# Global Ad Spend 2026 โตช้าลง อ่านทิศทางเม็ดเงินโฆษณาโลก

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/global-ad-spend-1-trillion-forecast · เผยแพร่ 25 มกราคม 2569 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

เม็ดเงินโฆษณาโลกทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญไปตั้งแต่ปี 2025 เร็วกว่าคาดหนึ่งปี ส่วนปีนี้โตช้าลงเหลือ 5.0% สรุปตัวเลขรายช่องทางและสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องเตรียมรับมือ

## Key Takeaways

- **เส้น 1 ล้านล้านเหรียญถูกข้ามไปแล้วตั้งแต่ปี 2025** — เร็วกว่าที่รายงานฉบับปลายปีก่อนหน้าเคยคาดไว้หนึ่งปีเต็ม ส่วนปีนี้เม็ดเงินโฆษณาทั่วโลกอยู่ที่ราว 1.06 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ เติบโต 5.0% ซึ่งชะลอลงจาก 5.8% ของปีก่อนหน้า
- **เงินไม่ได้โตเท่ากันทุกช่องทาง** — Retail Media โต 12.3% และ Connected TV โต 11.5% ขณะที่ทีวีแบบเดิมโต 0.0% และ Search โต 3.4% การเลือกช่องทางจึงมีผลต่อต้นทุนมากกว่าการเพิ่มงบรวม
- **ค่าเฉลี่ยของโลกไม่ใช่เป้าหมายของธุรกิจไทย** — เอเชียแปซิฟิกโต 5.9% แต่งบโฆษณาดิจิทัลไทยถูกคาดว่าจะติดลบ 0.3% ตัวเลขสองชุดนี้นับคนละขอบเขตและต้องอ่านแยกกัน

พาดหัวข่าวว่าเม็ดเงินโฆษณาโลกทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญ ชวนให้เจ้าของธุรกิจไทยที่กำลังวางงบปีหน้าสงสัยว่าควรเพิ่มงบตามกระแสหรือไม่ ปัญหาคือค่าเฉลี่ยระดับโลกรวมตลาดที่ต่างจากไทยทั้งขนาดและทิศทาง ถ้าหยิบมาตั้งเป้าตรง ๆ งบอาจไปผิดช่องทาง บทนี้ไล่จากเหตุที่เส้น 1 ล้านล้านถูกข้ามเร็วกว่าที่คาด ช่องทางที่เงินไหลเข้า ภูมิภาคที่ยังโตกับภูมิภาคที่แผ่ว ผลต่อต้นทุนสื่อในไทย และวิธีอ่านพยากรณ์ระดับโลกให้ใช้กับธุรกิจตัวเองได้

เม็ดเงินโฆษณาทั่วโลกข้ามหลัก 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐไปแล้วหนึ่งปีเต็มก่อนกำหนดที่รายงานพยากรณ์ฉบับปลายปีก่อนหน้าเคยประเมินไว้ ส่วนปีนี้ตัวเลขอยู่ที่ราว 1.06 ล้านล้านเหรียญ เติบโต 5.0% ซึ่งช้าลงจาก 5.8% ของปีก่อน ตัวเลขทั้งชุดมาจาก[รายงาน dentsu Global Ad Spend Forecasts ฉบับกลางปี](https://www.dentsu.com/news-releases/ad-spend-growth-is-projected-to-slow-to-5-percent-in-2026-still-outpacing-economic-growth) ที่รวบรวมข้อมูลการซื้อสื่อจาก 56 ตลาดทั่วโลก

ความสำคัญของตัวเลขชุดนี้ไม่ได้อยู่ที่ยอดรวม แต่อยู่ที่การกระจายตัวของมัน เงินก้อนเดียวกันไหลเข้าบางช่องทางด้วยอัตราสองหลักขณะที่บางช่องทางนิ่งสนิท และค่าเฉลี่ยของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกก็เดินสวนทางกับตัวเลขในประเทศไทยอย่างชัดเจน

## ทำไมเส้น 1 ล้านล้านเหรียญถูกข้ามเร็วกว่าที่คาด

คำตอบอยู่ที่อัตราการเติบโตของปีก่อนซึ่งออกมาสูงกว่าที่ประเมินกันไว้ [รายงานฉบับปลายปีก่อนหน้า](https://www.dentsu.com/news-releases/global-ad-spend-set-to-surpass-one-trillion-for-the-first-time-in-2026-as-the-algorithmic-era-redefines-growth) เคยคาดว่าเส้น 1 ล้านล้านเหรียญจะถูกข้ามในปีนี้ แต่ตัวเลขจริงของปีก่อนโตถึง 5.8% จนข้ามไปก่อนกำหนด ส่วนปีนี้อัตราการเติบโตลดเหลือ 5.0% ซึ่งแปลว่าตลาดยังขยายตัว เพียงแต่ช้าลง

การชะลอตัวแบบนี้ต่างจากการหดตัว งบรวมยังเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ส่วนเพิ่มเริ่มเล็กลง สิ่งที่ตามมาคือการแข่งขันย้ายจากการแย่งเม็ดเงินก้อนใหม่ที่ไหลเข้าตลาด ไปเป็นการแย่งส่วนแบ่งจากคู่แข่งในเม็ดเงินก้อนเดิม ซึ่งเป็นสนามที่ธุรกิจขนาดเล็กเสียเปรียบกว่าถ้าวางแผนสื่อด้วยวิธีเดิม

### Global Ad Spend คืออะไร และใครเป็นคนประเมินตัวเลขนี้

Global Ad Spend คือมูลค่ารวมของเม็ดเงินที่แบรนด์ทั่วโลกใช้ซื้อสื่อโฆษณาตลอดทั้งปี ครอบคลุมทั้งสื่อดิจิทัล สื่อดั้งเดิม และสื่อนอกบ้าน ผู้ประเมินหลักคือเครือเอเจนซีสื่อระดับโลกที่มีข้อมูลการซื้อสื่อจริงในมือ แล้วนำมารวมเป็นภาพรายตลาด ตัวเลขจึงเป็นการประมาณการ ไม่ใช่ยอดที่ผ่านการตรวจสอบบัญชี

### ทำไมเม็ดเงินโฆษณาถึงโตเร็วกว่าเศรษฐกิจโลก

ส่วนหนึ่งเป็นเรื่องวิธีนับ งบโฆษณาเป็นตัวเลขที่ยังไม่ได้หักเงินเฟ้อ ขณะที่อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่นำมาเทียบเป็นค่าที่หักเงินเฟ้อแล้ว ส่วนต่างที่เห็นจึงกว้างกว่าความเป็นจริง และงบที่เพิ่มขึ้นบางส่วนคือการจ่ายแพงขึ้นเพื่อการเข้าถึงเท่าเดิม ไม่ใช่การซื้อสื่อเพิ่ม

ตัวเลขเศรษฐกิจที่ dentsu นำมาเทียบในรายงานฉบับเดียวกันคือประมาณการของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ที่ 3.1% ขณะที่[ธนาคารโลกประเมินไว้ต่ำกว่านั้นที่ 2.5% ในรายงาน Global Economic Prospects ฉบับเดือนมิถุนายน](https://www.worldbank.org/en/publication/global-economic-prospects) ไม่ว่าจะยึดตัวเลขชุดไหน งบโฆษณาก็ยังโตเร็วกว่าเศรษฐกิจ แต่ส่วนต่างนั้นไม่ได้แปลว่าผู้ลงโฆษณาได้ผลตอบแทนเพิ่มตามสัดส่วนเดียวกัน

## เม็ดเงินโฆษณาโลกไหลเข้าช่องทางไหนมากที่สุด

สื่อดิจิทัลรับเงินไปแล้ว 69% ของงบโฆษณาทั้งหมด และเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตในทั้ง 56 ตลาดที่รายงานสำรวจ แต่ภายในกลุ่มดิจิทัลด้วยกันเอง อัตราการเติบโตต่างกันหลายเท่า ช่องทางที่โตเร็วที่สุดคือ Retail Media ส่วนช่องทางที่นิ่งที่สุดคือทีวีแบบเดิม

| ช่องทางสื่อ             | อัตราเติบโตปี 2026 | สิ่งที่ตัวเลขนี้บอก                                   |
| ------------------------- | -------------------- | --------------------------------------------------------- |
| Retail Media              | +12.3%               | เงินกำลังย้ายไปอยู่ใกล้จุดตัดสินใจซื้อมากขึ้น  |
| Connected TV              | +11.5%               | ผู้ชมย้ายจากผังเวลาไปอยู่กับแพลตฟอร์มสตรีมมิง |
| วิดีโอดิจิทัล            | +8.7%                | ยังเป็นช่องทางหลักของงานสร้างการรับรู้          |
| Search                    | +3.4%                | โตช้าลงเพราะพฤติกรรมการค้นหากำลังเปลี่ยน          |
| ทีวีแบบเดิม (Linear TV) | 0.0%                 | ไม่ได้หายไป แต่ไม่ได้รับงบเพิ่มอีกแล้ว          |

อีกตัวเลขที่บอกทิศทางระยะยาวคือการประเมินว่าภายในปี 2028 งบโฆษณาราว 75% จะถูกจัดสรรโดยอัลกอริทึมแทนการตัดสินใจของคนโดยตรง หน้าที่ของนักการตลาดจึงเปลี่ยนจากการเลือกตำแหน่งลงสื่อทีละจุด ไปเป็นการกำหนดโจทย์ ข้อมูล และขอบเขตงบที่ป้อนให้ระบบทำงาน

### Retail Media Network ต่างจากโฆษณาดิจิทัลแบบเดิมอย่างไร

ความต่างอยู่ที่ตำแหน่งของโฆษณาเทียบกับความตั้งใจซื้อ โฆษณาบนโซเชียลมีเดียเข้าถึงคนที่ยังไม่ได้ตั้งใจซื้อ ส่วน Retail Media วางโฆษณาบนหน้าค้นหาสินค้าของแพลตฟอร์มค้าปลีกและอีคอมเมิร์ซ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้ใช้กำลังเปรียบเทียบสินค้าอยู่แล้ว อัตราปิดการขายจึงสูงกว่าด้วยตำแหน่ง ไม่ใช่ด้วยชิ้นงาน

### ทีวีแบบเดิมหายไปจากแผนสื่อแล้วหรือยัง

ยังไม่หาย แต่เปลี่ยนบทบาท อัตราเติบโต 0.0% แปลว่างบไม่ได้ลดลง เพียงแต่ไม่ได้เพิ่ม ทีวียังทำหน้าที่สร้างการรับรู้ในวงกว้างและความคุ้นเคยของแบรนด์ ส่วนงบก้อนใหม่ถูกโยกไปยังช่องทางที่วัดผลรายคนได้ เช่น Connected TV และวิดีโอดิจิทัล

---

## ภูมิภาคไหนยังโต ภูมิภาคไหนแผ่ว แล้วไทยอยู่ตรงไหน

เอเชียแปซิฟิกเป็นภูมิภาคที่โตเร็วที่สุดในปีนี้ที่ 5.9% ตามด้วยทวีปอเมริกาที่ 4.8% และกลุ่มยุโรป ตะวันออกกลาง แอฟริกาที่ 3.6% ส่วนหมวดธุรกิจที่เพิ่มงบมากที่สุดคือภาครัฐและองค์กรทางสังคมที่ 12.8% เทคโนโลยีที่ 12.5% และเครื่องดื่มที่ 10.9%

ตัวเลขของไทยเดินสวนทางกับค่าเฉลี่ยของภูมิภาค งบโฆษณาดิจิทัลไทยอยู่ที่ 32,247 ล้านบาทในปีก่อน และถูกคาดการณ์ไว้ที่ 32,145 ล้านบาทในปีนี้ ซึ่งเป็นการติดลบ 0.3% ครั้งแรกในรอบ 14 ปี ตามรายงานของสมาคมโฆษณาดิจิทัล (ประเทศไทย) รายละเอียดรายหมวดธุรกิจและรายแพลตฟอร์มอยู่ใน[เจาะลึกงบโฆษณาดิจิทัลไทย ใครจ่ายหนัก เงินไหลไปไหน](https://phygital.co.th/insights/thailand-digital-ad-spend-2026)

### ตัวเลขโลกกับตัวเลขไทยขัดกันหรือไม่

ไม่ขัดกัน เพราะนับคนละขอบเขต ตัวเลขโลกรวมสื่อทุกประเภทใน 56 ตลาด ส่วนตัวเลขไทยที่ติดลบนับเฉพาะสื่อดิจิทัลในประเทศเดียว ค่าเฉลี่ยของภูมิภาคยังถูกดึงขึ้นด้วยตลาดขนาดใหญ่อย่างจีนและอินเดียที่รายงานฉบับปลายปีก่อนหน้าประเมินไว้ที่ 6.1% และ 8.6% ตามลำดับ

## ต้นทุนสื่อที่แพงขึ้นกระทบธุรกิจไทยทางไหน

ผลกระทบส่งมาถึงผ่านกลไกการประมูลของแพลตฟอร์มระดับโลกเป็นหลัก เมื่อผู้ลงโฆษณาทั่วโลกแข่งกันซื้อพื้นที่ในระบบเดียวกันมากขึ้น ราคาต่อการเข้าถึงหนึ่งพันครั้งก็ขยับขึ้นตาม แม้งบของธุรกิจไทยรายนั้นจะไม่ได้เพิ่มขึ้นเลยก็ตาม อาการที่เห็นคือยอดการเข้าถึงลดลงทั้งที่จ่ายเท่าเดิม

คำถามที่ตามมาเสมอคือควรลดงบลงหรือไม่เมื่อต้นทุนสูงขึ้น หลักฐานที่มักถูกอ้างในประเด็นนี้คือการวิเคราะห์ 880 กรณีศึกษาในฐานข้อมูลของสมาคมเอเจนซีโฆษณาแห่งสหราชอาณาจักร (IPA) โดย Peter Field ซึ่งสรุปเป็นกฎคร่าว ๆ ว่าทุก 10 จุดที่ส่วนแบ่งเสียงในตลาด (Share of Voice) สูงกว่าส่วนแบ่งตลาดที่ถืออยู่ แบรนด์มีแนวโน้มได้ส่วนแบ่งตลาดเพิ่มราว 1 จุดต่อปี และเป็นจริงในทางกลับกันเมื่อปล่อยให้ส่วนแบ่งเสียงลดลง งานชิ้นนี้ถูกรวบรวมไว้ใน[รายงานทบทวนหลักฐานเรื่องการโฆษณาช่วงเศรษฐกิจถดถอยของ Guy Consterdine ปี 2009](http://www.consterdine.com/articlefiles/79/ppai%5Fadv%5Fin%5Frec.pdf) ที่เปิดให้อ่านฉบับเต็ม

ข้อควรระวังคือข้อมูลชุดนี้เก่ากว่าสิบปีและเก็บจากตลาดอังกฤษ จึงควรใช้เป็นหลักคิดเรื่องสัดส่วนเสียงในตลาด ไม่ใช่ตัวเลขที่คัดลอกมาใช้กับธุรกิจไทยตรง ๆ สิ่งที่ตรวจสอบได้เองคือส่วนแบ่งเสียงในสนามของตัวเอง เช่น จำนวนโฆษณาที่คู่แข่งในพื้นที่เดียวกันยิงอยู่จริงในคลังโฆษณาของแต่ละแพลตฟอร์ม

### ธุรกิจที่งบจำกัดควรเริ่มรับมือจากตรงไหนก่อน

เริ่มจากวัดต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งรายในช่องทางที่ใช้อยู่จริง แล้วเทียบกับมูลค่าที่ลูกค้ารายนั้นสร้างให้ตลอดการเป็นลูกค้า ถ้าส่วนต่างแคบลงทุกไตรมาส แปลว่าต้นทุนสื่อกำลังกินกำไร ขั้นถัดไปคือย้ายน้ำหนักบางส่วนไปที่ช่องทางที่ธุรกิจเป็นเจ้าของเอง เช่น ฐานลูกค้าเดิมและหน้าร้าน

---

ถ้ากำลังชั่งใจว่าจะบริหารงบก้อนนี้เองหรือให้มืออาชีพช่วย อ่านเพิ่มเติมได้ใน[ทำไมต้องจ้างเอเจนซีโฆษณา? 5 สัญญาณเตือนที่ธุรกิจต้องรู้](https://phygital.co.th/insights/why-hire-advertising-agency) ส่วนความต่างระหว่างเอเจนซีที่ดูแลกลยุทธ์บนแพลตฟอร์มออนไลน์กับเอเจนซีที่ดูแลการซื้อสื่อโดยเฉพาะ อ่านได้ใน[Digital Marketing Agency คืออะไร ทำอะไรบ้าง วัดผลอย่างไร](https://phygital.co.th/insights/what-is-digital-marketing-agency) และ[Media Agency คืออะไร วางแผนและซื้อสื่อโฆษณาอย่างไร](https://phygital.co.th/insights/what-is-media-agency-marketing-budget-roi)

---

## อ่านพยากรณ์ระดับโลกอย่างไรให้ใช้กับธุรกิจตัวเองได้

ตัวเลขระดับโลกมีประโยชน์ในฐานะสัญญาณเตือนล่วงหน้าเรื่องต้นทุน ไม่ใช่ในฐานะสูตรจัดสรรงบ ธุรกิจที่นำสัดส่วนเฉลี่ยของตลาดโลกมาใช้ตรง ๆ มักจบด้วยการกระจายงบบาง ๆ ลงทุกช่องทางจนไม่มีช่องไหนถึงจุดที่เห็นผล วิธีที่ใช้ได้จริงกว่าคือเลือกสองถึงสามช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายของตัวเองอยู่จริง แล้วลงน้ำหนักให้พอ

จังหวะที่ตลาดชะลอตัวยังเป็นช่วงที่ราคาสื่อผ่อนคลายลงชั่วคราว เพราะผู้ลงโฆษณาบางส่วนถอนงบออก ธุรกิจที่ยังคงระดับการสื่อสารไว้จึงได้ส่วนแบ่งเสียงเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ส่วนสิ่งที่ควรเริ่มทำคู่กันคือการเก็บฐานลูกค้าของตัวเองผ่านหน้าร้าน ช่องแชต และงานบริการหลังการขาย เพราะเป็นช่องทางเดียวที่ต้นทุนไม่ขึ้นกับการประมูลของแพลตฟอร์ม

### ควรทบทวนแผนสื่อบ่อยแค่ไหนในภาวะที่ต้นทุนขยับตลอด

ทุกไตรมาสคือความถี่ที่พอดีสำหรับธุรกิจส่วนใหญ่ สั้นกว่านั้นข้อมูลยังไม่นิ่งพอจะตัดสินใจ ยาวกว่านั้นต้นทุนอาจขยับไปไกลจนแผนเดิมใช้ไม่ได้ สิ่งที่ควรดูในแต่ละรอบคือต้นทุนต่อลูกค้าหนึ่งราย สัดส่วนงบต่อช่องทาง และจำนวนคู่แข่งที่ยิงโฆษณาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน

## สรุป

เส้น 1 ล้านล้านเหรียญของงบโฆษณาโลกถูกข้ามไปเร็วกว่ากำหนดหนึ่งปี และปีนี้ตลาดยังโตต่อในอัตราที่ช้าลง สิ่งที่มีความหมายกับธุรกิจไทยไม่ใช่ยอดรวม แต่คือการที่เงินไหลเข้า Retail Media และ Connected TV ด้วยอัตราสองหลักขณะที่ทีวีแบบเดิมและ Search แทบไม่ขยับ บวกกับตัวเลขในประเทศที่ถูกคาดว่าจะติดลบสวนทางค่าเฉลี่ยของภูมิภาค ทั้งสองเรื่องรวมกันแปลว่าต้นทุนการซื้อการเข้าถึงลูกค้าจะแพงขึ้นในสนามที่เงินไม่ได้ไหลเข้ามาเพิ่ม การเลือกช่องทางให้แคบลงและการเก็บฐานลูกค้าของตัวเองจึงให้ผลมากกว่าการเพิ่มงบรวม

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เม็ดเงินโฆษณาโลกข้ามหลัก 1 ล้านล้านเหรียญไปตั้งแต่เมื่อไหร่

ข้ามไปแล้วตั้งแต่ปี 2025 ซึ่งเร็วกว่าที่รายงานพยากรณ์ฉบับก่อนหน้าเคยประเมินไว้หนึ่งปี สาเหตุคืออัตราการเติบโตของปีนั้นออกมาสูงกว่าที่คาดไว้ที่ 5.8% ส่วนปีปัจจุบันเป็นปีที่ตลาดโตต่อในอัตราที่ช้าลงเหลือ 5.0%

### Retail Media ในไทยมีช่องทางอะไรบ้าง

คือพื้นที่โฆษณาบนแพลตฟอร์มที่ผู้ใช้เข้ามาเพื่อซื้อของอยู่แล้ว ทั้งมาร์เก็ตเพลสอย่าง Shopee และ Lazada แอปสั่งอาหารและเรียกรถอย่าง Grab หรือ LINE MAN รวมถึงจอดิจิทัลในร้านค้าปลีกและร้านสะดวกซื้อที่เปิดขายพื้นที่ให้แบรนด์โดยตรง

### ธุรกิจขนาดเล็กในไทยได้รับผลกระทบจากค่าโฆษณาระดับโลกที่แพงขึ้นจริงหรือ

ได้รับทางอ้อม เพราะแพลตฟอร์มใหญ่ใช้ระบบประมูลร่วมกันข้ามประเทศ เมื่อผู้ลงโฆษณารายใหญ่เพิ่มราคาเสนอ ต้นทุนต่อการเข้าถึงในตลาดไทยก็ขยับตาม วิธีลดแรงกระแทกคือเจาะกลุ่มเป้าหมายให้แคบลงและใช้ช่องทางที่มีคู่แข่งประมูลน้อยกว่า

### ควรลดงบโฆษณาลงไหมถ้ายอดขายเริ่มชะลอ

การลดงบให้ผลดีทางบัญชีในไตรมาสนั้น แต่มีต้นทุนตามมาในปีถัดไปเพราะส่วนแบ่งเสียงในตลาดหายไปพร้อมกัน ทางที่ปลอดภัยกว่าคือคงระดับการสื่อสารไว้แล้วตัดช่องทางที่วัดผลไม่ได้ออก แทนการลดงบทุกช่องทางเท่า ๆ กัน

### ธุรกิจแบบ B2B ควรใช้ตัวเลขชุดนี้อย่างไร

ใช้ดูทิศทางต้นทุนมากกว่าดูช่องทาง เพราะกลุ่มเป้าหมาย B2B มีจำนวนจำกัดและมักอยู่นอกช่องทางที่โตเร็วอย่าง Retail Media ประโยชน์ที่ได้จริงคือการรู้ล่วงหน้าว่าค่าสื่อกำลังขยับไปทางไหน เพื่อวางงบรายปีให้สอดคล้อง

### ตัวเลขพยากรณ์แบบนี้เชื่อถือได้มากแค่ไหน

เชื่อถือได้ในระดับทิศทาง ไม่ใช่ระดับตัวเลขเป๊ะ ข้อพิสูจน์คือเส้น 1 ล้านล้านเหรียญถูกข้ามเร็วกว่าที่รายงานฉบับก่อนหน้าประเมินไว้หนึ่งปี ธุรกิจจึงควรใช้ตัวเลขเหล่านี้ตั้งสมมติฐาน แล้วยืนยันด้วยข้อมูลต้นทุนจริงของตัวเองทุกไตรมาส

## จ่ายค่าโฆษณาเท่าเดิมทุกเดือน แต่ยอดการเข้าถึงลดลงเรื่อย ๆ หรือเปล่า

ให้ PHYGITAL AGENCY ช่วยดูว่ากลุ่มเป้าหมายของธุรกิจคุณใช้เวลาอยู่ช่องทางไหนจริง ๆ แล้ววางแผนสื่อใหม่ให้งบก้อนเดิมลงไปเฉพาะจุดที่ยังให้ผลตอบแทน แทนการซื้อให้ครบทุกแพลตฟอร์ม

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
