# Introducer Fee เขียนข้อตกลงค่าแนะนำธุรกิจก่อนแนะนำให้รู้จัก

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/introducer-fee · เผยแพร่ 14 มกราคม 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ค่าแนะนำคู่ค้าตามกฎหมายไทยคือค่าบำเหน็จนายหน้า เกิดสิทธิ์เมื่อสัญญาสำเร็จเพราะการแนะนำ อ่าน ม.845-849 ภาษีหัก ณ ที่จ่าย และข้อตกลงหนึ่งหน้าที่ควรเซ็นก่อนส่งชื่อ

## Key Takeaways

- **ค่าแนะนำให้สองธุรกิจได้ทำสัญญากัน ตรงกับค่าบำเหน็จนายหน้าตาม ป.พ.พ. มาตรา 845** — ผู้แนะนำมีสิทธิ์ได้เงินเมื่อสัญญาทำกันสำเร็จเพราะการแนะนำนั้น ค่าเดินทางหรือค่าเตรียมงานที่เสียไปจะเรียกคืนได้ก็ต่อเมื่อคุยกันไว้แล้ว
- **กฎหมายเติมช่องว่างให้เมื่อไม่ได้คุยกัน** — ถ้าพฤติการณ์คาดหมายได้ว่าผู้แนะนำทำเพื่อค่าบำเหน็จ ถือว่าตกลงกันโดยปริยาย และถ้าไม่ได้กำหนดจำนวน ให้ถือตามธรรมเนียม ซึ่งมักเป็นจุดที่ทะเลาะกันภายหลัง
- **บริษัทที่จ่ายค่านายหน้าให้บริษัทอื่นมีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3** — ตามคำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528 ข้อตกลงค่าแนะนำจึงควรระบุว่าจำนวนที่ตกลงเป็นยอดก่อนหรือหลังหักภาษี

คนรู้จักขอให้ช่วยแนะนำตัวกับผู้บริหารของบริษัทที่เราเคยทำงานด้วย เราไม่อยากพูดเรื่องเงินตั้งแต่ต้นเพราะกลัวดูไม่มีน้ำใจ แนะนำไปแล้ว สามเดือนต่อมาอีกฝ่ายปิดดีลได้มูลค่าหลายล้าน พอเอ่ยถึงค่าแนะนำ อีกฝ่ายบอกว่าไม่เคยตกลงกันไว้ มิตรภาพเสียไปพร้อมกับเงิน อ่านจบแล้วจะรู้ว่ากฎหมายไทยนับการแนะนำแบบไหนเป็นงานนายหน้า สิทธิ์ได้เงินเกิดขึ้นเมื่อไร เมื่อไม่ได้ตกลงกันไว้กฎหมายตัดสินอย่างไร ภาษีที่ผู้จ่ายต้องหัก และข้อตกลงหนึ่งหน้าที่ควรเซ็นก่อนส่งชื่อให้อีกฝ่าย

มาตราที่ยกมาอ่านจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ฉบับที่เว็บไซต์วุฒิสภาเผยแพร่ ([ไฟล์ตัวบทฉบับรวมของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา](https://www.senate.go.th/assets/portals/28/fileups/146/files/%E0%B9%81%E0%B8%9E%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0%E0%B8%9E%E0%B8%B2%E0%B8%93%E0%B8%B4%E0%B8%8A%E0%B8%A2%E0%B9%8C.pdf) บรรพ 3 ลักษณะ 16 นายหน้า หน้า 163) ส่วนเรื่องภาษีอ่านจาก[คำสั่งกรมสรรพากร ท.ป.4/2528](https://www.rd.go.th/3479.html) และ[หน้าอธิบายการหักค่าใช้จ่ายตามประเภทเงินได้](https://www.rd.go.th/556.html) ของกรมสรรพากร บทนี้เล่าเฉพาะการแนะนำระหว่างธุรกิจ เรื่องนายหน้าซื้อขายบ้านและที่ดินมีบทแยกต่างหาก

## ค่าแนะนำเกิดเมื่อไรตามมาตรา 845

มาตรา 845 วรรคแรกวางหลักว่า คนที่ตกลงจะให้ค่าบำเหน็จแก่นายหน้าเพื่อชี้ช่องให้ได้เข้าทำสัญญา หรือจัดการให้ได้ทำสัญญากัน ต้องจ่ายค่าบำเหน็จก็ต่อเมื่อสัญญาทำกันสำเร็จ เนื่องจากผลของการที่นายหน้าชี้ช่องหรือจัดการนั้น สัญญาที่ต้องรอเงื่อนไขก่อนมีผล เช่น รอผลอนุมัติวงเงินจากธนาคาร ผู้แนะนำต้องรอให้เงื่อนไขนั้นเกิดก่อนจึงเรียกเงินได้ วรรคสองพูดถึงเงินที่ผู้แนะนำควักจ่ายไประหว่างทาง ว่าเรียกคืนได้เมื่อมีข้อตกลงเรื่องนี้ แม้ดีลจะล่มก็ตาม

แปลเป็นภาษาของการแนะนำคู่ค้า มีเงื่อนไขสามข้อที่ต้องครบ

1. **มีการแนะนำหรือจัดการ** เช่น ส่งชื่อผู้ติดต่อ นัดประชุมครั้งแรก หรือช่วยคุยจนทั้งสองฝ่ายตกลงกันได้
2. **มีสัญญาเกิดขึ้นจริง** เช่น ใบสั่งซื้อ สัญญาจ้าง หรือสัญญาร่วมทุน ไม่ใช่แค่การนัดคุย
3. **สัญญาเกิดเพราะการแนะนำ** ถ้าทั้งสองฝ่ายคุยกันอยู่ก่อนแล้ว หรือเจอกันเองจากช่องทางอื่น ผู้แนะนำพิสูจน์ความเชื่อมโยงได้ยาก

ตัวอย่างที่เห็นบ่อยในงานการตลาด เอเจนซีแนะนำโรงพิมพ์ให้ลูกค้า ลูกค้าสั่งพิมพ์บรรจุภัณฑ์ล็อตแรกภายในเดือนเดียวกัน กรณีนี้ครบสามข้อ แต่ถ้าลูกค้าเคยสั่งพิมพ์กับโรงพิมพ์นี้มาก่อนแล้ว ข้อสามจะเถียงกันได้ทันที

### แนะนำให้รู้จักแล้ว แต่ดีลไม่เกิด ได้เงินไหม

ตามมาตรา 845 ไม่ได้ค่าบำเหน็จ เพราะสิทธิ์ผูกกับสัญญาที่สำเร็จ ยกเว้นตกลงค่าใช้จ่ายไว้ก่อน เช่น ค่าเดินทางไปประชุมกับอีกฝ่าย หรือค่าจัดเตรียมเอกสาร ผู้แนะนำที่ต้องลงแรงมากก่อนรู้ผล ควรตกลงค่าใช้จ่ายส่วนนี้แยกไว้ในข้อตกลง หรือเปลี่ยนเป็นค่าที่ปรึกษาที่จ่ายตามงาน ไม่ผูกกับผลของดีล

## ไม่ได้คุยเรื่องเงินไว้ก่อน

มาตรา 846 วรรคแรกเติมข้อตกลงให้ในกรณีที่ไม่มีใครพูด เมื่อดูจากสถานการณ์แล้วคาดได้ว่าคนที่รับเรื่องไปทำ ทำเพราะหวังค่าตอบแทน กฎหมายถือว่าทั้งสองฝ่ายตกลงเรื่องเงินกันแล้วแม้ไม่ได้เอ่ยปาก วรรคสองบอกว่าเมื่อไม่ได้พูดถึงจำนวน ให้ใช้อัตราที่เป็นธรรมเนียมของเรื่องนั้น

มาตรานี้ช่วยผู้แนะนำได้น้อยกว่าที่คิด สองคำที่เป็นหัวใจคือ "พฤติการณ์" และ "ธรรมเนียม" ต้องพิสูจน์ทั้งคู่ ถ้าผู้แนะนำทำอาชีพหาคู่ค้าให้คนอื่นอยู่แล้ว พฤติการณ์ชี้ได้ง่ายกว่า แต่ถ้าเป็นเพื่อนที่ช่วยแนะนำกันตามปกติ อีกฝ่ายจะแย้งได้ว่าไม่มีใครคาดว่าต้องจ่าย ส่วนธรรมเนียมของค่าแนะนำระหว่างธุรกิจในไทยต่างกันมากตามอุตสาหกรรม ไม่มีตัวเลขกลางที่ใช้อ้างได้

### เพื่อนสนิทแนะนำให้ ควรพูดเรื่องค่าแนะนำไหม

ควรพูดทั้งกรณีที่จะจ่ายและไม่จ่าย การพูดตั้งแต่ต้นว่าเรื่องนี้เป็นการช่วยกันโดยไม่มีค่าตอบแทน กันปัญหาได้เท่ากับการตกลงจำนวนเงิน เพราะมาตรา 846 ใช้เมื่อพฤติการณ์คาดหมายได้ว่าต้องจ่าย ถ้าทั้งสองฝ่ายพูดตรงกันแล้วว่าไม่มี ก็ไม่เหลือช่องให้เข้าใจไม่ตรงกัน

## รับเงินจากสองฝ่ายและการเปิดชื่อ

มาตรา 847 ตัดสิทธิ์ทั้งค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้แนะนำที่ไปทำงานให้อีกฝ่ายด้วย หรือไปรับปากเรื่องเงินจากอีกฝ่าย ในแบบที่คนทำงานสุจริตไม่ทำ และขัดกับหน้าที่ที่รับไว้กับผู้ว่าจ้าง ในการแนะนำระหว่างธุรกิจ สถานการณ์ที่เข้าใกล้มาตรานี้คือ ผู้แนะนำรับเงินจากผู้ซื้อ แล้วแอบรับค่าแนะนำจากผู้ขายอีกทางโดยผู้ซื้อไม่รู้

มาตรา 848 คุ้มครองผู้แนะนำจากหนี้ของสัญญาที่ตนเป็นคนกลาง แต่ความคุ้มครองนี้หายไปถ้าผู้แนะนำปิดชื่อของฝ่ายหนึ่งไว้ไม่ให้อีกฝ่ายรู้ ส่วนมาตรา 849 ให้ถือไว้ก่อนว่าผู้แนะนำรับเงินค่าสินค้าหรือรับการชำระแทนคู่สัญญาไม่ได้

| สถานการณ์ในการแนะนำระหว่างธุรกิจ                        | มาตราที่เกี่ยว | สิ่งที่ควรทำ                                             |
| ------------------------------------------------------------ | ---------------- | ----------------------------------------------------------- |
| ผู้แนะนำได้เงินจากทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย             | 847              | บอกทั้งสองฝ่ายเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มคุย      |
| ผู้แนะนำไม่ยอมบอกชื่อผู้ขายจนเซ็นสัญญา             | 848              | รู้ไว้ว่าผู้แนะนำอาจต้องรับผิดในการชำระหนี้เอง |
| อีกฝ่ายขอให้โอนเงินค่าสินค้าผ่านบัญชีของผู้แนะนำ | 849              | จ่ายตรงถึงคู่สัญญา เว้นแต่มีหนังสือมอบอำนาจชัดเจน |

### ถ้าเรากำลังให้คำปรึกษาอีกฝ่ายอยู่ด้วย ต้องบอกไหม

ต้องบอก เพราะความเสี่ยงตามมาตรา 847 เกิดจากการทำหน้าที่ให้สองฝ่ายโดยฝ่ายหนึ่งไม่รู้ การเปิดเผยตั้งแต่ต้นว่าเราได้ค่าตอบแทนจากใคร เท่าไร และในฐานะอะไร ทำให้ทั้งสองฝ่ายตัดสินใจได้เองว่ายังอยากใช้เราเป็นตัวกลางหรือไม่ และตัดข้อสงสัยเรื่องความสุจริตออกไปตั้งแต่แรก

## ภาษีของค่าแนะนำ

กรมสรรพากรจัดค่านายหน้าเป็นเงินได้ประเภทที่ 2 ตามมาตรา 40(2) แห่งประมวลรัษฎากร ข้อที่ผู้จ่ายและผู้รับควรรู้แยกตามฝ่าย

1. **บริษัทจ่ายให้บริษัท** คำสั่ง ท.ป.4/2528 ข้อ 3/1 ให้นิติบุคคลที่จ่ายเงินได้ตามมาตรา 40(2) ให้บริษัทหรือห้างที่ทำกิจการในไทย หักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 หน้าคำสั่งเดียวกันระบุอัตราร้อยละ 1 สำหรับเงินที่จ่ายตลอดปี 2566-2568 เมื่อนำส่งภาษีผ่านวิธีการตามมาตรา 3 ปัณรส
2. **ผู้รับเป็นบุคคลธรรมดา** ต้องนำค่าแนะนำไปรวมยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หน้าอธิบายของกรมสรรพากรระบุว่าเงินได้ประเภทที่ 1 และ 2 หักค่าใช้จ่ายได้ร้อยละ 50 รวมกันไม่เกิน 100,000 บาท
3. **ผู้จ่ายที่จ่ายให้บุคคลธรรมดา** วิธีหักภาษี ณ ที่จ่ายต่างจากกรณีจ่ายให้บริษัท ควรให้ผู้ทำบัญชีคำนวณตามแบบที่ใช้อยู่

### ตกลงค่าแนะนำเป็นตัวเลขเดียว ควรเขียนอย่างไรไม่ให้เถียงกันเรื่องภาษี

ระบุในข้อตกลงว่าจำนวนเงินเป็นยอดก่อนหักภาษี ณ ที่จ่าย และใครเป็นผู้ออกหนังสือรับรองการหักภาษี ถ้าเขียนแค่ตัวเลข ผู้รับมักเข้าใจว่าเป็นเงินที่จะได้รับเต็ม ส่วนผู้จ่ายเข้าใจว่าต้องหักตามกฎหมายก่อน ส่วนต่างร้อยละ 3 ของดีลใหญ่พอให้เกิดการเถียงกันได้

## ห้ามาตรานี้ไม่ได้ตอบทุกกรณี

มาตรา 845-849 เป็นหลักทั่วไป ก่อนใช้กับดีลจริงควรรู้ข้อจำกัดห้าข้อ

1. **บทนี้ไม่ได้อ่านคำพิพากษาศาลฎีกา** ศาลตีความว่าสัญญาเกิดเพราะการแนะนำหรือไม่ จากข้อเท็จจริงของแต่ละคดี
2. **ไม่มีอัตรามาตรฐาน** กฎหมายไม่ได้กำหนดเปอร์เซ็นต์ของค่าแนะนำ บทนี้จึงไม่ให้ตัวเลขอัตรา
3. **บางธุรกิจมีกฎหมายเฉพาะ** การเป็นนายหน้าประกันภัย หลักทรัพย์ หรือการจัดหางาน มีกฎหมายและใบอนุญาตแยกต่างหาก
4. **พนักงานที่แนะนำคู่ค้าให้นายจ้าง** อาจติดข้อบังคับของบริษัทเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งอยู่นอกประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
5. **อัตราภาษีเปลี่ยนตามคำสั่งกรมสรรพากร** ตัวเลขในบทนี้อ่านจากหน้าคำสั่งวันที่ 28 กันยายน 2569 ก่อนจ่ายจริงควรให้ผู้ทำบัญชีเช็กอัตราที่ใช้ในวันจ่าย

## ข้อตกลงค่าแนะนำหนึ่งหน้า

ข้อตกลงนี้ใช้ได้ทั้งผู้แนะนำและผู้จ่าย กรอกให้ครบเจ็ดข้อก่อนส่งชื่อให้อีกฝ่าย

1. **ชื่อคู่ที่ถูกแนะนำ** ระบุชื่อบริษัทและชื่อผู้ติดต่อ เพื่อแยกออกจากคนที่ทั้งสองฝ่ายรู้จักกันอยู่ก่อน
2. **สัญญาที่นับ** เช่น สัญญาซื้อขายครั้งแรก หรือทุกสัญญาภายใน 12 เดือนนับจากวันแนะนำ
3. **จำนวนเงิน** เป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญาหรือเงินก้อน และเป็นยอดก่อนหรือหลังหักภาษี
4. **เวลาจ่าย** เช่น ภายใน 30 วันหลังคู่สัญญาได้รับชำระเงินงวดแรก
5. **ค่าใช้จ่ายระหว่างทาง** มีหรือไม่มี ถ้ามี จ่ายเท่าไรแม้ดีลไม่เกิด ตามมาตรา 845 วรรคสอง
6. **การเปิดเผย** ใครบ้างรู้ว่ามีค่าแนะนำ และผู้แนะนำรับเงินจากฝ่ายอื่นด้วยหรือไม่
7. **การรับเงินแทน** ระบุว่าผู้แนะนำไม่มีอำนาจรับเงินค่าสินค้าแทนคู่สัญญา ให้สอดคล้องกับมาตรา 849

ถ้าผู้แนะนำเป็นลูกค้าเดิมที่พาเพื่อนมาซื้อ ไม่ใช่ธุรกิจที่แนะนำธุรกิจ วิธีคิดต่างไป ตัวอย่างการออกแบบให้ลูกค้าส่งต่อของให้เพื่อนอยู่ใน[Referral Marketing ของ Coca-Cola ของที่ลูกค้าส่งต่อให้เพื่อน](https://phygital.co.th/insights/coca-cola-referral-marketing) ถ้าเป็นการแนะนำให้ซื้อขายบ้านหรือที่ดิน อ่าน[นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ค่าคอมเกิดเมื่อไรตามมาตรา 845-849](https://phygital.co.th/insights/thailand-real-estate-broker-commission-license-guide) ประกอบ และถ้าอยากสร้างเครือข่ายที่มีคนแนะนำงานให้ต่อเนื่อง วิธีคิดอยู่ใน[ทักษะ Networking ผู้บริหาร คนรู้จักที่ห่างพอดีมีค่าที่สุด](https://phygital.co.th/insights/executive-networking-skills) รายละเอียดงานที่ปรึกษาอยู่ที่หน้า[บริการ Consulting](https://phygital.co.th/solutions/consulting)

### แนะนำคนให้ลูกค้าของเราเอง แล้วรับค่าแนะนำ เสียอะไรบ้าง

เสียความเชื่อใจได้ถ้าไม่เปิดเผย มาตรา 845-849 ไม่ได้ห้ามรับในกรณีนี้ แต่ควรคิดถึงความสัมพันธ์ระยะยาวก่อน ลูกค้าที่รู้ภายหลังว่าเราได้เงินจากคนที่เราแนะนำให้เขา จะเริ่มสงสัยคำแนะนำอื่นของเราด้วย ทางที่ปลอดภัยกว่าคือบอกลูกค้าตั้งแต่ต้น หรือเลือกไม่รับเงินจากการแนะนำให้ลูกค้าของตัวเอง แล้วเขียนไว้ในข้อตกลงว่าไม่มีค่าตอบแทน

## สรุป

ค่าแนะนำให้สองธุรกิจได้ทำสัญญากันตรงกับค่าบำเหน็จตาม ป.พ.พ. ลักษณะนายหน้า มาตรา 845 ให้สิทธิ์เมื่อสัญญาสำเร็จเพราะการแนะนำ ส่วนเงินที่ผู้แนะนำจ่ายไประหว่างทางเรียกคืนได้เฉพาะที่คุยกันไว้ มาตรา 846 ถือว่ามีค่าบำเหน็จโดยปริยายเมื่อพฤติการณ์คาดหมายได้ และใช้จำนวนตามธรรมเนียมเมื่อไม่ได้กำหนด มาตรา 847 ตัดสิทธิ์ผู้ที่ทำการให้อีกฝ่ายโดยไม่สุจริต มาตรา 848 และ 849 ว่าด้วยการเปิดชื่อและการรับเงินแทน ส่วนภาษี ค่านายหน้าเป็นเงินได้ตามมาตรา 40(2) บริษัทที่จ่ายให้บริษัทหักภาษี ณ ที่จ่ายร้อยละ 3 ตามคำสั่ง ท.ป.4/2528 ข้อตกลงหนึ่งหน้าเจ็ดข้อที่เซ็นก่อนส่งชื่อ ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายไม่ต้องพึ่งการตีความของกฎหมายเมื่อดีลปิด

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ต้องทำข้อตกลงค่าแนะนำเป็นหนังสือไหม

มาตรา 845-849 ไม่ได้กำหนดแบบไว้ ตกลงกันด้วยวาจาก็เกิดสิทธิ์ได้ แต่เมื่อเกิดข้อโต้แย้ง ผู้แนะนำต้องพิสูจน์ทั้งข้อตกลงและความเชื่อมโยงระหว่างการแนะนำกับสัญญา อีเมลหรือข้อความที่ระบุเงื่อนไขชัดช่วยได้มากกว่าความจำของทั้งสองฝ่าย

### ควรบอกคนที่ถูกแนะนำไหมว่าเราได้ค่าแนะนำจากอีกฝ่าย

ควรบอก คนที่ถูกแนะนำจะได้รู้ว่าความเห็นของเรามีผลประโยชน์ผูกอยู่ และถ้าเราได้เงินจากทั้งสองฝ่าย การบอกเป็นวิธีเดียวที่ทำให้ห่างจากความเสี่ยงตามมาตรา 847

### ดีลปิดแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมจ่ายตามที่ตกลงไว้ ทำอะไรได้บ้าง

ส่งหนังสือทวงถามพร้อมหลักฐานข้อตกลงและหลักฐานว่าสัญญาเกิดจากการแนะนำ เช่น อีเมลแนะนำตัวที่มีวันที่ ถ้ายังไม่จ่าย ขั้นต่อไปคือปรึกษาทนายความเรื่องการฟ้องเรียกค่าบำเหน็จ

### ดีลที่เกิดเล็กกว่าที่คุยไว้มาก ค่าแนะนำควรลดตามไหม

ถ้าข้อตกลงเป็นเปอร์เซ็นต์ของมูลค่าสัญญา ค่าแนะนำลดตามเอง ถ้าเป็นเงินก้อน ควรเขียนไว้ตั้งแต่ต้นว่าก้อนนั้นใช้กับสัญญามูลค่าขั้นต่ำเท่าไร เพื่อไม่ต้องต่อรองกันใหม่หลังดีลปิด

### ลูกค้าที่แนะนำมาสั่งซื้อซ้ำทุกปี ค่าแนะนำต้องจ่ายทุกปีไหม

ขึ้นกับข้อตกลง มาตรา 845 ผูกค่าบำเหน็จกับสัญญาที่เกิดเพราะการแนะนำ การสั่งซื้อรอบถัดไปอาจถูกมองเป็นสัญญาใหม่ ข้อตกลงจึงควรเขียนว่าค่าแนะนำใช้กับสัญญาแรกเท่านั้น หรือกับทุกสัญญาภายในกี่เดือน

### ไม่อยากคิดเงิน แต่อยากให้อีกฝ่ายตอบแทนด้วยการแนะนำกลับ เขียนข้อตกลงแบบไหน

เขียนสั้น ๆ ว่าการแนะนำครั้งนี้ไม่มีค่าตอบแทนเป็นเงิน เครือข่ายที่ตั้งกติกาแนะนำกลับไว้เป็นระบบ เช่น กลุ่มที่อธิบายไว้ใน[BNI เครือข่าย Referral Marketing ในไทย 93 chapter 4,355 คน](https://phygital.co.th/insights/bni-referral-marketing-network-thailand-business-owner-guide) ใช้วิธีนี้แทนการจ่ายเงิน

## ข้อตกลงหนึ่งหน้าก่อนแนะนำ คุยง่ายกว่าการทวงเงินหลังดีลปิด

ร่างข้อตกลงค่าแนะนำที่ใช้อยู่ หรืออีเมลแนะนำตัวที่กำลังจะส่ง ให้ ฟิจิทัล ช่วยดูว่าครบเจ็ดข้อหรือยัง ก่อนส่งชื่อให้อีกฝ่าย

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
