ยเดือนละ 18,797 บาทในปี 2568 อาหารกินสัดส่วนราว 37% รายได้จากการทำงานแทบไม่เพิ่มจากปี 2566 และครัวเรือนที่มีหนี้เพิ่มเป็นราว 47% ร้านในแม่สอดที่ขายให้ลูกค้าหลายสกุลเงินควรติดราคาเป็นบาทให้นิ่ง ประกาศอัตราแลกของวันนั้นที่จุดเดียว เขียนเงื่อนไขเงินเชื่อให้ลูกค้าเห็นก่อนจ่าย และใช้ราคาชุดเดียวกันทั้งหน้าร้านและหน้าออนไลน์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### รายได้เฉลี่ยของครัวเรือนในจังหวัดตากเป็นเท่าไร

ผลสำรวจปี 2566 ระบุรายได้รวมเฉลี่ย 22,647 บาทต่อเดือน และเมื่อรวมรายการย่อยของปี 2568 จะได้ราว 24,431 บาท ในจำนวนนี้เป็นรายได้จากการทำงาน 15,164 บาท ตัวเลขเป็นค่าเฉลี่ยของทั้งจังหวัด ครัวเรือนในเมืองแม่สอดกับครัวเรือนบนพื้นที่สูงจึงอาจต่างจากค่านี้มาก

### ครัวเรือนตากใช้เงินกับอาหารเดือนละเท่าไร

ปี 2568 อยู่ที่ 6,893 บาทต่อเดือน รวมค่าเครื่องดื่มและยาสูบ คิดเป็นราว 37% ของค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพิ่มจาก 4,668 บาทในปี 2560 ร้านอาหารและร้านขายของสดจึงขายในหมวดที่ครัวเรือนจ่ายมากที่สุดของจังหวัด

### หนี้ครัวเรือนในตากสูงแค่ไหน

ปี 2568 มีครัวเรือนที่เป็นหนี้ราว 47% และครัวเรือนที่เป็นหนี้มีหนี้เฉลี่ย 385,283 บาท หนี้ที่เพิ่มมากที่สุดคือหนี้ที่ใช้จ่ายในบ้าน ซึ่งเพิ่มจาก 38,226 เป็น 65,337 บาทต่อครัวเรือนภายในสองปี

### ร้านในแม่สอดรับเงินสกุลอื่นได้ไหม

ร้านควรตรวจกับธนาคารที่ใช้และสำนักงานบัญชีของร้านก่อน เพราะการรับและแลกเงินตราต่างประเทศอยู่ภายใต้[กฎหมายควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน](https://www.bot.or.th/th/our-roles/financial-markets/foreign-exchange-regulations/foreign-exchange-laws.html) ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำกับ ร้านที่ยังไม่แน่ใจควรรับเป็นบาทอย่างเดียว แล้วแนะนำจุดแลกเงินที่ได้รับอนุญาตใกล้ร้านแทน

### โปรโมชันลดราคาได้ผลกับลูกค้าในแม่สอดไหม

ได้ผลกับสินค้าที่ลูกค้ารู้ราคาปกติอยู่แล้ว เช่นสินค้าจำเป็นที่ซื้อทุกสัปดาห์ แต่ถ้าร้านขึ้นราคาก่อนแล้วค่อยลด ลูกค้าที่เทียบราคาละเอียดจะจับได้เร็ว ร้านควรใช้ราคาปกติที่นิ่งเป็นหลัก แล้วลดเฉพาะช่วงที่มีเหตุผลชัด เช่นสินค้าใกล้หมดอายุหรือสิ้นฤดู

### ร้านเล็กต้องมีเว็บไซต์ไหม ถ้าขายหน้าร้านเป็นหลัก

ไม่จำเป็นต้องมีทันที แต่ควรมีหน้าออนไลน์หนึ่งหน้าที่บอกราคาสินค้าหลัก เวลาเปิดปิด แผนที่ และวิธีจ่ายเงินให้ครบ ลูกค้าที่เดินทางมาจากอำเภออื่นหรือข้ามมาซื้อเป็นรอบมักเช็กข้อมูลก่อนออกจากบ้าน หน้าที่ข้อมูลไม่ครบทำให้เขาเลือกร้านอื่นที่ตอบได้ก่อน

## ลูกค้าที่เทียบราคาละเอียดจะกลับมาซื้อซ้ำเมื่อราคาบนป้าย บนหน้าเว็บ และที่จุดจ่ายเงินเป็นตัวเลขเดียวกัน

PHYGITAL AGENCY ออกแบบหน้าราคาและหน้าสั่งซื้อของร้านในแม่สอดให้อ่านได้สองภาษา แสดงค่าส่งและวิธีจ่ายเงินครบในหน้าเดียว และปรับราคาได้เองทุกวันโดยไม่ต้องแก้ป้ายทั้งร้าน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
