# Gen Z ไทย ค้นของในวิดีโอรีวิว และให้ AI เป็นแค่ผู้ช่วย

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/gen-z-thailand-social-commerce-behavior · เผยแพร่ 7 มิถุนายน 2569 · อ่าน 11 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Ipsos พบว่า Gen Z ไทย 67% หาของจากวิดีโอรีวิว แต่ใช้ Google ค้นเพียง 22% และมีแค่ 12% ที่ซื้อตามคำแนะนำของ AI บ่อย ร้านเล็กจึงควรเริ่มจากรีวิวของครีเอเตอร์

## Key Takeaways

- **รายงาน Ipsos ปี 2569 พบว่า Gen Z ไทยร้อยละ 67 หาสินค้าจากวิดีโอรีวิวบน TikTok และ YouTube ขณะที่ร้อยละ 22 ใช้ Google ค้นหา** — และร้อยละ 63 เชื่อคำแนะนำจากอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าข้อความที่แบรนด์พูดเอง
- **Gen Z ไทยใช้ AI ช่วยสรุปเนื้อหา เทียบข้อมูล และหาไอเดียราวสี่ในสิบคน แต่มีเพียงร้อยละ 12 ที่ซื้อตามคำแนะนำของ AI บ่อย ๆ** — รายงานสรุปว่าอินฟลูเอนเซอร์มีผลต่อการซื้อเกือบสองเท่าของบทสรุปจาก AI
- **แอปที่ Gen Z ไทยใช้ซื้อของมากที่สุดคือ Shopee ร้อยละ 79 และ TikTok หรือ TikTok Shop ร้อยละ 72** — ร้านเล็กที่ไม่มีงบซื้อคำค้นจำนวนมากจึงแข่งได้ ถ้ามีรีวิวจากคนที่ลูกค้าติดตามอยู่แล้ว

ร้านขายสกินแคร์แบรนด์ไทยซื้อโฆษณาคำค้นชื่อสินค้าไว้ทุกเดือน ยอดคลิกมีแต่ส่วนใหญ่มาจากลูกค้าอายุสามสิบขึ้นไป ลูกค้าอายุยี่สิบต้น ๆ ที่ร้านอยากได้ไม่เคยพิมพ์ชื่อสินค้าในช่องค้นหาเลย เขาเจอสินค้าจากคลิปรีวิวที่เลื่อนผ่านมาในฟีด สิ่งที่จะได้จากบทนี้คือตัวเลขล่าสุดว่า Gen Z ไทยเจอสินค้าจากที่ไหน ใช้แอปอะไรซื้อ และให้ AI มีบทบาทแค่ไหนในการตัดสินใจ พร้อมห้าขั้นที่ร้านงบน้อยใช้เริ่มได้โดยไม่ต้องแข่งซื้อโฆษณากับแบรนด์ใหญ่

ตัวเลขเกี่ยวกับ Gen Z ในบทนี้คัดจากหมวด Gen Z ของ[รายงาน Ipsos เรื่องเจเนอเรชันฉบับประเทศไทย](https://www.ipsos.com/sites/default/files/ct/publication/documents/2026-08/Ipsos-Generations-Report-2026-Thailand.pdf) หน้า 28-34 ซึ่งรวมข้อมูลจากหลายแหล่ง เช่น Ipsos CX Data, YouGov, Ipsos Global Trends และ Media Intelligence Group แต่ละตัวเลขในบทนี้จึงบอกหน้าที่มาไว้ด้วย รายงานนิยาม Gen Z ว่าคนที่เกิดปี ค.ศ. 1996-2012 ซึ่งในปี 2569 อายุราว 14-30 ปี

## Gen Z ไทยปี 2569 คือใคร และใช้เงินกับอะไร

ช่วงอายุ 14-30 ปีกว้างมาก ในกลุ่มเดียวกันมีทั้งนักเรียนมัธยม นักศึกษา และคนทำงานปีที่ห้า ตามตัวเลขที่ Ipsos ยกมาจาก MI Group กำลังซื้อของ Gen Z ไทยอยู่ที่ราว 2.6 ล้านล้านบาท และเรียกกลุ่มนี้ว่ากลุ่มที่เข้าตลาดเร็วและมีอิทธิพลต่อการซื้อด้วยตัวเองมากกว่าเจนก่อน ๆ ตัวเลขชุดนี้ไม่มีวิธีคำนวณแนบ

หน้า 28 ของรายงานระบุหมวดที่ Gen Z ไทยใช้เงินมากที่สุดสามหมวด คือความงามและของใช้ส่วนตัว แฟชั่น และความบันเทิง ร้อยละ 72 ยอมจ่ายเพิ่มให้แบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ถูกใจ แอปที่ใช้ซื้อของมีดังนี้

| แอปที่ Gen Z ไทยใช้ซื้อของ                    | ร้อยละ |
| ------------------------------------------------- | ------- |
| Shopee                                            | 79      |
| TikTok หรือ TikTok Shop                           | 72      |
| Lazada                                            | 59      |
| LINE (บัญชีทางการ ช้อปปิ้ง และห้องแชตกลุ่ม) | 42      |

ในหมวดความงาม หน้า 31 สรุปทิศทางของ Gen Z ไว้สามคำ คือดูแลผิวก่อนแต่งหน้า หาของจากช่องทางดิจิทัลก่อน และเปิดรับแบรนด์ไทยมากขึ้นเมื่อสินค้ามีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และเล่าเรื่องได้น่าติดตาม ข้อหลังนี้เป็นข่าวดีของแบรนด์ท้องถิ่นที่ไม่ได้มีงบเท่าแบรนด์ต่างชาติ

รายงานตั้งข้อสังเกตว่า TikTok Shop ขึ้นมาเกือบเท่า Shopee ในการใช้งานรายเดือนของ Gen Z และแยกพฤติกรรมของนักศึกษาไว้ว่า ร้อยละ 78 เทียบราคาก่อนซื้อ ร้อยละ 61 หาข้อมูลเอง ร้อยละ 54 ฟังคำแนะนำของคนใกล้ตัว และมีเพียงร้อยละ 23 ที่ซื้อเพราะกระแส คนที่เริ่มทำงานแล้วจะหันมาให้น้ำหนักกับคุณภาพ ความคุ้มค่า และความภักดีต่อแบรนด์ที่ไว้ใจ เมื่อมีรายได้มั่นคงขึ้น ส่วนจังหวะที่เงินค่าครองชีพของนักศึกษาที่กู้ยืมเข้าบัญชี มีบทแยกไว้ที่[การตลาดเจาะกลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัย ค่าครองชีพ กยศ. 2569](https://phygital.co.th/insights/marketing-university-students-thailand)

### เงินไม่มาก แต่วางแผนเงินจริงจัง

หน้า 34 ของรายงานให้ภาพที่ขัดกับคำว่าใช้เงินตามใจ Gen Z ไทยร้อยละ 60 ตั้งเป้าเรื่องอิสรภาพทางการเงิน ร้อยละ 57 บอกว่ามีแผนการเงินชัดเจน ร้อยละ 70 ออมหรือลงทุนทุกเดือน โดยแบ่งรายได้ไปออมเฉลี่ยร้อยละ 19 และไปลงทุนร้อยละ 8 ขณะเดียวกันร้อยละ 90 บอกว่าใช้ชีวิตวันนี้เพราะอนาคตไม่แน่นอน และร้อยละ 65 เคยเลื่อนการตัดสินใจใหญ่ เช่น เรียนต่อ เริ่มธุรกิจ หรือมีครอบครัว เพราะสถานะการเงิน ของชิ้นแพงขายให้ Gen Z ได้ง่ายขึ้นเมื่อมีขนาดทดลองหรือแบ่งจ่ายได้ ลูกค้าจะได้ลองก่อนโดยไม่ต้องทุ่มเงินก้อนใหญ่ครั้งแรก

### ช่วงชีวิตสำคัญกว่าอายุตรงไหน

ตรงที่คนอายุ 19 กับอายุ 27 ใช้เงินต่างกันมาก แม้จะอยู่ใน Gen Z เหมือนกัน หน้า 28 ใช้หัวเรื่องว่าช่วงชีวิต ไม่ใช่อายุ เป็นตัวกำหนดการซื้อ ส่วนการแบ่ง Gen Z ออกเป็นสองกลุ่มด้วยเหตุการณ์โควิดอยู่ใน[Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 ไทย ปีเกิดไหนเจอโรงเรียนปิดช่วงโควิด](https://phygital.co.th/insights/gen-z-1-0-vs-gen-z-2-0-covid-split) และคนที่เกิดช่วงรอยต่อกับ Gen Alpha อยู่ใน[Zalpha ไทย 4.51 ล้านคน ทยอยถึงอายุจ้างงานได้ปี 2568-2573](https://phygital.co.th/insights/zalpha-gen-z-gen-alpha-cusp-generation)

## เจอของในวิดีโอรีวิว ไม่ใช่ในช่องค้นหา

หน้า 29 ของรายงานอ้าง Ipsos CX Data และ YouGov ว่า Gen Z ไทยร้อยละ 67 ดูวิดีโอรีวิวบน TikTok และ YouTube เพื่อหาสินค้า เทียบกับร้อยละ 22 ที่ใช้ Google ค้นหา ส่วน YouTube เป็นแพลตฟอร์มที่ Gen Z เลือกมากที่สุด ร้อยละ 78 เพราะมีทั้งคลิปสั้นและคลิปยาว ตามมาด้วย TikTok, Instagram และ Facebook

ตัวเลขที่สำคัญที่สุดสำหรับร้านเล็กคือ Gen Z ไทยร้อยละ 63 เชื่อคำแนะนำสินค้าจากอินฟลูเอนเซอร์มากกว่าข้อความที่แบรนด์พูดเอง ข้อความเดียวกัน ถ้าออกจากปากคนที่ลูกค้าติดตามอยู่ มีน้ำหนักกว่าออกจากเพจของร้าน รายงานสรุปหน้านี้ว่าคอนเทนต์ที่ทำให้คนเจอสินค้าชนะการค้นหา

### คำค้นยังจำเป็นไหม

ยังจำเป็นกับลูกค้าที่รู้ชื่อสินค้าแล้ว เช่น คนที่เห็นรีวิวแล้วค้นชื่อร้านเพื่อหาที่ซื้อ แต่คำค้นไม่ได้สร้างการรู้จักครั้งแรกให้ Gen Z มากนัก ร้านที่มีงบจำกัดจึงควรเรียงลำดับใหม่ ให้ลูกค้าเห็นสินค้าในรีวิวก่อน แล้วค่อยใช้คำค้นรองรับคนที่ค้นตามมา ถ้าร้านจะลงโฆษณาบน TikTok ด้วย เรื่องงบขั้นต่ำและช่วงเรียนรู้ของระบบอยู่ใน[TikTok Ads 2026 งบขั้นต่ำ ช่วงเรียนรู้ และจังหวะปรับงบ](https://phygital.co.th/insights/tiktok-ads-2026-beginner-guide)

## AI เป็นผู้ช่วยหาข้อมูล ไม่ใช่คนตัดสินใจ

รายงานหน้า 29 แยกการใช้ AI ของ Gen Z ไทยในการซื้อไว้สามแบบ ใช้ AI หาไอเดียร้อยละ 43 เทียบข้อมูลร้อยละ 41 และสรุปเนื้อหาร้อยละ 40 แต่มีเพียงร้อยละ 12 ที่ซื้อตามคำแนะนำของ AI บ่อย ๆ รายงานเรียกเส้นทางการซื้อแบบนี้ว่าแบบผสม คือใช้ AI เพื่อความเร็ว แต่ใช้คนเพื่อความไว้ใจ

ในเรื่องงาน หน้า 30 รวมข้อมูลจาก Ipsos Digital FastFacts, Deloitte และ Ipsos AI Monitor ไว้ว่า Gen Z ไทยร้อยละ 77 บอกว่าเข้าใจ AI และอธิบายให้คนอื่นฟังได้ ร้อยละ 87 ใช้ AI ในงานประจำวัน และร้อยละ 76 บอกว่า AI ช่วยประหยัดเวลาทำงาน คนกลุ่มนี้จึงใช้ AI คล่อง แต่ยังไม่ยกการตัดสินใจซื้อให้ AI

นอกจากการซื้อของ รายงานหน้า 33 อ้าง PwC ว่า Gen Z ไทยร้อยละ 62 ใช้ AI วางแผนออกกำลังกายและดูแลสุขภาพ และร้อยละ 53 ใช้ AI วางแผนมื้ออาหารและโภชนาการ ร้านอาหารสุขภาพหรือฟิตเนสที่ให้ข้อมูลแคลอรีและส่วนผสมครบ จึงมีโอกาสถูกหยิบไปอยู่ในแผนที่ AI จัดให้ลูกค้า

### ข้อมูลแบบไหนที่ AI หยิบไปใช้ได้

ข้อมูลที่เป็นตัวหนังสือและครบในที่เดียว เช่น ราคา ขนาด ส่วนผสม และเงื่อนไขการคืนสินค้า ร้านควรเขียนไว้บนหน้าร้านออนไลน์ ไม่ซ่อนไว้ในรูปภาพอย่างเดียว เมื่อ Gen Z ถาม AI ให้สรุปหรือเทียบสินค้า ข้อมูลของร้านจะถูกหยิบไปใช้ได้ครบ แต่การตัดสินใจสุดท้ายยังกลับไปที่รีวิวของคนจริง

## Gen Z ในรายงานนี้นับจากแหล่งไหนบ้าง

หมวด Gen Z ของรายงาน Ipsos เป็นการรวบรวม ไม่ใช่การสำรวจครั้งเดียว ก่อนยกตัวเลขไปใช้ควรรู้ขอบเขตห้าเรื่อง

1. **แต่ละหน้ามาจากแหล่งต่างกัน** หน้า 28 อ้าง Ipsos Global Trends, Ipsos Digital FastFacts และ Media Intelligence Group ส่วนหน้า 29 อ้าง Ipsos CX Data และ YouGov โดยไม่ได้บอกจำนวนผู้ตอบของแต่ละชุด
2. **บางตัวเลขเป็นของนักศึกษาเท่านั้น** ร้อยละ 78 ที่เทียบราคาและร้อยละ 61 ที่หาข้อมูลเองเป็นตัวเลขของนักศึกษามหาวิทยาลัย ไม่ใช่ Gen Z ทั้งหมด
3. **Gen Z ตามนิยามนี้รวมผู้เยาว์** คนอายุ 14-17 ปีอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย ร้านที่ทำการตลาดถึงเด็กต้องระวังเรื่องเนื้อหาและการเก็บข้อมูลเป็นพิเศษ
4. **การใช้ AI ไม่เท่ากับการซื้อ** ตัวเลขร้อยละ 40-43 คือการใช้ AI ระหว่างหาข้อมูล ตัวเลขที่เกี่ยวกับการซื้อจริงมีเพียงร้อยละ 12
5. **กำลังซื้อ 2.6 ล้านล้านบาทไม่มีวิธีคำนวณ** ตัวเลขนี้ช่วยให้เห็นว่า Gen Z เล็กกว่า Gen X ราวครึ่งหนึ่ง แต่ร้านไม่ควรหยิบไปตั้งเป้ายอดขายของตัวเอง เพราะไม่รู้ว่านับรวมเงินที่พ่อแม่จ่ายแทนลูกวัยเรียนด้วยหรือไม่

ข้อดีของรายงานนี้คือเปิดให้ดาวน์โหลดฟรี และระบุแหล่งไว้ท้ายทุกหน้า ร้านที่อยากใช้ตัวเลขไหนต่อ ควรเปิดดูแหล่งของหน้านั้นด้วยตาตัวเองก่อนนำไปอ้างต่อ

## ห้าขั้นเริ่มสำหรับร้านงบน้อย

ขั้นตอนนี้เรียงจากตัวเลขในรายงาน ให้ร้านที่ไม่มีงบซื้อคำค้นจำนวนมากเริ่มได้ภายในหนึ่งเดือน

1. **ถามลูกค้าจริงว่าติดตามใคร** ถามตอนส่งของหรือในแชตหลังการขาย ได้รายชื่อครีเอเตอร์ที่ลูกค้าของร้านดูอยู่จริง
2. **ส่งสินค้าให้ครีเอเตอร์รายเล็กทดลองใช้** เลือกคนที่ผู้ติดตามใกล้เคียงลูกค้าของร้าน และให้เวลาใช้จริงก่อนรีวิว
3. **ให้พูดสิ่งที่พบจริง รวมถึงข้อเสีย** ข้อเสียที่พูดตรง ๆ ทำให้ข้อดีน่าเชื่อขึ้น และตรงกับเหตุผลที่คนกลุ่มนี้เชื่ออินฟลูเอนเซอร์มากกว่าข้อความจากร้าน
4. **วางสินค้าในแอปที่ Gen Z ใช้ซื้อ** มีร้านบนมาร์เก็ตเพลสหรือ TikTok Shop อย่างน้อยหนึ่งช่องทาง ให้คนที่ดูรีวิวจบกดซื้อได้ทันที
5. **เขียนข้อมูลสินค้าเป็นตัวหนังสือให้ครบ** ราคา ขนาด ส่วนผสม และเงื่อนไขคืนสินค้า เพื่อให้ทั้งคนและ AI ที่ช่วยเทียบสินค้าอ่านได้ถูก

หน้าบริการที่เกี่ยวกับการจับคู่ร้านกับครีเอเตอร์คือ[บริการ Influencer Marketing](https://phygital.co.th/solutions/influencer-marketing)

### ครีเอเตอร์ไม่ยอมพูดตามบรีฟ ร้านควรทำอย่างไร

ให้บรีฟเป็นข้อเท็จจริงที่ต้องถูกต้อง เช่น ราคา ขนาด และคำที่ห้ามพูดตามกฎหมาย แล้วปล่อยวิธีเล่าให้ครีเอเตอร์เลือกเอง ผู้ติดตามรู้จักน้ำเสียงของครีเอเตอร์ดีกว่าร้าน ถ้าครีเอเตอร์ต้องอ่านบทที่ร้านเขียนทุกคำ คลิปจะฟังเหมือนโฆษณา และตัวเลขร้อยละ 63 ที่ร้านหวังพึ่งจะไม่ทำงาน ถ้าคลิปแรกออกมาไม่ตรงใจ ให้ดูความเห็นของผู้ชมก่อนขอแก้ ความเห็นใต้คลิปบอกได้ดีกว่าร้านว่าผู้ชมเชื่อหรือไม่ และบอกด้วยว่าผู้ชมยังสงสัยเรื่องอะไรที่ร้านควรตอบในรอบถัดไป

## สรุป

ตามนิยามในรายงานของ Ipsos ฉบับปี 2569 Gen Z คือ เป็นคนเกิดปี ค.ศ. 1996-2012 อายุราว 14-30 ปีในปี 2569 คนกลุ่มนี้ร้อยละ 67 หาสินค้าจากวิดีโอรีวิว ร้อยละ 22 ใช้ Google ค้นหา และร้อยละ 63 เชื่ออินฟลูเอนเซอร์มากกว่าข้อความจากแบรนด์ แอปที่ใช้ซื้อมากที่สุดคือ Shopee ร้อยละ 79 และ TikTok ร้อยละ 72 Gen Z ใช้ AI หาไอเดีย เทียบข้อมูล และสรุปเนื้อหาราวสี่ในสิบคน แต่ซื้อตาม AI บ่อยเพียงร้อยละ 12 ร้านเล็กที่ไม่มีงบแข่งซื้อคำค้นจึงเริ่มได้จากรีวิวของครีเอเตอร์รายเล็กที่ลูกค้าติดตามอยู่แล้ว วางสินค้าในแอปที่คนกลุ่มนี้ใช้ และเขียนข้อมูลสินค้าให้ครบเป็นตัวหนังสือ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Gen Z ไทยเลิกใช้ Google หาของแล้วจริงไหม

ยังค้นอยู่ แต่น้อยกว่าการดูรีวิวมาก ในรายงานของ Ipsos มีร้อยละ 22 ที่ใช้ Google หาสินค้า เทียบกับร้อยละ 67 ที่ดูวิดีโอรีวิว เหตุผลที่เป็นไปได้คือรีวิวให้ทั้งข้อมูลและความรู้สึกว่ามีคนลองใช้จริงแล้ว

### ร้านเล็กควรจ้างครีเอเตอร์กี่คน

เริ่มจากสามถึงห้าคนที่ผู้ติดตามตรงกับลูกค้าของร้าน แล้วเทียบผลแต่ละคนด้วยรหัสส่วนลดหรือลิงก์แยก การจ้างหลายคนรายเล็กช่วยให้รู้ว่าคนแบบไหนพูดแล้วลูกค้าเชื่อ ก่อนทุ่มงบกับคนเดียว

### รีวิวที่จ้างต้องบอกผู้ชมไหม

ควรบอกให้ชัดว่าเป็นงานที่ได้รับค่าตอบแทน Gen Z ร้อยละ 63 เชื่ออินฟลูเอนเซอร์เพราะรู้สึกว่าพูดจริง ถ้าผู้ชมมารู้ทีหลังว่าเป็นงานจ้างที่ปิดไว้ ความเชื่อที่ร้านได้จะหายไปพร้อมกัน

### Gen Z ยอมจ่ายแพงกว่าไหม

รายงานระบุว่าร้อยละ 72 ยอมจ่ายเพิ่มให้แบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ถูกใจ แต่หน้า 34 ก็บอกว่าร้อยละ 70 ออมหรือลงทุนทุกเดือน และร้อยละ 65 เคยเลื่อนการตัดสินใจครั้งใหญ่เพราะเรื่องเงิน การจ่ายเพิ่มจึงเกิดกับของที่ตรงกับตัวตน ไม่ใช่ทุกอย่าง

### สินค้าเกี่ยวกับสุขภาพใจขายให้ Gen Z ได้ไหม

รายงานหน้า 32 พบว่า Gen Z ไทยร้อยละ 61 คิดถึงสุขภาพใจของตัวเองบ่อย และร้อยละ 67 เคยเครียดจนกระทบชีวิตประจำวัน ปัญหาสุขภาพสามอันดับแรกที่คนกลุ่มนี้ให้คะแนนคือความเครียด สุขภาพจิต และมะเร็ง ร้านขายได้ถ้าพูดตามจริงว่าสินค้าช่วยอะไรได้และช่วยอะไรไม่ได้ และไม่ใช้ความเครียดของลูกค้าเป็นแรงกดดันให้ซื้อ

### ควรใช้ AI ทำคอนเทนต์ขายให้ Gen Z ไหม

ใช้ช่วยร่างหรือช่วยเตรียมข้อมูลได้ แต่ตัวเลขร้อยละ 12 ที่ซื้อตาม AI บอกว่าคนกลุ่มนี้ยังหาคนจริงเป็นที่พึ่งสุดท้าย คอนเทนต์ที่มีหน้าคนใช้สินค้าจริงและพูดข้อเสียด้วยจึงยังจำเป็น

### Gen Z กับ Millennials ต้องใช้ข้อความต่างกันแค่ไหน

ต่างกันพอสมควร Gen Z ให้น้ำหนักกับความมั่นคงส่วนตัวและตัวตน ขณะที่ Millennials ในปี 2569 อายุราว 30-45 ปีและให้น้ำหนักกับบ้านของตัวเองสูงกว่าทุกเจน อ่านเทียบได้ที่[Millennials ไทยอายุ 30-45 แล้ว ใช้เน็ตมากสุดและอยากมีบ้าน](https://phygital.co.th/insights/millennials-thailand-consumer-behavior-2026)

## เริ่มจากรีวิวของคนที่ลูกค้าติดตามอยู่แล้ว ก่อนซื้อคำค้นเพิ่มอีกหนึ่งบาท

รายชื่อครีเอเตอร์รายเล็กที่ผู้ติดตามตรงกับลูกค้าของร้าน PHYGITAL AGENCY คัดให้พร้อมแผนทดลองหนึ่งเดือน

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
