# ทุนเกาหลีและครอบครัว Expat ที่พาลูกมาเรียน เงื่อนไขผู้ปกครอง

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/korean-expat-investment-chiang-mai-business · เผยแพร่ 26 ตุลาคม 2564 · อ่าน 15 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ผู้ปกครองต่างชาติที่อยู่ดูแลลูกซึ่งเรียนในไทยต้องมีเงินฝากในธนาคารไทย 500,000 บาท ส่วนผู้มาเยือนชาวเกาหลีปี 2568 อยู่เฉลี่ย 6.56 วัน ธุรกิจควรแยกลูกค้าสองกลุ่มนี้

## Key Takeaways

- **ผู้มาเยือนชาวเกาหลีใต้ปี 2568 มี 1,555,227 คน อยู่ในไทยเฉลี่ย 6.56 วัน** — จากรายงานรายได้การท่องเที่ยวรายสัญชาติ ตัวเลขนี้เป็นลูกค้าระยะสั้นเกือบทั้งหมด และไม่ได้บอกว่ามีครอบครัวชาวเกาหลีอยู่ในเชียงใหม่กี่ครอบครัว
- **บิดาหรือมารดาที่อยู่ดูแลลูกซึ่งเรียนในไทยต้องมีเงินฝากในธนาคารไทยในนามตนเองไม่น้อยกว่า 500,000 บาท** — คงอยู่ตลอด 3 เดือนย้อนหลัง และปีแรกต้องฝากไว้แล้วไม่น้อยกว่า 30 วันก่อนยื่นคำขอ ตามที่สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองกำหนด
- **การพำนักของนักเรียนต่างชาติอาศัยหนังสือรับรองจากโรงเรียน** — ครอบครัวกลุ่มนี้จึงใช้ชีวิตตามปีการศึกษา ธุรกิจที่พัก การเรียนเสริม และบริการเอกสารที่วางรอบบริการตามปฏิทินนี้ตอบความต้องการได้ตรงกว่าโปรโมชันตามฤดูท่องเที่ยว

ธุรกิจในเชียงใหม่ที่อยากทำตลาดกับลูกค้าชาวเกาหลีใต้ มักมองลูกค้ากลุ่มนี้เป็นกลุ่มเดียว ทั้งที่ชาวเกาหลีใต้ที่ธุรกิจในเชียงใหม่พบมีอย่างน้อยสองกลุ่มที่ต้องการบริการต่างกัน กลุ่มแรกคือนักท่องเที่ยวที่อยู่ไม่กี่วัน กลุ่มที่สองคือครอบครัวที่พาลูกมาเรียนและอยู่ตามปีการศึกษา ตัวเลขทางการที่หาได้ส่วนใหญ่นับกลุ่มแรก ส่วนกลุ่มที่สองต้องดูจากหลักเกณฑ์การพำนักที่ครอบครัวต้องผ่าน

หลักเกณฑ์ชุดนั้นกำหนดว่าผู้ปกครองต้องมีเงินเท่าไร ต้องเก็บไว้ที่ไหน และต้องใช้เอกสารอะไรจากโรงเรียนทุกปี ข้อมูลเหล่านี้บอกได้ว่าครอบครัวต้องการความช่วยเหลือเรื่องใดและช่วงเวลาใด เนื้อหาต่อจากนี้ใช้ตัวเลขผู้มาเยือนกับหลักเกณฑ์การพำนักแยกสองกลุ่มออกจากกัน ตั้งแต่ระยะเวลาที่อยู่ ช่วงเดือนที่มากันมาก ไปจนถึงเงินฝากและเอกสารที่ครอบครัวต้องใช้ ฟิจิทัล เอเจนซี ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในอำเภอเมืองเชียงใหม่ ใช้ข้อมูลสองชุดนี้แยกลูกค้าให้ธุรกิจก่อนวางงบสื่อสารกับลูกค้าชาวเกาหลี

## ผู้มาเยือนชาวเกาหลีปี 2568 อยู่ในไทยเฉลี่ยไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์

ปี 2568 มีผู้มาเยือนสัญชาติเกาหลีใต้เดินทางเข้าไทย 1,555,227 คน อยู่เฉลี่ยคนละ 6.56 วัน และใช้จ่ายเฉลี่ยวันละ 5,826.29 บาทต่อคน ลูกค้าจากตัวเลขชุดนี้จึงเป็นผู้มาเยือนระยะสั้น ไม่ใช่ผู้พำนักระยะยาว

[สรุปรายได้และค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทย ปี 2568](https://www.mots.go.th/news/category/836) ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แยกข้อมูลตามสัญชาติและหมวดค่าใช้จ่าย ตัวเลขของผู้มาเยือนชาวเกาหลีทั้งปีมีดังนี้

| รายการ (ทั้งประเทศ ม.ค.-ธ.ค. 2568) | ผู้มาเยือนสัญชาติเกาหลีใต้                                                                                                    |
| ----------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| จำนวนผู้มาเยือน                  | 1,555,227 คน (ราว 4.7% ของผู้มาเยือนต่างชาติทั้งหมด 32,974,321 คน)                                                          |
| ระยะพำนักเฉลี่ย                   | 6.56 วัน                                                                                                                          |
| ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย                 | 5,826.29 บาทต่อคนต่อวัน                                                                                                       |
| รายได้รวม                         | 59,413.46 ล้านบาท                                                                                                                |
| หมวดที่ใช้จ่ายมากที่สุด        | ที่พัก 21,993.12 ล้านบาท (ราว 37%) · อาหารและเครื่องดื่ม 12,542.60 ล้านบาท (ราว 21%) · ช้อปปิ้ง 8,858.70 ล้านบาท (ราว 15%) |

เมื่อหารรายได้รวมด้วยจำนวนผู้มาเยือน ได้ค่าใช้จ่ายราว 38,200 บาทต่อคนต่อการเดินทางหนึ่งครั้ง ตัวเลขนี้เป็นค่าเฉลี่ยที่คำนวณเอง ไม่ได้อยู่ในตารางต้นทาง

### ตัวเลขระดับประเทศบอกจำนวนชาวเกาหลีในเชียงใหม่ได้หรือไม่

บอกไม่ได้ ตารางนี้นับการเดินทางเข้าประเทศทั้งหมด ไม่ได้แยกว่าผู้มาเยือนไปจังหวัดใด ส่วนสถิติรายจังหวัดของกระทรวงเดียวกันไม่ได้แยกสัญชาติ นับชาวต่างชาติรวมเป็นก้อนเดียว ครอบครัวที่พำนักตามปีการศึกษาก็ไม่ได้ถูกนับแยก ธุรกิจที่ต้องการขนาดตลาดในจังหวัดจึงต้องใช้ข้อมูลจากลูกค้าของตัวเองประกอบ และควรระวังตัวเลขประมาณการที่ไม่บอกแหล่งที่มา

## ไตรมาสแรกของปีมีผู้มาเยือนชาวเกาหลีมากที่สุด

ในปี 2568 ผู้มาเยือนชาวเกาหลีเดินทางเข้าไทยมากที่สุดในไตรมาสแรก และน้อยที่สุดในไตรมาสที่สอง ไตรมาสที่เงียบที่สุดมีผู้มาเยือนเพียงราว 55% ของไตรมาสที่คึกคักที่สุด ธุรกิจที่พึ่งผู้มาเยือนระยะสั้นจึงควรวางรายได้ตามรอบนี้

| ไตรมาส ปี 2568 | ผู้มาเยือนชาวเกาหลี | ใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อวัน |
| -------------- | ----------------------- | ------------------------------ |
| ม.ค.-มี.ค.     | 497,930 คน              | 5,650.00 บาท                   |
| เม.ย.-มิ.ย.    | 274,177 คน              | 5,989.92 บาท                   |
| ก.ค.-ก.ย.      | 365,926 คน              | 5,619.46 บาท                   |
| ต.ค.-ธ.ค.      | 417,194 คน              | 6,061.70 บาท                   |

ข้อสังเกตจากตารางคือจำนวนคนกับค่าใช้จ่ายต่อวันไม่ได้ขึ้นลงพร้อมกัน ไตรมาสที่สองมีคนน้อยที่สุด แต่ค่าใช้จ่ายต่อวันสูงกว่าไตรมาสแรก ตัวเลขไม่ได้บอกเหตุผล จึงไม่ควรเดาว่ามาจากกลุ่มลูกค้าแบบใด การวางแผนรายได้ทั้งปีจากเดือนที่เงียบที่สุดอธิบายไว้ใน[ถอดรหัสเชียงใหม่เมืองปราบเซียน วางแผนจากเดือนที่รายได้ต่ำสุด](https://phygital.co.th/insights/chiang-mai-business-survival-strategy)

### ร้านควรทำโปรโมชันรับลูกค้าชาวเกาหลีช่วงไหน

ถ้าลูกค้าหลักเป็นผู้มาเยือนระยะสั้น ช่วงต้นปีคือช่วงที่มีคนเดินทางเข้าไทยมากที่สุดในปี 2568 และช่วงปลายปีรองลงมา แต่ร้านในเชียงใหม่ควรเทียบกับยอดขายจริงของร้านก่อน เพราะตัวเลขนี้เป็นระดับประเทศ ส่วนครอบครัวที่พาลูกมาเรียนใช้จ่ายตามปีการศึกษา โปรโมชันตามฤดูท่องเที่ยวจึงไม่ใช่เครื่องมือหลักสำหรับกลุ่มนี้ งานที่ได้ผลกว่าคือบริการที่ต่อเนื่องทั้งปี

## นักเรียนต่างชาติอยู่ต่อได้ด้วยหนังสือรับรองจากโรงเรียน

นักเรียนต่างชาติที่ขออยู่ต่อเพื่อศึกษาต้องมีหนังสือรับรองและร้องขอจากสถานศึกษา การพำนักของทั้งครอบครัวจึงผูกกับสถานะนักเรียนของลูก ถ้าลูกเปลี่ยนโรงเรียนหรือหยุดเรียน เอกสารของผู้ปกครองก็ได้รับผลกระทบไปด้วย

[หน้าหลักเกณฑ์การขออยู่ต่อของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง](https://www.immigration.go.th/?p=14695) หัวข้อกรณีเพื่อศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน กำหนดว่านักเรียนต้องเข้าประเทศด้วยวีซ่าประเภทคนอยู่ชั่วคราว สถานศึกษาต้องได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และหนังสือจากสถานศึกษาต้องระบุจำนวนปีการศึกษา ระดับหลักสูตร และผลการศึกษาของผู้ยื่นคำขอ

| เอกสารที่ต้องใช้ (กรณีศึกษาในสถานศึกษาเอกชน)                       | โรงเรียนนานาชาติ                                      |
| -------------------------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------ |
| แบบคำขอ ตม.7 และสำเนาหนังสือเดินทาง                                     | ต้องใช้                                               |
| สำเนาหลักฐานการอนุญาตให้จัดตั้งสถานศึกษา                          | ต้องใช้                                               |
| หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษา                          | ต้องใช้                                               |
| หนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐระดับกรมหรือผู้ว่าราชการจังหวัด | ได้รับยกเว้น (ยกเว้นเช่นเดียวกับระดับอุดมศึกษา) |

### โรงเรียนมีบทบาทอะไรกับการพำนักของครอบครัวต่างชาติ

โรงเรียนเป็นผู้ออกเอกสารที่นักเรียนใช้ยื่นขออยู่ต่อ และเอกสารนั้นต้องแสดงระดับหลักสูตรกับผลการศึกษาด้วย ครอบครัวจึงติดต่อฝ่ายทะเบียนของโรงเรียนเป็นประจำทุกรอบที่ต้องต่ออายุ สำหรับธุรกิจการศึกษาที่ไม่ใช่โรงเรียน เช่น สถาบันกวดวิชาหรือคอร์สภาษา ข้อนี้บอกว่าผลการเรียนในโรงเรียนหลักมีความหมายกับครอบครัวมากกว่าผลการเรียนทั่วไป เพราะผูกกับเอกสารการพำนักโดยตรง

## ผู้ปกครองที่อยู่ดูแลลูกต้องมีเงินฝาก 500,000 บาทในธนาคารไทย

บิดาหรือมารดาของนักเรียนต่างชาติที่ขออยู่ต่อเพื่อดูแลลูกต้องมีเงินฝากในธนาคารในประเทศไทยในนามตนเองไม่น้อยกว่า 500,000 บาท และเงินต้องคงอยู่ในบัญชีตลอด 3 เดือนย้อนหลัง เงินก้อนนี้จึงถูกกันไว้ในบัญชีตลอดช่วงที่ครอบครัวอยู่ในไทย และใช้จ่ายไม่ได้ทั้งก้อน

หลักเกณฑ์หัวข้อกรณีเป็นครอบครัวของคนต่างด้าวที่ได้รับอนุญาตให้อยู่เพื่อศึกษาในสถานศึกษา จำกัดสมาชิกครอบครัวไว้เฉพาะบิดา มารดา คู่สมรส บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส เงื่อนไขของแต่ละกรณีต่างกัน

| สมาชิกครอบครัวของนักเรียนต่างชาติ   | เงื่อนไขตามหลักเกณฑ์                                                                                         |
| ---------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| บิดาหรือมารดา                          | เงินฝากในธนาคารในประเทศไทยในนามบิดาหรือมารดาไม่น้อยกว่า 500,000 บาท คงอยู่ตลอด 3 เดือนย้อนหลัง |
| บิดาหรือมารดา (ปีแรก)                 | แสดงบัญชีที่มีเงินจำนวนดังกล่าวฝากอยู่แล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ                   |
| คู่สมรส                                 | ต้องมีความสัมพันธ์กันทั้งทางนิตินัยและพฤตินัย                                                          |
| บุตร บุตรบุญธรรม หรือบุตรของคู่สมรส | ยังไม่สมรส อยู่อาศัยเป็นส่วนหนึ่งของครัวเรือน และอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์                        |

### ผู้ปกครองที่เพิ่งย้ายมาปีแรกต้องเตรียมเงินฝากนานแค่ไหน

หลักเกณฑ์ผ่อนให้ปีแรก คือเงิน 500,000 บาทต้องอยู่ในบัญชีมาแล้วไม่น้อยกว่า 30 วัน ณ วันที่ยื่นคำขอ ส่วนปีถัดไปต้องคงอยู่ตลอด 3 เดือนย้อนหลัง ครอบครัวที่เพิ่งมาถึงจึงต้องเปิดบัญชีและโอนเงินเข้าตั้งแต่ช่วงแรก ธนาคาร ที่ปรึกษาด้านเอกสาร และเจ้าของที่พักที่อธิบายลำดับนี้ให้ครอบครัวเข้าใจได้ตั้งแต่วันแรกจะเป็นคนที่ครอบครัวกลับมาถามต่อ

## เดือนแรกของครอบครัวคือเดือนที่ต้องจัดการเอกสารมากที่สุด

ครอบครัวที่ย้ายมาพร้อมลูกต้องทำหลายเรื่องพร้อมกันในเดือนแรก ทั้งเปิดบัญชีธนาคาร หาที่พัก รับเอกสารจากโรงเรียน และเตรียมยื่นคำขออยู่ต่อ ธุรกิจที่ช่วยให้เดือนแรกผ่านไปเรียบร้อยมีโอกาสได้ลูกค้าต่อเนื่องทั้งปีการศึกษา

ความต้องการในเดือนแรกแบ่งได้ตามประเภทธุรกิจ

1. **ที่พัก** สัญญาเช่าที่ระยะเวลาสอดคล้องกับปีการศึกษา และหลักฐานการแจ้งที่พักที่เจ้าของต้องทำภายใน 24 ชั่วโมง รายละเอียดหน้าที่ของเจ้าบ้านอยู่ใน[ทุนญี่ปุ่น ตลาด Long-stay วัยเกษียณ เริ่มจากเงื่อนไขวีซ่า](https://phygital.co.th/insights/japanese-investment-long-stay-chiang-mai)
2. **บริการเอกสารและแปลภาษา** เอกสารแสดงความสัมพันธ์ในครอบครัว เช่น สูติบัตรและหลักฐานการสมรส ซึ่งหลักเกณฑ์ระบุให้ใช้ประกอบคำขอ
3. **ร้านอาหารและร้านค้าใกล้โรงเรียน** มื้ออาหารและของใช้ประจำวันที่ซื้อซ้ำตามตารางเรียนของลูก
4. **การเรียนเสริม** คอร์สภาษาและวิชาเสริมที่ผู้ปกครองเลือกหลังรู้ระดับชั้นและหลักสูตรของลูกแล้ว

### เจ้าของที่พักควรทำสัญญากับครอบครัวที่พาลูกมาเรียนอย่างไร

ควรกำหนดระยะเวลาเช่าให้สอดคล้องกับปีการศึกษาของโรงเรียน และเขียนเงื่อนไขกรณีครอบครัวต้องย้ายออกก่อนกำหนดให้ชัด เพราะการพำนักของผู้ปกครองขึ้นกับสถานะนักเรียนของลูก ถ้าเอกสารจากโรงเรียนมีปัญหา ครอบครัวอาจต้องออกจากประเทศเร็วกว่าแผน สัญญาที่ระบุเรื่องนี้ไว้ล่วงหน้าลดข้อพิพาทเรื่องเงินมัดจำได้มาก และทำให้ครอบครัวไว้ใจเจ้าของที่พักตั้งแต่วันเซ็นสัญญา

## ช่องทางที่ลูกค้าชาวเกาหลีใช้ต้องวัดจากลูกค้าของร้านเอง

ลูกค้าชาวเกาหลีจำนวนหนึ่งใช้บริการค้นหาและแอปแชทของบริษัทเกาหลี เช่น Naver และ KakaoTalk แต่ยังไม่มีตัวเลขที่ตรวจได้ว่าลูกค้าในเชียงใหม่ใช้ช่องทางใดมากที่สุด การถามลูกค้าที่มาใช้บริการจริงให้คำตอบที่ตรงกว่าการเดาจากพฤติกรรมในประเทศต้นทาง

วิธีที่ร้านทำได้เองคือถามลูกค้าชาวเกาหลีทุกคนในช่วงหนึ่งเดือนว่ารู้จักร้านจากช่องทางใด แล้วบันทึกแยกระหว่างผู้มาเยือนระยะสั้นกับครอบครัวที่อยู่ประจำ สองกลุ่มนี้อาจพบร้านจากคนละทาง เพราะผู้มาเยือนมีเวลาในจังหวัดไม่กี่วัน ขณะที่ครอบครัวมีเวลาทั้งปีการศึกษาให้ได้ยินชื่อร้านจากผู้ปกครองคนอื่น การแยกบันทึกจึงบอกได้ว่าเงินค่าสื่อสารของแต่ละกลุ่มควรไปอยู่ที่ใด

### ร้านไทยควรจ้างบล็อกเกอร์ชาวเกาหลีเขียนรีวิวหรือไม่

จ้างได้ แต่ผู้อ่านต้องรู้ว่าร้านจ่ายเงินหรือให้ของแลกกับรีวิวนั้น รีวิวที่จ้างแล้วทำให้ดูเหมือนลูกค้าเขียนเองเสี่ยงต่อความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเมื่อลูกค้าประจำเป็นกลุ่มผู้ปกครองที่รู้จักกันผ่านโรงเรียน กติกาการเปิดเผยค่าตอบแทนของผู้รีวิวอธิบายไว้ใน[บริการจัดหาและบริหาร Influencer / KOL ปั่นกระแสเพิ่มยอดขาย](https://phygital.co.th/insights/influencer-kol-management-agency) ร้านควรวัดผลรีวิวจากจำนวนลูกค้าที่บอกว่ามาเพราะรีวิวนั้นด้วย

## ฟิจิทัล เอเจนซี วัดตลาดลูกค้าชาวเกาหลีให้ธุรกิจอย่างไร

งานเริ่มจากแยกลูกค้าชาวเกาหลีที่ธุรกิจมีอยู่แล้วออกเป็นผู้มาเยือนระยะสั้นกับครอบครัวที่อยู่ตามปีการศึกษา แล้ววัดว่าแต่ละกลุ่มสร้างรายได้เท่าไรและมาจากช่องทางใด ขั้นต่อไปจึงเลือกว่าจะลงทุนกับกลุ่มไหน ก่อนทำเมนู ป้าย หรือบัญชีบนแพลตฟอร์มใหม่

ถ้าธุรกิจยังไม่มีข้อมูลลูกค้าเลย งานจะเริ่มจากออกแบบแบบสอบถามสั้นที่หน้าร้านและกำหนดระยะเวลาเก็บข้อมูล วิธีตรวจว่าผลสำรวจเชื่อถือได้หรือไม่อธิบายไว้ใน[บริการวิจัยตลาด ตรวจอย่างไรว่าผลวิจัยเชื่อถือได้](https://phygital.co.th/insights/market-research-service) ถ้าคู่ค้าชาวเกาหลีเสนอให้ร่วมทุนเปิดกิจการ ข้อจำกัดเรื่องสัดส่วนหุ้นของคนต่างด้าวดูได้ใน[ทุนจีนในเชียงใหม่ ธุรกิจไทยร่วมค้าได้แค่ไหนตามกฎหมาย](https://phygital.co.th/insights/chinese-investment-chiang-mai-business-opportunities)

### ธุรกิจที่มีลูกค้าชาวเกาหลีไม่กี่รายควรเริ่มเก็บข้อมูลหรือยัง

ควรเริ่ม เพราะการเก็บข้อมูลตั้งแต่ลูกค้ายังน้อยทำให้เห็นแนวโน้มก่อนตัดสินใจลงทุนก้อนใหญ่ ข้อมูลที่ต้องมีเพียงสามอย่าง คือสัญชาติของลูกค้า ระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัด และช่องทางที่รู้จักร้าน เก็บครบสามเดือนแล้วจะรู้ว่ากลุ่มครอบครัวมีสัดส่วนเท่าไร ถ้าสัดส่วนต่ำ การลงทุนแปลเอกสารหรือเปิดบัญชีบนแพลตฟอร์มเกาหลียังรอได้ และเงินส่วนนั้นควรไปอยู่ที่ลูกค้ากลุ่มหลักของร้านก่อน

## แยกลูกค้าสองกลุ่มก่อนลงทุนเพิ่ม

งานแรกคือเพิ่มคำถามสั้นหนึ่งข้อตอนชำระเงินว่าลูกค้าอยู่ในจังหวัดนานเท่าไร แล้วเก็บข้อมูลอย่างน้อยสามเดือน ผลที่ได้จะบอกว่าลูกค้าชาวเกาหลีของร้านเป็นผู้มาเยือนระยะสั้นหรือครอบครัวที่อยู่ประจำ และแต่ละกลุ่มใช้จ่ายเท่าไร

งานที่สองขึ้นกับผลของงานแรก ถ้าลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้มาเยือน ให้วางรายได้ตามไตรมาสที่คนเดินทางมากและน้อย ถ้าเป็นครอบครัว ให้วางบริการที่ต่อเนื่องตามปีการศึกษา เช่น แพ็กเกจรายเดือน การจองล่วงหน้า และเอกสารที่ครอบครัวนำไปใช้ต่อได้ ธุรกิจที่อยากรู้ว่าลูกค้าต่างชาติกลุ่มอื่นในจังหวัดต้องการอะไร อ่านต่อได้ใน[ชาวเมียนมาและชาติพันธุ์ในเชียงใหม่ หน้าที่นายจ้างตามกฎหมาย](https://phygital.co.th/insights/myanmar-ethnic-groups-market-chiang-mai)

## สรุป

ลูกค้าชาวเกาหลีในเชียงใหม่มีอย่างน้อยสองกลุ่ม ผู้มาเยือนระยะสั้นทั้งประเทศปี 2568 มี 1,555,227 คน อยู่เฉลี่ย 6.56 วัน และเดินทางมากที่สุดในไตรมาสแรก ส่วนครอบครัวที่พาลูกมาเรียนอยู่ตามปีการศึกษา ผู้ปกครองต้องมีเงินฝาก 500,000 บาทในธนาคารไทย และพำนักได้ด้วยหนังสือรับรองจากโรงเรียนของลูก ร้านที่แยกลูกค้าสองกลุ่มได้จะวางบริการและงบประมาณได้ตรงกลุ่มกว่า

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ผู้ปกครองที่อยู่ดูแลลูกในไทยทำงานในไทยได้หรือไม่

หลักเกณฑ์การขออยู่ต่อกรณีดูแลลูกที่ศึกษาเป็นเรื่องการพำนัก ไม่ใช่การอนุญาตให้ทำงาน การทำงานในไทยของคนต่างด้าวอยู่ใต้กฎหมายอีกฉบับและต้องมีใบอนุญาตทำงาน ธุรกิจที่อยากจ้างผู้ปกครองชาวต่างชาติเป็นล่ามหรือพนักงานชั่วคราวจึงต้องตรวจเรื่องนี้กับหน่วยงานด้านแรงงานก่อน ไม่ควรตีความจากสถานะการพำนักของผู้ปกครองเพียงอย่างเดียว

### เด็กที่เรียนโรงเรียนนานาชาติในไทยต้องใช้เอกสารต่างจากโรงเรียนเอกชนทั่วไปอย่างไร

หลักเกณฑ์กรณีศึกษาในสถานศึกษาเอกชนกำหนดให้มีหนังสือรับรองจากหน่วยงานของรัฐระดับกรมหรือผู้ว่าราชการจังหวัดที่รับผิดชอบสถานศึกษา แต่ยกเว้นเอกสารข้อนี้สำหรับโรงเรียนนานาชาติและระดับอุดมศึกษา เอกสารส่วนอื่น เช่น หนังสือรับรองและขอให้อยู่ต่อจากสถานศึกษา ยังต้องใช้เหมือนกัน

### ธุรกิจจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกค้าชาวเกาหลีเป็นผู้มาเยือนหรือผู้พำนัก

ถามตรง ๆ ตอนชำระเงินหรือตอนลงทะเบียนสมาชิกว่าอยู่ในจังหวัดนานเท่าไร คำถามนี้ไม่ต้องขอชื่อหรือเบอร์ติดต่อของลูกค้า และพอสำหรับแยกกลุ่ม ถ้าร้านต้องการเก็บชื่อหรือช่องทางติดต่อเพื่อส่งข่าวสาร ต้องบอกลูกค้าก่อนว่าจะนำข้อมูลไปใช้ทำอะไร และได้รับความยินยอมตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562

### ร้านต้องแปลเมนูเป็นภาษาเกาหลีหรือไม่

ไม่จำเป็นทุกร้าน ถ้าลูกค้าชาวเกาหลีเป็นสัดส่วนเล็ก เมนูภาษาอังกฤษที่แปลถูกต้องและมีรูปอาหารก็ใช้ได้ ถ้าสัดส่วนสูงพอ ให้แปลจุดที่ลูกค้าต้องตัดสินใจก่อน เช่น ส่วนประกอบที่อาจทำให้แพ้และความเผ็ด คำแปลจากเครื่องมืออัตโนมัติควรให้ผู้ใช้ภาษาเกาหลีตรวจก่อนพิมพ์ เพราะคำที่ผิดความหมายทำให้ลูกค้าไม่มั่นใจข้อมูลส่วนอื่นของร้าน

### ครอบครัวชาวเกาหลีต่างจากผู้พำนักระยะยาวกลุ่มอื่นในเชียงใหม่อย่างไร

ต่างที่เหตุผลของการพำนัก ครอบครัวที่พาลูกมาเรียนผูกกับปีการศึกษาและเอกสารจากโรงเรียน ผู้เกษียณผูกกับเงื่อนไขอายุและเงินฝากอีกชุดหนึ่ง ส่วนคนทำงานทางไกลมีเงื่อนไขอีกแบบ ภาพรวมของกลุ่มคนทำงานทางไกลดูได้จาก[Digital Nomad เชียงใหม่ และชาติตะวันตก ภายใต้วีซ่า DTV](https://phygital.co.th/insights/digital-nomad-western-expat-chiang-mai-business)

### หลักเกณฑ์เงินฝาก 500,000 บาทเปลี่ยนได้หรือไม่

เปลี่ยนได้ หลักเกณฑ์การขออยู่ต่อเป็นคำสั่งของหน่วยงานที่ปรับปรุงได้เป็นระยะ ตัวเลขในบทนี้อ่านจากเว็บไซต์ของ สตม. เมื่อเดือนกันยายน 2569 ธุรกิจที่นำข้อมูลนี้ไปใช้ในเอกสารให้ลูกค้าควรตรวจกับหน่วยงานโดยตรงก่อนทุกครั้ง และระบุวันที่ตรวจไว้ในเอกสาร

## มีลูกค้าชาวเกาหลีเข้าร้าน แต่ยังไม่รู้ว่าเป็นผู้มาเยือนหรือครอบครัวที่อยู่ทั้งปี

ให้ PHYGITAL AGENCY ออกแบบวิธีเก็บข้อมูลลูกค้าที่หน้าร้าน แยกลูกค้าตามระยะเวลาที่อยู่ในจังหวัด และวัดว่าแต่ละกลุ่มสร้างรายได้เท่าไรก่อนวางงบสื่อสาร สำหรับร้านและธุรกิจบริการทั้งในเชียงใหม่และต่างจังหวัดที่รับลูกค้าต่างชาติทั้งระยะสั้นและระยะยาว

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
