# Consent Mode v2 คืออะไร โมเดลเติมข้อมูลได้เฉพาะเว็บคนเข้ามาก

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/google-consent-mode-v2-explained · เผยแพร่ 1 พฤษภาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Consent Mode ส่งสถานะความยินยอมให้แท็กของ Google แบบ advanced ทำให้ Google ประมาณข้อมูลที่ขาดได้ แต่ต้องมีผู้ใช้วันละหลักพัน เว็บเล็กจึงต้องยอมรับตัวเลขที่หายไป

## Key Takeaways

- **Consent Mode คือกลไกที่ส่งสถานะความยินยอมของผู้ใช้ไปให้แท็กของ Google ปรับการทำงานตาม** — ตัวมันเองไม่ใช่ป้ายขอความยินยอมคุกกี้ เว็บยังต้องมีป้ายหรือระบบจัดการความยินยอมแยกต่างหาก
- **แบบ basic บล็อกแท็กจนกว่าผู้ใช้จะกดเลือก ส่วนแบบ advanced โหลดแท็กตั้งแต่แรกแล้วส่งสัญญาณที่ไม่มีคุกกี้เมื่อผู้ใช้ปฏิเสธ** — แบบหลังทำให้ Google สร้างโมเดลเฉพาะของผู้ลงโฆษณารายนั้นได้
- **GA4 จะประมาณพฤติกรรมของคนที่ปฏิเสธคุกกี้ให้ได้ ก็ต่อเมื่อ property มีเหตุการณ์จากคนที่ปฏิเสธอย่างน้อยวันละ 1,000 เหตุการณ์ติดกัน 7 วัน และมีผู้ใช้ที่ยินยอมอย่างน้อยวันละ 1,000 คน** — เว็บเล็กส่วนใหญ่จึงไม่ได้ตัวเลขส่วนที่ขาดคืน

โรงแรมและบริษัททัวร์หลายแห่งยิงโฆษณา Google หาคนยุโรปที่วางแผนมาเที่ยวไทย เมื่อติดป้ายขอความยินยอมคุกกี้บนเว็บแล้ว ยอดการจองที่ Google Ads รายงานกลับลดลง ทั้งที่ยอดจองในระบบของโรงแรมไม่ได้ลดตาม คำถามแรกที่ตามมาคือต้องตั้ง Consent Mode อย่างไรให้ตัวเลขกลับมา เนื้อหาต่อไปแยกให้เห็นว่า Consent Mode ทำอะไรได้ สองแบบของมันต่างกันอย่างไร และเว็บขนาดไหนจึงจะได้ข้อมูลที่ขาดคืนจากโมเดลของ Google

กลไกทั้งหมดอ้างจาก[เอกสาร Consent mode overview ของ Google for Developers](https://developers.google.com/tag-platform/security/concepts/consent-mode) เงื่อนไขของโมเดลมาจาก[หน้าช่วยเหลือเรื่อง behavioral modeling ของ GA4](https://support.google.com/analytics/answer/11161109?hl=en) และ[หน้าช่วยเหลือเรื่อง consent mode modeling ของ Google Ads](https://support.google.com/google-ads/answer/10548233?hl=en) ส่วนข้อกำหนดสำหรับผู้ใช้ในยุโรปมาจาก[หน้าประกาศการอัปเดต Consent Mode สำหรับเขตเศรษฐกิจยุโรป](https://support.google.com/google-ads/answer/13695607?hl=en)

## Consent Mode ทำอะไร และไม่ได้ทำอะไร

Consent Mode ทำหน้าที่ส่งต่อ ไม่ได้ทำหน้าที่ถาม เมื่อผู้ใช้กดยอมรับหรือปฏิเสธบนป้ายขอความยินยอม ระบบของป้ายจะแจ้งสถานะนั้นผ่าน Consent Mode ไปยังแท็กของ Google เช่น แท็ก GA4 และแท็ก Google Ads แท็กเหล่านี้มีตัวตรวจความยินยอมในตัว และเปลี่ยนการทำงานตามสถานะที่ได้รับ เอกสารของ Google แบ่งความยินยอมเป็นเจ็ดชนิด

| ชนิดความยินยอม         | ควบคุมอะไร                                                 |
| ------------------------ | ----------------------------------------------------------- |
| ad\_storage              | คุกกี้หรือรหัสอุปกรณ์ที่ใช้กับโฆษณา                  |
| ad\_user\_data           | การส่งข้อมูลผู้ใช้ไปให้ Google เพื่อใช้กับโฆษณา    |
| ad\_personalization      | การแสดงโฆษณาที่ปรับตามตัวบุคคล                       |
| analytics\_storage       | คุกกี้ที่ใช้วิเคราะห์ เช่น ระยะเวลาเข้าชม             |
| functionality\_storage   | การเก็บข้อมูลที่เว็บต้องใช้ทำงาน เช่น ภาษาที่เลือก |
| personalization\_storage | การเก็บข้อมูลเพื่อปรับเนื้อหา เช่น วิดีโอแนะนำ        |
| security\_storage        | การเก็บข้อมูลด้านความปลอดภัย เช่น การยืนยันตัวตน    |

สิ่งที่ Consent Mode ไม่ได้ทำคือสร้างป้ายขอความยินยอม และไม่ได้ตัดสินว่าเว็บเก็บข้อมูลถูกกฎหมายหรือไม่ เอกสารของ Google ให้เจ้าของเว็บขอความยินยอมเอง จะใช้ป้ายที่ทำเองหรือใช้ระบบจัดการความยินยอมสำเร็จรูปก็ได้ แล้วส่งสถานะให้ Google

### พารามิเตอร์สองตัวที่รุ่น v2 เพิ่มเข้ามา

หน้าประกาศของ Google Ads ระบุว่ามีพารามิเตอร์เพิ่มสองตัว คือ ad\_user\_data สำหรับความยินยอมให้ส่งข้อมูลผู้ใช้เพื่อการโฆษณา และ ad\_personalization สำหรับความยินยอมให้แสดงโฆษณาตามตัวบุคคล สองตัวนี้แยกออกจาก ad\_storage ที่มีอยู่เดิม ผู้ใช้จึงยอมให้เก็บคุกกี้โฆษณาได้ โดยไม่ยอมให้ใช้ข้อมูลของตัวเองทำรีมาร์เก็ตติ้ง หน้าประกาศยังบอกว่าถ้าตั้งพารามิเตอร์ปิดโฆษณาตามบุคคลแบบเดิมพร้อมกับ ad\_personalization แล้วค่าขัดกัน ระบบจะปิดการปรับตามบุคคล

## basic กับ advanced ต่างกันที่จังหวะโหลดแท็ก

ตารางนี้ยกจากเอกสาร Consent mode overview

| ประเด็น                           | basic                                     | advanced                                                                                             |
| --------------------------------- | ----------------------------------------- | ---------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| การโหลดแท็ก                     | บล็อกจนกว่าผู้ใช้จะกดบนป้าย        | โหลดตั้งแต่เปิดหน้า โดยตั้งค่าเริ่มต้นเป็นปฏิเสธ เว้นแต่เจ้าของเว็บตั้งเป็นอย่างอื่น |
| ข้อมูลที่ส่งก่อนผู้ใช้เลือก | ไม่ส่งอะไรเลย แม้แต่สถานะความยินยอม | ส่งสถานะความยินยอมและสัญญาณที่ไม่มีคุกกี้                                                    |
| เมื่อผู้ใช้ปฏิเสธ              | แท็กไม่ทำงานเลย                        | ส่งสัญญาณที่ไม่มีคุกกี้ต่อไป                                                                   |
| โมเดลการแปลง                    | โมเดลทั่วไป ละเอียดน้อยกว่า            | โมเดลเฉพาะของผู้ลงโฆษณารายนั้น                                                                |

ความต่างที่สำคัญที่สุดอยู่ที่แถวสุดท้าย แบบ basic ไม่ส่งข้อมูลใดเลยจากคนที่ปฏิเสธ Google จึงใช้ได้แค่โมเดลทั่วไป ส่วนแบบ advanced ส่งสัญญาณที่ไม่มีคุกกี้จากทุกหน้าที่ผู้ใช้เปิด Google จึงสร้างโมเดลจากข้อมูลของเว็บนั้นเองได้

### advanced ส่งอะไรไปก่อนผู้ใช้กดยอมรับ

เอกสารเรียกสิ่งที่ส่งว่า ping และแบ่งเป็นสามแบบ แบบแรกคือ ping สถานะความยินยอม ส่งจากทุกหน้าที่มีการตั้ง Consent Mode เพื่อบอกว่าความยินยอมแต่ละชนิดเป็นยอมรับหรือปฏิเสธ แบบที่สองคือ ping ที่บอกว่าเกิดเหตุการณ์สำคัญ แบบที่สามคือ ping ของ Google Analytics ที่ส่งเมื่อมีการบันทึกเหตุการณ์ในแต่ละหน้า ข้อมูลใน ping มีทั้งข้อมูลที่เบราว์เซอร์ส่งเองตามปกติ เช่น เวลา User Agent และหน้าที่พามา กับข้อมูลรวมที่ไม่ระบุตัวบุคคล เมื่อผู้ใช้ปฏิเสธ แท็กจะไม่เขียนหรืออ่านคุกกี้ ธุรกิจที่เลือก advanced ควรเขียนนโยบายความเป็นส่วนตัวให้ตรงกับพฤติกรรมนี้ เพราะผู้ใช้ที่อ่านนโยบายอาจเข้าใจว่าการกดปฏิเสธทำให้ไม่มีข้อมูลใดถูกส่งเลย

## โมเดลเติมข้อมูลต้องมีคนเข้าเว็บมากพอ

ความหวังที่พบบ่อยคือ ตั้ง Consent Mode แบบ advanced แล้วตัวเลขที่หายจะกลับมาครบ เอกสารของ Google ตั้งเงื่อนไขไว้สูงกว่าที่หลายธุรกิจคิด ฝั่ง GA4 ต้องผ่านทุกข้อต่อไปนี้

1. **เปิด Consent Mode ทุกหน้าของเว็บ**
2. **ใช้แบบ advanced** แท็กต้องโหลดก่อนป้ายขอความยินยอมขึ้น และโหลดในทุกกรณี
3. **มีเหตุการณ์จากคนที่ปฏิเสธ analytics\_storage อย่างน้อยวันละ 1,000 เหตุการณ์** ติดต่อกันอย่างน้อย 7 วัน
4. **มีผู้ใช้ที่ยินยอม analytics\_storage อย่างน้อยวันละ 1,000 คน** อย่างน้อย 7 วันในช่วง 28 วันก่อนหน้า

หน้าช่วยเหลือของ GA4 ยังบอกว่าการผ่านเงื่อนไขเหล่านี้ไม่ได้รับประกันว่าจะมีโมเดล เพราะโมเดลต้องผ่านเกณฑ์คุณภาพอื่นด้วย เช่น สัดส่วนผู้ใช้ใหม่กับผู้ใช้เดิม ถ้าข้อมูลของคนที่ยินยอมมีไม่พอ เหตุการณ์จากคนที่ปฏิเสธจะไม่ถูกรายงานเลย

ฝั่ง Google Ads มีเกณฑ์ของตัวเอง คือต้องมีการคลิกโฆษณา 700 ครั้งในช่วง 7 วัน แยกตามประเทศและกลุ่มโดเมน หน้าช่วยเหลือของ Google Ads ยังยอมรับว่าการแปลงบางส่วนที่เกิดจริงอาจไม่ถูกนับ เพราะ Google มองไม่เห็นว่าการแปลงที่ไม่มีความยินยอมเคยมีการคลิกโฆษณามาก่อนหรือไม่ และโมเดลพยายามไม่ประมาณเกินจริง

### เว็บเล็กเห็นตัวเลขแบบไหน

เว็บที่มีผู้ใช้วันละไม่กี่ร้อยคนจะเห็นเฉพาะข้อมูลที่สังเกตได้จริงจากคนที่ยินยอม ตัวเลขใน GA4 จึงต่ำกว่าจำนวนคนที่เข้าเว็บจริง และสัดส่วนที่หายขึ้นกับว่ามีคนกดปฏิเสธมากแค่ไหน วิธีอ่านตัวเลขที่ยังใช้ได้คือเทียบกับตัวเองในช่วงที่ใช้ป้ายแบบเดียวกัน เช่น เดือนนี้กับเดือนก่อน แทนการเทียบกับช่วงก่อนติดป้าย ยอดจองจริงควรนับจากระบบจองของโรงแรม ไม่ใช่จากรายงานโฆษณา การตั้งเหตุการณ์ที่ควรนับใน GA4 อยู่ใน[GA4 เริ่มต้นใช้งาน ติดดาวเหตุการณ์สำคัญก่อนเปิดรายงาน](https://phygital.co.th/insights/google-analytics-4-ga4-setup-guide-sme)

## ใครต้องตั้ง Consent Mode v2

หน้าประกาศของ Google Ads บอกว่า Google เข้มงวดการบังคับใช้นโยบายความยินยอมของผู้ใช้ในสหภาพยุโรป ผู้ลงโฆษณาที่ต้องการใช้การวัดผล การแสดงโฆษณาตามบุคคล และรีมาร์เก็ตติ้งกับผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป ต้องเก็บความยินยอมจากผู้ใช้เหล่านั้นและส่งสัญญาณความยินยอมให้ Google ข้อกำหนดนี้ครอบคลุมกรณีใช้ข้อมูล GA4 ใน Google Ads ด้วย ส่วนเอกสาร Consent mode ของ Google ระบุว่าพฤติกรรมตามภูมิภาคอาจต่างกันในเขตเศรษฐกิจยุโรป สวิตเซอร์แลนด์ และสหราชอาณาจักร

สำหรับธุรกิจไทย กลุ่มที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือโรงแรม บริษัททัวร์ โรงเรียนสอนทำอาหาร และคลินิกที่รับผู้ป่วยต่างชาติ ซึ่งยิงโฆษณาหาคนยุโรป หน้าประกาศยังบอกว่าผู้ที่ใช้ Consent Mode อยู่แล้วและไม่ได้ทำโฆษณาตามบุคคล เช่น ไม่ได้ทำรีมาร์เก็ตติ้ง ไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม ส่วนผู้ที่ใช้ระบบจัดการความยินยอมที่ Google รับรอง ผู้ให้บริการจะอัปเดตเป็นรุ่นใหม่ให้

ธุรกิจที่รับลูกค้าจากยุโรปยังต้องดูกฎหมายของประเทศผู้ใช้ด้วย ตัวอย่างค่าปรับจากการเก็บข้อมูลผ่านเว็บโดยไม่แจ้งผู้ใช้อยู่ใน[กรณีศึกษา Sephora ค่าปรับ 1.2 ล้านดอลลาร์ตามกฎหมาย CCPA](https://phygital.co.th/insights/sephora-case-study-beauty-insider-ar) ส่วนหน้าที่ของธุรกิจเมื่อลูกค้าในไทยขอดูหรือขอลบข้อมูลอยู่ใน[PDPA กับการตลาด ลูกค้าขอดู ขอลบ ขอระงับข้อมูลต้องทำอะไร](https://phygital.co.th/insights/pdpa-digital-marketing-guide)

## เกณฑ์ของโมเดลเป็นเงื่อนไขขั้นต่ำ ไม่ใช่คำรับประกัน

ก่อนเชื่อตัวเลขจากโมเดล ควรรู้ห้าเรื่องต่อไปนี้

1. **ผ่านเกณฑ์แล้วอาจยังไม่ได้โมเดล** ทั้ง GA4 และ Google Ads บอกไว้เองว่ามีเกณฑ์คุณภาพอื่นที่ไม่ได้เปิดเผยทั้งหมด
2. **Google ไม่ได้ให้ตัวเลขว่าโมเดลแม่นแค่ไหน** หน้าช่วยเหลือบอกว่าใช้การเก็บข้อมูลส่วนหนึ่งไว้ตรวจความแม่น แต่ไม่ได้บอกค่าความคลาดเคลื่อน
3. **บทนี้ไม่ได้วิเคราะห์กฎหมาย** Consent Mode เป็นเครื่องมือของ Google การเลือกแบบ basic หรือ advanced ไม่ได้ทำให้เว็บผ่านกฎหมายของประเทศใดโดยอัตโนมัติ
4. **ไม่มีตัวเลขว่าคนไทยกดปฏิเสธคุกกี้กี่เปอร์เซ็นต์** ข้อมูลส่วนที่หายของแต่ละเว็บต้องดูจากระบบจัดการความยินยอมของเว็บนั้น
5. **เอกสารเปลี่ยนได้** หน้า Consent mode overview อ้างจากฉบับที่ปรับล่าสุดวันที่ 30 กรกฎาคม 2569

ก่อนตัดสินใจเลือกแบบ ให้เปิดรายงานของระบบจัดการความยินยอมดูสัดส่วนคนที่กดยอมรับและปฏิเสธในหนึ่งเดือน ตัวเลขนี้บอกได้ว่าเว็บเสียข้อมูลไปมากแค่ไหน และควรเลือกแบบ advanced หรือแบบ basic ก็พอ

## เลือก basic หรือ advanced

| เว็บแบบนี้                                                       | ควรเริ่มจาก                                       | เหตุผล                                                    |
| ------------------------------------------------------------------ | --------------------------------------------------- | --------------------------------------------------------- |
| มีผู้ใช้วันละไม่ถึงหนึ่งพันคน                             | basic                                               | ไม่ผ่านเกณฑ์โมเดลของ GA4 อยู่แล้ว ตั้งค่าง่ายกว่า |
| มีผู้ใช้วันละหลายพันคน และยิงโฆษณาหาคนยุโรปต่อเนื่อง | advanced                                            | มีโอกาสผ่านเกณฑ์โมเดล และได้โมเดลเฉพาะของเว็บ    |
| ทำรีมาร์เก็ตติ้งกับผู้ใช้ในยุโรป                           | ตั้ง ad\_user\_data และ ad\_personalization ให้ครบ | เป็นเงื่อนไขของนโยบายความยินยอมในสหภาพยุโรป       |
| ไม่มีผู้ใช้จากยุโรปและไม่ได้ทำโฆษณาตามบุคคล             | basic หรือยังไม่ต้องใช้                         | ดูหัวข้อย่อยด้านล่าง                                  |

ตัวเลขหนึ่งพันคนในตารางมาจากเกณฑ์ของ GA4 ข้างต้น ไม่ใช่เส้นตายตัว ควรดูสัดส่วนคนที่ปฏิเสธประกอบด้วย หน้าบริการที่เกี่ยวกับการติดตั้งป้ายขอความยินยอมและดูแลเว็บคือ[บริการออกแบบและพัฒนาเว็บไซต์](https://phygital.co.th/solutions/website) ส่วนการย้ายแท็กไปประมวลผลบนเซิร์ฟเวอร์ของธุรกิจ ซึ่งยังต้องรับสถานะความยินยอมจากหน้าเว็บเหมือนเดิม อยู่ใน[Server-Side Tracking คืออะไร ย้ายแท็กแล้วยังต้องขอความยินยอม](https://phygital.co.th/insights/server-side-tracking-explained)

### ถ้าลูกค้าทั้งหมดอยู่ในไทย ต้องทำอะไรบ้าง

ข้อกำหนดของ Google ในหน้าประกาศใช้กับผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป เว็บที่ขายเฉพาะคนไทยจึงไม่ได้อยู่ในขอบเขตนั้นโดยตรง แต่หน้าที่ตามกฎหมายไทยยังอยู่ ถ้าเว็บใช้คุกกี้ที่ไม่จำเป็นต่อการทำงาน เช่น คุกกี้โฆษณา ก็ควรมีป้ายขอความยินยอมและนโยบายคุกกี้ที่บอกว่าเก็บอะไรไปทำอะไร เมื่อมีป้ายแล้ว การเชื่อมป้ายกับ Consent Mode แบบ basic ใช้เวลาไม่มาก และทำให้แท็กของ Google ทำตามสิ่งที่ผู้ใช้เลือกได้ทันที ถ้าวันหนึ่งธุรกิจเริ่มยิงโฆษณาหาคนยุโรป ก็เปลี่ยนค่าเริ่มต้นตามภูมิภาคได้โดยไม่ต้องรื้อระบบ

## สรุป

Consent Mode ส่งสถานะความยินยอมของผู้ใช้ไปให้แท็กของ Google ปรับการทำงานตาม โดยไม่ได้ทำหน้าที่แทนป้ายขอความยินยอม รุ่น v2 เพิ่ม ad\_user\_data และ ad\_personalization ซึ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่ทำโฆษณาตามบุคคลกับผู้ใช้ในเขตเศรษฐกิจยุโรป แบบ basic บล็อกแท็กจนผู้ใช้กดเลือก แบบ advanced ส่งสัญญาณที่ไม่มีคุกกี้และทำให้ได้โมเดลเฉพาะของเว็บ แต่ GA4 จะประมาณข้อมูลของคนที่ปฏิเสธได้ก็ต่อเมื่อมีเหตุการณ์จากคนที่ปฏิเสธวันละ 1,000 เหตุการณ์ติดกัน 7 วัน และมีผู้ใช้ที่ยินยอมวันละ 1,000 คน ส่วน Google Ads ต้องมีคลิกโฆษณา 700 ครั้งใน 7 วันต่อประเทศ เว็บเล็กจึงควรนับยอดจองจากระบบของตัวเอง และใช้ตัวเลขในรายงานเทียบกับช่วงที่ใช้ป้ายแบบเดียวกัน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Consent Mode กับป้ายขอความยินยอมคุกกี้เป็นอย่างเดียวกันหรือไม่

ไม่ใช่ ป้ายขอความยินยอมทำหน้าที่ถามผู้ใช้ ส่วน Consent Mode ทำหน้าที่ส่งคำตอบของผู้ใช้ไปให้แท็กของ Google เว็บต้องมีทั้งสองส่วน ป้ายที่ไม่เชื่อมกับ Consent Mode จะถามผู้ใช้ได้ แต่แท็กของ Google ไม่รู้ว่าผู้ใช้ตอบอะไร

### ตั้งแบบ basic แล้วเสียอะไรบ้าง

เสียข้อมูลทั้งหมดของคนที่ปฏิเสธ และ Google Ads ใช้ได้แค่โมเดลทั่วไป แต่แบบ basic ตั้งค่าง่ายกว่าและไม่มีข้อมูลใดถูกส่งก่อนผู้ใช้กดเลือก เว็บเล็กที่ไม่ผ่านเกณฑ์โมเดลอยู่แล้วเสียประโยชน์จากการเลือกแบบนี้น้อย

### ถ้าบล็อกแท็กของ Google จนกว่าผู้ใช้จะกดยอมรับ โดยไม่ตั้ง Consent Mode เลย จะเป็นอย่างไร

หน้าประกาศของ Google Ads เตือนว่าถ้าเว็บบล็อกแท็กไว้จนกว่าผู้ใช้จะกดบนป้าย โดยไม่ได้ตั้ง Consent Mode Google จะตรวจสถานะความยินยอมไม่ได้ และอาจทำให้ข้อมูลหาย วิธีที่ Google แนะนำคือตั้ง Consent Mode ร่วมกับป้าย

### จะรู้ได้อย่างไรว่าตั้ง Consent Mode ถูกแล้ว

หน้าประกาศของ Google Ads บอกว่าหลังตั้งค่าแล้ว สถานะจะแสดงในแท็บวินิจฉัยการแปลงของ Google Ads อีกวิธีคือเปิดเว็บ กดปฏิเสธบนป้าย แล้วตรวจด้วยเครื่องมือทดสอบแท็กว่าคุกกี้ของ Google ไม่ถูกเขียน

### Consent Mode ใช้กับแท็กที่ไม่ใช่ของ Google ได้ไหม

แท็กของ Google มีตัวตรวจความยินยอมในตัว ส่วนแท็กที่ไม่มี เอกสารของ Google ให้เพิ่มการตรวจความยินยอมเองใน Google Tag Manager ที่เมนูตั้งค่าความยินยอมขั้นสูงของแท็กนั้น แท็กของแพลตฟอร์มอื่นจึงต้องตั้งแยกทีละตัว

## เว็บของคุณมีผู้ใช้จากยุโรปกี่คนต่อวัน และมีกี่คนที่กดปฏิเสธคุกกี้

ถ้ายังตอบสองข้อนี้ไม่ได้ ให้ PHYGITAL AGENCY เปิดรายงานของป้ายขอความยินยอมกับ GA4 ให้ก่อน แล้วค่อยเลือกว่าเว็บควรตั้ง Consent Mode แบบไหน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
