# คนจุดตะเกียง คนปลุก คนส่งน้ำแข็ง กับประกาศน้ำแข็ง 2568

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/lamplighter-knocker-upper-iceman-lost-professions · เผยแพร่ 14 พฤศจิกายน 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

คนเปิดปิดไฟถนนของสยามถูกแทนด้วยการคิดค่าไฟเป็นยูนิต คนปลุกแพ้นาฬิการาคาถูก ส่วนน้ำแข็งยังขายได้เพราะลูกค้าย้ายไปเป็นร้านค้า และกฎหมายน้ำแข็งเพิ่งปรับใหม่ปี 2568

## Key Takeaways

- **ไฟฟ้าดวงแรกในสยามเปิดใช้วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2427 และคนที่จัดไว้คอยเปิดปิดไฟถนนทำงานไม่ได้ผล** — พระราชหัตถเลขาที่การไฟฟ้านครหลวงยกมาเสนอให้คิดค่าไฟเป็นยูนิตและให้เจ้าของเรือนจ่ายเอง
- **คนปลุกในเมืองโรงงานของอังกฤษเก็บค่าจ้างเป็นเพนนีต่อสัปดาห์** — หนังสือพิมพ์ปี 1914 รายงานว่านาฬิกาปลุกราคาถูกจากอเมริกากำลังทำให้อาชีพนี้หายไป
- **น้ำแข็งในไทยยังขายได้เพราะลูกค้าหลักเป็นร้านค้า** — กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศฉบับที่ 463 พ.ศ. 2568 แทนกติกาปี 2527 และให้ผู้ได้รับอนุญาตเดิมปรับตัวภายในหนึ่งปี

ไฟฟ้า นาฬิกาปลุก และตู้เย็นเข้ามาแทนงานของคนสามกลุ่มในบทนี้ด้วยกลไกคนละแบบ ทั้งสามอาชีพจึงให้บทเรียนคนละข้อกับเจ้าของธุรกิจบริการในยุคปัจจุบัน งานเปิดปิดไฟถนนถูกแทนด้วยการตั้งราคา งานปลุกถูกแทนด้วยสินค้าราคาถูกที่คนซื้อไปใช้เอง ส่วนงานส่งน้ำแข็งยังอยู่ในไทย เพียงแต่ลูกค้าย้ายจากบ้านไปเป็นร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และแผงค้า

ส่วนแรกใช้[หน้าประวัติความเป็นมาของการไฟฟ้านครหลวง](https://www.mea.or.th/about-mea/background/history) ส่วนที่สองใช้บทความของ JSTOR Daily และส่วนน้ำแข็งใช้เอกสารของกองอาหารของ อย. ซึ่งเผยแพร่ประกาศน้ำแข็งฉบับใหม่เมื่อธันวาคม 2568

## คนเปิดปิดไฟถนนในพระราชหัตถเลขา

การไฟฟ้านครหลวงเล่าว่าเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี (เจิม แสง-ชูโต) ครั้งยังเป็นหมื่นไวยวรนาถ ได้เห็นกรุงปารีสสว่างด้วยไฟฟ้า จึงให้ซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าสองเครื่องจากอังกฤษ ฝังสายเคเบิลจากโรงทหารหน้าไปถึงพระบรมมหาราชวัง และเดินเครื่องจ่ายไฟครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2427 ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันพระราชสมภพของรัชกาลที่ 5

เมื่อไฟฟ้าขยายออกไปตามถนน ปัญหาแรกที่การไฟฟ้านครหลวงบันทึกไว้อยู่ที่คนใช้ คือคนในสมัยนั้นยังเปิดปิดสวิตช์ไม่เป็น บางแห่งเปิดไฟทิ้งไว้ตลอดคืน และการติดไฟตามถนนต้องดูว่าถนนสายใดมีคนเดินมากหรือน้อย บางสายติดห่าง ๆ หรือรอให้มีคนสัญจรก่อน

หน้าเดียวกันยกพระราชหัตถเลขาของรัชกาลที่ 5 ที่ทรงวิจารณ์ว่าการจัดคนไว้คอยเปิดคอยปิดไม่ได้ผล สั่งแล้วก็รับคำแต่ไม่ได้ทำ ไฟถนนจึงติดอยู่ทั้งวัน พระราชดำริในพระราชหัตถเลขาคือให้คิดค่าไฟฟ้าเป็นยูนิต ให้เจ้าของเรือนจ่ายเองตามที่ใช้ ติดที่ดับไว้ให้เจ้าของผ่อนใช้ได้ และกำหนดไฟถนนกับพลับพลาให้จุด 12 ชั่วโมง ส่วนที่เกินให้ผู้รับผิดชอบจ่าย

### **ไฟฟ้าครั้งแรกในสยามเปิดใช้เมื่อไร**

การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยระบุตรงกันว่าไฟฟ้าดวงแรกสว่างในพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทเมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2427 โดยเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีเป็นผู้ติดตั้งเครื่องกำเนิดไฟฟ้า ต่อมาในปี 2441 จึงมีบริษัทไฟฟ้าสยามซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าเอกชนแห่งแรก

### จากคนคอยปิดไฟเป็นการคิดเงินตามยูนิต

งานคอยเปิดปิดไฟถนนของสยามไม่ได้หายเพราะมีเครื่องจักรมาทำแทน แต่หายเพราะคนที่จ่ายค่าไฟเปลี่ยนไป เมื่อเจ้าของเรือนต้องจ่ายตามยูนิตที่ใช้ คนที่อยากประหยัดคือคนที่อยู่ใกล้สวิตช์ที่สุด การปิดไฟจึงย้ายจากหน้าที่ของคนรับจ้างมาเป็นความสนใจของเจ้าของเอง สำหรับไฟถนนที่ไม่มีเจ้าของบ้านคอยดู การกำหนดชั่วโมงและเก็บเงินส่วนเกินทำหน้าที่เดียวกัน

ร้านที่คิดค่าบริการแบบเหมาจ่ายเจอปัญหาคล้ายกัน ถ้าลูกค้าไม่เห็นว่าตัวเองใช้ไปเท่าไร ร้านต้องจ้างคนคอยคุมการใช้แทน การแสดงยอดใช้ให้ลูกค้าเห็นเอง เช่นจำนวนครั้งที่เหลือในแพ็กเกจ ทำให้ลูกค้าคุมการใช้ของตัวเองได้โดยร้านไม่ต้องเพิ่มคน

## คนปลุกในเมืองโรงงานของอังกฤษ

คนปลุก หรือ knocker-upper เป็นอาชีพในเมืองโรงงานของอังกฤษและไอร์แลนด์ สมัยที่คนงานต้องเข้ากะตามเวลาแต่นาฬิกาปลุกยังแพงและไม่แม่นพอ [บทความของ Akanksha Singh ใน JSTOR Daily เมื่อ 5 กันยายน 2023](https://daily.jstor.org/who-and-what-was-a-knocker-upper) เล่าว่าคนปลุกเดินตามบ้านตอนเช้ามืด ใช้ไม้ยาวคล้ายคันเบ็ด ค้อนหุ้มผ้า เครื่องเขย่าเสียง หรือหลอดเป่าเม็ดถั่ว เคาะหน้าต่างชั้นบนจนคนข้างในตื่น

ค่าจ้างต่ำและเก็บเป็นรายสัปดาห์ บทความยกตัวอย่าง Betty McEntee ในเขต Louth ที่เก็บสามเพนนีเก่าต่อสัปดาห์ และ Mary Smith ในลอนดอนช่วงทศวรรษ 1930 ที่เก็บหกเพนนีต่อสัปดาห์ ลูกค้าคือคนงานที่ต้องเข้ากะตอนเช้าและเสียงานไม่ได้ถ้าตื่นสาย

นาฬิกาปลุกมีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 แต่สิ่งที่ทำให้อาชีพนี้หดตัวคือราคา บทความอ้างหนังสือพิมพ์ The Guardian ปี 1914 ว่านาฬิการาคาถูกจากอเมริกากำลังทำให้อาชีพนี้ตายในลอนดอน กระนั้นบทความก็บันทึกว่ายังมีคนปลุกทำงานอยู่ถึงราวปี 1960

### **Knocker-upper คืออาชีพอะไร**

Knocker-upper คือคนรับจ้างปลุกคนงานในเมืองโรงงานของอังกฤษและไอร์แลนด์ ช่วงที่นาฬิกาปลุกยังแพงหรือไม่น่าเชื่อถือ คนปลุกเดินตามบ้านตอนเช้ามืดแล้วเคาะหน้าต่างด้วยไม้ยาวหรือเป่าเม็ดถั่วใส่กระจก เก็บค่าจ้างไม่กี่เพนนีต่อสัปดาห์ อาชีพนี้หดตัวเมื่อนาฬิกาปลุกราคาถูกแพร่หลาย

### งานที่หายเพราะของแทนมีราคาต่ำพอ

กรณีคนปลุกต่างจากคนเปิดปิดไฟ ตรงที่ของแทนเป็นสินค้าที่ลูกค้าซื้อไปใช้เองครั้งเดียว เมื่อราคานาฬิกาต่ำกว่าค่าจ้างคนปลุกไม่กี่เดือน คนงานก็เลือกจ่ายครั้งเดียวแทนจ่ายทุกสัปดาห์ บริการใดที่ลูกค้าจ่ายซ้ำทุกรอบ ต้องให้บางอย่างที่ของใช้ครั้งเดียวให้ไม่ได้ ถ้าไม่มี ราคาของแทนจะเป็นตัวตัดสิน

## ลูกค้าน้ำแข็งย้ายจากบ้านไปร้าน

ในประเทศที่ตู้เย็นเข้าไปอยู่ในบ้านแทบทุกหลัง งานขนน้ำแข็งไปส่งหน้าบ้านทุกวันหมดความจำเป็นไป งานส่งน้ำแข็งในไทยไม่ได้หายไปด้วย ร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม ร้านกาแฟ และแผงขายน้ำหวานใช้น้ำแข็งปริมาณมากทุกวันจนต้องสั่งจากโรงน้ำแข็ง ลูกค้าของงานส่งน้ำแข็งจึงย้ายจากครัวเรือนไปเป็นร้านค้า

ลูกค้ากลุ่มใหม่ซื้อด้วยเหตุผลต่างจากเดิม ครัวเรือนเคยซื้อน้ำแข็งไว้แช่อาหาร ร้านค้าซื้อน้ำแข็งไปใส่แก้วให้ลูกค้าของตัวเองกิน ความสะอาดของน้ำแข็งจึงกลายเป็นเรื่องที่ร้านต้องตอบลูกค้าของร้านด้วย และเป็นเหตุที่กฎหมายกำกับน้ำแข็งแยกเป็นเรื่องเฉพาะ

### **ธุรกิจส่งน้ำแข็งยังมีอยู่ไหม**

ยังมี ในไทยน้ำแข็งเป็นอาหารที่มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำกับเฉพาะตั้งแต่ปี 2527 และเพิ่งออกฉบับใหม่ในปี 2568 ลูกค้าหลักของงานส่งน้ำแข็งเปลี่ยนจากบ้านเรือนเป็นร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม และแผงค้า ซึ่งซื้อน้ำแข็งไปเสิร์ฟต่อ งานส่งน้ำแข็งจึงย้ายกลุ่มลูกค้าแทนที่จะหายไป

## ประกาศน้ำแข็งฉบับที่ 463

กองอาหารแจ้งเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 ว่าประกาศกระทรวงสาธารณสุขสี่ฉบับที่เกี่ยวกับน้ำบริโภคได้ลงราชกิจจานุเบกษาแล้ว หนึ่งในนั้นคือฉบับที่ 463 พ.ศ. 2568 เรื่องน้ำแข็ง ออกตาม พ.ร.บ.อาหาร ลงราชกิจจานุเบกษาเล่ม 142 ตอนพิเศษ 386 ง วันที่ 11 ธันวาคม 2568 ฉบับนี้แก้ประกาศฉบับที่ 78 ปี 2527 และฉบับแก้ไขอีกสามฉบับในปี 2534 2545 และ 2547

ตาม[สรุปหลักการและสาระสำคัญของประกาศน้ำแข็งที่กองอาหารเผยแพร่](https://food.fda.moph.go.th/press-release/law-sumwater4/) ฉบับใหม่มีหกเรื่องหลัก

1. **คุณภาพน้ำและน้ำแข็ง** ปรับให้ตรงกับเกณฑ์น้ำดื่มบรรจุภาชนะปิดสนิทฉบับที่ 462 และเพิ่มรายการสารเคมีปนเปื้อนในน้ำ
2. **วิธีการผลิต** ยกเลิกรายละเอียดเดิม แล้วให้ทำตามประกาศเรื่องวิธีการผลิตฉบับที่ 420 ปี 2563
3. **น้ำแข็งที่ไม่ได้ใช้กิน** ยกเลิกข้อกำหนดการควบคุมการผลิตน้ำแข็งเพื่อจำหน่ายสำหรับใช้อย่างอื่น และยกเลิกการแสดงฉลากของน้ำแข็งที่ไม่ได้จำหน่ายต่อผู้บริโภค
4. **ฉลาก** ต้องมีข้อความว่า "น้ำแข็งใช้รับประทาน" โดยไม่บังคับสีตัวอักษร และทำตามประกาศเรื่องฉลากอาหารในภาชนะบรรจุ
5. **ผู้ประกอบการรายเดิม** ที่ได้รับอนุญาตก่อนประกาศใช้บังคับ ต้องปฏิบัติตามภายในหนึ่งปี
6. **วันใช้บังคับ** วันรุ่งขึ้นหลังลงราชกิจจาฯ

### **ประกาศน้ำแข็งฉบับใหม่ปี 2568 เปลี่ยนอะไรบ้าง**

ประกาศ สธ. ฉบับที่ 463 พ.ศ. 2568 ปรับเกณฑ์คุณภาพน้ำแข็งให้ตรงกับน้ำบริโภคบรรจุขวดฉบับที่ 462 เพิ่มรายการสารเคมีปนเปื้อน ให้วิธีการผลิตอ้างตามประกาศฉบับที่ 420 กำหนดฉลากคำว่า "น้ำแข็งใช้รับประทาน" และให้ผู้ได้รับอนุญาตเดิมปรับตัวภายในหนึ่งปี มีผลวันรุ่งขึ้นหลังลงราชกิจจาฯ 11 ธันวาคม 2568

### เกณฑ์จุลินทรีย์ที่โรงน้ำแข็งต้องตรวจ

สรุปของกองอาหารระบุค่าด้านจุลินทรีย์ของน้ำที่ใช้ผลิตและน้ำแข็งไว้ดังนี้

| รายการ                     | เกณฑ์                                                |
| -------------------------- | ---------------------------------------------------- |
| แบคทีเรียชนิดโคลิฟอร์ม | น้อยกว่า 1.1 ต่อ 100 มิลลิลิตร วิธีเอ็มพีเอ็น    |
| อี. โคไล                   | น้อยกว่า 1.1 ต่อ 100 มิลลิลิตร วิธีเอ็มพีเอ็น    |
| แซลโมเนลลา              | ไม่พบใน 100 มิลลิลิตร                              |
| สแตฟีโลค็อกคัส ออเรียส   | ไม่เกิน 100 CFU ใน 100 มิลลิลิตร                    |
| โนโรไวรัส                | ควรตรวจในช่วงที่เสี่ยงโรคระบาดทางเดินอาหาร |

รายละเอียดของการตรวจโรงงานตามเกณฑ์วิธีการผลิตฉบับที่ 420 อยู่ใน[OEM อาหารเครื่องดื่ม ตรวจโรงงานตาม GMP 420 ก่อนส่งออก](https://phygital.co.th/insights/thailand-food-beverage-oem-export-fmcg-guide)

## สามอาชีพกับสามแบบของการถูกแทน

| อาชีพ              | สิ่งที่มาแทน                                      | ใครจ่ายหลังเปลี่ยน          | สิ่งที่เหลืออยู่                      |
| ------------------ | --------------------------------------------------- | ------------------------------ | ---------------------------------------- |
| คนเปิดปิดไฟถนน | การคิดค่าไฟเป็นยูนิตและชั่วโมงจุดที่กำหนด | เจ้าของเรือนจ่ายตามที่ใช้ | ไฟถนนที่รัฐดูแล                      |
| คนปลุก            | นาฬิกาปลุกราคาถูก                                | คนงานจ่ายครั้งเดียว        | ไม่เหลือเป็นอาชีพ                     |
| คนส่งน้ำแข็ง    | ตู้เย็นในบ้าน                                    | ร้านค้าจ่ายแทนครัวเรือน   | งานส่งให้ร้านค้าภายใต้กฎหมายใหม่ |

ตารางนี้ต่อจากข้อค้นพบในบทแม่ของชุด ว่างานมักหายเป็นรายส่วนและย้ายไปอยู่ที่อื่น อ่านตัวเลขของงานวิจัยได้ใน[อาชีพที่หายไปตามยุค งานราว 60% ในปี 2018 ไม่มีชื่อในปี 1940](https://phygital.co.th/insights/creative-destruction-lost-professions-business-lessons) ส่วนงานประกาศข่าวที่ย้ายจากเสียงไปเป็นสิ่งพิมพ์อยู่ใน[อาลักษณ์และผู้ป่าวประกาศ จากหมายลายมือถึงราชกิจจานุเบกษา](https://phygital.co.th/insights/scribe-town-crier-lost-professions) และงานในสำนักงานที่ถูกระบบอัตโนมัติแทนอยู่ใน[พนักงานต่อสาย มนุษย์คำนวณ พิมพ์ดีด คนเดิมไปอยู่ที่ไหน](https://phygital.co.th/insights/switchboard-operator-human-computer-typing-pool-lost-professions)

## โรงน้ำแข็งควรเตรียมอะไรก่อนครบหนึ่งปี

ประกาศฉบับที่ 463 มีผลวันรุ่งขึ้นหลังลงราชกิจจาฯ วันที่ 11 ธันวาคม 2568 และให้ผู้ได้รับอนุญาตเดิมปฏิบัติตามภายในหนึ่งปี ช่วงผ่อนผันจึงสิ้นสุดราวกลางเดือนธันวาคม 2569 วันที่แน่นอนควรยืนยันกับ สสจ. ที่ออกใบอนุญาตให้

1. **ตรวจน้ำที่ใช้ผลิต** ตามรายการสารเคมีปนเปื้อนที่เพิ่มขึ้น ส่งตัวอย่างให้ห้องปฏิบัติการตรวจก่อนครบกำหนด เพื่อมีเวลาแก้ระบบกรองถ้าไม่ผ่าน
2. **เทียบสายการผลิตกับเกณฑ์ฉบับที่ 420** เพราะรายละเอียดวิธีการผลิตแบบเดิมในประกาศน้ำแข็งถูกยกเลิกแล้ว
3. **ทำฉลากใหม่** ให้มีคำว่า "น้ำแข็งใช้รับประทาน" ตามเกณฑ์ฉลากอาหาร และแยกถุงน้ำแข็งที่ไม่ได้ใช้กินให้ชัด
4. **บอกลูกค้าร้านค้า** ว่าโรงงานปรับตามประกาศแล้ว ร้านอาหารที่ถูกลูกค้าถามเรื่องน้ำแข็งจะได้มีคำตอบ

## สรุป

สามอาชีพในบทนี้หายไปคนละแบบ งานเปิดปิดไฟถนนของสยามหลังไฟฟ้าดวงแรกเปิดใช้เมื่อ 20 กันยายน 2427 ถูกแทนด้วยการคิดค่าไฟเป็นยูนิตและกำหนดชั่วโมงจุด ตามพระราชหัตถเลขาที่การไฟฟ้านครหลวงยกมา คนปลุกในเมืองโรงงานของอังกฤษที่เก็บค่าจ้างไม่กี่เพนนีต่อสัปดาห์แพ้นาฬิกาปลุกราคาถูก ส่วนงานส่งน้ำแข็งในไทยย้ายลูกค้าจากบ้านไปเป็นร้านค้า และต้องปรับตามประกาศ สธ. ฉบับที่ 463 พ.ศ. 2568 ที่ลงราชกิจจานุเบกษา 11 ธันวาคม 2568 โดยผู้ได้รับอนุญาตเดิมมีเวลาหนึ่งปี

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### สยามมีอาชีพจุดตะเกียงถนนแบบยุโรปไหม

แหล่งที่อ้างในบทนี้ไม่ได้บันทึกอาชีพจุดตะเกียงถนนของสยามโดยตรง สิ่งที่การไฟฟ้านครหลวงบันทึกคือคนที่จัดไว้คอยเปิดปิดไฟฟ้าถนนในสมัยรัชกาลที่ 5 ก่อนหน้านั้นบ้านเรือนใช้เทียนและตะเกียงน้ำมันก๊าดของใครของมัน

### ร้านอาหารต้องซื้อน้ำแข็งที่มีเลขอนุญาตไหม

น้ำแข็งเป็นอาหารที่มีประกาศกระทรวงสาธารณสุขกำกับเฉพาะ ฉบับใหม่กำหนดฉลาก "น้ำแข็งใช้รับประทาน" ร้านที่ซื้อไปเสิร์ฟลูกค้าควรเลือกผู้ผลิตที่ได้รับอนุญาตและดูฉลากบนถุง รายละเอียดการอนุญาตถามได้ที่ สสจ. ในพื้นที่หรือกองอาหาร

### น้ำแข็งที่ใช้แช่ของต้องทำตามประกาศนี้ไหม

ประกาศฉบับใหม่ยกเลิกข้อกำหนดการควบคุมการผลิตน้ำแข็งเพื่อจำหน่ายที่มีวัตถุประสงค์อื่นนอกจากใช้รับประทาน และยกเลิกการแสดงฉลากของน้ำแข็งที่ไม่ได้จำหน่ายต่อผู้บริโภค โรงน้ำแข็งที่ผลิตทั้งสองแบบควรแยกให้ลูกค้าเห็นว่าถุงไหนใช้กินได้

### ค่าจ้างคนปลุกหกเพนนีต่อสัปดาห์เทียบเป็นเงินบาทวันนี้ได้ไหม

เทียบตรง ๆ ไม่ได้ เพนนีก่อนอังกฤษเปลี่ยนระบบเงินเป็นทศนิยมในปี 1971 เป็นหน่วยเก่า และค่าครองชีพต่างกันมาก ตัวเลขที่ใช้ได้คือการเทียบในยุคเดียวกัน ค่าบริการที่จ่ายทุกสัปดาห์ถูกนาฬิกาที่จ่ายครั้งเดียวแทน

### บทเรียนของสามอาชีพใช้กับธุรกิจบริการวันนี้อย่างไร

ถามสามข้อ ถ้าลูกค้าจ่ายตามการใช้จะยังต้องจ้างเราไหม ถ้ามีของที่ลูกค้าซื้อครั้งเดียวแล้วใช้แทนเราได้ ราคาห่างจากค่าบริการของเราเท่าไร และถ้าลูกค้ากลุ่มเดิมหายไป มีลูกค้ากลุ่มไหนที่ยังต้องการสิ่งที่เราทำ

## ลูกค้าน้ำแข็งวันนี้คือร้านค้าที่ต้องการของตรงเวลา โรงน้ำแข็งที่ตอบออเดอร์ได้เร็วจึงรักษาร้านประจำได้นานกว่า

PHYGITAL AGENCY วางระบบรับออเดอร์และแจ้งรอบส่งผ่านแชทให้โรงน้ำแข็ง ตอบร้านค้าได้ทุกช่วงของวัน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
