# ซื้อหุ้นหรือซื้อทรัพย์สิน ผลขาดทุนสะสมของผู้ขายตามมาด้วยไหม

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/ma-deal-structure-basics · เผยแพร่ 12 พฤษภาคม 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ซื้อหุ้น รับโอนกิจการ และควบรวมบริษัทเปลี่ยนมือต่างกัน ข้อหารือกรมสรรพากรปี 2567 ชี้ว่าควบรวมแบบเหลือบริษัทเดียวถือเป็นโอนกิจการทั้งหมด และห้ามนำผลขาดทุนเดิมมาหัก

## Key Takeaways

- **คำว่าซื้อกิจการหมายถึงสามโครงสร้างที่เปลี่ยนมือต่างกัน** — การซื้อหุ้นเปลี่ยนแค่รายชื่อผู้ถือหุ้น การรับโอนกิจการย้ายทรัพย์สินเป็นรายการ ส่วนการควบรวมบริษัทโอนสิทธิและหน้าที่โดยผลของกฎหมาย
- **กรมสรรพากรวินิจฉัยในข้อหารือ กค 0702/1112 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567** — ว่าการควบรวมที่เหลือบริษัทเดียวตาม ป.พ.พ. มาตรา 1238 (2) นับทางภาษีเป็นการโอนกิจการทั้งหมด และห้ามผู้รับโอนนำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิมมาหัก
- **ผลขาดทุนสะสมจึงมีค่าต่อผู้ซื้อเฉพาะบางโครงสร้าง** — ก่อนเจรจาราคา ผู้บริหารควรเขียนให้ได้ว่าจะซื้ออะไร จะรับภาระอะไร และรายการใดโอนไม่ได้ในทุกโครงสร้าง

> บทนี้อธิบายโครงสร้างดีลและแนววินิจฉัยของกรมสรรพากรเพื่อให้ผู้บริหารถามที่ปรึกษาได้ตรงจุด ข้อหารือเป็นคำตอบของกรมต่อข้อเท็จจริงของผู้ถามรายหนึ่ง ผลทางภาษีของดีลจริงขึ้นกับเงื่อนไขครบถ้วนตามประกาศที่เกี่ยวข้อง จึงควรให้ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีที่เห็นเอกสารของดีลนั้นยืนยันก่อนตัดสินใจ

ข้อเสนอซื้อกิจการที่ส่งถึงเจ้าของธุรกิจขนาดเล็กมักระบุราคาชัดเจน แต่หลายฉบับไม่ได้ระบุว่าสิ่งที่จะเปลี่ยนมือคือหุ้น ทรัพย์สิน หรือตัวนิติบุคคลทั้งก้อน ความต่างนี้กำหนดว่าผู้ซื้อรับหนี้อะไรไปด้วย ใบอนุญาตใดใช้ต่อได้ และผลขาดทุนที่บริษัทผู้ขายสะสมมาหลายปีจะยังมีประโยชน์ทางภาษีหรือหายไป

ตัวอย่างที่ชัดที่สุดมาจาก[ข้อหารือของกรมสรรพากร เลขที่ กค 0702/1112](https://www.rd.go.th/66352.html) บริษัทแห่งหนึ่งถามว่าการควบรวมรูปแบบใหม่ที่เหลือบริษัทเดียวมีผลทางภาษีเหมือนการควบรวมแบบตั้งบริษัทใหม่หรือไม่ กรมตอบว่าไม่เหมือน และถือเป็นการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน ซึ่งมีผลตามมาหลายข้อ รวมถึงการห้ามนำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิมมาใช้

## สามโครงสร้างกับสิ่งที่เปลี่ยนมือจริง

การซื้อหุ้นคือการจ่ายเงินให้ผู้ถือหุ้นเดิมเพื่อรับโอนหุ้น บริษัทยังเป็นนิติบุคคลเดิม มีเลขทะเบียน สัญญา พนักงาน และหนี้ชุดเดิม การรับโอนกิจการคือการจ่ายเงินให้บริษัทเพื่อรับทรัพย์สินและสัญญาตามรายการที่ตกลง บริษัทผู้ขายยังอยู่ในมือเจ้าของเดิมพร้อมเงินที่ได้รับ ส่วนการควบรวมบริษัทเป็นกระบวนการตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่มีขั้นตอนกำหนดไว้ และโอนสิทธิหน้าที่ไปยังบริษัทที่คงอยู่โดยผลของกฎหมาย

| ประเด็น                     | ซื้อหุ้น                  | รับโอนกิจการ                    | ควบรวมแบบเหลือบริษัทเดียว                                 |
| --------------------------- | -------------------------- | --------------------------------- | -------------------------------------------------------------- |
| สิ่งที่เปลี่ยนมือ        | หุ้นของผู้ถือหุ้นเดิม | ทรัพย์สินและสัญญาตามรายการ    | ทั้งกิจการของบริษัทที่สิ้นสภาพ                           |
| ผู้รับเงิน                 | ผู้ถือหุ้นเดิม          | บริษัทผู้ขาย                    | ผู้ถือหุ้นของบริษัทที่สิ้นสภาพ ตามเงื่อนไขการควบรวม |
| หนี้ที่ยังไม่ปรากฏ      | ตามมากับบริษัท          | ไม่ตามมา ถ้าไม่อยู่ในรายการ | ไปอยู่กับบริษัทที่คงอยู่                                 |
| ผลขาดทุนสุทธิของผู้ขาย | ยังอยู่กับบริษัทเดิม   | ไม่ย้ายมากับทรัพย์สิน         | ข้อหารือ 2567 ห้ามนำมาหัก                                  |

### **ทำไมผู้ขายมักเสนอขายหุ้น ส่วนผู้ซื้อมักขอซื้อทรัพย์สิน**

เหตุผลหลักคือใครแบกความไม่แน่นอน การขายหุ้นทำให้เงินเข้ามือผู้ถือหุ้นโดยตรงและผู้ขายไม่ต้องเหลือบริษัทเปล่าไว้ปิดเอง ภาระที่ยังไม่ปรากฏทั้งหมดย้ายไปอยู่กับผู้ซื้อพร้อมบริษัท ส่วนการซื้อทรัพย์สินให้ผู้ซื้อเลือกรับเฉพาะรายการที่ต้องการ แลกกับงานโอนที่มากขึ้นและความต่อเนื่องที่น้อยลง ข้อตกลงราคาจึงควรคุยพร้อมโครงสร้าง ราคาเดียวกันในสองโครงสร้างมีความเสี่ยงไม่เท่ากัน

## ข้อหารือ กค 0702/1112 กับการควบรวมแบบเหลือบริษัทเดียว

มาตรา 1238 ฉบับปัจจุบันมาจากการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ครั้งที่ 23 ในปี 2565 ซึ่งเปิดให้บริษัทจำกัดควบรวมกันได้สองแบบ แบบแรกตั้งบริษัทใหม่แล้วบริษัทเดิมทุกแห่งสิ้นสภาพ แบบที่สองให้บริษัทหนึ่งคงอยู่และบริษัทอื่นสิ้นสภาพ ข้อหารือระบุว่าบทแก้ไขนี้ใช้บังคับตั้งแต่ 7 กุมภาพันธ์ 2566

กรมสรรพากรวินิจฉัยว่าแบบที่สองไม่มีการจดทะเบียนตั้งนิติบุคคลใหม่ จึงไม่เข้ามาตรา 73 ของประมวลรัษฎากรซึ่งใช้กับการควบเข้ากัน แต่เข้ามาตรา 74 (1) (ค) ว่าด้วยการโอนกิจการทั้งหมดให้แก่กัน บริษัทที่สิ้นสภาพเป็นผู้โอน บริษัทที่คงอยู่เป็นผู้รับโอน ผู้รับโอนต้องถือราคาทรัพย์สินตามที่ปรากฏในบัญชีของบริษัทเดิม และหักค่าเสื่อมราคาต่อได้เพียงเท่าระยะเวลาและมูลค่าต้นทุนที่เหลืออยู่ตามเกณฑ์เดิม

### **ผลขาดทุนสุทธิของบริษัทที่ถูกควบรวมหายไปไหน**

ข้อหารือระบุชัดว่าห้ามนำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิมมาถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิของผู้รับโอน ผลขาดทุนก้อนนั้นจึงหยุดอยู่กับบริษัทที่สิ้นสภาพ เทียบกับการซื้อหุ้นที่บริษัทยังเป็นนิติบุคคลเดิม ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ตรี (12) ให้บริษัทนำผลขาดทุนสุทธิยกมาที่ไม่เกินห้าปีก่อนรอบบัญชีปัจจุบันมาหักได้ ผู้ขายที่ตั้งราคาโดยนับผลขาดทุนสะสมเป็นมูลค่า จึงต้องระบุให้ชัดว่ามูลค่านั้นมีอยู่ในโครงสร้างที่เสนอหรือไม่ วิธีอ่านผลขาดทุนในงบ อ่านเพิ่มได้ใน[อ่านงบกำไรขาดทุน ทำไมต้องเสียภาษีจากเงินที่ลูกค้ายังไม่จ่าย](https://phygital.co.th/insights/income-statement-profit-vs-cash-for-ceo)

### **ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ในกรณีนี้เป็นอย่างไร**

ข้อหารือตอบไว้ครบสามเรื่อง สินค้าคงเหลือและทรัพย์สินที่โอนไม่ถือเป็นการขายตามมาตรา 77/1 (8) (ฉ) โดยผู้รับโอนต้องอยู่ในบังคับเสียภาษีมูลค่าเพิ่มตามมาตรา 82/3 ส่วนภาษีธุรกิจเฉพาะจากการโอนอสังหาริมทรัพย์และอากรแสตมป์ได้รับยกเว้น เมื่อบริษัทผู้โอนจดทะเบียนเลิกและชำระบัญชีในรอบบัญชีที่โอน ข้อยกเว้นฝั่งผู้ถือหุ้นยังผูกกับประกาศอธิบดีกรมสรรพากรเรื่องหลักเกณฑ์การควบเข้ากันหรือโอนกิจการทั้งหมด ลงวันที่ 19 ตุลาคม 2555 ดีลจริงจึงต้องตรวจเงื่อนไขของประกาศนั้นทีละข้อ

## สิ่งที่ตามมากับหุ้น และสิ่งที่ต้องโอนทีละรายการ

เมื่อซื้อหุ้น ทุกอย่างที่ผูกกับนิติบุคคลตามมาโดยไม่ต้องเซ็นใหม่ ข้อดีคือใบอนุญาตที่ออกให้บริษัท สัญญากับลูกค้า และประวัติการยื่นภาษียังต่อเนื่อง ข้อเสียคือภาระที่ยังไม่ปรากฏก็ตามมาด้วย เช่น ภาษีของรอบบัญชีที่ยังตรวจย้อนหลังได้ ข้อพิพาทที่ยังไม่มีใครยื่นฟ้อง และการรับประกันสินค้าที่ขายไปแล้ว งานสอบทานก่อนซื้อจึงหนักที่สุดในโครงสร้างนี้

เครื่องมือที่ใช้ลดความเสี่ยงของภาระที่ยังไม่ปรากฏมีสามแบบ แบบแรกคือคำรับรองของผู้ขายในสัญญาว่าไม่มีภาระนอกเหนือจากที่เปิดเผย แบบที่สองคือการกันเงินค่าหุ้นบางส่วนไว้จ่ายภายหลังเมื่อพ้นระยะเวลาที่ตกลง แบบที่สามคือการปรับราคาตามตัวเลขในงบ ณ วันโอน ระยะเวลากันเงินควรยาวพอครอบคลุมช่วงที่เจ้าหน้าที่ยังตรวจภาษีย้อนหลังได้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องคุยพร้อมกับขอบเขตการสอบทาน

เมื่อรับโอนกิจการ ภาระที่ไม่อยู่ในรายการไม่ตามมา แต่ทุกรายการที่ต้องการต้องโอนอย่างเป็นทางการ สัญญากับคู่ค้าหลายฉบับต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ใบอนุญาตจำนวนมากออกให้เฉพาะนิติบุคคลและต้องยื่นขอใหม่ พนักงานต้องผ่านกระบวนการเปลี่ยนนายจ้างตามกฎหมายแรงงาน จำนวนรายการจึงเป็นตัวกำหนดว่าดีลใช้เวลาเท่าไร กรณีจริงของบริษัทจดทะเบียนที่รับโอนกิจการทั้งหมดก่อนควบรวมในอีกหกเดือนต่อมา เล่าไว้ใน[กรณีศึกษา Lotus's เปลี่ยนชื่อร้านจาก Tesco ทีละขั้น](https://phygital.co.th/insights/tesco-lotus-lotuss-rebrand-case-study-cp-group-acquisition)

## รายการที่โอนไม่ได้ ไม่ว่าเลือกโครงสร้างไหน

บางรายการไม่ย้ายตามดีลไม่ว่าจะใช้โครงสร้างใด การเขียนรายการนี้ก่อนเขียนรายการสิ่งที่จะซื้อ ช่วยตัดทางเลือกที่เป็นไปไม่ได้ออกเร็วที่สุด เพราะรายการสั้นกว่าและแต่ละข้อชี้ขาดได้ทันที

| ประเภท                                                      | ตัวอย่าง                                    | ถามใครก่อน                |
| ----------------------------------------------------------- | ------------------------------------------- | --------------------------- |
| ใบอนุญาตที่ออกให้เฉพาะนิติบุคคล                       | ใบอนุญาตประกอบกิจการควบคุม              | หน่วยงานที่ออกใบอนุญาต |
| สัญญาที่ให้คู่สัญญาเลิกได้เมื่อผู้ถือหุ้นเปลี่ยน | สัญญาเช่าพื้นที่ สัญญาตัวแทนจำหน่าย     | คู่สัญญาอีกฝ่าย          |
| สิทธิที่ผูกกับตัวบุคคล                                 | ใบรับรองวิชาชีพของผู้ควบคุมงาน        | เจ้าของสิทธิ               |
| บัญชีดิจิทัลในชื่อส่วนตัว                              | เพจ ไลน์ทางการ บัญชีโฆษณา โดเมน           | ผู้ถือบัญชีตัวจริง      |
| ความสัมพันธ์กับคู่ค้าหลัก                              | เงื่อนไขพิเศษที่ให้เพราะรู้จักเจ้าของ | คู่ค้าโดยตรง              |

รายการสุดท้ายไม่มีเอกสารรองรับเลยในหลายกิจการ มูลค่าส่วนนี้ขึ้นกับว่าเจ้าของเดิมยังอยู่ช่วยเปลี่ยนผ่านนานแค่ไหน การประเมินมูลค่ากิจการแบบเทียบตัวคูณที่ผู้ขายมักใช้ตั้งราคา อธิบายไว้ใน[ประเมินมูลค่าธุรกิจเบื้องต้น เทียบตัวคูณ 12 เท่าของตลาดหุ้น](https://phygital.co.th/insights/business-valuation-basics-for-owners)

### **ควบรวมแบบตั้งบริษัทใหม่กับแบบเหลือบริษัทเดียว เลือกจากอะไร**

เลือกจากสิ่งที่ผูกกับเลขทะเบียนนิติบุคคลเดิม ถ้าบริษัทหนึ่งถือใบอนุญาต สัญญาระยะยาว หรือประวัติผลงานที่ขอใหม่ยาก การให้บริษัทนั้นคงอยู่ช่วยรักษาสิ่งเหล่านี้ไว้ แต่ต้องคำนวณผลทางภาษีตามแนวของข้อหารือ กค 0702/1112 ประกอบ รวมถึงผลขาดทุนของบริษัทที่สิ้นสภาพที่นำมาหักไม่ได้ ถ้าไม่มีสิ่งใดผูกกับเลขทะเบียนเดิมและผู้ถือหุ้นสองฝ่ายต้องการโครงสร้างที่ไม่มีฝ่ายใดถูกรวมเข้าอีกฝ่าย แบบตั้งบริษัทใหม่ตอบโจทย์การเจรจาได้ดีกว่า

## วินิจฉัยก่อนเลือกโครงสร้าง ห้าขั้นก่อนนัดเจรจารอบหน้า

โครงสร้างดีลที่ดีเริ่มจากการรู้ว่ามูลค่าของกิจการอยู่ที่ไหน ไม่ได้เริ่มจากโครงสร้างที่อีกฝ่ายเสนอมา ผู้บริหารทำงานส่วนนี้เองได้ก่อนจ้างที่ปรึกษาเต็มรูปแบบ และคำตอบที่ได้จะทำให้ค่าที่ปรึกษาถูกใช้กับคำถามที่เหลือจริง แทนการเริ่มจากศูนย์ในทุกโครงสร้าง ระยะเวลาของห้าขั้นนี้ขึ้นกับความเร็วที่ผู้ขายส่งเอกสาร ขั้นที่หนึ่งและสองเริ่มได้ทันที เพราะใช้เพียงข้อเสนอที่ได้รับกับสิ่งที่ผู้บริหารรู้อยู่แล้วเกี่ยวกับกิจการที่จะซื้อ

1. **ถามอีกฝ่ายเป็นลายลักษณ์อักษร** ว่าสิ่งที่จะเปลี่ยนมือคือหุ้น ทรัพย์สินตามรายการ หรือการควบรวม
2. **เขียนรายการที่โอนไม่ได้** ตามตารางข้างต้น แล้วตัดโครงสร้างที่ทำไม่ได้จริงออก
3. **ถามผู้สอบบัญชีเรื่องผลขาดทุนสุทธิยกมา** ว่ามีเท่าไร เกิดรอบบัญชีใด และใช้ได้ในโครงสร้างที่เหลืออยู่หรือไม่
4. **แยกราคาออกเป็นส่วนที่ผูกกับโครงสร้าง** เช่น ภาระที่ผู้ซื้อรับไป กับส่วนที่ไม่ขึ้นกับโครงสร้าง
5. **ประเมินคนและวัฒนธรรมของสองทีม** เพราะการรวมคนเป็นขั้นที่ดีลจำนวนมากสะดุดหลังเซ็น ผลการทดลองเรื่องนี้อยู่ใน[ดีล M&A ล้มเพราะวัฒนธรรม การทดลองที่ทีมเดิมโทษคนใหม่](https://phygital.co.th/insights/ma-culture-integration-failure)

## สรุป

การซื้อกิจการมีสามโครงสร้างที่เปลี่ยนมือต่างกัน การซื้อหุ้นรับทั้งบริษัทพร้อมภาระ การรับโอนกิจการเลือกรับเป็นรายการ ส่วนการควบรวมโอนทุกอย่างโดยผลของกฎหมาย ข้อหารือกรมสรรพากร กค 0702/1112 ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2567 นับการควบรวมที่เหลือบริษัทเดียวเป็นการโอนกิจการทั้งหมด ผู้รับโอนถือราคาทรัพย์สินตามบัญชีเดิมและนำผลขาดทุนสุทธิของบริษัทเดิมมาหักไม่ได้ ผู้บริหารควรตกลงโครงสร้างพร้อมราคา และเขียนรายการที่โอนไม่ได้ก่อนเริ่มเจรจา

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### การควบรวมบริษัทจำกัดต้องได้มติแบบใดของผู้ถือหุ้น

ตัวบทว่าด้วยการควบรวมบริษัทจำกัดให้ใช้มติพิเศษของที่ประชุมผู้ถือหุ้นของทุกบริษัทที่เกี่ยวข้อง และมีขั้นตอนบอกกล่าวเจ้าหนี้พร้อมกำหนดเวลาให้คัดค้าน รายละเอียดของขั้นตอนและระยะเวลาควรตรวจจากตัวบทฉบับปัจจุบันกับที่ปรึกษากฎหมายก่อนวางไทม์ไลน์ดีล

### ซื้อหุ้นมาครึ่งหนึ่งถือว่าเป็นเจ้าของกิจการหรือยัง

ถือหุ้นครึ่งหนึ่งพอสำหรับมติสามัญบางเรื่อง แต่ไม่พอสำหรับมติพิเศษ เช่น การแก้ข้อบังคับหรือการควบรวม ซึ่งต้องใช้เสียงข้างมากพิเศษ สิทธิในการบริหารจริงจึงขึ้นกับสัดส่วนหุ้น ข้อบังคับของบริษัท และสัญญาผู้ถือหุ้นที่ทำไว้

### พนักงานของกิจการที่ถูกซื้อต้องเซ็นสัญญาจ้างใหม่ไหม

ในการซื้อหุ้น นายจ้างยังเป็นนิติบุคคลเดิม สัญญาจ้างจึงเดินต่อ ในการรับโอนกิจการ ตัวนายจ้างเปลี่ยน ผู้ซื้อควรให้ที่ปรึกษากฎหมายแรงงานตรวจขั้นตอนเรื่องความยินยอมของลูกจ้างและสิทธิที่ต้องนับต่อเนื่อง ก่อนประกาศกับพนักงาน

### กิจการที่ขาดทุนต่อเนื่องหลายปีควรขายแบบใดจึงได้ราคาดีกว่า

ไม่มีคำตอบเดียว ถ้ามูลค่าอยู่ที่ทรัพย์สินจับต้องได้ การขายทรัพย์สินอาจตรงกว่า ถ้ามูลค่าอยู่ที่ใบอนุญาตหรือสัญญาที่โอนยาก การขายหุ้นรักษาสิ่งเหล่านั้นไว้ได้ ส่วนผลขาดทุนสะสม ผู้ซื้อจะให้มูลค่าก็ต่อเมื่อโครงสร้างยังใช้ประโยชน์ได้ และยังอยู่ในกรอบเวลาที่มาตรา 65 ตรี (12) กำหนด

### ผู้ซื้อควรขอเอกสารอะไรก่อนตัดสินเรื่องโครงสร้าง

อย่างน้อยคืองบการเงินย้อนหลัง แบบแสดงรายการภาษีที่ยื่นแล้ว สัญญาหลักที่มีข้อกำหนดเรื่องการเปลี่ยนผู้ถือหุ้น และรายชื่อใบอนุญาต ลำดับการขอและวิธีอ่านเอกสารชุดนี้อยู่ใน[Due Diligence ก่อนซื้อกิจการ ย้อนตรวจภาษีกี่ปีจึงพอ](https://phygital.co.th/insights/due-diligence-before-acquisition)

## ลูกค้าของกิจการที่คุณจะซื้ออาจติดตามเพจที่เปิดด้วยชื่อส่วนตัวของเจ้าของเดิม ซึ่งไม่ได้อยู่ในรายการโอนฉบับใดเลย

PHYGITAL AGENCY ตรวจบัญชีโซเชียลมีเดีย ไลน์ทางการ และบัญชีโฆษณาของกิจการก่อนวันโอน ระบุผู้ถือสิทธิ์ตัวจริงของแต่ละบัญชี แล้ววางขั้นตอนย้ายสิทธิ์ผู้ดูแลให้เสร็จก่อนเจ้าของเดิมส่งมอบงาน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
