# Gen Alpha ไทย เด็กเกิดใหม่ลดลงเกือบครึ่งใน 12 ปี

> ที่มา: https://phygital.co.th/insights/gen-alpha-thailand-family-purchase-influence · เผยแพร่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 · อ่าน 12 นาที · โดย PARANATH PANARATANA

กรมการปกครองบันทึกเด็กเกิด 782,129 คนในปี 2556 เหลือ 416,574 คนในปี 2568 ร้านสินค้าเด็กต้องขายให้ลูกค้าที่น้อยลง และให้พ่อแม่เห็นว่าลูกได้อะไร

## Key Takeaways

- **สถิติทางการทะเบียนของกรมการปกครองบันทึกเด็กเกิดใหม่ 782,129 คนในปี 2556 และเหลือ 416,574 คนในปี 2568** — ลดลงราวร้อยละ 47 ในสิบสองปี ร้านที่ขายของให้เด็กรุ่นนี้จึงมีลูกค้าใหม่น้อยลงทุกปี
- **การสำรวจ MICS ปี 2565 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติกับ UNICEF พบว่าเด็กอายุต่ำกว่าห้าปีร้อยละ 36 มีหนังสือเด็กที่บ้านตั้งแต่สามเล่มขึ้นไป** — ขณะที่ร้อยละ 62 เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และร้อยละ 92 มีของเล่นที่ซื้อจากร้าน
- **เด็กไทยอายุ 6-14 ปีใช้อินเทอร์เน็ตร้อยละ 97.1 แต่มีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเองร้อยละ 59.3** — ตามผลสำรวจไอซีทีครัวเรือนปี 2567 ไตรมาส 4 เครื่องที่เด็กใช้จำนวนมากจึงยังเป็นเครื่องของพ่อแม่

ร้านชุดนักเรียนหลายร้านขายได้น้อยลงทุกเปิดเทอม ทั้งที่ลูกค้าเก่ายังกลับมาซื้อ ร้านของเล่นก็เห็นแบบเดียวกัน คนเข้าร้านยังมี แต่จำนวนครอบครัวที่มีลูกเล็กในย่านไม่เพิ่มเหมือนสิบปีก่อน เจ้าของร้านมักคิดว่าลูกค้าย้ายไปซื้อออนไลน์ จริง ๆ แล้วต้นทางของปัญหาอยู่ที่จำนวนเด็กซึ่งเกิดน้อยลงทุกปี บทนี้ตอบสามเรื่อง คือเด็กรุ่น Gen Alpha ในไทยเกิดปีละกี่คน เด็กเล็กที่บ้านมีหนังสือ ของเล่น และหน้าจออะไรอยู่รอบตัว และร้านที่ขายของให้เด็กควรปรับตัวอย่างไรเมื่อลูกค้าแต่ละรุ่นเล็กลง

ยอดเกิดรายปีในบทนี้ดึงจาก[ระบบสถิติทางการทะเบียนของกรมการปกครอง](https://stat.bora.dopa.go.th/stat/statnew/statyear/) หมวดสถิติจำนวนการเกิด ซึ่งนับจากสูติบัตรที่แจ้งเกิดทั่วประเทศ 77 จังหวัด ส่วนข้อมูลของใช้รอบตัวเด็กเล็กมาจาก[การสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย ปี 2565 (MICS)](https://www.unicef.org/thailand/reports/thailand-multiple-indicator-cluster-survey-2022) และข้อมูลการใช้อินเทอร์เน็ตของเด็กมาจาก[รายงานการสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน พ.ศ. 2567 ไตรมาส 4](https://www.nso.go.th/nsoweb/storage/survey%5Fdetail/2025/20250228090924%5F27941.pdf)

## Gen Alpha ไทยเกิดปีละกี่คน

Gen Alpha เป็นชื่อเรียกเด็กรุ่นที่เกิดต่อจาก Gen Z รายงาน[Ipsos Generations Report 2026 ฉบับประเทศไทย](https://www.ipsos.com/en-th/ipsos-generations-report-2026-thailand-edition) ให้ Gen Z จบที่คนเกิดปี ค.ศ. 2012 เด็กที่เกิดตั้งแต่ปี 2013 หรือ พ.ศ. 2556 เป็นต้นมาจึงอยู่ในรุ่น Gen Alpha ในปี 2569 เด็กกลุ่มนี้อายุตั้งแต่แรกเกิดจนถึงราว 13 ปี คือตั้งแต่เด็กอ่อนไปจนถึงนักเรียนมัธยมต้น ตัวเลขจากฐานข้อมูลโลกที่รายงานเดียวกันยกมาให้สัดส่วน Gen Alpha ไว้ที่ร้อยละ 13.63 ของประชากรไทย

ยอดเด็กเกิดจากสูติบัตรทั้งประเทศในช่วงที่ Gen Alpha เกิดมีดังนี้

| ปี พ.ศ. | เด็กเกิด (คน) |
| ------- | -------------- |
| 2556    | 782,129        |
| 2558    | 736,352        |
| 2560    | 703,003        |
| 2562    | 618,205        |
| 2564    | 544,570        |
| 2565    | 502,107        |
| 2566    | 517,934        |
| 2567    | 462,240        |
| 2568    | 416,574        |

ภายในสิบสองปี ยอดเกิดหายไป 365,555 คนต่อปี ปีเดียวที่ยอดเพิ่มจากปีก่อนคือปี 2566 ซึ่งเพิ่มขึ้นราวหนึ่งหมื่นหกพันคน แล้วกลับมาลดต่อในสองปีถัดมา เมื่อรวมยอดตั้งแต่ปี 2556 ถึง 2568 จะได้สูติบัตรประมาณ 8.02 ล้านฉบับ ตัวเลขนี้เป็นจำนวนการแจ้งเกิด ไม่ใช่จำนวนเด็กที่มีชีวิตอยู่ในวันนี้

### เด็กที่เกิดน้อยลงเปลี่ยนการขายของอย่างไร

ร้านที่ขายของซึ่งเด็กใช้ครั้งเดียวในแต่ละช่วงวัย เช่น เปลเด็ก รถเข็น ชุดนักเรียนชั้นอนุบาล หรือหนังสือเตรียมสอบเข้า ป.1 จะเห็นผลก่อน เพราะลูกค้าในแต่ละปีคือเด็กที่เกิดในปีนั้นพอดี ถ้ารุ่นที่เกิดปี 2568 มีเด็กน้อยกว่ารุ่นปี 2556 เกือบครึ่ง ร้านที่เคยขายเปลได้ร้อยตัวต่อปีก็มีลูกค้าให้ขายน้อยลงตามไปด้วย แม้จะทำโฆษณาเก่งเท่าเดิม ร้านประเภทนี้ต้องคิดเรื่องยอดขายต่อครอบครัว เช่นชุดของใช้ที่ต่อไปอีกช่วงวัย หรือบริการหลังการขายที่ทำให้ครอบครัวกลับมา

[รายงาน Ipsos](https://www.ipsos.com/sites/default/files/ct/publication/documents/2026-08/Ipsos-Generations-Report-2026-Thailand.pdf) หน้า 8 อ้างข้อมูลของสหประชาชาติว่าอัตราเจริญพันธุ์รวมของไทยในปี 2025 อยู่ที่ 1.20 และต่ำกว่าระดับทดแทนมาตั้งแต่ปี 1989 หน้าเดียวกันสรุปว่าการเติบโตในอนาคตจะมาจากการดูแลผู้บริโภคสูงวัยให้ดีขึ้น มากกว่าจากประชากรวัยเด็กที่เพิ่มขึ้น เจ้าของธุรกิจที่ขายให้คนไม่มีลูก ซึ่งเป็นอีกด้านของตัวเลขเดียวกัน อ่านต่อได้ใน[Childfree ในไทย ผลสำรวจ UNFPA แยกไม่อยากมีลูกกับมีไม่ได้](https://phygital.co.th/insights/childfree-marketing-thailand-birth-rate)

### ลูกคนเดียวใช้เงินมากขึ้นจริงไหม

ยังไม่มีสถิติทางการของไทยที่นับว่าครอบครัวที่มีลูกคนเดียวใช้เงินกับลูกมากกว่าครอบครัวที่มีลูกหลายคนเท่าไร บทความที่ยกตัวเลขลักษณะนี้มาโดยไม่บอกแหล่ง ร้านไม่ควรนำไปตั้งราคาหรือตั้งเป้า สิ่งที่ร้านทำได้คือเก็บข้อมูลของร้านเอง เช่น ยอดซื้อเฉลี่ยของครอบครัวที่มาครั้งแรกกับครอบครัวที่กลับมาซ้ำ แล้วดูว่าครอบครัวที่กลับมาซื้ออะไรเพิ่ม

## เด็กเล็กที่บ้านไทยมีอะไรอยู่รอบตัว

การสำรวจ MICS ปี 2565 เก็บข้อมูลช่วงมิถุนายนถึงตุลาคม 2565 จากครัวเรือนตัวอย่าง 34,540 ครัวเรือน เด็กที่อายุต่ำกว่าห้าปีในตอนนั้นคือเด็กที่เกิดราวปี 2560-2565 ซึ่งอยู่กลาง Gen Alpha พอดี ผลเรื่องของเล่นและสื่อการเรียนรู้ของเด็กกลุ่มนี้มีดังนี้

1. **เด็กอายุต่ำกว่าห้าปีร้อยละ 36 มีหนังสือเด็กตั้งแต่สามเล่มขึ้นไป** หมายความว่าเด็กเล็กเกือบสองในสามคนมีหนังสือเด็กที่บ้านไม่ถึงสามเล่ม
2. **ร้อยละ 92 มีของเล่นที่ซื้อจากร้านหรือผลิตจากโรงงาน** และร้อยละ 85 ของเด็กอายุ 2-4 ปีมีของเล่นตั้งแต่สองประเภทขึ้นไป
3. **ร้อยละ 62 เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์** ซึ่งเท่ากับสัดส่วนเด็กที่เล่นของเล่นทำเองที่บ้าน

ตัวเลขชุดนี้บอกร้านว่าของเล่นที่ซื้อจากร้านเข้าถึงบ้านเกือบทุกหลังแล้ว ส่วนหนังสือเด็กยังเข้าไม่ถึงบ้านส่วนใหญ่ ร้านหนังสือและสำนักพิมพ์เด็กจึงยังมีบ้านอีกมากที่ยังไม่มีหนังสือให้ลูก ข้อสังเกตนี้ต่างจากตลาดของเล่นที่แทบไม่เหลือบ้านที่ยังไม่มี

### พ่อหรือแม่ ใครอ่านหนังสือให้ลูกฟัง

MICS ถามว่าในสามวันก่อนสำรวจ ผู้ใหญ่ในบ้านทำกิจกรรมที่ช่วยการเรียนรู้กับเด็กอายุ 2-4 ปีหรือไม่ เช่น อ่านหนังสือให้ฟัง เล่านิทาน ร้องเพลง พาออกนอกบ้าน หรือนับเลขด้วยกัน พบว่าร้อยละ 88 ของเด็กได้ทำกิจกรรมกับผู้ใหญ่ในบ้านอย่างน้อยหนึ่งคน ร้อยละ 64 ได้ทำกับแม่ และร้อยละ 31 ได้ทำกับพ่อ

ร้านที่ขายหนังสือนิทานหรือของเล่นเสริมพัฒนาการจึงควรคิดว่าผู้ใหญ่ที่อ่านให้เด็กฟังอาจเป็นปู่ย่าตายาย พี่เลี้ยง หรือญาติที่ช่วยดูแล ไม่ใช่พ่อแม่เสมอไป คู่มือหรือคำแนะนำที่แนบไปกับสินค้าควรเขียนให้คนเหล่านี้อ่านแล้วใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องให้พ่อแม่อธิบายซ้ำ

### เด็กได้ไปเรียนก่อนวัยเรียนแค่ไหน

MICS พบว่าเด็กอายุสามปีร้อยละ 61 และเด็กอายุสี่ปีร้อยละ 88 เข้าเรียนในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กหรือชั้นอนุบาลแล้ว และร้อยละ 78 ของเด็กอายุ 24-59 เดือนมีพัฒนาการตามเกณฑ์ทั้งด้านสุขภาพ การเรียนรู้ และอารมณ์สังคม ร้านที่ขายของใช้ไปโรงเรียน เช่น กระเป๋า กระติกน้ำ หรือชุดนอนกลางวัน จึงเริ่มขายได้ตั้งแต่ลูกอายุสามขวบ ไม่ต้องรอถึงชั้นประถม

## หน้าจอที่ Gen Alpha ใช้เป็นของใคร

ผลสำรวจไอซีทีครัวเรือนปี 2567 ไตรมาส 4 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติแยกคนอายุ 6-14 ปีไว้เป็นกลุ่มหนึ่ง ในปี 2567 เด็กอายุ 6-11 ปีของกลุ่มนี้เป็น Gen Alpha ทั้งหมด ส่วนอายุ 12-14 ปีเป็นรุ่นรอยต่อกับ Gen Z ผลของกลุ่มอายุนี้มีดังนี้

| สิ่งที่วัด                         | คนอายุ 6-14 ปี |
| ------------------------------------ | --------------- |
| ใช้อินเทอร์เน็ต                     | ร้อยละ 97.1    |
| ใช้โทรศัพท์มือถือ                 | ร้อยละ 97.1    |
| มีโทรศัพท์มือถือเป็นของตัวเอง | ร้อยละ 59.3    |
| ผู้ใช้มือถือที่ใช้สมาร์ตโฟน  | ร้อยละ 99.8    |

ช่องว่างระหว่างร้อยละ 97.1 ที่ใช้มือถือกับร้อยละ 59.3 ที่มีเครื่องของตัวเองคือเด็กราวสี่ในสิบคนที่ใช้เครื่องของคนอื่นในบ้าน ส่วนใหญ่คือเครื่องของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง ในกลุ่มอายุทั้งหมดของการสำรวจ เด็ก 6-14 ปีเป็นกลุ่มที่มีมือถือของตัวเองต่ำที่สุด

### เรื่องนี้เปลี่ยนการสื่อสารของร้านตรงไหน

เมื่อเด็กดูคลิปหรือเล่นเกมบนเครื่องของพ่อแม่ ข้อความที่ร้านส่งผ่านบัญชีของพ่อแม่จึงไปถึงสายตาของทั้งพ่อแม่และลูก ร้านควรเขียนข้อความให้ผู้ใหญ่อ่านแล้วตัดสินใจได้ เช่น บอกอายุที่เหมาะ วัสดุ และวิธีดูแลให้ครบ แทนการเขียนชวนเด็กโดยตรง การทำโฆษณาที่พูดกับเด็กโดยตรงมีข้อกำหนดทางกฎหมายหลายชั้น รายละเอียดอยู่ใน[การตลาดสำหรับเด็ก โฆษณาบน YouTube Kids และอายุผู้แสดงตาม อย.](https://phygital.co.th/insights/marketing-to-children-thailand-legal) ส่วนวิธีเข้าถึงคนจ่ายเงินในบ้านอยู่ใน[การตลาดกลุ่มพ่อแม่ เด็กไทยหนึ่งในสี่ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่](https://phygital.co.th/insights/marketing-parents-thailand)

### พ่อแม่ของ Gen Alpha คือใคร

เด็ก Gen Alpha ส่วนใหญ่มีพ่อแม่อยู่ในรุ่น Millennials ที่ในปี 2569 อายุราว 30-45 ปี และบางส่วนมีพ่อแม่เป็น Gen Z รุ่นแรก ๆ พฤติกรรมของพ่อแม่สองรุ่นนี้ต่างกันพอสมควร ร้านที่ขายของให้เด็กควรอ่านทั้ง[Millennials ไทยอายุ 30-45 แล้ว ใช้เน็ตมากสุดและอยากมีบ้าน](https://phygital.co.th/insights/millennials-thailand-consumer-behavior-2026) และ[Gen Z ไทย ค้นของในวิดีโอรีวิว และให้ AI เป็นแค่ผู้ช่วย](https://phygital.co.th/insights/gen-z-thailand-social-commerce-behavior) ส่วนเด็กที่เกิดรอยต่อระหว่าง Gen Z กับ Gen Alpha มีบทแยกไว้ที่[Zalpha ไทย 4.51 ล้านคน ทยอยถึงอายุจ้างงานได้ปี 2568-2573](https://phygital.co.th/insights/zalpha-gen-z-gen-alpha-cusp-generation)

## ยอดเกิดจากสูติบัตรไม่เท่ากับจำนวนเด็กที่อยู่จริง

ตัวเลขในบทนี้มาจากสามแหล่งที่นับต่างกัน ก่อนนำไปวางแผนให้ดูขอบเขตห้าข้อนี้

1. **ยอดเกิดนับจากการแจ้งเกิด** ตัวเลขของกรมการปกครองคือจำนวนสูติบัตร ไม่ได้หักเด็กที่เสียชีวิต ย้ายไปต่างประเทศ หรือแจ้งเกิดล่าช้าข้ามปี ยอดรวม 8.02 ล้านฉบับจึงไม่ใช่จำนวนเด็ก Gen Alpha ที่อยู่ในไทยวันนี้
2. **MICS เป็นข้อมูลปี 2565** เด็กที่ถูกนับตอนอายุต่ำกว่าห้าปีตอนนี้โตขึ้นสี่ปีแล้ว และตัวเลขหนังสือกับของเล่นอาจเปลี่ยนไปตามรายได้ของครอบครัวหลังจากนั้น
3. **กลุ่มอายุ 6-14 ปีไม่ตรงกับ Gen Alpha พอดี** เด็กอายุ 12-14 ปีในปี 2567 เกิดก่อนปี 2556 จึงเป็น Gen Z ตามนิยามของ Ipsos
4. **ไม่มีข้อมูลทางการเรื่องเด็กเป็นคนเลือกของ** สถิติที่ยกมาบอกว่าเด็กมีอะไรและใช้อะไร แต่ไม่ได้บอกว่าเด็กมีส่วนเลือกซื้อมากแค่ไหน ร้านที่อยากรู้ต้องถามลูกค้าของตัวเอง
5. **ร้อยละ 13.63 มาจากฐานข้อมูลของสหประชาชาติ** ซึ่งนับประชากรทุกคนที่อยู่ในประเทศ รวมคนที่ไม่ได้มีสัญชาติไทย จึงเทียบตรง ๆ กับยอดสูติบัตรของกรมการปกครองไม่ได้

แม้จะมีข้อจำกัด ทิศทางของตัวเลขทั้งสามแหล่งไปทางเดียวกัน คือเด็กรุ่นนี้มีจำนวนน้อยลง และยังพึ่งผู้ใหญ่ในบ้านทั้งเรื่องหนังสือ เวลาเล่น และเครื่องมือสื่อสาร ร้านที่ใช้ตัวเลขชุดนี้ควรบอกปีของข้อมูลกำกับไว้ทุกครั้งที่นำไปอ้างต่อในเอกสารขายหรือแผนรายปี

## ช่วงอายุลูกกับสิ่งที่ร้านควรเตรียม

ตารางนี้เรียงจากตัวเลขในบท แยกตามอายุของเด็ก Gen Alpha ในปี 2569

| อายุลูก | สิ่งที่พ่อแม่ใช้ตัดสินใจ                    | สิ่งที่ร้านเตรียมได้                                                   |
| -------- | ------------------------------------------------- | -------------------------------------------------------------------------- |
| 0-2 ปี   | ความปลอดภัย วัสดุ อายุที่เหมาะ                 | ป้ายบอกวัสดุและอายุชัด คู่มือภาษาไทยสำหรับผู้ดูแลทุกวัย        |
| 3-5 ปี   | ใช้ที่โรงเรียนอนุบาลได้ไหม ช่วยพัฒนาการไหม | ชุดของใช้ไปโรงเรียน หนังสือนิทานเล่มเล็กพร้อมกิจกรรม               |
| 6-9 ปี   | ลูกขอเพราะเห็นบนมือถือของพ่อแม่          | ข้อมูลสินค้าที่ผู้ใหญ่อ่านจบในหน้าเดียว รีวิวจากพ่อแม่ด้วยกัน |
| 10-13 ปี | ลูกเริ่มมีเครื่องของตัวเองและเลือกเอง    | ให้ลูกลองของที่ร้าน แต่ให้พ่อแม่ตัดสินใจจ่ายเงิน               |

หน้าบริการที่เกี่ยวกับการทำหนังสือและคู่มือแนบสินค้าคือ[บริการสิ่งพิมพ์](https://phygital.co.th/solutions/publishing)

### ร้านที่ขายให้โรงเรียนหรือครูต้องปรับอะไร

ร้านที่ขายอุปกรณ์การเรียนผ่านโรงเรียนจะเห็นผลของยอดเกิดช้ากว่าร้านขายปลีกราวสามถึงหกปี เพราะรอให้เด็กเข้าเรียนก่อน แต่เมื่อถึงเวลาจะเห็นพร้อมกันทั้งรุ่น ห้องเรียนที่มีเด็กน้อยลงแปลว่าคำสั่งซื้อต่อโรงเรียนเล็กลง ร้านควรคุยกับโรงเรียนประจำตั้งแต่ตอนนี้เรื่องจำนวนนักเรียนที่คาดว่าจะรับในอีกสามปี และเตรียมสินค้าที่ครูใช้ในห้องเรียนเล็ก เช่น สื่อการสอนที่ใช้กับกลุ่มสิบคนได้ ข้อมูลจากโรงเรียนจะแม่นกว่าตัวเลขทั้งประเทศ เพราะบางย่านมีครอบครัวย้ายเข้า บางย่านมีครอบครัวย้ายออก

## สรุป

เด็กรุ่น Gen Alpha ในไทยเกิดน้อยลงเกือบทุกปี จาก 782,129 คนในปี 2556 เหลือ 416,574 คนในปี 2568 ตามสถิติของกรมการปกครอง เด็กเล็กร้อยละ 92 มีของเล่นที่ซื้อจากร้าน แต่มีเพียงร้อยละ 36 ที่มีหนังสือเด็กตั้งแต่สามเล่ม และผู้ใหญ่ที่ทำกิจกรรมกับเด็กมีทั้งแม่ พ่อ และคนอื่นในบ้าน เด็กอายุ 6-14 ปีเกือบทุกคนใช้อินเทอร์เน็ต แต่มีเครื่องของตัวเองราวหกในสิบคน ร้านที่ขายของให้เด็กรุ่นนี้จึงควรคุยกับผู้ใหญ่ในบ้าน วางแผนยอดขายต่อครอบครัวแทนการรอลูกค้าใหม่ และหาช่องว่างที่บ้านส่วนใหญ่ยังไม่มี เช่นหนังสือสำหรับเด็กเล็ก

## คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

### เด็กที่เกิดช่วงปีไหนนับเป็น Gen Alpha

ถ้านับต่อจาก Gen Z ตามนิยามของรายงาน Ipsos เด็กที่เกิดตั้งแต่ พ.ศ. 2556 เป็นต้นมาคือ Gen Alpha ปีที่เป็นรอยต่อทั้งหัวและท้ายรุ่นยังไม่มีมาตรฐานกลาง ก่อนเทียบตัวเลขจากรายงานสองฉบับจึงควรเปิดดูว่าแต่ละฉบับนับปีเกิดช่วงไหน

### เด็กเกิดน้อยลง แปลว่าตลาดสินค้าเด็กเล็กลงแน่นอนไหม

จำนวนลูกค้าใหม่ลดลงแน่ แต่ยอดขายทั้งตลาดขึ้นกับเงินที่แต่ละบ้านใช้ต่อเด็กด้วย ซึ่งยังไม่มีสถิติทางการของไทยวัดไว้ ร้านจึงควรดูยอดซื้อต่อครอบครัวของร้านตัวเองเทียบปีต่อปี

### ร้านควรให้เด็กเล่นแท็บเล็ตในร้านไหม

ทำได้ถ้าเป็นส่วนหนึ่งของการลองสินค้า แต่ตัวเลข MICS บอกว่าเด็กเล็กร้อยละ 62 เล่นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อยู่แล้ว พื้นที่ที่เด็กได้จับหนังสือจริงหรือของเล่นจริงอาจเป็นสิ่งที่พ่อแม่หาที่บ้านได้ยากกว่า

### เด็กที่ยังไม่มีมือถือของตัวเองดูโฆษณาจากที่ไหน

ส่วนใหญ่ดูผ่านเครื่องของพ่อแม่หรือผู้ปกครอง บัญชีที่ใช้ดูจึงเป็นบัญชีของผู้ใหญ่ ร้านควรตั้งกลุ่มเป้าหมายเป็นพ่อแม่ และเขียนข้อความให้ผู้ใหญ่อ่าน ไม่ตั้งเป้าหมายเป็นเด็ก

### สถาบันกวดวิชาควรวางแผนอย่างไรกับยอดเกิดที่ลดลง

เด็กที่เกิดปี 2568 จะเข้า ป.1 ราวปี 2575 สถาบันที่รับเด็กประถมรู้ล่วงหน้าได้หกปีว่าจำนวนเด็กในรุ่นนั้นเหลือราว 4.2 แสนคนทั้งประเทศ ควรเทียบตัวเลขนี้กับจำนวนนักเรียนที่รับได้ต่อปี แล้ววางแผนเพิ่มคอร์สสำหรับช่วงวัยอื่นหรือผู้ใหญ่ไว้ก่อน

### Gen Alpha ต่างจาก Gen Beta ตรงไหน

Gen Beta คือเด็กรุ่นที่เกิดตั้งแต่ราวปี 2025 เป็นต้นไป ยอดเกิดปี 2568 ที่ 416,574 คนจึงเป็นรอยต่อของสองรุ่น รายละเอียดของรุ่นถัดไปอยู่ใน[Gen Beta คือใคร ตัวเลข 16% ของโลกเมื่อเทียบกับไทย](https://phygital.co.th/insights/gen-beta-who-thai-business-prepare-now)

## นับลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำแยกจากลูกค้าใหม่ตั้งแต่เดือนนี้ แล้วดูว่าครอบครัวที่กลับมาซื้ออะไรเพิ่ม

PHYGITAL AGENCY ช่วยวางหนังสือเล่มเล็กหรือคู่มือแนบสินค้า ที่ทำให้ครอบครัวนึกถึงร้านในช่วงวัยถัดไปของลูก

- [นัดประชุมผ่าน Google Meet](https://calendar.app.google/DotQdE7Ca8LZG6Us5)
- [เพิ่มเพื่อนใน LINE](https://lin.ee/J8Qq8Do)
