# Interactive DOOH กล้องบนป้ายนับผู้ชมได้แค่ไหนตาม PDPA

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/interactive-dooh-smart-billboard-agency · เผยแพร่ 7 กันยายน 2564 · อ่าน 16 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

จอโฆษณานอกบ้านที่โต้ตอบได้ต้องรับข้อมูลจากคนหน้าจอ ตัวชี้วัดที่ขอเป็นตัวกำหนดว่าข้อมูลอยู่ชั้นไหนตามกฎหมาย ไล่ทีละเงื่อนไขโดย PHYGITAL AGENCY

## Key Takeaways

- **ตัวชี้วัดที่ขอเป็นตัวกำหนดชั้นของข้อมูล** — การนับจำนวนคนหน้าจอทำได้โดยไม่ต้องจดจำใบหน้า แต่การนับผู้ชมไม่ซ้ำคนต้องเทียบใบหน้าข้ามช่วงเวลา ซึ่งเข้านิยามข้อมูลชีวภาพตามมาตรา 26 และต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง
- **ตัวเลขผู้ชมในรายงานจอมีหลายระดับที่พิสูจน์คนละเรื่อง** — มาตรฐานของ Media Rating Council ปี 2567 แยกจำนวนคนในพื้นที่ออกจากอิมเพรสชันที่มีโอกาสมองเห็น สัญญาจึงควรระบุว่ารายงานใช้ระดับใด
- **เกมที่ใช้โทรศัพท์บังคับจอใหญ่ขึ้นกับเครือข่ายมือถือของผู้เล่น** — จุดที่คนแน่นที่สุดคือจุดที่สัญญาณช้าที่สุด เกมจึงควรเล่นได้แม้หน่วง และรอบต้องสั้นกว่าเวลาที่คนในจุดนั้นยอมหยุดยืน

แบรนด์ที่อยากให้จอโฆษณานอกบ้านโต้ตอบกับคนที่เดินผ่าน มักเริ่มคุยจากลูกเล่นที่อยากได้ ทั้งที่คำถามแรกของโครงการกลุ่มนี้ไม่ใช่ว่าจะใช้ลูกเล่นแบบไหน แต่เป็นว่าแบรนด์อยากได้ตัวเลขอะไรกลับไป เพราะตัวเลขที่ขอเป็นตัวกำหนดว่าระบบต้องเก็บอะไร บทความนี้ไล่เงื่อนไขทีละช่องทางที่จอรับข้อมูลเข้ามา

Interactive DOOH คือจอโฆษณานอกบ้านที่เปลี่ยนสิ่งที่แสดงตามข้อมูลที่รับเข้ามา ทั้งจากสภาพแวดล้อม จากโทรศัพท์ของคนที่สแกนคิวอาร์โค้ด และจากกล้องหรือเซนเซอร์ที่นับคนหน้าจอ ความต่างจากจอ LED ทั่วไปคือจอเริ่มมีช่องรับข้อมูลจากคนที่เดินผ่าน และข้อมูลแต่ละช่องมีเงื่อนไขทางกฎหมายไม่เท่ากัน งานออกแบบระบบลักษณะนี้ดำเนินการโดยทีมหลักในเชียงใหม่ของ บริษัท ฟิจิทัล เอเจนซี จำกัด (PHYGITAL AGENCY) ซึ่งติดตั้งหน้างานให้ผู้ว่าจ้างได้ทุกภาค

## ตรวจจับใบหน้ากับจดจำใบหน้า กฎหมายแยกไว้คนละชั้น

กล้องที่ประมาณช่วงวัยของคนหน้าจอกับกล้องที่รู้ว่าคนคนนี้เคยเดินผ่านเมื่อวาน ใช้อุปกรณ์หน้าตาเหมือนกันแต่สร้างข้อมูลคนละชนิด ชนิดหลังคือข้อมูลที่กฎหมายคุ้มครองเข้มที่สุด เส้นแบ่งคือระบบสร้างข้อมูลจำลองใบหน้าเก็บไว้เทียบกันหรือไม่

[พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562](https://www.pdpc.or.th/wp-content/uploads/2023/12/1%5FPersonal-Data-Protection-2562.pdf) มาตรา 26 จัดข้อมูลชีวภาพไว้ในกลุ่มเดียวกับข้อมูลสุขภาพและพันธุกรรม คือจะเก็บรวบรวมได้เมื่อเจ้าของข้อมูลให้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง หรือเข้าข้อยกเว้นที่ระบุไว้ ซึ่งไม่มีข้อใดเกี่ยวกับการโฆษณา วรรคท้ายของมาตราเดียวกันนิยามข้อมูลชีวภาพว่าเป็นข้อมูลที่เกิดจากเทคโนโลยีซึ่งนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือพฤติกรรมมาใช้ ทำให้ยืนยันตัวตนของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ และยกตัวอย่างข้อมูลภาพจำลองใบหน้าไว้เป็นรายการแรก

| วิธีรับรู้คนหน้าจอ                           | สิ่งที่ระบบสร้างขึ้น                    | สิ่งที่ต้องพิจารณา                                                       |
| ------------------------------------------------- | ------------------------------------------- | --------------------------------------------------------------------------- |
| เซนเซอร์วัดระยะหรือการเคลื่อนไหว ไม่ใช้ภาพ | จำนวนครั้งที่มีวัตถุเข้าเขตตรวจจับ  | ไม่มีภาพของบุคคล แยกคนออกจากรถเข็นหรือสัตว์เลี้ยงได้ไม่แม่น   |
| กล้องตรวจจับใบหน้าแล้วประมาณช่วงวัย        | ภาพชั่วขณะและค่าประมาณรายคน          | ภาพของบุคคลยังถูกประมวลผลแม้ไม่บันทึก ต้องแจ้งและทิ้งภาพทันที |
| กล้องจดจำใบหน้าเพื่อนับคนไม่ซ้ำ            | ข้อมูลจำลองใบหน้าที่เทียบข้ามเวลาได้ | เข้านิยามข้อมูลชีวภาพ ต้องได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้ง              |

แถวกลางคือแถวที่ต้องระวังการสรุปเกินจริง ระบบที่ไม่บันทึกภาพลดความเสี่ยงลงได้มาก แต่ภาพที่กล้องรับเข้ามาในเสี้ยววินาทีนั้นยังเป็นภาพของคนที่ระบุตัวได้ การบอกว่าระบบนี้อยู่นอกกฎหมายทั้งหมดจึงเป็นข้อสรุปที่ตัวบทไม่ได้รองรับ วิธีที่ตรวจสอบได้คือประมวลผลบนอุปกรณ์หน้าจอ ส่งออกเฉพาะตัวเลขรวม และติดป้ายแจ้งให้เห็นก่อนเข้าเขตกล้อง หลักการเดียวกันในบริบทหน้าร้านค้าปลีกอธิบายไว้ใน[Data Privacy ใน Phygital: 3 หลุมพรางและวิธีรับมือ PDPA](https://phygital.co.th/insights/phygital-data-privacy-pdpa-compliance)

### อยากรู้จำนวนผู้ชมไม่ซ้ำคน ต้องใช้การจดจำใบหน้าไหม

ถ้าจะนับจากกล้องหน้าจอโดยตรง คำตอบคือต้องใช้ เพราะการรู้ว่าคนที่เห็นตอนบ่ายเป็นคนเดียวกับคนที่เห็นตอนเช้า ต้องมีข้อมูลบางอย่างไว้เทียบ และข้อมูลที่ใช้เทียบใบหน้าคือข้อมูลชีวภาพตามนิยามของกฎหมาย ทางเลือกที่ไม่ต้องแตะใบหน้าคือประมาณจากตัวอย่างสำรวจ หรือนับจากคนที่สแกนคิวอาร์โค้ดซึ่งยินยอมให้ข้อมูลเอง ทั้งสองทางได้ตัวเลขที่หยาบกว่า แต่ไม่ต้องขอความยินยอมโดยชัดแจ้งจากทุกคนที่เดินผ่าน

## ตัวเลขผู้ชมในรายงานจอมีสี่ระดับ แต่ละระดับพิสูจน์คนละเรื่อง

คำว่า "ผู้ชม" ในรายงานจอโฆษณาอาจหมายถึงคนที่อยู่ในพื้นที่ คนที่อยู่ในมุมมองเห็นจอ หรือคนที่น่าจะมองเห็นโฆษณาจริง ตัวเลขทั้งสามอาจห่างกันมากในจุดติดตั้งเดียวกัน สัญญาที่เขียนว่าวัดผู้ชมโดยไม่บอกระดับจึงตีความได้กว้างกว่าที่ผู้ซื้อสื่อคิดไว้

[มาตรฐานการวัดสื่อนอกบ้านของ Media Rating Council ฉบับเมษายน 2567](https://mediaratingcouncil.org/sites/default/files/News/Standards-Guidelines/MRC%5FOOH%5FStandards%5FPhase%201%5FExclusive%5Fof%5FAudience%5FFinal%5FApril%202024.pdf) จัดตัวชี้วัดเป็นลำดับชั้น ระดับล่างสุดคือจำนวนคนในพื้นที่ ซึ่งมาตรฐานระบุว่าวัดง่ายที่สุดแต่มีคุณค่าน้อยที่สุด เพราะไม่มีหลักฐานของโอกาสมองเห็น และไม่เพียงพอจะนับเป็นอิมเพรสชันได้ด้วยตัวเอง ระดับที่สูงขึ้นแต่ละขั้นเพิ่มเงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์ ส่วนตัวเลขผู้ชมแบบเต็มถูกแยกไปไว้ในมาตรฐานระยะที่สอง

| ระดับ                                            | เงื่อนไขที่ต้องพิสูจน์                       | สิ่งที่บอกไม่ได้                    |
| ------------------------------------------------ | ----------------------------------------------- | --------------------------------------- |
| จำนวนคนในพื้นที่ (Location Traffic)            | มีคนอยู่ในบริเวณที่ตั้งจอ                | คนนั้นหันไปทางจอหรือไม่          |
| อิมเพรสชันรวม (Gross Impressions)             | มีคนอยู่ในเขตรับภาพขณะโฆษณาแสดง        | มีสิ่งกีดขวางบังจออยู่หรือไม่    |
| อิมเพรสชันที่มีโอกาสมองเห็น (Viewable)    | อยู่ในเขตรับภาพและไม่มีสิ่งใดบังจอ    | คนนั้นสังเกตเห็นโฆษณาจริงหรือไม่ |
| อิมเพรสชันที่น่าจะเห็น (Likelihood-to-See) | ปรับตามความน่าจะเป็นที่คนสังเกตเห็นจอ | ใครจำโฆษณาได้ และจำได้นานแค่ไหน |

มาตรฐานนี้เขียนสำหรับตลาดสหรัฐอเมริกา และระบุไว้เองว่าต้องพิจารณากฎหมายความเป็นส่วนตัวของแต่ละพื้นที่ประกอบ ประโยชน์ที่ใช้ได้ทันทีในไทยคือคำนิยามสี่ระดับที่ทำให้ผู้ซื้อกับผู้ขายพูดถึงตัวเลขเดียวกัน

### รายงานจำนวนคนเดินผ่านใช้คิดค่าสื่อได้ไหม

ใช้ได้ถ้าทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะซื้อขายด้วยตัวเลขระดับนั้น แต่ต้องรู้ว่าจำนวนคนในพื้นที่เป็นเพดานสูงสุดที่เป็นไปได้ ไม่ใช่จำนวนคนที่เห็นโฆษณา จุดติดตั้งที่มีคนเดินผ่านมากแต่จอหันขนานกับทางเดิน จะได้ตัวเลขสูงในระดับล่างและต่ำมากในระดับบน การเขียนระดับของตัวชี้วัดลงสัญญาตั้งแต่ต้นทำให้เทียบราคาต่อหน่วยระหว่างจุดติดตั้งได้ตรงกว่าการเทียบตัวเลขรวม

## เกมที่ใช้โทรศัพท์บังคับจอใหญ่ ติดขัดที่เครือข่ายหน้างานก่อนตัวเกม

เกมที่ให้คนสแกนคิวอาร์โค้ดแล้วใช้โทรศัพท์เป็นตัวควบคุมบนจอใหญ่ทำงานผ่านเครือข่ายมือถือของผู้เล่นแต่ละคน ไม่ได้ผ่านเครือข่ายของจอ จุดติดตั้งที่คนหนาแน่นที่สุดจึงมักเป็นจุดที่สัญญาณของผู้เล่นช้าที่สุดในช่วงเวลาที่ต้องการคนเล่นมากที่สุด ปัญหาหน้างานส่วนใหญ่ของเกมประเภทนี้เกิดจากเงื่อนไขนี้ ไม่ได้เกิดจากตัวเกม

ผลที่เห็นได้คือการกดบนโทรศัพท์กับการเคลื่อนไหวบนจอไม่ตรงกัน ผู้เล่นรู้สึกว่าเกมไม่ตอบสนองแล้วเลิกเล่นกลางรอบ การออกแบบที่รับมือได้คือทำให้เกมไม่ต้องอาศัยจังหวะเสี้ยววินาที เช่น เกมตอบคำถาม เกมโหวต หรือเกมสะสมแรงกด ซึ่งหน่วงไปเล็กน้อยก็ยังเล่นได้ ฝั่งเครื่องเล่นคอนเทนต์ของจอควรต่อสายเครือข่ายแยก และหน้าเว็บที่ผู้เล่นเปิดควรเบาพอจะโหลดได้แม้สัญญาณอ่อน

อีกเรื่องที่ตัดสินจากหน้างานคือความยาวของแต่ละรอบ คนที่เดินผ่านจอกลางเมืองมีเวลาหยุดจำกัด รอบที่ยาวเกินทำให้คนต่อคิวเดินจากไปก่อนถึงตาของตัวเอง จอจึงควรแสดงคิวและเวลาที่เหลือให้คนที่ยืนรอเห็น ส่วนรางวัลควรแสดงเป็นรหัสบนหน้าจอโทรศัพท์ของผู้เล่นได้ทันทีโดยไม่ต้องกรอกข้อมูลติดต่อ ถ้าแบรนด์ต้องการเก็บเบอร์โทรไว้ส่งโปรโมชันต่อ สิทธิ์คัดค้านการตลาดแบบตรงของเจ้าของข้อมูลจะผูกมาด้วย ซึ่งอธิบายไว้ใน[รับยิงแอด Facebook ค่าคลิกถูกยังเป็นตัวชี้วัดที่ใช้ได้ไหม](https://phygital.co.th/insights/facebook-instagram-ads-agency) และเมื่อรายชื่อนั้นถูกนำไปรวมกับฐานลูกค้าเดิม เงื่อนไขเรื่องวัตถุประสงค์จะตามไปด้วย ดูได้ที่[วางระบบ CDP และ Data Clean Room ฐานทางกฎหมายที่ต้องมี](https://phygital.co.th/insights/cdp-data-clean-room-agency)

### รอบเกมบนจอกลางเมืองควรยาวแค่ไหน

ควรสั้นกว่าเวลาที่คนในจุดนั้นยอมหยุดยืน ซึ่งต่างกันมากระหว่างทางเดินเชื่อมสถานี ลานห้าง และหน้าร้านที่คนนั่งรอ ค่านี้วัดได้จากการสำรวจหน้างานก่อนออกแบบเกม โดยจับเวลาคนที่หยุดดูจอเดิมหรือป้ายเดิมในจุดเดียวกันหลายช่วงของวัน การตั้งความยาวรอบจากค่าที่วัดได้จริงทำให้คนต่อคิวยังอยู่ถึงตาของตัวเอง และทำให้จอมีคนเล่นต่อเนื่องแทนที่จะว่างสลับกับแน่น

## ฟีดโพสต์สดบนจอสาธารณะต้องมีคนกดอนุมัติก่อนขึ้นจอ

ฟีเจอร์ที่ดึงโพสต์ติดแฮชแท็กแคมเปญขึ้นจอใหญ่เปิดช่องให้ใครก็ได้ส่งข้อความหรือภาพขึ้นพื้นที่สาธารณะ โพสต์ที่ไม่เหมาะสมบนหน้าฟีดโซเชียลยังเลื่อนผ่านหรือลบได้ แต่บนจอกลางลานคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเห็นไปแล้ว และในนั้นอาจมีเด็กหรือคนที่ไม่ได้เลือกจะเห็น

กลไกที่ควรมีมีสี่ชั้น ชั้นแรกคือหน่วงเวลาระหว่างโพสต์กับการขึ้นจอไว้หลายนาที ชั้นที่สองคือคิวให้เจ้าหน้าที่กดอนุมัติทีละโพสต์ ชั้นที่สามคือปุ่มตัดกลับไปเล่นภาพสำรองของแบรนด์ได้ในคลิกเดียว ชั้นที่สี่คือบันทึกว่าโพสต์ใดขึ้นจอเวลาใดและใครกดอนุมัติ บันทึกชั้นสุดท้ายนี้คือสิ่งที่ใช้ตอบคำถามได้เมื่อมีคนร้องเรียนภายหลัง

อีกด้านของฟีเจอร์นี้คือเจ้าของโพสต์ ภาพที่ขึ้นจอมักมีใบหน้าของคนอื่นที่ไม่ได้เป็นคนโพสต์ติดมาด้วย กติกาแคมเปญจึงควรเขียนไว้ตั้งแต่ต้นว่าโพสต์ที่ติดแฮชแท็กอาจถูกนำขึ้นจอในพื้นที่ใด ช่วงเวลาใด และเจ้าหน้าที่จะไม่อนุมัติภาพที่เห็นหน้าบุคคลอื่นชัดเจน

### ระบบกรองคำอัตโนมัติพอแทนคนตรวจได้ไหม

ไม่พอ ระบบกรองคำจับได้ดีกับคำหยาบที่สะกดตรงตามรายการ แต่พลาดภาพที่ไม่มีตัวอักษร คำที่จงใจสะกดเพี้ยน และข้อความที่ถ้อยคำสุภาพแต่ความหมายโจมตีบุคคล ซึ่งเป็นรูปแบบที่คนตั้งใจป่วนแคมเปญนิยมใช้ บทบาทที่เหมาะกับระบบกรองคือคัดของที่ผิดชัดเจนออกก่อนถึงคิวของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้คนตรวจมีเวลาดูโพสต์ที่เหลือได้ละเอียดขึ้น ส่วนการตัดสินใจขั้นสุดท้ายว่าโพสต์ใดขึ้นจอยังต้องเป็นของคน

## ตัวกระตุ้นจากอากาศและเวลาต้องมีภาพสำรองเมื่อสัญญาณขาด

การสลับโฆษณาตามอุณหภูมิ ฝนตก หรือช่วงเวลาของวัน อาศัยข้อมูลจากภายนอกที่ขาดหายได้ทุกเมื่อ จอที่ออกแบบเฉพาะกรณีสัญญาณปกติจะค้างอยู่ที่ภาพสุดท้าย หรือแย่กว่านั้นคือขึ้นหน้าจอว่างกลางที่สาธารณะ

| ตัวกระตุ้น | แหล่งข้อมูล                                            | จุดที่พังได้                                        | สิ่งที่ต้องกำหนดไว้                                |
| ----------- | ------------------------------------------------------- | ------------------------------------------------------ | ------------------------------------------------------ |
| อุณหภูมิ    | เซนเซอร์หน้างาน หรือข้อมูลพยากรณ์ผ่านอินเทอร์เน็ต | เซนเซอร์โดนแดดหรือความร้อนจากตัวจอ             | ตำแหน่งติดเซนเซอร์ และค่าที่ใช้เมื่ออ่านไม่ได้ |
| ฝนตก        | ข้อมูลพยากรณ์ หรือเซนเซอร์น้ำฝน                     | ข้อมูลพยากรณ์เป็นรายพื้นที่ ไม่ใช่รายหัวมุมถนน | เงื่อนไขขั้นต่ำก่อนสลับ                            |
| ช่วงเวลา   | นาฬิกาของเครื่องเล่นคอนเทนต์                       | เวลาเครื่องคลาดหลังไฟดับ                          | การตั้งเวลาอัตโนมัติจากเครือข่าย                 |

อีกเรื่องที่ต้องกำหนดคือระยะเวลาขั้นต่ำก่อนสลับกลับ ถ้าอุณหภูมิแกว่งรอบค่าเกณฑ์พอดี จอจะสลับไปมาจนดูเหมือนระบบเสีย การให้ค่าต้องเกินเกณฑ์ต่อเนื่องระยะหนึ่งก่อนสลับช่วยตัดอาการนี้ได้

### เซนเซอร์อุณหภูมิติดหน้าจอให้ค่าตรงกับอากาศจริงไหม

มักไม่ตรง เพราะจอ LED ปล่อยความร้อนออกมาเองตลอดเวลาที่เปิด และโครงสร้างป้ายกลางแจ้งรับแดดโดยตรง เซนเซอร์ที่ติดชิดตัวจอจึงอ่านค่าได้สูงกว่าอากาศที่คนหน้าจอรู้สึก ทางแก้มีสองทาง คือย้ายเซนเซอร์ไปจุดที่มีร่มเงาและห่างจากตัวจอ หรือใช้ข้อมูลพยากรณ์ของพื้นที่เป็นค่าหลักแล้วใช้เซนเซอร์เป็นค่ายืนยัน การเลือกทางใดควรทดสอบเทียบค่าหน้างานสักระยะก่อนเปิดแคมเปญจริง

## งานที่ฟิจิทัล เอเจนซี รับในโครงการจอโต้ตอบ กับส่วนที่เจ้าของสื่อถือไว้

โครงการจอโต้ตอบมีผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อยสามฝ่าย คือแบรนด์ผู้ว่าจ้าง เจ้าของพื้นที่หรือเจ้าของจอ และผู้พัฒนาระบบ ความล่าช้าที่พบบ่อยเกิดจากงานที่แต่ละฝ่ายคิดว่าอีกฝ่ายทำอยู่ การแบ่งให้ชัดตั้งแต่ใบเสนอราคาจึงสำคัญพอ ๆ กับตัวลูกเล่น

| ฝ่าย                                | สิ่งที่ถือไว้                                                                                                   |
| ----------------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ |
| เจ้าของพื้นที่หรือเจ้าของจอ     | ใบอนุญาตติดตั้งป้าย ภาษีป้าย ไฟฟ้า โครงสร้าง และการบำรุงรักษาตัวจอ                                       |
| ฟิจิทัล เอเจนซี (ผู้พัฒนาระบบ) | คอนเทนต์ ซอฟต์แวร์โต้ตอบ การเชื่อมเซนเซอร์ ภาพสำรอง ขั้นตอนตรวจโพสต์ และรายงานที่ระบุระดับตัวชี้วัด |
| แบรนด์ผู้ว่าจ้าง                 | การเลือกฐานทางกฎหมายของข้อมูลผู้ชม ข้อความแจ้งหน้าจอ และการรับคำขอใช้สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล     |

เรื่องใบอนุญาตกับข้อกำหนดตำแหน่งของป้ายแต่ละชนิดอธิบายไว้ใน[รับผลิตป้ายโฆษณา ป้ายแบบไหนต้องขออนุญาตก่อนติด](https://phygital.co.th/insights/billboard-street-sign-vehicle-wrap-production) ส่วนต้นทุนที่อยู่นอกค่าผลิตและค่าเช่า เช่น ภาษีป้ายที่ผูกกับภาษาบนป้าย อยู่ใน[โฆษณาออฟไลน์ ป้ายหนึ่งใบมีต้นทุนอะไรบ้าง](https://phygital.co.th/insights/offline-advertising-agency) สำหรับงานที่ใช้อาคารทั้งหลังเป็นจอในคืนเดียว หลักคิดเรื่องการทดสอบหน้างานต่างออกไปอีกแบบ ดูได้ที่[รับทำ Projection Mapping วางแผนโชว์ที่เล่นได้คืนเดียว](https://phygital.co.th/insights/projection-mapping-interactive-event)

### แบรนด์หรือเจ้าของจอ ใครเป็นผู้ควบคุมข้อมูลผู้ชม

ตัดสินจากว่าใครกำหนดวัตถุประสงค์ของการเก็บข้อมูล ไม่ได้ตัดสินจากว่ากล้องเป็นของใคร ถ้าแบรนด์สั่งให้นับผู้ชมเพื่อวัดผลแคมเปญของตัวเอง แบรนด์อยู่ในฐานะผู้กำหนดวัตถุประสงค์ แต่ถ้าเจ้าของจอติดกล้องไว้นับผู้ชมเพื่อขายพื้นที่ให้ทุกแบรนด์ นั่นเป็นวัตถุประสงค์ของเจ้าของจอเอง โครงการเดียวอาจมีทั้งสองแบบซ้อนกัน จึงควรเขียนในสัญญาว่าข้อมูลชุดใดเป็นของฝ่ายใด และฝ่ายใดรับคำขอใช้สิทธิ์

## ร่างข้อความแจ้งผู้ที่เดินผ่านจอก่อนสั่งซื้อกล้อง

งานแรกคือเขียนข้อความที่จะติดหน้าจอให้เสร็จเป็นร่าง ข้อความนั้นต้องบอกได้ว่าจอรับข้อมูลอะไร เก็บอะไรไว้ และเก็บนานเท่าไร ถ้าเขียนไม่ได้หรือเขียนแล้วแบรนด์ไม่อยากให้คนอ่าน แปลว่าขอบเขตข้อมูลยังไม่ชัดหรือกว้างเกินกว่าที่ควร

งานที่สองคือเลือกระดับตัวชี้วัดจากสี่ระดับข้างต้น แล้วถามว่าระดับนั้นต้องการกล้องจริงหรือไม่ โครงการที่ต้องการเพียงจำนวนคนในพื้นที่กับจำนวนคนที่สแกนร่วมเล่น ใช้เซนเซอร์ที่ไม่ใช้ภาพได้ทั้งหมด

งานที่สามคือเขียนรายการกรณีที่ระบบพัง ได้แก่ สัญญาณขาด เซนเซอร์อ่านค่าไม่ได้ ฟีดโพสต์มีของไม่เหมาะสม แล้วกำหนดภาพสำรองกับผู้รับผิดชอบของแต่ละกรณีให้ครบก่อนวันติดตั้ง รายการนี้ใช้ทดสอบหน้างานได้ทันที

## สรุป

จอโฆษณานอกบ้านที่โต้ตอบได้เปลี่ยนจอจากสื่อทางเดียวเป็นจุดรับข้อมูลจากคนที่เดินผ่าน ตัวชี้วัดที่แบรนด์ขอจึงเป็นตัวกำหนดชั้นของข้อมูล การนับผู้ชมไม่ซ้ำคนต้องเทียบใบหน้าซึ่งเข้านิยามข้อมูลชีวภาพตามมาตรา 26 รายงานผู้ชมควรระบุระดับตามนิยามที่ตกลงกันไว้ และเกมผ่านโทรศัพท์ต้องออกแบบจากเครือข่ายกับเวลาหยุดยืนของจุดติดตั้งจริง ลำดับที่ปลอดภัยคือเริ่มจากข้อความแจ้งหน้าจอ แล้วจึงเลือกอุปกรณ์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Interactive DOOH ต่างจากป้าย LED โฆษณาทั่วไปอย่างไร

ป้าย LED ทั่วไปเล่นไฟล์วิดีโอวนตามลำดับที่ตั้งไว้ ส่วนจอโต้ตอบมีซอฟต์แวร์ตัดสินว่าจะแสดงอะไรจากข้อมูลที่รับเข้ามา เช่น อากาศ เวลา หรือการกดจากโทรศัพท์ของคนหน้าจอ ความต่างนี้ทำให้ต้องออกแบบภาพสำรองและขั้นตอนดูแลข้อมูลเพิ่ม ซึ่งจอแบบเล่นวนไม่ต้องมี

### ต้องติดป้ายแจ้งว่ามีกล้องอยู่ที่จอไหม

ควรติดทุกกรณีที่มีกล้องทำงาน และควรติดในตำแหน่งที่คนเห็นก่อนเดินเข้าเขตที่กล้องรับภาพ ไม่ใช่ติดบนตัวจอ ข้อความควรบอกว่ากล้องทำอะไร เก็บอะไรไว้ เก็บนานเท่าไร และติดต่อใครได้ ป้ายที่เขียนเพียงว่ามีกล้องวงจรปิดไม่ได้บอกผู้ที่เดินผ่านว่าภาพถูกนำไปใช้วัดผลโฆษณา

### ร้านขนาดเล็กใช้จอหน้าร้านทำระบบโต้ตอบได้ไหม

ทำได้ และมักง่ายกว่าจอกลางเมือง เพราะร้านเป็นเจ้าของพื้นที่เอง ไม่ต้องประสานกับเจ้าของสื่อ ลูกเล่นที่เหมาะคือเกมผ่านคิวอาร์โค้ดหรือการสลับเมนูตามช่วงเวลา ซึ่งไม่ต้องใช้กล้องเลย ถ้าต้องการนับคนหน้าร้าน เซนเซอร์นับการเคลื่อนไหวที่ไม่ใช้ภาพก็ให้ตัวเลขพอสำหรับเทียบยอดขายรายวันได้

### เก็บภาพจากกล้องหน้าจอไว้ตรวจย้อนหลังได้ไหม

การเก็บภาพไว้เป็นวัตถุประสงค์คนละเรื่องกับการนับผู้ชม ถ้าจะเก็บต้องแจ้งวัตถุประสงค์นั้นแยกไว้ และกำหนดระยะเวลาเก็บให้สั้นเท่าที่จำเป็น ระบบที่ออกแบบมาเพื่อวัดผลโฆษณาอย่างเดียวไม่มีเหตุต้องเก็บภาพ การเพิ่มการบันทึกภาพเข้าไปทีหลังเท่ากับเปลี่ยนขอบเขตข้อมูลของทั้งโครงการ

### ภาพที่ผู้เล่นถ่ายคู่กับตัวละครบนจอ AR ส่งให้เขาทางไหนดี

ทางที่เก็บข้อมูลน้อยที่สุดคือแสดงคิวอาร์โค้ดให้ผู้เล่นสแกนเพื่อดาวน์โหลดภาพของตัวเองภายในเวลาจำกัด โดยไม่ต้องกรอกเบอร์โทรหรืออีเมล ถ้าแบรนด์ต้องการขอช่องทางติดต่อไปด้วย ควรแยกเป็นช่องที่ผู้เล่นเลือกกรอกเอง พร้อมข้อความบอกว่าจะส่งอะไรให้ และลบไฟล์ภาพออกจากระบบเมื่อพ้นเวลาดาวน์โหลด

### ต้องเช่าพื้นที่ป้ายบิลบอร์ดเองก่อนหรือไม่

ถ้าใช้จอสาธารณะ แบรนด์ต้องจองเวลาออกอากาศกับเจ้าของสื่อก่อน และต้องตรวจว่าจอรุ่นนั้นรับซอฟต์แวร์ภายนอกและต่อกล้องหรือเซนเซอร์เพิ่มได้หรือไม่ เพราะจอสาธารณะหลายจุดเล่นได้เฉพาะไฟล์วิดีโอ ข้อนี้ควรตรวจก่อนออกแบบลูกเล่น ถ้าเป็นจอในพื้นที่ของแบรนด์เอง เริ่มออกแบบได้ทันที

### โครงการติดตั้งนอกเชียงใหม่ ทีมต้องลงพื้นที่กี่รอบ

โดยทั่วไปสามรอบ รอบแรกสำรวจมุมจอ แสง และเส้นทางเดินของคน รอบที่สองติดตั้งและทดสอบภาพสำรองกับตัวกระตุ้นทุกตัว รอบที่สามคือวันเปิดแคมเปญ งานออกแบบคอนเทนต์ เขียนซอฟต์แวร์ และประชุมตรวจงานทำทางไกลจากทีมในเชียงใหม่ได้ตลอดโครงการ ไม่ว่าจุดติดตั้งอยู่กรุงเทพฯ หรือจังหวัดใด

## อยากได้จอโฆษณาที่โต้ตอบกับคนหน้าจอ แต่ยังไม่แน่ใจว่าควรเก็บข้อมูลผู้ชมแค่ไหน

ให้ PHYGITAL AGENCY ดูแลโครงการจอโต้ตอบของคุณ ตั้งแต่การเลือกระดับตัวชี้วัดที่ใช้ตัดสินใจได้จริง การออกแบบระบบที่เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็น ขั้นตอนตรวจโพสต์ก่อนขึ้นจอ ไปจนถึงภาพสำรองสำหรับทุกกรณีที่สัญญาณขาด

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
