# กรณีศึกษา Inditex ร้านลดลง 6% ในสามปี ขณะยอดขายโต 22%

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/inditex-zara-case-study-multi-format-portfolio · เผยแพร่ 6 มิถุนายน 2567 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรณีศึกษา Inditex จากงบรวมปีบัญชีล่าสุด ร้านแปดแบรนด์ลดจาก 5,563 เหลือ 5,460 แห่ง ขณะยอดขาย กำไร และ ROCE แยกรายแบรนด์บอกว่าร้านไหนยังคุ้มพื้นที่

## Key Takeaways

- **จำนวนร้านของ Inditex ลดจาก 5,563 เป็น 5,460 แห่งในปีบัญชีล่าสุด** — ขณะที่ยอดขายเพิ่ม 3.2% เป็น 39,864 ล้านยูโร ตามงบรวมที่ปิดบัญชีวันที่ 31 มกราคม 2569
- **Inditex เขียนในรายงานของผู้บริหารว่ายอดขายโต 22% ในสามปี ขณะจำนวนร้านลดลง 6%** — และพื้นที่ขายสุทธิเพิ่มขึ้น 6% ในช่วงเดียวกัน
- **งบของ Inditex แยกยอดขาย กำไรก่อนภาษี และผลตอบแทนต่อเงินทุนของแต่ละแบรนด์** — ทำให้เห็นว่า Stradivarius มี ROCE 72% ขณะที่กลุ่ม Zara อยู่ที่ 36%

เจ้าของร้านเสื้อผ้าหรือแบรนด์แฟชั่นที่มีหลายสาขาหรือหลายแบรนด์ ต้องตัดสินใจว่าร้านไหนควรปิด ยุบรวม หรือขยาย จำนวนร้านกับยอดขายของ Inditex สองปีล่าสุดเป็นกรณีให้ดูว่าการปิดร้านไม่ได้แปลว่ายอดขายต้องลด

5,563 กับ 5,460 คือจำนวนร้านของ Inditex เมื่อสิ้นปีบัญชีก่อนหน้าและสิ้นปีบัญชีล่าสุด ร้านหายไป 103 แห่ง แต่ยอดขายเพิ่มขึ้นราว 1,232 ล้านยูโร (คำนวณจากยอดขายสองปีในงบ)

บทนี้อ่าน[งบการเงินรวมและรายงานของผู้บริหารปี 2025 ของกลุ่ม Inditex](https://www.inditex.com/itxcomweb/api/media/59f58f71-301d-4a50-85a6-0441fb9f37c5/ENGL-CCAAeIGGrupo2025.pdf) ซึ่งบริษัทเผยแพร่ใน[ศูนย์ดาวน์โหลดรายงานประจำปี](https://annualreport.inditex.com/anrpxxvui/en/download-centre) ปีบัญชีของ Inditex เริ่ม 1 กุมภาพันธ์และปิด 31 มกราคมของปีถัดไป บริษัทเรียกปีที่ปิดบัญชีเมื่อ 31 มกราคม 2569 ว่าปี 2025 บทนี้ใช้คำว่า "ปีบัญชีล่าสุด" แทนเพื่อไม่ให้ปนกับปีปฏิทิน ตัวเลขเงินทั้งหมดเป็นล้านยูโรตามงบ และข้อความภาษาไทยแปลเองจากฉบับภาษาอังกฤษ

บทเดิมของหน้านี้เขียนว่า Inditex มี "8 รูปแบบร้านที่ทำให้ Zara ไม่ต้องแข่งกับตัวเอง" ตัวเลขแปดตรงกับจำนวนแบรนด์ในงบ แต่ข้อความส่วนหลังไม่มีในเอกสารใดของบริษัทที่อ่าน จึงตัดออก

## ร้านแปดแบรนด์ในสองวันสิ้นปีบัญชี

หมายเหตุข้อ 1ของงบรวมระบุว่า Inditex ขายผ่านแปดแบรนด์ (บริษัทเรียกว่า retail concepts) ได้แก่ Zara, Pull&Bear, Massimo Dutti, Bershka, Stradivarius, Oysho, Lefties และ Zara Home ทุกแบรนด์ขายทั้งในร้านและออนไลน์ รายงานของผู้บริหารมีตารางจำนวนร้านแยกแบรนด์ ณ สองวัน ดังนี้

| แบรนด์        | 31 ม.ค. 2568 | 31 ม.ค. 2569 | เปลี่ยนแปลง |
| ------------- | ------------ | ------------ | ----------- |
| Zara          | 1,550        | 1,500        | \-50        |
| Zara Home     | 391          | 374          | \-17        |
| Lefties       | 209          | 215          | +6          |
| Pull&Bear     | 800          | 791          | \-9         |
| Massimo Dutti | 528          | 511          | \-17        |
| Bershka       | 854          | 852          | \-2         |
| Stradivarius  | 835          | 834          | \-1         |
| Oysho         | 396          | 383          | \-13        |
| รวม           | 5,563        | 5,460        | \-103       |

คอลัมน์เปลี่ยนแปลงคำนวณจากสองคอลัมน์แรก Zara ลดมากที่สุดในเชิงจำนวน ส่วน Bershka และ Stradivarius แทบไม่เปลี่ยน

### แบรนด์ไหนของ Inditex มีร้านเพิ่มขึ้นในปีบัญชีล่าสุด

Lefties เป็นแบรนด์เดียวที่มีร้านเพิ่ม จาก 209 เป็น 215 แห่ง หมายเหตุเรื่องส่วนงานในงบอธิบายว่า Lefties เจาะกลุ่มผู้บริโภคกว้างและขายแฟชั่นราคาเข้าถึงง่าย ส่วนรายงานของผู้บริหารเขียนแผนปีถัดไปว่า Lefties จะขยายต่อ แต่ไม่ได้ระบุจำนวนร้านเป้าหมาย

### Inditex วางแผนเปิดร้านในตลาดใหม่ที่ไหนบ้าง

รายงานของผู้บริหารเขียนแผนปีบัญชีถัดไปไว้รายแบรนด์ Bershka จะเปิดร้านแรกในบราซิลและสหรัฐอเมริกา Massimo Dutti จะขยายในสหรัฐฯ ด้วยร้านใหม่ที่ไมอามีย่าน Brickell และนิวยอร์กย่าน SoHo พร้อมเปิดร้านแรกในเดนมาร์กและนอร์เวย์ Pull&Bear จะเข้าเดนมาร์ก และ Zara Home จะเปิดร้านแรกในไอร์แลนด์กับนอร์เวย์ รายงานไม่ได้ให้จำนวนร้านที่จะเปิดในแต่ละตลาด

### ร้านของบริษัทกับร้านแฟรนไชส์ของ Inditex ต่างกันแค่ไหน

ณ สิ้นปีบัญชีล่าสุด Inditex บริหารร้านเอง 4,310 แห่ง และมีร้านแฟรนไชส์ 1,150 แห่ง ตารางยอดขายแยกตามรูปแบบร้านบอกว่ายอดขายรวมมาจากร้านที่บริษัทบริหารเอง 86% และจากแฟรนไชส์ 14% แบรนด์ที่พึ่งแฟรนไชส์มากที่สุดคือ Massimo Dutti และ Oysho ที่ 20% ส่วนกลุ่ม Zara อยู่ที่ 13% หมายเหตุข้อ 1ของงบเขียนว่าบริษัทใช้แฟรนไชส์ "in certain markets where, for several reasons" โดยไม่ได้ระบุเหตุผลหรือรายชื่อตลาด

## ยอดขาย กำไร และผลตอบแทนแยกแบรนด์

รายงานของผู้บริหารมีตารางสามชุดที่ใช้อ่านคู่กันได้ คือยอดขาย กำไรก่อนภาษี และ ROCE ของแต่ละแบรนด์ งบรวมนิยาม ROCE ว่ากำไรก่อนภาษีหารด้วยเงินทุนเฉลี่ยของปี ซึ่งคิดจากส่วนของผู้ถือหุ้นเฉลี่ยของปีนี้กับปีก่อน บวกหนี้สินทางการเงินสุทธิเฉลี่ย

| แบรนด์                                | ยอดขาย (ปีก่อน → ปีล่าสุด) | กำไรก่อนภาษี (ปีก่อน → ปีล่าสุด) | ROCE (ปีก่อน → ปีล่าสุด) |
| ------------------------------------- | ----------------------------- | ------------------------------------ | -------------------------- |
| กลุ่ม Zara (Zara, Zara Home, Lefties) | 27,778 → 28,051               | 5,407 → 5,601                        | 36% → 36%                  |
| Pull&Bear                             | 2,469 → 2,546                 | 458 → 422                            | 48% → 40%                  |
| Massimo Dutti                         | 1,960 → 2,019                 | 402 → 434                            | 51% → 56%                  |
| Bershka                               | 2,930 → 3,286                 | 548 → 657                            | 45% → 50%                  |
| Stradivarius                          | 2,664 → 3,002                 | 616 → 707                            | 70% → 72%                  |
| Oysho                                 | 831 → 960                     | 146 → 198                            | 51% → 63%                  |
| รวม                                   | 38,632 → 39,864               | 7,577 → 8,020                        | 40% → 40%                  |

กลุ่ม Zara ทำยอดขายราว 70% ของทั้งเครือ (คำนวณจาก 28,051 หาร 39,864) แต่ ROCE ต่ำที่สุดในตาราง ส่วน Stradivarius ที่ยอดขายราวหนึ่งในเก้าของกลุ่ม Zara มี ROCE สูงที่สุด ตัวเลขชุดนี้บอกว่าเงินทุนที่จมอยู่ในแต่ละแบรนด์สร้างกำไรได้ต่างกัน และบอกไม่ได้ว่าแบรนด์ไหนมีอนาคตดีกว่า

### ทำไม Zara, Zara Home และ Lefties ถูกนับเป็นส่วนงานเดียวในงบของ Inditex

หมายเหตุเรื่องส่วนงานให้เหตุผลสองข้อ Zara กับ Zara Home ถูกรวมกันเพราะมี "significant synergies" ทั้งด้านการค้าและการดำเนินงาน ส่วน Lefties ถูกรวมเข้ามาเพราะมีที่มาเชื่อมกับ Zara และขายทั้งแฟชั่นกับของใช้ในบ้านเหมือนกัน งบจึงรายงานส่วนงานหลักเพียงสามส่วน คือกลุ่ม Zara, Bershka และแบรนด์อื่นที่เหลือ

### ยอดขาย Pull&Bear เพิ่ม แต่กำไรลดได้อย่างไร

ยอดขาย Pull&Bear เพิ่มจาก 2,469 เป็น 2,546 ล้านยูโร แต่กำไรก่อนภาษีลดจาก 458 เหลือ 422 ล้านยูโร และ ROCE ลดจาก 48% เหลือ 40% ส่วนของงบที่อ่านไม่ได้อธิบายสาเหตุของแบรนด์นี้แยก บทนี้จึงไม่เดาเหตุผลแทนบริษัท สิ่งที่ตัวเลขบอกได้คือ Pull&Bear เป็นแบรนด์เดียวในตารางที่ยอดขายโตแต่กำไรลด

## เปิด 190 ยุบรวม 293 ร้านจึงลดลง 103 แห่ง

รายงานของผู้บริหารเขียนว่าในปีบัญชีล่าสุด Inditex เปิดร้านใน 41 ตลาด และทำ "store optimisation activities" ต่อเนื่อง ได้แก่ เปิดร้าน 190 แห่ง ปรับปรุง 217 แห่ง ซึ่งรวมการขยายร้าน 96 แห่ง และยุบรวม (absorptions) 293 แห่ง พื้นที่ขายรวมเพิ่มขึ้น 5.3%

เมื่อนำ 190 ลบ 293 จะได้ -103 เท่ากับจำนวนร้านที่ลดลงระหว่างสองวันสิ้นปีบัญชีพอดี (คำนวณเอง) รายงานไม่ได้นิยามคำว่า absorptions ในส่วนที่อ่าน แต่ตัวเลขที่หักกันลงตัวชี้ว่าร้านที่หายไปถูกนับอยู่ในกลุ่มนี้

ย่อหน้าถัดมาในรายงานเขียนว่า Inditex ใช้กลยุทธ์ Retail Optimisation มาหลายปี และ "sales have grown 22% on a reported basis over the last 3 years, while the number of stores has been reduced by 6% (net space +6%)" คือยอดขายโต 22% ในสามปี จำนวนร้านลด 6% ขณะพื้นที่สุทธิเพิ่ม 6% รายงานไม่ได้แสดงตารางสามปีประกอบ ตัวเลขชุดนี้จึงเป็นคำของบริษัทที่อ้างได้ แต่ตรวจย้อนจากงบฉบับเดียวไม่ได้

### ร้านน้อยลงแต่พื้นที่มากขึ้นหมายความว่าอะไรสำหรับร้านค้าทั่วไป

ความหมายตรงตัวคือร้านแต่ละแห่งใหญ่ขึ้นโดยเฉลี่ย เพราะจำนวนร้านลดแต่ตารางเมตรรวมเพิ่ม รายงานไม่ได้บอกขนาดร้านเฉลี่ย จึงคำนวณต่อไม่ได้ สำหรับร้านค้าขนาดเล็ก ตัวเลขนี้ชวนให้นับหน่วยใหม่ นอกจากนับจำนวนสาขา ควรนับยอดขายต่อตารางเมตรของแต่ละสาขาด้วย สาขาที่ยอดขายต่อพื้นที่ต่ำอาจคุ้มกว่าถ้ารวมเข้ากับสาขาใกล้กัน

## ร้านจริงกับออนไลน์ในสต็อกชุดเดียว

หมายเหตุข้อ 1ของงบเขียนว่าร้านและแพลตฟอร์มออนไลน์ทั้งหมด "are merged into a single sales environment (integrated model)" หรือรวมเป็นสภาพแวดล้อมการขายเดียว บริษัทอธิบายว่าใช้ RFID และระบบจัดการสต็อกรวม SINT (Integrated Stock Management System) รวมการจัดการสต็อกของทุกแบรนด์ พนักงานจึงหาสินค้าได้ไม่ว่าชิ้นนั้นอยู่ที่ไหน แล้วนำมาให้ลูกค้าได้

รายงานของผู้บริหารระบุยอดขายออนไลน์ 10.7 พันล้านยูโร เพิ่มขึ้น 4.8% คิดเป็นราว 27% ของยอดขายรวม (คำนวณจาก 10.7 หาร 39.9 พันล้านยูโร) ส่วนผู้สอบบัญชีระบุว่ายอดขายผ่านร้านที่บริษัทบริหารเองรวมกับแพลตฟอร์มออนไลน์อยู่ที่ 36,390 ล้านยูโร หรือ 91% ของยอดขายกลุ่ม

### แผนจูงใจผู้บริหารของ Inditex วัดยอดขายร้านกับออนไลน์อย่างไร

แผนจูงใจระยะยาวที่อธิบายไว้ในเอกสารชุดเดียวกันมีตัวชี้วัดชื่อ "Store and Online Sales" ให้น้ำหนัก 25% วัดจากยอดขายร้านรวมกับยอดขายออนไลน์ในสกุลเงินคงที่ เทียบกับเป้าที่คณะกรรมการตั้งไว้ ตัวชี้วัดนี้ไม่แยกสองช่องทาง ผู้บริหารจึงได้ผลตอบแทนจากยอดรวม ไม่ว่าลูกค้าจะซื้อในร้านหรือบนหน้าจอ

## สิ่งที่งบรวมไม่ได้แยกให้

งบรวมของ Inditex แยกตัวเลขรายแบรนด์ไว้หลายตาราง แต่ยังมีห้าเรื่องที่เอกสารไม่ได้ให้

1. **ยอดขายออนไลน์รายแบรนด์** งบให้ตัวเลขออนไลน์รวมทั้งกลุ่มเท่านั้น
2. **ยอดขายรายแบรนด์แยก Zara, Zara Home และ Lefties** ตารางรวมสามแบรนด์ไว้เป็นกลุ่มเดียว
3. **ขนาดร้านเฉลี่ยและยอดขายต่อตารางเมตร** รายงานบอกเพียงว่าพื้นที่รวมเพิ่ม 5.3%
4. **ตารางสามปีที่รองรับตัวเลข 22% กับ 6%** รายงานเขียนเป็นข้อความโดยไม่มีตาราง
5. **เหตุผลที่กำไร Pull&Bear ลด** ส่วนที่อ่านไม่ได้อธิบาย

สำหรับการอ่านตารางสาขาของบริษัทค้าปลีกไทยที่แยกตามรูปแบบการลงทุน ดู [กรณีศึกษา 7-Eleven ร้าน 15,945 สาขา แยกตามผู้ลงทุนสามแบบ](https://phygital.co.th/insights/7-eleven-thailand-case-study-all-member) ถ้าอยากเห็นบริษัทที่เขียนเกณฑ์ปิดร้านไว้ในเอกสารทางการ ดู [กรณีศึกษา FEMSA ที่เขียนใน 20-F ว่าการเติบโตของ OXXO จะช้าลง](https://phygital.co.th/insights/femsa-case-study-oxxo-coca-cola-bottler) ส่วนเคสแบรนด์เสื้อผ้าที่เปิดข้อมูลร่วมกับโรงงานคู่ค้า มีใน [กรณีศึกษา Uniqlo ลดก๊าซเรือนกระจกร่วมกับโรงงานคู่ค้า](https://phygital.co.th/insights/uniqlo-case-study-toray-heattech-partnership)

## ขั้นตอนอ่านตัวเลขรายร้านของตัวเอง

ตารางของ Inditex ใช้เป็นแม่แบบให้ร้านค้าขนาดเล็กได้ โดยไม่ต้องมีระบบเท่าบริษัทใหญ่ เริ่มจากสมุดบัญชีหรือไฟล์ยอดขายที่มีอยู่แล้ว

1. **แยกยอดขายรายสาขาหรือรายแบรนด์ อย่างน้อยสองปี** ใส่ไว้ข้างกันเหมือนตารางของ Inditex เพื่อเห็นทิศทางของแต่ละสาขา
2. **หักต้นทุนของแต่ละสาขาให้ได้กำไรรายสาขา** ค่าเช่า ค่าแรง และค่าตกแต่งที่ผ่อนอยู่ ควรถูกแบ่งให้สาขาที่ใช้จริง
3. **หารกำไรด้วยเงินที่ลงไปในสาขานั้น** แบบเดียวกับ ROCE สาขาที่ยอดขายสูงอาจให้ผลตอบแทนต่ำกว่าสาขาเล็ก
4. **แยกยอดขายออนไลน์ที่ส่งจากสต็อกของแต่ละสาขา** ถ้าสาขาหนึ่งเป็นคลังให้ออร์เดอร์ออนไลน์ด้วย การปิดสาขานั้นอาจกระทบยอดขายมากกว่าที่ยอดหน้าร้านบอก

### ถ้ามีสาขาเดียว ตารางแบบนี้ยังใช้ได้ไหม

ใช้ได้ในระดับสินค้าหรือระดับช่องทาง แทนที่จะแยกตามสาขา ให้แยกยอดขาย กำไร และเงินทุนที่จมในสต็อกของแต่ละกลุ่มสินค้า หรือแยกหน้าร้านกับร้านออนไลน์ แล้วดูว่ากลุ่มไหนใช้พื้นที่หรือเงินทุนมากแต่ให้กำไรน้อย

## สรุป

งบรวมปีบัญชีล่าสุดของ Inditex แสดงว่าจำนวนร้านลดจาก 5,563 เป็น 5,460 แห่ง ขณะยอดขายเพิ่ม 3.2% เป็น 39,864 ล้านยูโร การเปิดร้าน 190 แห่งกับการยุบรวม 293 แห่งหักกันได้ตรงกับร้านที่ลดลง 103 แห่ง บริษัทเขียนว่าสามปีที่ผ่านมายอดขายโต 22% ขณะร้านลด 6% และพื้นที่สุทธิเพิ่ม 6% ตารางแยกแบรนด์บอกว่ากลุ่ม Zara ทำยอดขายราว 70% ของเครือแต่มี ROCE 36% ขณะ Stradivarius มี 72% และ Pull&Bear เป็นแบรนด์เดียวที่ยอดขายโตแต่กำไรลด ยอดขายออนไลน์ 10.7 พันล้านยูโรอยู่ในสต็อกชุดเดียวกับร้าน งบไม่แยกยอดขายออนไลน์รายแบรนด์

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Lefties อยู่กลุ่มเดียวกับ Zara ในงบของ Inditex เพราะอะไร

หมายเหตุเรื่องส่วนงานเขียนว่า Lefties ถูกรวมกับ Zara และ Zara Home เพราะมีที่มาเชื่อมกับ Zara และขายทั้งแฟชั่นกับของใช้ในบ้าน ผลคือยอดขาย กำไร และ ROCE ของ Lefties ไม่ถูกแยกออกมาในตาราง

### Inditex มีพนักงานจากกี่สัญชาติ

หมายเหตุข้อ 1ของงบระบุว่าทีมงานมาจาก 174 สัญชาติ เพิ่มจาก 170 สัญชาติในปีก่อน ส่วนที่อ่านไม่ได้ระบุจำนวนพนักงานรวมไว้ในย่อหน้าเดียวกัน

### ยอดขายของ Inditex มาจากภูมิภาคไหนมากที่สุด

ตารางยอดขายตามภูมิภาคในงบแสดงว่ายุโรปนอกสเปนมียอดขายสูงสุด 21,509 ล้านยูโร ตามด้วยทวีปอเมริกา 6,971 ล้านยูโร สเปน 6,754 ล้านยูโร และเอเชียกับภูมิภาคอื่น 4,630 ล้านยูโร ยอดขายในทวีปอเมริกาและเอเชียลดลงเล็กน้อยจากปีก่อน

### ผลประกอบการช่วงต้นปีบัญชีถัดไปเป็นอย่างไร

รายงานของผู้บริหารเขียนว่ายอดขายร้านและออนไลน์ในสกุลเงินคงที่ระหว่าง 1 กุมภาพันธ์ถึง 8 มีนาคม 2569 เพิ่มขึ้น 9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน ตัวเลขนี้เป็นช่วงห้าสัปดาห์ จึงยังใช้คาดการณ์ทั้งปีไม่ได้

### ถ้าอยากอ่านเคสบริษัทที่ลดจำนวนแบรนด์แทนการลดจำนวนร้าน ควรอ่านบทไหน

[กรณีศึกษา P&G จากแผนตัด 100 แบรนด์ถึง 65 แบรนด์ใน 10 หมวด](https://phygital.co.th/insights/procter-gamble-case-study-multibrand-strategy) อ่านเอกสารที่ P&G ยื่นต่อ SEC ตั้งแต่แผนลดแบรนด์จนถึงรายงานประจำปีฉบับล่าสุด

## Inditex เปิดร้าน 190 แห่งและยุบรวม 293 แห่งในปีเดียว แล้วยังขายได้มากขึ้น

เจ้าของร้านที่อยากรู้ว่าสาขาไหนควรรวม และลูกค้าของสาขานั้นจะซื้อต่อจากช่องทางไหน วางตารางยอดขาย กำไร และช่องทางของแต่ละสาขากับ PHYGITAL AGENCY ก่อนตัดสินใจ

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
