# Google Ads หกประเภทแคมเปญ กับการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/google-ads-101 · เผยแพร่ 9 พฤษภาคม 2569 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Google Ads ให้เลือกหกประเภทแคมเปญบนหน้าเริ่มต้น ผู้ลงโฆษณาทุกรายจะถูกขอยืนยันตัวตนในที่สุด และสิทธิ์ผู้ใช้ห้าระดับกำหนดว่าใครแก้แคมเปญหรือจ่ายเงินได้

## Key Takeaways

- **หน้าเลือกประเภทแคมเปญของ Google Ads อธิบายไว้หกแบบ** — คือ Performance Max, Search, Display, Video, App และ Shopping แต่ละแบบต้องเตรียมของต่างกัน เช่น Shopping ต้องมีบัญชี Merchant Center ส่วน Video ต้องอัปโหลดวิดีโอขึ้น YouTube ก่อน
- **Google แจ้งไว้ว่าผู้ลงโฆษณาทุกรายจะถูกขอให้ยืนยันตัวตนในที่สุด** — การตรวจใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการ บางกรณีนานถึง 30 วัน ถ้าบัญชีได้รับกำหนดเส้นตายแล้วยืนยันไม่ทัน บัญชีจะถูกหยุดชั่วคราว
- **บัญชี Google Ads มีสิทธิ์ผู้ใช้ห้าระดับ** — มีเพียงระดับผู้ดูแลระบบที่เพิ่มหรือถอดผู้ใช้ ยกเลิกการลิงก์บัญชีดูแลของเอเจนซี และทำขั้นตอนยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาได้

ธุรกิจที่เปิดบัญชี Google Ads จะเจอสามเรื่องก่อนได้ยิงโฆษณาจริง คือต้องเลือกประเภทแคมเปญ ต้องยืนยันตัวตนกับ Google ในวันใดวันหนึ่ง และต้องตัดสินว่าใครในทีมถือสิทธิ์ระดับไหน Google Ads เป็นระบบโฆษณาที่ส่งโฆษณาไปแสดงบนผลการค้นหา YouTube เว็บไซต์และแอปพันธมิตร Google Play และหน้ารายการสินค้า บทนี้ตอบคำถามของคนที่กำลังเปิดบัญชีครั้งแรกหรือรับบัญชีคืนจากคนดูแลเดิม ทั้งสามเรื่องตามลำดับที่เจอจริง

ข้อมูลทั้งหมดมาจากศูนย์ช่วยเหลือของ Google Ads และศูนย์นโยบายโฆษณาของ Google ซึ่งเปลี่ยนเงื่อนไขบ่อย ตัวเลขในบทนี้จึงกำกับด้วยหน้าที่มาทุกจุด การตั้งเป้าหมายแคมเปญตามขั้นของลูกค้า การอ่านตัวชี้วัด และการประมูล แยกไว้ในบทอื่นที่ลิงก์ไว้ตามหัวข้อ

## หกประเภทแคมเปญบนหน้าเริ่มต้นของ Google Ads

[หน้าเลือกประเภทแคมเปญของ Google Ads](https://support.google.com/google-ads/answer/2567043?hl=en) บอกว่าการใช้ Google Ads เริ่มจากเป้าหมายและแคมเปญ แล้วให้เลือกประเภทตามเป้าหมายทางการตลาด กลยุทธ์ของแบรนด์ และเวลาที่ผู้ลงโฆษณาพร้อมลงแรงดูแล หน้านี้อธิบายไว้หกประเภท

* **Performance Max** แคมเปญเดียวเข้าถึงพื้นที่โฆษณาทุกช่องทางของ Google Ads โดยให้ระบบ AI ปรับงบและราคาประมูลตามเป้าหมายคอนเวอร์ชันที่ตั้งไว้ ตัวเลือกนี้ขึ้นมาเมื่อเลือกเป้าหมายยอดขาย ลูกค้าเป้าหมาย หรือการเข้าร้านค้าในพื้นที่
* **Search** โฆษณาข้อความบนผลการค้นหา ถึงคนที่กำลังค้นหาสินค้าหรือบริการ ตั้งค่าด้วยการเขียนข้อความโฆษณาและเลือกคีย์เวิร์ด ไม่ต้องมีไฟล์ภาพ
* **Display** โฆษณาภาพบนเว็บไซต์ แอป และพื้นที่ของ Google เช่น YouTube ใช้ข้อมูลกลุ่มของผู้ลงโฆษณาติดตามคนที่เคยเข้าเว็บไซต์ได้
* **Video** โฆษณาวิดีโอบน YouTube และเว็บไซต์อื่น ต้องอัปโหลดวิดีโอขึ้น YouTube ก่อนสร้างแคมเปญ
* **App** โปรโมตแอปบน Search, Play, YouTube, Discover และเว็บไซต์กับแอปอีกกว่า 3 ล้านแห่ง ระบบสร้างโฆษณาและเลือกกลุ่มเป้าหมายจากข้อมูลของแอป
* **Shopping** รายการสินค้าบนผลการค้นหาและแท็บ Google Shopping ต้องมีบัญชี Merchant Center ที่อัปโหลดสินค้าไว้ และร้านที่มีหน้าร้านใช้โฆษณาสินค้าคงคลังในร้านเพื่อขายของให้คนใกล้ร้านได้

เมนูของศูนย์ช่วยเหลือยังมีประเภทอื่นแยกหน้า ได้แก่ Demand Gen แคมเปญโทร แคมเปญโรงแรม และ Smart campaigns แต่หกประเภทข้างบนคือชุดที่ Google ใช้อธิบายการเลือกแคมเปญตั้งแต่ต้น

### ไม่เห็นตัวเลือก Search ตอนสร้างแคมเปญ ทำอย่างไร

หน้าเดียวกันแนะนำว่าถ้าหน้าจอแสดงแต่ Performance Max หรือไม่มีประเภทที่ต้องการ ให้เลือกสร้างแคมเปญโดยไม่ใช้คำแนะนำตามเป้าหมาย ระบบจะแสดงประเภทแคมเปญทั้งหมดให้เลือกเอง แล้วค่อยตั้งเป้าหมายในขั้นต่อไป ธุรกิจที่ต้องการคุมคีย์เวิร์ดเองจึงยังเริ่มจาก Search ได้แม้ระบบเสนอ Performance Max ขึ้นมาก่อน คีย์เวิร์ดแบบไหนที่จ่ายแล้วไม่คุ้มอธิบายไว้ใน[รับทำโฆษณา Google Ads คีย์เวิร์ดไหนจ่ายแล้วไม่คุ้ม](https://phygital.co.th/insights/google-ads-sem-agency)

## ประเภทย่อยของแคมเปญวิดีโอและแคมเปญแอป

สองประเภทนี้มีประเภทย่อยให้เลือกต่อ และแต่ละประเภทย่อยใช้รูปแบบโฆษณาต่างกัน ข้อมูลจากหน้าเดียวกันสรุปได้ดังนี้

| ประเภทหลัก | ประเภทย่อย          | ใช้ทำอะไร                                                                                                              |
| ----------- | -------------------- | ------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------ |
| Video       | Drive conversions    | โฆษณาวิดีโอที่ชวนให้ลงมือทำ เพื่อยอดขายหรือรายชื่อลูกค้า                                                     |
| Video       | Video reach          | เข้าถึงคนให้มากที่สุดต่องบ ด้วย bumper หรือ skippable in-stream หรือส่งข้อความครบด้วย non-skippable in-stream |
| Video       | Get views            | ชวนให้พิจารณาสินค้า ด้วยวิดีโอแบบข้ามได้หรือในฟีด                                                              |
| Video       | Ad sequence          | เล่าเรื่องต่อเนื่องด้วยวิดีโอหลายชิ้นตามลำดับ                                                                   |
| App         | App installs         | ให้คนดาวน์โหลดแอป                                                                                                     |
| App         | App engagement       | ให้ผู้ใช้เดิมกลับมาทำกิจกรรมในแอป                                                                               |
| App         | App pre-registration | ให้คนลงทะเบียนล่วงหน้าก่อนแอปเปิดบน Google Play                                                                 |

หน้าเดียวกันแจ้งด้วยว่าเป้าหมายเดิมชื่อ Awareness and consideration ถูกเปลี่ยนชื่อใหม่ในหน้าสร้างแคมเปญให้บอกตรงขึ้นว่าเป็นเป้าหมายด้านการเข้าถึง ยอดชม และการมีส่วนร่วมบน YouTube ส่วนความหมายยังเหมือนเดิม ความยาวและสเปกไฟล์ของรูปแบบวิดีโอแต่ละแบบบน YouTube อยู่ใน[YouTube Ads รูปแบบวิดีโอ สเปกไฟล์ และเนื้อหาที่โฆษณาไปแสดง](https://phygital.co.th/insights/youtube-ads-deep-dive-thailand-2026)

### Demand Gen อยู่ตรงไหนของแผนที่นี้

Demand Gen ไม่อยู่ในหกประเภทของหน้าเลือกแคมเปญ แต่มีหน้าอธิบายแยกในเมนูแคมเปญของศูนย์ช่วยเหลือ ประเด็นที่ควรรู้ก่อนสร้างคือ Demand Gen เป็นหนึ่งในประเภทที่เปลี่ยนเป้าหมายหลังสร้างแล้วไม่ได้ เช่นเดียวกับ Performance Max และ Video ธุรกิจจึงต้องตัดสินว่าลูกค้าอยู่ขั้นไหนก่อนกดสร้าง ตามที่อธิบายไว้ใน[Marketing Funnel สามขั้นกับเป้าหมายแคมเปญของ Google และ Meta](https://phygital.co.th/insights/marketing-funnel-explained)

## การยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา

[หน้าการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาของ Google](https://support.google.com/adspolicy/answer/9703665?hl=en) ระบุว่าผู้ลงโฆษณาทุกรายจะถูกขอให้ยืนยันตัวตนในที่สุด ตามแผนเพิ่มความโปร่งใสที่ทยอยใช้ ขั้นตอนประกอบด้วยงานหนึ่งอย่างขึ้นไป เช่นตอบคำถามเกี่ยวกับธุรกิจและยื่นเอกสาร Google แจ้งผ่านการแจ้งเตือนในบัญชีหรืออีเมลว่าต้องทำเมื่อไรและมีกำหนดเส้นตายวันไหน

หน้าเดียวกันระบุเหตุผลที่บัญชีอาจถูกเลือกก่อนรายอื่น เช่นโฆษณาในอุตสาหกรรมบางประเภทอย่างบริการทางการเงิน โฆษณากับคำค้นที่เกี่ยวกับชื่อแบรนด์ ใช้ฟีเจอร์ที่มักถูกใช้ผิดวัตถุประสงค์ หรือพฤติกรรมการโฆษณาถูกระบุว่าน่าสงสัย [หน้ากำหนดเวลาของการยืนยันตัวตน](https://support.google.com/adspolicy/answer/15588490?hl=en) ยังระบุว่า Google อาจขอให้ยืนยันเพิ่มเมื่อบัญชีโฆษณาข้ามประเทศ หรืออยู่ในหมวดที่มีความเสี่ยงหลอกลวงสูง เช่นท่องเที่ยว ฝ่ายช่วยเหลือด้านเทคนิค และบริการทางการเงิน

| สถานการณ์                            | สิ่งที่เกิดขึ้นตามเอกสารของ Google                                                                                               |
| ------------------------------------ | -------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- |
| มีกำหนดเส้นตาย แล้วยืนยันไม่ทัน | บัญชีถูกหยุดชั่วคราว และกลับมาใช้ได้เมื่อยืนยันผ่านแล้วเท่านั้น                                                             |
| ไม่มีกำหนดเส้นตาย                 | ยังลงโฆษณาต่อได้ แต่ยืนยันเองล่วงหน้าได้เพื่อปลดข้อจำกัดและใช้ฟีเจอร์เพิ่ม เช่นชื่อธุรกิจและโลโก้ในโฆษณา Search |
| ส่งงานยืนยันแล้ว                  | ใช้เวลาตรวจไม่เกิน 5 วันทำการ บางกรณีนานถึง 30 วัน                                                                             |
| บัญชีถูกหยุดระหว่างรอผล         | กลับมาใช้ได้หลังผ่านการยืนยันเท่านั้น                                                                                           |

### ข้อมูลอะไรของธุรกิจจะเปิดเผยต่อสาธารณะ

หลังยืนยันแล้ว โฆษณาจะมีข้อความระบุผู้ลงโฆษณาที่แสดงชื่อบุคคลหรือชื่อองค์กรและที่ตั้ง ข้อมูลบางส่วนยังแสดงใน Ads Transparency Center ได้แก่ประวัติการเปลี่ยนชื่อ ชิ้นงานโฆษณา วันที่และพื้นที่ที่โฆษณาแสดง โฆษณาที่ถูกนำออกหรือบัญชีที่ถูกระงับด้วยเหตุผลทางกฎหมายหรือนโยบาย และข้อมูลติดต่อขององค์กร ธุรกิจจึงควรยืนยันในชื่อนิติบุคคลที่ตรงกับเอกสารจริง ไม่ใช่ชื่อของคนที่รับจ้างดูแลบัญชี

## สิทธิ์ผู้ใช้ห้าระดับในบัญชี

[หน้าระดับสิทธิ์ในบัญชี Google Ads](https://support.google.com/google-ads/answer/9978556?hl=en) มีตารางเทียบสิทธิ์ห้าระดับ ตารางด้านล่างคัดเฉพาะแถวที่เจ้าของธุรกิจใช้ตัดสินว่าจะให้ใครถือสิทธิ์ไหน

| สิ่งที่ทำได้                                               | อีเมลเท่านั้น | การเรียกเก็บเงิน | อ่านอย่างเดียว | มาตรฐาน | ผู้ดูแลระบบ |
| ------------------------------------------------------------ | -------------- | ------------------- | ---------------- | ------- | ------------- |
| รับอีเมลแจ้งเตือนและรายงาน                              | ได้            | ไม่ได้             | ได้              | ได้     | ได้           |
| ดูแคมเปญและเครื่องมือวางแผน                             | ไม่ได้        | ไม่ได้             | ได้              | ได้     | ได้           |
| แก้ไขแคมเปญ                                                 | ไม่ได้        | ไม่ได้             | ไม่ได้          | ได้     | ได้           |
| เพิ่มหรือแก้วิธีชำระเงินในโปรไฟล์การชำระเงิน       | ไม่ได้        | ได้                 | ไม่ได้          | ไม่ได้ | ได้           |
| ให้สิทธิ์ผู้ใช้และเปลี่ยนระดับสิทธิ์                  | ไม่ได้        | ไม่ได้             | ไม่ได้          | ไม่ได้ | ได้           |
| ยกเลิกการลิงก์บัญชีดูแล                                  | ไม่ได้        | ไม่ได้             | ไม่ได้          | ไม่ได้ | ได้           |
| ดูวิธียืนยันตัวตนและเวลาเข้าระบบล่าสุดของแต่ละคน | ไม่ได้        | ไม่ได้             | ไม่ได้          | ไม่ได้ | ได้           |
| เริ่มและทำการยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา                   | ไม่ได้        | ไม่ได้             | ไม่ได้          | ไม่ได้ | ได้           |

ตารางนี้ทำให้เห็นว่าคนที่ยิงโฆษณาเป็นงานประจำใช้สิทธิ์มาตรฐานก็พอ ส่วนงานที่กระทบความเป็นเจ้าของบัญชี เช่นให้สิทธิ์คนอื่น ถอดบัญชีดูแลของเอเจนซี และยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา อยู่กับระดับผู้ดูแลระบบทั้งหมด

### บัญชีที่มีผู้ดูแลระบบคนเดียวเสี่ยงอะไร

หน้าระดับสิทธิ์ของ Google เตือนว่าถ้าบัญชีมีผู้ดูแลระบบคนเดียว และคนนั้นติดต่อไม่ได้ บัญชีอาจเสียสิทธิ์เข้าถึงแท็กวัดผล และ Google จะแสดงการแจ้งเตือนในหน้าวินิจฉัยแท็กเมื่อพบบัญชีแบบนี้ นอกจากเรื่องแท็กแล้ว ไม่มีใครให้สิทธิ์คนใหม่หรือยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาได้ ธุรกิจจึงควรให้คนในบริษัทสองคนถือระดับผู้ดูแลระบบไว้เสมอ

## บัญชีดูแลของเอเจนซีกับบัญชีของธุรกิจ

เอเจนซีมักดูแลบัญชีลูกค้าหลายรายผ่านบัญชีดูแล (manager account) ที่ลิงก์เข้ากับบัญชีของลูกค้า หน้าระดับสิทธิ์ของ Google ระบุว่าเมื่อลูกค้ายอมรับคำขอลิงก์ ผู้ใช้ระดับผู้ดูแลระบบในบัญชีดูแลจะรับอีเมลแจ้งเตือนและจัดการแคมเปญของลูกค้าได้ และถ้าบัญชีดูแลได้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของ (ownership) ผู้ดูแลระบบฝั่งเอเจนซีจะแก้สิทธิ์ผู้ใช้ บัญชีดูแล และการลิงก์ผลิตภัณฑ์ในบัญชีลูกค้าได้ด้วย

เจ้าของธุรกิจจึงต้องถามให้ชัดว่าบัญชีดูแลของเอเจนซีได้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของหรือเปล่า และในฝั่งบัญชีลูกค้ายังมีผู้ดูแลระบบที่เป็นคนในบริษัทอยู่หรือไม่ การเทียบกลไกฝั่ง Meta ที่ใช้พอร์ตโฟลิโอธุรกิจแทนบัญชีดูแลอยู่ใน[Meta Ads พอร์ตโฟลิโอธุรกิจ บัญชีโฆษณา และแคมเปญสามชั้น](https://phygital.co.th/insights/meta-ads-101)

### เลิกจ้างเอเจนซีแล้ว ถอดบัญชีดูแลออกได้เองไหม

ได้ ถ้าธุรกิจยังมีผู้ดูแลระบบของตัวเองในบัญชี ตารางสิทธิ์ของ Google ระบุว่าผู้ดูแลระบบยกเลิกการลิงก์บัญชีดูแลได้ และยังเปลี่ยนระดับสิทธิ์ของผู้ใช้ทุกคนได้ หลังถอดแล้วควรเปิดดูรายชื่อผู้ใช้อีกรอบ เพราะพนักงานของเอเจนซีบางคนอาจได้สิทธิ์เป็นรายบุคคลแยกจากบัญชีดูแล และควรตรวจการลิงก์กับ Google Analytics ว่ายังเป็นของธุรกิจ

## ก่อนสร้างแคมเปญแรก ต้องเตรียมอะไรตามประเภท

ตารางนี้รวมสิ่งที่หน้าเลือกประเภทแคมเปญของ Google ระบุว่าต้องมีก่อนสร้าง กับสิ่งที่ควรตั้งในบัญชีก่อนใช้เงินก้อนแรก

| ประเภทแคมเปญ   | ต้องเตรียมก่อนสร้าง                                        | ควรตั้งในบัญชีก่อน                                               |
| --------------- | -------------------------------------------------------------- | -------------------------------------------------------------------- |
| Search          | ข้อความโฆษณาและรายการคีย์เวิร์ด                            | การวัดคอนเวอร์ชันบนหน้าที่ลูกค้ากรอกฟอร์มหรือซื้อ          |
| Performance Max | ภาพ วิดีโอ ข้อความ และเป้าหมายคอนเวอร์ชันที่ชัด          | ข้อมูลคอนเวอร์ชันย้อนหลังที่ระบบใช้เรียนรู้ได้             |
| Display         | ภาพแนวจัตุรัสและแนวนอนตามขนาดที่กำหนด                 | กลุ่มข้อมูลผู้เข้าชมเว็บไซต์ ถ้าจะติดตามคนที่เคยเข้าเว็บ |
| Video           | วิดีโอที่อัปโหลดขึ้น YouTube แล้ว                          | ช่อง YouTube ที่ลิงก์กับบัญชี Google Ads                          |
| App             | แอปที่เผยแพร่หรือเปิดลงทะเบียนล่วงหน้าบน Google Play | การวัดเหตุการณ์ในแอป                                             |
| Shopping        | บัญชี Merchant Center ที่อัปโหลดสินค้าแล้ว                 | ลิงก์ Merchant Center เข้ากับบัญชีโฆษณา                           |

ตัวชี้วัดที่ใช้อ่านผลของแต่ละประเภทต่างกันตามแพลตฟอร์ม รายละเอียดอยู่ใน[KPI โฆษณา CTR กับ ROAS ที่ Google และ Meta นับต่างกัน](https://phygital.co.th/insights/digital-marketing-kpi-ctr-cpc-roas-cac) ส่วนวิธีที่ Google ตัดสินว่าโฆษณาใดได้แสดงเมื่อผู้ลงโฆษณาหลายรายแข่งกันอยู่ใน[Google Ads กับ Meta Ads ประมูลต่างกันอย่างไร ปี 2026](https://phygital.co.th/insights/google-ads-vs-meta-ads-2026)

## สรุป

Google Ads อธิบายการเลือกแคมเปญด้วยหกประเภท คือ Performance Max, Search, Display, Video, App และ Shopping แต่ละแบบต้องเตรียมของต่างกัน ผู้ลงโฆษณาทุกรายจะถูกขอให้ยืนยันตัวตนในที่สุด การตรวจใช้เวลาไม่เกิน 5 วันทำการหรือนานถึง 30 วัน และบัญชีที่ยืนยันไม่ทันกำหนดจะถูกหยุด สิทธิ์ผู้ใช้มีห้าระดับ งานที่กระทบความเป็นเจ้าของบัญชีทั้งหมดอยู่กับผู้ดูแลระบบ ธุรกิจจึงควรมีผู้ดูแลระบบที่เป็นคนในบริษัทอย่างน้อยสองคน

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### ต้องยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาก่อนลงโฆษณาครั้งแรกไหม

ไม่จำเป็นเสมอไป บัญชีส่วนใหญ่ลงโฆษณาได้ก่อน แล้ว Google จะแจ้งเมื่อถึงคิวยืนยันพร้อมกำหนดเส้นตาย แต่ธุรกิจที่อยู่ในหมวดการเงิน ท่องเที่ยว หรือโฆษณาข้ามประเทศ ควรเตรียมเอกสารนิติบุคคลไว้ตั้งแต่เปิดบัญชี

### ใครในบริษัทควรเป็นคนทำขั้นตอนยืนยันตัวตน

ผู้ดูแลระบบที่เป็นเจ้าของหรือผู้มีอำนาจของบริษัท เพราะข้อมูลที่ยื่นจะไปแสดงในข้อความระบุผู้ลงโฆษณา และการให้ข้อมูลเท็จถือว่าผิดนโยบายหลีกเลี่ยงระบบ ซึ่งทำให้บัญชีถูกระงับได้

### ฝ่ายบัญชีต้องได้สิทธิ์ระดับไหน

สิทธิ์การเรียกเก็บเงินพอสำหรับงานจ่ายเงิน ดูข้อมูลการเรียกเก็บ และแก้วิธีชำระเงิน โดยไม่ต้องเห็นหรือแก้แคมเปญ ส่วนคนที่ต้องการแค่รับรายงานทางอีเมลใช้สิทธิ์อีเมลเท่านั้น

### บัญชีที่ถูกหยุดเพราะยืนยันไม่ทัน ยอดเงินที่เติมไว้หายไหม

เอกสารของ Google ระบุเพียงว่าบัญชีจะใช้ต่อได้หลังยืนยันผ่าน ไม่ได้ระบุเรื่องยอดเงินคงเหลือในหน้านี้ ธุรกิจที่เจอกรณีนี้ควรเปิดหน้าการเรียกเก็บเงินในบัญชีและติดต่อฝ่ายช่วยเหลือของ Google ด้วยบัญชีผู้ดูแลระบบ

### Performance Max ต่างจากการเปิด Search กับ Display แยกกันอย่างไร

Performance Max เป็นแคมเปญเดียวที่ระบบกระจายงบไปทุกช่องทางตามเป้าหมายคอนเวอร์ชัน ส่วนการเปิดแยกประเภททำให้ผู้ลงโฆษณาตั้งงบและเลือกกลุ่มเป้าหมายของแต่ละช่องทางเอง การเลือกขึ้นกับว่าธุรกิจมีข้อมูลคอนเวอร์ชันพอให้ระบบเรียนรู้หรือยัง

## การยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณาทำได้เฉพาะผู้ดูแลระบบ ถ้าสิทธิ์นั้นอยู่กับคนนอก เจ้าของธุรกิจจะยื่นเอกสารของตัวเองไม่ได้

PHYGITAL AGENCY จัดสิทธิ์ผู้ใช้ให้เจ้าของถือระดับผู้ดูแลระบบ เตรียมเอกสารยืนยันตัวตนผู้ลงโฆษณา แล้วเลือกประเภทแคมเปญตามข้อมูลคอนเวอร์ชันที่บัญชีมีอยู่จริง

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
