# Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 ไทย ปีเกิดไหนเจอโรงเรียนปิดช่วงโควิด

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/gen-z-1-0-vs-gen-z-2-0-covid-split · เผยแพร่ 12 สิงหาคม 2569 · อ่าน 13 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 แบ่งกันที่การเรียนจบก่อนหรือหลังโควิด บทความนี้เทียบปีเกิดคนไทย 2540-2555 กับสถานะโรงเรียนรายวันของ UNESCO และปฏิทินของ สพฐ.

## Key Takeaways

- **Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 เป็นการแบ่งที่ Rachel Janfaza นักวิจัยวัฒนธรรมคนรุ่นใหม่ในสหรัฐฯ เขียนไว้เมื่อพฤศจิกายน 2567** — เกณฑ์คือคนคนนั้นเรียนจบมัธยมปลายก่อนโควิด หรือโตขึ้นในช่วงโควิด ยังไม่มีหน่วยงานสถิติใดใช้เป็นหมวดทางการ
- **ฐานข้อมูลรายวันของ UNESCO ลงสถานะโรงเรียนไทยช่วง 16 ก.พ. 2563 ถึง 31 มี.ค. 2565 เป็นปิดเพราะโควิด 115 วัน และเปิดบางส่วน 371 วัน** — แต่ปฏิทินของ สพฐ. ให้เปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ตั้งแต่ 1 ก.ค. ซึ่ง UNESCO ยังลงว่าปิดอยู่
- **คนไทยที่เกิด พ.ศ. 2547-2555 อายุราว 7-16 ปีเมื่อโรงเรียนเริ่มปิดในเดือนมีนาคม 2563** — ทะเบียนราษฎรสิ้นปี 2568 นับได้ 7,097,802 คน ส่วนคนเกิด 2540-2546 ซึ่งอายุราว 16-23 ปีในตอนนั้นมี 5,869,676 คน

บทความนี้เขียนให้แบรนด์และนักการตลาดที่ได้ยินคำว่า Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 แล้วต้องตัดสินว่าจะแยกกลุ่มเป้าหมายตามนี้ไหม เรื่องที่ควรรู้ก่อนคือการแบ่งนี้มาจากงานเขียนในสหรัฐฯ และเส้นแบ่งผูกกับเหตุการณ์เดียว คือช่วงที่โควิดปิดโรงเรียน ไม่ได้ผูกกับปีเกิดตายตัว

แคมเปญที่ตั้งกลุ่ม Gen Z ไว้ชุดเดียวครอบคนอายุราว 13-28 ปี เมื่อจะนำการแบ่งนี้มาใช้กับลูกค้าไทย คำถามจึงกลายเป็นว่าโรงเรียนไทยปิดเมื่อไร นานเท่าไร และคนไทยแต่ละปีเกิดอายุเท่าไรในตอนนั้น บทความตอบด้วยข้อมูลสามชุด ได้แก่ สถานะโรงเรียนรายวันของ UNESCO ปฏิทินการเรียนของ สพฐ. และจำนวนคนตามทะเบียนราษฎร แล้วปิดด้วยวิธีทดสอบว่าเส้นแบ่งนี้แยกลูกค้าของธุรกิจได้จริงหรือไม่

## Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 คืออะไร

Gen Z 1.0 คือคน Gen Z ที่เรียนจบมัธยมปลายก่อนโควิด ส่วน Gen Z 2.0 คือคนที่ใช้ช่วงวัยรุ่นอยู่ในช่วงโควิด การแบ่งนี้มาจาก Rachel Janfaza นักวิจัยและนักเขียนเรื่องวัฒนธรรมกับการเมืองของคนรุ่นใหม่ ซึ่งเริ่มจดหมายข่าว The Up and Up ในปี 2565 และจัดวงสนทนากับคนหนุ่มสาวทั่วสหรัฐฯ

ใน[โพสต์ของ The Up and Up เดือนเมษายน 2569](https://www.theupandup.us/p/stop-talking-about-gen-z-like-its) Janfaza ยกข้อความที่เธอเขียนไว้เมื่อพฤศจิกายน 2567 มาให้อ่านอีกครั้ง ใจความคือในงานวิจัยเรื่อง Gen Z เธอเห็นสองฝ่ายชัดเจน ฝ่ายแรกจบมัธยมปลายก่อนโควิด อีกฝ่ายโตขึ้นในช่วงโควิด เธอเสริมว่าโซเชียลมีเดียที่เปลี่ยนเร็วทำให้ความต่างนี้กว้างขึ้น คนรุ่นพี่บางคนใช้มือถือแบบพับก่อนสมาร์ตโฟน และเรียนมัธยมปลายในช่วงที่ยังไม่มี TikTok

### **เส้นแบ่ง Gen Z 1.0 กับ 2.0 อยู่ที่อายุเท่าไร**

งานต้นทางไม่ได้กำหนดปีเกิดตายตัว เกณฑ์ที่เขียนไว้คือการเรียนจบมัธยมปลายก่อนหรือหลังโควิด เมื่อต้องแปลงเป็นตัวเลข โพสต์เดือนเมษายน 2569 ใช้ผู้ที่อายุ 23-29 ปีแทน Gen Z 1.0 และ 18-22 ปีแทน Gen Z 2.0 แปลงกลับได้เป็นคนเกิด ค.ศ. 1997-2003 กับ 2004-2008 หรือ พ.ศ. 2540-2546 กับ 2547-2551 ช่วงอายุหลังนับเฉพาะผู้ใหญ่ที่ตอบโพลได้ คนที่อายุยังไม่ถึง 18 ปียังนับเป็น Gen Z 2.0 ตามเกณฑ์เดิม

## โรงเรียนไทยปิดนานแค่ไหนช่วงปี 2563-2565

ฐานข้อมูลของ UNESCO บันทึกสถานะโรงเรียนของทุกประเทศเป็นรายวัน แถวของไทยมี 775 วัน ตั้งแต่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 ถึง 31 มีนาคม 2565 ในช่วงนี้โรงเรียนไทยอยู่ในสถานะปิดเพราะโควิด 115 วัน เปิดบางส่วน 371 วัน ปิดภาคเรียนตามปกติ 130 วัน และเปิดเต็มรูปแบบ 159 วัน

ไฟล์ Excel ที่ดาวน์โหลดได้จาก[หน้าแดชบอร์ดติดตามการปิดโรงเรียนของ UNESCO](https://covid19.uis.unesco.org/global-monitoring-school-closures-covid19) นับผู้เรียนระดับก่อนประถมถึงมัธยมปลายของไทยไว้ 12,705,131 คน ตารางด้านล่างเรียงสถานะเป็นช่วงวันที่ต่อเนื่องกัน

| ช่วงวันที่              | สถานะในฐานข้อมูล UNESCO | จำนวนวัน |
| ------------------------- | -------------------------- | --------- |
| 16 ก.พ.-17 มี.ค. 2563     | เปิดเต็มรูปแบบ          | 31        |
| 18 มี.ค.-30 เม.ย. 2563    | ปิดเพราะโควิด           | 44        |
| 1 พ.ค.-30 มิ.ย. 2563      | ปิดภาคเรียน              | 61        |
| 1 ก.ค.-13 ส.ค. 2563       | ปิดเพราะโควิด           | 44        |
| 14 ส.ค.-15 พ.ย. 2563      | เปิดเต็มรูปแบบ          | 94        |
| 16-30 พ.ย. 2563           | ปิดภาคเรียน              | 15        |
| 1 ธ.ค. 2563-3 ม.ค. 2564   | เปิดเต็มรูปแบบ          | 34        |
| 4 ม.ค.-9 เม.ย. 2564       | เปิดบางส่วน              | 96        |
| 10 เม.ย.-16 พ.ค. 2564     | ปิดภาคเรียน              | 37        |
| 17 พ.ค.-12 มิ.ย. 2564     | ปิดเพราะโควิด           | 27        |
| 13 มิ.ย.-14 ต.ค. 2564     | เปิดบางส่วน              | 124       |
| 15-31 ต.ค. 2564           | ปิดภาคเรียน              | 17        |
| 1 พ.ย. 2564-31 มี.ค. 2565 | เปิดบางส่วน              | 151       |

ช่วงเปิดบางส่วนทั้งสามช่วงกระจายอยู่ระหว่างต้นเดือนมกราคม 2564 ถึงปลายเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งกินเวลาเกือบ 15 เดือน โดยมีช่วงปิดภาคเรียนและช่วงปิดเพราะโควิดแทรกอยู่

### **ตัวเลข 16 สัปดาห์กับ 53 สัปดาห์ของไทยคำนวณจากอะไร**

ไฟล์ของ UNESCO มีคอลัมน์สรุปสองช่อง คือจำนวนสัปดาห์ที่ปิดเต็มรูปแบบ ซึ่งแถวของไทยเป็น 16 และจำนวนสัปดาห์ที่เปิดบางส่วน ซึ่งเป็น 53 ตัวเลขทั้งสองตรงกับวันสถานะปิดเพราะโควิด 115 วันหารเจ็ด และวันเปิดบางส่วน 371 วันหารเจ็ด ช่วงปิดภาคเรียนตามปกติ 130 วันไม่ถูกรวมในช่องใดเลย ผู้ที่นำตัวเลข 16 สัปดาห์ไปใช้จึงควรกำกับว่าเป็นการนับของ UNESCO ซึ่งไม่รวมช่วงปิดเทอม

## ปฏิทิน สพฐ. กับฐานข้อมูล UNESCO ไม่ตรงกันตรงไหน

สองช่วงในตารางข้างบนไม่ตรงกับปฏิทินที่ สพฐ. ประกาศ ข้อมูลสองชุดจึงบอกคนละเรื่อง ชุดหนึ่งเป็นสถานะที่ UNESCO ลงรหัสไว้เพื่อเทียบกันทั่วโลก อีกชุดเป็นวันที่โรงเรียนไทยกำหนดเปิดเรียนจริง

[ประกาศกำหนดเวลาเรียนปีการศึกษา 2563 ของ สพฐ.](http://www.guidestudent.obec.go.th/?p=1202) ให้ภาคเรียนที่ 1 เริ่ม 1 กรกฎาคม ถึง 30 พฤศจิกายน 2563 และภาคเรียนที่ 2 เริ่ม 1 ธันวาคม 2563 ถึง 30 เมษายน 2564 ภาคละ 20 สัปดาห์ โดยไม่มีช่วงปิดภาคเรียนที่ 1 ขณะที่ฐานข้อมูลของ UNESCO ลงวันที่ 1 กรกฎาคม ถึง 13 สิงหาคม 2563 เป็นปิดเพราะโควิด และลงวันที่ 16-30 พฤศจิกายน 2563 เป็นปิดภาคเรียน ไฟล์ไม่ได้ให้เหตุผลของการลงรหัสรายวัน ผู้ใช้ข้อมูลจึงไม่ควรเดาเหตุผลแทน

ปีการศึกษา 2564 ข้อมูลของกระทรวงศึกษาธิการเองแสดงว่าโรงเรียนไม่ได้เปิดพร้อมกัน [ข่าวของกระทรวงศึกษาธิการวันที่ 1 มิถุนายน 2564](https://www.moe.go.th/360%e0%b8%9b%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%94-%e0%b8%a8%e0%b8%98-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%82%e0%b8%b2%e0%b8%af-%e0%b8%81%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%82%e0%b9%88%e0%b8%b2/) รายงานผลสำรวจโรงเรียน 28,698 แห่ง ไม่รวมโรงเรียนการศึกษาพิเศษ ตามประกาศเลื่อนเปิดภาคเรียนที่ลงวันที่ 19 พฤษภาคม 2564

| วันเปิดภาคเรียนที่ 1/2564        | จำนวนโรงเรียน |
| ------------------------------------ | -------------- |
| 1 มิ.ย. 2564 (สอนที่โรงเรียนแล้ว) | 12,571         |
| 2-13 มิ.ย. 2564                      | 171            |
| 14 มิ.ย. 2564                        | 15,951         |

สามกลุ่มรวมกันได้ 28,693 แห่ง ต่างจากยอดสำรวจ 5 แห่งซึ่งข่าวไม่ได้แจกแจง ข่าวเดียวกันระบุว่าพื้นที่สีแดงเข้ม 4 จังหวัดยังห้ามใช้อาคารเรียน แต่ไม่ได้ห้ามการเรียนออนไลน์หรือทางไกล

### **นักเรียนรุ่นเดียวกันได้เรียนที่โรงเรียนเท่ากันไหม**

ไม่เท่ากัน ตัวเลขของกระทรวงศึกษาธิการแสดงว่าในภาคเรียนแรกของปีการศึกษา 2564 โรงเรียนราว 44% สอนที่โรงเรียนตั้งแต่ 1 มิถุนายน ขณะที่อีกกว่าครึ่งเปิดวันที่ 14 มิถุนายน และพื้นที่สีแดงเข้มยังใช้อาคารเรียนไม่ได้ ข่าวเดียวกันบอกว่าโรงเรียนส่วนใหญ่ผสมการสอนห้ารูปแบบ คือ On Site, On Air, On Hand, On Demand และ Online ตามความพร้อมของนักเรียน คนที่เกิดปีเดียวกันจึงผ่านช่วงนั้นต่างกันตามโรงเรียนและจังหวัด

## คนไทยแต่ละปีเกิดอายุเท่าไรตอนโรงเรียนปิด

คนไทยที่เกิด พ.ศ. 2540-2555 อายุราว 7-23 ปีเมื่อโรงเรียนเริ่มปิดในวันที่ 18 มีนาคม 2563 และอายุราว 9-25 ปีเมื่อแถวข้อมูลของ UNESCO สิ้นสุดในวันที่ 31 มีนาคม 2565 อายุในตารางคลาดได้หนึ่งปีตามวันเกิดของแต่ละคน

ตารางนี้เริ่มที่ปีเกิด 2540 ตามช่วงอายุ 23-29 ปีที่ Janfaza ใช้ และจบที่ 2555 ตามปลายรุ่น Gen Z ใน[รายงาน Ipsos Generations Report 2026 ฉบับประเทศไทย](https://www.ipsos.com/en-th/ipsos-generations-report-2026-thailand-edition) ส่วนจำนวนคนรวมจากไฟล์ทะเบียนราษฎรรายอายุแยกจังหวัด ณ สิ้นปี 2568 ที่[กรมการปกครองเผยแพร่](https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statyear/)

| ปีเกิด (พ.ศ.) | อายุเมื่อ 18 มี.ค. 2563 | อายุเมื่อ 31 มี.ค. 2565 | จำนวนคน สิ้นปี 2568 |
| -------------- | ------------------------ | ------------------------ | --------------------- |
| 2540           | 22-23                    | 24-25                    | 958,943               |
| 2541           | 21-22                    | 23-24                    | 886,099               |
| 2542           | 20-21                    | 22-23                    | 830,062               |
| 2543           | 19-20                    | 21-22                    | 832,414               |
| 2544           | 18-19                    | 20-21                    | 790,076               |
| 2545           | 17-18                    | 19-20                    | 786,933               |
| 2546           | 16-17                    | 18-19                    | 785,149               |
| 2547           | 15-16                    | 17-18                    | 809,060               |
| 2548           | 14-15                    | 16-17                    | 800,221               |
| 2549           | 13-14                    | 15-16                    | 790,893               |
| 2550           | 12-13                    | 14-15                    | 798,986               |
| 2551           | 11-12                    | 13-14                    | 782,244               |
| 2552           | 10-11                    | 12-13                    | 777,328               |
| 2553           | 9-10                     | 11-12                    | 756,032               |
| 2554           | 8-9                      | 10-11                    | 782,838               |
| 2555           | 7-8                      | 9-10                     | 800,200               |

คนเกิด 2540-2546 รวมกันได้ 5,869,676 คน คนเกิด 2547-2555 รวมกันได้ 7,097,802 คน ทั้งสองกลุ่มรวม 12,967,478 คน หรือ 19.70% ของประชากรตามทะเบียน 65,809,011 คน ตัวเลขนี้บอกขนาดตลาด แต่บอกไม่ได้ว่าคนในกลุ่มซื้อของแบบไหน

### **เส้นแบ่งของไทยควรวางที่ปีเกิดไหน**

ยังไม่มีหน่วยงานไทยกำหนดเส้นนี้ ช่วงอายุในโพสต์ปี 2569 วางเส้นไว้ระหว่างคนเกิด พ.ศ. 2546 กับ 2547 แต่คนเกิด 2546 ก็อายุเพียง 16-17 ปีเมื่อโรงเรียนไทยเริ่มปิด การแปลงอายุจากโพลในสหรัฐฯ มาเป็นปีเกิดของคนไทยจึงคลาดได้หนึ่งถึงสองปี วิธีที่ปลอดภัยกว่าคือแยกคนเกิด 2545-2547 ไว้เป็นกลุ่มรอยต่อ แล้วดูในข้อมูลลูกค้าจริงว่ากลุ่มนี้ใกล้ฝั่งไหน

## ทดสอบเส้นแบ่งนี้กับข้อมูลลูกค้าอย่างไร

การแบ่ง Gen Z เป็นสองกลุ่มมีประโยชน์เมื่อข้อมูลลูกค้าแยกตามเส้นนี้ได้ชัดกว่าการแยกแบบอื่น ขั้นตอนด้านล่างใช้ข้อมูลที่ระบบหลังบ้านของร้านค้าส่วนใหญ่เก็บอยู่แล้วหรือเพิ่มได้ไม่ยาก

**1\. เก็บปีเกิด แทนช่วงอายุสำเร็จรูป**

ปีเกิดคำนวณย้อนกลับไปหาอายุในเดือนมีนาคม 2563 ได้ทุกเมื่อ ช่องอายุ 18-24 หรือ 25-34 ในรายงานโฆษณาทำแบบนั้นไม่ได้ เรื่องช่องอายุตายตัวนี้อธิบายไว้ใน[Zillennial ไทย 5.67 ล้านคนในช่องอายุ 25-34 ของรายงานโฆษณา](https://phygital.co.th/insights/zillennial-thailand-cusp-generation-marketing)

**2\. แบ่งลูกค้าเป็นสามกลุ่ม ไม่ใช่สอง**

กลุ่มเกิด 2540-2544 กลุ่มรอยต่อ 2545-2547 และกลุ่มเกิด 2548-2555 ลูกค้าที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีมีเงื่อนไขความยินยอมตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องดูก่อนเก็บข้อมูล ซึ่งอยู่ใน[การตลาดเจาะกลุ่มนักเรียนมัธยม ผู้เยาว์ซื้อเองได้แค่ไหน](https://phygital.co.th/insights/marketing-high-school-students-thailand-legal)

**3\. เทียบตัวชี้วัดสามตัว**

ยอดต่อคำสั่งซื้อ ช่องทางที่ใช้ซื้อ และอัตราการซื้อซ้ำในรอบ 90 วัน ถ้าสามตัวไปทางเดียวกันทุกกลุ่ม การรวมเป็นกลุ่มเดียวยังคุ้มกว่า

**4\. ทำซ้ำโดยแบ่งตามภาคหรือจังหวัด**

ถ้าความต่างระหว่างภาคกว้างกว่าความต่างระหว่างปีเกิด ข้อความและงบควรปรับตามพื้นที่ก่อนปรับตามรุ่น

ข้อมูลพฤติกรรมของ Gen Z ไทยทั้งรุ่นจากรายงานที่เปิดเผยต่อสาธารณะอยู่ใน[Gen Z ไทย ค้นของในวิดีโอรีวิว และให้ AI เป็นแค่ผู้ช่วย](https://phygital.co.th/insights/gen-z-thailand-social-commerce-behavior) ส่วนเด็กรุ่นถัดไปที่เกิดคร่อมรอยต่อกับ Gen Alpha อยู่ใน[Zalpha ไทย 4.51 ล้านคน ทยอยถึงอายุจ้างงานได้ปี 2568-2573](https://phygital.co.th/insights/zalpha-gen-z-gen-alpha-cusp-generation)

### **ร้านที่มีลูกค้าไม่กี่ร้อยคนควรแยก Gen Z สองกลุ่มไหม**

ส่วนใหญ่ยังไม่ควร เมื่อแบ่งลูกค้าไม่กี่ร้อยคนออกเป็นสามกลุ่มตามปีเกิด แต่ละกลุ่มจะเหลือคนน้อยจนความต่างของยอดต่อคำสั่งซื้อหรืออัตราซื้อซ้ำเกิดจากลูกค้าไม่กี่รายได้ สิ่งที่ร้านขนาดนี้ทำได้ทันทีคือเพิ่มช่องปีเกิดในแบบฟอร์มสมาชิกหรือแบบสอบถามหลังซื้อ แล้วเก็บต่อเนื่องจนแต่ละกลุ่มมีคนมากพอ เมื่อถึงตอนนั้นจึงเทียบตัวเลข ระหว่างนี้ใช้ข้อความชุดเดียวกับทุกช่วงอายุไปก่อน

## ปีเกิดบอกอายุ แต่บอกวันเปิดเรียนไม่ได้

ข้อมูลสองชุดในบทความนี้ชี้ไปทางเดียวกัน ฐานข้อมูลของ UNESCO ลงสถานะเปิดบางส่วนรวมกว่าหนึ่งปี และข่าวของกระทรวงศึกษาธิการแสดงว่าโรงเรียนในปีการศึกษาเดียวกันเปิดคนละวัน ปีเกิดจึงบอกได้ว่าลูกค้าอายุเท่าไรตอนโรงเรียนปิด แต่บอกไม่ได้ว่าโรงเรียนของเขาเปิดสอนแบบไหน

แบรนด์ที่จะใช้ Gen Z 1.0 กับ 2.0 ควรถือเป็นสมมติฐานที่ต้องทดสอบ เริ่มจากเก็บปีเกิดกับจังหวัดของลูกค้า แบ่งกลุ่มรอยต่อไว้ต่างหาก แล้วดูว่าตัวเลขการซื้อแยกตามเส้นไหน ถ้าข้อมูลของคุณยังไม่มีสองช่องนี้ การเพิ่มคำถามในแบบสอบถามหลังซื้อเป็นงานที่เริ่มได้ภายในสัปดาห์นี้

## สรุป

Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 เป็นการแบ่งจากงานเขียนของ Rachel Janfaza ที่ใช้การเรียนจบมัธยมปลายก่อนหรือหลังโควิดเป็นเกณฑ์ เมื่อเทียบกับไทย ฐานข้อมูลของ UNESCO ลงสถานะโรงเรียนไทยว่าปิดเพราะโควิด 115 วันและเปิดบางส่วน 371 วัน แต่บางช่วงไม่ตรงกับปฏิทินของ สพฐ. และภาคเรียนแรกปี 2564 โรงเรียนเปิดคนละวัน คนเกิด 2547-2555 จำนวน 7,097,802 คนอายุราว 7-16 ปีตอนโรงเรียนเริ่มปิด ธุรกิจควรทดสอบเส้นนี้ด้วยปีเกิดและจังหวัดของลูกค้าเอง ก่อนแยกข้อความหรืองบ

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 เป็นหมวดทางการของหน่วยงานสถิติหรือไม่

ยังไม่เป็น การแบ่งนี้มาจากงานเขียนของนักวิจัยรายหนึ่งในสหรัฐฯ และหน่วยงานสถิติของไทยยังไม่มีชุดข้อมูลที่ใช้ชื่อนี้ ธุรกิจจึงควรใช้เป็นคำถามสำหรับตรวจข้อมูลลูกค้าของตัวเอง ไม่ควรใช้เป็นหมวดสำเร็จรูปในรายงาน

### ไฟล์สถานะโรงเรียนรายวันของ UNESCO มีข้อมูลอะไรอีกบ้าง

ไฟล์มีราว 162,750 แถวครอบทุกประเทศ แต่ละแถวมีวันที่ ประเทศ สถานะ จำนวนผู้เรียน จำนวนครู และช่องว่าประเทศนั้นมีการเรียนทางไกลผ่านโทรทัศน์ วิทยุ หรือออนไลน์หรือไม่ แถวของไทยระบุว่ามีทั้งโทรทัศน์และออนไลน์ แต่ไม่มีวิทยุ

### ทำไมปีการศึกษา 2563 ไม่มีปิดภาคเรียนที่ 1

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในขณะนั้นอธิบายไว้ในประกาศของ สพฐ. ว่าภาคเรียนที่ 1 เริ่มช้ากว่าปกติเป็นวันที่ 1 กรกฎาคม จึงต่อภาคเรียนที่ 2 ทันทีในวันที่ 1 ธันวาคม และให้ปิดภาคเรียนที่ 2 เพียง 15 วันคือ 1-15 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้ปีการศึกษา 2564 เปิดได้ตามเดิม

### Gen Z รุ่นสุดท้ายในปี 2569 อายุเท่าไร

ถ้าใช้นิยามของ Ipsos ฉบับประเทศไทย คนรุ่นสุดท้ายของ Gen Z เกิด พ.ศ. 2555 ปี 2569 จึงอายุราว 13-14 ปี ทะเบียนราษฎรสิ้นปี 2568 มีเด็กอายุ 13 ปี 800,200 คน และตอนโรงเรียนเริ่มปิดในเดือนมีนาคม 2563 เด็กกลุ่มนี้อายุเพียง 7-8 ปี

### ใช้คำว่า Gen Z 1.0 หรือ 2.0 ในข้อความโฆษณาได้ไหม

ป้ายนี้ใช้จัดกลุ่มในการวิเคราะห์ได้ แต่ข้อความที่ส่งถึงลูกค้าควรพูดถึงสถานการณ์ที่ลูกค้าอยู่ เช่น ปีแรกในมหาวิทยาลัย หรืองานแรกหลังเรียนจบ การเรียกคนด้วยป้ายรุ่นอาจทำให้อ่านเป็นการเหมาลักษณะนิสัยทั้งกลุ่ม ซึ่งข้อมูลในบทความนี้ไม่ได้รองรับ

## Gen Z ในฐานลูกค้าของคุณแยกกันตามปีเกิดหรือตามจังหวัดชัดกว่ากัน

PHYGITAL AGENCY ออกแบบแบบสำรวจลูกค้าและวิเคราะห์ข้อมูลการซื้อย้อนหลัง เพื่อทดสอบว่าเส้นแบ่ง Gen Z 1.0 กับ Gen Z 2.0 ใช้กับธุรกิจของคุณได้หรือไม่ ก่อนลงทุนแยกข้อความและงบโฆษณา

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
