# AI Mode เฝ้าราคาและสต็อกแทนผู้ซื้อ ร้านไทยทำข้อมูลให้ตรงกัน

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/google-ai-mode-price-stock-tracking-product-data · เผยแพร่ 2 พฤศจิกายน 2569 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

ผู้ซื้อสั่ง AI Mode ของ Google ให้เฝ้าราคาลดและของกลับเข้าสต็อกได้แล้ว รวมถึงในไทย สรุปข้อมูลราคา สต็อก และเวลาเปิดร้านที่ต้องตรงกันทุกที่ที่ Google อ่าน

## Key Takeaways

- **ผู้ซื้อพิมพ์สั่ง AI Mode ของ Google ให้เฝ้าราคาลดหรือของกลับเข้าสต็อก แล้วรอรับการแจ้งเตือนได้** — Robby Stein รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ Search โพสต์บน X วันที่ 28 กันยายน 2569 ว่าทยอยเปิดให้ผู้ใช้ทุกคนทั่วโลก และฟิจิทัลทดสอบในไทยเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 แล้วระบบรับคำสั่งและตอบเป็นภาษาไทย
- **ระบบเฝ้าอ่านจากหน้าเว็บ ฟอรัม โพสต์โซเชียล และ Shopping Graph ที่มีสินค้ากว่า 6 หมื่นล้านรายการ** — ราคาและสต็อกที่ผู้ซื้อได้รับแจ้งจึงมาจากข้อมูลที่ร้านเผยแพร่เอง
- **ร้านต้องทำให้ราคาและสถานะสต็อกบนหน้าเว็บ ข้อมูลโครงสร้าง ฟีดสินค้า และหน้าชำระเงินตรงกัน** — เอกสาร Merchant Center ระบุว่า Googlebot เทียบราคาเองเป็นประจำ และสินค้าที่ราคาไม่ตรงอาจถูกตัดสิทธิ์แสดง

ร้านที่ลดราคาสินค้าแล้วลืมแก้ราคาบางจุด เช่น หน้าเว็บเปลี่ยนแล้วแต่ฟีดสินค้ายังเป็นราคาเดิม หรือของหมดแล้วแต่หน้าเว็บยังขึ้นว่ามีของ เคยเสียแค่ลูกค้าบางคนที่กดเข้ามาแล้วเจอราคาไม่ตรง ตอนนี้ผู้ซื้อสั่งให้ AI Mode ของ Google เฝ้าราคาและสต็อกของสินค้าที่อยากได้ แล้วรอให้ระบบแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยน ข้อมูลที่ร้านเผยแพร่ไว้ไม่ตรงกันจึงกลายเป็นข้อความแจ้งเตือนที่ผิดซึ่งส่งถึงผู้ซื้อโดยตรง

เอกสารของ Google สองชุดตอบได้ว่าร้านต้องแก้อะไร ชุดแรกคือประกาศฟีเจอร์ฝั่งผู้ใช้ ชุดที่สองคือหน้าช่วยเหลือของ Merchant Center กับ Google Business Profile ที่กำหนดวิธีเขียนราคา สต็อก และเวลาเปิดร้าน ทีมฟิจิทัลอ่านทุกหน้าอีกรอบในวันที่ 6 ตุลาคม 2569 พร้อมลองสั่งเฝ้าราคาบนมือถือจริงหนึ่งครั้ง เพื่อบอกร้านไทยว่าต้องตรวจข้อมูลจุดไหนก่อนโปรโมชันรอบถัดไป

## AI Mode เฝ้าราคาและสต็อกแทนผู้ซื้ออย่างไร

ผู้ซื้อบอก AI Mode ว่าต้องการให้เฝ้าอะไร แล้วระบบตรวจต่อเนื่องอยู่เบื้องหลังและส่งสรุปเมื่อข้อมูลเปลี่ยน Google เปิดตัวความสามารถนี้ใน[บทความงาน Google I/O](https://blog.google/products-and-platforms/products/search/search-io-2026/) วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ภายใต้ชื่อ information agents โดยเขียนว่าเอเจนต์ทำงาน "in the background, 24/7" และจะ "monitor for changes related to your specific question"

แหล่งข้อมูลที่ระบบเฝ้ามีหลายชั้น ประกาศเดียวกันระบุบล็อก เว็บข่าว โพสต์โซเชียล และข้อมูลเรียลไทม์ของ Google เรื่องการเงิน การช็อปปิ้ง และกีฬา ส่วนโพสต์ของ Robby Stein ระบุ Shopping Graph ซึ่ง[บทความ Universal Cart ของ Google](https://blog.google/products-and-platforms/products/shopping/google-shopping-cart) นิยามว่าเป็นแคตตาล็อกที่มีรายการสินค้า "over 60 billion product listings" และยกตัวอย่างการใช้งาน "Back in stock & price drop updates" ไว้ตรง ๆ

ไทม์ไลน์ของฟีเจอร์มีสามช่วง

| ช่วง                          | สิ่งที่เกิดขึ้น                                                                   | ที่มา                   |
| ----------------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------ | ----------------------- |
| 19 พฤษภาคม 2569               | ประกาศ information agents เปิดให้สมาชิก Google AI Pro และ Ultra ก่อน "this summer" | บทความ I/O ของ Google   |
| 12 มิถุนายน 2569              | เปิดให้สมาชิก Ultra                                                                | รายงานของ 9to5Google   |
| 28 กันยายน 2569 (เวลาสหรัฐฯ) | ทยอยเปิดให้ผู้ใช้ทุกคนทั่วโลกในแอป Google                                  | โพสต์ X ของ Robby Stein |

### สั่งให้ AI Mode เฝ้าราคาต้องพิมพ์อย่างไร

พิมพ์คำสั่งในแท็บ AI Mode ด้วยวลีอย่าง "keep me updated on" หรือ "alert me when" ตามด้วยสิ่งที่ต้องการให้เฝ้า วลีทั้งสองมาจากรายงานของ 9to5Google วันที่ 12 มิถุนายน 2569 ฟิจิทัลทดลองพิมพ์ "keep me updated on ราคา iphone duo" บนมือถือในไทยเมื่อ 6 ตุลาคม 2569 ระบบตอบเป็นภาษาไทยว่าตั้งติดตามราคาและโปรโมชันให้แล้ว แจ้งผ่านแอป Google และอีเมล ส่วนคำค้นเดียวกันในแท็บ All ได้แค่คำตอบราคาจาก AI Overview ไม่มีการตั้งติดตาม

## ฟีเจอร์เฝ้าดูใช้ในไทยได้แค่ไหน

ใช้ได้จริงตามการทดสอบของฟิจิทัล แต่ยังไม่มีหน้าทางการของ Google ที่ระบุประเทศหรือภาษาของฟีเจอร์นี้ ส่วนตัว AI Mode มีหลักฐานทางการชัดเจน Google ประเทศไทยประกาศเปิด AI Mode ในไทยเป็นภาษาอังกฤษเมื่อ 22 สิงหาคม 2568 และ[ประกาศวันที่ 8 ตุลาคม 2568](https://blog.google/intl/th-th/products/consumer-products/google-ai-plus-and-ai-mode/) ว่าโหมด AI "พร้อมให้บริการในภาษาไทยแล้ว"

การขยายฟีเจอร์เฝ้าดูให้ผู้ใช้ทุกคนมีต้นทางเดียวคือโพสต์บน X ของผู้บริหาร Google ซึ่งเขียนว่า "Now rolling out to all users in Search globally" หน้าช่วยเหลือ AI Mode ของ Google ณ วันที่ตรวจไม่มีหัวข้อเรื่องการเฝ้าดู คำว่าทยอยเปิดหมายความว่าผู้ใช้บางคนอาจยังไม่เห็นฟีเจอร์ ร้านจึงควรเตรียมข้อมูลโดยไม่ต้องรอให้ทุกคนใช้ได้ครบ

### ฟีเจอร์เฝ้าดูต่างจาก Universal Cart อย่างไร

ทั้งสองฟีเจอร์แจ้งเรื่องราคาและสต็อกได้ แต่เป็นคนละฟีเจอร์และเปิดคนละพื้นที่ Universal Cart คือตะกร้าสินค้าที่รวมของจากหลายร้าน ช่วยหาดีล และแจ้งเมื่อของกลับเข้าสต็อก บทความของ Google วันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ระบุว่าเปิดบน Search และแอป Gemini "in the U.S. this summer" ส่วนฟีเจอร์เฝ้าดูใน AI Mode ไม่ต้องหยิบสินค้าใส่ตะกร้า ผู้ใช้พิมพ์สั่งเป็นข้อความ และผู้บริหาร Google ประกาศว่าเปิดทั่วโลก ร้านในไทยจึงควรเตรียมข้อมูลรองรับฟีเจอร์เฝ้าดูก่อน

## ราคาที่ AI เห็นต้องตรงกับราคาที่ลูกค้าจ่าย

ราคาบนหน้าสินค้า ราคาในฟีด และราคาตอนชำระเงินต้องเป็นตัวเลขเดียวกันในสกุลบาท [หน้าช่วยเหลือเรื่องราคาของ Merchant Center](https://support.google.com/merchants/answer/6324371?hl=en) กำหนดให้ "Submit an amount and currency that match the price on your landing page and the checkout pages." และห้ามเปลี่ยนราคาบนหน้าสินค้าตามตำแหน่งของผู้ใช้

Google ตรวจข้อนี้เอง [หน้าช่วยเหลือเรื่องราคาไม่ตรงกัน](https://support.google.com/merchants/answer/6098334?hl=en) เขียนว่า Googlebot รวบรวมข้อมูลหน้าสินค้าเป็นประจำ แล้วเทียบราคาในฟีดกับราคาบนหน้าเว็บ "or in your structured data markup (if implemented)" สินค้าที่ราคาไม่ตรง "may be disapproved" และระบบจะกลับมาตรวจสินค้าที่ถูกตัดสิทธิ์อีกครั้งภายในไม่กี่ชั่วโมงถึงไม่กี่วัน กติกาข้อมูลสินค้าชุดอื่นที่ Google ประกาศช่วงต้นปี 2569 สรุปไว้ใน[เทรนด์การตลาดดิจิทัล 2026 สิ่งที่ Google Search เปลี่ยนแล้ว](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-trends-2026)

### ราคาที่แสดงด้วย JavaScript หลังโหลดหน้ามีปัญหาอะไร

Googlebot อาจอ่านราคานั้นไม่เจอ หน้าช่วยเหลือเรื่องราคาไม่ตรงกันระบุว่า Googlebot อ่านข้อมูลจาก HTML ที่เซิร์ฟเวอร์ส่งกลับมา และถ้าข้อมูลบนเว็บถูกส่งด้วย JavaScript หลังโหลดหน้า "this will trigger an error" ร้านที่ใช้ปลั๊กอินคำนวณส่วนลดหรือราคาสมาชิกแบบโหลดทีหลังจึงควรตรวจว่าราคาสุดท้ายปรากฏใน HTML ตั้งแต่แรก หรืออยู่ในข้อมูลโครงสร้างของหน้าสินค้า

## สถานะสต็อกต้องใช้ค่าที่ Google อ่านได้

สถานะสต็อกต้องเลือกจากค่ามาตรฐานสี่ค่า และต้องตรงกันทุกจุดที่ Google อ่าน [หน้าช่วยเหลือเรื่อง availability](https://support.google.com/merchants/answer/6324448?hl=en) เรียกค่านี้ว่า "real-time status indicator" และกำหนดให้ "Show a consistent availability across the landing page, structured data (if available), checkout page, and your data source"

| ค่า            | ใช้เมื่อ                                                | ต้องใส่วันที่หรือไม่                          |
| -------------- | -------------------------------------------------------- | -------------------------------------------------- |
| in\_stock      | มีของพร้อมส่งตอนนี้                                 | ไม่ต้อง                                           |
| out\_of\_stock | ไม่รับสั่งซื้อ หรือซื้อไม่ได้ตอนนี้               | ไม่ต้อง                                           |
| preorder       | รับสั่งซื้อสินค้าใหม่ที่ยังไม่เริ่มขาย           | ต้องใส่วันที่พร้อมส่ง และแสดงบนหน้าสินค้า |
| backorder      | ของหมดชั่วคราวแต่รับสั่งซื้อ และส่งเมื่อของเข้า | ต้องใส่วันที่ส่ง และแสดงบนหน้าสินค้า       |

หน้าเดียวกันเตือนอีกข้อว่า ถ้าร้านต้องหยุดรับคำสั่งซื้อชั่วคราว ไม่ควรลบสินค้าออกจากฟีด เพราะการเพิ่มกลับหลังลบต้องใช้เวลานานกว่าสินค้าจะแสดงได้อีก ร้านควรเปลี่ยนสถานะเป็น out\_of\_stock แทน

### ของหมดแต่ยังรับสั่งจอง ต้องใช้ค่าไหน

ใช้ backorder ถ้าเป็นสินค้าเดิมที่ขายอยู่แล้วและรอของล็อตใหม่ ส่วน preorder ใช้ได้กับสินค้าใหม่ที่ยังไม่ออกวางขายเท่านั้น หน้าช่วยเหลือเรื่อง availability ระบุว่าสินค้าที่มีอยู่แล้ว หมดสต็อก และรับคำสั่งซื้อไว้ส่งทีหลัง "should use backorder" ทั้งสองค่าต้องแนบวันที่ที่สินค้าพร้อมส่ง และต้องแสดงวันที่นั้นบนหน้าสินค้าด้วย ผู้ซื้อที่สั่ง AI Mode เฝ้าของกลับเข้าสต็อกจะได้ข้อมูลวันส่งที่ตรงกับหน้าเว็บ

## ร้านที่เปลี่ยนราคาบ่อยและโปรโมชันชั่วคราว

ร้านที่ใส่ข้อมูลโครงสร้างราคาบนหน้าสินค้าให้ Google แก้ฟีดตามหน้าเว็บได้อัตโนมัติ แต่การเปลี่ยนราคาบ่อยเกินไปทำให้สินค้าถูกตัดสิทธิ์แทน [หน้าช่วยเหลือเรื่อง automatic item updates](https://support.google.com/merchants/answer/3246284?hl=en) อธิบายว่า Merchant Center ใช้ข้อมูลจากหน้าสินค้าอัปเดตฟีดได้ เช่น ฟีดเขียน 4 ดอลลาร์ หน้าเว็บเขียน 3 ดอลลาร์ ระบบจะปรับเป็น 3 ดอลลาร์ ถ้าร้านเปลี่ยนราคาบ่อยมาก "for example more than once per day" สินค้าอาจถูกตัดสิทธิ์แทนการอัปเดต

ข้อนี้กระทบร้านที่ตั้งราคาแบบเปลี่ยนตามช่วงเวลา เช่น ลดราคาเฉพาะช่วงเที่ยง หรือแฟลชเซลหลายรอบต่อวัน ร้านกลุ่มนี้ควรส่งฟีดใหม่ทุกครั้งที่เปลี่ยนราคา แทนการพึ่งการอัปเดตอัตโนมัติ

### โปรลดราคาสามวัน ต้องแก้ข้อมูลที่ไหนบ้าง

ต้องแก้สี่จุดพร้อมกันทั้งตอนเริ่มและตอนจบโปร คือราคาบนหน้าสินค้า ข้อมูลโครงสร้างของหน้า ฟีดสินค้า และราคาที่หน้าชำระเงิน ตอนจบโปรต้องย้อนราคากลับครบทั้งสี่จุดอีกรอบเช่นกัน ผู้ซื้อที่ตั้งเฝ้าราคาไว้จะได้แจ้งเตือนตามข้อมูลที่ Google อ่านเจอ ถ้าฟีดยังค้างราคาโปรหลังหน้าเว็บกลับราคาปกติ ผู้ซื้ออาจได้ข้อความว่าราคาลดทั้งที่โปรจบแล้ว

## ร้านที่มีหน้าร้าน เวลาเปิดและของบนชั้น

ร้านที่ผู้ซื้อต้องเดินมาซื้อเองต้องดูแลอีกสองเรื่อง คือเวลาเปิดร้านใน Google Business Profile และข้อมูลสินค้าในร้านที่ Google เข้าถึงได้ ตัวอย่างที่ผู้บริหาร Google ยกในโพสต์เปิดตัวมีการเฝ้าร้านอาหารหรือร้านป๊อปอัปที่จะเปิดใหม่ใกล้บ้าน เวลาเปิดร้านจึงเป็นข้อมูลที่ผู้ใช้สั่งให้เฝ้าได้เช่นกัน

[หน้าช่วยเหลือเรื่องเวลาทำการพิเศษ](https://support.google.com/business/answer/6303076?hl=en) ให้ร้านตั้งเวลาพิเศษได้เมื่อปรับเวลาชั่วคราวหรือ "remains closed for up to 6 days in a row" สิทธิ์แก้ข้อมูลร้านและขั้นตอนตั้งเวลาช่วงวันหยุด อยู่ในบท[Google Business Profile ใครแก้ข้อมูลร้านบน Google ได้บ้าง](https://phygital.co.th/insights/google-business-profile-local-seo-explained)

### ร้านที่ไม่ได้ลงสต็อกออนไลน์ Google ทำอย่างไร

Google อาจโทรถามร้านแทนผู้ใช้ [หน้าช่วยเหลือเรื่องการเช็กของใกล้บ้านด้วย AI Mode](https://support.google.com/websearch/answer/17104441?hl=en) อธิบายว่าเมื่อร้านมีข้อมูลออนไลน์จำกัด Google โทรไปถามว่ามีของหรือไม่ ฟีเจอร์นี้เป็นคนละฟีเจอร์กับการเฝ้าราคา และหน้าช่วยเหลือระบุว่า "available in English to signed-in users over 18" แต่บอกทิศทางเดียวกันว่า ร้านที่ไม่ได้เผยแพร่สต็อกเองจะถูกถามแทน ร้านที่ลงข้อมูลไว้ก่อนจึงคุมคำตอบได้เอง

## ลำดับเช็กข้อมูลสินค้าก่อนเริ่มและหลังจบโปรโมชัน

ร้านที่มีหน้าเว็บสินค้าใช้รายการนี้ได้ทุกครั้งก่อนเริ่มโปรและหลังจบโปร เรียงจากจุดที่ Google ตรวจเองก่อน

1. **ราคาสามจุดตรงกันเป็นเงินบาท** หน้าสินค้า ฟีด และหน้าชำระเงินแสดงตัวเลขเดียวกัน
2. **ราคาอยู่ใน HTML หรือข้อมูลโครงสร้าง** เปิดซอร์สของหน้าสินค้าแล้วหาราคาเจอ ไม่ต้องรอ JavaScript
3. **สถานะสต็อกใช้ค่าที่ถูก** สินค้าเดิมที่รอของใช้ backorder พร้อมวันส่ง สินค้าใหม่ที่ยังไม่วางขายใช้ preorder
4. **ไม่ลบสินค้าที่หมดชั่วคราว** เปลี่ยนเป็น out\_of\_stock แทน
5. **เวลาเปิดร้านช่วงวันหยุดตั้งไว้ล่วงหน้า** ใน Google Business Profile สำหรับร้านที่มีหน้าร้าน

ร้านที่เปลี่ยนราคาหลายรอบต่อวัน หรือมีสินค้าหลายร้อยรายการ ไล่ด้วยมือครบทุกจุดได้ยาก ทีมฟิจิทัลเทียบหน้าสินค้ากับฟีดทั้งร้าน แล้วส่งรายการสินค้าที่ข้อมูลไม่ตรงพร้อมวิธีแก้ให้ทีมของร้าน

## สรุป

ผู้ซื้อสั่ง AI Mode ของ Google ให้เฝ้าราคาลดและของกลับเข้าสต็อกได้แล้ว ผู้บริหาร Google ประกาศทยอยเปิดทั่วโลกเมื่อ 28 กันยายน 2569 และฟิจิทัลทดสอบในไทยเป็นภาษาไทยได้เมื่อ 6 ตุลาคม 2569 ระบบเฝ้าจากเว็บ โซเชียล และ Shopping Graph ร้านจึงต้องทำให้ราคาเป็นเงินบาทตรงกันทั้งหน้าสินค้า ข้อมูลโครงสร้าง ฟีด และหน้าชำระเงิน ใช้ค่าสถานะสต็อกให้ถูกพร้อมวันส่ง แก้ข้อมูลทุกจุดทั้งตอนเริ่มและจบโปร และตั้งเวลาเปิดร้านพิเศษใน Business Profile เพราะข้อมูลที่ไม่ตรงกันจะถูกส่งถึงผู้ซื้อเป็นการแจ้งเตือนที่ผิด

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### AI Mode เฝ้าราคาสินค้าที่ไม่ได้ส่งฟีดผ่าน Merchant Center ได้หรือไม่

เอกสารที่ฟิจิทัลตรวจไม่ได้กำหนดเงื่อนไขนี้ โพสต์ของผู้บริหาร Google ระบุว่าระบบเฝ้าจากเว็บ ฟอรัม โพสต์โซเชียล และ Shopping Graph ซึ่งหมายความว่าหน้าเว็บของร้านเองก็เป็นแหล่งข้อมูลได้ Merchant Center เป็นช่องทางที่ร้านส่งข้อมูลสินค้าให้ Google โดยตรง ร้านที่ใช้ Merchant Center อยู่แล้วจึงควรดูแลฟีดให้ตรงกับหน้าเว็บ บัญชีนี้ผูกกับแคมเปญโฆษณาได้ตามที่อธิบายใน[Google Ads หกประเภทแคมเปญ กับการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/google-ads-101)

### AI Mode แจ้งผู้ซื้อเร็วแค่ไหนหลังร้านเปลี่ยนราคา

ยังไม่มีเอกสารของ Google ระบุความถี่ในการตรวจ บทความ I/O เขียนเพียงว่าเอเจนต์ทำงานเบื้องหลังตลอด 24 ชั่วโมง ร้านจึงไม่ควรวางแผนโปรโดยคาดว่าผู้ซื้อจะได้รับแจ้งทันที และควรแสดงวันเริ่มและวันจบโปรบนหน้าสินค้าให้ชัด

### ร้านรู้ได้ไหมว่ามีผู้ซื้อกี่คนตั้งเฝ้าสินค้าของร้าน

ไม่พบเครื่องมือหรือรายงานของ Google ที่บอกตัวเลขนี้ ณ วันที่ 6 ตุลาคม 2569 สิ่งที่ร้านวัดได้คือยอดเข้าชมหน้าสินค้าจาก Google หลังเปลี่ยนราคา ซึ่งเปิดดูได้ใน Search Console และระบบวิเคราะห์เว็บที่ร้านใช้อยู่

### ฟีเจอร์เฝ้าราคาต่างจากปุ่มซื้อใน AI Mode อย่างไร

ฟีเจอร์เฝ้าราคาแจ้งข้อมูลให้ผู้ซื้อตัดสินใจเอง ส่วนปุ่มซื้อเป็นการชำระเงินผ่านโปรโตคอลที่ร้านต้องเชื่อมระบบเพิ่ม เงื่อนไขของปุ่มซื้อ เช่น UCP ของ Google อธิบายไว้ใน[Agentic Commerce คืออะไร UCP, ACP และฟีดที่ร้านไทยเตรียมได้](https://phygital.co.th/insights/agentic-commerce-ucp-acp-thailand) ข้อมูลราคาและสต็อกที่ตรงกันเป็นพื้นฐานของทั้งสองฟีเจอร์

### ขายสินค้าเป็นเงินบาท แต่หน้าเว็บมีปุ่มเปลี่ยนสกุลเงิน ผิดกติกาหรือไม่

ปุ่มให้ผู้ซื้อเลือกเองไม่ได้ถูกห้าม แต่ราคาที่ส่งในฟีดต้องตรงกับราคาบนหน้าสินค้าในสกุลเงินของประเทศเป้าหมาย หน้าช่วยเหลือเรื่องราคาให้แสดงราคาสกุลเงินของประเทศเป้าหมายอย่างเด่นชัด และห้ามเปลี่ยนราคาบนหน้าสินค้าตามตำแหน่งของผู้ใช้ ร้านที่ขายในไทยจึงควรให้หน้าสินค้าเปิดมาเป็นเงินบาทเสมอ

## ราคาที่ผู้ซื้อได้รับแจ้งจาก Google ต้องเป็นราคาเดียวกับในร้าน

PHYGITAL AGENCY ไล่เทียบหน้าสินค้า ฟีด และข้อมูลร้านบน Google ให้ราคาและสต็อกเป็นค่าเดียวกัน ก่อนผู้ซื้อสั่ง AI เฝ้าสินค้าของร้าน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
