# Kodak แผนสี่ข้อที่ประกาศปี 2546 กับเอกสารหมวด 11 ปี 2555

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/kodak-case-study-suppressed-digital-camera-innovation · เผยแพร่ 4 มีนาคม 2567 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษา Kodak จากรายงาน 10-K ที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ แผนเปลี่ยนสู่ภาพดิจิทัลสี่ข้อ ยอดขายฟิล์ม การลดปันผล จนถึงคำร้องหมวด 11 และแผนฟื้นฟู

## Key Takeaways

- **รายงานประจำปี Form 10-K ที่ Eastman Kodak ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ สำหรับปี 2546 ประกาศแผนสามปีสี่ข้อเพื่อเปลี่ยนจากผู้นำธุรกิจภาพถ่ายแบบเดิมไปสู่ตลาดภาพดิจิทัล** — และคาดว่าสิ้นปี 2549 รายได้จากธุรกิจดิจิทัลกับธุรกิจแบบเดิมจะสมดุลกัน
- **ปีเดียวกันนั้นยอดขายฟิล์มผู้บริโภคทั่วโลกของบริษัทลดลง 9% ยอดขายกล้องดิจิทัลเพิ่มขึ้น 79%** — และคณะกรรมการลดเงินปันผลต่อปีเหลือ 0.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากเดิมที่จ่ายครึ่งปีละ 0.90 ดอลลาร์
- **วันที่ 19 มกราคม 2555 บริษัทยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการตามหมวด 11 ต่อศาลล้มละลายเขตใต้ของนิวยอร์ก** — และศาลยืนยันแผนฟื้นฟูเมื่อ 23 สิงหาคม 2556 โดยหุ้นเดิมทั้งหมดถูกยกเลิก

ธุรกิจที่รายได้หลักยังมาจากสินค้าที่ตลาดหดตัว ต้องตอบให้ได้ว่าแผนเปลี่ยนผ่านควรยาวกี่ปี จะเอาเงินจากไหนมาลงทุนธุรกิจใหม่ และจะรู้ได้อย่างไรว่าแผนเดินตามที่ตั้งไว้ เอกสารที่ Kodak ยื่นเองตอบเรื่องแรกกับเรื่องที่สองไว้ตั้งแต่ปี 2546 หัวข้อด้านล่างใช้แผนสี่ข้อของบริษัทเป็นแกน แล้วดูว่าเอกสารปีต่อ ๆ มาเขียนถึงแต่ละข้อไว้อย่างไร

วันที่ 24 กันยายน 2546 คณะกรรมการของ Eastman Kodak อนุมัติลดเงินปันผลต่อปีเหลือ 0.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น จากเดิมที่จ่ายครึ่งปีละ 0.90 ดอลลาร์ หนึ่งเดือนก่อนหน้านั้นบริษัทเพิ่งประกาศปรับโครงสร้างเพื่อเร่งการเติบโตในตลาดภาพดิจิทัล ทั้งสองเหตุการณ์อยู่ใน [รายงานประจำปี Form 10-K ปี 2546 ที่บริษัทยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/31235/000003123504000049/ek10-k2003.txt) บทนี้เรียกเอกสารนี้ว่า "10-K ปี 2546" และใช้เอกสารชุดเดียวกันของบริษัทต่อจนถึงปี 2556

## แผนสี่ข้อในรายงานประจำปี 2546

10-K ปี 2546 เขียนว่าในเดือนสิงหาคม 2546 บริษัทประกาศปรับโครงสร้างเพื่อเร่งการเติบโตในตลาดภาพดิจิทัลทั้งกลุ่มผู้บริโภคและกลุ่มธุรกิจ และจะใช้เวลาสามปีเปลี่ยนจากผู้นำธุรกิจภาพถ่ายแบบเดิมไปสู่ตำแหน่งผู้นำในตลาดภาพดิจิทัลที่กำลังเกิดขึ้น แผนมีสี่ข้อ

| ข้อ | ถ้อยคำในรายงาน (สรุปความ)                                                                            |
| --- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| 1   | บริหารธุรกิจภาพถ่ายแบบเดิมอย่างมีวินัย เพื่อสร้างเงินสดให้ได้นานที่สุด                      |
| 2   | เร่งการเติบโตของผลิตภัณฑ์และบริการภาพดิจิทัลที่มีอยู่แล้ว                                   |
| 3   | ซื้อกิจการแบบเลือกเฉพาะ เพื่อเข้าสู่ธุรกิจที่มีอยู่แล้วหรือธุรกิจใกล้เคียงได้เร็วขึ้น |
| 4   | หาโอกาสเติบโตระยะยาวจากภายใน เช่น จอแสดงผลอิเล็กทรอนิกส์และอิงก์เจ็ต                       |

ที่มา: 10-K ปี 2546 หัวข้อ Business

ประโยคถัดมากำหนดจุดหมายไว้ชัด ภายในสิ้นปี 2549 บริษัทคาดว่าจะมีสัดส่วนผลิตภัณฑ์และบริการภาพดิจิทัลกับภาพแบบเดิมที่สมดุลกัน

### Kodak ประกาศแผนเปลี่ยนสู่ดิจิทัลเมื่อไร

ตามรายงานประจำปี 10-K ที่ Eastman Kodak ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ บริษัทประกาศปรับโครงสร้างเพื่อเร่งการเติบโตในตลาดภาพดิจิทัลเมื่อเดือนสิงหาคม 2546 และวางแผนสามปีสี่ข้อ คือบริหารธุรกิจแบบเดิมเพื่อสร้างเงินสด เร่งผลิตภัณฑ์ดิจิทัล ซื้อกิจการแบบเลือกเฉพาะ และหาโอกาสระยะยาวอย่างจอแสดงผลและอิงก์เจ็ต เป้าคือให้ธุรกิจดิจิทัลกับธุรกิจแบบเดิมมีสัดส่วนสมดุลภายในสิ้นปี 2549

## ตัวเลขฝั่งฟิล์มและฝั่งดิจิทัลในปีที่ประกาศแผน

ในปีที่ประกาศแผน ยอดขายรวมทั่วโลกยังเพิ่มขึ้น แต่รายละเอียดแยกตามสินค้าชี้คนละทาง

| รายการในรายงาน                   | ปี 2546 เทียบปี 2545                                                            |
| ---------------------------------- | -------------------------------------------------------------------------------- |
| ยอดขายรวมทั่วโลก               | 13,317 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้น 4% (ลดลง 1% ถ้าไม่นับผลจากอัตราแลกเปลี่ยน) |
| ยอดขายฟิล์มผู้บริโภคทั่วโลก  | ลดลง 9%                                                                          |
| ยอดขายฟิล์มผู้บริโภคในสหรัฐฯ | ลดลง 18%                                                                         |
| บริการล้างอัดภาพทั่วโลก       | ลดลง 15%                                                                         |
| กล้องดิจิทัลผู้บริโภคทั่วโลก  | เพิ่มขึ้น 79%                                                                   |
| บริการภาพออนไลน์ Ofoto           | เพิ่มขึ้น 57% แต่ยังต่ำกว่า 1% ของยอดขายรวม                               |

ที่มา: 10-K ปี 2546 หัวข้อ Management's Discussion and Analysis

รายงานให้เหตุผลของยอดฟิล์มที่ลดลงว่าความต้องการทั้งอุตสาหกรรมลดลงจากการที่ภาพดิจิทัลเข้ามาแทน และจากการลดสต๊อกของร้านค้าปลีก บริษัทประเมินว่าปริมาณฟิล์มผู้บริโภคทั้งอุตสาหกรรมทั่วโลกลดลงราว 8% และส่วนแบ่งฟิล์มผู้บริโภคของบริษัทในสหรัฐฯ ยังทรงตัวเท่าปีก่อน

งบวิจัยและพัฒนาของกลุ่มธุรกิจภาพถ่ายลดลงจาก 542 ล้านดอลลาร์ในปี 2544 เป็น 513 และ 481 ล้านดอลลาร์ในสองปีถัดมา ขณะที่งบของกลุ่มภาพทางการแพทย์เพิ่มขึ้น รายงานอธิบายว่าเป็นการย้ายความสำคัญจากฟิล์มและกระดาษสีไปสู่สินค้าดิจิทัล เช่น จอแสดงผล OLED และภาพทางการแพทย์แบบดิจิทัล

### ยอดขายฟิล์มของ Kodak ลดลงเท่าไรในปี 2546

ตาม 10-K ปี 2546 ของ Eastman Kodak ยอดขายฟิล์มผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งรวมฟิล์ม 35 มม. ฟิล์ม Advantix และกล้องใช้ครั้งเดียว ลดลง 9% จากปีก่อน ในสหรัฐฯ ลดลง 18% ส่วนบริการล้างอัดภาพทั่วโลกลดลง 15% ในปีเดียวกันยอดขายกล้องดิจิทัลผู้บริโภคเพิ่มขึ้น 79% และยอดขายรวมทั้งบริษัทอยู่ที่ 13,317 ล้านดอลลาร์

## เงินสดจากธุรกิจเดิมและเงินปันผล

ข้อแรกของแผนคือใช้ธุรกิจแบบเดิมสร้างเงินสด 10-K ปี 2546 บันทึกการตัดสินใจเรื่องเงินปันผลที่ไปทางเดียวกัน

| วันที่         | การตัดสินใจของคณะกรรมการ                                                             |
| --------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------- |
| 15 เมษายน 2546  | ประกาศจ่ายปันผลครึ่งปี 0.90 ดอลลาร์ต่อหุ้น                                          |
| 24 กันยายน 2546 | อนุมัติลดปันผลต่อปีเหลือ 0.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น และประกาศจ่ายครึ่งปี 0.25 ดอลลาร์ |

ที่มา: 10-K ปี 2546 หัวข้อสภาพคล่องและเงินปันผล

รายงานเดียวกันคาดว่าปี 2547 บริษัทจะมีกระแสเงินสดที่นำไปลงทุนได้ 485-615 ล้านดอลลาร์ หลังจ่ายปันผลแล้วแต่ก่อนซื้อกิจการ และระบุว่าการใช้เงินสดหลักในปี 2547 คือจ่ายปันผล ลดหนี้ และซื้อกิจการ

## แปดปีต่อมาในรายงานประจำปี 2554

[รายงาน 10-K ปี 2554](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/31235/000003123512000036/ek2011%5F10k.htm) ยื่นเมื่อ 29 กุมภาพันธ์ 2555 หลังบริษัทยื่นคำร้องหมวด 11 ไปแล้ว บริษัทแบ่งธุรกิจเป็นสามกลุ่ม

| กลุ่มธุรกิจ                                        | ยอดขายปี 2554 (ล้านดอลลาร์) | เทียบปี 2553 |
| --------------------------------------------------- | ------------------------------ | ------------- |
| Consumer Digital Imaging Group (CDG)                | 1,739                          | ลดลง 36%      |
| Graphic Communications Group (GCG)                  | 2,736                          | เพิ่มขึ้น 2% |
| Film, Photofinishing and Entertainment Group (FPEG) | 1,547                          | ลดลง 12%      |
| ยอดขายรวม                                         | 6,022                          | ลดลง 16%      |

ที่มา: 10-K ปี 2554 หัวข้อ Detailed Results of Operations

ขาดทุนสุทธิส่วนของบริษัทเป็น 210 ล้าน 687 ล้าน และ 764 ล้านดอลลาร์ในปี 2552-2554 ตามลำดับ รายงานยังเขียนว่าบริษัทใช้เงินสดจากการดำเนินงาน รวมถึงรายได้จากการอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรและการขายทรัพย์สินที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก ไปลงทุนในธุรกิจดิจิทัลที่ตั้งใจให้เติบโต

ตัวเลขของปี 2554 ยังบอกอีกเรื่อง สัดส่วนยอดขายของหน่วย Digital Capture and Devices ซึ่งรวมกล้องดิจิทัลและรายได้จากการอนุญาตให้ใช้สิทธิบัตรภาพดิจิทัล อยู่ที่ 23% 28% และ 15% ของยอดขายรวมในปี 2552-2554 ขณะที่งบวิจัยของกลุ่มฟิล์มลดจาก 33 เป็น 20 และ 11 ล้านดอลลาร์

### รายได้ของ Kodak เปลี่ยนไปเท่าไรระหว่างปี 2546 กับปี 2554

ตามรายงาน 10-K ที่ Eastman Kodak ยื่นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐฯ ยอดขายรวมปี 2546 อยู่ที่ 13,317 ล้านดอลลาร์ และปี 2554 อยู่ที่ 6,022 ล้านดอลลาร์ ลดลงกว่าครึ่ง ช่วงเวลาระหว่างนั้นบริษัทขายธุรกิจบางส่วนออกไป เช่น กลุ่มธุรกิจสุขภาพ (Health Group) ที่หน้า Milestones ของบริษัทบันทึกไว้ ตัวเลขสองปีนี้จึงครอบคลุมธุรกิจไม่เหมือนกัน การเทียบตรง ๆ บอกขนาดของบริษัทในแต่ละปี แต่ไม่ได้บอกว่าธุรกิจเดิมแต่ละส่วนหดลงเท่าไร

## คำร้องหมวด 11 และแผนฟื้นฟู

[รายงาน 8-K วันที่ 19 มกราคม 2555](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/31235/000119312512016443/d285282d8k.htm) แจ้งว่าบริษัทและบริษัทย่อยในสหรัฐฯ ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการตามหมวด 11 ของกฎหมายล้มละลายสหรัฐฯ ต่อศาลล้มละลายเขตใต้ของนิวยอร์ก คดีเลขที่ 12-10202 และยังดำเนินธุรกิจต่อไปภายใต้การกำกับของศาล 10-K ปี 2554 เขียนเป้าหมายของการยื่นไว้สี่เรื่อง ปรับโครงสร้างและเพิ่มสภาพคล่อง นำทรัพย์สินทางปัญญาที่ไม่ใช่แกนหลักมาสร้างเงินสด แก้ภาระหนี้สินเดิมอย่างเป็นธรรม และเลือกทำเฉพาะธุรกิจที่มีมูลค่าที่สุด

[รายงาน 8-K วันที่ 29 สิงหาคม 2556](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/31235/000119312513352328/d590740d8k.htm) แจ้งว่าศาลยืนยันแผนฟื้นฟูเมื่อ 23 สิงหาคม 2556 และสรุปแหล่งเงินของแผน

| แหล่งเงินตามแผนฟื้นฟู                 | จำนวน (ล้านดอลลาร์) |
| ----------------------------------------- | -------------------- |
| เงินกู้ระยะยาวเมื่อออกจากหมวด 11   | 695                  |
| เงินจากการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุน      | ประมาณ 406           |
| วงเงินสินเชื่อหมุนเวียนมีหลักประกัน | 200                  |
| เงินสดจากข้อตกลงกับ KPP               | 525                  |

ที่มา: 8-K วันที่ 29 สิงหาคม 2556 หัวข้อ Sources of Funds

### หุ้นเดิมของ Kodak เป็นอย่างไรหลังแผนฟื้นฟู

ตามรายงาน 8-K ที่ Eastman Kodak ยื่นเมื่อ 29 สิงหาคม 2556 แผนฟื้นฟูที่ศาลยืนยันกำหนดว่าผู้ถือส่วนได้เสียในหุ้นเดิมจะไม่ได้รับการแบ่งจ่ายใด ๆ และหุ้นเดิมทั้งหมดถูกยกเลิกในวันที่แผนมีผล เจ้าหนี้ไม่มีประกันกลุ่มหนึ่งได้รับหุ้นสามัญใหม่ตามสัดส่วนจากกองหุ้น 6 ล้านหุ้น พร้อมใบสำคัญแสดงสิทธิ ส่วนเจ้าหนี้หุ้นกู้บางกลุ่มได้รับเงินสด

## กล้องดิจิทัลปี 2518 ในหน้าประวัติของ Kodak

[หน้า Milestones บนเว็บไซต์ของ Kodak](https://www.kodak.com/en/company/page/milestones) บันทึกไว้ว่าอดีตนักวิจัยของบริษัท Steve Sasson ได้รับเหรียญ National Medal of Technology and Innovation ซึ่งหน้านั้นเรียกว่าเกียรติสูงสุดของสหรัฐฯ สำหรับนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร และนักประดิษฐ์ จากการประดิษฐ์กล้องดิจิทัลในปี 2518

หน้าเดียวกันบันทึกสินค้าดิจิทัลของบริษัทหลายปีติดกันในช่วงหลังปี 2546 เช่น กล้อง EasyShare แท่นพิมพ์ภาพ กรอบรูปดิจิทัล และบริการภาพออนไลน์ที่เปลี่ยนชื่อจาก Ofoto เป็น EasyShare Gallery แหล่งที่บทนี้ใช้ไม่ได้บอกว่ามีการตัดสินใจเรื่องกล้องต้นแบบปี 2518 อย่างไรในช่วงปีต่อมา บทนี้จึงไม่เล่าต่อจากข้อเท็จจริงที่หน้า Milestones บันทึกไว้

## วางแผนเปลี่ยนผ่านให้ตรวจความคืบหน้าได้

ทีมผู้บริหารที่กำลังเขียนแผนเปลี่ยนผ่านหลายปีตอบห้าคำถามนี้ก่อนประกาศแผนได้ แต่ละข้อมีตัวอย่างจากเอกสารของ Kodak กำกับ

1. **แผนแต่ละข้อมีตัวเลขรายปีกำกับไหม** เป้าปลายทางอย่าง "สมดุลภายในสามปี" ต้องมีตัวเลขปีที่หนึ่งและปีที่สองด้วย
2. **เงินลงทุนธุรกิจใหม่มาจากไหน และตัดสินใจเรื่องเงินนั้นแล้วหรือยัง** Kodak ลดปันผลในปีที่ประกาศแผน
3. **ตัวเลขฝั่งธุรกิจเดิมลดเร็วแค่ไหน** ใช้ตัวเลขของทั้งอุตสาหกรรมเทียบกับของตัวเองทุกปี
4. **ธุรกิจใหม่ใหญ่พอแทนที่ธุรกิจเดิมเมื่อไร** บริการภาพออนไลน์ที่โต 57% ยังมียอดไม่ถึง 1% ของยอดรวม
5. **ถ้าต้องขายธุรกิจบางส่วน จะอ่านตัวเลขเทียบปีอย่างไร** เก็บตัวเลขแยกกลุ่มธุรกิจไว้ตั้งแต่ต้น

ตัวเลขว่างานใหม่เกิดขึ้นแทนงานเก่ามากแค่ไหนในภาพกว้าง อยู่ในบท [อาชีพที่หายไปตามยุค งานราว 60% ในปี 2018 ไม่มีชื่อในปี 1940](https://phygital.co.th/insights/creative-destruction-lost-professions-business-lessons)

## สรุป

รายงาน 10-K ปี 2546 ของ Eastman Kodak ประกาศแผนสามปีสี่ข้อเพื่อเปลี่ยนไปสู่ตลาดภาพดิจิทัล พร้อมเป้าให้ธุรกิจดิจิทัลกับธุรกิจแบบเดิมสมดุลภายในสิ้นปี 2549 ปีนั้นยอดขายฟิล์มผู้บริโภคลดลง 9% กล้องดิจิทัลเพิ่มขึ้น 79% และคณะกรรมการลดปันผลต่อปีเหลือ 0.50 ดอลลาร์ต่อหุ้น แปดปีต่อมายอดขายรวมอยู่ที่ 6,022 ล้านดอลลาร์ และบริษัทขาดทุนสุทธิ 764 ล้านดอลลาร์ บริษัทยื่นคำร้องหมวด 11 เมื่อ 19 มกราคม 2555 และศาลยืนยันแผนฟื้นฟูเมื่อ 23 สิงหาคม 2556 โดยหุ้นเดิมถูกยกเลิก เอกสารชุดนี้บอกลำดับเหตุการณ์และตัวเลข แต่ไม่ได้บอกเหตุผลของการตัดสินใจทุกครั้ง บทนี้จึงเล่าเท่าที่เอกสารเขียน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Kodak ประดิษฐ์กล้องดิจิทัลแล้วเก็บไว้ไม่ขายจริงไหม

แหล่งที่บทนี้เปิดอ่านไม่มีข้อความนี้ หน้า Milestones ของ Kodak บันทึกว่า Steve Sasson ได้รับเหรียญจากการประดิษฐ์กล้องดิจิทัลในปี 2518 และ 10-K ปี 2546 บันทึกว่ากล้องดิจิทัลผู้บริโภคของบริษัทมียอดขายเพิ่มขึ้น 79% ในปีนั้น เหตุผลการตัดสินใจระหว่างสองช่วงนี้ไม่อยู่ในเอกสารที่บริษัทยื่น ผู้อ่านที่พบเรื่องเล่านี้ควรถามหาเอกสารต้นทางก่อนนำไปอ้าง

### Kodak ล้มละลายแล้วเลิกกิจการหรือไม่

ไม่ได้เลิกกิจการ เอกสารที่บริษัทยื่นเรียกกระบวนการนี้ว่าการขอฟื้นฟูกิจการตามหมวด 11 บริษัทดำเนินธุรกิจต่อระหว่างอยู่ในกระบวนการ ศาลยืนยันแผนฟื้นฟูเมื่อ 23 สิงหาคม 2556 และหน้า Milestones ของบริษัทยังบันทึกสินค้าใหม่ในปีต่อ ๆ มา

### KPP ในแผนฟื้นฟูคือใคร

8-K ปี 2556 อ้างถึง KPP ในฐานะคู่สัญญาของข้อตกลงที่ให้เงินสด 525 ล้านดอลลาร์แก่แผนฟื้นฟู และบอกว่ารายละเอียดของข้อตกลงอยู่ในรายงาน 8-K ที่ยื่นเมื่อ 29 เมษายน 2556 บทนี้ไม่ได้เปิดรายงานฉบับนั้น จึงไม่ขยายความต่อ

### ธุรกิจเล็กที่สินค้าหลักกำลังหดตัวเรียนอะไรจากตารางปันผลของ Kodak ได้บ้าง

ตารางนี้แสดงว่าข้อแรกของแผนมีการตัดสินใจเรื่องเงินรองรับในปีเดียวกับที่ประกาศ คือลดเงินที่จ่ายออกเพื่อเก็บเงินสดไว้ลงทุน ธุรกิจเล็กเทียบได้กับการกำหนดว่าเงินส่วนไหนจากสินค้าเดิมจะกันไว้ลงทุนสินค้าใหม่ และเขียนตัวเลขนั้นไว้ในแผนตั้งแต่วันแรก

### ทำไมยอดขายปี 2546 กับปี 2554 เทียบกันตรง ๆ ไม่ได้

ระหว่างสองปีนั้นบริษัทขายธุรกิจบางส่วนออกไป เช่น กลุ่มธุรกิจสุขภาพที่หน้า Milestones บันทึกว่าขายให้บริษัทในเครือของ Onex ขอบเขตธุรกิจของตัวเลขสองปีจึงไม่เท่ากัน การเทียบที่ใช้ได้ควรเป็นกลุ่มธุรกิจเดียวกันที่รายงานแยกไว้ในแต่ละปี

### มีเคสธุรกิจหน้าร้านที่ยื่นหมวด 11 ในช่วงใกล้กันไหม

มี [Blockbuster จาก 8,900 สาขา ถึงคำร้องหมวด 11 ในเอกสาร ก.ล.ต.](https://phygital.co.th/insights/blockbuster-case-study-rejected-netflix-acquisition) เล่าตัวเลขสาขาและขนาดตลาดแต่ละช่องทางจากเอกสารที่ Blockbuster ยื่นเอง ก่อนยื่นคำร้องในปี 2553 ส่วนอีกเคสที่อ่านจากรายงานประจำปีของบริษัทไทยคือ [SAPPE ยอดขายต่างประเทศ 70.5% ผ่านผู้นำเข้าในแต่ละประเทศ](https://phygital.co.th/insights/sappe-case-study-worlds-first-product-export-strategy)

## แผนเปลี่ยนผ่านสามปีของธุรกิจคุณมีตัวเลขของปีแรกเขียนไว้หรือยัง

ทีมผู้บริหารที่มีแผนอยู่แล้วแต่ยังไม่มีตัวชี้วัดรายปี เริ่มจากการประชุมหนึ่งวันกับ PHYGITAL AGENCY เพื่อแตกแผนเป็นเป้ารายปีและเลือกตัวเลขที่จะทบทวนทุกไตรมาส

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
