# ผู้บริหารราศีสิงห์ มั่นใจในคำทำนายแค่ไหนก็ไม่ได้แปลว่าแม่น

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/leo-executive-leadership-zodiac · เผยแพร่ 21 กุมภาพันธ์ 2569 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ราศีสิงห์ในตำราคือผู้นำที่มั่นใจ งานทดลองของ Geoffrey Dean ให้นักโหราศาสตร์ 45 คนทายบุคลิกด้วยความมั่นใจสูง แต่ผลแทบเท่าการเดา บทนี้แปลบทเรียนนั้นเป็นวิธีตัดสินใจ

## Key Takeaways

- **ตำราโหราศาสตร์ให้ราศีสิงห์อยู่ธาตุไฟ มีดวงอาทิตย์เป็นเจ้าเรือน และบรรยายผู้นำราศีนี้ว่ามั่นใจและดึงคนให้เดินตามได้** — ปฏิทินไทยนับราศีสิงห์ช่วงกลางสิงหาคมถึงกลางกันยายน ส่วนปฏิทินสากลนับช่วงปลายกรกฎาคมถึงปลายสิงหาคม
- **ความมั่นใจของผู้ทำนายกับความแม่นของคำทำนายเป็นคนละเรื่อง** — งานทดลองที่ Geoffrey Dean รายงานไว้ให้นักโหราศาสตร์ 45 คนทายบุคลิกของคน 160 คน ผู้ทายตัดสินด้วยความมั่นใจต่ำเพียง 21% ของครั้งทั้งหมด แต่ค่าความแม่นออกมา 0.01 ซึ่งแทบไม่ต่างจากการเดา
- **ผู้บริหารที่ทีมเชื่อมั่นมาก ต้องตรวจความแม่นของตัวเองด้วยบันทึก** — เพราะความมั่นใจที่พูดออกไปทำให้ทีมเงียบ และข่าวร้ายเดินทางถึงโต๊ะผู้บริหารช้ากว่าที่ควร

> คำบรรยายนิสัยราศีสิงห์ในบทนี้เป็นความเชื่อตามตำราโหราศาสตร์ ยกมาเป็นโจทย์ให้ผู้บริหารถามตัวเอง บทนี้ไม่ได้ชี้ว่าผู้ที่เกิดช่วงใดจะนำองค์กรได้ดีกว่าคนอื่น ส่วนผลการทดลองอ้างจากเอกสารวิชาการที่ลิงก์ไว้ในเนื้อหา

ตำราโหราศาสตร์ตะวันตกใช้ดวงอาทิตย์เป็นดาวเจ้าเรือนของราศีสิงห์ และคำที่ตำราเลือกใช้กับคนราศีนี้วนอยู่รอบความมั่นใจ ความใจกว้าง และการอยู่กลางวง ในบรรดาสิบสองราศี ราศีสิงห์จึงเป็นราศีที่คำบรรยายใกล้กับภาพ "ผู้นำ" ในหนังสือบริหารมากที่สุดราศีหนึ่ง

ความมั่นใจเป็นทรัพย์ของผู้นำ และเป็นตัวแปรที่วงการวิจัยเคยวัดกับผู้ทำนายโดยตรง งานทดลองชุดหนึ่งให้นักโหราศาสตร์ที่มีประสบการณ์หลายปีทายบุคลิกคนจริงพร้อมบอกระดับความมั่นใจของตัวเอง ผลที่ได้ใช้เป็นกระจกให้ผู้บริหารทุกราศีได้ โดยเฉพาะผู้บริหารที่ทีมเชื่อทุกคำ

## ราศีสิงห์นับจากวันไหนถึงวันไหน

คำตอบขึ้นกับว่าเปิดปฏิทินระบบใด ตำราไทยแบบนิรายนะวางราศีสิงห์ไว้ระหว่าง 16 สิงหาคมกับ 16 กันยายน ขณะที่ตำราตะวันตกแบบสายนะเริ่มราศีสิงห์ตั้งแต่ 23 กรกฎาคมและจบที่ 22 สิงหาคม ทั้งสองระบบเรียกช่วง 16 ถึง 22 สิงหาคมว่าราศีสิงห์ตรงกันเพียงเจ็ดวัน

ความต่างนี้มาจากจุดตั้งต้นของการนับ ระบบสายนะผูกราศีกับฤดูกาลและจุดวสันตวิษุวัต ส่วนระบบนิรายนะผูกกับตำแหน่งดาวฤกษ์บนท้องฟ้า เมื่อแกนโลกค่อย ๆ เปลี่ยนทิศตลอดหลายพันปี สองระบบจึงห่างกันราวสามสัปดาห์เศษ ตำราไทยบางเล่มเขียนวันเริ่มเป็น 17 สิงหาคมตามวิธีคำนวณของสำนัก ส่วนต่างหนึ่งวันระดับนี้พบได้ทุกราศี

### **เกิดวันที่ 10 สิงหาคมเป็นราศีสิงห์หรือราศีกรกฎ**

เป็นราศีสิงห์ถ้าอ่านจากแอปพลิเคชันหรือคอลัมน์ดวงที่ใช้ระบบตะวันตก และเป็นราศีกรกฎถ้าอ่านจากหมอดูหรือตำราไทย คนที่เกิดปลายกรกฎาคมถึงกลางสิงหาคมจึงได้คำตอบสองแบบเสมอ วิธีที่ไม่สับสนคือเลือกระบบให้ตรงกับแหล่งที่กำลังอ่าน แล้วอ่านคำบรรยายของราศีที่ได้จากระบบนั้นจนจบ ไม่หยิบคำบรรยายข้ามระบบมาปนกัน ผู้ที่อยากรู้ว่าตัวเองเป็นราศีอะไรในระบบไทยให้ถามผู้ทำนายที่ใช้ตำราไทยโดยตรง

## ผู้นำราศีสิงห์ในสายตาของตำรา

ราศีสิงห์เป็นลำดับที่ห้าของจักรราศี อยู่หมวดธาตุไฟร่วมกับราศีเมษและราศีธนู มีสิงโตเป็นสัญลักษณ์และมีดวงอาทิตย์เป็นเจ้าเรือน ตำราส่วนใหญ่ใช้คำชุดเดียวกันกับคนราศีนี้ คือมั่นใจ ใจกว้าง รักษาคำพูด และทำให้คนรอบตัวอยากเดินตาม

อีกด้านของคำบรรยายชุดเดียวกันพูดถึงการให้น้ำหนักกับหน้าตาและการยอมรับจากคนอื่น ตำราบางเล่มเขียนว่าคนราศีสิงห์เลือกทางที่ดูดีกว่าแทนทางที่คุ้มกว่าได้ในบางครั้ง และรู้สึกฝืนเมื่อต้องทำงานโดยไม่มีใครเห็น

### **ทำไมตำราผูกราศีสิงห์กับความมั่นใจ**

เพราะตำราโยงราศีสิงห์กับดวงอาทิตย์ซึ่งเป็นศูนย์กลางของระบบสุริยะ ในโหราศาสตร์คลาสสิก ดวงอาทิตย์แทนตัวตน ความมีชีวิตชีวา และสิ่งที่คนคนหนึ่งอยากให้โลกจดจำ เมื่อรวมกับธาตุไฟที่หมายถึงแรงขับซึ่งต้องแสดงออก ภาพที่ได้จึงเป็นคนที่อยู่ตรงกลางแล้วรู้สึกเป็นธรรมชาติ คำบรรยายนี้เป็นสัญลักษณ์ที่สืบทอดกันมาในตำรา ความมั่นใจของผู้บริหารแต่ละคนมาจากประสบการณ์และผลงานที่สะสมมามากกว่าเดือนที่เกิด

## การทดลองที่แยกความมั่นใจออกจากความแม่น

Geoffrey Dean ให้นักโหราศาสตร์ 45 คนจากสหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย และยุโรป ทายบุคลิกของคนจริงจากดวงชะตา ผลทดลองชุดนี้ Dean ตีพิมพ์ครั้งแรกปี 2528 และนำมาเล่ารายละเอียดเพิ่มในบทความทบทวนงานวิจัยที่เขียนร่วมกับ Ivan Kelly ใน[วารสาร Journal of Consciousness Studies ปี 2546](https://www.ingentaconnect.com/content/imp/jcs/2003/00000010/f0020006/art00010)

โจทย์ถูกออกแบบให้ง่ายที่สุดเท่าที่ทำได้ ผู้ถูกทดสอบ 160 คนคัดมาจากกลุ่มใหญ่ 1,198 คน โดยเลือกเฉพาะคนที่คะแนนสุดขั้วจากแบบวัดบุคลิกภาพของ Eysenck ในสองมิติ คือความเปิดตัวกับความหวั่นไหวทางอารมณ์ นักโหราศาสตร์แต่ละคนต้องทายเพียงทิศทาง ว่าคนนั้นอยู่ปลายสูงหรือปลายต่ำ รวม 240 ครั้งต่อคน และระบุว่ามั่นใจในคำตอบแต่ละครั้งแค่ไหน

### **นักโหราศาสตร์มั่นใจแค่ไหน และทายถูกเท่าไร**

มั่นใจสูง แต่ทายถูกแทบเท่าการเดา กลุ่มนี้มีประสบการณ์เฉลี่ยสิบปี ใช้เวลาเฉลี่ยเกือบห้านาทีต่อการตัดสินหนึ่งครั้ง และมีเพียง 21% ของการตัดสินที่ผู้ทายบอกว่ามั่นใจต่ำ ค่าความแม่นที่วัดออกมาได้ 0.01 บนสเกลที่ 0 หมายถึงไม่มีผลเลยและ 1 หมายถึงถูกทุกครั้ง Dean และ Kelly อธิบายในบทความเดียวกันว่าค่าระดับ 0.05 ถึง 0.1 เทียบได้กับการทายถูก 51 ถึง 52% ในโจทย์ที่เดาสุ่มได้ 50% อยู่แล้ว ค่า 0.01 จึงอยู่ต่ำกว่านั้นอีก

### ข้อจำกัดที่ต้องบอกคู่กับผลนี้

ผลนี้วัดการทายบุคลิกสองมิติจากดวงชะตา ไม่ได้วัดความสามารถด้านอื่นของผู้ทำนาย และไม่ได้บอกว่าคนที่ไปดูดวงได้ประโยชน์อะไรหรือไม่ได้อะไร ผู้ทดลองเป็นนักโหราศาสตร์ตะวันตก ผลจึงไม่ครอบคลุมโหราศาสตร์ไทยโดยตรง สิ่งที่ผลนี้ยืนยันได้ชัดคือเรื่องเดียว ระดับความมั่นใจที่ผู้ทายรู้สึกไม่ได้ขยับตามความถูกต้องของคำตอบ

## ความมั่นใจของผู้นำทำให้ห้องประชุมเงียบได้อย่างไร

ในที่ทำงาน ความมั่นใจของผู้พูดทำหน้าที่เป็นสัญญาณให้คนฟังยอมรับข้อสรุป องค์กรที่ผู้นำพูดแล้วคนเชื่อจึงเปลี่ยนแผนได้เร็ว พนักงานเดินตามแผนใหม่ตั้งแต่ยังไม่เห็นผล และลูกค้ารายใหญ่ตัดสินใจจากความมั่นใจที่ได้รับระหว่างคุย ต้นทุนที่มาด้วยกันคือทีมที่มีข้อมูลค้านอยู่ในมือแต่เลือกเก็บไว้ เพราะการพูดออกไปต้องแลกกับการขัดคนที่ทุกคนเชื่อถือ

งานทดลองของ Dean ชี้ให้เห็นจุดอ่อนของสัญญาณนี้ ถ้าผู้เชี่ยวชาญที่ทำงานมาสิบปียังรู้สึกมั่นใจได้โดยที่คำตอบไม่แม่น ความมั่นใจของผู้บริหารในห้องประชุมก็บอกความถูกต้องของแผนได้น้อยพอกัน ข้อมูลที่ทีมเก็บไว้ไม่พูดจึงมีค่ามากกว่าที่บรรยากาศในห้องสะท้อนออกมา

### **ทำไมทีมไม่ค้านผู้บริหารที่พูดอย่างมั่นใจ**

เพราะคนในทีมคิดต้นทุนของการค้านเทียบกับการเงียบอยู่ตลอดเวลา ถ้าเคยเห็นคนค้านแล้วบรรยากาศในห้องเปลี่ยนแม้เพียงครั้งเดียว ทั้งทีมจะจำเรื่องนั้นไปอีกนาน การประกาศว่าทุกคนพูดได้เต็มที่แทบไม่เปลี่ยนอะไร วิธีที่เปลี่ยนได้จริงคือเปลี่ยนรูปแบบการประชุม เช่น ให้ทุกคนเขียนความเสี่ยงของแผนลงกระดาษพร้อมกันก่อนเริ่มคุย แล้วอ่านออกมาทีละใบโดยไม่บอกชื่อคนเขียน หรือกำหนดให้ผู้บริหารแสดงความเห็นหลังจากทุกคนในห้องพูดครบแล้ว

## จดคำทำนายของตัวเองไว้ตรวจทีหลัง

ผู้บริหารทำนายอนาคตทุกสัปดาห์ แม้จะไม่เรียกว่าคำทำนาย เช่น สินค้าตัวใหม่จะขายได้กี่ชิ้นในไตรมาสแรก พนักงานคนใหม่จะผ่านทดลองงานหรือไม่ ลูกค้ารายใหญ่จะต่อสัญญาหรือเปล่า คำทำนายเหล่านี้มีระดับความมั่นใจติดมาเสมอ และแทบไม่มีองค์กรไหนย้อนกลับไปตรวจว่าที่มั่นใจไว้นั้นถูกกี่ครั้ง

การทดลองของ Dean ทำได้เพราะมีบันทึกสองอย่างคู่กัน คือคำตอบกับระดับความมั่นใจ ผู้บริหารใช้หลักเดียวกันได้โดยไม่ต้องมีเครื่องมือพิเศษ เมื่อผ่านไปหนึ่งปี บันทึกนี้จะบอกได้ว่าเรื่องแบบไหนที่ความมั่นใจของตัวเองเชื่อถือได้ และเรื่องแบบไหนที่ควรฟังคนอื่นมากขึ้น ซึ่งเป็นข้อมูลที่มีค่ากับการตัดสินใจรอบถัดไปมากกว่าคำบรรยายราศีใด ๆ

### **บันทึกคำทำนายของผู้บริหารควรมีอะไรบ้าง**

ควรมีห้าช่อง คือวันที่ เรื่องที่ทำนาย คำตอบที่คาดไว้แบบวัดผลได้ ระดับความมั่นใจเป็นเปอร์เซ็นต์ และวันที่จะกลับมาตรวจ ตัวอย่างเช่น "ลูกค้ารายนี้ต่อสัญญาภายในมีนาคม มั่นใจ 80%" เมื่อถึงวันตรวจให้ใส่ผลจริงลงช่องที่หก ครบยี่สิบถึงสามสิบรายการแล้วจับกลุ่มตามระดับความมั่นใจ ถ้าเรื่องที่มั่นใจ 80% เกิดจริงแค่ครึ่งเดียว ความมั่นใจของตัวเองในเรื่องประเภทนั้นสูงเกินข้อมูล

## ทางเดินของคำติจากลูกค้าถึงผู้บริหาร

ปัญหาเดียวกันเกิดกับข้อมูลจากนอกองค์กร ลูกค้าที่ไม่พอใจบางส่วนไม่ได้บอกธุรกิจตรง ๆ แต่เลือกไม่กลับมาอีก คำติที่หลุดมาถึงพนักงานหน้างานบางส่วนถูกกรองออกก่อนถึงผู้บริหาร เพราะพนักงานเกรงใจ หรือกลัวว่าข่าวร้ายจะกลายเป็นความผิดของตัวเอง ธุรกิจจึงรู้ว่ามีปัญหาก็ต่อเมื่อยอดขายลดลงแล้ว

ผู้บริหารที่มั่นใจในสินค้าของตัวเองสูงยิ่งต้องมีช่องทางที่คำติเดินทางมาถึงได้โดยไม่ผ่านการเกรงใจใคร ช่องทางนี้ไม่ต้องแพง แต่ต้องเป็นระบบที่ทำงานเองโดยไม่ต้องรอให้มีคนกล้าพูด

### **ธุรกิจเล็กเริ่มเก็บเสียงลูกค้าจากตรงไหนก่อน**

เริ่มจากแบบสอบถามสองข้อที่ส่งอัตโนมัติหลังปิดงานทุกครั้ง ข้อแรกให้คะแนนหนึ่งถึงสิบ ข้อที่สองเป็นช่องพิมพ์อิสระว่าอะไรที่ธุรกิจทำได้ดีกว่านี้ ความสั้นทำให้คนตอบมากพอจะเห็นรูปแบบ งานที่ต้องทำคู่กันคือระบุชื่อคนและรอบเวลาที่ต้องเปิดดูรีวิวกับกล่องข้อความทุกช่องทาง แล้วลงทุกคำติไว้ในไฟล์เดียวโดยไม่แก้ต่าง เมื่อครบสามเดือน คำติที่ซ้ำกันมากที่สุดจะชี้ไปที่ขั้นตอนภายในที่ควรแก้ก่อน

## เริ่มตรวจความมั่นใจก่อนเดิมพันก้อนถัดไป

ผู้บริหารที่อยากให้ความมั่นใจของตัวเองน่าเชื่อถือขึ้นจริง เริ่มได้ภายในสัปดาห์นี้โดยไม่ต้องใช้งบเพิ่ม

1. **เปิดบันทึกคำทำนายหกช่อง** แล้วลงเรื่องที่กำลังจะตัดสินใจภายในเดือนนี้อย่างน้อยห้าเรื่อง พร้อมระดับความมั่นใจ
2. **เปลี่ยนลำดับการพูดในการประชุม** ให้ทุกคนพูดก่อนและผู้บริหารพูดท้ายสุด
3. **ตั้งแบบสอบถามสองข้อหลังปิดงาน** และกำหนดคนเปิดดูรีวิวตามรอบเวลาที่ชัดเจน
4. **กลับมาตรวจบันทึกทุกไตรมาส** แล้วดูว่าเรื่องประเภทไหนที่ความมั่นใจของตัวเองสูงเกินผลจริง

เหตุที่คำบรรยายนิสัยตามดวงฟังดูตรงกับตัวเองเกือบทุกครั้ง อธิบายไว้ใน[ทุกเรื่องที่ CEO ต้องรู้ ทำไมคำบรรยายบุคลิกจึงตรงกับทุกคน](https://phygital.co.th/insights/ceo-knowledge-hub-mbti-fengshui-business-management) ผู้ที่อยากเห็นว่าราศีเป็นหนึ่งในหกแกนความเชื่อที่ซีรีส์นี้เล่าไว้อย่างไร อ่านได้จาก[สายมูฉบับผู้บริหาร หกแกนความเชื่อ กับปีมะโรงที่เด็กเกิดเพิ่ม](https://phygital.co.th/insights/saimu-executive-mbti-fengshui-zodiac-birthday) ราศีที่อยู่ก่อนราศีสิงห์ใช้ข้อมูลเดือนเกิดของ CEO ตั้งคำถามใน[ผู้บริหารราศีกรกฎ ทำไม CEO เกิดมิถุนายนและกรกฎาคมมีน้อย](https://phygital.co.th/insights/cancer-executive-leadership-zodiac) ราศีธาตุไฟที่เปิดจักรราศีคือ[ผู้บริหารราศีเมษ สงกรานต์กับแรงอยากเริ่มใหม่ที่วัดได้](https://phygital.co.th/insights/aries-executive-leadership-zodiac) ราศีที่อยู่ถัดไปเล่าเรื่องขนาดของกลุ่มดาวจริงบนท้องฟ้าใน[ผู้บริหารราศีกันย์ ดวงอาทิตย์อยู่หน้ากลุ่มดาวหญิงสาว 45 วัน](https://phygital.co.th/insights/virgo-executive-leadership-zodiac) และราศีธาตุไฟอีกราศีหนึ่งที่พูดถึงการเห็นตรงกันของผู้อ่านดวงหลายคนคือ[ผู้บริหารราศีธนู ผู้อ่านดวงหลายคนเห็นตรงกันแค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/sagittarius-executive-leadership-zodiac)

## สรุป

ตำราโหราศาสตร์บรรยายผู้บริหารราศีสิงห์ว่ามั่นใจและดึงคนให้เดินตามได้ งานทดลองที่ Geoffrey Dean รายงานไว้ให้นักโหราศาสตร์ประสบการณ์เฉลี่ยสิบปี 45 คนทายบุคลิกคน 160 คน ผู้ทายมั่นใจสูงแต่ค่าความแม่นออกมา 0.01 ความมั่นใจจึงไม่ได้บอกความถูกต้อง ผู้บริหารที่ทีมเชื่อทุกคำควรจดคำทำนายของตัวเองพร้อมระดับความมั่นใจไว้ตรวจทีหลัง ให้ผู้บริหารพูดท้ายสุดในการประชุม และเปิดช่องทางให้คำติจากลูกค้ามาถึงโดยไม่ต้องผ่านการเกรงใจใคร

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ราศีสิงห์แบบไทยกับแบบสากลตรงกันกี่วัน

ตรงกันเจ็ดวัน คือ 16 ถึง 22 สิงหาคม นอกช่วงนี้คำตอบแยกกัน ช่วง 23 กรกฎาคมถึง 15 สิงหาคมนับเป็นราศีสิงห์ตามตำราตะวันตกเท่านั้น และช่วง 23 สิงหาคมถึง 16 กันยายนนับเป็นราศีสิงห์ตามตำราไทยเท่านั้น วันขอบอาจเลื่อนหนึ่งวันตามปีและตามตำรา

### สิงโตในสัญลักษณ์ราศีมาจากไหน

มาจากกลุ่มดาวสิงโตบนท้องฟ้าที่คนโบราณมองเห็นในช่วงนั้นของปี ตำนานกรีกโยงกลุ่มดาวนี้กับสิงโตแห่งเนเมียในเรื่องเฮอร์คิวลีส เมื่อโหราศาสตร์รับสัญลักษณ์นี้มาใช้ ความหมายเรื่องความองอาจก็ติดมาด้วย สัญลักษณ์จึงช่วยให้จำคำบรรยายได้ง่าย แต่ไม่ได้เป็นหลักฐานเรื่องนิสัยของคน

### งานทดลองของ Dean แปลว่าคนที่ดูดวงเสียเวลาเปล่าหรือไม่

งานนี้ไม่ได้ตอบคำถามนั้น ผลวัดแค่ว่านักโหราศาสตร์ทายบุคลิกสองมิติจากดวงชะตาได้แม่นแค่ไหน คนจำนวนมากดูดวงเพื่อความสบายใจ เพื่อคุยเรื่องชีวิต หรือเพื่อความสนุก ซึ่งเป็นประโยชน์คนละแบบกับความแม่นของคำทำนาย ผู้บริหารควรแยกสองเรื่องนี้ออกจากกันเวลานำความเชื่อเข้ามาใกล้การตัดสินใจทางธุรกิจ

### ควรพูดเรื่องราศีกับทีมในที่ทำงานได้แค่ไหน

พูดในระดับบทสนทนาได้ แต่ห้ามให้เข้าไปอยู่ในการประเมินคน เรื่องที่ต้องกันออกชัดเจนคือการรับคนเข้าทำงาน การมอบงานสำคัญ การเลื่อนตำแหน่ง และการขึ้นเงินเดือน สี่เรื่องนี้กระทบรายได้และอนาคตของพนักงานจริง จึงต้องอ้างผลงานที่ตรวจย้อนหลังได้อย่างเดียว

### วัดอย่างไรว่าการประชุมของเรายังเปิดรับความเห็นค้าน

นับจากบันทึกการประชุมสิบครั้งล่าสุดว่ามีกี่ครั้งที่ข้อสรุปสุดท้ายต่างจากสิ่งที่ผู้บริหารเสนอตอนเริ่ม ถ้าได้ศูนย์หรือหนึ่งครั้ง การประชุมกำลังทำหน้าที่แจ้งให้ทราบมากกว่ากลั่นกรอง ตัวเลขนี้บอกความจริงได้ดีกว่าการถามทีมตรง ๆ ว่ากล้าพูดหรือไม่

## ถ้าข้อเสนอของผู้บริหารผ่านทุกการประชุมโดยไม่ถูกแก้เลย ทีมอาจกำลังเก็บข้อมูลสำคัญไว้ไม่พูด

PHYGITAL AGENCY ช่วยองค์กรพาคนทำงานตัวจริงขึ้นมาอยู่ในผลงานที่เผยแพร่ และวางช่องทางรับเสียงลูกค้าให้ถึงผู้บริหารโดยตรง เพื่อให้แบรนด์มีมากกว่าหนึ่งเสียงที่ลูกค้าเชื่อถือ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
