# Gen Beta คือใคร ตัวเลข 16% ของโลกเมื่อเทียบกับไทย

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/gen-beta-who-thai-business-prepare-now · เผยแพร่ 4 สิงหาคม 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

McCrindle นิยาม Gen Beta ว่าเกิดปี 2025-2039 และคาดว่าจะเป็น 16% ของประชากรโลกในปี 2035 เมื่อคำนวณด้วยตัวเลขของสหประชาชาติ สัดส่วนในไทยอยู่ราว 8.6%

## Key Takeaways

- **McCrindle บริษัทวิจัยในออสเตรเลียที่ตั้งชื่อ Gen Alpha นิยาม Gen Beta ว่าเป็นคนที่เกิดปี 2025-2039** — และคาดว่าในปี 2035 คนรุ่นนี้จะเป็น 16% ของประชากรโลก
- **ตัวเลข 16% ตรงกับข้อมูลคาดการณ์ World Population Prospects 2024 ของสหประชาชาติเมื่อคิดทั้งโลก** — แต่พอคิดเฉพาะประเทศไทยด้วยชุดข้อมูลเดียวกัน สัดส่วนเหลือราว 8.6% หรือประมาณครึ่งหนึ่ง
- **ยอดเกิดที่สหประชาชาติคาดไว้สำหรับไทยปี 2025 สูงกว่ายอดเกิดที่กรมการปกครองบันทึกจริงในปี 2568 ราว 1.56 แสนคน** — แผนธุรกิจที่อ้างขนาดตลาดจึงควรตั้งต้นจากยอดจดทะเบียน

บริษัทวิจัย McCrindle ในออสเตรเลียประกาศชื่อคนรุ่นใหม่ต่อจาก Gen Alpha ในช่วงที่เด็กรุ่นแรกของรุ่นนี้เริ่มเกิด และตัวเลขที่ถูกหยิบไปใช้ต่อมากที่สุดจากประกาศนั้นคือ Gen Beta จะเป็น 16% ของประชากรโลกภายในสิบปีข้างหน้า ตัวเลขนี้ถูกต้องในระดับโลก แต่แบรนด์ไทยที่เอาไปใส่ในแผนสินค้าเด็กหรือสินค้าครอบครัวต้องรู้ว่าพอคำนวณเฉพาะประเทศไทย ด้วยข้อมูลของสหประชาชาติชุดเดียวกัน ตัวเลขเหลือประมาณครึ่งเดียว และถ้าใช้ยอดเกิดที่จดทะเบียนจริงจะต่ำลงอีก ส่วนที่เหลือของบทความไล่ที่มาของตัวเลขทีละชั้น เจ้าของธุรกิจจะได้ชั่งเองว่าควรให้น้ำหนักกับคนรุ่นนี้แค่ไหนในแผนสามถึงห้าปีข้างหน้า

## นิยามสามบรรทัดของ McCrindle

หน้าบทความ [Welcome Gen Beta ของ McCrindle](https://mccrindle.com.au/article/generation-beta-defined/) สรุปคนรุ่นนี้ไว้ในสี่บรรทัดแรก คือเกิดระหว่างปี 2025 ถึง 2039 ภายในปี 2035 จะเป็น 16% ของประชากรโลก เป็นลูกของ Gen Y รุ่นหลังกับ Gen Z รุ่นแรก และหลายคนจะมีชีวิตอยู่ถึงศตวรรษที่ 22 บรรทัดที่เหลือของหน้าเป็นการอธิบายชื่อและการคาดการณ์ว่าคนรุ่นนี้จะโตมากับเทคโนโลยีแบบไหน

McCrindle ให้เหตุผลเรื่องชื่อว่าเปลี่ยนมาใช้อักษรกรีกตั้งแต่ Alpha เพื่อบอกว่าคนรุ่นเหล่านี้จะโตในโลกที่ต่างจากเดิมทั้งหมด และเสนอให้ใช้ช่วงปีเกิดคงที่รุ่นละ 15 ปีต่อไปเรื่อย ๆ คือ Alpha 2010-2024 Beta 2025-2039 Gamma 2040-2054 และ Delta 2055-2069 โดยให้เหตุผลว่าช่วงปีที่เท่ากันทำให้นักวิเคราะห์ในอนาคตเปรียบเทียบข้ามประเทศได้ง่ายขึ้น

### **ทำไมช่วงปีเกิดของ Gen Beta จึงยาว 15 ปีพอดี**

เพราะ McCrindle เลือกใช้ช่วงคงที่เป็นหลักการ ไม่ได้กำหนดจากเหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่ง บทความของ McCrindle เขียนว่าการตั้งชื่อรุ่นรอบเหตุการณ์เดียวทำให้ช่วงปีเกิดคลุมเครือ ส่วนการใช้ปีเกิดที่ตั้งไว้ล่วงหน้ากับชื่อที่ไม่บรรยายลักษณะช่วยให้วิเคราะห์ได้เป็นกลางกว่า ข้อนี้ต่างจากองค์กรที่แบ่งรุ่นตามเหตุการณ์ จึงทำให้ปีเกิดของรุ่นเดียวกันไม่ตรงกันระหว่างแหล่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่เห็นชัดในกรณีคนรุ่นคาบเกี่ยวตามบท [Zalpha ไทย 4.51 ล้านคน ทยอยถึงอายุจ้างงานได้ปี 2568-2573](https://phygital.co.th/insights/zalpha-gen-z-gen-alpha-cusp-generation)

## ตัวเลขที่ตรวจได้กับตัวเลขที่เป็นการคาดการณ์

ประกาศของ McCrindle มีข้อความสามประเภทปนกันอยู่ และแต่ละประเภทใช้ในแผนธุรกิจได้ไม่เท่ากัน

| ข้อความในประกาศ                                      | ประเภท                      | ใช้ในแผนธุรกิจอย่างไร                                                                 |
| ------------------------------------------------------ | --------------------------- | ----------------------------------------------------------------------------------------- |
| ช่วงปีเกิดยาว 15 ปี เริ่มพร้อมปีที่ประกาศ       | นิยาม                       | ใช้เป็นป้ายเรียกได้ แต่ต้องบอกทุกครั้งว่าใช้นิยามของใคร                      |
| 16% ของประชากรโลกในปี 2035                         | คาดการณ์ที่ตรวจทวนได้  | ทวนกับข้อมูลประชากรของสหประชาชาติได้ และต้องคำนวณใหม่เมื่อใช้กับประเทศเดียว |
| ลูกของ Gen Y รุ่นหลังกับ Gen Z รุ่นแรก             | ข้อสรุปที่ตรวจทวนได้   | ทวนกับอายุเฉลี่ยของแม่ตอนคลอดในแต่ละประเทศ                                      |
| จะโตมากับ AI ระบบอัตโนมัติ และยานยนต์ไร้คนขับ | การคาดการณ์ด้านพฤติกรรม | ยังไม่มีข้อมูลรองรับ เพราะเด็กรุ่นแรกเพิ่งเกิด                                    |

แถวสุดท้ายเป็นส่วนที่รายงานเทรนด์หลายฉบับนำไปขยายต่อมากที่สุด ทั้งที่เป็นส่วนที่ตรวจไม่ได้มากที่สุด McCrindle เองก็ใช้คำว่า "likely" และ "we predict" ในย่อหน้าเหล่านั้น บทความนี้จึงไม่นำการคาดการณ์ด้านนิสัยการซื้อหรือค่านิยมของเด็กที่ยังเป็นทารกมาใช้ และเลือกทำงานกับสองแถวกลางที่ตรวจทวนได้แทน

### **ตัวเลขจากแบบสอบถามพ่อแม่ในประกาศใช้กับพ่อแม่ไทยได้หรือไม่**

ยังใช้ตรง ๆ ไม่ได้ ประกาศของ McCrindle อ้างว่าพ่อแม่ Gen Z 36% เห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการจำกัดเวลาหน้าจอของลูกเป็นเรื่องสำคัญ เทียบกับ 30% ของพ่อแม่ Gen Y รุ่นแรก แต่หน้าเดียวกันไม่ได้บอกว่าสำรวจในประเทศไหน ใช้กลุ่มตัวอย่างกี่คน และถามเมื่อไร ธุรกิจไทยที่อยากรู้ทัศนคติของพ่อแม่ไทยต้องหาผลสำรวจที่ระบุวิธีเก็บข้อมูลในประเทศไทย หรือสำรวจลูกค้าของตัวเองโดยตรง

## คำนวณสัดส่วน Gen Beta ในไทยด้วยข้อมูลสหประชาชาติ

กองประชากรของสหประชาชาติเผยแพร่ตัวเลขคาดการณ์ประชากรรายประเทศรายปีไว้ในชุด [World Population Prospects](https://population.un.org/wpp/) ฉบับปี 2024 ซึ่งยังเป็นฉบับล่าสุดของชุดนี้ และดาวน์โหลดเป็นไฟล์ได้ ถ้านำยอดเกิดรายปีตั้งแต่ 2025 ถึง 2035 ตามฉากทัศน์กลาง (Medium variant) มารวมกัน แล้วหารด้วยประชากรกลางปี 2035 จะได้สัดส่วนสูงสุดที่ Gen Beta เป็นได้ในปีนั้น เพราะยังไม่หักเด็กที่เสียชีวิตหรือย้ายประเทศออกไป

| พื้นที่   | ยอดเกิดคาดการณ์รวม 11 ปีแรกของรุ่น | ประชากรกลางปีที่ 11 | สัดส่วน |
| --------- | ----------------------------------------- | ---------------------- | ------- |
| ทั้งโลก  | ราว 1,467 ล้านคน                         | ราว 8,885 ล้านคน      | 16.5%   |
| ประเทศไทย | ราว 6.09 ล้านคน                          | ราว 70.54 ล้านคน      | 8.6%    |

ผลระดับโลกตรงกับตัวเลข 16% ของ McCrindle ซึ่งบอกว่าตัวเลขในประกาศไม่ได้มาจากการเดา ส่วนไทยได้ครึ่งเดียว สาเหตุอ่านได้จากไฟล์เดียวกัน อัตราเจริญพันธุ์รวมของไทยในปีแรกของรุ่นอยู่ที่ราว 1.19 คนต่อผู้หญิงหนึ่งคน เทียบกับค่าเฉลี่ยโลกราว 2.24 และอายุมัธยฐานของประชากรไทยปีเดียวกันอยู่ที่ราว 40.6 ปี เทียบกับโลกราว 30.9 ปี ประเทศที่คนส่วนใหญ่อายุมากขึ้นและมีลูกน้อยลงย่อมมีสัดส่วนเด็กรุ่นใหม่ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก

### **สัดส่วน 8.6% หมายความว่าตลาด Gen Beta ในไทยเล็กเกินไปหรือเปล่า**

ไม่ได้หมายความว่าเล็กเกินไป แต่หมายความว่ารายงานที่ใช้ 16% มาคำนวณขนาดตลาดไทยจะได้ตัวเลขเกินจริงเกือบเท่าตัว หกล้านคนในสิบเอ็ดปียังเป็นตลาดขนาดใหญ่สำหรับสินค้าเด็กอ่อน อาหารเด็ก และบริการดูแลเด็ก เพียงแต่แผนที่คิดจากฐานนี้ต้องคาดว่าจำนวนลูกค้าใหม่แต่ละปีจะไม่เพิ่ม และต้องหารายได้ต่อครอบครัวเพิ่มแทนการหาครอบครัวใหม่

### **ทำไมคำนวณจากยอดเกิดสะสมแทนการใช้ตัวเลขกลุ่มอายุ**

เพราะในปีปลายทาง คนที่เกิดปีแรกของรุ่นจะมีอายุ 10 ปี ส่วนคนที่เกิดปีปลายทางเพิ่งเกิด กลุ่มอายุ 0-10 ปีในปีนั้นจึงเท่ากับ Gen Beta พอดี การรวมยอดเกิดสะสมให้ตัวเลขเดียวกับการนับกลุ่มอายุก่อนหักการเสียชีวิต และใช้คอลัมน์ยอดเกิดที่มีอยู่แล้วในไฟล์ตัวชี้วัดประชากรชุดมาตรฐาน วิธีนี้ทำซ้ำได้ด้วยสเปรดชีตธรรมดา ทีมการตลาดจึงเปลี่ยนประเทศหรือเปลี่ยนปีปลายทางเองได้

## ยอดเกิดคาดการณ์กับยอดเกิดที่จดทะเบียน

ตัวเลขคาดการณ์ของสหประชาชาติเป็นแบบจำลองที่ปรับจากข้อมูลย้อนหลังของแต่ละประเทศ ไม่ใช่การนับเด็กที่เกิดจริง ไฟล์ชุดเดียวกันคาดยอดเกิดของไทยปี 2025 ไว้ราว 572,371 คน ขณะที่สถิติการเกิดจากระบบทะเบียนของกรมการปกครอง ซึ่งบท [Gen Alpha ไทย เด็กเกิดใหม่ลดลงเกือบครึ่งใน 12 ปี](https://phygital.co.th/insights/gen-alpha-thailand-family-purchase-influence) ดึงมาไว้แล้ว บันทึกยอดเกิดปี 2568 ไว้ที่ 416,574 คน สองตัวเลขนี้ห่างกันราว 155,797 คน หรือราว 27% ของตัวเลขคาดการณ์

บทความนี้ไม่มีข้อมูลที่อธิบายได้ว่าส่วนต่างเกิดจากอะไร แหล่งทั้งสองไม่ได้ให้คำอธิบายไว้ในข้อมูลที่ใช้ แต่สิ่งที่ธุรกิจทำได้คือเลือกฐานให้ตรงกับคำถาม ถ้าคำถามคือ "ปีหน้ามีเด็กเกิดใหม่ในไทยกี่คน" ยอดจดทะเบียนล่าสุดใกล้ความจริงกว่า ถ้าคำถามคือ "ไทยเทียบกับประเทศอื่นอย่างไร" ตัวเลขของสหประชาชาติใช้เกณฑ์เดียวกันทุกประเทศ จึงเหมาะกับการเปรียบเทียบมากกว่า

### **ถ้าใช้ยอดจดทะเบียนแทน สัดส่วน Gen Beta ในไทยจะเหลือเท่าไร**

ลองคิดแบบง่ายว่ายอดเกิดทุกปีตั้งแต่ 2568 ถึง 2578 เท่ากับปี 2568 คือปีละ 416,574 คน จะได้รวมราว 4.58 ล้านคน หารด้วยประชากรไทยกลางปีปลายทางตามตัวเลขของสหประชาชาติ ได้ราว 6.5% ตัวเลขนี้เป็นฉากทัศน์ที่คำนวณเพื่อให้เห็นช่วง ไม่ใช่การคาดการณ์ของหน่วยงานใด และถ้ายอดเกิดยังลดต่อทุกปีเหมือนช่วงที่ผ่านมา สัดส่วนจริงจะต่ำกว่านี้อีก

## พ่อแม่ของ Gen Beta ไทยอายุเท่าไร

ข้อความของ McCrindle ว่า Gen Beta เป็นลูกของ Gen Y รุ่นหลังกับ Gen Z รุ่นแรก ทวนได้ด้วยคอลัมน์อายุเฉลี่ยของแม่ตอนคลอด (mean age at childbearing) ในไฟล์เดียวกัน ค่าของไทยปี 2025 อยู่ที่ราว 28.5 ปี และขยับเป็นราว 29.7 ปีในปี 2039 แม่ที่อายุ 28-29 ปีในช่วงนั้นเกิดราวปี 1996-2010 ตามลำดับ ถ้านับรุ่นละ 15 ปีย้อนกลับจากช่วงที่ McCrindle ใช้กับ Alpha และ Beta จะได้ Gen Z เป็นคนเกิดปี 1995-2009 และ Gen Y เป็นคนเกิดปี 1980-1994 ช่วงต้นของ Gen Beta จึงมีแม่อายุเฉลี่ยอยู่บริเวณรอยต่อ Gen Y กับ Gen Z และค่อย ๆ เลื่อนเข้าไปใน Gen Z ตรงกับที่ McCrindle เขียนไว้

ตัวเลขอีกตัวในไฟล์ที่ธุรกิจสินค้าเด็กควรรู้คือยอดเกิดจากแม่อายุ 15-19 ปี ซึ่งสหประชาชาติคาดไว้ราว 49,520 คนในปีเดียวกัน หรือราว 8.7% ของยอดเกิดคาดการณ์ทั้งปี ครอบครัวกลุ่มนี้มีงบและช่องทางซื้อต่างจากครอบครัวที่พ่อแม่อายุสามสิบ แผนสินค้าที่มองพ่อแม่ Gen Beta เป็นกลุ่มเดียวจึงพลาดความต่างนี้

### **รู้รุ่นของพ่อแม่แล้ว ธุรกิจใช้ข้อมูลนี้ได้อย่างไร**

ใช้ได้กับการเลือกช่องทางและข้อความ ไม่ใช่กับการเดาพฤติกรรมของเด็ก คนที่ตัดสินใจซื้อสินค้าเด็กอ่อนในอีกห้าปีข้างหน้าคือพ่อแม่อายุปลายยี่สิบถึงสามสิบต้น ๆ ซึ่งธุรกิจศึกษาพฤติกรรมได้วันนี้จากลูกค้าจริงของตัวเอง ส่วนป้าย Gen Beta ใช้บอกช่วงปีเกิดของลูกเท่านั้น ข้อถกเถียงเรื่องความเหมาะสมของการใช้ป้ายรุ่นในงานวิจัยมีรายละเอียดใน[ป้ายเจนเนอเรชันยังใช้ได้ไหม เงื่อนไขสี่ข้อของ Pew ปี 2566](https://phygital.co.th/insights/are-generation-labels-still-useful-pew-research) ซึ่งเล่าเหตุผลของทั้งฝ่ายที่เลิกใช้และฝ่ายที่ยังใช้

## สามคำถามก่อนใส่ Gen Beta ในแผนสินค้า

เจ้าของแบรนด์ที่ได้รับรายงานเทรนด์ซึ่งพูดถึง Gen Beta ตรวจรายงานนั้นได้ด้วยคำถามสามข้อ ก่อนนำตัวเลขใดไปตั้งเป้าหรือของบประมาณ

1. **ตัวเลขนี้เป็นของโลกหรือของประเทศที่เราขาย** ถ้าเป็นของโลก ให้คำนวณใหม่ด้วยยอดเกิดและประชากรของประเทศไทย ซึ่งทำได้จากไฟล์ของสหประชาชาติชุดเดียวกัน
2. **ฐานของขนาดตลาดมาจากแบบจำลองหรือจากการจดทะเบียน** แผนยอดขายรายปีควรใช้ยอดเกิดที่จดทะเบียนล่าสุด และปรับทุกปีเมื่อกรมการปกครองเผยแพร่ตัวเลขใหม่
3. **ข้อความไหนเป็นการคาดการณ์พฤติกรรม** ประโยคที่บอกว่าเด็กรุ่นนี้จะชอบหรือจะเชื่ออะไร ยังไม่มีข้อมูลรองรับ ควรแยกออกจากส่วนที่ใช้ตั้งเป้าตัวเลข

### **ถ้ารายงานไม่บอกแหล่งที่มาของตัวเลขเลย ควรทำอย่างไร**

ให้ถือว่าตัวเลขนั้นยังใช้ตั้งเป้าไม่ได้จนกว่าจะหาต้นทางเจอ ตัวเลขเจนเนอเรชันหลายตัวถูกส่งต่อกันจากบทความหนึ่งไปอีกบทความหนึ่งจนไม่เหลือร่องรอยของผู้วัด การค้นหาข้อความเดิมจากประกาศของผู้ตั้งนิยาม แล้วทวนกับข้อมูลประชากรของหน่วยงานรัฐหรือสหประชาชาติ ใช้เวลาไม่มาก แต่ป้องกันไม่ให้แผนทั้งปีตั้งอยู่บนตัวเลขที่ไม่มีใครรับผิดชอบ

บทถัดไปในชุดเดียวกันพูดถึงของสะสมดิจิทัลที่แบรนด์ใช้ขายแฟนคลับ อ่านต่อได้ใน[NFT ปี 2569 คำโปรยที่ทำให้ ก.ล.ต. สหรัฐนับเป็นหลักทรัพย์](https://phygital.co.th/insights/nft-2026-opportunities-after-hype-crash)

## สรุป

McCrindle นิยาม Gen Beta ว่าเป็นคนที่เกิดปี 2025-2039 คาดว่าจะเป็น 16% ของประชากรโลกในปี 2035 และเป็นลูกของ Gen Y รุ่นหลังกับ Gen Z รุ่นแรก เมื่อคำนวณด้วยข้อมูล World Population Prospects 2024 ของสหประชาชาติ ตัวเลขโลกได้ราว 16.5% ตรงกับประกาศ แต่ตัวเลขของไทยได้ราว 8.6% เพราะอัตราเจริญพันธุ์ของไทยราว 1.19 ต่ำกว่าโลกเกือบครึ่ง ยอดเกิดที่สหประชาชาติคาดไว้สำหรับไทยปี 2025 ราว 572,371 คน สูงกว่ายอดจดทะเบียนปี 2568 ที่ 416,574 คนราว 27% และถ้าใช้ยอดจดทะเบียนเป็นฐาน สัดส่วนจะเหลือราว 6.5% หรือต่ำกว่า อายุเฉลี่ยของแม่ไทยตอนคลอดราว 28.5 ปีในปี 2025 ยืนยันว่าพ่อแม่ของคนรุ่นนี้อยู่บริเวณรอยต่อ Gen Y กับ Gen Z ธุรกิจที่วางแผนสินค้าเด็กจึงควรใช้ตัวเลขของประเทศไทย ตั้งต้นจากยอดจดทะเบียน และศึกษาพ่อแม่ซึ่งเป็นผู้ซื้อตัวจริง แทนการคาดเดานิสัยของเด็กที่เพิ่งเกิด

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### Gen Beta เกิดปีไหน

ตามนิยามของ McCrindle คือคนที่เกิดตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 จนถึงปี พ.ศ. 2582 ต่อจาก Gen Alpha ซึ่งเป็นรุ่นก่อนหน้าที่มีช่วงปีเกิดยาว 15 ปีเท่ากัน

### ใครเป็นคนตั้งชื่อ Gen Beta

McCrindle บริษัทวิจัยสังคมในออสเตรเลีย ซึ่งเป็นผู้ตั้งชื่อ Gen Alpha มาก่อน และเสนอให้ใช้อักษรกรีกเรียงต่อไปเป็น Gamma และ Delta

### ตัวเลข 16% ของประชากรโลกในปี 2035 เชื่อได้ไหม

เชื่อได้ในระดับโลก เมื่อรวมยอดเกิดคาดการณ์ของสหประชาชาติปี 2025-2035 แล้วหารด้วยประชากรโลกในปีสุดท้ายของช่วงนั้น ได้ราว 16.5% ส่วนประเทศไทยได้ราว 8.6% จึงยกตัวเลขโลกมาใช้กับตลาดไทยไม่ได้

### ทำไมตัวเลขคาดการณ์กับตัวเลขจดทะเบียนของไทยไม่เท่ากัน

ตัวเลขของสหประชาชาติเป็นแบบจำลองที่ใช้เกณฑ์เดียวกันทุกประเทศ ส่วนยอดจดทะเบียนของกรมการปกครองนับจากการแจ้งเกิด ปีแรกของรุ่นสองแหล่งห่างกันราว 1.56 แสนคน การประมาณขนาดตลาดในไทยควรตั้งต้นจากยอดจดทะเบียน

### ธุรกิจควรเริ่มทำการตลาดกับ Gen Beta ตอนนี้หรือยัง

ลูกค้าจริงของสินค้า Gen Beta ในวันนี้คือพ่อแม่ ธุรกิจเริ่มได้ด้วยการศึกษาพ่อแม่อายุปลายยี่สิบถึงสามสิบต้น ๆ ที่มีลูกเล็ก ไม่จำเป็นต้องรอข้อมูลพฤติกรรมของเด็ก

## ขนาดตลาดสินค้าเด็กในแผนปีหน้าอ้างยอดเกิดที่จดทะเบียนจริง

ทีม PHYGITAL AGENCY คำนวณขนาดกลุ่มลูกค้าจากยอดเกิด ประชากร และข้อมูลลูกค้าของธุรกิจเอง พร้อมระบุแหล่งและวิธีคิดของทุกตัวเลข ให้เจ้าของแบรนด์ใช้ตั้งเป้าและวางงบได้โดยไม่ต้องพึ่งตัวเลขเฉลี่ยของโลก

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
