# LinkedIn Ads เจาะกลุ่มตามตำแหน่งงาน ขนาดบริษัท และฟอร์มลีด

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/linkedin-b2b-ads-deep-dive-thailand · เผยแพร่ 13 มีนาคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

LinkedIn Ads เจาะกลุ่มจากตำแหน่งงาน ขนาดบริษัท และอุตสาหกรรมในโปรไฟล์ได้ กลุ่มต้องมีอย่างน้อย 300 คน อ่านวิธีเลือกภาษา ขนาดกลุ่มที่แนะนำ และฟอร์มลีดในแพลตฟอร์ม

## Key Takeaways

- **LinkedIn Ads เจาะกลุ่มจากข้อมูลในโปรไฟล์งานของสมาชิก** — เช่นตำแหน่งงาน ระดับอาวุโส ฟังก์ชันงาน อุตสาหกรรม และขนาดบริษัท โดยตำแหน่งงานส่วนใหญ่มาจากที่สมาชิกกรอกเอง และขนาดบริษัทมาจากที่แอดมินเพจบริษัทระบุ
- **กลุ่มเป้าหมายต้องมีอย่างน้อย 300 คนถึงจะเปิดชุดโฆษณาได้** — แต่ LinkedIn แนะนำอย่างน้อย 50,000 คน และถ้าเลือกภาษาไทย โฆษณาจะไปถึงเฉพาะคนที่ตั้งโปรไฟล์เป็นภาษาไทย ส่วนภาษาอังกฤษครอบคลุมทุกคนในพื้นที่ที่เลือก
- **ฟอร์มลีดของ LinkedIn ดึงข้อมูลจากโปรไฟล์มากรอกให้เอง** — เลือกได้สูงสุด 12 ช่อง รวมคำถามที่ตั้งเองไม่เกิน 3 ข้อ ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และคิดเงินแบบต่อคลิกหรือต่อการแสดงผล ไม่มีแบบจ่ายต่อลีด

ธุรกิจที่ขายให้องค์กรมักรู้ชัดว่าลูกค้าคือใคร เช่นผู้จัดการโรงงาน ฝ่ายจัดซื้อ หรือเจ้าของบริษัทที่มีพนักงานห้าสิบคนขึ้นไป แต่แพลตฟอร์มโฆษณาทั่วไปเจาะกลุ่มจากความสนใจและพฤติกรรมออนไลน์ ซึ่งบอกตำแหน่งงานได้ไม่แม่น LinkedIn ต่างออกไปตรงที่เจาะจากข้อมูลงานในโปรไฟล์ บทนี้อธิบายว่าข้อมูลเหล่านั้นมาจากไหน ต้องตั้งกลุ่มกว้างแค่ไหน และเมื่อไรควรเก็บลีดด้วยฟอร์มของ LinkedIn แทนการส่งคนไปหน้าเว็บ

ตัวเลขและกติกาในบทนี้อ้างจากศูนย์ช่วยเหลือ Marketing Solutions ของ LinkedIn สามหน้าหลัก คือ[หน้าตัวเลือกการเจาะกลุ่ม](https://www.linkedin.com/help/lms/answer/a424655) [หน้าขนาดกลุ่มเป้าหมายที่แนะนำ](https://www.linkedin.com/help/lms/answer/a423690) และ[หน้าสเปกฟอร์มลีด](https://www.linkedin.com/help/lms/answer/a423364) ส่วนการอัปโหลดรายชื่อบริษัทเป้าหมายและข้อกฎหมายเมื่อรายชื่อเป็นชื่อคน อยู่ใน[บริการ B2B Lead Generation และ ABM รายชื่อขั้นต่ำ 300 บริษัท](https://phygital.co.th/insights/b2b-abm-lead-generation-agency)

## ตำแหน่งงานและขนาดบริษัทมาจากข้อมูลไหน

หน้าตัวเลือกการเจาะกลุ่มของ LinkedIn แบ่งการเจาะกลุ่มจากโปรไฟล์ออกเป็นหลายหมวด ที่ธุรกิจ B2B ใช้บ่อยมีสามหมวด และแต่ละหมวดดึงข้อมูลจากคนละแหล่ง

| หมวด                    | ตัวเลือกที่ใช้บ่อย                                                    | ข้อมูลมาจาก                                                                                                                    |
| ----------------------- | ------------------------------------------------------------------------- | -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| ประสบการณ์งาน          | ตำแหน่งงาน ฟังก์ชันงาน ระดับอาวุโส ทักษะ จำนวนปีที่ทำงาน            | สมาชิกกรอกในโปรไฟล์ ระดับอาวุโสและฟังก์ชันแปลงจากตำแหน่งตามอนุกรมวิธานของ LinkedIn                                  |
| บริษัท                  | ชื่อบริษัท อุตสาหกรรม ขนาดบริษัท รายได้ อัตราการเติบโต ประเภทบริษัท | ชื่อบริษัทผูกกับเพจบริษัท ขนาดบริษัทมาจากที่แอดมินเพจระบุ ถ้าไม่ระบุจะนับจากจำนวนสมาชิกที่ผูกกับเพจนั้น |
| การศึกษาและความสนใจ | สถาบัน สาขาวิชา กลุ่มที่เข้าร่วม ความสนใจ                            | สมาชิกกรอกเองหรือคำนวณจากการใช้งานบน LinkedIn                                                                           |

หน้าเดียวกันระบุว่าจำนวนปีที่ทำงานคำนวณจากวันเริ่มและวันสิ้นสุดของแต่ละตำแหน่งตรง ๆ ไม่ตัดช่วงว่างงาน และไม่ใช้ข้อมูลคาดคะเน ส่วนการเจาะตามอายุจะตั้งให้รวมคนอายุต่ำกว่า 18 ปีไม่ได้ ตัวเลือกในหมวดบริษัทยังมีอีกสองตัวที่ธุรกิจขนาดกลางใช้ได้จริง คือเจาะเฉพาะผู้ติดตามเพจบริษัทของตัวเอง และเจาะคนรู้จักระดับแรกของพนักงานในบริษัทที่เลือก ซึ่งหน้าเดียวกันระบุว่าใช้ได้เฉพาะบริษัทที่มีพนักงานมากกว่า 500 คน

### ตำแหน่งงานที่สมาชิกพิมพ์เองนับรวมด้วยไหม

นับรวม ถ้าสมาชิกเลือกตำแหน่งจากรายการที่ระบบเสนอ LinkedIn ใช้ตำแหน่งมาตรฐานนั้นโดยตรง ถ้าพิมพ์ชื่อตำแหน่งเอง ระบบจะใช้กฎและโมเดลจัดตำแหน่งนั้นเข้าหมวดมาตรฐาน กรณีนี้สำคัญกับบริษัทไทยที่ตั้งชื่อตำแหน่งภาษาไทย เช่น "ผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ" การเจาะด้วยฟังก์ชันงานร่วมกับระดับอาวุโสจึงมักครอบคลุมคนได้มากกว่าการใส่ชื่อตำแหน่งทีละชื่อ เพราะไม่ต้องเดาว่าแต่ละบริษัทเรียกตำแหน่งเดียวกันว่าอะไร

## เลือกภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ กลุ่มเปลี่ยนอย่างไร

ทุกชุดโฆษณาต้องเลือกภาษาโปรไฟล์ของกลุ่มเป้าหมายหนึ่งภาษา [หน้าภาษาที่รองรับ](https://www.linkedin.com/help/lms/answer/a427089) ระบุว่ามี 35 ภาษา รวมภาษาไทย และกติกาการเลือกมีผลกับขนาดกลุ่มโดยตรง

* **เลือกภาษาอังกฤษ** โฆษณาไปถึงสมาชิกทุกคนในพื้นที่ที่เลือก ไม่ว่าจะตั้งโปรไฟล์เป็นภาษาอะไร ยกเว้นโฆษณาแบบข้อความ (Sponsored Messaging) ที่ต้องตรงภาษา
* **เลือกภาษาอื่น รวมภาษาไทย** โฆษณาไปถึงเฉพาะคนที่ตั้งภาษาโปรไฟล์ตรงกับที่เลือก
* **เปลี่ยนภาษาหลังเปิดชุดโฆษณาแล้วไม่ได้** ต้องสร้างชุดใหม่

LinkedIn แนะนำให้ภาษาของโฆษณาและหน้าปลายทางตรงกับภาษาที่เลือก และถ้ากลุ่มภาษาหนึ่งแคบเกินไป ให้เปิดอีกชุดเป็นภาษาอังกฤษในพื้นที่เดียวกันเพื่อเข้าถึงคนที่ใช้สองภาษา

### ทำไมเลือกภาษาไทยแล้วกลุ่มเหลือน้อย

คนไทยจำนวนมากตั้งโปรไฟล์ LinkedIn เป็นภาษาอังกฤษ แม้จะอ่านโฆษณาภาษาไทยได้สบาย การเลือกภาษาไทยจึงตัดคนกลุ่มนี้ออกทั้งหมด ทางที่ใช้กันคือเลือกภาษาอังกฤษ จำกัดพื้นที่เป็นประเทศไทย แล้วเขียนโฆษณาเป็นภาษาไทย ซึ่งต่างจากคำแนะนำให้ภาษาตรงกันเล็กน้อย จึงควรเทียบผลกับชุดที่เขียนภาษาอังกฤษในเดือนแรก แล้วเก็บชุดที่คนกดเข้าไปอ่านหน้าปลายทางนานกว่า

## กลุ่มขั้นต่ำ 300 คน กับขนาดที่ LinkedIn แนะนำ

หน้าตัวเลือกการเจาะกลุ่มระบุว่าชุดโฆษณาต้องมีกลุ่มอย่างน้อย 300 คนถึงจะเปิดได้ ถ้าเจาะแคบกว่านั้นระบบจะขึ้นข้อความว่ากลุ่มแคบเกินและไม่ให้บันทึก ส่วนหน้าขนาดกลุ่มเป้าหมายแนะนำตัวเลขไว้ดังนี้

* ทุกรูปแบบ แนะนำอย่างน้อย 50,000 คน
* Sponsored Content และ Sponsored Messaging แนะนำอย่างน้อย 300,000 คน
* Text Ads แนะนำ 60,000 ถึง 400,000 คน

หน้าเดียวกันอธิบายตรรกะที่ทำให้กลุ่มขยายหรือหด ตัวเลือกหลายตัวในหมวดเดียวกันทำให้กลุ่มใหญ่ขึ้น เพราะคนตรงแค่ข้อเดียวก็เข้ากลุ่ม เช่นเลือกตำแหน่งงานห้าชื่อ คนที่มีชื่อใดชื่อหนึ่งก็เห็นโฆษณา แต่ถ้าเพิ่มตัวเลือกในส่วน "Narrow audience further" กลุ่มจะเล็กลง เพราะคนต้องตรงหนึ่งข้อจากทุกหมวดที่ใส่ การยกเว้นก็ทำให้กลุ่มเล็กลงเช่นกัน

### เจาะแคบแค่ไหนถึงเรียกว่าแคบเกิน

เมื่อกลุ่มเหลือไม่กี่พันคนในประเทศไทย ระบบมีตัวเลือกให้ประมูลน้อยจนงบใช้ไม่หมดหรือราคาต่อผลสูงผิดปกติ ธุรกิจที่มีลูกค้าเป้าหมายแคบจริง เช่นขายเครื่องจักรให้โรงงานอาหารแปรรูป ควรเริ่มจากฟังก์ชันงานกับอุตสาหกรรม แล้วดูรายงานข้อมูลประชากรของผู้ที่เห็นโฆษณาใน Campaign Manager ว่าใครกดจริง ก่อนจะตัดตำแหน่งที่ไม่ตอบสนองออก ส่วนกรณีมีรายชื่อบริษัทเป้าหมายอยู่แล้ว การอัปโหลดรายชื่อตรงกว่าการเดาจากอุตสาหกรรม

## ฟอร์มลีดในแพลตฟอร์มกับการส่งไปหน้าเว็บ

Lead Gen Forms คือฟอร์มที่เปิดขึ้นใน LinkedIn เมื่อคนกดปุ่มบนโฆษณา แล้วดึงชื่อ อีเมล ตำแหน่ง และบริษัทจากโปรไฟล์มากรอกให้ [หน้าฟอร์มลีด](https://www.linkedin.com/help/lms/answer/a423447) ระบุว่าไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มนอกจากค่าโฆษณา และใช้ได้กับโฆษณาภาพเดี่ยว ภาพหมุน วิดีโอ อีเวนต์ ข้อความ เอกสาร และบทสนทนา สเปกหลักจากหน้าสเปกฟอร์มลีดมีดังนี้

* **ช่องข้อมูล** เลือกได้สูงสุด 12 ช่องจากหมวดติดต่อ งาน บริษัท การศึกษา และข้อมูลประชากร ชื่อ นามสกุล และอีเมลถูกเลือกไว้ก่อน แต่ยกเลิกได้
* **คำถามที่ตั้งเอง** ไม่เกิน 3 ข้อ ข้อละไม่เกิน 100 ตัวอักษร นับรวมใน 12 ช่อง และผู้กรอกต้องตอบทุกข้อ
* **หัวฟอร์ม** ไม่เกิน 60 ตัวอักษร รายละเอียดไม่เกิน 160 ตัวอักษร
* **นโยบายความเป็นส่วนตัว** ต้องใส่ URL ที่ขึ้นต้นด้วย http หรือ https และเพิ่มช่องติ๊กยินยอมได้สูงสุด 5 ช่อง ช่องละไม่เกิน 500 ตัวอักษร
* **ภาษาของฟอร์ม** ฟอร์มภาษาอังกฤษใช้กับชุดโฆษณาได้ทุกภาษา ยกเว้นจีนตัวย่อ แต่ฟอร์มภาษาอื่นต้องตรงกับภาษาของชุดโฆษณา

[หน้าช่องข้อมูลในฟอร์ม](https://www.linkedin.com/help/lms/answer/a425337) ระบุเพิ่มว่าช่องอีเมลที่ทำงานมีตัวเลือกกันโดเมนอีเมลฟรีที่ใช้กันมาก เช่น Gmail และ Hotmail ซึ่งช่วยให้ได้อีเมลบริษัทมากขึ้น แต่กันได้ไม่ครบทุกโดเมน

### ควรถามกี่ช่อง

LinkedIn แนะนำสามถึงสี่ช่อง และบอกว่าถ้ามีคนเปิดฟอร์มมากแต่กรอกส่งน้อย ให้ลดจำนวนช่องหรือปรับข้อความในโฆษณา ธุรกิจที่ฝ่ายขายต้องคัดลีดก่อนโทรกลับ อาจใช้คำถามที่ตั้งเองหนึ่งข้อแบบตัวเลือก เช่นช่วงงบหรือช่วงเวลาที่จะซื้อ เพราะตอบง่ายกว่าช่องพิมพ์ข้อความ ทั้งนี้หน้าช่องข้อมูลระบุว่าตัวเลือกแรกของคำถามแบบตัวเลือกถูกเลือกไว้ให้ก่อน ตัวเลือกแรกจึงควรเป็นคำตอบกลาง ๆ เพื่อไม่ให้ข้อมูลเอียง

## งบของแคมเปญและชุดโฆษณา

Campaign Manager เรียกโครงสร้างว่าแคมเปญซึ่งมีชุดโฆษณาอยู่ข้างใน [หน้างบของแคมเปญและชุดโฆษณา](https://www.linkedin.com/help/lms/answer/a422101) ระบุว่าตั้งงบได้สามแบบ คืองบรายวัน งบตลอดแคมเปญ หรือตั้งทั้งสองอย่าง และตั้งที่ระดับแคมเปญเพื่อแบ่งให้หลายชุดโฆษณา หรือตั้งแยกทีละชุดก็ได้ ข้อที่ควรรู้ก่อนตั้งงบมีสามข้อ

* ยอดใช้จ่ายจริงในบางวันอาจสูงกว่างบรายวันได้ถึง 100% แต่ทั้งสัปดาห์จะไม่เกินเจ็ดเท่าของงบรายวัน และทั้งช่วงที่ตั้งวันสิ้นสุดจะไม่เกินงบรายวันคูณจำนวนวัน
* [หน้างบขั้นต่ำของแคมเปญ](https://www.linkedin.com/help/lms/answer/a9486341) ระบุว่าแคมเปญที่ตั้งงบรวมไว้ต้องเหลืองบที่ยังไม่ใช้อย่างน้อย 100 ดอลลาร์สหรัฐหรือเทียบเท่า ถึงจะเปิดชุดโฆษณาใหม่ได้
* หน้าฟอร์มลีดระบุว่าโฆษณาที่ใช้ฟอร์มลีดซื้อได้แบบต่อคลิกหรือต่อการแสดงผล ยังไม่มีแบบจ่ายต่อลีด

### ทำไมตั้งงบรายวันแล้วบางวันใช้เกิน

เพราะระบบเลื่อนงบไปใช้ในวันที่มีโอกาสแสดงผลมาก แล้วใช้น้อยลงในวันอื่นให้เฉลี่ยตรงงบ ธุรกิจที่ต้องคุมยอดรายเดือนให้ตรงกับใบสั่งซื้อ ควรตั้งงบตลอดแคมเปญพร้อมวันสิ้นสุด เพราะยอดรวมจะไม่เกินตัวเลขนั้น ส่วนการเทียบราคาต่อคลิกหรือต่อลีดกับแพลตฟอร์มอื่น ต้องเช็กก่อนว่าแต่ละแห่งนับคลิกและนับลีดอย่างไร ตัวอย่างความต่างของสองแพลตฟอร์มใหญ่อยู่ใน[KPI โฆษณา CTR กับ ROAS ที่ Google และ Meta นับต่างกัน](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-kpi-ctr-cpc-roas-cac) ตัวเลขที่ยกมาเทียบโดยไม่บอกวิธีนับจึงใช้ตัดสินงบไม่ได้

## ค่าตั้งต้นของชุดโฆษณาแรก

ตารางนี้รวมค่าที่ควรตั้งตอนเปิดชุดโฆษณาแรก และสัญญาณที่บอกว่าควรปรับ ตัวเลขทั้งหมดมาจากหน้าช่วยเหลือของ LinkedIn ที่อ้างไว้ข้างต้น

| ช่องตั้งค่า  | ค่าตั้งต้น                              | ปรับเมื่อ                                           |
| -------------- | ----------------------------------------- | ---------------------------------------------------- |
| พื้นที่        | ประเทศไทย                                 | ลูกค้าอยู่เฉพาะบางจังหวัด                        |
| ภาษาโปรไฟล์   | อังกฤษ เขียนโฆษณาเป็นภาษาไทย          | ชุดภาษาไทยแยกได้ผลดีกว่าในเดือนแรก         |
| การเจาะกลุ่ม | ฟังก์ชันงาน + ระดับอาวุโส + อุตสาหกรรม  | รายงานข้อมูลประชากรชี้ว่าบางตำแหน่งไม่กดเลย |
| ขนาดกลุ่ม     | 50,000 คนขึ้นไป (ขั้นต่ำ 300)          | งบใช้ไม่หมดติดกันหลายวัน                      |
| ฟอร์มลีด      | สามถึงสี่ช่อง คำถามตั้งเองหนึ่งข้อ | เปิดฟอร์มมากแต่ส่งน้อย                          |
| งบ             | งบตลอดแคมเปญพร้อมวันสิ้นสุด         | ต้องการให้แคมเปญวิ่งต่อเนื่อง                   |

## สรุป

LinkedIn Ads เจาะกลุ่มจากข้อมูลงานในโปรไฟล์ ทั้งตำแหน่ง ฟังก์ชัน ระดับอาวุโส อุตสาหกรรม และขนาดบริษัท กลุ่มต้องมีอย่างน้อย 300 คน แต่ LinkedIn แนะนำ 50,000 คนขึ้นไป การเลือกภาษาไทยทำให้โฆษณาไปถึงเฉพาะคนที่ตั้งโปรไฟล์เป็นภาษาไทย ฟอร์มลีดดึงข้อมูลจากโปรไฟล์มากรอกให้ เลือกได้สูงสุด 12 ช่อง ไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม และคิดเงินต่อคลิกหรือต่อการแสดงผล ส่วนงบรายวันอาจใช้เกินในบางวัน แต่ยอดรวมทั้งช่วงไม่เกินที่ตั้งไว้

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เจาะกลุ่มเฉพาะคนที่ติดตามเพจบริษัทเราได้ไหม

ได้ หน้าตัวเลือกการเจาะกลุ่มระบุว่าต้องผูกบัญชีโฆษณากับเพจบริษัทก่อน ถ้าไม่เลือกตัวเลือกนี้ โฆษณาจะไปถึงทั้งผู้ติดตามและคนที่ยังไม่ติดตาม

### ใช้ฟอร์มลีดแล้วยังต้องมีหน้าเว็บอยู่ไหม

ต้องมีอย่างน้อยหน้านโยบายความเป็นส่วนตัว เพราะฟอร์มลีดบังคับใส่ URL นโยบาย และหลังกรอกฟอร์ม เพิ่มลิงก์ไปหน้าเว็บหรือลิงก์นัดหมายในข้อความขอบคุณได้ ส่วนเอกสารที่สัญญาว่าจะให้ LinkedIn ไม่ส่งให้อัตโนมัติ ต้องใส่ลิงก์ในข้อความขอบคุณหรือส่งอีเมลเอง

### LinkedIn Ads ต่างจาก Blockdit ตรงไหนสำหรับกลุ่ม B2B

LinkedIn ซื้อพื้นที่โฆษณาและเจาะจากข้อมูลงานในโปรไฟล์ได้ ส่วน Blockdit เป็นแพลตฟอร์มความรู้ที่คนอ่านเพราะเนื้อหา รายละเอียดอยู่ใน[Blockdit สำหรับเพจธุรกิจ ปุ่มโพสต์ขาย ดาว และบัญชีธุรกิจ](https://phygital.co.th/insights/blockdit-marketing-b2b) ส่วนแพลตฟอร์มโฆษณาอื่นที่ต้องเช็กก่อนว่าเปิดบัญชีจากไทยได้หรือไม่ อยู่ใน[Pinterest Ads กับ X Ads เปิดบัญชีจากไทย และสินค้าที่ห้ามลง](https://phygital.co.th/insights/pinterest-x-ads-deep-dive-thailand)

### ควรเลือกวัตถุประสงค์ไหนสำหรับแคมเปญแรก

ถ้าเป้าหมายคือรายชื่อติดต่อ ให้ใช้วัตถุประสงค์ Lead generation เพราะฟอร์มลีดผูกกับวัตถุประสงค์นี้ ถ้ายังไม่มีใครรู้จักแบรนด์ อาจเริ่มจากการเข้าถึงก่อน หลักการเลือกวัตถุประสงค์ให้ตรงขั้นของลูกค้าอยู่ใน[Marketing Funnel สามขั้นกับเป้าหมายแคมเปญของ Google และ Meta](https://phygital.co.th/insights/marketing-funnel-explained)

### ลีดจากฟอร์มส่งเข้าระบบ CRM ได้เลยไหม

ได้ หน้าฟอร์มลีดระบุว่าซิงก์ลีดเข้าระบบการตลาดอัตโนมัติ CRM หรือ CDP ได้ ดาวน์โหลดเป็นไฟล์ CSV ได้ และเพิ่มช่องซ่อนเพื่อส่งค่าอย่าง UTM หรือรหัสชุดโฆษณาไปพร้อมลีด ซึ่งช่วยให้ฝ่ายขายรู้ว่าลีดมาจากโฆษณาชิ้นไหน และส่งลีดทดสอบเพื่อเช็กการเชื่อมต่อก่อนเปิดแคมเปญจริงได้

## คนที่กดโฆษณามากที่สุดอาจไม่ใช่คนที่อนุมัติงบ

PHYGITAL AGENCY ตั้งกลุ่มเป้าหมายบน LinkedIn จากตำแหน่งผู้ตัดสินใจจริง ออกแบบฟอร์มลีดให้ฝ่ายขายคัดได้ทันที และเทียบรายงานผู้กดโฆษณากับลูกค้าที่ปิดการขายทุกเดือน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
