# อ่านงบกำไรขาดทุน ทำไมต้องเสียภาษีจากเงินที่ลูกค้ายังไม่จ่าย

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/income-statement-profit-vs-cash-for-ceo · เผยแพร่ 9 เมษายน 2569 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

อ่านงบกำไรขาดทุนทีละชั้นตั้งแต่รายได้ถึงกำไรสุทธิ พร้อมเกณฑ์สิทธิตามประมวลรัษฎากร มาตรา 65 ที่นับรายได้ซึ่งยังไม่ได้รับเงิน และวิธีหาจุดคุ้มทุนรายเดือน

## Key Takeaways

- **งบกำไรขาดทุนเรียงเป็นชั้น และแต่ละชั้นตอบคนละคำถาม** — กำไรขั้นต้นตอบเรื่องราคากับต้นทุนสินค้า กำไรจากการดำเนินงานตอบเรื่องการบริหาร ส่วนกำไรสุทธิรวมผลของดอกเบี้ยและภาษีเข้าไปด้วย
- **ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 วรรคสอง ให้บริษัทคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีด้วยเกณฑ์สิทธิ** — รายได้ที่เกิดในรอบบัญชีต้องนับเข้ามาแม้ยังไม่ได้รับชำระ กิจการที่ให้เครดิตลูกค้าจึงอาจต้องเตรียมเงินเสียภาษีจากยอดขายที่เงินยังไม่เข้า
- **แยกค่าใช้จ่ายเป็นสองกองก่อนตัดสินใจเรื่องราคา** — กองที่ผูกพันแล้วกับกองที่ยังตัดสินใจได้ในเดือนนี้ แล้วหารกองแรกด้วยอัตรากำไรขั้นต้น จะได้ยอดขายขั้นต่ำต่อเดือนที่กิจการต้องทำให้ถึง

> บทนี้อธิบายหลักการอ่านงบและตัวบทกฎหมายที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ถามผู้ทำบัญชีได้ตรงจุด ไม่ใช่คำแนะนำทางภาษีของกิจการใดกิจการหนึ่ง ตัวเลขในตัวอย่างสมมติขึ้นเพื่อแสดงวิธีคิด การวางแผนภาษีของกิจการจริงควรปรึกษาผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีที่เห็นเอกสารครบ

งบกำไรขาดทุนวัดผลการดำเนินงานของกิจการตลอดรอบบัญชี โดยไล่จากรายได้ลงไปถึงกำไรสุทธิทีละชั้น ผู้ทำบัญชีบันทึกตัวเลขทุกชั้นในงบนี้ตามวันที่สิทธิเกิด ส่วนวันที่เงินเข้าหรือออกจากบัญชีธนาคารเป็นอีกเรื่องหนึ่ง กฎหมายภาษีของไทยก็ใช้หลักเดียวกัน ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 วรรคสอง ให้บริษัทคำนวณรายได้และรายจ่ายด้วยเกณฑ์สิทธิ และนับรายได้ที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีนั้นแม้ยังไม่ได้รับชำระ

ผลของกติกานี้คือกิจการที่ขายเก่งและให้เครดิตลูกค้านาน อาจเห็นกำไรในงบ ต้องเตรียมเงินเสียภาษีจากกำไรก้อนนั้น ขณะที่เงินจริงยังค้างอยู่ในมือลูกค้า ผู้บริหารที่อ่านงบกำไรขาดทุนเป็นจะเห็นช่องว่างนี้ก่อนที่มันจะกลายเป็นปัญหาหมุนเงิน

## งบกำไรขาดทุนเรียงบรรทัดอย่างไร และแต่ละชั้นตอบอะไร

ชั้นบนสุดคือรายได้จากการขายหรือการให้บริการ หักด้วยต้นทุนขายหรือต้นทุนบริการ ได้เป็นกำไรขั้นต้น ตัวเลขนี้ตอบว่าส่วนต่างระหว่างราคาที่ขายได้กับต้นทุนโดยตรงของสิ่งที่ขายกว้างพอหรือยัง กิจการที่กำไรขั้นต้นบางแก้ปัญหาด้วยการลดค่าใช้จ่ายสำนักงานไม่ได้ เพราะโจทย์อยู่ที่ราคาหรือต้นทุนวัตถุดิบตั้งแต่ต้นทาง

ชั้นถัดมาคือกำไรจากการดำเนินงาน ได้จากกำไรขั้นต้นหักค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร ชั้นนี้บอกว่าโครงสร้างทีมและวิธีทำงานของกิจการกินกำไรไปเท่าไร ชั้นล่างสุดคือกำไรสุทธิ ได้จากการหักต้นทุนทางการเงินและภาษีเงินได้ ชั้นนี้ขึ้นกับสองเรื่องที่ทีมปฏิบัติงานควบคุมไม่ได้ คือระดับหนี้ของกิจการและภาระภาษี การไล่จากบนลงล่างจึงแยกได้ว่าปัญหาของปีนั้นเกิดที่ชั้นไหน

### **กำไรขั้นต้นกับกำไรสุทธิ ผู้บริหารควรใช้ตัวไหนตัดสินใจ**

ใช้คนละเรื่องกัน กำไรขั้นต้นใช้กับเรื่องสินค้าและราคา เช่น จะรับงานราคานี้หรือไม่ จะเลิกขายสินค้าตัวไหน และจะเจรจาต้นทุนกับผู้ขายเรื่องใด กำไรสุทธิใช้กับเรื่องระดับกิจการ เช่น จ่ายปันผลเท่าไร กู้เพิ่มหรือคืนหนี้ก่อนกำหนด การใช้กำไรสุทธิตัดสินเรื่องราคาสินค้ารายตัวมักพาไปผิดทาง เพราะตัวเลขนั้นมีดอกเบี้ยและภาษีปนอยู่ ซึ่งไม่เกี่ยวกับว่าสินค้าตัวนั้นขายคุ้มหรือไม่

## เกณฑ์สิทธิในประมวลรัษฎากร มาตรา 65

[ประมวลรัษฎากร มาตรา 65](https://www.rd.go.th/5939.html) วรรคแรกกำหนดว่าเงินได้ที่บริษัทต้องเสียภาษีคือกำไรสุทธิ ซึ่งคำนวณจากรายได้จากกิจการหรือเนื่องจากกิจการในรอบระยะเวลาบัญชี หักรายจ่ายตามเงื่อนไขในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี โดยรอบบัญชีมีกำหนดสิบสองเดือน วรรคสองกำหนดวิธีนับ คือให้ใช้เกณฑ์สิทธิ รายได้ที่เกิดขึ้นในรอบบัญชีใดแม้ยังไม่ได้รับชำระให้นำมารวมเป็นรายได้ของรอบนั้น และรายจ่ายที่เกี่ยวกับรายได้นั้นแม้ยังไม่ได้จ่ายก็นำมารวมเป็นรายจ่ายของรอบเดียวกัน

หลักนี้ทำให้กำไรที่ใช้เสียภาษีจับคู่รายได้กับรายจ่ายของงานเดียวกันไว้ในรอบเดียวกัน ตัวเลขจึงสะท้อนผลงานของรอบนั้นได้ตรงกว่าการนับตามวันเงินเข้า แต่ก็ทำให้กำไรกับยอดเงินในบัญชีธนาคารเป็นคนละเรื่องกันตั้งแต่ต้น

### **ทำไมกิจการต้องเสียภาษีจากเงินที่ลูกค้ายังไม่จ่าย**

เพราะกฎหมายนับรายได้ตั้งแต่สิทธิเกิด ตัวอย่างสมมติคือบริษัทที่ปิดรอบบัญชีวันที่ 31 ธันวาคม ส่งมอบงานมูลค่า 2 ล้านบาทเมื่อกลางธันวาคม และให้เครดิตลูกค้า 60 วัน เงินจะเข้ากลางกุมภาพันธ์ของปีถัดไป แต่รายได้ก้อนนั้นอยู่ในรอบบัญชีที่ปิดเดือนธันวาคมแล้ว กำไรจากงานนี้จึงถูกนับในการคำนวณภาษีของรอบนั้น ผู้บริหารที่ไม่เห็นเรื่องนี้ล่วงหน้าอาจเจอเดือนที่ต้องจ่ายภาษีในขณะที่เงินจากลูกค้ารายใหญ่ยังไม่เข้า

### **รอบบัญชีสั้นกว่าสิบสองเดือนได้ไหม**

ได้ในสองกรณีตามมาตรา 65 วรรคแรก กรณีแรกคือบริษัทที่เพิ่งตั้งใหม่ ซึ่งเลือกวันใดวันหนึ่งเป็นวันสิ้นรอบบัญชีแรกได้ กรณีที่สองคือบริษัทยื่นคำร้องต่ออธิบดีกรมสรรพากรขอเปลี่ยนวันสุดท้ายของรอบบัญชี และอธิบดีอนุญาต ส่วนการขอเปลี่ยนเกณฑ์สิทธิหรือวิธีทางบัญชี มาตราเดียวกันเปิดให้ขอได้ในกรณีจำเป็น และต้องได้รับอนุมัติจากอธิบดีก่อน กิจการจึงเปลี่ยนเกณฑ์เองโดยลำพังไม่ได้

## สามทางที่ทำให้กำไรกับเงินสดห่างกัน

ส่วนต่างของกำไรกับเงินสดส่วนใหญ่ไหลผ่านสามทาง ทางแรกคือลูกหนี้การค้า ยอดขายที่บันทึกเป็นรายได้แล้วยังอยู่ในมือลูกค้าตามเงื่อนไขเครดิต ทางที่สองคือสินค้าคงเหลือ เงินที่จ่ายซื้อวัตถุดิบออกไปแล้วจะกลายเป็นต้นทุนขายในงบก็ต่อเมื่อสินค้าถูกขายออก ทางที่สามคือค่าเสื่อมราคา ซึ่งหักกำไรลงทุกปีโดยไม่มีเงินสดจ่ายออกในปีนั้น เพราะเงินจ่ายไปตั้งแต่ปีที่ซื้อสินทรัพย์

สามทางนี้เดินสวนกันได้ ปีที่กิจการโตเร็ว ลูกหนี้กับสินค้าคงเหลือจะโตตาม เงินสดจึงถูกดูดไปอยู่ในสองรายการนั้นก่อนกลับมาเป็นเงิน ส่วนปีที่ยอดขายหยุดโต เงินที่เคยจมอยู่ในลูกหนี้จะทยอยกลับมา ทำให้เงินสดดูดีกว่ากำไร ผู้บริหารที่อยากเห็นว่าเงินเดินไปทางไหนระหว่างปี อ่านต่อได้ใน[งบกระแสเงินสดคืออะไร กับเงินสำรอง 27 วันของธุรกิจขนาดเล็ก](https://phygital.co.th/insights/cash-flow-statement-for-new-ceo)

### **กิจการมีกำไรแต่หมุนเงินไม่ทัน แปลว่าบัญชีทำผิดหรือเปล่า**

ส่วนใหญ่ไม่ได้ผิด อาการนี้เป็นผลปกติของการบันทึกตามสิทธิในปีที่กิจการกำลังโต วิธีตรวจคือเทียบลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือในงบดุลสองปีติดกัน ถ้าสองบรรทัดนี้เพิ่มขึ้นมากพอ ๆ กับกำไรที่หายไปจากบัญชีธนาคาร ต้นเหตุก็อยู่ที่นั่น ถ้าตัวเลขไม่ใกล้กัน จึงควรถามผู้ทำบัญชีต่อว่ามีรายการอื่นอะไรที่ใช้เงินไป บรรทัดเหล่านี้หาได้จาก[อ่านงบดุลแบบผู้บริหาร เส้น 12 เดือนที่แบ่งหนี้สั้นกับหนี้ยาว](https://phygital.co.th/insights/how-to-read-balance-sheet-for-ceo)

## แยกค่าใช้จ่ายสองกองเพื่อหาจุดคุ้มทุนรายเดือน

เปิดรายการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารของเดือนล่าสุด แล้วแบ่งเป็นสองกอง กองแรกคือรายการที่ผูกพันแล้วและเปลี่ยนไม่ได้ภายในเดือนนี้ ได้แก่ เงินเดือนพนักงานประจำ ค่าเช่าตามสัญญา ค่าประกัน และค่าบริการระบบรายปี กองที่สองคือรายการที่ตัดสินใจใหม่ได้ทุกเดือน ได้แก่ ค่าสื่อ ค่าจ้างงานชิ้น ค่าเดินทาง และค่ารับรอง

เมื่อได้ยอดรวมของกองแรก ให้หารด้วยอัตรากำไรขั้นต้นในรูปเปอร์เซ็นต์ ผลลัพธ์คือยอดขายขั้นต่ำต่อเดือนที่กิจการต้องทำให้ถึงก่อนจะเริ่มมีกำไร ตัวอย่างสมมติคือกองแรก 600,000 บาทต่อเดือน อัตรากำไรขั้นต้น 40% ยอดขายขั้นต่ำคือ 1.5 ล้านบาทต่อเดือน เดือนที่ยอดขายต่ำกว่าเส้นนี้ควรปรับกองที่สองก่อนเสมอ เพราะกองแรกแก้ได้เฉพาะตอนต่อสัญญาหรือปรับโครงสร้างทีม ซึ่งต้องใช้เวลาเตรียม

### **ค่าเสื่อมราคาควรนับอยู่ในกองไหน**

อยู่ในกองที่ผูกพันแล้ว เพราะเป็นผลของการตัดสินใจซื้อสินทรัพย์ที่เกิดไปแล้ว และเปลี่ยนไม่ได้ด้วยการตัดสินใจของเดือนนี้ ข้อที่ต้องจำคือค่าเสื่อมราคาไม่มีเงินสดจ่ายออกในงวดนั้น เวลาคำนวณยอดขายขั้นต่ำจึงควรทำสองแบบ แบบแรกรวมค่าเสื่อมเพื่อดูจุดคุ้มทุนทางบัญชี แบบที่สองตัดค่าเสื่อมออกเพื่อดูยอดขายขั้นต่ำที่ทำให้เงินสดไม่ติดลบ

## อ่านงบให้ใช้ตั้งราคาได้จริง

การตั้งราคาที่ใช้งบกำไรขาดทุนเป็นฐานต้องเริ่มจากอัตรากำไรขั้นต้นของสินค้าหรือบริการแต่ละกลุ่ม กิจการจำนวนมากมีอัตรากำไรขั้นต้นรวมที่ดูดี ขณะที่สินค้าบางกลุ่มขาดทุนอยู่และถูกกลบด้วยกลุ่มที่กำไรสูง การแยกดูรายกลุ่มต้องอาศัยเกณฑ์ปันต้นทุนที่ตกลงกับผู้ทำบัญชีไว้ก่อน ตัวเลขจึงเทียบข้ามงวดได้

ขั้นตอนที่ใช้ได้มีสามข้อ ข้อแรกคือแยกรายได้และต้นทุนขายตามกลุ่มสินค้าหรือกลุ่มลูกค้าที่มีความหมายทางธุรกิจ ข้อที่สองคือคำนวณอัตรากำไรขั้นต้นรายกลุ่มย้อนหลังอย่างน้อยสี่ไตรมาสเพื่อตัดผลของฤดูกาล ข้อที่สามคือเทียบอัตราของแต่ละกลุ่มกับสัดส่วนเวลาที่ทีมใช้กับกลุ่มนั้น กิจการที่ทำรายงานแบบนี้จนเห็นว่าแต่ละสายทำเงินต่างกันมาก จะเจอคำถามต่อว่าควรแยกสายธุรกิจหรือไม่ ซึ่งมีเกณฑ์ให้ตรวจก่อนตัดสินใจใน[Divisional Structure คืออะไร กำไรที่หายไปเมื่อคู่แข่งแยกตาม](https://phygital.co.th/insights/divisional-organizational-structure)

### **ถ้ากำไรขั้นต้นลดลงทุกไตรมาส ควรเริ่มแก้จากตรงไหน**

เริ่มจากแยกให้ออกว่ามาจากฝั่งราคาหรือฝั่งต้นทุน วิธีตรวจคือดูราคาขายเฉลี่ยต่อหน่วยเทียบกับต้นทุนต่อหน่วยย้อนหลังสี่ไตรมาส ถ้าราคาขายเฉลี่ยลดลง โจทย์อยู่ที่ส่วนลดหรือการแข่งขัน ถ้าต้นทุนต่อหน่วยเพิ่ม โจทย์อยู่ที่ผู้ขายวัตถุดิบหรือประสิทธิภาพการผลิต สองกรณีใช้วิธีแก้คนละชุด การลดค่าใช้จ่ายสำนักงานไม่ได้ช่วยทั้งสองกรณี เพราะค่าใช้จ่ายนั้นอยู่ใต้บรรทัดกำไรขั้นต้น

## กำไรไตรมาสนี้คือผลของการตัดสินใจเมื่อหลายเดือนก่อน

ตัวเลขในงบกำไรขาดทุนของไตรมาสนี้เกิดจากราคาที่ตกลงไว้ ต้นทุนที่สั่งซื้อไว้ และคนที่จ้างไว้ก่อนหน้าหลายเดือน งบจึงมีค่าที่สุดเมื่อใช้บอกว่าการตัดสินใจชุดใดให้ผลอย่างไร เจ้าของกิจการขนาดเล็กเริ่มใช้งบแบบนี้ได้ในสี่ขั้น

1. **อ่านงบจากบนลงล่าง** แล้วจดว่าปีนี้กำไรหายไปที่ชั้นไหนมากที่สุด
2. **จดวันที่ส่งมอบงานใหญ่และเงื่อนไขเครดิต** เพื่อรู้ล่วงหน้าว่ารายได้ก้อนใดจะถูกนับในรอบบัญชีนี้ทั้งที่เงินยังไม่เข้า
3. **แยกค่าใช้จ่ายสองกองและคำนวณยอดขายขั้นต่ำต่อเดือน** ทั้งแบบรวมและไม่รวมค่าเสื่อมราคา
4. **จดการตัดสินใจสำคัญของแต่ละเดือน** แล้วย้อนกลับมาเทียบกับงบที่ออกมาสองถึงสามไตรมาสถัดไป

งบกำไรขาดทุนเป็นหนึ่งในหมวดการเงินของ[ความรู้บริหารจัดการ 9 หมวดที่ CEO ต้องรู้ ผลิตภาพขึ้น 17%](https://phygital.co.th/insights/ceo-business-management-knowledge-guide) ซึ่งรวมหัวข้อที่ต่อจากบทนี้ไว้ครบ

## สรุป

งบกำไรขาดทุนเรียงจากรายได้ลงไปถึงกำไรสุทธิ และแต่ละชั้นตอบคนละคำถาม ประมวลรัษฎากร มาตรา 65 วรรคสอง ให้บริษัทนับรายได้และรายจ่ายด้วยเกณฑ์สิทธิ รายได้ที่เกิดในรอบบัญชีจึงถูกนับแม้ลูกค้ายังไม่จ่าย กำไรกับเงินสดห่างกันผ่านลูกหนี้ สินค้าคงเหลือ และค่าเสื่อมราคา เจ้าของกิจการควรแยกค่าใช้จ่ายสองกองเพื่อหายอดขายขั้นต่ำรายเดือน แล้วใช้ตัวเลขนั้นกำกับการตัดสินใจเรื่องราคาและงบที่ปรับได้ทุกเดือน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### งบกำไรขาดทุนที่ยื่นทางการกับที่ใช้บริหารภายในต้องเป็นฉบับเดียวกันไหม

ตัวเลขต้องมาจากบัญชีชุดเดียวกันเสมอ สิ่งที่ต่างได้คือรูปแบบการนำเสนอ งบที่ใช้บริหารภายในมักแตกรายละเอียดรายกลุ่มสินค้าหรือรายสาขาเพิ่ม ส่วนงบที่ยื่นต่อหน่วยงานรัฐใช้รูปแบบที่กฎหมายกำหนด การมีตัวเลขฐานสองชุดที่ไม่ตรงกันเป็นความเสี่ยงที่ควรเลี่ยงตั้งแต่ต้น

### ควรดูงบกำไรขาดทุนรายเดือนหรือรายไตรมาส

รายเดือนมีประโยชน์กว่าสำหรับการบริหาร ถ้าปิดงบได้ภายในราวสองสัปดาห์หลังสิ้นเดือน ตัวเลขที่มาช้ากว่านั้นมักสายเกินกว่าจะใช้แก้อะไรในเดือนถัดไป ระหว่างที่ยังปิดงบรายเดือนไม่ทัน ผู้บริหารใช้ยอดขายกับกำไรขั้นต้นประมาณการรายสัปดาห์ไปพลางก่อนได้

### รายได้อื่นอยู่ตรงไหนของงบ และมีผลกับการอ่านอย่างไร

รายได้อื่น เช่น กำไรจากการขายทรัพย์สินหรือดอกเบี้ยรับ ไม่ได้มาจากธุรกิจหลักและมักไม่เกิดซ้ำทุกปี เวลาประเมินความสามารถทำกำไรของธุรกิจ ให้แยกรายการนี้ออกก่อน มิฉะนั้นปีที่ขายที่ดินได้กำไรก้อนใหญ่จะทำให้ภาพดูดีเกินจริง ตำแหน่งของบรรทัดนี้ในงบขึ้นกับรูปแบบที่กิจการเลือกใช้ จึงควรถามผู้ทำบัญชีว่ารวมอยู่ในบรรทัดใด

### ถ้าลูกค้าไม่จ่ายเงินเลย รายได้ที่นับไปแล้วจะเป็นอย่างไร

รายได้ที่นับไปแล้วไม่หายไปเอง กิจการต้องติดตามทวงถามตามขั้นตอน และการตัดหนี้สูญเพื่อนำมาหักเป็นรายจ่ายทางภาษีมีหลักเกณฑ์ของกรมสรรพากรกำหนดไว้ ผู้บริหารควรให้ผู้ทำบัญชีตรวจหลักเกณฑ์ฉบับปัจจุบันก่อนดำเนินการ และควรเก็บหลักฐานการทวงถามทุกครั้งตั้งแต่วันแรกที่ลูกค้าจ่ายช้า

### ผู้ร่วมทุนหรือผู้ซื้อกิจการดูบรรทัดไหนในงบกำไรขาดทุนมากที่สุด

ส่วนใหญ่ให้น้ำหนักกับกำไรจากการดำเนินงานและความสม่ำเสมอของอัตรากำไรขั้นต้นย้อนหลังหลายปี เพราะสองตัวนี้บอกความสามารถของธุรกิจโดยไม่ปนผลของหนี้และรายการพิเศษ ส่วนคุณภาพของรายได้ เช่น ยอดขายกระจุกอยู่ในลูกค้าไม่กี่รายหรือไม่ อ่านจากงบโดยตรงไม่ได้ ต้องเตรียมข้อมูลเพิ่ม

### มาตรฐานบัญชีกับประมวลรัษฎากรนับกำไรเท่ากันเสมอไหม

ไม่เสมอไป กำไรในงบการเงินทำตามมาตรฐานบัญชี ส่วนกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีต้องปรับตามเงื่อนไขรายจ่ายในมาตรา 65 ทวิ และมาตรา 65 ตรี ตัวเลขสองชุดจึงต่างกันได้ในบางรายการ ทางเลือกนโยบายบัญชีที่มาตรฐานเปิดให้กิจการขนาดเล็กเล่าไว้ใน[TFRS for NPAEs คืออะไร ห้าทางเลือกที่มาตรฐานบัญชีเปิดให้ SME](https://phygital.co.th/insights/tfrs-for-npaes-accounting-standard-thai-sme)

## งบค่าสื่อแต่ละเดือนตั้งจากยอดเดือนก่อน ไม่ได้ตั้งจากระยะห่างถึงจุดคุ้มทุน

PHYGITAL AGENCY วางแผนสื่อรายเดือนโดยเริ่มจากยอดขายขั้นต่ำที่กิจการต้องทำให้ถึง แล้วจึงแบ่งเงินลงแต่ละช่องทาง เพื่อให้ค่าใช้จ่ายก้อนที่ปรับได้ทุกเดือนทำงานตรงกับเป้าของเดือนนั้น

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
