# Grandparent Scam เสียงลูกหลานโทรขอเงินด่วน ตั้งรหัสลับในบ้าน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/grandparent-scam-ai-voice-clone-thailand · เผยแพร่ 29 กันยายน 2568 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ตำรวจรับแจ้งคดีปลอมเป็นคนอื่นเพื่อยืมเงิน 11,146 คดีในแปดเดือนแรกของปี 2567 เสียงคนในครอบครัวปลอมได้ด้วย AI ครอบครัวควรมีรหัสลับและโทรหาเบอร์เดิมของคนในบ้านก่อนโอน

## Key Takeaways

- **Grandparent Scam คือสายที่อ้างเป็นลูกหลานหรือญาติแล้วขอเงินด่วนจากเหตุฉุกเฉิน** — ตอนนี้คนร้ายใช้ AI เลียนเสียงจากคลิปสั้นที่เจ้าของเสียงโพสต์ไว้ได้ ตามคำเตือนของ FTC สหรัฐ และกระทรวงดีอีของไทย ปี 2566 ทั้งคู่
- **ข้อมูลเปิดของตำรวจไทยมีหมวดคดี "หลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน"** — ปี 2566 มี 8,069 คดี และแปดเดือนแรกของปี 2567 เพิ่มเป็น 11,146 คดี หมวดนี้นับทุกช่องทาง ทั้งแชตและโทรศัพท์
- **ครอบครัวกันได้ด้วยสองอย่างที่ไม่ต้องพึ่งหู** — คือรหัสลับที่รู้กันในบ้าน และการตัดสายแล้วกดโทรหาเบอร์ในรายชื่อของเครื่องเอง ไม่ใช่เบอร์ที่โทรเข้ามา

โทรศัพท์ดังจากเบอร์ที่ไม่คุ้น ปลายสายเป็นเสียงลูกหรือหลานที่ร้องไห้ บอกว่าเกิดอุบัติเหตุหรือถูกจับ ต้องใช้เงินเดี๋ยวนี้ และขออย่าบอกใคร พ่อแม่ที่ได้ยินเสียงแบบนั้นแทบไม่มีเวลาคิด บทนี้อธิบายว่าสายแบบนี้มีรูปแบบซ้ำกันอย่างไร ตัวเลขคดีในไทยบอกอะไร ทำไมเสียงที่คุ้นหูจึงไม่ใช่หลักฐานอีกต่อไป และวิธีที่ครอบครัวตกลงกันไว้ล่วงหน้าเพื่อให้รู้ทันภายในหนึ่งนาที

Grandparent Scam หมายถึงการที่คนร้ายสวมบทลูกหลานหรือญาติ แล้วขอให้ส่งเงินเพื่อแก้เหตุฉุกเฉิน เช่นค่ารักษา ค่าประกันตัว หรือค่าชดใช้ความเสียหาย ชื่อมาจากเหยื่อกลุ่มแรกที่เป็นปู่ย่าตายายในสหรัฐ แต่ในข้อมูลจริง ผู้รับสายเป็นพ่อแม่ พี่น้อง หรือเพื่อนสนิทได้ทั้งหมด บทนี้พูดถึงเฉพาะเสียงของคนในครอบครัวทางโทรศัพท์ ส่วนวิดีโอคอลปลอมของผู้บริหารและคนดังอยู่ใน[Deepfake ผู้บริหารปลอมในวิดีโอคอล ยืนยันคำสั่งโอนสองช่องทาง](https://phygital.co.th/insights/deepfake-voice-face-scam-thailand)

ข้อมูลที่ใช้ในบทนี้มาจาก[ชุดข้อมูลสถิติคดีออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ](https://opendata.thaipoliceonline.go.th/) [คำเตือนของ FTC เรื่องคนร้ายใช้ AI กับกลโกงเหตุฉุกเฉินในครอบครัว](https://consumer.ftc.gov/consumer-alerts/2023/03/scammers-use-ai-enhance-their-family-emergency-schemes) และ[ประกาศเตือนภัยของกระทรวงดีอี (ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม) บนเว็บกรมประชาสัมพันธ์](https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/9/iid/206129)

## สายขอเงินด่วนจากคนในบ้านมีหน้าตาแบบไหน

เรื่องที่คนร้ายเล่าเปลี่ยนไปได้เรื่อย ๆ แต่โครงของสายมีสี่ส่วนที่ซ้ำกันแทบทุกครั้ง

1. **เบอร์ใหม่หรือเบอร์แปลก** อ้างว่าโทรศัพท์หาย แบตหมด หรือใช้เครื่องของเจ้าหน้าที่
2. **เหตุฉุกเฉินที่รอไม่ได้** อุบัติเหตุ ถูกจับ ทำของคนอื่นเสียหาย หรือค้างค่ารักษา
3. **ขอให้เก็บเป็นความลับ** อายไม่อยากให้พ่อรู้ หรืออ้างว่าเจ้าหน้าที่สั่งห้ามบอกใคร
4. **ช่องทางจ่ายที่เร่งและตามคืนยาก** โอนเข้าบัญชีบุคคลที่ไม่ใช่ชื่อลูกหลาน FTC ระบุว่าการขอให้โอนเงินผ่านบริการโอนด่วน คริปโต หรือบัตรของขวัญเป็นสัญญาณว่าน่าจะเป็นกลโกง

ส่วนที่สามคือตัวที่ทำให้ได้ผล เพราะตัดทางที่ผู้รับสายจะถามคนอื่นในบ้าน ถ้าจำได้ข้อเดียว ให้จำว่าสายที่ขอเงินด่วนแล้วขอให้ปิดเป็นความลับคือสายที่ต้องตรวจก่อนเสมอ

### **มีคนอื่นมาคุยต่อในสายได้ด้วยหรือเปล่า**

ได้ ในกรณีที่กระทรวงดีอีเตือนไว้ คนร้ายเล่นทั้งบทเจ้าหน้าที่ที่ข่มขู่และเสียงของลูกที่ถูกเลียนแบบ ผู้รับสายจึงอาจได้ยินเสียงลูกหลานเพียงไม่กี่ประโยค แล้วคุยเรื่องเงินกับคนที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ต่อ เสียงปลอมช่วงสั้น ๆ ฟังออกยากกว่าบทสนทนายาว กรณีที่คนร้ายอ้างเป็นหน่วยงานรัฐโดยตรงตั้งแต่ต้นสาย อยู่ใน[แก๊งคอลเซ็นเตอร์อ้างชื่อองค์กร ตรวจสายจริงจากช่องทางไหน](https://phygital.co.th/insights/call-center-scam-thailand)

## ตัวเลขคดีปลอมเป็นคนอื่นเพื่อยืมเงิน

ข้อมูลเปิดของตำรวจไม่มีหมวดเสียงปลอมแยก หมวดที่ใกล้ที่สุดคือหมวดที่ 2 "หลอกลวงเป็นบุคคลอื่นเพื่อยืมเงิน" ซึ่งนับรวมการปลอมเป็นคนรู้จักทุกช่องทาง ตั้งแต่บัญชีแชตที่ถูกยึดไปจนถึงสายโทรศัพท์ ตัวเลขด้านล่างจึงเป็นขนาดของกลโกงแอบอ้างคนใกล้ตัวทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะเสียง AI

| ช่วงเวลา           | หมวดที่ 2 (คดี) | คดีออนไลน์รวม | ร้อยละของทั้งหมด |
| ------------------- | ---------------- | --------------- | ------------------- |
| ทั้งปี 2566        | 8,069            | 240,562         | ร้อยละ 3.35        |
| มกราคม-สิงหาคม 2567 | 11,146           | 244,695         | ร้อยละ 4.56        |

ปี 2566 หมวดนี้มีคดีเดือนกุมภาพันธ์ 2 คดีและมีนาคม 78 คดี ก่อนขึ้นเป็น 731 คดีในเดือนเมษายน แล้วเพิ่มเกือบทุกเดือนจนถึง 1,171 คดีในเดือนธันวาคม ปี 2567 อยู่ระหว่าง 1,138 ถึง 1,586 คดีต่อเดือน เดือนที่สูงสุดคือกรกฎาคม

### **ความเสียหายต่อคดีสูงแค่ไหน**

คดีหมวดนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินก้อนไม่ใหญ่ ในปี 2566 คดีที่ยอดเสียหายถึงหลักล้านบาทมีเพียง 17 คดีจาก 8,069 คดี และมี 1,719 คดีที่ยอดเสียหายเป็นศูนย์บาท หรือราวหนึ่งในห้า ชุดข้อมูลไม่ได้บอกว่าคดีที่ไม่มีความเสียหายเกิดจากอะไร ตัวเลขเงินก้อนเล็กนี้ไม่ได้แปลว่าเรื่องเล็ก เงินหลักพันถึงหลักหมื่นที่ครอบครัวโอนไปในนาทีตกใจ ตามคืนได้ยากพอกับเงินก้อนใหญ่

### **ใครเป็นผู้เสียหายมากที่สุด**

เมื่อแยกตามอายุ ปี 2566 กลุ่ม 30-44 ปีมีคดีหมวดนี้มากสุดที่ 2,330 คดี รองลงมาคือ 45-59 ปี 1,992 คดี และ 60 ปีขึ้นไป 1,395 คดี หรือร้อยละ 17.3 ขณะที่ในคดีออนไลน์ทุกหมวดมีผู้เสียหายอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 6.1 กลโกงที่อ้างเป็นคนในครอบครัวจึงไปถึงคนสูงวัยในสัดส่วนสูงกว่าแบบอื่น ซึ่งตรงกับตัวละครที่คนร้ายเลือกเล่น คือลูกหรือหลานของผู้รับสาย แต่ผู้เสียหายส่วนใหญ่ของหมวดนี้ก็ยังเป็นคนวัยทำงาน

## เสียงคนในครอบครัวถูกเลียนแบบได้อย่างไร

คำเตือนของ FTC ลงวันที่ 20 มีนาคม 2566 อธิบายว่าคนร้ายต้องการเพียงคลิปเสียงสั้น ๆ ของคนในครอบครัว ซึ่งหาได้จากคอนเทนต์ที่เจ้าของเสียงโพสต์ไว้ออนไลน์ เมื่อนำเข้าโปรแกรมเลียนเสียง ก็สร้างประโยคใหม่ด้วยเสียงนั้นได้ ประกาศของกระทรวงดีอี วันที่ 16 สิงหาคม 2566 เล่ากรณีในไทยที่คนร้ายหลอกนักศึกษาก่อน แล้วใช้ AI เลียนเสียงนักศึกษาคนนั้นโทรเรียกเงินจากพ่อแม่

สิ่งที่ครอบครัวควรเข้าใจคือ ความคุ้นหูไม่ใช่เครื่องยืนยันตัวตนแล้ว ลูกหลานที่มีคลิปพูดในโซเชียลมีเดียไม่ได้ทำอะไรผิด และการลบคลิปทั้งหมดก็ไม่ใช่ทางออก สิ่งที่เปลี่ยนได้ง่ายกว่าคือวิธีที่คนในบ้านยืนยันกันเวลามีเรื่องเงิน

### **ฟังเสียงให้ดีแล้วจับผิดได้หรือเปล่า**

บางครั้งจับได้ เช่นเสียงที่ตอบไม่ตรงคำถาม หรือจังหวะพูดแข็งผิดปกติ แต่ในสายที่ร้องไห้ เสียงดัง และมีคนอื่นแทรก การฟังจับผิดเป็นวิธีที่ไม่แน่นอน ครอบครัวจึงควรมีวิธีที่ใช้ได้แม้ฟังไม่ออก ซึ่งคือสองหัวข้อถัดไป

## ตั้งรหัสลับในบ้าน

รหัสลับครอบครัวคือคำหรือประโยคที่คนในบ้านตกลงไว้ล่วงหน้า และถามกันเมื่อมีสายขอเงินหรือขอข้อมูลสำคัญ คนร้ายเลียนเสียงได้ แต่ไม่รู้คำตอบที่ไม่เคยถูกพูดหรือพิมพ์ในที่สาธารณะ

1. **เลือกคำที่คนนอกเดาไม่ได้** อย่าใช้ชื่อสัตว์เลี้ยง วันเกิด หรือชื่อโรงเรียน ซึ่งหาได้จากโพสต์เก่า ใช้คำที่ไม่มีความหมายเกี่ยวกับครอบครัว หรือคำถามกับคำตอบที่ไม่เข้ากัน
2. **ตกลงกันต่อหน้า** อย่าส่งรหัสผ่านแชตหรือโพสต์ เพราะบัญชีแชตก็ถูกยึดได้
3. **ใช้ได้ทั้งสองทาง** ลูกหลานถามพ่อแม่ได้เหมือนกัน เมื่อมีสายอ้างว่าพ่อแม่ป่วยและขอให้โอนค่ารักษา
4. **ไม่ต้องใช้ทุกสาย** ใช้เฉพาะสายที่พูดเรื่องเงิน รหัสผ่าน หรือเอกสารสำคัญ
5. **เปลี่ยนเมื่อเคยใช้จริง** ถ้ารหัสถูกพูดในสายที่สงสัยแล้ว ให้ตั้งใหม่

### **ผู้สูงอายุที่จำรหัสยากใช้วิธีไหนแทน**

เขียนคำถามไว้ในที่ที่เห็นตอนรับโทรศัพท์ได้ เช่นกระดาษข้างโทรศัพท์บ้าน โดยเขียนแค่คำถาม ไม่เขียนคำตอบ หรือตกลงว่ารหัสคือเรื่องที่ครอบครัวทำด้วยกันเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งคนในบ้านตอบได้ทันทีแต่คนนอกตอบไม่ได้ หลักคือเลือกวิธีที่เจ้าของเบอร์ใช้ได้จริง ไม่ใช่วิธีที่ลูกหลานคิดว่าเหมาะ

### **ตัวอย่างการตกลงกันในบ้านหนึ่ง**

ตัวอย่างนี้เป็นการสมมติเพื่อให้เห็นภาพ ครอบครัวหนึ่งนั่งคุยกันหลังมื้อเย็นวันอาทิตย์ ลูกสาวที่ทำงานต่างจังหวัดเสนอให้ตั้งคำถามว่า "ต้นมะม่วงหลังบ้านปีนี้ออกลูกไหม" คำตอบที่ตกลงกันคือ "ปลูกต้นมะนาวแทนแล้ว" ซึ่งไม่ตรงกับความจริงและไม่มีใครเคยพูดในโซเชียลมีเดีย แม่เขียนคำถามไว้ที่กระดาษข้างโทรศัพท์บ้าน ส่วนพ่อบันทึกเบอร์ของลูกสาว เบอร์เพื่อนร่วมห้อง และเบอร์ที่ทำงานไว้ในเครื่อง ทั้งบ้านตกลงอีกข้อว่า ทุกสายที่พูดเรื่องเงินเกินหนึ่งพันบาท ต้องมีคนที่สองในบ้านรู้ก่อนโอน

## สามขั้นเมื่อรับสายขอเงินด่วน

คำแนะนำของ FTC และประกาศของกระทรวงดีอี ไปทางเดียวกัน คือยืนยันเรื่องผ่านช่องทางอื่นก่อนโอน

1. **ถามรหัสลับ หรือถามเรื่องที่คนในบ้านเท่านั้นรู้** ถ้าปลายสายเลี่ยง บอกว่าไม่มีเวลา หรือโกรธ ให้ถือว่ายังไม่ได้ยืนยัน
2. **ตัดสาย แล้วโทรหาเจ้าตัวด้วยเบอร์ในรายชื่อของเครื่อง** FTC แนะนำให้ใช้เบอร์ที่รู้ว่าเป็นของคนนั้นจริง ไม่ใช่เบอร์ที่เพิ่งโทรเข้ามา ถ้าติดต่อไม่ได้ ให้โทรหาคนอื่นในครอบครัวหรือเพื่อนของเขา
3. **ถ้าอ้างเจ้าหน้าที่ ให้โทรหาหน่วยงานนั้นเอง** ประกาศของกระทรวงดีอี แนะนำให้พ่อแม่ปรึกษาคนที่ไว้ใจหรือตำรวจก่อนโอนเงิน และตรวจเลขบัญชีปลายทางกับรายชื่อบัญชีที่ถูกแจ้งว่าใช้โกง

ถ้าโอนไปแล้ว ยิ่งแจ้งเร็ว โอกาสอายัดเงินยิ่งมาก ลำดับการโทรธนาคาร สายด่วน 1441 และแจ้งความออนไลน์ อยู่ครบใน[มิจฉาชีพออนไลน์ 2569 สถิติ ACSC และขั้นตอนหลังโอนเงินไปแล้ว](https://phygital.co.th/insights/online-scam-thailand-business-guide)

### **ถ้าข้อความมาทาง LINE จากบัญชีของลูกหลานจริงล่ะ**

บัญชีจริงที่ถูกยึดส่งข้อความขอยืมเงินได้ และหมวดคดีที่ 2 ของตำรวจก็นับกรณีแบบนี้ด้วย ใช้หลักเดียวกัน คือกดโทรหาเจ้าของบัญชีด้วยเบอร์ในรายชื่อก่อนส่งเงิน การตั้งค่า LINE ของพ่อแม่ให้ปิดทางคนแปลกหน้า อยู่ใน[สอนผู้สูงอายุใช้ LINE ปิดทางคนแปลกหน้า และเช็กบัญชีทางการ](https://phygital.co.th/insights/elderly-line-social-media-guide)

### **ครอบครัวที่ลูกหลานอยู่ต่างประเทศควรเตรียมอะไรเพิ่ม**

สายที่อ้างว่าถูกจับหรือเกิดอุบัติเหตุในต่างประเทศตรวจยากกว่า เพราะเวลาต่างกันและผู้รับสายไม่รู้จักใครที่นั่น สิ่งที่เตรียมได้ก่อนเดินทางมีสามอย่าง

อย่างแรกคือเบอร์สำรองนอกจากเบอร์ของลูกหลาน เช่นเพื่อนร่วมห้อง สถานศึกษา หรือนายจ้าง อย่างที่สองคือเวลาที่ปกติติดต่อกันได้ ถ้ามีสายด่วนเข้ามาในเวลาที่ลูกหลานควรหลับหรือเรียนอยู่ ให้ถือเป็นเหตุผลอีกข้อที่ต้องตรวจ อย่างที่สามคือเบอร์ของสถานทูตหรือกงสุลไทยประจำประเทศนั้น ซึ่งหาจากเว็บไซต์ของกระทรวงการต่างประเทศเอง ไม่ใช่เบอร์ที่ปลายสายให้มา ถ้าเรื่องที่เล่าเกี่ยวกับการถูกจับหรือคดีความ หน่วยงานของไทยในประเทศนั้นเป็นช่องทางที่ตรวจเรื่องได้โดยไม่ต้องผ่านคนที่โทรมา

## ขอบเขตของข้อมูลในบทนี้

ข้อจำกัดของตัวเลขและคำแนะนำในบทนี้มีสี่ข้อ

1. **หมวดคดีที่ 2 ของตำรวจรวมทุกช่องทาง** ชุดข้อมูลไม่ได้แยกว่าคดีไหนใช้เสียงที่สร้างด้วย AI ยอดรวมรายเดือนและร้อยละในบทนี้คำนวณจากไฟล์ที่ตำรวจเผยแพร่ ข้อมูลรายหมวดในชุดนี้เผยแพร่ถึงสิงหาคม 2567
2. **คำเตือนของ FTC เขียนสำหรับผู้บริโภคในสหรัฐ** ช่องทางแจ้งเหตุในบทนี้จึงใช้ของไทยแทน
3. **กรณีตัวอย่างของไทยมาจากประกาศเตือนภัยของรัฐ** ไม่ใช่สถิติจำนวนคดีเสียงปลอม
4. **บทนี้ไม่ได้ครอบคลุมวิดีโอปลอมและการแอบอ้างในองค์กร** ซึ่งมีวิธียืนยันต่างกัน

## สรุป

Grandparent Scam คือสายที่อ้างเป็นลูกหลานหรือญาติแล้วขอเงินด่วน โครงของสายซ้ำกันสี่ส่วน คือเบอร์แปลก เหตุฉุกเฉิน ขอให้เก็บเป็นความลับ และให้โอนเข้าบัญชีที่ไม่ใช่ชื่อคนในบ้าน หมวดคดีปลอมเป็นคนอื่นเพื่อยืมเงินของตำรวจเพิ่มจาก 8,069 คดีในปี 2566 เป็น 11,146 คดีในแปดเดือนแรกของปี 2567 และมีผู้เสียหายอายุ 60 ปีขึ้นไปร้อยละ 17.3 เมื่อ AI เลียนเสียงจากคลิปสั้นได้ ความคุ้นหูจึงใช้ยืนยันตัวตนไม่ได้ สิ่งที่ครอบครัวทำได้วันนี้คือตั้งรหัสลับต่อหน้ากัน และตกลงว่าทุกสายที่ขอเงินต้องตัดสายแล้วโทรหาเจ้าตัวด้วยเบอร์ในรายชื่อก่อนส่งเงินทุกครั้ง

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### คนร้ายรู้ชื่อลูกหลานและเรื่องในบ้านได้อย่างไร

ข้อมูลแบบนี้หาได้จากโพสต์ในโซเชียลมีเดีย เช่นชื่อเล่น โรงเรียน หรือเมืองที่ไปเรียน การที่ปลายสายรู้ชื่อจึงไม่ได้ยืนยันว่าเป็นคนในครอบครัว

### ลูกหลานควรเลิกโพสต์คลิปที่มีเสียงตัวเองหรือเปล่า

ไม่จำเป็น ตั้งค่าให้เห็นเฉพาะเพื่อนช่วยลดคนที่เข้าถึงคลิปได้ แต่วิธีที่ได้ผลกว่าคือให้ครอบครัวมีรหัสลับและนิสัยโทรกลับ ซึ่งใช้ได้แม้เสียงถูกเลียนแบบไปแล้ว

### ปลายสายบอกว่าวางสายไม่ได้ เพราะเจ้าหน้าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ควรทำอย่างไร

การห้ามวางสายเป็นวิธีกันไม่ให้ผู้รับสายโทรตรวจ ให้วางสายแล้วโทรกลับเบอร์ของลูกหลานหรือหน่วยงานที่อ้างถึงด้วยเบอร์ที่หาเอง

### โอนเงินไปแล้วแต่รู้ตัวภายในไม่กี่นาที ควรโทรหาใครก่อน

โทรธนาคารของบัญชีต้นทางหรือสายด่วน 1441 ก่อน เพื่อขอระงับบัญชีปลายทาง แล้วจึงแจ้งความ

### รหัสลับครอบครัวต่างจากรหัสผ่านอย่างไร

รหัสผ่านใช้เข้าระบบ ส่วนรหัสลับครอบครัวใช้ยืนยันว่าคนที่คุยด้วยเป็นคนในบ้านจริง จึงควรเป็นคำที่พูดออกเสียงได้ง่ายและไม่ซ้ำกับรหัสผ่านบัญชีใด

### ถ้าสงสัยว่ารหัสลับรั่วไปแล้ว จะรู้ได้อย่างไร

สังเกตจากสายที่ตอบรหัสถูกแต่ยังเร่งให้โอนและห้ามโทรหาใคร รหัสลับเป็นด่านแรก ไม่ใช่ด่านเดียว ขั้นโทรหาเจ้าตัวด้วยเบอร์ในรายชื่อจึงต้องทำเสมอ และถ้าสงสัยให้ตั้งรหัสใหม่ต่อหน้ากันในโอกาสแรก

## ลูกค้าสูงวัยของคุณได้ตั้งรหัสลับกับลูกหลานแล้วหรือยัง

คุยกับ PHYGITAL AGENCY เรื่องจัดงานให้ครอบครัวมาตกลงวิธียืนยันตัวตนด้วยกันในวันเดียว

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
