# JD.com คืออะไร เป็นซัปพลายเออร์หรือเปิดร้าน เงินเข้ากี่วัน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/jd-com-worldwide-thai-brands-china-authenticity · เผยแพร่ 21 กรกฎาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

JD.com คืออะไร รายงาน 20-F ปี 2025 บอกว่า JD จ่ายเงินซัปพลายเออร์เฉลี่ย 60.0 วัน เทียบการขายให้ JD ซื้อไปถือสต็อกกับการเปิดร้านเองจ่ายค่าคอมมิชชัน

## Key Takeaways

- **JD.com ขายของสองแบบ แบบแรกซื้อสินค้าจากซัปพลายเออร์มาขายเอง แบบที่สองเปิดตลาดให้ร้านอื่นขายแล้วเก็บค่าคอมมิชชัน** — ปี 2025 รายได้จากการขายสินค้าเองอยู่ที่ 1,023.8 พันล้านหยวน ส่วนรายได้ค่าบริการ ซึ่งรวมค่าตลาด การตลาด และโลจิสติกส์ อยู่ที่ 285.3 พันล้านหยวน
- **รายงาน 20-F ของ JD ระบุว่าปี 2025 JD ใช้เวลาเฉลี่ย 60.0 วันก่อนจ่ายเงินให้ซัปพลายเออร์ของธุรกิจค้าปลีก** — เพิ่มจาก 53.2 วันในปี 2023 และ 58.6 วันในปี 2024 ส่วนสินค้าอยู่ในคลังเฉลี่ย 37.8 วัน
- **JD ทำสัญญากับซัปพลายเออร์เป็นกรอบปีต่อปี** — ราคาและเงื่อนไขการจ่ายเงินไม่มีหลักประกันต่อหลังสัญญาหมด ส่วนมาตรา 37 ในกฎหมายอีคอมเมิร์ซของจีนให้แพลตฟอร์มแยกป้ายสินค้าที่ขายเองให้เห็นชัด และรับผิดในฐานะผู้ขายเมื่อติดป้ายนั้น

บทนี้เทียบสองทางที่ผู้ผลิตไทยใช้ขายสินค้าผ่าน JD.com ทางแรกคือขายให้ JD ซื้อไปถือสต็อกและขายเอง ทางที่สองคือเปิดร้านเองในตลาดของ JD แล้วจ่ายค่าคอมมิชชัน ข้อมูลตัวเลขอ้างจากรายงาน 20-F ของ JD เหมาะกับผู้ผลิตที่ได้รับการติดต่อจากทีมจัดซื้อ และต้องตัดสินใจเรื่องเงินทุนหมุนเวียนก่อนเรื่องยอดขาย

ตัวเลขที่ควรเห็นก่อนตัวอื่นคือ 60.0 วัน ซึ่งเป็นระยะเวลาเฉลี่ยที่ JD.com ใช้ก่อนจ่ายเงินค่าสินค้าให้ซัปพลายเออร์ของธุรกิจค้าปลีกในปี 2025 ตัวเลขนี้อยู่ใน[รายงานประจำปี 20-F ของ JD.com ที่ยื่นต่อ SEC เมื่อ 16 เมษายน 2026](https://www.sec.gov/Archives/edgar/data/1549802/000119312526157870/d53690d20f.htm) ในหัวข้อความเสี่ยงที่ว่าด้วยการพึ่งพาซัปพลายเออร์ รายงานเขียนต่อว่าถ้าซัปพลายเออร์เลิกให้เงื่อนไขการจ่ายเงินที่ดี JD จะต้องใช้เงินทุนหมุนเวียนมากขึ้น หัวข้อข้างล่างใช้ตัวเลขชุดนี้เทียบสองทางให้เห็น

## JD ขายของสองแบบ

รายงาน 20-F อธิบายธุรกิจอีคอมเมิร์ซของ JD ไว้สองส่วน ส่วนค้าปลีกออนไลน์ JD ซื้อสินค้าจากซัปพลายเออร์แล้วขายให้ลูกค้าโดยตรง ส่วนตลาดออนไลน์ซึ่งเปิดในเดือนตุลาคม 2010 ร้านค้าบุคคลที่สามเสนอขายสินค้าให้ลูกค้าและจ่ายค่าคอมมิชชันให้ JD งบของบริษัทแยกรายได้สองกลุ่มนี้ไว้ชัด

| ปี   | รายได้จากการขายสินค้า (พันล้านหยวน) | รายได้ค่าบริการ (พันล้านหยวน) | รายได้รวม (พันล้านหยวน) |
| ---- | ------------------------------------------ | ---------------------------------- | --------------------------- |
| 2023 | 871.2                                      | 213.4                              | 1,084.7                     |
| 2024 | 928.0                                      | 230.8                              | 1,158.8                     |
| 2025 | 1,023.8                                    | 285.3                              | 1,309.1                     |

รายได้ค่าบริการในตารางมาจากตลาดออนไลน์ การตลาด โลจิสติกส์ และบริการอื่น รวมกัน รายงานไม่ได้แยกเฉพาะค่าคอมมิชชันออกมาให้เห็นในย่อหน้านี้

### **รายได้สองกลุ่มนี้ห่างกันมากเพราะอะไร**

เพราะวิธีนับต่างกัน เมื่อ JD ซื้อสินค้ามาขายเอง ยอดขายทั้งก้อนเป็นรายได้ของ JD ส่วนเมื่อร้านอื่นขาย JD นับเป็นรายได้เฉพาะค่าคอมมิชชันและค่าบริการที่เก็บได้ สองคอลัมน์นี้จึงวัดคนละอย่าง ข้อมูลที่อ่านจากตารางได้คือ JD ยังพึ่งการซื้อมาขายเองเป็นหลัก และนั่นทำให้จำนวนวันจ่ายเงินซัปพลายเออร์กระทบกระแสเงินสดของทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย

## ตัวเลขที่ซัปพลายเออร์ควรอ่านก่อนตกลง

รายงานให้ตัวเลขเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจค้าปลีกไว้สองชุด ชุดแรกบอกว่าสินค้าอยู่ในคลังของ JD นานเท่าไร ชุดที่สองบอกว่า JD ใช้เวลานานเท่าไรก่อนจ่ายเงินค่าสินค้า

| ปี   | สินค้าคงคลังสุทธิ (ล้านหยวน) | วันเก็บสินค้าเฉลี่ย | เจ้าหนี้การค้า (พันล้านหยวน) | วันจ่ายเงินซัปพลายเออร์เฉลี่ย |
| ---- | ------------------------------- | ---------------------- | --------------------------------- | ------------------------------------ |
| 2023 | 68,058                          | 30.3                   | 166.2                             | 53.2                                 |
| 2024 | 89,326                          | 31.5                   | 192.9                             | 58.6                                 |
| 2025 | 95,428                          | 37.8                   | 188.4                             | 60.0                                 |

รายงานนิยามวันจ่ายเงินว่าเป็นค่าเฉลี่ยเจ้าหนี้การค้าของธุรกิจค้าปลีกย้อนหลังห้าไตรมาส หารด้วยต้นทุนขายของธุรกิจค้าปลีกทั้งปี แล้วคูณด้วย 360 วัน วันเก็บสินค้าคิดแบบเดียวกันจากสินค้าคงคลัง

### **ซัปพลายเออร์รายหนึ่งจะรอเงินนานเท่าไร**

ตัวเลข 60.0 วันเป็นค่าเฉลี่ยของซัปพลายเออร์ทั้งหมด ไม่ได้เป็นระยะเวลาในสัญญาของรายใดรายหนึ่ง ซัปพลายเออร์บางรายอาจได้เร็วกว่าหรือช้ากว่านี้ วันที่รอจริงอยู่ในเงื่อนไขการชำระเงินที่เจรจากับ JD สิ่งที่ตัวเลขนี้ช่วยได้คือเป็นจุดอ้างอิงตอนต่อรอง ถ้าข้อเสนอที่ได้ยาวกว่าค่าเฉลี่ยมาก ควรถามเหตุผลและขอเงื่อนไขอื่นชดเชย

### **วันเก็บสินค้าที่ยาวขึ้นบอกอะไรซัปพลายเออร์**

วันเก็บสินค้าเฉลี่ยของ JD ขยับจาก 30.3 วันในปี 2023 เป็น 37.8 วันในปี 2025 ขณะที่สินค้าคงคลังสุทธิเพิ่มจาก 68,058 ล้านหยวนเป็น 95,428 ล้านหยวน รายงานไม่ได้อธิบายสาเหตุของตัวเลขที่ขยับขึ้นโดยตรง แต่เขียนไว้ในหัวข้อความเสี่ยงว่า JD วางแผนขยายประเภทสินค้าต่อไป จึงคาดว่าจะมีสินค้าในคลังมากขึ้น การบริหารสต็อกจะยากขึ้น และระบบคลังจะรับภาระหนักขึ้น ซัปพลายเออร์ใช้ตัวเลขนี้ถามได้สองข้อ คือถ้าสินค้าขายช้ากว่าค่าเฉลี่ย JD จะลดยอดสั่งรอบหน้าหรือไม่ และสัญญามีเงื่อนไขรับคืนสินค้าที่ขายไม่ออกหรือเปล่า คำตอบอยู่ในสัญญาของแต่ละราย

## สัญญาปีต่อปีและสิ่งที่ซัปพลายเออร์ต้องรับ

รายงาน 20-F อธิบายความสัมพันธ์กับซัปพลายเออร์ไว้หลายข้อในหัวข้อความเสี่ยง ข้อที่ผู้ผลิตไทยควรรู้ก่อนเจรจามีดังนี้

| หัวข้อ                      | ข้อความในรายงาน                                                                                                              |
| --------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ |
| อายุสัญญา                  | JD ทำสัญญากรอบกับซัปพลายเออร์เป็นรายปี                                                                              |
| หลังสัญญาหมด              | สัญญาไม่ได้รับประกันว่าจะมีสินค้า ราคา หรือเงื่อนไขการจ่ายเงินแบบเดิมต่อไป                                     |
| ความเป็นเอกสิทธิ์         | สัญญาโดยทั่วไปไม่ได้ห้ามซัปพลายเออร์ขายสินค้าให้ผู้ซื้อรายอื่น                                                 |
| ความเสียหายจากสินค้า    | สัญญามาตรฐานให้ซัปพลายเออร์และร้านในตลาดชดใช้ความเสียหายหรือค่าใช้จ่ายที่ JD ต้องจ่ายเพราะสินค้าของตน |
| ผู้จัดจำหน่าย             | ถ้าผู้จัดจำหน่ายหรือผู้ค้าต่อไม่มีสิทธิ์จากผู้ผลิตให้ขายสินค้าให้ JD อาจหยุดขายเมื่อใดก็ได้               |
| ซัปพลายเออร์ข้ามพรมแดน | รายงานระบุว่าซัปพลายเออร์ของ JD มีทั้งผู้ผลิต ผู้จัดจำหน่าย และผู้ค้าต่อ ทั้งในประเทศและข้ามพรมแดน        |

### **ผู้จัดจำหน่ายที่ขายสินค้าของแบรนด์อื่นให้ JD ต้องเตรียมอะไร**

ต้องมีหนังสือแต่งตั้งจากเจ้าของแบรนด์ที่ครอบคลุมการขายให้ JD และครอบคลุมตลาดจีน รายงานของ JD เขียนถึงความเสี่ยงนี้ไว้ตรง ๆ ว่าผู้จัดจำหน่ายที่ไม่มีสิทธิ์จากผู้ผลิตอาจหยุดขายได้ทุกเมื่อ อีกข้อที่ต้องอ่านคือเงื่อนไขชดใช้ความเสียหาย เพราะผู้จัดจำหน่ายจะรับความเสี่ยงจากสินค้าที่ตัวเองไม่ได้ผลิต ควรตกลงกับเจ้าของแบรนด์ให้ชัดว่าถ้า JD เรียกค่าเสียหาย ใครเป็นผู้จ่าย

## เปิดร้านในตลาดของ JD

อีกทางหนึ่งคือเป็นร้านบุคคลที่สาม รายงานเล่าว่า JD ดูแลการประมวลผลธุรกรรมและการออกบิลของทุกคำสั่งซื้อในตลาด ติดตามผลงานของร้านอย่างใกล้ชิด และติดป้าย "ร้านห้าดาว" (五星店铺) ให้ร้านที่ทำคะแนนบริการ ประสบการณ์ลูกค้า และผลการดำเนินงานได้ดีตลอดกระบวนการซื้อ ป้ายนี้ช่วยให้ร้านปิดการขายได้ดีขึ้น

ร้านในตลาดซื้อบริการการตลาดจาก JD ได้เหมือนซัปพลายเออร์ รายงานเล่าว่าแพลตฟอร์มการตลาดของ JD มีเครื่องมือสร้างข้อความโฆษณา เลือกกลุ่มเป้าหมาย ประมูลราคา และจัดสรรงบ พร้อมเครื่องมือวัดผล ร้านที่เปิดเองจึงควรตั้งงบส่วนนี้ไว้ตั้งแต่เดือนแรก เพราะในตลาดที่มีร้านจำนวนมาก สินค้าที่ไม่มีงบดึงคนเข้าร้านจะถูกค้นเจอยาก

รายงานยังยอมรับว่าร้านในตลาดจำนวนมากใช้คลังและระบบส่งของของตัวเอง JD จึงควบคุมการเก็บและส่งสินค้าของร้านได้น้อยกว่าสินค้าที่ขายเอง ร้านที่ต้องการใช้ระบบขนส่งของ JD เลือกซื้อบริการโลจิสติกส์ได้ ณ สิ้นปี 2025 JD มีคลังสินค้ามากกว่า 1,600 แห่ง พื้นที่รวมมากกว่า 34 ล้านตารางเมตร และพนักงานคลังกับพนักงานส่งของ 642,940 คน

### **ป้าย "自营" บนหน้าสินค้าบอกอะไรผู้ซื้อ**

บอกว่าแพลตฟอร์มเป็นผู้ขายเอง [กฎหมายพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของจีน](http://www.npc.gov.cn/zgrdw/npc/lfzt/rlyw/2018-08/31/content%5F2060827.htm) มาตรา 37 ให้แพลตฟอร์มที่ขายสินค้าเองแยกป้ายสินค้าที่ขายเองออกจากสินค้าของร้านอื่นให้เห็นชัด ห้ามทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด และแพลตฟอร์มต้องรับผิดทางแพ่งในฐานะผู้ขายสำหรับสินค้าที่ติดป้ายว่าขายเอง ส่วนมาตรา 81 ให้หน่วยงานกำกับตลาดสั่งแก้และปรับแพลตฟอร์มที่ไม่แยกป้าย สำหรับผู้ผลิต ความหมายคือเมื่อขายผ่านช่องทางขายเอง JD เป็นผู้ขายที่ลูกค้าเห็น ส่วนเมื่อเปิดร้านเอง ชื่อร้านของแบรนด์เป็นผู้ขาย

## เลือกทางไหนให้เข้ากับกระแสเงินสด

| เรื่อง                             | ขายให้ JD ซื้อไปขายเอง                                            | เปิดร้านเองในตลาดของ JD                       |
| ---------------------------------- | --------------------------------------------------------------------- | -------------------------------------------------- |
| ใครถือสต็อก                     | JD (เฉลี่ย 37.8 วันในปี 2025)                                       | แบรนด์ หรือจ้างคลังของ JD                       |
| เงินเข้าเมื่อไร                  | ตามเงื่อนไขชำระเงิน ค่าเฉลี่ย 60.0 วัน                            | ตามรอบโอนของแพลตฟอร์มหลังหักค่าคอมมิชชัน |
| ใครเป็นผู้ขายในสายตาลูกค้า   | JD ภายใต้ป้ายขายเอง                                               | ร้านของแบรนด์                                    |
| ใครกำหนดราคาหน้าร้าน           | JD ในฐานะผู้ขาย                                                    | แบรนด์ ภายใต้กติกาของแพลตฟอร์ม                 |
| ความรับผิดเมื่อสินค้ามีปัญหา | JD รับผิดต่อลูกค้า แล้วเรียกชดใช้จากซัปพลายเออร์ตามสัญญา | ร้านรับผิดโดยตรง                                |

แบรนด์ที่ขายเข้าจีนแบบข้ามพรมแดนยังมีภาระอีกชุดที่ไม่เกี่ยวกับ JD โดยเฉพาะ อธิบายไว้ใน[บทว่าด้วยประกาศ 486 ที่แบรนด์ต่างประเทศบน Tmall Global ต้องทำตาม](https://phygital.co.th/insights/tmall-global-thai-brands-china-market-entry) ส่วนแพลตฟอร์มที่ตั้งราคาด้วยการรวมคำสั่งซื้อจำนวนมากมีตรรกะอีกแบบ เล่าไว้ใน[บทที่อธิบายโมเดลซื้อรวมของ Pinduoduo](https://phygital.co.th/insights/pinduoduo-group-buying-temu-china-ecommerce-model) และเรื่องที่แพลตฟอร์มจีนต้องตรวจก่อนรับร้านอยู่ใน[Taobao คืออะไร กฎหมายจีนให้แพลตฟอร์มตรวจตัวตนร้านอย่างไร](https://phygital.co.th/insights/taobao-thai-business-china-consumer-platform)

### **ใช้สองทางพร้อมกันได้ไหม**

รายงานของ JD บอกว่าสัญญากับซัปพลายเออร์โดยทั่วไปไม่ห้ามขายให้ผู้ซื้อรายอื่น ส่วนการเปิดร้านเองควบคู่กับการเป็นซัปพลายเออร์ในแพลตฟอร์มเดียวกัน ต้องดูเงื่อนไขในสัญญาของแต่ละราย สิ่งที่ต้องระวังคือราคา ถ้าร้านของแบรนด์ขายถูกกว่าช่องทางขายเองของ JD ความสัมพันธ์ในรอบต่อสัญญาปีถัดไปอาจได้รับผลกระทบ

## ตัวเลขสามตัวที่ควรได้ก่อนเซ็นสัญญา

1. จำนวนวันจ่ายเงินในสัญญาของเรา เทียบกับค่าเฉลี่ย 60.0 วัน
2. เงินทุนหมุนเวียนที่ต้องมีเพื่อผลิตและส่งสินค้าไปก่อนได้รับเงิน คิดจากยอดสั่งซื้อต่อเดือนคูณจำนวนเดือนที่รอ
3. ค่าคอมมิชชันและค่าบริการทั้งหมดถ้าเลือกเปิดร้านเอง รวมงบโฆษณาที่ต้องใช้ดึงลูกค้าเข้าร้าน

### **ถ้าเงินทุนหมุนเวียนมีน้อย ควรเริ่มทางไหน**

เริ่มจากทางที่เงินกลับมาเร็วที่สุดเมื่อเทียบกับต้นทุนที่ต้องจ่ายก่อน ถ้ายอดสั่งซื้อจาก JD ใหญ่จนต้องผลิตล่วงหน้าหลายเดือน ภาระเงินทุนอาจมากเกินกว่าที่ธุรกิจรับได้ แม้ราคาที่ JD ซื้อจะดี ร้านที่เปิดเองได้เงินตามรอบโอนของแพลตฟอร์ม แต่ต้องจ่ายค่าโฆษณาก่อนเห็นยอดขาย ให้เอาทั้งสองแบบมาเขียนเป็นตารางเงินเข้าออกรายเดือนแล้วค่อยเลือก

## สรุป

JD.com มีธุรกิจค้าปลีกที่ซื้อสินค้ามาขายเอง และตลาดที่ร้านอื่นขายโดยจ่ายค่าคอมมิชชัน ปี 2025 รายได้จากการขายสินค้าอยู่ที่ 1,023.8 พันล้านหยวน รายได้ค่าบริการ 285.3 พันล้านหยวน รายงาน 20-F ระบุว่าวันจ่ายเงินซัปพลายเออร์เฉลี่ยอยู่ที่ 53.2 วัน 58.6 วัน และ 60.0 วัน ในปี 2023-2025 ส่วนวันเก็บสินค้าเฉลี่ยปี 2025 อยู่ที่ 37.8 วัน สัญญากับซัปพลายเออร์เป็นกรอบปีต่อปี ไม่ผูกเงื่อนไขหลังหมดสัญญา และสัญญามาตรฐานให้ซัปพลายเออร์ชดใช้ความเสียหายจากสินค้า มาตรา 37 ของกฎหมายอีคอมเมิร์ซจีนให้แพลตฟอร์มแยกป้ายสินค้าที่ขายเองและรับผิดในฐานะผู้ขาย ผู้ผลิตไทยควรคำนวณเงินทุนหมุนเวียนจากจำนวนวันรอเงินก่อนเลือกระหว่างการเป็นซัปพลายเออร์กับการเปิดร้านเอง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### JD Plus คืออะไร

เป็นโปรแกรมสมาชิกแบบเสียค่าธรรมเนียมของ JD รายงานประจำปีระบุว่าสมาชิกได้เงินคืนเพิ่ม คูปอง ราคาพิเศษเฉพาะบางสินค้า ส่งฟรี คืนสินค้าฟรี และชุดสิทธิประโยชน์ด้านไลฟ์สไตล์ ผู้ผลิตที่ขายผ่าน JD ควรถามทีมจัดซื้อว่าสินค้าของตนจะเข้าร่วมราคาพิเศษสำหรับสมาชิกหรือไม่ และส่วนลดนั้นใครเป็นผู้ออก

### วันจ่ายเงินซัปพลายเออร์ของ JD ยาวขึ้นทุกปีหรือเปล่า

ในสามปีที่รายงานเปิดเผย ค่าเฉลี่ยเพิ่มจาก 53.2 วันเป็น 58.6 วัน แล้วเป็น 60.0 วัน ตัวเลขปีต่อไปต้องรอรายงานฉบับถัดไป

### JD ขายเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าใช่ไหม

รายงานแบ่งสินค้าที่ขายเองเป็นสองกลุ่ม คืออิเล็กทรอนิกส์กับเครื่องใช้ไฟฟ้า และสินค้าทั่วไป กลุ่มหลังรวมซูเปอร์มาร์เก็ต แฟชั่น ยาและสุขภาพ เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ในบ้าน สินค้าอุตสาหกรรม อะไหล่รถ และหนังสือ

### ร้านในตลาดของ JD ต้องใช้บริการส่งของของ JD ไหม

รายงานเล่าว่าร้านจำนวนมากใช้คลังและระบบส่งของของตัวเอง หรือจ้างผู้ให้บริการภายนอก ส่วนร้านที่อยากให้ JD จัดเก็บและจัดส่งให้ เลือกซื้อบริการโลจิสติกส์ของ JD ได้

### ร้านในตลาดของ JD ได้ป้ายร้านห้าดาวอย่างไร

รายงานประจำปีบอกว่า JD ประเมินจากคุณภาพบริการ ประสบการณ์ของลูกค้า และผลการดำเนินงานอื่นตลอดกระบวนการซื้อ ป้ายนี้ใช้เป็นเกณฑ์ให้ร้านอื่นปรับปรุงตาม และช่วยให้ร้านที่ได้ป้ายเปลี่ยนผู้เข้าชมเป็นผู้ซื้อได้มากขึ้น

### ตัวเลขในบทนี้มาจากไหน

จากรายงานประจำปีแบบ 20-F ของ JD.com ปีบัญชี 2025 ที่ยื่นต่อ SEC ของสหรัฐฯ ตัวเลขเงินเป็นสกุลหยวน ส่วนตัวบทมาตรา 37 มาจากเว็บไซต์สภาประชาชนแห่งชาติจีน

## ถ้าต้องรอเงินจากคู่ค้าสองเดือน งบการตลาดของคุณจะพอถึงวันที่เงินเข้าหรือเปล่า

งานของ PHYGITAL AGENCY คือแยกงบซื้อสื่อตามช่องทางขาย แล้ววัดยอดขายเทียบกับวันที่เงินเข้าจริง ให้เจ้าของแบรนด์เห็นว่าช่องทางไหนคืนเงินเร็วกว่า

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
